Tales Of Holy Flag ตอนที่ 1 | Nekopost.net 
NEKOPOST
การแสดงผล

Tales Of Holy Flag

Ch.1 - ตอนที่1 [One to anorther] จากหนึ่งไปสู่อีกหนึ่ง


หนึ่งเรื่องราวจบลงอีกหนึ่งเรื่องราวเริ่มสานต่อ ถ้าจะพูดว่าคลื่นลูกใหม่ไฟแรงก็เป็นได้ แต่ว่านานๆทีได้เปรียบเทียบกับทะเลแฮะ... อ่อ ขอโทษครับ เล่าต่อซินะ อืมๆ

 

 

RockEarth ดินแดนแห่งยักษา...เป็นเพียงแค่อดีตไปแล้ว

 

 

ตั้งแต่เหล่า Holy Flag ได้เผชิญหน้าท้าทายพลังอำนาจแห่งพญามาร...

 

 

Atlas เจ้าแห่งยักษาอดีตผู้รับใช้พระเจ้าได้หลงในพลังอำนาจจนถูกพลังแห่งบาปควบคุมจิตใจโดยวางแผ่นจะล้างเผ่าพันธุ์มนุษย์และนำดวงวิญาณกลับสู้ผืนดินเพื่อเป็นสารอาหารสำหรับ [ต้นไม้โลก] ให้เจริญเติบโตและออกผลออกมา

 

 

[ผลแห่งต้นไม้โลก] ว่ากันว่ามีพลังที่จะสามารถสร้างโลกในมิติใหม่ได้ แต่มันก็เป็นตำนานที่พญายักษาอยากพิสูจน์

 

 

กลุ่มผู้กล้า Holy Flag ธงสีขาวบริสุทธิ์ประดับไปด้วยลายสัญลักษณ์ต่างๆของแต่ละคน 6 ลาย....

 

 

ตราดาบชี้ลงยังพื้นดินที่มีลวดลายประณีต           ดาบประกายแสงแห่งอัคคี           ยู

 

 

ตราสายน้ำที่ไหลขึ้นไปยังนภา                           มหาเวทย์นที ราชินีวารี            เฟริส

 

 

ตราแสงที่ถูกโอบอุ้มด้วยพฤษา                          ผู้โอบอุ้มแสงแห่งพระเจ้า         เอลิเซีย

 

 

ตราคันธนูสีทองที่ลอยอยู่ตรงกลาง                     คันฉ่องล่องนภา                      บารอก

 

 

ตราวงกลมอันใหญ่ดังกำแพงสีชาติอันยิ่งใหญ่      กำแพงเพลิงทศทิศ               เอ็ดเวิด

 

 

ตราวงเวทย์สี่ชั้น                                                 จอมเวทย์ลึกลับ                     เน็ท

 

 

 

สงครามจบลง Holy Flag ได้ชัยชนะเหนือ Atlas หากแต่ก็เกิดการสูญเสียที่แทบที่จะไม่สามารถรับได้เช่นเดียวกัน [คันฉ่องล่องนภา บารอก เสียชีวิต] [กำแพงเพลงทศทิศ เอ็ดเวิด เสียแขนไปหนึ่งข้าง] [ผู้โอบอุ้มแสงแห่งพระเจ้า สละชีวิตตัวเองใช้ผนึกเจ้าแห่งยักษาไว้] และสุดท้าย [จอมเวทย์ลึกลับ เน็ท ใช้พลังเวทย์จนแกนกลางเวทย์มนต์พังทลาย] จึงไม่สามารถใช้เวทย์ต่อไปได่อีก แต่ทั้งหมดนี้ก็แลกกับความสงบสุขของบ้านเมือง...

