Jinx Pech ตอนที่ 63 | Nekopost.net 
NEKOPOST
การแสดงผล

Jinx Pech

Ch.63 - Kapitel 29 : Ablenkung (เบี่ยงความสนใจ)


เสียงประดาบของชายหนุ่มสองคนได้ดังลั่นขึ้นไปทั่วหอนาฬิกาใจกลางเมืองแห่งการศึกษาที่บัดนี้ไร้ซึ่งผู้คนเดินขวักไขว่เหมือนเช่นทุกวันเนื่องด้วยสถานการณ์ร้ายแรงที่รีเวิร์สก่อขึ้น ก่อนที่ร่างของชายหนุ่มทั้งสองผู่ก่อให้เกิดเสียงประดาบนั้นจะมาปรากฎตัวที่ถนนหน้าหอนาฬิกาในสภาพที่ดูโทรมกว่าเดิม

“ให้ตายเถอะ ไม่น่าเชื่อเลยว่านักฆ่าในเงามืดอย่างนายจะต่อสู้ตัวต่อตัวได้ถึงขนาดนี้นะ”

อูเกอโนท์เอ่ยขึ้นในขณะที่เขาพยายามที่จะประคองร่างที่เต็มไปด้วยบาดแผลของเขาให้ยืนนิ่งเพื่อเผชิญหน้ากับชายหนุ่มสวมหน้ากากนามว่ามุจินะต่อ

“นายก็เหมือนกันไม่น่าเชื่อว่านายจะทนการโจมตีของฉันได้นานขนาดนี้” มุจินะพูดตอบพร้อมทั้งใช่มือที่ถิอดาบสั้นขยับหน้ากากที่แตกร้าวในเข้าที่

“นั้นก็เพราะฉันมีเป้าหมายที่ยอมเสียไปไม่ได้ยังไงล่ะ” อูเกอโนท์ตอบกลับเสียงเข้ม

“ก็นะ แต่ว่าเหตุผลนายมันไร้สาระเกินไปนะสิ” มุจินะยักไหล่ตอบกลับ

“ว่าไงนะ”

คำตอบนั้นทำให้อูเกอโนท์ออกอาการเคืองขึ้นมาทันทีจนทำให้เขาตั้งท่าที่จะบุกตะลุยเข้าไปจู่โจมมุจินะอีกรอบ แต่แล้วเขาก็ต้องชะงักลงเมื่อรู้สึกว่าที่ท้องของเขาได้มีวัตถุมีคมที่ทำจากโลหะปักท้องของเขาอยู่

“อึ๊ก!” อูเกอโนท์ร้องออกมาเบาๆก่อนที่เขาจะกระอักเลือกออกมาจากปาก

“ก็บอกแล้วไงว่าเหตุผลนายมันไร้สาระเกินไป เพราะอย่างนั้นนายถึงไม่มีใครที่จะมาช่วยนายได้เลยยังไงล่ะ” มุจินะพูดซ้ำประโยคเดิมแล้วเขาก็ก้าวเท้าเดินไปหาอูเกอโนท์ที่ตอนนี้ทรุดลงไปนั่งกองอยู่กับพื้นเพราะฤทธิ์บาดแผล

“พวกแก... ทำไมถึง...” เขาหันไปมองหน้ามุจินะชั่วครู่หนึ่งก่อนที่เขาจะเหลือบสายตาที่โกรธแค้นภายใต้ฮู้ดนี้ไปมองร่างของหญิงสาวสองคนที่มาปรากฎตัวข้างหลังเขาตอนที่เขาไม่รู้ตัว

“ให้ตายเถอะ ฉันรอเวลาอยู่ตั้งนานแล้วรู้ตัวหรือเปล่า แต่ก็ไม่สบโอกาสสักทีจนกระทั่งวันนี้พอได้ยินคำสั่งจากท่านรีอามา ฉันล่ะเป็นปลื้มที่สุดเลย” หญิงสาวผมเปียในชุดนักศึกษาสายวิชาการของสถาบันที่จิงคเคยเรียนอยู่ได้ยื่นใบหน้ามากระซิบข้างหูของชายหนุ่มนามว่าอูเกอโนท์

