Jinx Pech ตอนที่ 78 | Nekopost.net 
NEKOPOST
การแสดงผล

Jinx Pech

Ch.78 - Chapter 8 : Synchronicity (การสอดประสาน)


ใบหน้าประหลาดใจของจิงคกับท่าทางและแววตาที่เปี่ยมไปด้วยความสงสัยของหญิงสาววัยรุ่นผมสีน้ำตาลสั้นประบ่าที่แลดูแล้วน่ารักที่กำลังพินิจพิเคราะห์มองเขาด้วยสายตาราวกับกำลังประเมินอะไรบางอย่างอยู่

“อืม....”

หญิงสาวผู้นั้นครางเสียงในลำคอด้วยความประหลาดใจในขนาดที่เธอกำลังก้มหน้ามองจิงคจากทางด้านล่าง

“ทำอะไรของเธอเนี้ยเรมิเอล?”

นานาเอลที่ยืนนิ่งมานานอยู่ทางข้างหลังคุณน้องสุดน่ารักคนนี้ได้อดปากเอ่ยถามขึ้นมาไม่ได้กับท่าทีที่ชวนน่าสงสัยของน้องสาวผู้หายตัวไปนานคนนี้ของเธอ

“หนูแค่ไม่แน่ใจค่ะ” เรมิเอลหันหน้าไปตอบคำถามพี่สาวของเธอ

“ไม่แน่ใจอะไร” นานาเอลขมวดคิ้วถามกลับ

“ก็ที่ท่านพี่นานาเอลบอกว่าคุณพี่คนนี้คือคุณพี่จิงค พีซยังไงคะ” เรมิเอลหันหน้ามองทางจิงคแล้วเอ่ยถามี่สาวของเธอด้วยความประหลาดใจกับเรื่องที่นานาเอลบอกว่า เขาคือจิงค พีซ

“แล้วน้องคิดว่าหมอนั่นเป็นใครงั้นเหรอ ไหนบอกว่าน้องรู้จักจิงคไงล่ะ” นานาเอลถามสวนด้วยท่าทางที่ประหลาดใจไม่แพ้น้องสาวเธอ

สองพี่น้องคู่นี้ท่าทางในการประหลาดใจเนี้ยเหมือนกันเด๊ะเลยแฮะ

“ใช่ค่ะ หนูรู้จักคุณพี่จิงคอย่างแน่นอน ถึงแม้ว่าจะพูดคุยกันได้ไม่กี่ครั้งแต่หนูก็มั่นใจว่ารู้จักเขาแน่และหนูไม่มีทางจำคุณพี่จิงคคนนั้นได้ผิดคนหรอกค่ะ” เรมิเอลพูดย้ำพร้อมทั้งเดินสำรวจรอบตัวจิงคด้วยท่าทางของเด็กสาวไร้เดียงสาที่ดูเหมือนว่าคุณน่าจะเผชิญโลกภายนอกได้ไม่กี่ครั้ง

“ถ้ามั่นใจแล้วทำไมน้องถึงถามแบบนั้นล่ะ” แม่เทพธิดาคนนั้นยังคงยิงคำถามใส่น้องสาวตัวเองต่อด้วยความประหลาดใจ

“ก็เพราะว่าตอนแรกหนูคิดว่าคุณพี่คนนี้น่าจะเป็นคนหน้าเหมือนคุณพี่จิงคนี่คะ”

“หืม?”

มาถึงตรงนี้นานาเอลชักสีหน้าอย่างที่เต็มไปด้วยความสงสัยกับสิ่งที่น้องสาวของตนพูดออกมาโดยไม่คิดจะปิดบังเลย

“แหม... ท่านพี่นานาเอลก็ทราบดีนี่คะ ว่าหนูน่ะไม่ได้มองคนแค่ภายนอกอย่างเดียวแต่หนูสามารถมองคนไปถึงนิสัยได้ด้วย สำหรับคุณพี่คนซื่อๆคนนี้แล้วไม่มีทางที่เขาจะเป็นคุณพี่จิงคได้หรอกค่ะ ก็คุณพี่จิงคคนนั้นเขาออกจะกะล่อนปลิ้นปล้อนและแสนจะชั่วร้ายเอามากๆจนสมฉายา ‘นักต้มตุ๋นแห่งอีทรูเดียน’ เลยนี่คะ”

“เห? มีจิงคในมาดแบบนั้นด้วยเหรอ”

หญิงสาวผมบลอนด์หันหน้าไปมองชายหนุ่มที่ถูกเรียกว่าเป็นคนกะล่อนปลิ้นปล้อนกระล่อนและแสนจะชั่วร้ายเอามากๆที่ตอนนี้ยังไงก็ดูไม่มีเค้าของภาพลักษณ์ที่ว่าเหลืออยู่เลยแม้แต่เศาส่วนของมิลลิไมครอนเลย

