Tales Of Holy Flag ตอนที่ 16 | Nekopost.net 
NEKOPOST
การแสดงผล

Tales Of Holy Flag

Ch.16 - ตอนที่ 16 [Dual] การประลอง


 

คำสาปที่มาพร้อมกับพรจากการทำลายร่างสถิตจอมมารแห่งยักษานั้นสาหัสมาก ผมคิดว่าคงจะตายเสียแล้วหากแต่เธอคนนั้นก็ช่วยผมอีกครั้ง...

 

ในยามนั้นราวกับบางสิ่งนั้นขาดออกโดยไม่มีวันต่อได้อีก น้ำตาที่ไม่เคยไหลออกมาอีกตั้งแต่ที่ท่านพ่อและท่านแม่ได้จาดกไปนั้นหลากออกมาราวกับว่าจะไม่มีวันหยุด

 

หญิงสาวผู้ร่างเริงตลอดเวลา...หญิงสาวที่ผมหลงรัก...เธอจากไปแล้ว

 

ถึงจะได้การรักษาครั้งสุดท้ายจากดวงจิตของเธอหากแต่มันรักษาได้เพียงแผลภายนอก...แต่ภายในนั้นราวกับระเบิดเวลารอวันที่วิญญาณจะถูกทำลาย...

 

พลังที่ใหญ่เกินตัวเอง...

 

จิตวิญญาณที่พร้อมจะกลืนกินตัวตนหากพลั้งเผลอ...

 

ตรรกะทางด้านความคิดที่ค่อยๆเปลี่ยนไป...

 

คำสาปและพรที่ผมได้เก็บเงียบไว้และไม่คิดจะบอกใคร...สองปีผ่านมาผมคิดว่าตัวตนของผมนั้นเริ่มเปลี่ยนแปลงจริงๆ นิสัยผมเปลี่ยนไป ผมเริ่มเปรียบเทียบตัวเองกับผู้อื่น...เริ่มมองเรื่องต่างๆเป็นเรื่องปกติหรือตลกได้ถึงแม้ว่ามันจะโหดร้ายขนาดไหน กลายเป็นคนไร้จุดหมาย...

 

เพราะฉะนั้นผมจึงต้องคิดเรื่องเพื่อนๆให้มากกว่านี้ ต้องสร้างบางอย่างให้ทดแทนแขนให้เอ็ดเวิด ช่วยยูจัดการบางสิ่งที่ยูไปไม่ถึง ช่วยให้เฟริสได้อยู่กับเอ็ดเวิดอย่างมีความสุข และอะไรต่างๆอีกมากมายแต่ก็มีเสียงบางอย่างดังขึ้นมาในหัว เสียงของผู้เป็นพี่ชายต่างมารดาของผม...

 

          บาร๊อก ... บาเรโอออค บริโอ้ ทาร์ซ่า คันฉ่องล่องนภา... มือธนูแห่ง Holy Flag

 

 

                “นายมีเป้าหมายของตัวเองหรือยัง...เนโร”

 

----------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------               

 

หลังจากเสียงหัวเราะของราชาอสรพิษ ลูกแก้วยากะซานิก็เปล่งแสงออกมาจนถึงขีดสุดและแตกออก

 

                !!!

 

                แม้แต่เน็ทก็ไม่ได้คาดคิดถึงจุดนี้ขึ้นมาที่ตกใจกว่าเน็ทก็คือต้วนจี้หลิง...

 

 

                อะไรกัน เป็นไปได้ไง...มันแตกก่อนเวลางั้นหรอ!

 

 

                ไอสีดำทะลักออกมาจากเศษลูกแก้วยาซากะนิราวกับอุทกภัย เงาร้ายนั้นค่อยๆคลืบคลานแผ่ขยายไปทั่วห้อง...

 

 

                พรึบ!!!

