Tales Of Holy Flag ตอนที่ 15 | Nekopost.net 
NEKOPOST
การแสดงผล

Tales Of Holy Flag

Ch.15 - ตอนที่ 15 [Royal Suit] องค์กรราชวงศ์หน้าไพ่


 

“เอาหล่ะเรามาเจรจากันดีกว่า...พ่องูเหลือม”

 

รอยยิ้มที่ไม่อาจปกปิดได้ของแทงเกอร์นั้นทำให้ผู้ที่อยู่ในลูกแก้วนั้นถูกใจเป็นอย่างมาก

 

“ฮ่าๆ เอาซิไหนๆวันนี้ก็เวรข้าอยู่แล้วจะรับฟังหน่อยก็แล้วกัน” คราวนี้เสียงของชายวัยกลางคนดังขึ้นมาเพียงเสียงเดียว

 

ทันใดนั้นลมก็พัดมาจากทางใดทางหนึ่งอย่างรุนแรงแต่นั้นไม่สำคัญ ในตอนนี้ลมไร้ทิศทางที่พัดมานั้นพลันไปพัดผ้าที่คลุมลูกแก้วยาซากะนิปลิวออกไป ปรากฎเป็นลูกแก้วยาซากะนิที่ออกสีแดงก่ำราวกับสีของเลือดที่น่าสะอึดสะเอียนรอยร้าวของลูกแก้วนั้นเริ่มใกล้ถึงขีดสุดจวนจะแตกอยู่รอมร่อ

 

“พอดีเพื่อนของชั้นมีข้อเสนอที่ไม่อาจปฏิเสธได้มาหน่ะ” เอ็ดเวิดกล่าวคำพูดที่เหมือนหัวหน้าแกงค์ในนิยายออกมาทั้งรอยยิ้มจากนั้นก็เว้นวรรคพร้อมสูดหายใจเข้า

 

“เนื่องจากพ่องูนั้นเป็นถึงความมืดแดนตะวันออกใช่ไหมละหากออกมาจากลูกแก้วแล้วก็จำเป็นต้องอยู่ดูแลนรกตะวันออกแทนเจ้าพวก 7 บาปในตอนนี้ใช่ไหมละ นั้นแหละประเดน..” เอ็ดกล่าวออกมาด้วยท่าทีที่มั่นใจด้วยท่าทีนั้นทำให้ทุกคนถึงกับไปไม่เป็นกันเลยทีเดียวแต่ดูเหมือนยามาตะโนะโอโรจิจะเข้าใจสิ่งที่ชายหนุ่มอยากสื่อมากที่สุด

 

“หึหึ แปลกประหลาดดีผู้กล้า ข้าว่าเพื่อนพ้องของเจ้าคงรู้อะไรหลายๆอย่างเกี่ยวกับข้ามากเลยหน่ะซิ” ความมืดกล่าวกลับมาด้วยน้ำเสียงที่สงบกว่าปกติ

 

“ก็นะ...เขายังบอกมาอีกว่าวันนี้เป็นตัวตนที่ 7 ถูกไหมท่านความมืดตะวันออก”

 

เมื่อได้ยินแสงก็แดงวาบจากลูกแก้วยาซากะนิเหมือนกับเป็นการตอบรับด้วยความชอบใจ

 

“น่ายินดี น่ายินดี ที่มีคนยังล้วงรู้ถึงตัวข้า” เสียงที่ถูกกล่าวออกมาจากลูกแก้วนั้นดูชื่นชมเพื่อนของชายผู้เจรจาเป็นอย่างมาก

 

ตัวตนแห่งความมืดของตะวันออกนั้นมีเพียง 1 แต่แบ่งได้เป็น 9 เป็นสิ่งที่ถูกจารึกไว้ในคัมภีร์โบราณแต่ก็ไม่มีใครที่สามารถถอดความหมายของมันออกมาได้แม้แต่คนเดียว

 