“ค่ะ หนูขอยืนยันเลยว่ามีคุณพี่จิงคในรูปแบบนั้นจริงๆ เพราะฉะนั้นหนูเลยตกใจยังไงล่ะคะ เรื่องที่คุณพี่จิงคคนั้นเปลี่ยนเป็นคุณพี่จิงคคนนี้จนแทบจะไม่เหลือเค้าเดิมของคุณพี่จิงคคนนั้นเลยได้อย่างสมบูรณ์แบบแบบนี้” เรมิเอลคลี่ยิ้มเอ่ยตอบ

“ขนาดนั้นเชียว” นานาเอลเริ่มทำหน้าครุ่นคิดออกมาบ้างเกี่ยวกับเรื่องที่น้องสาวของตนพูด

“เดี๋ยวก่อนสิ” ชายหนุ่มที่ถูกวิพากย์วิจารณ์ในตอนนี้ที่ใช้วิชานิ่งสยบการเคลื่อนไหวมานานจะเริ่มแย้งแก้ตัวออกมาบ้าง

อันที่จริงเขาก็กะจะแย้งคุณน้องเรมิเอลมาตั้งแต่แรกล่ะนะ แต่เนื่องจากว่าเขานั้นยังตกตะลึงกับภาพที่เด็กสาวในฝันครั้งล่าสุดกลับมาปรากฎตัวต่อหน้าต่อตาเขาในไม่กี่ชั่วโมงต่อมาราวกับมันเป็นเหตุบังเอิญที่ดูจงใจเกินไปจนทำเอาเขาพูดไม่เป็นไปสักพักเลย

“มีอะไรเหรอคะ คุณพี่จิงคหรือคิดจะแก้ตัวที่หนูได้พูดก่อนหน้านี้” เรมิเอลชิงหันตอบจิงคด้วยสีหน้าไร้เดียงสาแต่คำพูดคำจาไม่ได้เป็นไปตามท่าทางเลย “แต่ขอบอกนะคะ ว่าเรื่องนั้นคงยากเพราะที่หนูพูดมาหนูไม่ได้โกหกเลยเมื่อแต่น้อย”

“แต่ว่า...” จิงคพยายามที่จะแก้ตัว

“ถ้างั้นคุณพี่จิงคจะบอกว่าคุณพี่จิงคไม่รู้จัก ไม่เคยเห็นหน้า ไม่เคยพูดคุยกับหนูมาก่อนเหรอคะ” เรมิเอลชิงถามสวนก่อนที่จิงคจะได้แก้ตัวอีกครั้ง

“เรื่องนั้น...” จิงคอึกอักที่จะปฏิเสธไปให้ชัดเจน

อันที่จริงเรื่องที่ทำให้เขามีปัญหากับตระกูลเซราฟิมหรือพ่อของนานาเอลก็เพราะคุณน้องสาวท่านนี้ของหล่อนนั้นแหละที่เป็นต้นเหตุของทั้งสิ่งทั้งปวง เพราะฉะนั้นถ้าจะให้พูดว่าเขาไม่เคยพูดคุย เจอหน้า หรือรู้จักคุณหนูคนนี้มาก่อนมันคงเป็นไปไม่ได้เลยแม้แต่น้อย

แต่ว่าความทรงจำที่เขาจำได้กับความฝันที่เขาฝันเมื่อครู่นี้มันต่างกันเป็นอย่างมากราวฟ้ากับร่องมหาสมุทรลึกเลย เนื่องจากเรื่องที่อยู่ในความทรงจำตอนที่เขาได้พบกับเรมิเอลมันเป็นเรื่องตลกร้ายราวกับนิยายเลิฟคอมมาดี้เลยทีเดียว ไม่ใช่ ในรูปแบบนิยายอาชญากรรมที่ดูยังไงเขาก็เป็นเด็กหนุ่มที่คิดจะล่อลวงเด็กที่อายุหน้ากว่าตรงหน้าดั่งในฝันเลยแม้แต่น้อย

แต่ทำไมไม่รู้เขาถึงรู้สึกว่าในความฝันมันดูสมจริงกว่าความทรงจำที่เขามี

“อันจริงคุณพี่จิงคต้องยอมรับตัวเองให้ได้หน่อยนะคะ ว่าคุณพี่จิงคน่ะ ไม่ใช่คนดีเลิศอย่างที่พี่จิงคคิดหรอกนะคะ”

มาถึงจุดนี้เด็กสาวผู้ไร้เดียงสาผู้นี้ได้ไล่ต้อนเขาด้วยคำพูดที่ดูจริงจังจนทำเอาจิงคนั้นถึงกับผงะ

