Jinx Pech ตอนที่ 7 | Nekopost.net 
NEKOPOST
การแสดงผล

Jinx Pech

Ch.7 - Primo semester (ภาคเรียนแรก)




“จากตำราโบราณเล่มหนึ่งที่ถูกเขียนโดยนักวิชาการในสมัยโบราณที่ไม่ทราบชื่อได้บันทึกไว้ว่าโลกที่เราอาศัยอยู่นี้เกิดขึ้นจากการสร้างของพระเจ้าที่มีนามว่า ‘เอรีซ’ โดยในสมัยก่อนดินแดนของโลกนี้มีดินแดนที่มีแผ่นดินขนาดใหญ่และกว้างขวางมากกว่านี้มากนัก แต่ทว่าเมื่อแปดพันปีก่อนก็ได้เกิดเหตุการณ์บางอย่างที่ทำให้โลกของเราต้องแตกแยกตัวออกเป็นสอง หนึ่งนั้นคือโลกของเราและอีกหนึ่งคือทวีปที่ถูกเรียกว่า ‘เมอร์แลนด์’
‘เมอร์แลนด์’ จัดได้ว่าเป็นทวีปลึกลับในตำนานที่ว่ากันว่าเป็นที่อยู่อาศัยของเหล่าทวยเทพและพระเจ้าที่สร้างโลกของเราขึ้นมา เป็นดินแดนปริศนาที่ปัจจุบันทางเราก็ยังหาคำตอบไม่ได้ว่าดินแดนแห่งนั้นมีจริงหรือไม่ และยังเป็นที่น่าเคลือบแคลงใจอยู่เป็นอย่างมากในหลายๆเรื่อง....”
เสียงของผอ.มิคาเอลได้ดังเข้ามาสู่ในโสตประสาทการรับฟังของจิงคแต่เช้า เพราะวิชาแรกที่เขาต้องเริ่มเรียนในวันนี้หลังจากวันเปิดเรียนก็คือวิชาประวัติศาสตร์ที่ทำการสอนโดยคู่อริตัวฉกาจหมายเลขสองรองจากหญิงสาวผมบลอนด์ผู้มีศักดิ์เป็นถึงลูกสาวของคนผู้นั้นเอง
อันที่จริงเขาเองก็โดนพี่ท่านเขม่นเขามาตั้งแต่เช้าตั้งแต่เดินเข้ามาในห้องเรียนเลยก็ว่าได้ เพราะท่านผอ.ผู้ทำหน้าที่ควบเป็นอาจารย์ผู้นี้ก็ดูเหมือนที่รักงานอาจารย์สอนวิชาประวิตศาสตร์นี้พอสมควรอยู่เหมือนกันหรือไม่บางทีพี่ท่านก็แค่อยากแสดงให้ลูกน้องเห็นว่าขนาดผอ.ยังมาเช้าเพื่อเตรียมการสอนได้แล้วเหล่าครูคนอื่นที่มีศักดิ์ต่ำกว่าเขาจะทำไม่ได้งั้นเหรอ
เพราะเขาเล่นมาก่อนเวลาเรียนตั้งเกือบชั่วโมงเพื่อนั่งรอเหล่านักศึกษาทุนผู้เลิศเลอทั้งหลายมานั่งเรียนวิชาของเขา
แต่จะว่าไปอันที่จริงจิงคเองก็ออกจะบ้าจี้ไม่แพ้ผอ.เพราะเขาก็มาถึงห้องก่อนเวลาเรียนเกือบสี่สิบห้านาทีเช่นกันด้วยเหตุผลที่ว่าเขาไม่อยากอยู่ในห้องนั้นต่อนานกว่านี้เพราะไม่รู้ว่าอารมณ์นานาเอลที่ยอมคืนร่างผู้ชายให้หลังจากที่เขาอาบน้ำเสร็จในตอนเช้าแล้ว มันจะเกิดแปรปรวนเปลี่ยนใจเมื่อไร
เพราะฉะนั้นเมื่อโอกาสเปิดก็จงอย่าปล่อยให้หลุดลอย
ดังนั้นเขาจึงรีบจรลีออกจากห้องทันทีที่แต่งตัวเสร็จ จนทำให้กลายเป็นว่าสี่สิบห้านาทีในตอนนั้นกลายเป็นสี่สิบห้านาทีนรกที่เกือบได้เป็นตำนานของสถาบันเลยก็ว่าได้
เมื่อผอ.กับประธานนักศึกษาชั้นปีที่หนึ่งผู้มีศักดิ์เป็นนักศึกษาทุนระดับรอยัลแพลตตินั่มได้เริ่มทักทายด้วยการฟาดฝีปากกันแต่เช้าอย่างเมามันส์ ก่อนที่เรื่องราวทุกอย่างมันจะจบลงเมื่อนานาเอลเดินเข้าเรียนมาด้วยท่าทางที่ขึงขังโดยที่เธอทำท่าเหมือนที่ตั้งใจจะดีดนิ้วเต็มที่ส่วนสายตาก็ปราดไปมองทางพ่อของเธออย่างข่มขู่
แบบนี้ดูยังไงก็ไม่ใช่เทพธิดาเลยชัดๆนะ อยากรู้จังว่าใครเป็นคนเริ่มตั้งสมญานามว่าเทพธิดาให้ยัยปิศาจตนนี้ได้ เขาใช้จุดไหนเป็นเกณฑ์วัดงั้นเหรอ? หรือว่าบางทีจะเป็นคนตาบอดและหูหนวกแต่บังเอิญพูดเป็นแต่คำว่าเทพธิดาหรือเปล่าหว่า?
“บางตำราเล่าว่า ทวีปนั้นอาจจะเป็นทวีปที่กำหนดความเป็นไปของโลกเราก็ได้เพราะมีข่าวลือว่าพระเจ้าเอรีซนั้นแบ่งร่างของต้นออกเป็นสี่ภาคเพื่อแบ่งกายออกมาเป็นสิ่งมีชีวิตสี่ตนที่ถูกเรียกว่าเทวทูตทั้งสี่.....”
อันที่จริงหลังจากที่เขามานั่งฟังเลคเชอร์นี่ได้สักพักเขาเองก็เกิดความประทับใจในตัวของมิคาเอลขึ้นมาน้อยๆ เพราะถึงอย่างไรถ้าเอ่ยถึงการทำหน้าที่ของอาจารย์ที่เขามีนั้นก็จัดได้ว่าเขาถือเป็นผู้ที่ทำหน้าที่ของอาจารย์ที่สุดยอดคนหนึ่งเลยก็ว่าได้ ทั้งการอธิบายเรื่องเกี่ยวทางวิชาการที่เข้าใจง่าย มีการสร้างสื่อประกอบการสอนที่น่าสนใจ และเทคนิคที่ไม่ให้นักศึกษาได้แอบงีบหลับได้ง่ายๆนั่นอีก
“นี่คุณพีซทำท่าจะหลับอีกแล้วนะ ไหนลองอธิบายหน่อยสิว่าเทวทูตทั้งสี่แยกมาจากอะไรของพระเจ้าให้ฉันฟังที”