1 คือ 9 หรือไม่ก็ 9 เป็น 1 ความสามารถของยามาตะโนะโอโรจิอสรพิษแปดเศียรนั้นตามตำนานได้กล่าวไว้ว่า สามเศียรแกร่งยามค่ำ ปฐพี วารี จันทรา อีกสามนั้นแกร่งรุ่งส่าง วายุ อัคคี สุริยัน สองสุดท้าย สลายมนตรา ทะลายศาสตรา หนึ่งมิปรากฏ กลืนกินความมืดมิดดิ่งลึกลงห้วงนิทรา

 

ไม่ว่าจะตำราที่ถูกเขียนมาใหม่กี่เล่มต่อกี่เล่มก็บันทึกไว้ว่ายามาตะโนะโอโรจินั้นมี 8 เศียรหากแต่ในบทกวีในคัมภีร์โบราณนั้นกล่าวว่ายามาตะโนะโอโรจินั้นมีเศียรเป็น 9 เศียรเพียงแต่เศียรสุดท้ายที่ว่านั้นไม่ได้ปรากฏให้ผู้ใดได้เห็น กวีบทนี้ได้ถูกตีไปในหลายๆความหมายแตกต่างกันแต่ก็มีชายคนหนึ่งที่ได้ตีความไว้ว่า

 

เศียรสุดท้ายคือ เศียร 8 เศียรรวมเป็น 1 และนั้นคือเศียรที่ 9...

 

แต่ก็ไม่มีใครสามารถพิสูจน์ความจริงนี้ได้

 

“ก็นะ...ได้ข่าวว่าดื่มเหล้าแล้วหลับยาวเลยหล่ะซิ” เอ็ดกล่าวขึ้นมา

 

“ฮ่าๆๆ นั้นไม่ใช่ข้าหรอก นั้นคือพี่ 4 ต่างหาก จริงอย่างที่เจ้าพูดมาข้าคือตัวตนที่ 7 พี่น้องของข้าต่างยกย่องให้เป็นตัวตนที่เอาแต่ใจมากที่สุดก็ว่าได้...” เสียงที่กล่าวออกมานั้นตลกผสมความเป็นกันเองแต่กลับแฝงไปด้วยความกดดัน

 

“เอาหล่ะ พ่องูจะว่ายังไงหล่ะหากไม่รับก็อยู่เพื่อปกครองนรกต่อไป...” เหมือนคำขู่ของลูกแกะน้อยที่กำลังขู่ราชสีห์ ไม่ซิถือว่าเป็นการเสนอทางออกใหม่ให้กับอสรพิษแปดเศียรได้อย่างดีและยังเลือกได้ถูกเวลา ถูกตัวตนเสียด้วย

 

“ข้อแลกเปลี่ยนหล่ะ ผู้กล้า...” ทุกคนที่ยามาตะโนะโอโรจินั้นกล่าวขึ้นมาว่า ผู้กล้า นั้นทำเอาผู้ที่เหลืออยู่ทั้งพรรคพวกของเขาและชายชราที่ไม่สามารถขยับได้เริ่มที่จะเอะใจในตัวตนของเอ็ดที่ละเล็กทีละน้อย

 

“หืม...เพื่อนชั้นบอกมาว่าห้ามกลับร่างเดิมเป็นอันขาดเพราะตอนนี้เราอยู่ใต้เมือง Isumo หากเฮียกลายร่างแล้วก็ถล่มหมดหน่ะซิ ข้อที่สองเอาเป็นว่าถ้าพ่องูเหลือมออกมาได้แล้วต้องมาอยู่ในนี้แทน...” เอ็ดพูดด้วยน้ำเสียงกวนๆแล้วหยิบแหวนวงหนึ่งขึ้นมาให้ดูเป็นแหวนที่ราบเรียบไร้การตกแต่งอย่างใดแต่ทว่ายามาตะโนะโอริจินั้นรู้สึกได้ถึงความพิเศษบางอย่างของมัน

 

“ข้อสุดท้าย...” ก่อนที่เอ็ดเวิดจะพูดจบก็มีเสียงที่นิ่งๆขัดขึ้นมาก่อน...