ก็นะ เขาไม่ได้จะปฏิเสธแบบสุดตัวหรอกนะเรื่องที่เขาเป็นคนไม่ดี แต่ว่าเขาเองก็ไม่ได้ทำแต่เรื่องไม่ดีมาตลอดนะ อย่างน้อยตรงจุดนี้เขาก็อยากให้คนอื่นได้มองบ้าง ไม่ใช่มาโดนเด็กสาวหน้าตาใสซื่อมาพูดแบบนี้ใส่ต่อหน้าต่อตาเยี่ยงนี้

“คุณพี่จิงคกำลังคิดว่าตัวเองนั้นไม่ใช่คนเลวมากขนาดที่หนูกล่าวอยู่สินะคะ” หญิงสาวก้มตัวเหล่ตามองหน้าจิงคด้วยรอยยิ้มที่ยากจะคาดเดาถึงอารมณ์

นี่คุณเธอรู้ได้ยังไงว่าเขากำลังคิดอะไรอยู่ หรือว่าคุณน้องคนนี้จะมีพลังเหมือน...

“ขอบอกไว้ก่อนนะคะ หนูไม่สามารถอ่านใจคุณพี่จิงคได้เหมือนพี่นานาเอลหรอกนะคะ เพราะคนที่ทำแบบนั้นกับพี่จิงคได้มันมีอยู่ไม่กี่คนหรอกค่ะ” เรมิเอลเอ่ยสวนขึ้นมาในขณะที่เขายังคิดเรื่องนั้นไม่จบ

แล้ว... จิงคพยายามจะคิดต่อ

“แล้วหนูรู้ได้ยังไงสินะคะ ว่าตอนนี้คุณพี่จิงคกำลังคิดอะไรอยู่” เรมิเอลเอ่ยออกมาอย่างรู้ทันความคิดของจิงค

“นี่คุณน้องสาว” จิงคพยายามที่จะเอ่ยขัด

“แหม... เรียกหนูซะห่างเหินเลยนะคะคุณพี่จิงค” เรมิเอลยิ้มอย่างได้ทีกำเรียกนั้นของจิงค “อันที่จริงเองหนูก็ไม่ใส่ใจมากนักหรอกนะคะ ที่พี่จิงคจะเรียกหนูว่าเรมี่เหมือนดั่งที่คุณพี่จิงคเคยเรียกหนูบ่อยๆในสมัยก่อน”

“อ๊ะ!” จิงคอุทานออกมาเบาๆ

หลังจากที่เขาเริ่มจับสัมผัสอะไรบางอย่างได้จากทางนานาเอลที่ส่งผ่านมาถึงเขา

นี่มันสัญญาณหายนะอันไม่น่าพึงประสงค์ กะอีแค่คำเรียกชื่อที่บ่งบอกถึงความสนิทสนมในตัวน้องสาวของตนมันได้ปลุกอารมณ์ซิสคอนในตัวแม่นางมารในคราบนางฟ้าคนนี้ขึ้นมาหรือไง

แต่ถึงจะคิดกระนั้นน้องจากสัมผัสที่นานาเอลแผ่มาแล้ว สถานการณ์ในตอนนี้ก็ยังไม่มีแนวโน้มว่าจะมีสถานการณ์ฉุกเฉินอื่นๆตามมา เพราะฉะนั้นตอนนี้ถือว่าอยู่โซนสีเหลืองสินะ

สงสัยคงต้องพยายามคุมสถานการณ์เพื่อเลี่ยงโซนสีแดงซะแล้ว

“เรื่องเรียกชื่อช่างมันก่อนเถอะนะ เพียงแต่ว่าแล้วคุณน้องรู้ได้ยังไงล่ะว่าฉันคิดอะไรอยู่” จิงคเอ่ยเปลี่ยนหัวข้อสนทนาทันทีเมื่อรู้ว่าถ้าสานต่อบทสนทนานั้นอาจจะกระทบถึงงานที่เพิ่มขึ้นของคนที่อยู่ในห้องพยาบาลของสถาบันแห่งนี้

“นั้นสินะคะ อันที่จริงหนูก็ไม่ทราบหรอกคะ แต่ว่าคุณพี่จิงคจำสมญานามของหนูได้หรือเปล่าคะ” เรมิเอลยอมเปลี่ยนบทสนทนาอย่างว่าง่าย

“ถ้าจำไม่ผิดรู้สึกว่าคุณน้องสาวจะถูกเรียกว่า ‘ผู้มองเห็นความจริง’ สินะ” จิงคเอ่ยตอบด้วยสีหน้าที่ฉงนเพราะคุณน้องสาวของแม่เทพธิดาแสนสวยนั้นกลับไม่ยอมตอบเขาตรงคำถาม แต่กลับถามคำถามเขากลับเสียด้วย

“ค่ะ นั้นแหละค่ะ ประเด็น สำหรับหนูแล้วต่อให้หนูอ่านใจใครไม่ออก แต่หากว่าหนูสามารถเก็บข้อมูลของเรื่องราวที่สนทนาได้ในระดับหนึ่ง ไม่ว่าเรื่องไหนหนูก็มองออกและเข้าใจเรื่องราวได้ทั้งหมดค่ะ”

“หมายความว่า...”