 

 

                เพียงพริบตาเดียว เพียงแค่กระพริบตา ร่างของเน็ทก็กลับมาปรากฏที่เดิม...ที่ที่เขาอยู่ก่อนหน้านี้ เขาหันกลับไปข้างหลังกับพบกับเรย์โกะและเรย์กะที่ยืนนิ่ง...ไม่ซิไม่สามารถขยับตัวได้ แต่ถึงกระนั้นเงาสีดำก็ยังคงคืบคลานต่อไป มันเริ่มขยายแผ่ระยะไปจนกินพื้นที่รอบศาลเจ้าเรียบร้อย...ใช่แล้วในตอนนี้เหล่าผู้คนที่อยู่ใต้ดินเมื่อครู่นั้นต่างกลับมาด้านบนทั้งหมดแล้ว...

 

 

                ก่อนหน้าที่เน็ทจะไปปรากฏตัวที่ใต้ดินของเมือง

 

 

ขณะที่ชิมูกะกำลังสู้กับไซโซ ขณะที่ทั้งสองพุ่งตัวเข้าแลกดาบกันครั้งสุดท้ายนั้น...

 

 

                [กระกายแสง] ก้าวพริบตา

 

 

      พรึบ...

 

ทันใดนั้นร่างของชายหนุ่มนั้นก็เข้าไปขวางการประดาบครั้งสุดท้ายของทั้งสองดวงตาของชิมูกะเบิกกว้างขึ้นราวกับเจอผีซึ่งไม่ต่างกับไซโซทั้งสองจะเปลี่ยนกระบวนท่าก็ไม่ทันแล้ว สมองนั้นคิดว่าเน็ทต้องโดนดาบทั้งสองท่านี้ก็เป็นแน่แต่สิ่งที่ดวงตาเห็นนั้น...

 

 

แกร๊ง...แกร๊ง...

 

 

ความเร็วปานสายฟ้าเขาเอาดาบเก่าๆที่สนิมเกาะจนไม่น่าใช้การได้มาสบัดป้องกันการลงดาบของทั้งคู่ดาบของชิมูกะปลิวไปข้างหลังไกลจากเธอประมาณห้าเมตรได้ส่วนดาบของไซโซก็หลุดมือด้วยเช่นกัน...

 

หลุดจากมือของไซโซลอยตกลงมามายังมือของเน็ทแทน...

 

“ไม่จริงน่า!!! [กระกายแสง] ก้าวพริบตา งั้นหรอ!!!” ไซโซเอ่ยร้องขึ้นมาขณะที่ตัวเขากระเด็นไปไกลเกือบ 10 เมตรพร้อมกับถูกชิงดาบประจำตัวไปด้วยท่าทางที่ตกใจและร้อนรนแปลกๆ

 

 

“...” ผิดกับชิมูกะที่จ้องชายที่มาขวางการประลองของเธอกลางคัน แต่ไม่ใช่เพราะอาการโกรธเคืองแต่อย่างใดหากแต่ที่เขาสามารถใช้ท่าประจำตระกูลชิงุเระได้...

 

 

[ย้อนศร] หนึ่งในเพลงดาบของสำนักชิงุเระ เป็นการสะท้อนการโจมตีของฝ่ายตรงข้ามกลับไปถือได้ว่าเป็นศาสตร์ขั้นสูงของตระกูลก็ว่าได้เพราะยังไม่มีใครที่ทำได้สมบูรณ์แบบแม้แต่พ่อของเธอเอง...

 

 

แต่กลับเป็นชายผู้นี้...

 

 

และ [ขโมยดาบ] ที่เป็นศาสตร์ลับของตระกูลชิงุเระที่มีแต่บิดาของเธอใช้ได้เพียงผู้เดียว และตัวแต่เด็กยันโตเธอเห็นบิดาใช้เพียงแค่ครั้งเดียว...

 

 

                เน็ทจ้องใบดาบสีดำที่อยู่ในมือเขาอย่างละเอียดหากแต่ก็ไม่สามารถแยกรายละเอียดได้ว่าดาบนี้เป็นอย่างที่เขาคิดหรือเปล่า...