 

“เอาหล่ะขอรับ ฝ่ายนั้นมีข้อเสนอฝ่ายผมก็มีเหมือนกันนั้นแหละขอรับ”

 

เสียงดังออกมาจากข้างๆเอ็ดเวิด ชายหนุ่มในชุดจอมยุทธ์จู่ๆก็ปรากฎกายขึ้นมาทำเอาแทงค์เกอร์นั้นถึงกับกระโดดถอยหลังกลับไปตั้งหลักเลยทีเดียว เอ็ดหรี่ตาลงจ้องผู้มาใหม่ในชุดจอมยุทธที่จู่ๆก็ปรากฏกายขึ้นมา

 

หากเมื่อครู่นี้เป็นการลอบสังหารละก็...เราคงตายไปแล้ว

 

ชุดจอมยุทธ์สีดำขอบสีทองซึ่งตรงข้ามกับจุดขายของเหล่า Holy Flag ก็คือสีขาวสีทอง ใบหน้างดงามราวกับเทพบุตรผมเปียยาวไปข้างหลังในมือถือมีดเล่มหนึ่งที่มีความยาวประมาณสองฟุตได้ ใบหน้าที่ยิ้มแย้มนั้นไม่ได้มองมายังพวกเอ็ดเวิดเลยราวกับพวกเขานั้นไม่ได้อยู่ตรงที่แห่งนี้เสียทีเดียว

 

“โฮ่...เป็นเจ้านี้เองข้าก็กำลังคิดอยู่เลยว่าใครกำลังเดินเข้ามา ลบจิตสังหารให้กลืนไปกับธรรมชาติได้นี้ข้าขอชมเลยทีเดียว” ยามาตะโนะโอโรจิถึงกับเอ่ยชมความสามารถของผู้มาใหม่

 

“มิได้ขอรับ หากท่านนั้นจะฟังข้อเสนอของข้าน้อยด้วยข้าน้อยจักรู้สึกซาบซึ้งบุญคุณยิ่งนัก” ราวกับเป็นปรมาจารย์ด้านการเจรจาหว่านล้อม ลูกแก้วยาซากะนิส่องแสงสีแดงเบาๆราวกับตอบรับสิ่งที่ชายหนุ่มพูดออกมา

 

“เอาซิ...ข้าอยากลองฟังสิ่งที่เจ้าเสนอเช่นเดียวกัน”

 

เป็นดั่งประกาศิตไม่มีใครที่จะคัดค้านการตัดสินใจของความมืด ไม่มีใครกล้าเอ่ยอะไรขึ้นมาแม้แต่เอ็ดเวิดเอง...

 

“ขอแนะนำตัวนะขอรับ ข้าน้อยมีนามว่า ต้วน จี้หลิง มาจากองค์กรราชวงศ์หน้าไพ่ ขอรับ หากสงสัยข้าน้อยที่กล่าวข้อเสนอให้ท่านนั้นเป็นการลวงนั้น ขอให้ท่านโปรดสังหารข้าน้อยลงเสีย” เมื่อแนะนำตัวเสร็จเขาก็ก้มหัวลงแล้วหยุดพูดไปสักพักแล้วก็เริ่มเข้าเรื่องทันที

 

“ข้าน้อยนั้นปรารถนาให้ท่านนั้นทำลาย Isumo ลงเสียแล้วข้านั้นจะเป็นร่างทรงให้ท่านได้อาศัยเอง” หลังจบคำบอกกล่าวเอ็ดเวิดถึงกับขมวดคิ้วขึ้น

 

หากทางนั้นรับข้อเสนอนี้จริงๆ ฝ่ายเขาเองที่จะลำบาก หากจะสู้แตกหักเขาก็ยังไม่รู้อีกว่าฝ่ายนั้นมีแผนการอะไรเตรียมไว้อีกหรือไม่ หากได้ยามาตะโนะโอโรจิมาอยู่ในมือจริงถือได้ว่าเป็นมหาภัยร้ายเลยที่เดียว จากการที่ต้วน จี้ หลิง ได้บอกมาแปลว่าเขานั้นเป็นคนที่ทำสัญญาที่เท่าเทียมกับเหล่า 7 บาป หรือไม่ก็เป็นคนตัดสินใจที่ให้ชายชรานั้นทำสัญญา...