 

 

จริงๆงั้นหรือ

 

 

 

“ยักษ์ Atlas [ถูกผนึก] ลงแล้ว” เสียงของชายที่ยืนกอดอกพิงข้างหลังเสาของห้องประชุมพูดออกมาด้วยน้ำเสียงที่สงบ

 

 

“ดีแล้ว พวก Holy Flag นี่เอาจริงๆแล้วก็มีประโยชน์เหมือนกันนะ ถึงจะไม่เคลื่อนไหวอะไรมากสองปีแล้วก็เถอะ” ชายหนึ่งใน 5 ผู้นั่งล้อมรอบโต๊ะกลมสีน้ำตาลที่ถูกกลบไปด้วยแผนที่ของโลกนี้จนไม่สามารถเห็นเนื้อไม้ได้แม้แต่คีบเดียว

 

 

“คิๆก็ดีแล้วไม่ใช่เหรอ ตายสอง พิการหนึ่ง และเป็นจอมเวทย์ที่ใช้พลังเวทย์ไม่ได้อีกหนึ่ง ตัดจากหกเหลือเพียงสองพวกเราก็สบายขึ้นมากแล้ว” หญิงสาวในชุดคลุมกล่าวออกมาด้วยท่าทีระรื่น มิได้รู้สึกใดๆกับคำพูดที่กล่าวออกมาแม้แต่น้อย

 

 

“เราต้องรีบดำเนินการทันที ข้าเสียเวลามากกว่านี้ไม่ได้แล้ว” ชายชรากล่าวขึ้นมาขณะที่ถือลูกแก้วสีแดงที่มีควันสีดำบางอย่างลอยอยู่ภายในราวกับมันกำลังจะหาทางปะทุสิ่งที่ผนึกมันไว้ออกมา

 

 

“อย่าใจร้อนท่าน ข้าว่าเราต้องจัดแจงอะไรอีกนิดหน่อยขอรับ” เสียงคนสุดท้ายในห้องที่เอาแต่นั่งยิ้มกล่าวขึ้นมาพร้อมกับวางมีดเล่มหนึ่งไว้บนโต๊ะ

 

“นี่มัน...” กลับเป็นคนที่ยืนพิงกำแพงอยู่ตกใจกับสิ่งที่เห็น บรรยากาศแปลกๆที่แผ่ออกมาจากตัวดาบทำให้เขาเหงื่อตกได้โดยยังมิได้สัมผัส

 

 

“อืม หนึ่งในสองดาบยุทธภัณฑ์สวรรค์ตะวันออก [คุซานางิ]” ชายชรากล่าวขึ้นมาพร้อมกับรอยยิ้มที่น่าเกลียดที่มุมปาก

 

 

“เอาจริงงั้นเหรอ ไอ้งูนั้นหน่ะ...ภัยพิบัติเลยนะ” เสียงใสๆในชุดคลุมกล่าวออกมาด้วยความลังเล

 

 

“ด้วยสิ่งนี่น่าจะลดกำลังฝ่าย Isumo ไม่มากก็น้อยหล่ะนะขอรับ” ชายผู้วางดาบพูดออกมาด้วยรอยยิ้มที่ประดับบนหน้ายังคงเดิมและเก็บดาบลง

 

 

 

ณ ดินแดน Isumo ทางตะวันออกเฉียงใต้ของ Rock Earth

 

 

“หืมม ถึงสักทีดินแดนนักรบตะวันออก Isumo” ชายในชุดคลุมสีขาวเงยหน้ามองประตูทางเข้าเมืองด้วยสายตาที่จดจ่อกับความงดงาม

 

 

Isumo เป็นเมืองที่ตั้งอยู่ท่ามกลางธรรมชาติ ประดับประดาไปด้วยสิ่งก็สร้างที่เป็นไม้ ดูแล้วกลมกลืนกับธรรมชาติเป็นอย่างมากจุดสูงสุดของเมืองคือ [หอสังเกตการณ์หลัก] เป็นที่พำนักของราชาประเทศนี้ ว่ากันว่า 1 ปีถึงจะออกมาภายนอกสักครั้งหนึ่ง แต่ทว่าอย่าประมาทปีศาจที่รายล้อมเมืองนี้นั้นมีแต่ปีศาจระดับสูงทั้งนั้น สามารถฆ่าชาวบ้านได้ในการโจมตีเพียงครั้งเดียว

 

 

ภายในเมืองนั้นเต็มไปด้วยเหล่าผู้คนประมาณ 40 % ที่เหลือจะเป็นเผ่าอื่นๆ เช่นพวก บีส ฮาฟบีส แวมไพร์ เป็นต้น แต่ทุกคนก็สามารถอยู่ได้อย่างสงบสุข ตลาดเต็มไปด้วยพ่อค้าและแม่ค้าจากประเทศต่างๆ มีธนาคารไว้เก็บรักษาสิ่งของและเงินตรา นับได้ว่าเป็นเมืองที่เจริญรุ่งเรืองทางด้านอารยธรรมมากที่สุด ยกเว้นเพียงแต่...