 

 

                วิญญาณพันธะสัญญา... เป็นเศษเสี้ยววิญญาณที่สถิตอยู่ในดาบระดับสูงหรือดาบที่ผ่านการฆ่าฟันมากอย่างต่อเนื่อง และเศษเสี้ยววิญญาณนั้นเป็นไปได้ทั้งปีศาจระดับต่ำไปจนถึงเทพเจ้าระดับสูง สิ่งที่เน็ทเห็นจากลวดลายของดาบนั้นมันเป็น...

 

 

                งู... อสรพิษสองตัวที่เลื้อยพันกันไปมา

 

 

                เมดูซา... ไอซิส... ลาเมีย... เฮอร์มีส... ยามาตะโนะโอโรจิ...

 

 

                รายชื่อเหล่าเทพรวมไปถึงปีศาจค่อยๆปรากฏขึ้นในหัวของชายหนุ่มแต่ขณะที่กำลังพิจารณาอยู่

 

 

                “เห้ย ไอหัวขาว แกมาขวางทำไมห้ะ” เสียงเอะอะดังมาจากไซโซจนทำให้เน็ทได้สติและหันไปมองเขา สายตาของทั้งสองสบกัน...

 

 

“คืนดาบ...มา...” แต่จู่ๆก็เหมือนกับตุ๊กตาที่สายเชิดขาด ร่างของไซโซนั้นล้มลงราวกับคนหมดสติ เพียงไม่ได้จับดาบของเขาเป็นเวลาไม่นานเพียงเท่านั้น...

 

 

                ท่ามกลางความอึ้งปนทึ้งกระการกระทำของชายหนุ่มนั้นชายหนุ่มก็ขมวดคิ้วขึ้นและใช้มือหมุนดาบปักลงพื้นจากนั้นก็ค่อยๆเดินไปหาชิมูกะ...

 

 

                “ผมฝากเหล่ามิโกะและดูแลดาบเล่มนั้นด้วยนะครับ เดียวผมกลับมา” ไม่เพียงแต่ให้ตอบกลับสักคำร่างของชายหนุ่มก็หายไปเช่นเดียวกับเหตุการณ์ที่เธอเคยเจอเมื่อครู่นี้ ทิ้งให้เหล่ามิโกะยังคงอึ้งทึ้งต่อไป ผมรีบพุ่งไปทางใต้ดินที่เป็นที่กลุ่มจู่โจมไปสำรวจ ชายหนุ่มยืนหยุดอยู่หน้าทางเข้า...

 

 

                เขายืนจ้องทางเข้าอยู่หลายนาทีและไม่นานเขาก็ถอนหายใจออกมา...

 

                เฮ้อ...

 

                คงต้องวิธีนี้แหละนะ...

 

                [ปลอมตัวตน]!!!

 

                [ลบตัวตน]!!!

 

                ทันใดนั้นร่างของชายในชุดสีขาวก็หายไปเหลือเพียงความว่างเปล่าทิ้งไว้ราวกับไม่มีเขาอยู่ตรงนั้นตั้งแต่แรก

 

                [ปลอมตัวตน] เป็นศาสตร์ลับขั้นสูง ความสามารถนี้ทำให้สิ่งที่ตาเห็นกับความรู้สึกที่รับรู้นั้นแตกต่างกันไป เช่น หากใช้ [ปลอมตัวตน] ปลอมตัวตนเป็นปีศาจก็จะทำให้คนเห็นเป็นปีศาจและรับรู้ได้ว่าตรงหน้าคือปีศาจจริงๆในความเป็นจริงแล้วยังคงเป็นอย่างเดิมอยู่ แต่กรณีของเน็ทนั้นต่างไป...

 

 

                เพราะเขาปลอมตัวตนเป็นสายลม... เป็นสิ่งที่ทำได้ยากมากที่สุดเพราะ สายลม หรือก็คือ “ธรรมชาติ” นั้นบริสุทธิ์ไร้จิตสังหาร ผู้คนส่วนใหญ่จึงไม่สามารถทำได้...