 

หัวหน้างั้นหรอ...

 

“ผมขอยืนยันว่าหากท่านได้มาเข้าร่วมกับเราแล้วท่านจะได้ทุกสิ่งที่ต้องการ ขอสาบานด้วยราชาโพธิ์ดำเลยขอรับ” จี้หลิงตอบกลับมาแบบนิ่งๆแต่กลับทำให้เอ็ดนั้นรู้สึกกดดันเป็นอย่างมาก...

 

“หึ ราชาโพธิ์ดำงั้นหรือ” ยามาตะโนะโอโระจิเกิดสังสัยในคำพูดของชายผู้นี้ขึ้นมาจึงพูดออกไป ราวกับรู้ความต้องการของราชาแห่งงู จี้หลิงก็โค้งให้พร้อมกับเอ่ยปากพูดออกมา

 

“เป็นชื่อเฉพาะองค์กรของเราขอรับ องค์กรเรานั้นจะแบ่งลำดับขั้นตามสัญลักษณ์ขอรับ กระผมคือราชาโพธิ์ดำหรือก็คือผู้ที่ตัดสินการดำเนินการในเรื่องการสงครามได้อย่างอิสระครับ ส่วนด้านอื่นๆนั้นจะเป็นของราชาแต่ละคนไปขอรับ”

 

จี้หลิงพูดขึ้นมาโดยไม่ปิดบังเพราะถึงจะปิดไปพวกที่อยู่ตรงนี้ก็ล่วงรู้อยู่ดีสักวันหนึ่ง เขาเลยชิงตัวประกาศออกไปก่อน

 

“และองค์กรเรานั้นกระจายตัวอยู่ทั่วทุกมุมโลกคงเป็นการยากที่จะเล็ดลอดสายตาของข้าน้อยไปได้นะขอรับ” เมื่อกล่าวจบเขาก็เหล่ตายสายมองที่เอ็ดโดนทันใด

 

“หึหึ น่าสนใจดี” การแบ่งการปกครองแบบเผด็จการเช่นนี้นั้นทำให้ราชาอสรพิษถึงกับชอบใจในความเด็ดขาดของเขาเลยทีเดียว

 

แทงค์เกอร์แห่ง Holy Flag นั้นถึงไม่ได้มีมันสมองที่สามารถวิเคราะห์หรือจำลองสถานการณ์ล่วงหน้าได้อย่างใครบางคนในกลุ่มหากแต่เขานั้นก็นับได้ว่าฉลาดไม่น้อย...

 

การศึกที่รู้อยู่แล้วว่าแพ้...ทำไปก็ไร้ความหมาย...

 

พรึบ...

 

โยนให้คนอื่นทำไปซิ... ช่างตีเหล็กหน่ะไม่จำเป็นต้องคิดอะไรมากหรอกครับ

 

คำๆนั้น...คำที่ออกมาจากปากของชายหนุ่มคนหนึ่งขณะที่ได้ร่วมผจญภัยด้วยกัน ชายผู้มีดวงตาสีม่วงที่น่าหลงใหล

 

เอ็ดลืมตาขึ้นมาสายตาของเอ็ดนั้นจ้องไปข้างหน้าอย่างไม่กลัวเกรง แต่จู่ๆสายตาเขาก็เบิกกว้างขึ้นมาทัศนวิสัยของเขานั้นในตอนนี้ปรากฏคนผู้หนึ่งที่กำลังนั่งข้างๆลูกแก้วยาซากะนิพร้อมกับเท้าคางฟังสิ่งที่คุยกันอยู่ ไม่นานนักรอยยิ้มเขาก็เบิกกว้างขึ้นมา...

 

“หืม...เป็นอย่างนี้เองซินะครับ”

 

!!!

 

“เจ้า!!!”