“อะไรนะ” อูเกอโนท์กัดฟันเอ่ยขึ้นมาด้วยน้ำเสียงที่ตกใจเป็นอย่างมาก

“นี่นายไม่เข้าใจที่ฉันพูดงั้นเหรอ ให้ตายเถอะ แค่เป็นพวกบ้าบอไม่พอสมองนายยังทำงานช้าอีกด้วยงั้นเหรอน่าสงสารเสียจริง” อีคิดน่าได้ทีพูดกระทบกระเทียบใส่

“อีคิดน่าฉันไม่ขำนะ เธอบอกว่าที่ฉันโดนแทงในตอนนี้เพราะรีอาสั่งงั้นเหรอ” อูเกอโนท์พูดเสียงเข้มจนทำให้คนภายนอกเดาสีหน้าที่ปกปิดอยู่ใต้ฮู้ดได้ไม่ยากว่าเขากำลังแสดงความรู้สึกแบบไหนอยู่

“เรื่องนั้นให้ฉันตอบเองดีกว่าไหมค่ะ คุณอดีต ‘หนึ่งในห้าผู้บัญชาการของเหล่าเทวัญตกสวรรค์’” หญิงสาวผมสั้นที่หน้าดูสวยออกเท่ในชุดนักศึกษาทุนที่ยืนอยู่ด้านหลังอีคิดน่าได้เอ่ยขึ้นมาพร้อมกับรอยยิ้มที่เหยียดหยาม

“อดีตงั้นเหรอ นี่เธอพูดอะไรของเธอน่ะ คุณ...” อูเกอโนท์เอ่ยเถียง

“แหม... เรียกชื่อฉันก็ได้นะค่ะ ไม่ใช่ว่าคุณจะไม่รู้จักฉันนี่ค่ะ ท่านอาจารย์สอนวิชาการปกครอง” ไซธีเรียเอ่ยออกมาเสียงเย็น

“นี่เธอ...” อูเกอโนท์เอ่ยเสียงกริ้วจนลืมความเจ็บปวดของบาดแผลไปจนสิ้นพร้อมทั้งหันไปทางอีคิดน่าทันที เมื่อพบว่าฐานะในสถาบันที่เขาแฝงตัวอยู่ได้ถูกเปิดเผยให้คนภายนอกรู้แบบนี้

“เรื่องนี้ไม่จำเป็นต้องให้คุณอีคิดน่าบอกก็ได้ค่ะ ของมันเดากันได้ไม่ยากอยู่แล้วค่ะ” ไซธีเรียเอ่ยสำทับออกมา

“หือ... หมายความว่า”

“ก็ถ้าจำไม่ผิดคุณบาโทโลมิวเคยทำอะไรนอกแผนการครั้งหนึ่งไม่ใช่หรือไงคะ” ไซธีเรียคลี่ยิ้มฆาตกรให้อูเกอโนท์

“หืม?”

มาถึงตรงนี้ดูเหมือนว่าชายหนุ่มสวมฮู้ดจะตามเรื่องที่ไซธีเรียพูดไม่ทันเพราะเขานั้นไม่ได้เอ่ยตอบโต้คำพุดของหญิงสาวมาดเท่มากกว่าสวยผู้นี้ไปพักใหญ่

 “คำสาปโกรธา” ทางอีคิดน่าเป็นคนเอ่ยขึ้นเพื่อทำลายความเงียบในครั้งนี้

“อ๋อ... แต่ถ้าจำไม่ผิดนั้นก็เป็นคำสั่งของรีอาไม่ใช่หรือไง” อูเกอโนท์เถียงกลับ

“ก็แค่ให้นายก่อเรื่องเล็กๆน้อยๆเพื่อกระตุ้นคุณจิงคให้ได้เคลื่อนไหวร่างกายบ้างพร้อมทั้งเช็คความเป็นไปได้ในการคืนความทรงจำของท่านโครนอสในตัวของคุณจิงคก็เท่านั้นเอง ไม่ได้ต้องการให้ถึงกับชีวิตสักหน่อย” อีคิดร่าหรี่ตามองอูเกอโนท์ด้วยความรู้ไม่พอใจ

“นั้นมันก็แค่พลาดไปหน่อยก็เท่านั้นเอง” อูเกอโนท์แก้ตัว

แต่ฉับพลันกลับมีมีดสั้นขนาดพอเหมาะพุ่งมาปักไหล่ของเขาเสียก่อนจนทำให้สภาพที่เขานั่งทรุดอยู่ในตอนนี้กลับกลายเป็นนอนกองอยู่บนพื้นแทน

“อ๊าก!!!