มิคาเอลเอ่ยเรียกเพื่อถามคำถามเขาเป็นรอบลักกี้นัมเบอร์หนที่สิบสามของวันนี้อีกครั้ง ราวกับรู้ทันว่าชายหนุ่มผู้นี้กำลังเกิดอาการง่วงได้ที่และกำลังจะแอบงีบหลับอยู่พอดีเพราะเมื่อคืนลูกสาวตัวดีของคุณท่านอาจารย์ผู้นี้เป็นคนเล่นเอาเขานอนเกือบไม่พอเพราะต้องวิ่งออกกำลังกายเกือบชั่วโมงจนท้ายที่สุดเขาก็ต้องยอมแพ้กับความบ้าพลังและพละกำลังที่ต่างชั้นกันของนานาเอลและตัวเขา
สรุปง่ายๆเขาแพ้ผู้หญิงเรื่องกำลังกาย
น่าอายเป็นบ้าเลย
ทั้งที่เขาเองก็ไม่ได้แสดงอาการออกมาให้เห็นแม้แต่น้อยแต่กลับเรียกดักทางได้ก่อนทุกครั้งแบบนี้ สงสัยสกิลอ่านใจของนานาเอลคงจะมาจากคนคนนี้เป็นแน่แท้กระมั้ง
“ครับผม เทวทูตทั้งสี่ได้ถูกแบ่งมาจากร่างกาย ความทรงจำ อารมณ์ และวิญญาณ ถ้าให้เทียบเรียงตัวกับเหล่าเทวทูตตามชื่อจากในหนังสือสารานุกรมที่อ้างอิงจากตำราวิชาโบราณแล้วก็คงเป็นท่านอามุริต้า ท่านรีเซียน่า ท่านเซลฟีเรีย และท่านเซลฟีนครับ” จิงคเอ่ยตอบเสียงดังที่ฟังดูแล้วฉะฉานและเปี่ยมไปด้วยความมั่นใจ
แน่ล่ะ ถ้าแค่เรื่องเรียนเกี่ยวกับทางวิชาการมีหรือที่เขาจะพลาดเพราะเขามั่นใจอยู่พอตัวเลยว่าเขาเองก็ออกจะเก่งทางด้านนี้ลำดับต้นๆของโลกนี้เลยก็ว่าได้
“ยอดเยี่ยมมาก...” มิคาเอลต้องกัดฟันเอ่ยชมคู่อริผู้นี้อีกครั้งอย่างแค้นใจ
เพราะดูเหมือนว่าทางจิงคนั้นจะรู้เรื่องตำราที่เขาเรียนอยู่ในตอนนี้เกือบร้อยเปอร์เซนต์เลยก็ว่าได้ เพราะตั้งแต่มิคาเอลยิงคำถามมาก็ไม่เคยมีครั้งไหนที่จิงคจะตอบไม่ได้หรือมีเสียงอึกอักที่บ่งบอกถึงความไม่แน่ใจของเขาเอ่ยออกมาเลยแม้แต่น้อย
ถ้าพลาดก็ไม่ใช่เรื่องแล้วล่ะครับอาจารย์เรื่องเรียนขออย่ามาท้า ข้าไม่กลัวอยู่แล้ว
แต่ทว่าเพราะความอวดเบ่งนั้นทำให้เมื่อจบชั่วโมงจิงคจึงโดนเล็งเป้าเขาอย่างจังจากผอ.มิคาเอลที่บัดนี้คลี่ยิ้มออกมาราวกับว่าถึงทีของเขาแล้ว
ท่าทางเขาจะเผลอเอาเรื่องส่วนตัวมาปะปนกับเรื่องงานเสียแล้ว
“การบ้านวันนี้ให้ทุกคนทำรายงานเกี่ยวกับทวีปเมอร์แลนด์ในตำนานมาสามสิบหน้า”
เสียงคร่ำครวญของนักศึกษาโอดโอยออกมาทันทีอย่างไม่พอใจเพราะถึงพวกเขาจะได้ชื่อว่าหัวกะทิแต่ความขี้เกียจมันก็มีเหมือนคนปกติอยู่ดีนั้นแหละ
แต่ทว่าทางมิคาเอลหาได้สนไม่เพราะเขาได้เบนเป้ามาทางจิงคด้วยสีหน้าที่เปื้อนไปด้วยรอยยิ้มของความปิติยินดีราวกับว่าเขาพึ่งถูกหวยมาก็ไม่ปาน
“ส่วนคุณพีซฉันเห็นว่าเธอรู้เยอะ ฉันก็เลยขอสั่งงานให้เธอเป็นพิเศษเลยก็แล้วกันว่าให้หาข้อมูลเกี่ยวกับเทวทูตมาห้าสิบหน้าเป็นอย่างต่ำกำหนดส่งอาทิตย์หน้าเหมือนทุกคนในห้อง จะว่าอะไรมั้ย?”
แต่ทว่าคำตอบกลับขอจิงคกลับเป็นกระดาษปึกใหญ่ที่อยู่ในกระเป๋าของเขาที่ถูกรื้อมาวางกองตรงหน้ามิคาเอลทันทีที่สิ้นเสียงของเขา
“หา?”
“ส่งงานครับอันที่จริงผมทำเกินมาหน่อยประมาณสี่สิบหน้าคงไม่ว่ากันนะครับ”
จิงคฉีกยิ้มด้วยท่าทางที่มีชัยเหนือกว่ามิคาเอล เพราะอันที่จริงรายงานตัวนี้เขานั่งทำเสร็จตั้งแต่เห็นหนังสือและตารางเรียนของวิชานี้ที่ได้มาจากรุ่นพี่รหัสของเขาแล้ว เมื่อเขาอ่านปราดเดียวเขาเองก็พอจะเดาออกว่าหลังจากจบคาบนี้แล้วมิคาเอลต้องมาไม้นี้แน่ๆ เพราะว่าวันนี้บทเรียนมีเรื่องสอนหลักๆมันมีแค่สองเรื่องเท่านั้นเพราะฉะนั้นไม่เรื่องใดก็เรื่องหนึ่งเขาต้องโดนทำรายงานหนักกว่าเพื่อนอยู่แล้ว
ก็ถ้าจะว่ากันตามตรงเขาก็เป็นอริกับมิคาเอลมานานพอดูจนพอจะรู้ไต๋กันแล้ว
“นี่แก...”
“ตามตำราการสอนเป็นนักต้มตุ๋นมืออาชีพของตระกูลพีซ หน้าที่ร้อยสาม บรรทัดที่สอง นักต้มตุ๋นต้องมองสถานการณ์เบื้องหน้าให้ออกไม่ว่าจะอยู่ในสถานการณ์ไหนก็ตาม เพราะการทำนายอนาตคว่าเหยื่อคิดจะทำอะไรก็ถือเป็นเรื่องสำคัญเหมือนกันนะครับท่านผอ.มิคาเอล”
หลังจากนั้นจิงคก็หันหน้าเดินออกจากห้องนี้ไปด้วยเสียงที่หัวเราะร่าทิ้งให้เพื่อนๆในห้องต้องมองการกระทำของจิงคในหนนี้อย่างประหลาดใจระคนชื่นชมน้อยๆกับความกล้าที่ไม่น่าเลียนแบบของเขา
สรุปแล้วยกแรกระหว่างผอ.มิคาเอลกับจิงคบนสังเวียนในห้องเรียนวิชานี้ นักต้มตุ๋นนามว่าจิงคเป็นฝ่ายชนะสินะ