 

ราวกับภูตผีกระทั่งแม้ราชาอสรพิษยังคาดไม่ถึงกับการปรากฏตัวของชายชุดขาวข้างๆเขาจึงเผลอตะโกนออกมา ชายหนุ่มในลุคโทนขาวทั้งตัวกำลังนั่งขัดสมาธิและเอามือเท้าคางอยู่ข้างๆลูกแก้วยาซากะนิโดยที่ไม่มีใครสังเกต...

 

อยู่ๆเขาก็ปรากฏตัวจากความว่างเปล่า...

 

สายตาทุกคู่จับจ้องมายังชายหนุ่มผมสีขาวผู้ซึ่งปรากฏตัวราวกับภูตผี การปรากฏตัวของเขานั้นทำให้สถานการณ์การเจรจาเมื่อครู่นี้นั้นหยุดลง เอ็ดเวิดได้แต่ถอนหายใจและยิ้มขึ้นมา รู้ได้เลยว่าเขาต้องวางแผนอะไรไว้แน่ๆ แต่กลีบกันอีกฝ่ายหนึ่ง จี้หลิงนั้นจู่ๆเหงื่อกาฬก็ไหลลงมาจากข้างศีรษะ เขารู้สึกได้เลยว่าในตอนนี้การเจรจาที่เป็นผู้คุมสถานการณ์ไว้นั้นตกเป็นรองโดยในทันตาเพียงแค่การปรากฏตัวของคนผู้นี้...

 

เน็ทหันใบหน้าที่ยิ้มแย้มชวนหลงใหลไปทางจอมยุทธในชุดดำแล้วโค้งให้เบาๆจากนั้นก็หันมามองลูกแก้วข้างๆของเขา

 

“เอาละครับคุณยามาตะโนะโอโรจิ ถึงคุณจะมีตัวเลือกเพิ่มแต่ผมก็คิดว่าทางผมนั้นดูมีภาษีกว่านะครับ” เมื่อพูดจบเน็ทก็ยังไม่เปิดโอกาสให้ใครพูดต่อ เขาล่วงเข้าไปในกระเป๋าและพูดว่า

 

“น่ายินดีจริงๆนะครับ ไม่นึกว่าหัวหน้าของฝ่ายนั้นถึงกับปรากฏตัวออกมาเอง...ไม่ซิ ที่จริงก็ไม่อยากใช่ไหมครับ ถ้าผมกับทามิกะไม่ได้อยู่ที่เมืองนี้ละคงไม่ปรากฏตัวแล้วคงปล่อยให้คุณยามาตะโนะโอโรจิคืนร่างจนทำลายเมือง Isumo จนสิ้นซากโดยไม่ตั้งใจแล้วซินะครับ” เน็ทพูดออกไปราวกับเป็นเรื่องปกติ รอยยิ้มที่ประดับอยู่บนใบหน้าของจี้หลิงนั้นกลับอันตรธานหายไปเหลือแค่เพียงความสงบนิ่งราวกับทะเลที่สงบก่อนที่จะเกิดพายุอันโหดร้ายขึ้น

 

“ไม่เปลี่ยนไปเลยนะขอรับ ขนาดนี้แล้วยังทำลายแผนของข้าน้อยได้ถึง 2 ครั้ง 2 ครา” จี้หลิงกวาสายตามองไปยังเน็ทที่กำลังจ้องมาจากข้างบน ราวกับบรรยากาศที่มีอยู่เมื่อครู่นั้นกลับทวีแรงกดดันขึ้นไปอีกเท่าตัว ชายชราเห็นท่าไม่ดีจึงกลังจะทำอะไรบางอย่างแต่...

