Jinx Pech ตอนที่ 71 | Nekopost.net 
NEKOPOST
การแสดงผล

Jinx Pech

Ch.71 - Chapter 1 : Runaway Boy and Lost Girl (เด็กชายผู้ลี้ภัยกับเด็กหญิงผู้ไร้ความหวัง)


 

เสียงมันดังหนุบและหนับ

สภาวะอารมณ์ของเสียงเอฟเฟคประมาณนั้นได้โถมข้าใส่ร่างอันดูบอบบางไม่ต่างจากร่างหญิงสาวอ้อนแอ้นของชายหนุ่มหัวยุ่งสวมแว่นสุดเส็งเคร็งที่จะปิดตานอนก็นอนไม่ได้เพราะอารมณ์ที่กำลังพลุกพล่านจากสถานการณ์ที่เขาประสบอยู่มันออกฤทธิ์ดียิ่งกว่าคาเฟอีนบริสุทธิ์ร้อยเปอร์เซ็นต์เลยก็ว่าได้

นี่ตูข้าควรทำไงดีล่ะเนี้ย?

เขาควรจะขยับดีหรือเปล่า?

แต่ว่าถ้าทำแบบนั้นมันก็น่าเสียดายกับสภาพนี้เหมือนกันล่ะนะ ถึงแม้มันจะแบนจนขาดความนุ่มไปนิดแต่ก็ใช่ว่าจะไม่มีเลย

“เอาว่ะ อยู่แบบนี้อีกนิดก็แล้วกัน” เขาเอ่ยออกมาอย่างตัดสินใจได้ในที่สุด

ดังนั้นเขาจึงนอนเกร็งนิ่งยอมให้หญิงสาวผมบลอนด์ผู้สมญานามว่าเทพธิดาแต่ในสายตาของเขาคือนางมารในคราบผู้ดีคนนี้นอนกอดเขาแน่นราวกับว่าเขาเป็นหมอนข้างต่อไป

ถึงแม้จะต้องโดนเก็บดอกเบี้ยแพงสุดโหดทีหลังแต่ตอนนี้เขาขอโกยกำไรให้มันเต็มที่ก่อนก็แล้วกัน

เพราะไม่ว่ายังไงเขาก็ต้องโดนเล่นจนปางตายอยู่แล้ว

แต่ในขณะที่เขากำลังคิดแบบนั้นอยู่แขนน้อยของนางมารในความคิดของเขาก็โอบรัดร่างของเขาแน่นขึ้นยิ่งกว่าเดิมจนยากที่จะเอ่ยออกมาเป็นคำพูดที่ชัดเจนได้ว่าตอนนี้เขากำลังอยู่ในอารมณ์ที่ปิติหรือกำลังหลงอยู่วงเวียนแห่งความหวาดกลัวเรื่องหลังจากนี้กันแน่

“ไม่เอานะ โครนอส...”

เสียงพึมพำละเมอเบาๆหลุดรอดออกมาจากปากของหญิงสาวที่กำลังกอดรัดจิงคในตอนนี้จนเรียกความสนใจที่มีทั้งหมดของเขาในตอนนี้ไปในบันดล

เพราะเธอคนนี้กำลังละเมออะไรที่แปลกๆอยู่

ถึงจะบอกว่าคนที่ละเมอถึงคือเขาแต่มันก็ไม่ใช่เขาอยู่ดีบางครั้งเขาก็รู้สึกแปลกๆกับอารมณ์ที่ขัดแย้งกันเองแบบนี้เหมือนกันล่ะนะ เพราะเขาก็ไม่สามารถปฏิเสธได้อย่างชัดเจนหรอกนะ ว่าเขาไม่ได้สนใจหญิงสาวผมบลอนด์ผู้นี้เลย

กลับกันก็เธอน่ารักขนาดนี้ถ้าเขาไม่เผลอใจคิดเข้าข้างตัวเองสักหน่อยเขาก็คงไม่ใช่ผู้ชายแล้ว

ยกเว้นก็เพียงแต่นิสัยที่โหดร้ายเป็นจอมเผด็จการที่มากด้วยเล่ห์กลและแผนการจนแทบจะหักลบกับจุดดีเรื่องใบหน้าไปได้เกือบสิ้น

แต่ปัจจัยสำคัญหลักที่เขานั้นรู้สึกผูกพันกับหญิงสาวผู้นี้มากมายนั้นมันคืออดีตชาติที่เขากับเธอมีความเกี่ยวข้องสัมพันธ์กันมาแต่ปางหลังครั้งที่เขายังคงเป็นคนที่ไร้สามัญสำนึกทางเรื่องดีชั่วมากกว่าในตอนนี้ และความสัมพันธ์นั้นดูเหมือนจะหยั่งรากลึกจนเขานั้นถอดถอนมันได้ลำบากเสียด้วย