 

 

                [ลบตัวตน] นั้นยังไม่มีข้อมูลในโลกนี้ที่สันนิฐานได้ว่ามันคืออะไร หากจะให้บอกก็คือ การลบตัวตนให้หายไป... ซึ่งอาจจะขึ้นอยู่กับ สมาธิ...จิต...พลังเวทย์ จนกระทั่ง การไร้ตัวตน...

 

 

                ด้วยเหตุนี้ทำให้เน็ทนั้นไปนั่งเล่นข้างๆราชาปีศาจโดยที่มันไม่รู้ตัวได้เพียงนิดเดียว...

 

 

                ทางด้าน Hall of frame บนตึกบัญชาการสูงสุดนั้นทั้งสี่ที่กำลังดูสถานการณ์ภายในศาลเจ้าอยู่เมื่อเห็นเน็ทนั้นใช้[กระกายแสง] ก้าวพริบตา ต่างก็มีความรู้สึกแตกต่างกันไป ลูซี่นั้นจ้องมองราวกับเห็นของเล่นชิ้นโปรดของเธอที่พึ่งไปเพิ่มออปชั่นเสริมขึ้นมาทำให้ดูนั่งเล่นมากกว่าเก่า ทางด้านซามาเอลนั้นเพียงเลิกคิ้วนิดหน่อยเพียงเท่านั้น เฟริสนั้นอ้าปากค้างไปเรียบร้อยแล้ว ส่วนยูนั้นได้แต่หัวเราะแหะๆพร้อมกับความเคยชินที่เห็นอาจารย์ของเขาทำแบบนี้เพราะในอดีตนั้นเขาเห็นปาฏิหาริย์เยอะกว่าทุกคนที่อยู่ที่นี่เป็นหลายเท่า หากแต่เมื่อเขาเห็นเน็ทปรากฏตัวอีกครั้งพวกเขาต่างก็ขมวดคิ้วขึ้น

 

                เพราะคราวนี้เขาไม่ได้มาคนเดียวแต่กลับพามันมาด้วย

                                                                                                                               

                ความมืดแห่งตะวันออก ยามาตะโนะโอโรจิ...

 

                “ซามาเอล...” ขณะที่ยูกำลังจะถามอะไรซามาเอลเขาก็ถูกเบรกโดยฉับพลัน...

 

                “อยู่นอกเหนือความคาดหมาย... ไม่นึกว่ามันจะมีพลังขนาดนี้แหะ” ซามาเอลจ้องกระจกอย่างไม่วางตาพร้อมกับเก็บข้อมูล ใจจริงนั้นอยากจะไปสถานที่จริงจะแย่หากแต่วงเวทย์ที่เขาทำขึ้นนั้นถูกทำลายไปจนหมดเลยจึงได้แต่เก็บรายละเอียดผ่านการมองจากกระจกแทน

 

                สมกับเป็น เสนาธิการนรกตะวันตก...

 

                ยูยิ้มเหนื่อยๆออกมาพร้อมกับมองไปทางลูซี่ที่กำลังแสยะยิ้มขึ้นมา ส่วนเฟริสนั้นขมวดคิ้วหน้าดำคร่ำเครียดมองไปในกระจกอย่างไม่วางตา...

 

                “เฟริส...เป็นอะไรไปหน่ะ”

 

                ราวกับรอคำถามนี้มานาน...

 

                “ยู...” เฟริสเอ่ยออกมาเบาๆ

 

                “หือ...”

 

                “นั้นเอ็ดของเค้าใช่ไหม...” คราวนี้กลับเป็นเสียงที่สั่นๆเล็กน้อย..

 

                “อ่า...ใช่ซิ คิดว่าบุรุษในลุคชายโหดกล้ามโตนั้นเป็นใครไม่ได้หรอก...” ยูตอบกลับไปเพราะไม่รู้ว่าหญิงสาวเพื่อนสนิทของเขานั้นกำลังคิดอะไรอยู่

 

                “แล้ว...”

 

                ...

 

                ราวกับรอคำตอบจากปากเธอ...และไม่นานเขาก็ได้สมใจอยาก

 

                “แล้วยัยมิโกะปิดหน้าปิดตาข้างๆเขานั้นมันใครกันย่ะ!!!”

