Jinx Pech ตอนที่ 43 | Nekopost.net 
NEKOPOST
การแสดงผล

Jinx Pech

Ch.43 - Kapitel 9 : verdächtigen Mann (ชายน่าสงสัย)




ชีวิตคนเรามันเป็นอะไรที่ไม่แน่ไม่นอนเพราะฉะนั้นถึงเราอยากจะคาดหวังว่าทุกอย่างว่ามันต้องเป็นไปตามที่ต้องการนั้น แต่มันก็ใช่ว่าจะเป็นไปตามที่เราฝันเสมอไป ดังนั้นทางเลือกที่ดีสุดก็คือคนเราต้องพยายามอย่าคาดหวังอะไรให้มากไปถึงขั้นที่ว่ามันต้องเป็นไปตามนั้น เพราะไม่อย่างนั้นคุณอาจจะมีสภาพไม่ต่างจากชายหนุ่มสวมแว่นผู้มากด้วยความซวยผู้นี้ก็เป็นไปได้
เพราะบัดนี้เขาแทบจะกลายเป็นซากศพไปแล้วแบบเห็นได้ชัด
หลังจากที่จู่จู่เขาก็โดนการโจมตีจากวัสดุระบุชนิดไม่ได้ทางด้านหลังจนทำเอาเกือบม่องเท่งไม่เถิดเทิงไปแล้วหนหนึ่ง แต่กระนั้นเขาก็ยังไม่สิ้นชีพไปง่ายๆเพราะตอนนี้เขายังคงนอนอยู่ในห้องพยาบาลที่มีชื่อตัวเองติดหลาอยู่ที่เตียงด้วยสภาพที่ปางตายยิ่งกว่าเดิม
ให้ตายเถอะ ตอนนี้เขาชักอยาก(กลับไป)เป็นโครนอสจริงๆแล้วสิ
“เฟรย์เนี้ยก็อารมณ์ร้อนเกินไปเนอะว่ามั้ย?” เรธิเซียหันมาพูดคุยกับจิงคหน้าระรื่น
ทั้งที่เธอเองก็เป็นหนึ่งในตัวต้นเหตุทำให้เขาเป็นแบบนี้แท้ๆ พระเจ้าแบบนี้มันก็น่าสมควรอยู่หรอกที่ต้องโดนต่อต้านจากเหล่ามนุษย์น่ะ
คิดว่าชีวิตเขาเป็นอะไรกันแน่?
“ตัวหมากที่ดูแล้วแล้วน่าสนุกดีล่ะมั้ง”
เธอคนนี้หันมาตอบกลับคำถามในหัวของเขาหน้าตายจนทำให้จิงคแทบอยากกระโดดชกหน้าคนพูด ถ้าไม่ติดว่าฝั่งพวกนั้นมีสองนะ เพราะตอนนี้เฟรย์ยังคงยืนอยู่ข้างเรธิเซียหน้านิ่งพร้อมทั้งส่งสายตามองมาทางเขาอย่างไม่เป็นมิตร
ประมาณว่าถ้าเอ็งกล้าทำอะไรเรธิเซียได้มีเฮแน่ๆ
แต่ถึงจะมีแค่หนึ่งเขาก็ไม่กล้าอยู่ดีนั้นแหละ เพราะถ้าว่ากันตามความเป็นจริงแล้วหญิงสาวนามว่าเรธิเซียก็ไม่ใช่ว่าเธอเป็นคนที่มีฝีมือกระจอกหรือไร้ความสามารถแต่อย่างใด
กลับกันตัวเธอเก่งจนน่ากลัวเลยล่ะหากขืนทำอะไรบ้าๆอาจจะได้ตายโดยไม่รู้ตัวอย่างแน่นอน
“นี่อาจารย์ก็กล้าตอบจังเลยนะครับ”
“แหม... ก็ตอนนี้ฉันน่ะถือไพ่เหนือกว่านี่นา” เรธิเซียตอบอย่างไม่เกรงกลัวพร้อมทั้งขยิบสายตาไปทางเฟรย์เล็กน้อย
ช่างเป็นพระเจ้าที่ขี้โกงเป็นบ้าเลย
“นั้นสินะครับ” จิงคยิ้มแห้งๆตอบ
เพราะสุดท้ายยังไงเขาก็ไม่อาจที่จะตอบโต้ไปได้มากกว่านี้อยู่ดี
ช่างน่าแค้นใจยิ่งนัก
“ว่าแต่จิงค...” จู่จู่เฟรย์ก็เอ่ยขึ้นมา
“อะไรเหรอครับอาจารย์เฟรย์ริน่า”