เพราะฉะนั้นบางครั้งเขาเลยรู้สึกแปลกๆกับเธอคนนี้อยู่บ่อยครั้งหลังจากที่เขาจำความหลังครั้งยังเป็นจอมมารได้ครบถ้วน

อ๊ะ จริงสิผมยังไม่ได้ย้ำบอกสินะ ว่าศักดิ์ของชายหนุ่มผู้นี้คือร่างอวตารกลับชาติมาเกิดใหม่ของจอมมารที่ผู้คนหลายคนต่างหวาดกลัวและขนานนามว่าเขาว่า ‘โครนอส’ บุคคลที่ถูกสร้างขึ้นด้วยน้ำมือของ ‘เอรีซ’ ซึ่งมีศักดิ์เป็นผู้สร้างโลกนี้หรือกล่าวง่ายๆก็คือ ‘พระเจ้า’ ของโลกนี้โดยตรงนั้นแหละ

ครั้งหนึ่งโครนอสเคยได้สร้างความวุ่นวายในโลกนี้ไว้อยู่มากในช่วงห้าพันปีก่อนจนทำให้โลกนี้เกิดความโกลาหลครั้งยิ่งใหญ่ แต่เหตุการณ์เหล่านั้นก็ดำเนินไปได้ไม่ถึงยี่สิบปีดี เพราะในที่สุดรีเซียน่า หนึ่งสี่ร่างแยกของพระเจ้าเอรีซก็ได้เข้ามาแทรกแซงกลไกความวุ่นวายของโลกนั้นจนในที่สุดโครนอสนั้นก็ถูกผนึกจากหน้าประวัติศาสตร์ที่แสนโหดร้ายไป

แต่มันก็ไม่จบแค่นั้นเพราะสิ่งที่โครนอสได้เหลือไว้นั้นคือเทรนด์จอมมารที่เขาสร้างมันขึ้นมากับมือราวกับคำสาปจากตัวเขาเองเนื่องจากหลังจากนั้นทุกร้อยปีจะมีมนุษย์บางคนที่พยายามผันตัวเองขึ้นมาเป็นจอมมารคนต่อไป แต่ก็ไม่เคยมีใครทำสำเร็จได้เทียบเท่ากับโครนอสเลยสักคน เพราะหลังก่อการได้ไม่ถึงสัปดาห์พวกคนเหล่านั้นก็มีอันเป็นไปจากการปราบของผู้กล้าอยู่เสมอ

แต่ก็มีเรื่องที่น่าแปลกใจตรงที่เรื่องที่จอมมารจะเป็นหญิงชายเนี้ย ใครก็ๆรับรู้กันว่าเกิดขึ้นจริงในโลกที่เต็มไปด้วยความแฟนตาซีใบนี้ได้ แต่สำหรับเรื่องผู้กล้าของโลกนี้แล้วราวกับฟ้าออกใบอาญาสิทธิ์ กลุ่มคนที่มาปราบจอมมารเป็นผู้กล้าได้นั้นราวเป็นเด็กสาววัยสิบแปดกว่าที่ดูงามสะคราญสามคนเท่านั้นอยู่ทุกครั้งไป

ท่านคิดว่ามันแปลกดีหรือเปล่าล่ะ

แต่ว่าเรื่องนั้นก็ช่างมันเถอะ เพราะตอนนี้เหตุการณ์เหล่านั้นไม่ได้ส่งผลกระทบอะไรต่อจิงคมากไปกว่าจะทำยังไงให้เขารอดตายหลังจากการตื่นจากการหลับใหลจากนิทราของคุณหนูผมบลอนด์คนนี้ให้ได้มากกว่า

ร่างก็ดูอ้อนแอ้นไม่น่าจะทำร้ายเขาได้ แต่ว่าอย่าโดนรูปร่างนั้นหลอกโดยเด็ดขาดเลยนะ เพราะคุณเธอมีอาวุธที่ร้ายกาจราวกับหัวรบจักรกลที่แพร่เชื้อด้วยไวรัสอยู่กับตัว ไม่สิ ถ้าระบุตำแหน่งของอวัยวะบนร่างให้ชัดก็คือเท้านั่นแหละ

ใช่ครับ เท้า

สิ่งนั้นมีหน้าที่ไว้รองตัวเท้าไม่สกปรกถ้าไปเหยียบพื้นดินที่เลอะ ทั้งที่ไอ้สิ่งนั้นมันน่าจะมีประโยชน์แค่นั้นแต่คุณผู้หญิงท่านนี้ก็ชอบทำอะไรที่มันใช้ประโยชน์เกินจากหน้าที่ของมันอย่างเหลือล้นจนไม่อยากจะกล่าวถึงมัน