“หมายความว่าแม้แต่ในตอนนี้หนูก็ยังรู้อยู่นะคะ ว่าคุณพี่จิงคกำลังโกหกท่านพี่นานาเอลอยู่”

“หา.......”

สิ้นเสียงหวานๆของคุณน้องสาวไอ้คุณจิงคลากเสียงด้วยสีหน้าที่แสร้งทำเป็นสงสัยกับเรื่องที่เรมิเอลเสียเต็มประดาทั้งงที่ตอนนี้เหงื่อเขาเริ่มชุ่มหลังแล้ว

ก็นะ รู้สึกว่าเขาเองก็จะมีความลับกับนานาเอลไม่น้อยเลยนี่นา

“นี่คุณน้องสาว...” จิงคทำท่าจะเอ่ยเถียง

“เรมี่ค่ะ” ในที่สุดเด็กสาวก็เริ่มแสดงท่าทีดึงดันที่มองแล้วดูเป็นเด็กสาวมากกว่าเดิมออกมาด้วยรอยยิ้มที่ยังคงความไร้เดียงสาได้อย่างเต็มเปี่ยม

ให้ตายเถอะ ไอ้ท่าทีแบบนี้ ทั้งที่เขาว่าท่างทางของพี่สาวคุณเธอน่ากลัวแล้วนะ แต่เจอแบบนี้สงสัยเขาคงจะคิดผิดอย่างมหันต์เลย เพราะอย่างน้อยไอ้คุณเทพธิดานางมารนั้นยังคงแสดงท่าทีที่พอจะบอกได้ว่าถึงเธอจะทำแบบนั้นแต่ก็ไม่ได้หมายความว่าคุณเธอจะไม่เป็นห่วงออกมาบ้าง

แต่สำหรับตัวน้องสาวของเธอแล้วนอกจากท่าทีที่ไร้เดียงสาแบบนี้แล้ว เขาไม่อาจที่จะรับรู้ความหมายอื่นของการกระทำที่เธอได้แสดงออกมาให้เห็นเลย

ว่าเธอคนนี้ประสงค์ดีหรือประสงค์ร้ายกับเขากันแน่?

และดูเหมือนว่านานาเอลก็ข้องใจในประเด็นนี้ของตัวน้องสาวเธอเช่นกัน เธอจึงได้เงียบและยอมรับฟังบทสนทนาของจิงคกับน้องสาวของเธอด้วยแววตาที่พยายามครุ่นคิดอะไรบางอย่าง

“แหม... ทั้งคุณพี่จิงคและท่านพี่นานาเอลดูหน้าเครียดจังเลยนะคะ มีอะไรที่หนูพูดแล้วไม่เข้าหูหรือยังไงคะ” เรมิเอลเอ่ยถามขึ้นหลังจากเห็นทั้งสองคนนิ่งเงียบมองตัวเธออยู่สักพักใหญ่โดยยังคงท่าทีที่เหมือนเดิมไม่แปรเปลี่ยน

“นี่เธอคือเรมิเอลจริงๆงั้นเหรอ?” นานาเอลหรี่ตามองน้องสาวของตนด้วยแววตาที่เคลือบแคลงไปด้วยความสงสัยในตัวหญิงสาวที่อยู่ตรงหน้าอย่างชัดเจน

“ถามซ้ำคำถามเดิมด้วยท่าทีที่เปลี่ยนไปแบบนี้ มันทำให้ท่านพี่นานาเอลดูหน้ากลัวขึ้นมากเลยนะคะ” เรมิเอลยิ้มพร้อมพูดตอบ

“แล้วคำตอบล่ะ” นานาเอลไม่สนใจคำพูดนั้นของน้องสาวเธอแม้แต่น้อย

“นั้นสินะคะ ถ้าหนูไม่ใช่เรมิเอลน้องสาวของท่านพี่นานาเอลแล้ว แล้วท่านพี่นานาเอลคิดว่าหนูเป็นใครล่ะคะ” เรมิเอลถามย้อนกลับ

“ก็น่าเป็นคนของพวก ‘เทวัญตกสวรรค์’ ปลอมตัวมาน่ะสิ”

“วิเคราะห์ไปได้ไกลเลยนะคะคุณพี่นานาเอล แต่ถึงจะพูดแบบนั้นถ้ามองจากมุมหนูถึงความเป็นไปได้ในข้อสันนิษฐานนั้น มันก็สามารถที่จะอธิบายถึงสาเหตุที่หนูหายตัวไปเกือบสามปีได้ด้วยสินะคะ”