จิงคหันหน้าไปมองหญิงสาวผมขาวอมเขียวอย่างประหลาดใจเพราะนานทีปีหนเธอจะเอ่ยออกมาให้คนอื่นนอกจากเรธิเซียได้ยินเสียงแบบนี้นอกเหนือจากในคาบเรียนที่เธอสอน แต่ถึงกระนั้นในคาบเรียนส่วนใหญ่เธอก็ใช้วิธีเขียนมากกว่าพูดอยู่ดีนั้นแหละ
“หลังจากนี้คงสนุกน่าดูเลยนะชีวิตนายน่ะ”
ว่าจบหญิงสาวผู้นั้นก็ฉีกยิ้มออกมาอย่างสะใจในอารมณ์จนทำให้จิงคต้องหนาวสันหลังวาบว่าหลังจากนี้มันจะเกิดอะไรขึ้นกันแน่
เพราะเท่าที่ดูสายตาของเฟรย์นั้นมันไม่น่าไว้วางใจเลยนี่นา

◊◊◊◊◊◊◊◊◊

อันที่จริงมันก็ถือยังเป็นเรื่องที่โชคดีที่ก่อนเย็นวันนี้เขาสามารถเดินออกมาจากห้องพยาบาลได้ก่อนที่ดวงตะวันจะตกดิน
เพราะสิ่งนี้มันหมายความว่าเขายังคงแข็งแรงกว่าที่คิดอยู่นั้นเอง
แต่กระนั้นมันคงจะดีกว่านี้ถ้าเขาได้อยู่ในร่างชายต่ออีกสักหน่อยเพราะหลังจากที่เห็นว่าใกล้มืดปั๊บเรธิเซียก็จัดการดีดนิ้วเปลี่ยนร่างจิงคเป็นหญิงเสียเสร็จสรรพจนทำให้เขาต้องด่าก่นหญิงสาวผู้นี้อยู่ในใจ
“ตอนใกล้มืดน่ะเป็นช่วงที่ผู้ชายน่ากลัวที่สุดเลยนะ”
เธอให้เหตุผลในการเปลี่ยนร่างของเขาด้วยน้ำเสียงที่บ่งบอกว่าเธอกำลังอยู่ในอารมณ์ที่สนุกสนานแบบหาใดมาเปรียบมิได้แบบสุดขีด
แต่ก็เอาเถอะ ถึงเขาขัดขืนไปก็เท่านั้น
เพราะฉะนั้นเขาจึงก้มหน้ารับชะตากรรมเดินออกจากห้องพยาบาลนั้นมาแบบไม่พูดเถียงอะไรไปให้มากกว่านี้เพราะมันเปล่าประโยชน์โดยใช่เหตุ แต่ทว่าในระหว่างที่เขากำลังเดินทางไปที่ห้องพักเขาอยู่นั้นเอง เขาก็พลันสังเกตเห็นอะไรบางอย่างที่ต้องทำให้เขาประหลาดใจจนทำให้เขาต้องเหลียวหลังกลับไปมอง
“นั้นมัน...”
ดูเหมือนว่าการกระทำนี้ของเขาจะกระตุ้นให้บุคคลที่ถูกมองตามต้องหันหน้ามามองสวนกับเขาอย่างประหลาดใจในการกระทำของจิงคที่อยู่ในร่างเฮเลน ก่อนที่เขาจะคลี่ยิ้มออกมาอย่างร่าเริงพร้อมทั้งก้าวเท้าเดินมาทางจิงคทันที
“สวัสดีครับ”
ประโยคทักทายสั้นๆแต่กลับแฝงไปด้วยเสียงของความหายนะได้ดังขึ้นออกมาจากปากของชายหนุ่มผู้นี้แถมยังมีท่าทางประกอบที่โดยมือของเขาที่เอื้อมมาจับมือของจิงคด้วยท่าทางของชายหนุ่มที่เหมือนจะมาขอความรักจากเขานั้นอีก
ไม่ผิดแน่เป้าหมายของชายหนุ่มคนนี้มันต้องเป็นสิ่งที่เขากำลังกังวลอยู่อย่างแน่นอน
“สวัสดีคะ มีอะไรหรือเปล่าคะ” จิงคพยายามตอบกลับด้วยท่าทางที่ให้เหมือนเป็นผู้หญิงที่สุด
แต่ถึงเขาจะไม่ทำแบบนั้นเขาก็ดูเป็นผู้หญิงอยู่แล้ว เพราะร่างกายของเขาดูยังไงก็หาส่วนเป็นชายไม่ได้เลยในตอนนี้
“ผมน่าจะเป็นคนถามคำถามนั้นมากกว่านะครับ” เขาตอบกลับด้วยรอยยิ้ม
ช่างน่ากลัวเสียนี่กระไรไอ้หมอนี่!!!