แถมที่สำคัญยังเป็นประโยชน์ผิดวัตถุประสงค์ที่ใช้เสียด้วย

เพราะแทนที่เธอจะใช้มันไว้รองเท้าอย่างเดียวไอ้เธอคนนี้กลับเลือกที่จะใช้มันเป็นลูกเบสบอลเพื่อเขวี้ยงใส่หัวเขาเป็นส่วนใหญ่ ถ้าให้คิดเป็นเปอร์เซ็นต์ก็ราวๆ 90 เปอร์เซ็นต์จากทั้งหมดที่เธอใช้ก็ว่าได้

ให้ตายดิ้น ถ้าหน้าของเขาไม่ค่อยได้เป็นเป้าของมันบ่อยเขาคงไม่โอดครวญแบบนี้หรอกนะ

อ่า... มัวแต่มานอนคิดบ่นแบบนี้คนเดียวมันก็ไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลงไปอยู่ดี เพราะตอนนี้นางมารสาวดูเหมือนจะเริ่มขยับตัวตื่นขึ้นมากลางดึกตามหลักสูตรที่กำหนดโดยกระทรวงการทำร้ายชายหนุ่มที่ชื่อว่าจิงคถือเป็นสิ่งที่สมควรตามมาตราที่บัญญัติไว้อย่างสูงสุด

เป็นอย่างนี้ทุกทีสิให้ตายดิ้น

เอาว่ะ ไหนๆก็ต้องตายแล้วของทิ้งท้ายอย่างเท่ๆหน่อยคงไม่ว่ากันนะทุกท่าน

 

ถึงใครจะบอกว่าหน้าอกเป็นสมบัติของโลกที่ผู้หญิงควรพึงจะมี แต่ถึงจะไม่มี ยังไงซะร่างกายของผู้หญิงก็ยังนุ่มนิ่มน่ากอด น่าซบอยู่ดีนั้นแหละ’

 

By jinx pech

 

ว่าจบนางมารสาวก็ลืมตาตื่นขึ้นมาก่อนที่เธอจะรู้สึกตัวว่าเธอทำอะไรอยู่ แต่แล้วความประหลาดใจราวกับโลกที่ถูกหมุนกลับด้านจนทำให้พระอาทิตย์ขึ้นทางทิศตะวันตกแล้วตกทางทิศตะวันออกก็เกิดขึ้น

เพราะแทนที่หญิงสาวผู้นี้จะเอารองเท้าฟาดหน้าเขาดังเช่นวันปกติที่เธอควรพึงมี แต่ทว่าเธอกลับร้องไห้น้ำตาเล็ดออกมาพร้อมทั้งกอดเขาไว้แน่นกว่าเดิมจนเขารู้สึกถึงไออุ่นและการสั่นไหวอย่างรุนแรงอันเกิดมาจากความหวาดกลัวอะไรบางอย่างของนานาเอล

“ฝันร้ายงั้นเหรอ” เขาเอ่ยถามอย่างเดาทางไม่ถูกว่าอะไรทำให้นางมารผู้นี้มาทำแบบนี้กับเขาประเด็นแรกคือเรื่องฝันเขาเลยจึงเดาส่งๆไปอย่างนั้น

“นี่จิงค นายจะอยู่แบบนี้ตลอดไปสินะ อยู่กับพวกเราในสภาพแบบนี้ตลอดไปสินะ” นานาเอลเอ่ยถามในคำถามที่เขาไม่คาดคิดว่าจะได้ยินจากเธอด้วยสีหน้าที่ประหลาดใจ

แต่พอเขาสบสายตากับเธอเขาก็เข้าใจถึงความหมายที่แฝงอยู่ในคำถามนั้นอย่างชัดเจน

 

“วิญญาณของของพวกคนธรรมดาน่ะ มันไม่ได้เชื่อมโยงกันกับพวกที่อยู่เหนือกฎแบบพวกเราอยู่เสมอหรอกนะ จริงอยู่ว่าพวกเราอาจจะได้พบใครบางคนที่เราชอบ สนใจ อยากอยู่ด้วยในชาตินี้ แต่หากเราตายไป ชาติหน้าเราอาจจะไม่ได้พบคนพวกนั้นอีกเป็นครั้งที่สองได้ง่ายๆหรอก ทั้งเราอยากจะอยู่ร่วมกับพวกเขาตลอดกาลหากพวกเขาไม่ได้อยู่เหนือกฎแบบพวกเรามันก็ไม่มีทางที่จะเป็นไปได้หรอก เพราะฉะนั้นหากพวกเราไม่ใส่อะไรบางอย่างที่เกี่ยวกับเราลงไปในส่วนหนึ่งของวิญญาณของพวกเธอเพื่อเป็นเสมือนข้อผูกผันเอาไว้ก่อนแล้วล่ะก็ พวกเราก็คงไม่ได้พบกับพวกเธอตลอดกาล