 

 

“เฮ้ย ไอหน้าใหม่”

 

 

คนนอก...

 

 

เสียงตะโกนดังขึ้นมาด้านหลังของชายในชุดคลุมสีขาวสะอาดตา แต่เขาก็ไม่ได้สนใจสิ่งใดเดินต่อไปเรื่อยๆ

 

 

“เฮ้ย ไอ้ผ้าคลุมขาวแกเมินข้างั้นหรอ” เสียงตะโกนดังขึ้นมาจนชายในผ้าคลุมหันหลังกลับมา พบว่าผู้ที่เรียกเขาคือ ชายตัวเตี้ยที่อยู่ท่ามกลางอัศวินของประเทศทางตอนใต้ทุกคน

 

 

“เออ...มีอะไรงั้นหรอครับ” ชายในผ้าคลุมกล่าวออกมาเบาๆส่วนอีกมือก็ลังล้วงมือเข้าไปหยิบอะไรบางอย่างในกระเป๋าพาดข้าง

 

 

“หึ ข้าพึ่งเคยเห็นแกมาเมืองนี้ครั้งแรก ข้าเลยจะแนะนำอะไรให้หน่อยหน่ะ แต่ต้องมีค่าแรงให้ด้วนนะเฟ้ย ฮ่าๆๆ”

 

 

เหมือนพวกตัวร้ายเกรด D เลยแหะ

 

 

“พวกนายเป็นไกด์แนะนำสถานที่งั้นหรอ?” ชายในผ้าคลุมพูดขึ้นมาต่อพร้อมกับหันไปมองใบหน้าของแต่ละคนที่กำลังล้อมเขาอยู่

 

 

“หึ จะว่าอย่างนั้นข้าก็ไม่ว่าแต่เจ้าต้องจ่ายเงินค่าเข้าเมืองให้ข้า”

 

 

“ขอปฏิเสธครับ...เพราะผมไม่มีเงินเลยหน่ะซิ พึ่งโดนปล้นมาระหว่างเดินทางมาและกำลังจะไปที่สำนักงานกิลล์เพื่อไปรับภารกิจมาทำเพื่อหาเงินใหม่เนี่ย” ชายหนุ่มพูดอย่างเศร้าๆและเซงจนพวกที่ล้อมอยู่เปลี่ยนท่าทีต่อเขา

 

 

“ชิ พวกยาจกงั้นซินะ”

 

 

“เออ ลูกพี่ปล่อยมันไปเถอะ”

 

 

เสียงของอัศวินรอบๆตัวเขาบอกให้กับลูกพี่ตัวเล็กของเขา จนลูกพี่นั้นเซงๆและโบกมือส่งลูกน้องให้ถอยกลับมาและเดินจากไป

 

 

หืม...เป็นพวกมาเฟียที่มีความยุติธรรมดีแหะ

 

 

ชายหนุ่มหันกลับไปมองพวกเขาสักพักและก็เริ่มเดินต่อไปจนถึงสำนักงานกิลล์ ตัวตึกทำมาจากไม้สีขาวทั้งหลังบางส่วนก็มีลายอักขระเวทย์โบราณที่สละไว้รอบๆตัวตึกแลดูขัดกับสภาพบ้านเมืองแห่งนี้มากที่สุด...ไม่ซิต้องเรียกได้ว่าเป็นจุดเด่นเลยหล่ะ

 

 

 

“สวัสดีค่ะ สำนักงานกิลล์ประจำ Isumo มีอะไรให้รับใช้ค่ะ” เสียงของสาวที่มีเขาเป็นแกะดังออกมาเมื่อชายในชุดคลุมเดินไปยังเคาท์เตอร์ที่ว่างอยู่