◊◊◊◊◊◊◊◊◊

ปากสั่น ขาสั่น ตัวสั่นและใจสั่น
สี่สั่นนี้เล่นเอาเขาเกือบรักษามาดให้ยืนนิ่งแล้วหัวเราะร่าไว้แทบไม่ไหวหลังจากที่เขาต้องพยายามเก๊กหน้านิ่ง ตีมาดเข้ม แต่งมาดเนี๊ยบเดินเข้าไปหาเรื่องผอ.ผู้เป็นบิดาแสนน่ากลัวของนางมารหญิงงามเลื่องชื่อนามว่านานาเอลแบบนี้
ทั้งที่ใจปลาซิวราวกับมดปลวดแต่เจือกอยากมีเรื่องกับท้องฟ้า มันช่างดูแล้วไม่มีเหตุผลเอาเสียเลย
จะว่าไปแล้วทำไมเขาต้องทำขนาดนี้ด้วยล่ะ?
ชายหนุ่มอดขมวดคิ้วออกมาอย่างอดสงสัยไม่ได้กับการกระทำบ้าๆของเขาในตอนนี้ที่เขาพยายามที่จะโกหกต่อไปว่าเขามีความสามารถสูงพอที่จะเป็นนักศึกษาทุนระดับรอยัลแพลตตินั่มอันดับหนึ่งต่อไปได้
ทั้งที่ตอนแรกเขาก็ไม่ได้อยากเป็นนี่นาแล้วทำไมล่ะ?
คำถามเหล่านี้ได้ถูกตั้งขึ้นมาซ้ำแล้วซ้ำเล่าอย่างสงสัยว่าทำไมเขาถึงเป็นแบบนี้ มันดูเหมือนกับว่าตัวเขาจะมีอะไรที่ดูแล้วแปลกประหลาดออกไปจากเดิม อะไรบางอย่างที่ทำให้เขาไม่เป็นตัวของตัวเอง
แล้วมันเป็นเพราะอะไรกันล่ะ?