แต่กระนั้นวิธีการนี้มันเป็นดาบสองคมเช่นกันเพราะถ้าเราทำแบบนั้นเราก็จำเป็นต้องมอบสิ่งที่สำคัญที่สุดของเราให้เธอซึ่งสิ่งพวกนั้นอาจจะย้อนกลับมาทำร้ายเราก็ได้ถ้าพวกเธอต้องการเช่นนั้น” โครนอสอธิบายเสียงเรียบ

 

คำพูดของโครนอสที่เคยพูดกับเขาในฝันได้ดังผ่านในความคิดของเขาอีกครั้งราวกับทวนย้ำถึงสิ่งสำคัญที่เขาเกือบลืมเลือนไป

“หรือแม้กระทั่งทำร้ายตัวพวกเธอเองก็ตาม” จิงคพึมพำอย่างเข้าใจในสิ่งที่โครนอสต้องการสื่อในที่สุด

สิ่งที่หมอนั่นห่วงไม่ใช่เรื่อตัวเองจะเป็นอันตราย เพียงแต่ห่วงเรื่องที่ว่าพวกเธอที่ว่านั้นจะยอมรับความเป็นไปที่เกิดขึ้นนั้นได้หรือเปล่า

“นี่จิงค...” นานาเอลมองหน้าเพื่อรอคำตอบจากเขา

“ฉันสัญญาไม่ได้หรอก” จิงคเอ่ยตอบด้วยสีหน้าที่จริงจังจนทำให้นานาเอที่นอนกอดเขาอยู่อึ้งกับคำตอบนี้ของเขา

“ฉันสัญญาไม่ได้จริงๆ เพราะฉันเองก็ไม่รู้ว่าอนาคตข้างหน้าของวันนี้ วันพรุ่งนี้ หรือต่อจากนี้มันจะเป็นเช่นไร บางทีมันอาจจะเกิดเหตุที่เราคิดไม่ถึงขึ้นมาก็ได้ เพราะฉะนั้นฉันน่ะรับปากไม่ได้หรอกว่าฉันจะสามารถอยู่แบบนี้ตลอดไปตามที่เธอหวังได้หรือเปล่า เพียงแต่...”

จิงคหยุดพูดไว้แค่นั้นพร้อมทั้งส่งรอยยิ้มละไมให้นานาเอลที่กำลังทำท่าเหมือนเด็กน้อยที่โดนแย่งเอาของเล่นสุดหวงไป

“เพียงแต่อะไรงั้นเหรอ” นานาเอลกลั้นใจเอ่ยถามหลังจากที่จิงคเงียบไม่ยอมพูดต่อ

“ก็ถ้าขอแค่ให้ความรู้สึกที่มีให้เธอในตอนนี้ไม่เปลี่ยนไปตลอดกาลล่ะก็ฉันน่ะไม่มีปัญหาที่จะรับปากหรอกนะ” จิงคเอ่ยตอบเสียงนุ่มจนทำเอาผู้ได้รับฉายาเทพธิดาทำหน้าตอบไม่ถูก

พูดไปได้แบบนี้มัน....

“นี่จิงคนายกำลังสารภาพรักกับฉันงั้นเหรอ” นานาเอลถามกลับแบบไม่แน่ใจ

“อ๊ะ!” จิงคเผลอร้องออกมาอย่างนึกขึ้นได้

ใช่สิ ที่พูดเมื่อกี้มันอะไรกัน ทำไมเขาถึงพูดประโยคชวนเลี่ยนนั้นออกมาได้หน้าตาเฉย แล้วทำไมเขาถึงไม่รู้ตัวเลยว่าที่เขาพูดนั้นมันคือ...

คำสารภาพรักแบบสุดโรแมนซ์ไปเลยไม่ใช่หรือไง

เวรล่ะ นี่เขาทำอะไรลงเนี้ย สรุปแล้วเขาเป็นพวกนิยมชมชอบในรสของเบื้องต่ำซึ่งเต็มไปด้วยความทุกข์ระทมจากการถูกทำร้ายงั้นเหรอ

นี่เขาชอบเสพสมความสุขจากการเจ็บปวดจริงๆงั้นเหรอ

ให้ตายเถอะ ยิ่งคิดยิ่งเครียด สงสัยอยู่กับยัยน้องสาวตัวดีนามว่าลิอามากเกินไปจนกลายเป็นว่าความสนุกจากการโดนไล่ล่ามันฝังลึกลงในกมลสันดานแล้วสินะ