“ทำไมล่ะคะ”
“ก็คุณดูสนใจผมมากเลยนี่ครับ” เขาเอ่ยออกมาอย่างได้ที
ไอ้หมอนี่ มันรู้ว่าเขามองมันอยู่
แต่สาเหตุที่เขามองไม่ได้เพราะพิศวาสในตัวมันหรอกนะ เพราะเขารู้สึกคุ้นหน้าชายหนุ่มผู้นี้อย่างน่าประหลาดใจเป็นอย่างมากราวกับว่าเขาพึ่งได้พบเจอใบหน้าแบบนี้มาจากที่ไหนสักแห่ง อย่างเช่นบนรถไฟหรือที่ไหนสักที่ที่เขานึกไม่ออก
ที่สำคัญเขารู้สึกถึงความสำนึกผิดบาปที่เต็มไปด้วยอารมณ์ที่เขายากจะเข้าใจเมื่อเขามองไปที่ใบหน้าของชายหนุ่มผู้นี้ด้วย
มันเพราะอะไรกันนะ?
“เปล่านี่คะ ฉันก็แค่ติดใจสงสัยอะไรบางอย่างเล็กน้อยก็เท่านั้นเองคะ” จิงคพยายามเอ่ยบ่ายเบี่ยงเต็มที่
“แล้วติดใจสงสัยเรื่องอะไรล่ะครับ” ชายหนุ่มถามสวนแบบไม่ปล่อยให้หลุดโอกาสที่จะสานบทสนทนาต่อเลยแม้แต่น้อย
“แล้วคุณจะรู้ไปทำไมล่ะคะ” จิงคพยายาถามสวนเพื่อตัดประเด็น
“เพราะการกระทำของคุณทำให้ผมติดใจสงสัยเหมือนกันยังไงล่ะครับ” ชายหนุ่มสวนกลับหน้าตายจนทำให้จิงคแทบอยากจะคลั่ง
มันจะอะไรกันนักหนาไอ้หมอนี่!!!!
“งั้นต้องขอโทษด้วยนะคะที่ทำให้คุณรู้สึกอย่างนั้น”
“ไม่เป็นไรครับ แค่คุณตอบคำถามผมมาก็พอแล้ว” ชายหนุ่มยังคงถามย้ำอย่างไม่ยอมแพ้
อะไรจะหน้าด้านขนาดนี้!!!!
แบบนี้ระดับมันสูงเกินกว่าเขาจะใช้มารยาหญิงระดับต่ำเรี่ยดินแบบนี้รับมือแล้วนะ
ยิ่งพยายามที่จะพูดตัดบทไปเท่าไรแต่ไอ้บ้านี่กลับหาบทสนทนามาพูดคุยต่อได้มากยิ่งขึ้น
แบบนี้มันไม่ใช่เรื่องแล้ว
แล้วเขาควรจะให้เขายังไงดีล่ะเนี้ย?