อูเกอโนท์แผดเสียงลั่นเพราะความเจ็บปวดจากบาดแผลที่จู่จู่ก็เพิ่มขึ้นมาโดยที่เขาไม่ทันตั้งตัว

“อุ๊บ! โทษทีค่ะ เผอิญมันหลุดมือ” ไซธีเรียแสร้งทำท่าตกใจด้วยความรู้สึกผิดออกมาพร้อมทั้งส่งสายตาที่แสดงถึงความสมเพชใส่ชายหนุ่มสวมฮู้ดในตอนนี้

“นี่เธอ... โอ๊ย... มันจากมากไปแล้วนะ” อูเกอโนท์ที่ดิ้นพล่านเพราะฤทธิ์บาดแผลพยามที่จะลุกขึ้นมาเพื่อตอบโต้การกระทำนั้นของไซธีเรีย

แต่ทว่าบาทาของมุจินะกลับก้าวมาเหยียบกดร่างของอูเกอโนท์ไว้ก่อนที่เขาจะได้ขยับตัวลุกขึ้นยืนแทบเหยียบไม่เหยียบเปล่าเพราะบริเวณที่ที่มุจินะเหยียบอยู่นั้นมันเป็นบาดแผลแรกที่ทางไซธีเรียได้สร้างไว้

“จะทำอะไรของนายงั้นเหรออูเกอโนท์” มุจินะเอ่ยขึ้นเสียงด้วยอารมณ์ที่นิ่งเรียบ

“อึ๊ก!”

อูเกอโนท์ร้องออกมาเบาๆหลังจากที่เขาพยายามที่จะฝืนร่างกายของตนให้ขยับเขยื้อนเพื่อต่อต้านการกะทำของมุจินะในตอนนี้ แม้สุดท้ายนั้นมันจะเป็นเรื่องที่เปล่าประโยชน์ก็ตามที เพราะท้ายที่สุดเขาก็ไม่อาจสั่งร่างกายให้ทำตามที่เขาต้องการได้อยู่ดี

 “เอาล่ะ ตอนนี้ท่าทางว่าจะได้เวลาแล้วสินะ ทุกอย่างก็ยังคงเป็นไปตามแผนด้วย ที่เหลือก็แค่เข้าสู่บทสรุปของเนื้อเรื่องก็เท่านั้นเองสินะ” อีคิดน่าทอดสายตามองร่างของอูเกอโนท์ที่นอนซมหมดสภาพอยู่ใต้เท้าของมุจินะด้วยความสมเพศ

“แก...” อูเกอโนท์เค้นเสียงเอ่ยออกมาอย่างโกรธแค้น

“นอนอยู่เฉยๆน่าจะดีกว่านะ เพราะฉันเองก็ไม่อยากที่จัดการนายตอนนี้หรอกนะ เอาเป็นว่าถือเป็นความเมตตาครั้งสุดท้ายที่ฉันจะปล่อยให้นายได้เห็นจุดสิ้นสุดของแผนการครั้งนี้ที่ท่านโครนอสได้วางไว้อย่างเต็มตาก็แล้วกัน”

ว่าจบอิคิดน่าก็หันไปมองทางทิศที่จิงคและรีเวิร์สอยู่ในตอนนี้ด้วยแววตาที่คาดหวังในอนาคตข้างหน้าต่อจากนี้

 

◊◊◊◊◊◊◊◊◊

 

ไม่รู้ว่าเวลาผ่านไปเนิ่นนานเท่าไรหลังจากที่รีเวิร์สได้กอดร่างของเฮเลนนั้นไว้แน่นร่าวกับเธอเป็นของล้ำค่าที่เขาไม่อยากจะสูญเสียมันไป แต่ถึงกระนั้นเวลาแห่งความสุขนั้นก็ได้ถูกทำลายลงเมื่อเฮเลนได้ขยับร่างเพื่อถอยห่างจากรีเวิร์สด้วยแววตาที่เศร้าสร้อย

“ถึงเวลาแล้วสินะ” ชายหนุ่มผู้นั้นเอ่ยออกมาอย่างทำใจซึ่งหญิงสาวก็พยักหน้าตอบรับเบาๆ