◊◊◊◊◊◊◊◊◊

ชัดเจนเป็นที่สุด
สรุปแล้วสถาบันแห่งนี้มีกิจกรรมชมรมให้ทำจริงๆด้วยสินะ
จิงคในร่างชายหนุ่มหัวยุ่งๆที่ดูแล้วน่ารำคาญตาในสภาพหนังสือเต็มสองวงแขนที่ยืนอยู่หน้าบอร์ดประกาศที่ตั้งอยู่อยู่ตรงทางเข้าอาคารเรียนหลัก ภายในตัวบอร์ดนั้นเต็มไปด้วยหน้าหนังสือพิมพ์ที่ทำมือเองแปะไว้อยู่ในจุดที่เด่นเป็นสง่าที่สุดของตัวบอร์ดเพื่อเรียกร้องให้เหล่าผู้สนใจได้อ่านมันได้อย่างถนัดตาในตอนพักเที่ยงของวันนี้

ตะลึงเมื่อนักศึกษาทุนระดับรอยัลแพลตตินั่มของชั้นปีที่หนึ่งกล้าต่อปากกับผอ. แถมตอนท้ายยังไปนอนหนุนตักแม่มดสาวเบียทริซเพื่อผ่อนคลาย อะไรจะกล้าปานฉะนี้?!!!

คอลัมน์ซุบซิบจับปลาสองมือหรืออะไร?!!!

สกู๊ปพิเศษของนักต้มตุ๋นผู้เป็นนักศึกษาทุนระดับรอยัลแพลตตินั่มชื่อดังผู้เต็มไปด้วยความลึกลับ

รายงานพิเศษ เจาะใจถามถึงความเห็นของเหล่านักศึกษาปีหนึ่งเกี่ยวกับตัวประธานชั้นปีของพวกเขาว่าคิดอย่างไรกัน

พลาดไม่ได้รวมภาพช๊อตเด็ดของสาวน่ารักและหนุ่มหล่อประจำปีการศึกษานี้ทั้งเก่าและใหม่