“เป็นคำถามที่ตอบไม่ได้งั้นเหรอครับ?” ชายหนุ่มเปิดประเด็นขึ้นมาอีกครั้งหลังจากที่เห็นจิงคในร่างเฮเลนเงียบไปนาน
“ค่ะ”
จิงครีบรับคำพูดที่เหมือนทางออกนั้นทันทีอย่างไม่สนว่ามันจะเป็นกับดักหรือไม่เพราะตอนนี้เขาจนแต้มแล้วจริงๆ เอาเป็นว่าตั้งแต่เขาเกิดมาเขาก็พึ่งเคยโดนผู้ชายจีบแบบหนักหน่วงจนหาทางหนีไม่ออกก็คราวนี้แหละ
แม้ว่าไอ้คุณวัลแคนแมลงวันหัวแดงจะตามตื๊อเขาในร่างนี้บ่อยๆก็ตาม แต่เขาก็ยังไม่เคยที่จะตกอยู่ในสภาพที่พูดอะไรไม่ออกแบบนี้เลย
เพราะไอ้คุณวัลแคนมันอยู่ในระดับที่รับมือได้ง่ายๆพอพอกับแมลงวันแม้ว่าจะดูน่ารำคาญก็ตามที
แต่สำหรับไอ้หมอนี้ถ้าจะบอกว่ามันคนละระดับกับวัลแคนก็ว่าได้ทั้งหน้าตา นิสัยและคารม
ไอ้ประโยคที่บอกว่าคารมเป็นต่อรูปหล่อเป็นรองนี้คิดว่ามันเป็นเรื่องที่ใช่อยู่ แต่ถ้ามีทั้งคารมและรูปหล่อด้วยแล้ว
แบบนี้มันพ่อตาของเขา(จากเรื่องที่นานาเอลกุขึ้น)ชัดๆ
ให้ตายเถอะ ถ้าเผลอไผลพลาดพลั้งไปแม้แต่นิดเดียวมีหวังเขาอาจจะได้แฟนคนแรกในชีวิตอย่างง่ายดายเป็นแน่แท้
แถมแฟนคนนั้นยังเป็นผู้ชายอีกด้วย!!!!!
คิดแล้วเขาอยากจะตะโกนให้ลั่นฟ้าเสียจริงๆเลยโว้ยยยย!!!!
“ถ้างั้นผมไม่ถามต่อก็ได้ครับ แต่ว่านะครับ...”
ว่าจบชาติหนุ่มก็ยื่นหน้าเข้ามาหาจิงคที่ตอนนี้แทบจะชักร่างถอยหลังออกห่างจากตัวหมอนี้แทบไม่ทัน เพราะถ้าช้ากว่านั้นเขาคงได้เสียจูบให้หมอนี่อย่างแน่นอน
“ผมจะมาขอฟังคำตอบนั้นทีหลังก็แล้วกันนะครับคุณเฮเลน” เขาเอียงคอเอ่ยต่อ
ก่อนที่เขาจะหมุนตัวเดินจากไปทิ้งให้จิงคตกตะลึงกับสิ่งที่เกิดขึ้นในตอนนี้เป็นอย่างมากเพราะทุกอย่างมันล้วนเกิดขึ้นในแบบที่เขาไม่ทันได้ตั้งสติและตั้งตัวเลยแม้แต่น้อย
ไอ้หมอนั้นมันเป็นใครกันแน่เนี้ย?

◊◊◊◊◊◊◊◊◊

“คิดอะไรอยู่กันแน่คะคุณพ่อ....”
นานาเอลทุบโต๊ะประจำตำแหน่งของผู้เป็นบิดาของตนอย่างไม่ค่อยพอใจมากนักเมื่อเธอได้เห็นรายชื่อนักศึกษาปีหนึ่งในปีนี้ทั้งหมดแล้ว
“ทำไมพ่อถึง...”
“นั้นมันเป็นความประสงค์ของพระผู้เป็นเจ้านะลูก”
มิคาเอลยกมือขึ้นมาทาบหน้าอกของตนพร้อมทั้งเงยหน้ามองขึ้นฟ้า แต่ทว่าสิ่งที่ท้องฟ้าประทานกลับมากลับกลายเป็นรองเท้าคู่งามของลูกสาวที่พุ่งตรงดิ่งเข้ามาที่ใบหน้าของเขาอย่างแม่นยำราวกับจรวดนำวิถีก็ไม่ปานจนทำให้ชั่วพริบตาของผอ.รูปหล่อที่เคยนั่งอยู่ที่บนโต๊ะของตนมีอันต้องกลิ้งไปนอนกองอยู่บนพื้นอย่างหมดมาด
ในขณะเดียวกับที่ลูกสาวของเขายังคงแสดงสีหน้าที่โกรธแค้นแบบที่ไม่มีความรู้สึกสำนึกผิดบาปกับการกระทำนี้เลยแม้แต่น้อย
“นี่นานาเอล พ่อเป็นพ่อของลูกนะ” มิคาเอลรีบลุกขึ้นจากพื้นทันทีพร้อมทั้งพยายามที่จะต่อว่าลูกสาวที่ทำนิสัยเสียแบบนี้
แต่ดูเหมือนว่าเลือดทางแม่จะแรงกว่าเลือดทางพ่อของเธอมากนักเพราะฉับพลันรองเท้าอีกข้างก็บินเข้ามาที่ใบหน้าของเขาทันทีแบบไม่มีคำบอกกล่าวเป็นการตอบโต้คำพูดที่ฟังดูมีเหตุผลแต่เธอยอมรับมันไม่ได้นั้นโดยดุษฏี
ตูม!!!