“ก็คงต้องประมาณนั้นแหละคะ แล้วก็คุณฟอร์เวิร์ดด้วยนะค่ะ หวังว่าคุณคงจะเตรียมใจพร้อมไว้แล้วด้วย ไม่เช่นนั้นแผนการทั้งหมดต่อจากนี้ไปคงต้องล่มไม่เป็นท่าแน่คะ” เฮเลนหันมองร่างของเมดสาวที่ยืนนิ่งมองพวกเธอก่อนกันอยู่นานด้วยแววตารวดร้าว

“รู้แล้วน่า ว่าหลังจากนี้ไปฉันจะไม่เข้าไปยุ่งเกี่ยวเด็ดขาดจนกว่าทุกอย่างในเรื่องนี้จะจบลง แต่หลังจากนั้นฉันไม่รับประกันหรอกนะว่าฉันจะทำอะไรโง่ๆออกไปหรือเปล่า” ฟอร์เวิร์ดเอ่ยตอบเสียงเย็น

“แค่นั้นก็เพียงพอแล้ว” เฮเลนยิ้มรับคำพูดนั้นของเมดสาวก่อนที่เธอเปลี่ยนท่าทีพูดเป็นงานเป็นการออกมาว่า “ถ้าเข้าใจอย่างนั้นแล้ว ตอนนี้ก็คงต้องขอให้พวกคุณช่วยต้อนรับการกลับมาอีกครั้งของตัวตนที่แท้จริงของร่างนี้ที่กำลังจะลืมตาตื่นขึ้นอย่างแท้จริงหลังจากที่ได้หลับไหลมาเกือบเจ็ดพันปีด้วยความอ่อนโยนด้วยก็แล้วกันนะคะ”

ว่าจบเฮเลนก็หลับตาลงก่อนที่ร่างของเธอจะกระตุกเล็กน้อยราวกับเส้นเอ็นทุกเส้นในร่างของเธอนั้นมันยึดตัวกะทันหันแล้วจากนั้นเธอก็ลืมตาตื่นขึ้นมาอีกครั้ง แต่ถึงจะพูดอย่างนั้นแววตาของเธอกลับไม่เป็นเหมือนก่อนหน้านี้อีกแล้ว แถมลักษณะแววตาแบบนั้นดูยังไงก็ไม่น่าจะใช่แววตาของชายหนุ่มที่มีนามว่าจิงคด้วย

“มาแล้วสินะ จอมมารของโลกที่ใครๆก็ต้องหวาดกลัว”

รีเวิร์สคลี่ยิ้มออกมาบางๆหลังจากเขาได้เห็นแววตานั้นของร่างเฮเลน แววตาที่ทรงอำนาจที่มองแค่ปราดเดียวก็สามารถบอกได้ว่าไอ้ที่มีแววตาแบบนี้ดูยังไงก็ไม่ใช่คนธรรมดาอย่างแน่นอน

“ก็นะ” ร่างของเฮเลนนั้นเอียงคอตอบกลับอย่างเยือกเย็น

ก่อนที่เธอจะเงยหน้ามองท้องฟ้าที่ปรากฏอยู่เหนือศีรษะของเขาในตอนนี้ด้วยสีน้าที่โหยหา แม้ว่าจะไร้เอฟเฟคประกอบฉากเปลืองงบประมาณใดๆประกอบการกลับมาของจอมมารผู้ยิ่งใหญ่ในครั้งนี้ แต่ว่าทุกคนที่เกี่ยวของก็รับรู้ถึงการกลับมาครั้งนี้อย่างชัดเจนราวับมีใครมากดกริ่งป่าวประกาศบอกก็ไม่ปาน

“เอาล่ะ ถ้าความทรงจำของตอนที่ฉันยังเป็นจิงคอยู่ไม่ผิดตอนนี้ทุกอย่างยังไงคงเป็นไปตามแผนอยู่สินะ” เฮเลนถอนสายตาจากท้องฟ้ามามองรีเวิร์สด้วยแววตาที่จริงจัง

“ก็ประมาณนั้นแหละ” รีเวิร์สเอ่ยรับอย่างยิ้มแย้ม

“ถ้าอย่างนั้น ก็เหลือแค่เขาสู่แผนการปิดท้ายสินะ”  เฮเลนส่งยิ้มออกมาอย่างเศร้าสร้อย