“แล้ว...” นานาเอลหรี่ตาเพื่อรอคำตอบ

“ก็ถ้าท่านพี่นานาเอลคิดว่าหนูเป็นคนของ ‘เทวัญตกสวรรค์’ ปลอมตัวมา ท่านพี่นานาเอลคิดว่าหนูจะยอมตอบคำถามนั้นตรงไปตรงมาเหรอคะ”

“มันก็ไม่แน่นี่นา เพราะพวกนั้นมันเป็นกลุ่มรวมของพวกคนบ้านี่นา”

“นั้นสินะคะ แต่ว่าหนูก็คงต้องยืนยันคำตอบเดิมว่า หนูคือเรมิเอล เซราฟีนจริงถ้าท่านพี่นานาเอลไม่เชื่อก็ลองมาตรวจเช็คดูหรือพิสูจน์ได้ค่ะ” เรมิเอลพูด

“นั้นสินะ นั้นคงต้องพิสูจน์สักหน่อยแล้ว” นานาเอลเอ่ยตอบด้วยเสียงที่เหี้ยมเกรียมและรอยยิ้มที่ชั่วร้ายก่อนที่เธอจะพุ่งตัวเข้าประชิดเรมิเอลในชั่วพริบตาพร้อมทั้งฟาดเหวี่ยงมือขวาเข้าที่ลำคอของน้องสาวของเธอเอง

ฟ้าว!

เสียงมือของนานาเอลวาดผ่านอากาศไปแต่หาได้โดนลำคอของเรมิเอลไม่ เพราะระยะที่นานาเอลที่เหวี่ยงมือใส่เรมิเอลนั้นมันไม่เพียงพอให้การโจมตีนี้ถึงลำคอของเรมิเอล พูดง่ายๆคือ นานาเอลไม่ได้คิดจะโจมตีใส่เรมิเอลตั้งแต่แรกอยู่แล้ว

“ไม่หลบเหรอ” นานาเอลเอ่ยเสียงเย็มพร้อมชักมือที่เธอโจมตีใส่เรมิเอลเมื่อครู่นี้มาไว้ที่ข้างตัวอีกครั้ง

“หนูทำแบบนั้นได้ที่ไหนกันล่ะคะ” เรมิเอลยิ้มตอบ

“งั้นเหรอ”

นานาเอลมองเรมิเอลอย่างพินิจพิเคราะห์เป็นการปิดท้ายก่อนที่เธอจะเดินกลับไปจุดที่เธอเคยยืนก่อนหน้านี้อีกครั้ง

“สรุปแล้ว...” จิงคพยายามรวบรวมความกล้าเพื่อเอ่ยถามนานาเอลเกี่ยวกับเหตุการณ์เมื่อครู่นี้

“น้องสาวฉันเองล่ะ ตัวจริง เสียงจริงเลยล่ะ” นานาเอลตอบกลับเสียงเรียบ

“งั้นเหรอ”

“อือ แต่ถึงจะพูดอย่างนั้นดูเหมือนว่าตัวน้องสาวของฉันจะเปลี่ยนไปเยอะพอตัวเหมือนกัน หลังจากที่ไม่ได้เจอกันเกือบสามปี ถ้างทางว่าคนที่ฉันควรระวังมันจะมีเพิ่มขึ้นมาอีกคนแล้วสินะ”

“เฮ้ นานาเอลนี่เธอ...”

แต่ว่านานาเอลก็ไม่พูดอะไรตอบกลับกับประโยคนั้นของจิงคก่อนที่เธอจะตัดสินใจเดินจากที่แห่งนี้ไปโดยไม่สนใจจิงคและน้องสาวของเธอเลย

“บทจะไปก็ไปเลยแฮะ” จิงคพึมพำเสียงเบา

“แต่แบบนี้ก็ดีแล้วนี่คะคุณพี่จิงค เรื่องของพวกเราจะได้คุยกันง่ายหน่อย” เรมิเอลเดินเข้าใกล้จิงคพร้อมทั้งจับมือซ้ายของเขาด้วยแววตาและสีหน้าที่เต็มไปด้วยรอยยิ้มที่น่าสงสัย

“หมายความว่ายังไง” จิงคหันไปมองเรมิเอลอย่างฉงน

“แผนการขั้นต่อไปค่ะ”

“นี่เธอ...”