โครม!!!
อนุภาพทำลายล้างของมันคราวนี้ดูเหมือนจะเพิ่มขึ้นจากคราวที่แล้วจมเลยเพราะคราวนี้มันเล่นทำเอาห้องทำงานของมิคาเอลพินาศไปส่วนหนึ่งเลย
แน่ใจนะว่านั้นรองเท้าน่ะ!!!!?
“นี่คิดจะฆ่าพ่อตัวเองหรือไง!!!” มิคาเอลประท้วงอย่างไม่พอใจเป็นอย่างมาก
“ก็ช่วยไม่ได้นี่คะ เพราะพ่อทำนิสัยให้น่าฆ่าแบบนี้เองนี่นา” นานาเอลตอบกลับหน้าตายแบบไม่คิดที่จะปฏิเสธเลยแม้แต่น้อย
“นี่นานาเอล นี่ลูกกำลังโดนเจ้าจิงคมันหลอกอยู่ใช่มั้ย” มิคาเอลพูดโบ้ยคความผิดไปทางชายหนุ่มที่กำลังถูกหนุ่มตามจีบอยู่ในตอนนี้พอดี
“นี่พ่อคะ คิดว่าหนูโดนคนหลอกได้ง่ายๆขนาดนั้นเลยเหรอคะ”
ว่าจบเธอก็แผ่รังสีพยาบาทออกมาทั่วกายจนทำให้พ่อของเธอรีบวิ่งหาที่หลบภัยเป็นพัลวัน เนื่องจากความเป็นจริงแล้วเขาเองก็ไม่อาจที่จะต่อต้านพลังเวทของลูกสาวมีอำนาจพลังถึงขนาดต่อต้านกองทัพคนนี้ได้ไม่ยากหรอกนะ
เพราะนานาเอลนั้นได้รับการส่งทอดพลังเวททางสายเลือดจากตัวเขาและภรรยาของเขาอย่างเต็มแมกซ์แบบที่แทบจะแข็งแกร่งเกินกว่าเขาได้เลย
ช่างเป็นการผสมสปีชี่ส์โดยไม่ดูนิสัยลูกสาวที่กำลังจะลืมตาออกมาดูโลกบ้างเลยว่าจะเป็นคนยังไง
“ไม่หรอกน่า พ่อก็แค่ถามเฉยๆน่ะ” มิคาเอลรีบเอ่ยตอบขึ้นมาหลังจากเขาคิดว่าจุดที่เขาอยู่มันปลอดภัยมากพอสมควรแล้ว
“งั้นเหรอคะ ที่คิดแบบนั้นคิดมาจากใจจริงเหรอคะ”
นานาเอลยังแผ่น้ำเสียงราวกับจอมมารออกมาได้อย่างน่าประทับใจทั้งที่สมญานามของเธอคือ‘เทพธิดา’แท้ๆ และตระกูลที่เธอเป็นอยู่ก็เป็นตระกูลที่ได้ชื่อว่าเกี่ยวข้องกับเทพเจ้าอย่างแน่นอนทั้งพ่อและแม่
สรุปแล้วนี่เธอผ่าเหล่าออกมาใช่ไหมเนี้ย.....
“จริงสิ นี่พ่อเคยโกหกลูกงั้นเหรอ” มิคาเอลพยายามแก้ตัว
“ประจำเลยคะ เรื่องปลิ้นปล้อนเนี้ย ถ้าหนูไม่เห็นว่าพ่อเป็นคนที่หนูเห็นหน้าคนแรกตอนจำความได้นะคะ บางทีหนูอาจจะคิดว่าคนที่เป็นพ่อแท้ๆของจิงคก็คือพ่อของหนูเองก็เป็นไปได้นะคะ”
คำพูดนี้เล่นทำเอามิคาเอลถึงกลับสะอึกไปเล็กน้อยแบบพูดอะไรไม่ออกจนนานาเอลเริ่มรู้สึกสงสัยถึงบรรยากาศนั้น
“นี่พ่อคะอย่าบอกนะว่า....”