“ก็น่าจะใช่แหละนะ” รีเวิร์สพยักหน้าเบาๆ

“ถ้าอย่างนั้นก็คงต้องขอโทษด้วยล่ะนะ”

ว่าจบร่างของเฮเลนก็เปลี่ยนกลับเป็นร่างของชายหนุ่มสวมแว่นที่ดูหล่อเหลาทันทีพร้อมกับดาบคาตานะเล่มยาวที่ปรากฎขึ้นมาจากธาตุอากาศที่ว่างเปล่าลอยคว้างอยู่ตรงหน้าของเขาเพื่อรอให้ชายหนุ่มผู้นั้นหยิบตัวมันไปใช้งานตามจุดประสงค์ที่มันถูกสร้าง

“ได้เวลาสู่จุดจบของบทละครองก์สองบทนี้แล้ว”

 

◊◊◊◊◊◊◊◊◊

 

“หมอนั่น”

หญิงสาวผมบลอนด์ที่นั่งอยู่เตียงได้มองผ่านที่เกิดขึ้นผ่านกระจกพกที่เธอพกติดตัวอยู่เสมอด้วยดวงตาที่แดงก่ำ เนื่องจากหลังจากที่จิงคโดนแทงจนสลบไปเธอก็ร้องไห้ออกมาตลอด แต่แล้วจู่จู่จิงคก็ลุกขึ้นมาอีกครั้งในสภาพหญิงสาวนามว่าเฮเลนแล้วเขาไปกอดกับชายหนุ่มที่เป็นคนถือดาบมาแทงตัวเองกับมือ ก่อนที่ท้ายที่สุดจิงคจะกลับมาอยู่ในร่างผู้ชายอีกครั้งในสภาพที่น่าตกใจที่สุด

“นั้นนะเหรอโครนอส” ฟีอาที่นั่งอยู่ข้างๆนานาเอลได้เอ่ยออกมาเบาๆ

แม้ไม่ต้องปริปากแจ้งข้อมูลอะไรให้ทราบมากทางสองสาวก็พอจะทราบได้ว่าชายหนุ่มที่กำลังปล่อยออร่าแห่งความมืดที่ให้ความรู้สึกถึงแรงกดดันอันน่ารุนแรงนั้น ไม่ใช่จิงคคนเดิมอีกต่อไป แต่เขาคนนั้นน่าจะเป็นคนที่พวกเธอพยายามที่จะเลี่ยงไม่ให้จิงคเป็นเขามากที่สุด

แต่สุดท้ายแล้วก็ล้มเหลว

“จอมมารอำมหิตผู้หมายจะทำลายล้างโลก หมอนั่น... อึ๊ก!”

แต่แล้วจู่จู่นานาเอลก็มีท่าทางทรมานขึ้นมาพร้อมทั้งยกมือที่เรียวเล็กของเธอไปกุมหัวของตนเองอย่างแรงจนทำเอาฟีอานั้นทำอะไรไม่ถูกกับท่าทีของนานาเอลในตอนนี้

“เป็นอะไรไปหรือเปล่านานาเอล” ฟีอาร้องลั่นอย่างเป็นห่วง

แต่ดูเหมือนว่านานาเอลจะไม่สามารถตอบกลับประโยคคำถามที่สื่อความหมายถึงความเป็นห่วงได้อย่างชัดเจนของนานาเอลนั้นได้ เพราะเธอยังคงเอามือกุมศีรษะแน่นด้วยท่าทางที่ทรมานพร้อมกับภาพความทรงจำบางอย่างที่ไหลเข้ามาในความคิดของเธอ

 

หมู่บ้านที่เต็มไปด้วยเปลวเพลิง

ตัวเธอที่เนื้อตัวสกปรกเสื้อขาดหวิ่น

กลุ่มชายฉกรรจ์ที่ดูชั่วช้า

และชายหนุ่มรูปงามที่กำลังเดินเข้ามาหาเธอด้วยสีหน้าที่โกรธเกรี้ยว

 

“อึ๊ก!