“ไม่รู้ตัวเหรอ” นานาเอลเอ่ยขึ้นอย่างยิ้มแย้มผิดกับท่าทีเมื่อครู่นี้ลิบลับ

“รู้น่า รู้สิ เพราะฉันน่ะเป็นนักต้มตุ๋นนะ ฉันน่ะต้องการแค่จะหลอกเธอเท่านั้นแหละ” จิงคพยายามพูดกลบเกลื่อนทั้งที่ยังไงมันก็ไม่แนบเนียนอยู่ดี

“จริงเหรอ” นานาเอลหรี่ตามองด้วยท่าทีหยอกล้อ

“ก็จริงน่ะสิ” จิงคเอ่ยตอบแบบไม่มองหน้านานาเอล

ท่าทีแบบนี้ไม่ต้องพูดก็รู้ว่าสิ่งที่จิงคพูดนั้นมันตอแหลชัดๆ

“ให้ตายเถอะ ถ้าฉันไม่เคยเห็นนายตอนหลอกคนแล้ว ฉันคงไม่มีทางเชื่อหรอกนะว่าจริงๆแล้วนายเป็นนักต้มตุ๋นตัวฉกาจจริงๆ” นานาเอลพูดออกมาด้วยรอยยิ้ม

ก่อนที่สีหน้าของเธอจะแปรเปลี่ยนไปจากเดิมโดยสิ้นเชิงจากรอยยิ้มอ่อนโยนที่ดูน่ารักน่าปกป้องกลายเป็นรอยยิ้มจอมมารที่ดูน่าหวาดหวั่นและยากที่จะเข้าถึงดั่งเช่นที่เขาเห็นเป็นประจำจากเธอจนชินตา

“แต่ว่านะ รู้สึกว่าวันนี้เราจะใกล้ชิดเกินความจำเป็นไปหน่อยว่าหรือเปล่า ทั้งที่เคยบอกแล้วแท้ว่าในขณะที่นายนอนกับฉันในร่างแบบนี้ทำนายมาทำรุ่มร่ามเกินตัวกับฉันเป็นอันขาด”

ว่าจบเท้าน้อยของเธอก็พุ่งเข้ามาประกบกับหน้าเขาอย่างแรงจนใบหน้าของเขาแทบเป็นอันหนึ่งเดียวกับเท้าของเธอ

แรงแบบนี้สงสัยคงได้เลือดไม่มากก็น้อยล่ะนะ เขาคิดในใจ

แต่กระนั้นเขาก็ดีใจนะ ที่นานาเอลกลับมาเป็นแบบนี้อีกครั้ง ไม่ใช่ว่าเขาเป็นพวกวิปริตเสพติดความเจ็บปวดหรอกนะ เพียงแต่ว่าเขารู้สึกว่าตัวตนที่เหมาะกับนางมารในคราบเทพธิดาคนนี้ไม่ใช่ลักษณะที่ดูน่ารักน่าปกป้องหรอกนะ แต่เป็นความแข็งกร้าวที่ดุดันจากภายในต่างหาก

เนื่องจากอารมณ์นั้นเป็นสิ่งที่บอกถึงตัวตนและความเชื่อมโยงระหว่างตัวเขากับตัวเธอได้ดีที่สุดนี่นาเพราะเขาในอดีตชาติเป็นคนทำให้เธอคนนี้เป็นแบบนี้เอง

นี่สินะ ที่เรียกว่ากรรมใดใครกรรมนั้นย่อมตามสนอง

สิ้นความคิดนั้นสติของเขาก็ดับวูบไปรากับมีใครมากระชากวิญญาณของออกจากร่างก็ไม่ปาน

 

◊◊◊◊◊◊◊◊◊

 

ใบหน้าที่ถูกพันด้วยผ้าพันแผลสีขาวตัดกับของแว่นตาที่หนาเตอะในสภาพที่ชวนดูไม่ได้ทำให้หญิงสาวที่กำลังยืนรอชายหนุ่มในตอนนี้อดที่จะอมยิ้มกับสภาพของเขาไม่ได้

“นี่ท่านคะ เอ่อ ไม่สิ ท่านจิงค”

“คุณจิงคครับ คุณซีรัส” จิงคเอ่ยพูดเสียงอู้อี้จากผ้าพันแผลด้วยน้ำเสียงที่เจือความเหนื่อยหน่ายกับหญิงสาวผมบ๊อบสีน้ำตาลหน้าตาดูสะสวยผู้นี้