“เรื่องนั้นไม่ใช่เรื่องจริงแน่นอนน่า ลูกพ่อ ให้ตายเถอะ ใครจะไปกล้าลูกก็รู้นี่นาว่าจิงคน่ะ...”
แต่ทว่าก่อนที่เขาจะพูดอะไรจับเสียงเปิดประตูห้องก็ดังขึ้นมาก่อนพร้อมกับจิงคในร่างของเฮเลนที่วิ่งตาตื่นเข้ามาอย่างไม่สนหน้าอินทร์หน้าพรหมเพราะท้ายที่สุดหลังจากที่เขาเห็นจุดปลอดภัยที่สุดคือจุดที่มิคาเอลนั่งอยู่ พี่แกก็ไม่รอช้ารีบกระโดดเข้าไปนอนบนตักของมิคาเอลทันที
ให้ตายวุ้ย คดีเก่ายังไม่ทันเคลียร์ คดีใหม่ก็มาเสียแล้ว....
“อะไรของเธอนี่จิ....”
แต่ทว่าก่อนที่คำถามของมิคาเอลจะหลุดออกมาจากปากทั้งหมดมือของจิงคก็ยกขึ้นมาปิดปากของเขาเสียก่อนแบบไม่อยากให้เกิดเสียงอะไรดังขึ้นในตอนนี้มากนัก ท่ามกลางสายตาของนานาเอลที่บัดนี้เดินมามองคนทั้งสองด้วยสีหน้าที่ประหลาดใจและแฝงไปด้วยอารมณ์ที่คาดเดาไม่ถูก
ไม่นานนักเสียงวิ่งตึงตังก็ดังขึ้นมาจากทางนอกห้องพร้อมกับเสียงสนทนาของสองหญิงสาวกับสองชายหนุ่ม แต่แล้วกลับมีเสียงหนึ่งชายหนุ่มคนหนึ่งกรีดร้องเหมือนจะสิ้นใจดังขึ้นมาแล้วตามด้วยเสียงร่างของใครบ้างที่ลอยทะลุหน้าต่างระเบียงทางเดินออกไป
“ม่ายยยยน้า!!!!......”
ไม่ต้องบอกก็รู้เลยว่าเสียงผู้ชายที่ลอยออกไปนอกหน้าต่างคือเสียงของใครกันเพราะเสียงที่ฟังดูกวนฝ่าเท้าราวแมลงวันหัวแดงนั้นมีได้แค่คนเดียวนั้นแหละ
“สมควรแล้ว... แต่ยังเหลืออีกหนึ่งและที่สำคัญยังหาพี่จิงคไม่เจอเลย...”
เสียงสบถของหญิงสาวดังออกมาเป็นประโยคให้คนในห้องพอได้ยินเบาๆพร้อมกับเสียงการต่อสู้ที่เริ่มดังขึ้น ก่อนที่มันจะค่อยๆห่างจากห้องนี้ไป ท่ามกลางเสียงทอดถอนหายใจของจิงค
“รอดแล้วเรา...”
เขาร้องออกมาอย่างดีใจด้วยความรู้สึกเหมือนพึ่งขอพรจากพระเจ้าแล้วพระเจ้าทรงยอมประทานพรนั้นให้อย่างง่ายดายเสียจนทำให้เขาอยากจะร่ำร้องออกมาเลย
ฮัลเลลูย่า!!!!