 

“อย่าขยับดีกว่านะครับ ผมขอบอกเลยว่าผมไม่เหมือนเมื่อก่อนแล้วนะครับ ความใจดีบางทีก็กลายเป็นหนทางสู่ความผิดพลาด...เคยได้ยินไหมครับ” เน็ทกล่าวเบาๆแต่ทุกคนกลับได้ยินคำนี้ชัดเจน ขนที่เรียบแผ่ของชายชรากลับลุกซู่ขึ้นมาโดยทันใดและก็รวมไปถึงคนอื่นๆด้วยเช่นกัน ไม่ใช่คำพูดอย่างเดียวที่ถูกเปล่งออกมาแต่มีจิตสังหารระเบิดออกมาราวกับเขื่อนแตกขณะที่เน็ทพูดจบ

 

ทุกๆคนต่างยืนนิ่งแม้กระทั่งเพื่อนสนิทของเขา เหงื่อกาฬเริ่มไหลออกมา ความรู้สึกในตอนนี้ราวกับเผชิญหน้าอยู่กับเจ้านรกที่เขาเคยได้ประมือด้วย...

 

บาปแห่งความขี้เกียจ เบลเฟกอล...

 

ราวกับถูกตรึงไว้อยู่กับที่แต่คราวนี้มันไม่ใช่เวทย์มนต์ดังของเจ้านรกแห่งความขี้เกียจมันเหมือนกับจิตสังหารที่ไหลออกมาของเจ้านรกแห่งความริษยา

 

เฮ้อ...

 

ไม่นานนักเน็ทก็ถอนหายใจ แล้วหันไปมองลูกแก้วยาซากะนิ...ไม่ซิ สิ่งที่อยู่ภายในนั้นต่างหาก ไม่รอช้าเน็ทก็ยิ้มขึ้นมาแล้วพูดกับลูกแก้วนั้นด้วยท่าทีที่อ่อนลง

 

“ถ้าคุณยังดึงดันจะเข้าฝ่ายนั้นแล้วหล่ะก็ผมก็มีข้อเสนอเพิ่มครับ” เน็ทล้วงสิ่งที่อยู่ในกระเป๋าเวทย์ขึ้นมาเป็นสิ่งที่ต่อให้มันสิ้นวิญญาณยามาตะโนะโอโรจิก็จดจำไม่เคยลืม...

 

สกอเวทย์สีขาวถูกเน็ทหยิบออกมาโชว์ให้ทุกคนดู เขาดึงเชือกสีทองที่มัดสกอเวทย์นั้นไว้และโยนขึ้นไปในอากาศสกอเวทย์มนต์ถูกเผาไหม้โดยการถูกใช้งาน เมื่อมันถูกเผ่าไหม้จนหมดก็เกิดแสงดวงเล็กๆลอยขึ้นมาล้อมรอบตัวเขาราวกับดวงดาวยามค่ำคืน พริบตานั้นเองแสงดวงเล็กนั้นมารวมอยู่ที่มือของชายหนุ่มพร้อมกับก่อตัวเป็นรูปร่างขึ้นมา...

 

“หือ...นั้นมัน!!!” ยามาตะโนะโอโรจิเมื่อเห็นของที่เน็ทถืออยู่นั้นถึงกับเปล่งคลื่นพลังออกมา จิตสังหารที่มีความรุนแรงไม่แพ้ชายหนุ่มผมสีขาวนั้นได้ทำให้มิโกะบางคนถึงกับสลบล้มพับลงไปแล้วในตอนนี้เหลือเพียงแค่ เน็ท ทามิกะ และ จี้หลิง ที่ดูปกติอยู่ ส่วนเบียคุเร็นกับชายชรานั้นเริ่มหน้าซีดขึ้นเรื่อยๆราวกับจะสลบลงไปทุกเมื่อ ถึงจิตสังหารจะแรงหรือมากกว่าเขาอย่างไรแต่เน็ทก็ทำเป็นเฉยกับมันจากนั้นก็กล่าวออกมาต่อด้วยสีหน้าที่ยิ้มแย้ม...