รู้สึกว่าเขาจะไม่ได้คุยกับเธอคนนี้น่ามาพอสมควรเลยที่เดียวครั้งสุดท้ายที่เจอเธอคนนี้ก็ตอนที่เขาถูกเรียกไปห้องผู้อำนวยการครั้งล่าสุดเมื่อเกือบสองถึงสามเดือนที่แล้ว ดูเหมือน่าเธอคนนี้จะโดนกักบริเวณหลังจากนั้นเป็นต้นมาเพื่อครวจสอบอะไรบางอย่าง เลยทำให้คุณเธอไม่ได้เข้าเรียนเลยนับจากนั้น

อันที่จริงทางเพื่อนสนิทของคุณเธอที่ศักดิ์เป็นคู่หมั้นของเขานามว่าไซคีเองก็พยายามสอบถามทางอาจารย์เกี่ยวกับเรื่องเธอคนนี้อยู่หลายครั้งแต่กลับไม่ได้คำตอบอะไรจากอาจารย์หรือผอ.สถาบันนี้เลยว่าซีรัสนั้นทำอะไรผิดถึงได้มีการกักบริเวณแบบนี้เกิดขึ้น จนในที่สุดทางไซคีก็ถอดใจไปเพราะเด็กวัยรุ่นอย่างเธอเองก็ไม่อาจที่ทำอะไรได้ไปมากกว่าสอบถามเท่านั้น

ถึงแม้ว่าเธอจะอยู่ในตระกูลที่ร่ำรวยแต่เมื่อเทียบอำนาจกับผอ.ของสถาบันนี้แล้ว มันคงเทียบกันไม่ได้เลยแม้แต่เสี้ยว

“ว่าแต่หายไปนานเลยนะครับ” จิงคเอ่ยต่ออย่างไม่ใส่ใจอะไรมากนัก

เพราะถ้าย้อนคิดไปตอนที่เขาพบโครนอสในอดีตชาติครั้งล่าสุดแล้ว คำตอบนั้นคงไม่เรื่องที่เขายากจะทำความเข้าใจได้หรอกนะ

“ทะ ไม่สิ คุณจิงคเองก็น่าจะทราบเหตุผลว่าทำไม” ซีรัสตอบกลับ

“นั้นสินะ ก็พอจะเข้าใจอยู่ ว่าแต่จะดีเหรอที่เธอยังอยู่ที่แห่งนี้ต่อ ทั้งที่เธอจำเรื่องตัวจนของเชอรี่ อบาเนลได้หมดแล้ว เท่าที่เห็นทางอีคิดน่าที่เป็น ‘หนึ่งในห้าผู้บัญชาการของเหล่าเทวัญตกสวรรค์’ เหมือนเธอก็ถอนตัวจากสถาบันนี้แล้วไปแล้วนะ”

“แต่ว่าก็แค่คนเดียว ไม่สิ ต้องสองคนสินะคะ ถ้ารวมเจ้า ‘ฆาตกรไร้หัวใจ’ ที่คิดคนทรยศท่าน อ๊ะ คุณจิงคมาตั้งนานแล้ว เพียงว่าถึงจะออกไปสองคนแต่ทางเราก็ยังเหลืออีกสี่คนที่ยังประจำอยู่ในที่แห่งนี้ต่อนะคะ” ซีรัสยิ้มออกมาน้อยๆในขณะที่พูดเรื่องนี้อยู่

“สี่คนงั้นเหรอ ยังเหลือเยอะขนาดนั้นเลยงั้นเหรอ” จิงคเอียงคอถาม

“จำไม่ได้เหรอคะ ว่าคุณจิงคในตอนนั้นได้สั่งอะไรใครไว้บ้างหรือว่าแบ่งความทรงจำนั้นไปให้อีกคนเพื่อทำตามแผนต่อจนเกือบสิ้นล่ะคะ”

“ก็นะ ช่วยไม่ได้นี่นา การทำแบบนั้นอันที่จริงมันก็อันตรายพอตัวเลยทีเดียว แต่ถึงอย่างนั้นฉันกลับเสียแค่ความทรงจำบางส่วนฉันก็คิดว่าคุ้มอยู่เหมือนกันล่ะนะ”

“นั้นสินะ ว่าแต่หลังจากนี้จะเอาอย่างไรต่อดีล่ะคะ ทางฉันเองก็ได้รับคำสั่งมาถึงแค่ให้คืนความทรงจำและบุคลิกภาพทั้งหมดของท่านโครนอสให้คุณจิงคเองเสียด้วย” ซีรัสเอ่ยถามความเห็นจิงคด้วยแววตาที่ใคร่ไปด้วยความสงสัย