 

 

“ผมมาสอบถามที่อยู่หน่ะครับ” ชายในชุดคลุมเอ่ยออกมาพร้อมกับหยิบบัตรนักพจญภัยออกมาให้เธอดู

 

 

“รอสักครู่นะค่ะ” สาวแกะก็รับบัตรไปและแตะกับลูกแก้วเวทย์มนต์ที่วางอยู่ข้างๆเธอจากนั้นข้อมูลก็ปรากฏขึ้นมา

 

 

 

 

เนทารอท บริโอ้ ทารซ่า

 

อาชีพ     ผู้ใช้หมัด

 

Rank     D

 

 

 

“ค่ะคุณ เนทารอท อาชีพผู้ใช้หมัด Rank D นะคะ”

 

 

“ครับ”

 

 

“อยากสอบถามที่อยู่ของอะไรค่ะ”

 

 

“ครับ อยากสอบถามที่อยู่ของร้านค้าอาวุธ Red Wall ครับ”

 

 

“อ่อ ค่ะ ร้านค้าอาวุธ Red Wall อยู่แถวๆทางตะวันออกของเมืองค่ะ เมื่อเดินตรงไปคุณจะเห็นเนินเขาที่มีศาลเจ้าสีแดงอยู่ด้านบนค่ะ ร้านค้าอาวุธนี้จะอยู่บริเวณนั้นค่ะ”

 

 

“อ่า ขอบคุณครับ”

 

 

ไม่นานจากนั้นเนทารอทก็เดินออกมาจากสำนักงานกิลล์และมุ่งหน้าไปทางตะวันออก พื้นถนนปูด้วยตัวหนอนหินอ่อนที่ดูแล้วสมมาตรกันทุกตารางนิ้ว สองข้างทางเป็นร้านอาหารต่างๆกับร้านค้าอาวุธแบนด์ดัง มีทั้งระดับธรรมดาจนไปถึงระดับอีปิคที่ต้องใช้ไอเทมระดับสูงในการทำ

 

 

“เน้...ลดให้หน่อยซืชั้นมาซื้อทุกวันเลยนะ” เสียงใสๆดังขึ้นมาข้างๆเนทารอทจึงหันไปมอง ก็พบกับสีขาวแดง...

 

 

หือ...คนทรง(มิโกะ)งั้นหรอ

 

 

 

หญิงสาวผมสีดำปะบ่าถูกรวบไว้อย่างเรียบร้อยในชุดคนทรงกำลังต่อราคากับพ่อค้าผักผลไม้ข้างทางอยู่

 

 

 

“โฮะๆ เรย์โกะจังนี่เคี่ยวจังน้า เอาเป็นว่าลุงแถมให้ดีกว่านะ” พ่อค้าพูดขึ้นมาด้วยสีหน้าที่ยินดีพร้อมกับหยิบลูกแตงโมขึ้นมาและมัดเชือกส่งให้คนทรงเรย์โกะเป็นของแถม หญิงสาวยิ้มๆและโค้งให้พ่อค้าจากนั้นก็เดินจากไป

 

 

 

โฮ่ คนทรงนี้ต่อรองเก่งจังนะ

 

 

 

ผู้คนของเมืองนี้ร่าเริงจนเขาเองยังแปลกใจเพราะตั้งแต่ที่เขาเดินทางไปโซนตะวันออกนั้นไม่ค่อยมีคนที่สามารถคุยแบบเป็นกันเองขนาดนี้ หลังจากนั้นไม่นานเขาก็เดินมาถึงร้านค้าอาวุธ Red Wall เป็นร้านเล็กๆที่อยู่ในช่องแคบระหว่างตึกไม้สูงๆ จากการสอบถามเบื้องต้นแล้วส่วนใหญ่จะไม่ค่อยรู้จักแต่บางคนก็บอกมาว่าร้านนี้เป็นร้านที่เปิดเพียงเดือนละครั้งและรับทำแต่ดาบระดับยูนิคขึ้นไปแต่ราคาว่ากันว่าแพงกว่าที่ดินของขุนนางตำแหน่งสูงของประเทศนี้เสียอีก