 

                .

                .

                .

 

               

                “บรึยยย!!!~ ทำไมจู่ๆก็หนาวขึ้นมาฟ่ะ” จู่ๆเอ็ดก็ขนลุกขึ้นมาจนต้องเอามือกอดตัวเอง ขณะนั้นเองไอปีศาจที่แผ่คลุมทั้งศาลเจ้าก็ค่อยๆเคลื่อนเข้ามาราวตัวกันที่ตรงจุดศูนย์กลางที่มันปล่อยออกมา

 

                จากไร้รูปร่างก็กลายเป็นรูปร่าง ควันสีดำทมิฬรูปร่างคล้ายคนแต่กลับมาบางสีงอกออกมาจากทางด้านหลังแปดเส้น เน็ทถึงกับขมวดคิ้วเมื่อเห็นจุดที่มันรวมตัวก็คือจุดที่มีคนคนหนึ่งถูกมัดไว้...

 

                ไซโซ ซีเอนท์...

 

                หลังจากที่ร่างไร้สติของเขาลงนอนกองบนพื้นชิมูกะก็จัดการจับเขาด้วยกำไลเวทย์มนต์พร้อมกับมัดไว้ด้วยเชือกไว้ตรงกลางศาลเจ้า แต่ตอนนี้นั้นร่างไร้สตินั้นก็กลับลืมตาขึ้น...

 

                ดวงตาสีแดง ดวงตาแห่งอสรพิษ เชือกที่ผูกตัวเขาอยู่ก็ถูกฉีกจนขาด กำไลที่ล๊อกเขาอยู่ก็แตกสลายกลายเป็นเศษขยะ ร่างนั้นกำลังยืดเส้นยืดสายบิดขี้เกียจ ราวกับไม่ได้ขยับตัวมานาน...

 

                เป็นดั่งที่เน็ทคาดการไว้ไม่ผิด...เศษเสี้ยววิญญาณที่อยู่ภายในดาบประจำตัวของไซโซนั้น...

 

                คุโระยาฉะ...

 

                เป็นเศษเสี้ยววิญญาณของยามาตะโนะโอโรจิจริงๆ แผนการที่วางไว้ของแต่ละฝ่ายนั้นล่มไม่เป็นท่า เหลือไว้แต่ความสะใจเล็กๆของราชาอสรพิษในร่างของนักดาบรับจ้างคนนี้เพียงเท่านั้น...

 

                “อ่าห์...ร่างทรงร่างนี้มันดีจริงๆ” เสียงของไซโซกล่าวออกมาหากแต่สำเนียงนั้นดูโบราณกว่าเดิม

 

                “เห้ยๆ เอาจริงดิ” เอ็ดเวิดถึงกับอุทานออกมาพร้อมกับเน็ทที่มองร่างนั้นอย่างไม่วางตา

 

                มีบางสิ่งที่ไม่สามารถอธิบายได้ปรากฏตัวต่อหน้าเหล่าผู้คน คนปกติธรรมดาที่ไม่มีพลังเวทย์หรือพลังปราณในร่างกายมากพอนั้นถึงกับสลบลงไปนอนพับกับพื้นแทบหมด แม้กระทั้งค่ายเขตแดนของเหล่าสองพี่น้องอุราฮาระที่เป็นคนร่ายขึ้นมาถึงกับแตกสลาย

 

                อึก...

 

                คนน้องนั้นทรุดลงไปนั่งลงกับพื้นเหมือนว่าจะถูกพลังเวทย์มนต์ตีกลับ เรย์โกะกระอักเลือดคำโตออกมาสายตาที่พร่ามัวจ้องไปยังพี่สาวของเธอในชุดสีแดง

 

                ...