“ก็นะ เอาเป็นว่าตอนนี้เธอก็รอคำสั่งจากทางรีอาไม่ก็ยัยนั่นต่อไปก็พอ เพราะอันที่จริงทางฉันเองก็ยังจำแผนการทั้งหมดได้ไม่ครบถ้วนเหมือนกัน ไหนๆเธอก็ได้เป็นคนธรรมดาอย่างที่เธอควรเป็นมานานแล้วนี่นา ทำไมไม่ลองใช้ชีวิตแบบนี้ให้คุ้มค่าต่ออีกหน่อยล่ะ” จิงคส่งยิ้มให้ทางซีรัสอย่างอ่อนโยน

“แต่ว่าเรื่องราวพวกนี้มันเกิดจากการหลอกลวงทั้งนั้น...” ซีรัสปั้นหน้ายิ้มไม่ออกเมื่อนึกเรื่องนี้

เพราแท้จริงแล้วปูมหลังครอบครัวของเธอทั้งหมดมันมาจากการเมคเรื่องของตัวตนหญิงสาวที่ชื่อว่า เชอรี่ อบาเนลทั้งนั้นเลยนี่นา ก่อนที่ยัยนั่นจะผนึกความทรงจำทั้งหมดของตนแล้วเปลี่ยนตัวตนกลายเป็นซีรัส มิเนอร์ว่า ก่อนที่จะแฝงตัวเองไปอยู่ในเมืองอาดามันไทน์เพื่อสร้างปูมหลังของตัวเองให้แนบเนียนกว่าเดิมจะได้ไม่ถูกสงสัยและเพ่งเล็งมากนักว่าเธอยังติดต่อกับกลุ่ม ‘เทวัญตกสวรรค์’ อยู่หรือเปล่า

ลงทุนทำแบบสุดตัวเพื่อแผนการอันสุดแสนสมบูรณ์แบบของโครนอส

แต่ก็นะ ถ้ามองจากอดีตของเธอตอนที่เธอยังเป็นเชอรี่ อบาเนล อยู่กับความสัมพันธ์ที่เธอมีกับโครนอสไอ้จอมมารที่ดูยังไงก็เริ่มจะเป็นเพลย์บอยตัวพ่อ ก็ไอ้หมอนั่นเท่าที่ดูจากความทรงจำและเรื่องราวที่ผ่านๆมาเนี้ย ไม่ว่ามันไปเมืองไหนมันก็เล่นปักธงสาวเข้าฮาเรมมันไปทั่ว แถมยังเลือกเฉพาะสาวหน้าตาดีแต่ฝีมือที่มีก็ไม่ด้อยตามหน้าด้วย

เอาเป็นว่าจนแทบคิดไม่ถึงเลยว่าพี่ท่านจะเคยอยู่ในร่างหญิงมาเกือบสิบห้าปีเพราะถูกพ่อแม่แท้ๆของตนทำให้เปลี่ยนจากเพศเดิม

ทางเชอรี่เองก็เป็นหนึ่งในหญิงสาวธรรมดาที่ตอนนั้นเธอเป็นแค่นักต้มตุ๋นตัวน้อยที่มากด้วยฝีมือจนไม่รู้จักประมาณตนเลือกทำงานใหญ่แล้วพลาดพลั้ง แต่ได้ทางโครนอสซึ่งตอนนั้นสามารถปลดผนึกสลับร่างหญิงชายได้ตามใจช่วยไว้จนเธอนั้นรู้สึกเทิดทูนโครนอสเป็นอย่างมากจนทำให้เธอตามเขามาเพื่อเข้าร่วมในกลุ่มอุดมการณ์ที่โครนอสตั้งขึ้นอย่างไม่ลังเล

“ถึงปูมหลังมันจะมาจากเรื่องที่โกหกก็เถอะ แต่มันก็ไม่ใช่เรื่องที่เธอจะปฏิเสธตัวตนในตอนนี้เลยนี่นา”

“แต่ว่าแบบนั้นมันไม่แฟร์นี่คะ สำหรับไซคีที่เธอเชื่อใจฉันถึงขนาดนั้น...”

“นี่เธอรู้สึกผิดงั้นเหรอ”

“แล้วคุณจิงคไม่รู้สึกผิดเหรอคะ กับสิ่งที่คุณจิงคกำลังทำกับทุกคนที่อยู่รอบตัวคุณจิงคในตอนนี้” เธอถามย้อนด้วยสีหน้าที่มุ่งมั่นจนทำให้จิงคต้องอึกอักไปพอควร

“จะว่าไม่ก็คงโกหกล่ะนะ” จิงคกลั้นใจตอบกลับอย่างไม่มีทางเลือก

“ก็ด้วยเหตุผลเดียวกับคุณจิงคแหละคะ ฉันเองก็ไม่ได้อยากเป็น ‘ผู้บิดเบือนความจริง’ ต่อหน้าคนที่ฉันคิดว่าเธอเป็นเพื่อนที่เป็นคนธรรมดาอย่างแท้จริงคนแรกคนนี้หรอกนะคะ”