 

“ครับ...ศิลานักปราช : ประเภทบิดเบือนมิติครับ” ถึงใหน้าจะเปื้อนยิ้มแต่น้ำเสียงนั้นกลีบเยือกเย็นราวกับจะแช่งแข็งงูในลูกแก้วให้อยู่ในนั้นตลอดกาล สิ่งที่กล่าวออกมานั้นไม่ใช่เพียงแต่พวกของเขาที่ตกใจแต่รวมไปถึงชายทั้งสองคนในองค์กรราชวงศ์หน้าไพ่ด้วย

 

ศิลานักปราช หินเวทย์มนต์ที่หาได้น้อยนิดในโลกนี้ เปอร์เซ็นที่จะหาเจอนั้นราวกับเอาบวงไปจับปลาในมหาสมุทรทั้งโลก บ่วงกลมๆขนาดกลางๆหากปลาเล็กไปก็ว่ายลอด หากปลาใหญ่ไปก็จับไม่ได้ มันจึงเป็นไอเทมที่ถูกจัดจำแนกเป็นพิเศษอยู่ใน ระดับ X ซี่รี่ หรือก็คือ เป็นไอเทมที่อยู่นอกเหนือจิตสำนึกของมนุษย์ ปีศาจ และ เหล่าเทพ

 

ความสามารถออลริจินัลของมันก็คือ เพิ่มพลังเวทย์มนต์โดยการแลกเปลี่ยนที่เท่าเทียมแต่ก็เป็นเพียงความสามารถพื้นฐานเท่านั้น ในความจริงแล้วศิลานักปราชแต่ละชิ้นนั้นจะมีสิ่งที่คล้ายกับผู้ประเมินราคาอยู่ภายใน

 

ผู้ประเมินราคามีหน้าที่การประเมินคำขอร้องเป็นราคาที่ต้องจ่ายของผู้ครอบครองต่อการใช้หนึ่งครั้ง...

 

ในกรณีของเน็ทนั้นคือ ศิลานักปราช : ประเภทบิดเบือนมิติ ศิลาชนิดนี้นั้นมีสิ่งแลกเปลี่ยนสิ่งเดียวคือ ร่างกายของมนุษย์ผู้ครอบครอง แต่ละความปรารถนาผู้ครอบครองต้องการจะต้องแลกเปลี่ยนกับร่างกายทีละส่วนๆจากนั้นก็จะเป็นประสาทสัมผัสทั้ง 5 และเป็นความว่างเปล่าในที่สุด

 

จากรายงานที่เขียนไว้ในอดีตได้บันทึกว่าเป็นศิลานักปราชที่อันตรายมากที่สุดในซีรี่ของศิลานักปราชทั้งหมด

 

เน็ทยิ้มออกมาและพูดในสิ่งที่ยามาตะโนะโอริจินั้นอยากจะถามเขาออกมา

 

“แค่เสียแขนไปซีกข้างหรือดวงตาอีกสักดวงหากทำให้คุณหายไปจากมิตินี้ผมก็จะทำนั้นแหละครับ ว่าไงหล่ะครับท่านราชาอสรพิษ อ้ะ ขอบอกก่อนนะว่าคำสาปของท่านไม่มีผลกับผมหรอกครับ” เน็ทกล่าวนิ่งๆพร้อมกับรอยยิ้มในยามปกติของเขาเมื่อได้ยินเช่นนั้นราชาอสรพิษก็หัวเราะออกมาด้วยท่าทีที่เจอเรื่องสนุก...

 

หึ...

 

หึหึ...

 

ฮ่าฮ่าฮ่า

 

ฮ่าฮ่าฮ่าฮ่า

 

เสียงหัวเราะของราชาอสรพิษดังขึ้นมาอย่างอดไม่ได้ หลายพันปีผ่านมาเขาได้แต่จ้องมองมวลมนุษย์ผ่านความมืดและเหล่าสมุนอสรพิษของเขา ความดีใจ ความเศร้าโศกเสียใจ ความตื่นเต้น ความสนุกสนาน ความรู้สึกต่างๆที่เขาไม่ได้พบเจอมานานนั้นก็ลังถูกรื้อฟื้นขึ้นมาโดยชายเพียงคนเดียวที่เขาพึ่งจะพบตัวจริงได้ไม่ถึง 10 นาที...

 

“หึหึ...ผู้กล้าจอมเวทย์เจ้านี้มันหยั่งกะปีศาจมารร้ายจริงๆ”




NEKOPOST.NET