และเหล่าพาดหัวอื่นอีกมากมายที่ส่วนใหญ่ในตัวข่าวล้วนแต่กล่าวถึงตัวเขาทั้งนั้นราวกับต้องการจะประจานเขาก็ไม่ปาน
ว่าแต่ชมรมนี้ขยันทำงานกันเสียจริงนะทั้งที่พึ่งเทอมได้วันเดียวแท้ๆยังหาข้อมูลมาเขียนข่าวได้ขนาดนี้
“อืมๆ ร้ายไม่เบานี่นาท่านประธานชั้นปี” วัลแคนเอ่ยขึ้นมาหลังจากที่เขามายืนอ่านข่าวที่แปะอยู่บนบอร์ดนี้จากทางด้านหลังของจิงคมาได้สักพักใหญ่แล้วด้วยท่าทางที่ยังคงตีเนียนทำเป็นสนิทสนมกับตัวเขาไม่เปลี่ยน
“อ่านะ” จิงคหัวเราะด้วยท่าทางที่เหนื่อยหน่ายเป็นการตอบกลับ
ให้ตายเถอะเขาร้ายยังไงกัน ถ้าบอกเพราะว่าต้มตุ๋นหลอกคนทำความชั่วไว้มากล่ะก็ใช่เลย แต่ถ้าเกี่ยวกับเรื่องที่ติดอยู่บอร์ดตอนนี้แล้วละก็ถามจริงเถอะที่ข่าวนั้นเขียนมามันจะมีความจริงที่เกี่ยวกับตัวเขาสักกี่เปอร์เซนต์เชียว
เพราะว่านานาเอลกับเขาก็ไม่ได้เป็นแฟนกันและเขาเองก็ยังไม่ได้เป็นพวกมาโซเต็มขั้นถึงขนาดที่จะเลือกเธอคนนั้นมาเป็นแฟนหรอกนะ ที่สำคัญยัยนั่นมันสนใจผู้ชายหรือเปล่าก็ยังไม่รู้เห็นวันวันเอาแต่มาแกล้งเขาอยู่ในทุกครั้งที่มีเวลาว่างนับตั้งแต่ที่เธอรู้จักกับเขามา
ส่วนฟีอาใครจะกล้าเข้าไปจีบกัน ถ้าคิดในแง่ตามหลักเหตุและผล ตัวอันตรายแบบนั้นใครจะไปจีบก็บ้าแล้วล่ะ ไว้ถ้าเขาคิดอยากจะฆ่าตัวตายบางทีอาจจะขอไปลองของสักหน่อยก็ได้
แล้วก็ถ้าแน่จริงพวกเขียนข่าวก็เข้าไปจีบเองสิโว้ย!!!
แม่มดผู้มิอาจสัมผัสเชียวนะเฟ้ย ถึงจะน่ารักปานใดแต่มันก็ไม่มีอะไรดีอยู่ดีเพราะจะจับนิดแตะอั๋งหน่อยก็ไม่ได้ เผลอๆจะทำให้เสี่ยงตายมากกว่าเดิมเสียด้วยซ้ำ
หัดใช้หัวคิดกันหน่อยบ้างสิ
เอาเป็นว่า ถ้าเลือกได้เขาขอผู้หญิงธรรมดาสามัญยังจะดีกว่าเสียอีก
“ว่าแต่ชมรมหนังสือพิมพ์ของที่นี่ก็ร้ายไม่เบานะทั้งที่แค่เมื่อคืนเอง....”
จู่จู่วัลแคนก็เอ่ยออกมาด้วยท่าทางที่เปลี่ยนไปจากเดิมเป็นอย่างมากจนทำให้จิงครู้สึกขนลุกอย่างน่าประหลาดกับท่าทีนั้นของเขา
มันเป็นอะไรของมันล่ะนั้น?
ก่อนที่จิงคจะหันไปมองตรงจุดที่วัลแคนมองอยู่ที่คอมลัมน์รวมภาพช๊อตเด็ดของสาวน่ารักและหนุ่มหล่อประจำปีการศึกษานี้ทั้งเก่าและใหม่
แต่แล้วเขาก็ต้องตกใจเป็นอย่างมากเมื่อพบว่าตรงที่วัลแคนมองอยู่นั้นคือรูปถ่ายภาพของใครบางคนที่กำลังวิ่งหนีอะไรบางอย่างที่ถูกขยายจากภาพที่ดูแล้วน่าจะขนาดเล็กพอสมควรและดูแล้วไม่ค่อยชัดมากนัก ใครบางคนที่ดูคุ้นตาเขาอย่างประหลาดเหมือนว่าเขาพึ่งส่องกระจกเห็นคนคนนั้นเมื่อเช้านี้เอง
ไปโดนถ่ายตอนไหนกันเนี้ย?
ประโยคแรกที่ผุดเข้ามาในความคิดเขาอย่างร้อนรนพร้อมกับความคิดที่ตามหลังมาว่าพวกนั้นจะรู้หรือเปล่าว่าเธอคนนั้นเป็นใคร
“หญิงสาวปริศนาแสนสวยสุดน่ารัก” จิงคหลุดปากอ่านคำพูดใต้ภาพนั้นออกมาด้วยความรู้สึกที่โล่งอก
แต่ก็นะ ถ้าใครรู้ก็แปลกแล้วล่ะ สภาพเปลี่ยนไปซะขนาดนั้นถ้าเอามาเทียบกับตัวเขาในตอนนี้ที่หัวยุ่งอย่างกับรังนกสวมแว่นตาที่ดูโกโรโกโสขัดตาแบบนี้แล้วคงไม่มีใครคิดหรอกว่า หญิงสาวน่ารักผมสั้นประบ่าที่จัดทรงไม่เป็นระเบียบแบบนั้นจะคือคนคนเดียวกับชายหนุ่มที่มีข่าวเยอะที่สุดในหน้าหนังสือพิมพ์ประจำสถาบันของวันนี้
“น่ารักดีใช่ไหมล่ะ?” วัลแคนหันมาเอ่ยถามความเห็นของเขาเสียงเคลิ้ม
“ก็นะ” จิงคเอ่ยตอบแบบขอไปที
“อ่านะ ลืมไปนายได้อยู่กับสาวสวยตั้งสามคนแล้วนี่นานายคงชินแล้วสินะ แต่สำหรับฉันนี่สิ แม่เจ้า ฉันแทบเพ้อถึงเธอตลอดเลย นี่จิงครู้ไหมเมื่อคืนนี้ฉันเห็นเธอคนนั้นตัวจริงด้วยล่ะ”
“หา!!!”
จิงคร้องลั่นอย่างตกใจเป็นอย่างมากกับข่าวล่ามาใหม่ที่หลุดออกมาจาปากของวัลแคนว่าเขาเคยเห็นจิงคในร่างหญิงมาแล้ว แถมเห็นไม่เห็นเปล่าดันเจือกมีทีท่ามาหลงเสน่ห์ร่างนั้นของเขาเข้าให้ด้วย