“นี่มันเกิดอะไรขึ้นงั้นเหรอจิงค” นานาเอลเอ่ยถามขึ้นมาเสียงเย็นทันทีหลังจากที่เห็นว่าเหตุการณ์ทุกอย่างมันสงบลงแล้ว
“ก็มีเรื่องนิดหน่อยน่ะ” จิงคตอบแบบขอไปที
ก่อนที่จะหันไปมองทางมิคาเอลที่ตอนนี้กำลังมองเขาตาแป๋วด้วยความสงสัยหมดมาดความเป็นผู้ใหญ่ที่มีให้เขาเห็นทุกครั้งไปจนสิ้น
“แต่พึ่งรู้นะคะ ว่าคุณพ่อตาก็มีสวนที่น่ารักอยู่เหมือนกัน”
เขาฉีกยิ้มขึ้นอย่างอารมณ์ดีผิดกับมิคาเอลที่ตอนนี้กำลังมองเขาตาโพลงอย่างโกรธตัวเองเป็นอย่างมากที่เผลอทำตัวผิดพลาดให้จิงคเห็นแบบนี้
“แล้วจะทำไม” มิคาเอลกัดฟันตอบอย่างข่มอารมณ์เอาไว้
“ก็แบบนี้ค่อยน่าจะเป็นชู้ด้วยหน่อยยังไงล่ะคะ” จิงคคลี่ยิ้มออกมาอย่างน่ารักพร้อมทั้งยกมือไปลูบที่ใบหน้าของมิคาเอลเบาๆอย่างเย้ายวน
โป๊ก!
เพี๊ย!
เสียงทั้งสองเสียงดังขึ้นแทบจะพร้อมกันในทันทีพร้อมสติของจิงคที่หายในนั้นบันดล ส่วนมิคาเอลได้แต่ลูบแก้มตัวเองอย่างสงสัยว่าทำไมเขาถึงต้องมาโดนแบบนี้ด้วย
“นี่มันอะไรกัน ลูกพ่อ”
“หนูถือคติว่าเสียทองเท่าหัวไม่ยอมเสียผัวให้พ่อหรอกนะคะ”
ว่าจบเธอก็ลากร่างของจิงคเดินออกจากห้องนี้ไปทิ้งให้มิคาเอลต้องมองตามหลังของลูกสาวที่ลากร่างของจิงคในร่างเฮเลนไปอย่างปวดใจ
ว่าลูกสาวมองเขาเป็นตัวอะไรฟะเนี้ย?

◊◊◊◊◊◊◊◊◊

ในตอนเช้าจิงคและรูมเมทของเขาได้เดินไปที่ห้องอาหารที่ตอนนี้แปรเปลี่ยนเป็นสถานที่จัดงานปฐมนิเทศอยู่ด้วยสภาพที่เป็นจุดเด่นและเป้าสนใจของคนส่วนใหญ่ ทั้งรุ่นน้อง รุ่นพี่และเพื่อนฝูง เหตุที่เป็นแบบนี้ก็เพราะ...
เรื่องความน่ารัก?ของนานาเอล
เสน่ห์สาวเงียบดูแล้วน่าถนุทนอมของไดอาน่า
ความน่ากลัวของฟีอาที่ตัวจริงน่ารักอย่าบอกใคร
กับข่าวลือว่าไอ้ผู้ชายนามว่าจิงคที่เดินอยู่ตรงกลางเป็นเจ้าของหญิงสาวทั้งสามด้วยการกุมจุดอ่อนของพวกเธอและใช้กำลังเข้าข่มขู่
แต่อย่างหลังชักจะเลยเถิดไปหน่อยแล้วนะ
เอาเป็นว่าถ้าเขาทำได้จริงป่านนี้เขาคงไม่ต้องร้องไห้กระซิกๆทุกคืนด้วยความรู้สึกที่น้อยเนื้อต่ำใจในโชคชะตาแบบนี้หรอก
และที่สำคัญยัยพวกนี้มีจุดอ่อนให้เขากุมด้วยเหรอฟะ 
“รู้สึกเจ็บหัวจังเลยแฮะ”
จิงคลูบหัวตัวเองตรงจุดที่โดนกำปั้นของนานาเอลเมื่อคืนนี้เบาๆด้วยความรู้สึกที่สงสัยว่ามันเกิดอะไรขึ้นกันแน่ เพราะความทรงจำที่จำได้ครั้งสุดท้ายคือภาพของผู้ชายคนหนึ่งที่กำลังเดินจากเขาไปหลังจากที่เขายอมรามือกับการเข้ามาทักทายจีบเขาเป็นครั้งแรก