 

                แทบจะไม่ต่างกันเรย์กะก็ถูกพลังเวทย์ตีกลับเช่นกันหากแต่เธอเดินพลังเวทย์หมุนเวียนทันจึงโดนไม่มากเท่าน้องสาวของเธอ เลือดสายเล็กไหลออกมาจากข้างปากของเธอ ไม่นานเธอก็ทรุดตัวนั่งลงไป

 

                “หึหึ ตัวแทน อามาเทระสึ กับ ซึคุโยมิ งั้นหรือ...” เสียงของไซโซดังขึ้นมาโทนเสียงนั้นแสดงถึงความเป็นของคนในยุคเก่าเป็นอย่างมาก

 

                พวกที่เหลืออยู่ต่างหันไปทางมิโกะทั้งสอง ผู้คนส่วนใหญ่นั้นต่างอยากจะทำอะไรสักอย่างกับสถานการณ์นี้แต่ความจริงที่โหดร้ายก็ไม่ปราณีเรี่ยวแรงที่มีอยู่ตอนแรกกลับหายไปขณะการปรากฏตัวของความมืด บางคนนั้นไม่มีแม้กระทั่งความคิดที่จะลุกขึ้นยืนเพื่อที่จะเผชิญหน้ากับมัน

 

                ความหวาดกลัว ความโหดร้าย ความรุนแรง นั้นแผ่ออกมาจากร่างของชายในชุดสีดำหากแต่สติสัมปชัญญะนั้นหาได้อยู่กับตัวสิ่งที่อยู่ภายในคือความชั่วร้ายไร้ที่สิ้นสุด ความมืดแห่งแดนตะวันออก

 

                “เออแล้ว...เอาแบบไหนดีละครับ” แต่ก็มีผู้อาจหาญกล่าวขึ้นมา ชายผมสีขาวนั้นเดินเข้าไปหามิโกะทั้งสองและยื่นน้ำยาสีแดงให้กับเรย์กะสองขวดจากนั้นก็หันมาทางยามาตะโนะโอโรจิในร่างของไซโซ

 

                ...

 

                “โหวว... สงบใช้ได้เลยผู้กล้า” ยามาตะโนะโอโรจิกล่าวขึ้นมาดวงตาสีแดงนั้นจ้องไปยังเน็ทกะจะให้ความหวาดกลัวเข้าครอบงำแต่ชายหนุ่มผมสีขาวก็ยืนนิ่งๆ มือซ้ายนั้นก็ถือ ศิลานักปราช ไว้ไม่ให้ห่างกาย

 

                การเจรจาครั้งนี้หากยามาตะโนะโอโรจินั้นเลือกอีกฝั่งเข้าจี้หลิงเขาก็จะใช้ศิลานักปราชส่งวิญญาณยามาตะโนะโฮโรจิไปยังมิติอื่นเพื่อจองจำไม่ให้ได้ปรากฏบนโลกนี้อีก หากเลือกฝ่ายเขาเอง เขาจะเป็นคนรับดูแลมันไว้ภายในแหวนบวกกับได้พาความมืดนี้ไปยังสถานที่ต่างๆที่มันไม่เคยได้เห็นด้วยหรือได้สัมผัสกับทิวทัศน์ที่มันไม่ได้รับรู้ตั้งแต่ถูกผนึกโดยที่ไม่ต้องลำบากในการเจรจากับเทพประจำแดนต่างๆอีก

 

                ไซโซควงดาบในมือราวกับเป็นส่วนหนึ่งของตัวเขาเอง พร้อมกับรอยยิ้มที่ปรากฏขึ้นมา

 

                “เช่นนั้นข้าคิดว่าให้พวกเจ้าประลองกันเป็นอย่างไร...” ข้อเสนอที่ไม่คาดคิดถูกบอกออกมาจาปากของเขา เน็ทถึงกับขมวดคิ้วแต่ทางฝั่งจี้หลิงนั้นกลับยิ้มแปล้ออกมาด้วยใบหน้าที่เหมือนกับนักการเมือง

 

                “ข้าน้อยคิดว่ามันจะเป็นการเอาเปรียบไปหรือเปล่าขอรับ...” จี้หลิงกล่าวขึ้นมาพร้อมกับแลตาไปทางเน็ทที่กำลังจ้องเขาอยู่เหมือนกัน