“แหม... ลืมไปแล้วจริงๆสินะคะ อย่างที่บอกไว้ตอนนั้นจริงๆ ช่างเป็นคนที่น่ากลัวอะไรเช่นนี้”

“นี่คุณน้องสาวที่พูดเนี้ยหมายความว่ายังไงงั้นเหรอ”

“คำถามค่ะ คุณพี่จิงคจำเรื่องราวตัวเองตอนเป็นโครนอสได้แค่ไหนเหรอคะ แล้วทำไมตอนจบเหตุการณ์ในช่วงวันมหาราชันย์วิปริตถึงยอมที่จะแยกตัวตนนั้นออกจากร่างทั้งที่รู้ว่ามันอันตรายล่ะคะ แล้วสำหรับคุณพี่จิงคแล้ว จอมมารโครนอสเป็นคนยังไงคะ” เรมิเอลรัวคำถามใส่จิงคเป็นชุดแบบไม่สนใจท่าทีของจิงคเลย

“นี่คุณน้องสาว”

“คำตอบค่ะ” เรมิเอลจ้องน้องจิงคเขม็งจนทำให้จิงครู้สึกกดดันอย่างน่าประหลาด

“ก็พื้นๆทั่วไปล่ะนะ แผนการบางส่วนเรื่องที่ว่าตัวเองทำไมถึงอยากทำลายล้างโลก และก็แผนการคร่าวๆก่อนหน้านี้ บวกกับความรู้สึกของโครนอสบางส่วนที่มีเข้ามาจนบางครั้งมันก็แทบทำให้ตัวตนเก่าๆของตัวเองที่เคยใช้ชีวิตมาเกือบสิบเจ็ดปีแทบหายไป แต่ก็ไม่ทั้งหมดนะ

ส่วนว่าทำไมตอนที่ฆ่ารีเวิร์สไปแล้วฉันถึงยอมที่ทำแบบนั้น... เรื่องนั้นฉันเองก็ไม่รู้เหมือนกัน เพียงแต่รู้สึกว่าถ้าไม่ทำแบบนั้นทุกอย่างมันจะจบสิ้นลงไปทางที่เลวร้ายถึงที่สุด และก็ประเด็นสุดท้ายฉันคิดว่าโครนอสมันบ้า บ้ามากๆเสียด้วย บ้าจนเกินเยียวยา”

เรมิเอลมองจิงคตอบคำถามของทุกคำพูดอย่างพินิจพิเคราะห์ก่อนที่เธอจะครุ่นคิดอะไรบางอย่างพร้อมทั้งเอ่ยถามจิงคต่อว่า “แล้วคุณพี่จิงคในตอนนี้อยากที่จะทำลายโลกไหมคะ”

“เรื่องนั้น ฉันเองก็ไม่รู้เหมือนกัน” จิงคเอ่ยตอบทันที

“ไม่รู้งั้นเหรอคะ” เรมิเอลถอนหายใจออกมาเบาๆพร้อมทั้งหมุนตัวเดินออกห่างจากจิงคในระยะที่เหมาะสม

“นี่คุณน้องสาว...” จิงคพยายามจะเอ่ยถาม

แต่ว่าทางเรมิเอลก็ไม่ยอมให้จิงคได้เอ่ยจนจบประโยคเพราะหลังจากนั้นเรมิเอลก็ชี้นิ้วมาทางจิงคด้วยท่าทางที่เปลี่ยนไปจากเดิม

“คุณพี่จิงคหนูจะบอกอะไรให้อย่างหนึ่งนะคะ ช่วงนี้จะเป็นแผนการขั้นสุดท้ายที่แท้จริงแล้วไม่ว่าเรื่องราวต่อจากนี้จะเป็นยังไง คุณพี่จิงคจะยอมรับได้หรือไม่ มันก็ไม่ได้อยู่ในสารบบของการเปลี่ยนแผนการต่อจากนี้ได้อีกแล้ว”

เรมิเอลเว้นวรรคการพูดเล็กน้อยก่อนที่จะเธอหันหน้าไปมองหอพักอาจารย์ซึ่งอยู่ไม่ไกลจากจุดพวกเธอยืนอยู่มากนักแล้วเธอก็หันมามองจิงคอีกครั้ง

“คุณพี่จิงคค่ะ คุณพี่จิงคช่วยหายไปจากโลกนี้เพื่อให้แผนการดำเนินต่อไปได้หรือเปล่าคะ”

 

◊◊◊◊◊◊◊◊

 

“เดินหนีออกมาแบบนี้จะดีเหรอคุณนานาเอล”

เสียงของหญิงสาวที่ฟังดูแล้วมีเสน่ห์อย่างท่วมท้นคนหนึ่งได้เอ่ยทักนานาเอลที่กำลังเดินอยู่บนทางเดินที่ที่ไม่ห่างจากห้องพักมากนัก

“หืม... นึกว่าใครคุณพี่...”