ซวยเป็นที่สุด ซวยแบบไม่มีอะไรมาเหนือกว่านี้ได้แล้ว
ทั้งตัวเขาและไอ้บ้านี่ด้วย
แต่ถ้าคิดในแง่ผู้ชายด้วยกันแล้วสเปคพี่แกก็ใช่ย่อยเหมือนกันนะเนี้ยเพราะอันที่จริงจิงคเองถ้าให้ตัดเรื่องที่ว่าร่างนั้นเป็นตัวเขาไปแล้ว
เขาเองก็ออกจะนิยมชมชอบอยู่เหมือนกัน
ปากนิด จมูกหน่อย เอวคอด สะโพกผาย หน้าอกใหญ่ ที่สำคัญยังน่ารักอีก ถ้าเอาคุณเธอคนนั้นไปเทียบกับเหล่าสามสาวที่เป็นรูมเมทเขาก็ยังถือว่าสูสีเลยทีเดียว แถมเมื่อคืนนี้แม่นานาเอลยังเพิ่มออฟชั่นเสริมให้อีกจนทำให้เขาเครียดเป็นอย่างมาก แต่ผลที่ออกมากลับเป็นเสียงกรี๊ดกร๊าดเบาๆของนานาเอลและในใจของเขาที่ส่องกระจกดูตัวเองในคืนวันนั้น
เพราะร่างที่น่าอดสูในความคิดของเขานั้นได้พลันแปรจากสภาพสาวเซ่อกลายเป็นสาวน้อยผู้น่ารักอย่างไม่มีเหตุผลจนเผลอกระชากใจเจ้าของร่างไปด้วย
โชคดีที่ไอ้บ้านี่ยังไม่ได้เห็นร่างหญิงของเขาในสภาพอัพเกรดไม่งั้นมีหวัง....
 “ใช่แล้ว เธอคนนั้นในชุดนักศึกษาชายของสถาบันที่วิ่งมาตามถนนข้างหอพักอย่างรีบร้อนราวกับวิ่งหนีอะไรบางอย่างมาด้วยท่าทางที่แตกตื่นอยู่ แต่กระนั้นฉันก็เข้าใจผิดไปเพราะคนที่วิ่งตามหลังเธอคนนั้นมาคือคุณนานาเอล สงสัยคงวิ่งเล่นไล่จับกันล่ะมั้ง แต่ว่านะ ท่าทางของเธอคนนั้นมันช่างน่ารักจับจิตจริงๆเลย มีเธอคนนั้นคนแรกนั้นแหละที่ติดตาฉันตั้งแต่แรกเห็นจนอยากทำให้ฉันเข้าไปทำความรู้จักกับเธอเสียจริงๆ ให้ตายเถอะ นี่ฉันคงหลงรักเธอคนนั้นเข้าให้แล้วสินะ” วัลแคนพร่ำเพ้อออกมาอย่างออกท่าทางราวกับคนบ้าก็ไม่ปานจนทำให้ผู้คนที่อยู่รอบข้างในตอนนี้เริ่มหันมาสนใจเขามากกว่าข่าวบนหน้าหนังสือพิมพ์แล้ว
ขอบใจนะที่ชมแต่ว่ามาชมแบบนี้เขาทำใจรับไม่ได้เลยฟะ แต่เดี๋ยวไอ้ประโยคสุดท้ายนั้นมันฟังดูอันตรายยังไงชอบกลนะ
รีบเปลี่ยนคำพูดเดียวนี้เลยนะเฟ้ย!!!
แต่ว่ามันดูยังไงเป็นว่าเขากำลังเล่นวิ่งไล่จับกับยัยนานาเอลได้ล่ะฟะเนี้ย ดูยังไงก็น่าจะเห็นว่าเขากำลังวิ่งหนีอย่างเอาเป็นเอาตายนี่หว่า และที่สำคัญใครจะบ้ามาเล่นไล่จับตอนช่วงเกือบจะสามทุ่มไปแล้วบ้างฟะถึงแม้จะยังไม่ดึกมากก็เถอะ
แต่มันก็ไม่ใช่เวลาเล่นแล้วโว้ย!!!
หัวสมองมีใครบ้างไหมเนี้ย หัวสมองน่ะ?
สรุปแล้วไอ้คุณคนบ้าคนนี้เป็นนักศึกษาทุนจริงๆหรือเปล่าฟะ? ทำไมมันดูโง่อย่างไร้ที่เปรียบเปรยแบบนี้ได้?
จิงคยกมือขึ้นมากุมขมับอย่างดับเบิ้ลซีเครียดจนหัวแทบระเบิดเมื่อเจอคำพร่ำเพ้อสุดโอเว่อร์ของคนผู้นี้
“นี่นายเข้าใจความรู้สึกของฉันในตอนนี้ใช่มั้ย?”
ไม่เข้าใจและก็ไม่อยากจะทำความเข้าใจด้วยโว้ย!!!
อะไรของแกเนี้ยจู่จู่ก็มาพูดพร่ำเพ้ออยู่แถวนี้แบบไม่มีปี่มีขลุ่ยแล้วยังหันมาหาเขาเพื่อชวนเข้าร่วมแนวร่วมอะไรบ้าบ้านั้นอีก
สงสัยไอ้หมอนี่คงจะมีประวัติทางโรคประสาทมาก่อนแน่ๆล่ะมั้ง?
“ก็พอจะเข้าใจอยู่กระจิดหนึ่งล่ะมั้งนะ” จิงคเอ่ยถามแบบรักษาน้ำใจเขาเอาไว้อย่างไม่กล้าพูดความจริง
“ดูนายพูดเข้าสิจิงค ตลกดีนะ” วัลแคนหัวเราะออกมาเบาๆอย่างขำขันกับคำตอบของเขา
“อ่านะ” จิงคยิ้มแห้งๆให้ทั้งที่ความจริงตอนนี้เขาเองนั้นแทบจะยิ้มไม่ออกเสียด้วยซ้ำ
เป็นใครลองได้ฟังไอ้โรคจิตที่มีเพศเดียวกันพร่ำเพ้อถึงตัวเองในสภาพที่น่าอดสูแบบนั้น แถมยังมีการบอกว่าชอบเป็นออฟชั่นเสริมแบบนี้อีก เป็นใครใครก็เครียดเฟ้ย ไม่ได้เครียดธรรมดาเสียด้วย แต่น่าจะเครียดมากๆเลยล่ะ
ใครก็ได้มาเปลี่ยนตัวกับเขาทีได้จะมั้ยยย!!!?
 “อยากเจอเธอคนนั้นอีกจังเลย.....”
นั้นฉันจะช่วยภาวนาให้ก็แล้วกันนะ ว่าให้ความหวังของนายมันไม่เป็นจริงไปตลอดกาล จิงคคิดในใจอย่างไม่กล้าเอ่ยออกมาอย่างอดสู
ให้ตายเถอะ ทำยังไงถึงจะออกไปให้พ้นๆจากสภาพนี้ได้สักทีฟะ