 

                “จะให้สู้กับคนที่ไม่สมประกอบเช่นนี้ อีกฝ่ายอาจจะหาข้ออ้างมาโต้แย้งในตอนประลองเสร็จได้นะขอรับ”

 

                “แก!!! ...” ไม่ใช่เน็ทที่ตะคอกใส่หากแต่เป็นเพื่อนของเขานั้นเอง หากแต่เน็ทยกมือขึ้นมาห้ามปรามเขาไว้แล้วก็กล่าวออกมานิ่งๆว่า

 

                “เหตุการณ์นั้นจะไม่เกิดหรอกครับแต่ดูเหมือนว่าคุณอยากจะปฏิเสธข้อเสนอนี้นิครับ คุณต้วน จี้ หลิง” เน็ทกล่าวขึ้นมาแต่ฝ่ายตรงข้ามก็ยิ้มรับด้วยสีหน้าที่ไม่ต่างไปจากเดิม...

 

                ตกอยู่ท่ามกลางวงล้อมศัตรู...

 

                แผนที่เตรียมไว้ก็พังไม่เป็นท่า...

 

                แถมยังต้องฝากความหวังไว้กับการประลอง...ประลองกับผู้กล้า Holy Flag...

 

                ภายในใจของต้วนจี้หลิงนั้นต่างจากใบหน้าที่เห็น ความตระหนก...ความผิดพลาดที่ให้อภัยไม่ได้ของตนและควีนโพธิ์ดำในร่างชายชรานั้นทำให้เขาต้องมาอยู่ที่จุดจุดนี้...

 

                ชนะอย่างเดียวเท่านั้น...

 

                “ก็ได้ขอรับ หากทางฝั่งนั้นต้องการเช่นนี้เอง” จี้หลิงเดินมายังตรงกลางลานว่างที่เป็นหลุมเป็นบ่อจากฝีมือของชายบางคนที่ต่อกรกับเจ้านรกเมื่อไม่นานมานี้

 

                “หึหึ ก่อนจะประลองกันคงต้องมีกติกา...ข้าให้พวกเจ้าตั้งได้คนละข้อ” ไซโซกล่าวออกมาสายตานั้นสนุกสนานอย่างเห็นได้ชัด ที่จะได้เห็นการประลองฝีมือแบบสดๆต่อหน้าต่อตาที่ไม่ได้เห็นมาหลายพันปี

 

                “ของข้าน้อยขอเป็น หลังจากจบการต่อสู้นี้ผู้ชนะต้องทำตามคำสั่งผู้แพ้ไยกเว้นกรณีที่เกี่ยวกับชีวิตและสิทธิของผู้แพ้” สิ่งที่จี้หลิงต้องการคือการออกไปจากสถานการณ์เช่นนี้ถึงจะมีวิธีที่จะออกหลายวิธีแต่วิธีนี้น่าจะปลอดภัยมากที่สุดแถมยังต่อหน้าของความมืดตะวันออกแล้วละก็ไม่สามารถบิดพริ้วได้แน่นอน

 

                จี้หลิงตั้งกฎขอแรกเสร็จและก็มองไปยังเน็ทที่กลังจ้องฝ่ายตรงข้ามด้วยสายตาที่นิ่งเฉยราวกับไม่หวั่นเกรงใดๆ

 

 

                “งั้นของผมขอเป็น...”

 

               

 

ตอนหน้าเป็นตอนสุดท้ายของ Part I แล้วนะครับ ขอขอบคุณที่ติดตามมาจนถึงปัจจุบันนะครับ ฮ่าๆๆ (ปาดเหงื่อ)

 

ปล.1 ยอมรับว่างานไม่ค่อยเดินครับ 555

ปล.2 จะหยุดเขียนราวๆ ช่วงสอบมิดเทอม ไฟนอล และช่วงฝึกงานครับ แล้วจะบอกรายละเอียดอีกทีนะครับ

 

 




NEKOPOST.NET