นานาเอลพยายามที่จะสะบัดภาพเหล่านั้นออกจากความคิดของเธอ แต่ทว่าไอ้ภาพพวกนั้นมันดันมาพร้อมกับกาวตราช้างชนิดที่แห้งเร็วและติดแน่นยิ่งกว่าตีนตุ๊กแกจนทำเอาเธอนั้นแทบคลั่ง

“เรื่องนั้นฉันรู้อยู่แล้วพอสักทีเถอะ ฉันไม่อยากจะนึกถึงมันตอนนี้ เพราะฉะนั้นหยุดสักทีเถอะ” นานาเอลตะโกนลั่นพร้อมทั้งดิ้นพล่านไปทั่วเตียงนอนที่เธอนั่งอยู่ในตอนนี้โดยมีฟีอาพยายามที่จะช่วยระงับอาการบ้าคลั่งนั้นของเธอ

“หยุดได้แล้ว!!!

นานาเอลยังคงร้องลั่นต่อไปพร้อมกับภาพของความทรงจำที่ยังคงหลั่งไหลเข้ามาในความคิดเธออย่างไม่ยอมหยุดราวกับก๊อกน้ำที่ตัววาล์วกั้นน้ำนั้นไม่ทำงานแล้ว

“นี่มัน...” ฟีอาหรี่ตามองอย่างสะกิดใจถึงอะไรบางอย่าง

ว่าจบเธอก็ออกห่างจากนานาเอลพร้อมทั้งเสกมีดสั้นขนาดพอเหมาะมือให้พุ่งไปทีเงามืดของมุมห้องที่มีตู้พยาบาลวางอยู่ทันที

ฟู!!!

แต่แทนที่จะมีเสียงมีดปักวัตถุดังขึ้นกลับมีเสียงละลายของโลหะดังขึ้นมาแทนจึงทำให้ฟีอานั้นมั่นใจยิ่งขึ้นว่าทุกอย่างไปตามที่เธอคาดไว้จริงๆ

“คุณรีอาสินะค่ะ” ฟีอาเอ่ยออกมาเสียงค่อย

“ว้า... โดนจับได้แล้วสินะ” ร่างของหญิงสาวสวมหน้ากากผู้หนึ่งได้เดินออกมาจากมุมมือนั้นพร้อมโยนด้ามมีดที่ฟีอาปาใส่เธอลงพื้นไปอย่างไม่แยแส

“นี่คุณทำอะไรนานาเอลงั้นเหรอ” รีอาตะคอกลั่นพร้อมทั้งเสกดาบยาวขนาดเหมาะมือชี้ไปที่ตัวของหญิงสาวสวมหน้ากากด้วยท่าทีที่เกรี้ยวกราดเป็นอย่างมาก

“แหม... ก็ไม่เรื่องใหญ่โตอะไรหรอก ก็แค่ขอให้คุณนานาเอลน่ะช่วยจมอยู่กับความอดีตที่สิ้นหวังอันเป็นตัวก่อให้เกิดเทพธิดาผู้แปดเปิ้อนเมื่อเจ็ดพันปีที่แล้วยังไงล่ะ” รีอาเอ่ยตอบกลับด้วยน้ำเสียงที่ไม่ใส่ใจอะไรในคำพูดที่เอ่ยออกไปมากนัก

“นี่คุณ...” ฟีอาหรี่ตามองรีอาพร้อมทั้งกำมือกระชับดาบแน่นกว่าเดิม

“พูดตามตรงเลยนะฉันน่ะเกลียดคุณนานาเอลเอามากๆเลย เกลียดมากจนถึงขั้นว่าถึงแม้จะไม่ได้ขาดสติแต่ถ้าสบโอกาสฉันเองก็อยากที่จะทำให้เธอคนนั้นพบความทรมานสักหลายๆครั้งก็ยังดี แต่ว่าการที่ทำแบบนั้นมันก็ไม่ก่อให้เกิดผลดีกับฉันอยู่เหมือนกัน เพราะว่าถ้าฉันทำแบบนั้นแล้วโครนอสคงได้จับดาบมาทำร้ายฉันแน่ๆซึ่งฉันเองก็ไม่อยากให้ทุกอย่างมันเป็นแบบนั้นหรอก” ริอาเอ่ยปากอธิบายด้วยน้ำเสียงที่เนิบนาบ