◊◊◊◊◊◊◊◊◊

วิชาแรกประวัติศาสตร์ วิชาสองเคมีเบื้องต้น วิชาที่สามฟิสิกส์ประยุกต์ และสุดท้ายของคาบเช้าคือแคลคูลัส ไม่น่าแปลกใจเลยว่าทำไมตอนนี้เหล่านักศึกษาทุนผู้เลิศเลอทั้งหลายที่มีระดับทุนต่ำกว่ารอยัลแพตตินั่มจะนอนกองกับโต๊ะแบบหมดเรี่ยวแรงอย่างไร้เหตุผลในช่วงพักเที่ยง
แต่ยังไงก็ต้องยกเว้นไอ้บ้าหน้าหม้อวัลแคนที่กำลังเดินตามหลังเขาพร้อมทั้งบรรยายสรรพคุณของตัวเขาในร่างหญิงอย่างออกรสในช่วงที่ผ่านมาก โดยในตอนหลังๆมันชักจะลามปามปนลามกหน่อยๆแล้วด้วย อย่างเช่นหน้าอกอย่างนั้นคัพอะไร อยากรู้สัดส่วนแล้วสิ, ถ้าได้กอดจะนุ่มขนาดไหน?, และเธอคนนั้นจะมีใครในหัวใจหรือยัง? อะไรเทือกนี้เป็นต้น เอาไว้สักคนก็แล้วกัน
ไม่รู้ว่ามันเก่งกาจเรื่องการเรียนอยู่แล้วหรือว่ามันโง่จนประสาทช้าเลยไม่รู้ว่าที่เรียนอยู่ในช่วงเช้ามามันโหดหินขนาดไหนหรือบางทีอาจจะเพราะได้กำลังใจจากการเห็นเขาในร่างหญิงซึ่งเจ้าตัวไม่รู้ว่าเป็นเขามาเป็นกระทิงแดงทำให้คึกหรือเปล่าฟะ
ถ้าใช่แล้วล่ะก็ เขาจะรีบขอให้ใครสักคนใช้เวทลบความทรงจำมันทันที เพราะไอ้บทสนทนาหลังๆของมันเริ่มทำให้เขาเสียวซ่านไปถึงบั้นท้ายอย่างน่าประหลาดแล้ว
ชักสงสัยแล้วสิว่าถ้าไอ้บ้านี่รู้ว่าหญิงสาวคนนี้เป็นใครแล้วมันยังจะทำท่าทางแบบนี้อีกไหม?
แต่ว่าอย่าดีกว่าถ้าเกิดมันบ้าตามที่เขาคิด ไอ้คุณนานาเอลคงได้ร่วมผสมโรงเพื่อกระชากเขาลงสู่วังวนนรกที่แสนน่าสนุกในสายตาของเธอแน่ๆ
เพราะฉะนั้นหัวเด็ดตีนขาดยังไงก็ให้มันรู้ไม่ได้ว่าแม่สาวคนนี้คือเขา
ให้ตายเถอะ อยากจะบ้าตายโว้ยยยย!!!!!
“แหมๆ ทำหน้าเครียดจังเลยนะจิงคหรือว่าที่เรียนเมื่อเช้ามันจะยากเกินไป ไม่สิ มันไม่น่าจะยากเลยนี่นาเห็นในชั่วโมงนายก็ตอบคำถามของอาจารย์ได้ทุกคำถามเลยนี่นา”
นานาเอลที่นั่งอยู่ที่โต๊ะทานอาหารเดียวกับพวกเซฟเฟอรัสพร้อมกับเหล่าสองสาวรูมเมทที่เหลือของเขาฉีกยิ้มเอ่ยออกมาอย่างอารมณ์ดีเมื่อเธอเห็นหน้าเขา
“ก็แล้วจะทำไม?” จิงคตอบกลับแบบไม่สนใจเธอมากนัก
แต่ทว่าหญิงสาวผู้นั้นกลับยกมือทำท่าจะดีดนิ้วให้จิงคเห็นด้วยรอยยิ้มที่ดูชั่วร้ายยิ่งกว่าตัวโกงไหนๆในนิยายและหนังสือที่จิงคเคยพบเจอมาจนทำเอาเขาขวัญผวาเป็นอย่างมากที่สำคัญมุมยิ้มของเธอนั้นมันอยู่ในมุมที่มีเขาเห็นเพียงคนเดียวเสียด้วย
นี่นะหรือเทพธิดา ให้ตายเถอะ ให้คนตั้งฉายามันคงเป็นอย่างที่เขาคิดจริงๆแล้วล่ะมั้ง?
แต่ถึงกระนั้นเขากลับแสดงท่าทางที่สลับกับความคิดของเขาออกมาโดยสิ้นเชิงเพื่อเป็นการกลบเกลื่อน ถึงแม้จะรู้ว่าเปล่าประโยชน์เพราะว่ายัยนี่มันอ่านความคิดเขาได้ แต่ก็ยังดีกว่าไม่ทำอะไรเลย
“โอ้ แม่เทพธิดายาหยีแสนสวยสุดสง่างามจนหาใดมาเปรียบมิได้ แม้แต่เทพีนางงามอันอันดับหนึ่งของโลกอย่างท่านรีเซียน่าก็ยังสู้ไม่ได้เลย ได้โปรดเถอะครับ ผมขอร้องด้วยความนอบน้อมและความภาคภูมิที่ผมมี ได้โปรด อย่าทำอย่างนี้เลยครับ ไอ้การตั้งท่าทางแบบนั้นมันไม่เหมาะกับท่านเลยนะครับ ไอ้การดีดนิ้วแบบนั้นน่ะ มันมีแต่คนที่ไร้อารยะและการศึกษาเท่านั้นที่จะทำครับซึ่งท่านคงไม่ใช่พวกนั้นใช่มั้ยครับ?”
หน้ามือกับหลังอะไรสักอย่างที่สื่อให้ความรู้สึกที่แตกต่างกันสุดขั้ว ไม่สิ สุดขอบ สุดอะไรก็ช่างเถอะ นั้นคงเป็นประโยคที่จะยกเปรียบเทียบกับการกระทำของจิงคได้ในตอนนี้
ว่าจบไม่จบเปล่า เพราะเขาเดินเข้าไปนวดไหล่เธอผู้นั้นเบาๆด้วยท่าทีที่ดูแล้วประจบประแจงจนหน้าขนลุกท่ามกลางสายตาของคนบนโต๊ะอาหารที่มองเขาอย่างตกใจพอสมควรกับการกระทำนั้น แต่ดูเหมือนว่าทั้งนานาเอลและเขาหาได้สนใจพวกนั้นไม่
ในทางกลับกันนานาเอลนั้นเริ่มยิ้มอออกมาอย่างพอใจกับท่าทีของจิงคในตอนนี้ ส่วนจิงคนั้นก็รู้สึกอยากจะร้องไห้ออกมาน้อยๆที่เขาต้องทนมาจับตัวปรนนิบัตินางมารในคราบเทพธิดาที่แสนจะน่ารังเกียจผู้นี้อย่างเลี่ยงไม่ได้
เพราะการดึงความสนใจในช่วงนี้ถือเป็นงานสำคัญเลยเพื่อที่คุณเธอจะได้ไม่เอะใจกับประโยคที่เขาแอบด่าในคำพูดป้อยอเมื่อสักครู่นี้เพราะเผลอปากไป
ขืนเธอสะกิดใจเข้ามีหวังเขาได้ตายหยั่งเขียดแน่ๆ
“อืม... สบายไหล่จังเลยนะ”
จู่จู่นานาเอลก็เอ่ยออกมาเสียงใส แต่ท่าดูจากท่าทีก็คงสบายจริงๆนั้นแหล่ะ เพราะจะว่าไปจิงคเองก็ตั้งใจนวดเธออย่างจริงจังแบบไม่ได้คิดจะแกล้งเธอด้วย
ไหล่แข็งชะมัด เส้นก็ตึง ให้ตายเถอะ ยัยนางมารนี่ก็ทำงานหนักใช่ย่อยเลยนะ
“แหม... อยู่แล้วครับคุณผู้หญิง”
แต่ว่าคำพูดที่ออกมาจากปากหนนี้ของจิงคคือการประชดชัวร์ขอรับประกัน
“งั้นเอาเป็นว่าคืนนี้มานวดให้ฉันก็แล้วกันนะ” นานาเอลเอ่ยออกมาอย่างอารมณ์ดีด้วยเสียงที่ดังลั่นราวกับตั้งใจที่จะประกาศให้คนทั้งโรงอาหารได้รับรู้
ก่อนที่กองไฟในหัวใจของคนในโรงอาหารแห่งนี้เป็นส่วนมากจะค่อยๆลุกโชนขึ้น ความนับถือที่มีมาก็เริ่มมลายหมดสิ้นและพร้อมที่จะแปรเปลี่ยนกลายเป็นเพลิงริษยา
ยัยนี่......
จิงคได้แต่คิดในใจอย่างทำอะไรไม่ได้มากนัก เพราะไอ้มนตราบ้าบอเวอร์ชั่นอัพเกรดจากเดิมที่แม่เทพธิดาตัวร้ายร่ายไว้มันกำลังกดดันเขาอยู่
ที่สำคัญยังนวดยัยนี่ไม่เสร็จด้วย
ว่าแต่ เอ๊ะ! ทำไมเขาต้องตั้งใจนวดยัยนี่ด้วยล่ะ? ทั้งที่ตอนแรกที่เขาทำแบบนี้เพื่อกลับเกลื่อนปากอันหมานๆของตัวเขาเองไม่ใช่หรือไงหว่า ให้ตายเถอะ ชักไม่เข้าใจตัวเองอีกแล้วสิ?
ทำไมกันล่ะเนี้ย?