“ถ้างั้นเธอก็ถอนตัวก็ได้นี่นา”

“เรื่องนั้นฉันไม่คิดจะทำหรอกนะคะ ถึงจะพูดว่าเพื่อนคนนั้นสำคัญก็จริงแต่สำหรับฉันรู้คุณจิงคก็น่าจะทราบดีนี่คะ ว่าฉันเทิดทูนท่านโครนอสขนาดไหน” หญิงสาวตอบหน้าเครียด

“แต่ก็ไม่น่าจะถึงกับต้องมอบทั้งชีวิตให้ก็ได้มั้ง” จิงคเอ่ยเถียง

“ถ้าอย่างนั้นมันก็จะบิดเบือนความต้องการที่แท้จริงของฉันค่ะ”

“บิดเบือนไปเล็กน้อยหน่อยจะเป็นอะไรไป ไหนๆเธอก็มีสมญานามว่าเป็น ‘ผู้บิดเบือนความจริง’ อยู่แล้วนี่นา”

“แต่การบิดเบือนความจริงกับความรู้สึกนั้นมันต่างกันนะคะ คุณจิงคเองที่มีความทรงจำของท่านโครนอสแล้วก็น่าจะทราบดีนะคะ ว่าฉันหมายความอย่างไร” ซีรัสเดินเข้ามาเอานิ้วชี้จิ้มที่หน้าอกซ้ายของเขาเพื่อสื่อถึงความหมายที่เธอต้องการจะให้จิงครู้จากคำพูดของเธอ

บิดเบือนความรู้สึกสินะ

คำๆนั้นเล่นเอาจริงเดินหน้าพูดต่อไปไม่ถูกเลย อันที่จริงไอ้คำๆนั้นเองก็ทิ่มแทงตัวเขามานานตั้งแต่ก่อนที่เขาจะมีความทรงจำเรื่องโครนอสเสียอีก

บางครั้งเขาก็อยากจะหนีจากโลกใบนี้เพราะคำๆนั้นเสียจริงๆ

ซีรัสยิ้มออกมาบางๆเมื่อเธอเห็นว่าจิงคในตอนนี้กำลังแสดงสีหน้าแบบไหนออกมาอยู่

“เอาเป็นว่าฉันจะไม่เถียงกับคุณจิงคเรื่องนี้ต่อเพราะดูเหมือนว่าคุณจิงตจะเข้าใจถึงความหมายที่ฉันต้องการสื่อแล้ว ว่าแต่เราไปเรียนกันเถอะนะคะ ฉันรู้สึกอยากเรียนมากๆเลยหลังจากที่ไม่ได้มาเรียนตั้งหลายเดือนแล้ว” ซีรัสฉีกยิ้มออกมาด้วยความแจ่มใส

“เริ่มติดใจวิถีชีวิตแบบนี้แล้วสินะ” จิงคปรับสีหน้ามาพูดคุยกับซีรัสอีกครั้ง

“มันก็ไม่น่าแปลกนี่คะ เพราะเกือบทุกคนในกลุ่ม ‘เทวัญตกสวรรค์’ ล้วนปรารถนาชีวิตแบบนี้ทั้งนั้น ดังนั้นหลายคนจึงยอมทุ่มทั้งตัวและชีวิตเพื่ออุดมการณ์ของจอมมารผู้ถูกผนึกนามว่าโครนอสคนนั้นยังไงล่ะคะ”

“ทั้งที่ไม่รู้ว่ามันจะเป็นจริงหรือเปล่านี่นะ”

“ต้องเป็นจริงสิคะ เพราะท่านโครนอสคนนั้นถึงกับยอมทิ้งทุกอย่างเพื่อบรรลุวัตถุประสงค์นั้น ทั้งศักดิ์ศรี ชีวิต และความรักเลยนะคะ ดังนั้นฉันถึงไม่ต้องการให้แผนการนี้มันล้มเหลวไม่เป็นท่า เพราะไม่อย่างนั้นการเสียสละของท่านโครนอสมันก็ได้สูญเปล่ากันพอดีสิคะ”

ว่าจบเธอก็หันมายิ้มให้จิงคทีหนึ่งก่อนที่เธอจะวิ่งจากไปทิ้งให้จิงคมองตามแผ่นหลังนั้นของเธอด้วยแววตาที่อ่อนโยน

“นั้นสินะ ไม่งั้นก็เสียเปล่าแย่”

 

---------------------------------------------------------------------------------------------------------------

 




NEKOPOST.NET