“แล้วมาพูดให้ฉันฟังทำไมคะ” ฟีอาพูดออกมาอย่างไม่สบอารมณ์

“ก็เพราะว่า ฉันอยากบอกให้เธอรู้ไว้นะสิ ว่าตอนนี้ฉันเองก็ยังไม่ได้เปลี่ยนแปลงจากเมื่อเจ็ดพันปีก่อนเลย เนื่องจากฉันยังมีอารมณ์หึงหวงที่ยังเกินขั้นที่เรียกว่าปกติชนอยู่อย่างล้นเปี่ยม และที่สำคัญเรื่องความแค้นสะสมเองก็ไม่ได้ลดน้อยถอยลงไปเลย ถ้าเป็นเธอตอนนี้คงพอจะจำได้ใช่ไหมล่ะถึงตอนนั้น ในอดีตชาติที่ฉันยังคงถูกเรียกว่าเป็นแม่แท้ๆของเธออยู่น่ะ” รีอาลดเสียงพูดในตอนท้ายเป็นการคั้นอารมณ์โกรธเกรี้ยวของฟีอาที่ตอนนี้อยู่ในสภาพที่เรียกว่าพร้อมจะขาดผึงได้ทุกเมื่อ

“แก!!!

ฟีอาร้องลั่นพร้อมทั้งพุ่งตัวเข้าหารีอาที่ตอนนี้ยืนอยู่ไม่ห่างจากเธอมากนักด้วยท่าทางที่มุ่งมั่นว่าเธอต้องนำดาบเล่มที่เธออยู่ในตอนนี้ไปบั่นคอหญิงสาวสวมหน้ากากที่พูดจากวนประสาทเธอคนนี้ให้จงได้

ฟุบ!

เสียงฝีเท้าของรีอาดังขึ้นมาเบาๆพร้อมกับร่างของฟีอาที่กระเด็นไปข้างหลังจนร่างของนั้นได้ไถลล้มไปกองอยู่บนพื้นอย่างหมดท่าเพราะแรงอัดกระแทกจากเวทมนตร์โจมตีที่ทางรีอาได้ร่ายมันเอาไว้ในชั่วพริบตาก่อนที่ฟีอาจะพุ่งเข้ามาหาเธอ

“ยังอ่อนหัดอยู่นะฟีอา ถ้าทำได้แค่นั้นอย่าพยายามมาทำแบบนี้ดีกว่ามั้ง”

รีอาหัวเราะออกมาด้วยน้ำเสียงที่เหยียดหยามฟีอาเป็นอย่างมาก แต่ถึงกระนั้นฟีอาก็ไม่อาจตอบโต้ท่าทีนั้นของรีอาได้มากไปกว่าสายตาที่มองเธอผู้นั้นด้วยความเคียดแค้น

“นี่แกมาทำอะไรของแกที่นี่กันแน่” ฟีอาตะคอกเสียงใส่รีอาทั้งที่เธอยังคงทรุดตัวอยู่บนพื้นอยู่

“ก็นะ ตอนแรกก็กะแค่แวะมาดูน่ะ ว่าพวกเธอกำลังคิดจะทำอะไรหรือเปล่าหลังจากเหตุการณ์เป็นแบบนี้แล้ว แต่ว่าไหนๆก็มาแล้วก็เลยขอมาทำอะไรที่เป็นการหาผลประโยชน์ใส่ตัวด้วยเลย เพราะตอนนี้สามีของฉันเขากำลังยุ่งๆอยู่น่ะ ดังนั้นเขาก็เลยไม่น่าจะมีเวลามาสนใจอดีตลูกรักกับอดีตชู้รักของเขาในตอนนี้ได้หรอกนะ” รีอาตอบกลับด้วยน้ำเสียงเริงร่า

“แค่นั้นจริงๆงั้นเหรอ”

ฟีอาพยายามปรับอารมณ์ที่โกรธเกรี้ยวจนแทบจะลืมตัว ลืมสติแล้วทิ้งชีวิตบุกเข้าไปหารีอาเพื่อโจมตีเธอคนนั้นอีกรอบแล้วเลือบตาไปมองนานาเอลที่ตอนนี้กุมหัวดิ้นพล่านอย่างทรมานอยู่ที่เตียงนอนแล้วมองไปทางรีอาที่ตอนนี้กำลังยืนนิ่งมองฟีอาด้วยท่าทางที่ประหลาดใจ

“ให้ตายเถอะ ยังคงหัวดีเหมือนเดิมเลยนะลูกฉัน ถึงตอนนี้จะไม่ใช่แล้วก็ตามเถอะ”