 

 

ระดับของอาวุธหรือก็คือพลังที่อยู่ในอาวุธนั้นเอง สามารถแบ่งได้เป็น 7 ระดับ คือ

[ระดับธรรมดา] [ระดับแรร์] [ระดับเวรี่แรร์] [ระดับอีปิค] [ระดับยูนิค] [ระดับแอนเชี่ยน] และ [ระดับก็อด] ซึ่งร้านค้าอาวุธนี้ทำอาวุธระดับยูนิคขึ้นไปจึง...ไม่ค่อยเป็นที่น่าเชื่อถือเท่าไหร่ว่าเป็นความจริง

 

 

ปัจจุบันเหล่านักพจญภัยใช้อาวุธระดับสูงสุดก็คือ ระดับอีปิค เป็นระดับที่มีพลังแฝงอยู่สามชนิดและมีวิญญาณธาตุสิงสถิตอยู่

 

 

ก๊อกๆๆ

 

 

เนทารอทเคาะประตูไม้ที่เก่าโทรมที่เขียนป้านหน้าร้านไว้ว่า “ปิด”

 

 

“โฮ้ยยย มีคนอยู่ไหมครับ”

 

 

 

ชายในชุดคลุมตะโกนเรียกหาเจ้าของร้านและเคาะซ้ำๆด้วยความสนุกราวกับว่าทำเช่นนี้แล้วจะเกิดอะไรดีๆขึ้นสำหรับเขา

 

 

“หยุดได้แล้ว โว้ยยยยย”

 

 

เสียงดังกระหึมออกมาจากภายในร้านหากแต่เป็นเสียงที่เนทารอทได้ยินเพียงคนเดียว รอยยิ้มที่มุมปากกระตุกขึ้นมาพร้อมกับหยิบม้วนกระดาษแผ่นหนึ่งขึ้นมา

 

 

แอ๊ดด....

 

 

เสียงประตูดังขึ้นมาเนทารอทกางม้วนกระดาษอย่างรวดเร็วแล้วก็กล่าวออกมาว่า

 

 

 

[ไฟร์ สเปียร์] !!!

 

 

 

ฟูมมมม!!!!

 

 

 

หอกเพลิงสีแดงก่ำพุ่งออกมาจากม้วนกระดาษแล้วจากนั้นกระดาษแผ่นนั้นก็สลายหายไป เช่นเดียวกับหอกเพลิงที่พุ่งออกมาก็ถูกมือหยาบๆที่ใหญ่กร้านหยุดเอาไว้แล้วก็ถูกบีบขยี้จะสลายหายไป

 

 

“ไม่เปลี่ยนไปเลยนะครับคุณหน่ะ” ฮูดที่คลุมหัวอยู่ถูกเปิดออกด้วยกระแสพลังที่ชายตรงหน้าสลาย[ไฟร์สเปียร์] ไปเมื่อครู่นี้เผยให้เห็นผมสีขาวซีดราวกับหิมะที่กำลังตกลงมาจากฟ้าสีคราม นัยน์ตาสีม่วงอเมทิสจ้องบุรุษตรงหน้าราวกับว่ามองเข้าไปถึงอดีตของเขา

 

 

“เหอะให้ตายเถอะ เกษียรมาสองปีแล้วยังมีอารมณ์มาเล่นอีกนะ เน็ท ไปเจออะไรดีๆมาหล่ะ” ควันจางลงชายตรงหน้าผู้สวมชุดนายช่างยืนเท้าสะเอวด้วยแขนข้างเดียวที่เหลืออยู่ส่วนอีกข้างนั้นว่างเปล่า ผมสีน้พตาลออกไปทางสีแดงเปลวเพลิงทึบนัยน์ตาสีเขม่าขี้เถ้ามองชายผมขาวข้างหน้าของเขาอย่างสนเท่ห์ รอยยิ้มเบิกกว้างขึ้นฉับพลัน

 

 

“ยินดีที่ได้เจอกันอีกครั้งครับ เอ็ดเวิด ไม่ซิ อุเอฮาระ ทามิกะ”

 

 

 

 




NEKOPOST.NET