“ถ้าเธอกล้าเรียกฉันแบบนั้นเราคงได้ฉะกันวันนี้แน่” เฮร่ามองหน้านานาเอลด้วยสีหน้าข่มขู่

“แหม... ถ้ารุ่นพี่ต้องการแบบนั้น ฉันก็ไม่ได้มีปัญหาอะไรหรอกนะคะ” นานาเอลนิ้มรับการมองนั้นของเฮร่าอย่างไม่เกรงกลัว

ทั้งคู่จ้องหน้ากันอย่างกินเลือดกินเนื้ออยู่สักพักใหญ่จนในที่สุดทางหญิงสาวผู้มีหน้าอกมหึมานั้นก็เป็นฝ่ายยอมถอยให้นางฟ้าในคราบนางมารผู้นี้

“วันนี้ฉันไม่ได้มาหาเรื่องเธอสักหน่อย เอาเป็นว่าสงบศึกกันก่อนดีกว่านะ” เฮร่าพูดด้วยน้ำเสียงที่จริงจังซึ่งนานาเอลที่เห็นเฮร่าพูดแบบนั้นเธอก็ตัดสินใจที่จะทำตามที่เฮร่าบอกอย่างว่าง่าย

“ก็ได้ค่ะ ว่าแต่ถ้าอย่างนั้นรุ่นพี่มีเรื่องอะไรกับฉันเหรอคะ ถึงได้เดินมาหาฉันแบบนี้”

“ก็เรื่องน้องสาวของเธอนั้นแหละ”

“ทำไมเหรอคะ?”

“ฉันว่ามันไม่เป็นการดีเลยนะที่จะปล่อยจิงคไว้กับน้องสาวของเธอตามลำพังแบบนี้”

“รุ่นพี่กำลังคิดว่าจิงคคิดจะงาบน้องสาวของ...”

“นี่ไม่ใช่เรื่องล้อเล่นนะนานาเอล เธอเองก็น่าจะรู้สึกนี่นา ถึงความแปลกประหลาดของตัวน้องสาวของเธอในตอนนี้” เฮร่าเอ่ยขัดมุขของนานาเอลด้วยสีหน้าที่จริงจัง

“ฉันเองก็รู้สึกอยู่เหมือนกันค่ะ แต่ก็ยังฟันธงไม่ได้ว่าทางเรมิเอลจะอันตรายสำหรับจิงคจริงๆหรือเปล่า เอาเข้าจริงถึงทางเรมิเอลไปอยู่กับฝั่งของพวก ‘เทวัญตกสวรรค์’ จริง เราเองก็ไม่น่าจะต้องห่วงทางจิงคเลยนี่ค่ะ เพราะทาง ‘เทวัญตกสวรรค์’ ไม่มีทางที่จะทำร้ายจิงคอย่างแน่นอน” นานาเอลที่อ่านท่าทีของเฮร่าออกได้เอ่ยตอบกลับถึงเหตุผลที่เธอยอมปล่อยจิงคไว้กับเรมิเอลด้วยน้ำเสียงที่เป็นงานเป็นการ

“เรื่องนั้นมันก็ไม่แน่หรอก” เฮร่าเอ่ยเถียงเสียงเย็น

“ทำไมล่ะคะ?” นานาเอลถามสวนอย่างสงสัย

“ก็เพราะแผนการของโครนอสมันไม่เคยมีคำว่าแน่นอนยังไงล่ะ ต่อให้คนที่เป็นตัวหลักของแผนก็ตาม แต่ถ้ามันทำให้แผนการนั้นไปในทางที่ดีได้กว่าเดิม คนคนนั้นเองก็อาจที่จะถูกกำจัดทิ้งก็ได้”

“รุ่นพี่พูดอย่างกับรู้จักโครนอสดีเลยนะคะ”

มาถึงจุดนี้หญิงสาวผมบลอนด์มองหน้าหญิงสาวนมโตคนนี้ด้วยแววตาที่ไม่ไว้วางใจมากขึ้น หลังจากฟังเหตุผลที่เธอแย้งขึ้นมา

“ถึงจะไม่มากเท่าเธอ แต่ฉันก็เป็นเจ้าหญิงนะ การที่จะเข้าไปค้นหาข้อมูลลับต่างๆพวกนี้ ฉันทำได้ไม่ยากหรอก”

“พูดแบบนี้แสดงว่ารุ่นพี่รู้สินะคะว่าฉันเป็นใคร”

“เรื่อง ‘คาทีน่า’ สินะ” เฮร่ายิ้มตอบคำพูดของนานาเอล

“รุ่นพี่ดูท่าทางจะเป็นราชินีจอมวางแผนในอนาคตได้ไม่ยากเลยนะคะ”

“ถ้ามันจำเป็นฉันก็จะทำ”

“แม้ว่าตัวเองอาจจะโดนเรียกว่าทรราชเหรอคะ”

“ก็ถ้ามันจำเป็นล่ะนะ ว่าแต่น้องนานาเอลน่าจะกลับไปดูน้องจิงคสักหน่อยว่า...”

แต่ยังไม่ทันที่เฮร่าจะได้พูดจบก็พลันเกิดเสียงระเบิดดังขึ้นสนั่นโดยทิศทางมาจากทางห้องที่นานาเอลพึ่งเดินออกมาได้สิบนาทีกว่า

“นี่มัน...”