“ก็... คนมันฉลาดน่ะ” ฟีอารับคำชมนั้นโดยไม่มีท่าทางที่ถ่อมตัวเลย

“ก็ดี ถ้าเข้าใจแบบนั้นแล้วจะช่วยปล่อยผ่านไปได้ไหมล่ะ” รีอายักไหล่ถาม

“เรื่องนั้นคงต้องขอปฏิเสธค่ะ เพราะทางฉันเองก็มีความแค้นส่วนตัวกับทางคุณอยู่เป็นพรวนเลยฉะนั้นจะให้ฉันยืนนิ่งๆยิ้มอยู่เฉยๆแล้วพูดคุยญาติดีกับคุณเรื่องนั้นมันคงยากค่ะ”

“แต่ถึงจะพูดแบบนั้นก็เถอะ แต่เธอทำตัวของเธอเองนะ” รีอาเอ่ยเถียง

“แค่ตัวฉันหลงรักพ่อตัวเองนี่นะค่ะ แค่นั้นก็ผิดแล้วงั้นเหรอ” ฟีอาพูดสวนแบบมั่นใจในประโยคที่ตัวเองเอ่ยออกมาเป็นอย่างมากว่าที่เธอทำไปในตอนนั้นมันไม่ได้มีอะไรที่เป็นเรื่องผิดเลย

“ทั้งศีลธรรมและจริยธรรมเลยล่ะ” รีอาพูดเสริมเสียงเรียบ

“ก็นะ เรื่องนั้นไม่ปฏิเสธหรอก แต่ว่าถึงจะว่าอย่างนั้นคุณเองก็ไม่น่าที่จะถึงขั้นใช้ความรุนแรงกับคนในครอบครัวเพราะเรื่องแค่นั้นเลยนี่ค่ะ” ฟีอาเอ่ยเถียงด้วยน้ำเสียงครุกรุ่น

“อันที่จริงฉันก็ไม่อยากจะใช้ความรุนแรงกับเธอหรอกนะ ว่ากันตามจริงแล้วเพราะเธอเป็นลูกนั้นแหละฉันถึงไม่คิดอยากจะทำอะไรให้เกินเลย แต่ว่าที่เธอทำก็เกินไปอยู่หรอกนะ มีเด็กอายุทางร่างกายและสมองที่พึ่งครบทศวรรษมาได้ปีเศษๆที่ไหนที่พยายามจะขืนใจพ่อแท้ๆของตัวเองน่ะ” รีอาพูดสวนอย่างออกอารมณ์

“ก็อยู่ตรงหน้าแล้วนี่ไงค่ะ”

ฟีอาแอ่นอกโตๆนั้นรับคำพูดของรีอาด้วยท่าทีที่ภาคภูมิจนทำเอารีอานั้นต้องยืนนิ่งมองหญิงสาววัยรุ่นผู้นี้ด้วยสายตาที่ไม่อาจจะสื่อถึงอารมณ์ได้

“เอาเถอะ พูดไปก็เปล่าประโยชน์จะยอมเล่นด้วยสักตั้งก็ได้ แต่ขอบอกไว้ก่อนนะว่าฉันไม่ออมมืออย่างแน่นอน” รีอาเอ่ยออกมาอย่างเหนื่อยหน่าย

“ฉันเองก็ต้องการเช่นนั้นอยู่แล้ว” ฟีอาสะบัดมือสร้างดาบขนาดเหมาะมือขึ้นมาด้วยเวทมนตร์อีกครั้ง

จากนั้นทั้งคู่ก็เข้าโรมรันกันในทันทีโดยไม่สนใจนานาเอลที่ตอนนี้กำลังดิ้นพล่านอย่างทรมานอยู่ไม่ห่างจากจุดที่พวกเธอกำลังต่อสู้อยู่มากนัก เพราะอย่างนั้นจึงทำให้กลุ่มสามสาวนั้นไม่ทันได้สังเกตถึงหญิงสาวผมดำที่ยืนยิ้มอยู่ที่มุมปากอยู่หน้าประตูหน้าห้องพยาบาลเลยแม้แต่น้อย

“ทุกอย่างยังคงดำเนินต่อไปตามแผนการที่วางไว้อย่างดีเลย...”

  

 

---------------------------------------------------------------------------------

 




NEKOPOST.NET