◊◊◊◊◊◊◊◊◊

เสียงเพลงจากกล่องดนตรีที่ถูกทำขึ้นอย่างปราณีตดังขึ้นมาเบาๆในห้องสี่เหลี่ยมที่ดูทึนทึบเพราะผ้าม่านที่ถูกปิดไว้ทั่วห้องเพื่อกั้นมิให้แสงสว่างเข้ามา ในขณะที่ร่างของเจ้าของห้องนั้นจะเดินเข้ามานั่งบนเก้าอี้ที่ถูกจัดวางไว้ที่กลางห้องนั้นอย่างเป็นจุดเด่น ท่ามกลางบรรยากาศโดยรอบที่ถูกรายรอบไปด้วยตุ๊กตาหลายประเภท ทั้งตุ๊กตาที่ทำจากไม้ จากผ้าหรือกระดาษก็ยังมี
“จริงๆเลย แย่จริงๆ แบบนี้ไม่ไหวเลยจริงๆว่าไหม”
คนผู้นั้นทอดสายตามองไปที่รูปถ่ายที่ตอนนี้มันกำลังเคลื่อนไหวแสดงสถานการณ์ที่จิงคเป็นอยู่ในตอนนี้ที่อยู่ในมือของเขาก่อนที่มืออีกข้างของเธอจะเอื้อมไปหยิบตุ๊กตายัดนุ่นตัวใหญ่ที่วางอยู่ข้างเก้าอี้มากอดไว้แน่น
“นั้นสิแบบนี้ไม่ไหวเลยนะ” ชายหนุ่มวัยกลางคนในชุดสุภาพได้เอ่ยตอบกลับเสียงของคนที่นั่งอยู่ในห้องที่ดังเขามาในความคิดของเขาโดยตรงในขณะที่เขากำลังทอดสายตาจิงคที่กำลังนวดนานาเอลจะเงามืดของโรงอาหารในสถาบัน
“คนแบบนี้ไม่สมควรที่จะมาเป็นคนสำคัญของเธอคนนั้นเลย...”
“พูดอะไรนะ...” คนที่นั่งอยู่ในห้องทึนทึบที่กำลังทอดสายตามองจิงคในรูปถ่ายที่กำลังเคลื่อนไหวนวดนานาเอลได้เอ่ยถามขึ้นมาหลังจากที่เขาได้ยินคำพูดที่แปลกของชายหนุ่มคนนั้น
“เปล่านี่นา เปล่าเลย” ชายหนุ่มคนนั้นคลี่ยิ้มตอบด้วยท่าทางที่มากด้วยแผนการก่อนที่เขาจะหันไปมองเซฟเฟอรัสที่ตอนนี้กำลังมองจิงคกับนานาเอลด้วยสายตาที่หมองเศร้าอยู่
“หมอนั้นท่าทางจะใช้ได้แฮะ”

---------------------------------------------------------------------------------------------------------------







NEKOPOST.NET