นานาเอลที่รู้สึกตัวแล้วรีบวิ่งไปที่บริเวณเกิดเหตุทันทีตรงกันข้ามกับทางเฮร่าที่บัดนี้อยู่ในสภาพที่ตื่นตะลึงกับความเป็นจริงที่ได้รับรู้กับเหตุการณ์ที่ตัวเองได้เห็นมา

“พวกนั้นเอาจริงเหรอเนี้ย”

ไม่นานนักทางนานาเอลก็วิ่งมาถึงห้องพักที่เธอพึ่งเดินจากมาเมื่อสักครู่นี้ แต่ว่าสภาพที่เธอเห็นตอนนี้กลับมีสภาพไม่เหมือนก่อนนี้แล้ว เพราะประตูห้องนี้ที่ถูกออกแบบอย่างวิจิตรงดงามได้ถูกทำลายเป็นผุยผง โดยบรืวเณกำแพงที่ไม่ห่างจากประตูที่ถูกทำลายนั้นได้มีร่างของชายหนุ่มสวมแว่นโกโรโกโสนอนพิงกำแพงในสภาพที่ดีเจียนตาย

“จิงค!!!นานาเอลตะโกนร้องเรียกชื่อชายหนุ่มผู้นั้นลั่น

แต่ว่าก่อนที่เธอจะพุ่งไปหาหรือพูดคุยกับชายหนุ่มคนนั้นก็พลันมีร่างของใครบางคนถลาเข้ามาขวางเธอไว้เสียก่อน ซึ่งทันทีที่นานาเอลรู้สึกตัวเธอก็รีบตั้งรับการโจมตีที่ใครบางคนที่เขามาขวางนั้นจู่โจมใส่เธอทันที

ตูม!!!

เสียงระเบิดดังสนั่นขึ้นมาอีกครั้งหลังจากที่นานาเอลปะทะกับบุคคลนั้นโดยฝ่ายที่เพลี่ยงพล้ำคือฝ่ายที่เข้ามาจู่โจมเธอเมื่อครู่นี้ แต่ว่าถึงจะเป็นอย่างนั้นแต่ผู้จู่โจมก็สามารถตั้งหลักได้ทันทีหลังจากรู้ว่าตัวเองนั้นโจมตีไม่สำเร็จ

แต่ว่านานาเอลก็ไม่ได้ที่จะหยุดการโจมตีหลังจากรู้ว่าตัวเองพลิกสถานการณ์จากตั้งรับเป็นรุกได้สำเร็จไว้แค่นั้น เพราะเธอรีบที่จะพุ่งเข้าหาบุคคลนั้นโดยหมายที่จะเข่นฆ่าทันทีที่ตั้งหลักได้ แต่ว่าหญิงสาวผู้นั้นกลับเลือกที่จะใช้อาวุธที่ไม่รู้ว่าเอาซ่อนไว้ตรงไหนเป็นการตอบโต้

ทว่านานาเอลที่ตอบสนองได้ดีกว่าสามารถหลบมันได้อย่างง่ายดาย แต่เมื่อนานาเอลเห็นตัวอาวุธที่บุคคลนั้นถืออยู่เธอก็หยุดโจมตีก่อนที่จะกระโดดทิ้งระยะห่างจากคนคนนั้นด้วยแววตาที่ตื่นตกใจกับตัวอาวุธที่คนคนนั้นใช้ แต่เท่านั้นยังไม่พอ เพราะเมื่อนานาเอลเห็นใบหน้าของบุคคลที่เข้ามาโจมตีเธอเมื่อครู่นี้อย่างชัดเจนแล้ว เธอก็อยู่ในอารมณ์ที่ตื่นตกใจมากขึ้นกว่าเดิม

“นี่มันเรื่องอะไรกัน ทำไมเธอถึงมาอยู่ที่นี่ได้” นานาเอลเอ่ยออกมาอย่างไม่อยากจะเชื่อกับสิ่งที่เกิดขึ้น

ภาพของหญิงสาวที่ดูคุ้นหน้าคุ้นตาเป็นอย่างดีผู้มีผมสีน้ำตาลยาวเคลียบ่าที่มีหน้าตาที่ดูน่ารักลุ่มหลงแถมยังมีหน้าอกที่น่าดูชมกำลังยืนถือดาบคาตานะเล่มยาวที่เธอคุ้นตาเป็นอย่างดี เพราะเธอเป็นคนเก็บรักษามันไว้ในห้องลับของสถาบัน แต่ว่าบัดนี้มันกลับมาอยู่ในมือของหญิงสาวผู้นั้นในสภาพเปลือยฝักพร้อมใช้งาน

หญิงสาวถือดาบที่น่าจะมีนามว่าเฮเลน

 

---------------------------------------------------------------------------------------------------------------




NEKOPOST.NET