แล้วหลังจากนั้นก็ดูเหมือนว่าทุกอย่างจะวูบหายไปความทรงจำเขาทั้งหมดจนกระทั่งเขารู้สึกตัวอีกทีแล้วพบว่าเขาได้มานอนอยู่บนพื้นข้างเตียงในชุดนอนสายเดี่ยวที่แสนบางเบาๆสำหรับผู้หญิงโดยมีเท้าของนานาเอลคอยกดเขาไว้ไม่ให้เขาลุกขึ้น
ไม่ต้องบอกก็รู้เลยว่าเมื่อคืนนี้เขาโดนเธอถีบตกจากเตียงอีกแล้วและหนนี้เท้าเจ้ากรรมของเธอยังมาตามซ้ำเขาอีก
ระบมไปทั้งตัวแต่ที่เจ็บหนักสุดก็คือหัวนี่แหละ
หรือว่าเมื่อคืนเขาจะหล่นมาหัวกระแทกงั้นเหรอ แต่จากท่านอนเมื่อคืนนี้ของเขาก็ไม่น่าจะเป็นแบบนั้นได้เลยนี่นา
“นี่จิงคจำอะไรไม่ได้เลยงั้นเหรอ?” นานาเอลอดที่จะเอ่ยถามคำถามนี้เสียไม่ได้
ทั้งที่ในตอนนั้นจิงคก็ยังดูเป็นจิงคอยู่แท้ๆทั้งเรื่องที่หนีพวกลิอา วัลแคน แต่ตอนนี้มีสิ่งผิดปกติอยู่ตรงที่ทำไมจิงคถึงมาพูดแบบนั้นกับพ่อของเธอ
“ก็ไม่รู้ว่าจะพูดยังไงดีน่ะ แบบว่า... อืม... มันนึกอะไรไม่ออกว่าตั้งแต่ตอนที่ยังจำได้จนมาถึงตอนเช้าทำไมฉันถึงมานอนอยู่บนเตียงได้ แถมยังใส่ชุดนอนในสภาพที่....” เขาขนลุกขึ้นมาทันทีเมื่อนึกถึงตรงจุดนี้ก็เพราะเมื่อคืนเขาเล่นใส่ชุดซะน่ารักเลยนี่นา
สายเดี่ยว ซีทรู เปิดผิวซะหนาวเป็นบ้า
“นั้นจิงคเป็นคนเปลี่ยนและเลือกชุดเองทั้งหมดเลยนะ” แม่มดสาวที่เดินอยู่ข้างเขาเอ่ยขึ้นมาเบาๆ
“หา!!!” เขาร้องออกมาอย่างตกใจเป็นอย่างมาก
นี่มันเรื่องอะไรกันฟะเนี้ย!!!!
“ร้องตกใจอะไรน่ะจิงค” นานาเอลเอ่ยถามขึ้นมาอย่างสงสัย
“ก็แหงอยู่แล้ว ฉันจะไปเลือกใส่ชุดแบบนั้นนอนนี่นะ บ้าหรือเปล่า” จิงคเถียงคอเป็นเอ็น
ก็เรื่องพรรณนี้ต่อให้โลกแตกเขาก็ไม่ยอมให้มันเกิดขึ้นง่ายๆหรอกนะ โดยเฉพาะด้วยความตั้งใจของตัวเองด้วยแล้ว
ยังไงก็เป็นไปไม่ได้!!!!
“บ้าไม่บ้าแต่นายก็ทำไปแล้ว ตอนแรกฉันก็คิดว่าในที่สุดนายก็เลือกทางเดินของตัวนายเองได้แล้วซะอีก” นานาเอลส่ายหน้าเบาๆพร้อมทั้งเอ่ยออกมาอย่างเหนื่อยหน่าย
เพราะดูเหมือนว่าเธอเองก็ไม่ปลื้มกับตัวเขาเมื่อคืนเหมือนกับเขา
“นี่เธอ....”
“บางทีจิงคอาจจะสมองกระทบกระเทือนมากจนตอนนั้นเผลอปลดปล่อยบุคลิกที่แท้จริงออกมาก็ได้นะคะ” ไดอาน่าเอ่ยขึ้นมาอย่างออกความเห็น
“บุคลิกแท้จริงอะไรของคุณครับคุณไดอาน่า อาเธมิส เพอร์ซีโฟเน่ นี่จะหาเรื่องกันใช่มั้ยครับ” จิงคอดที่จะหลุดปากเอ่ยเถียงออกมาไม่ได้กับความเห็นนั้น
เพราะดูเหมือนว่าพักหลังตัวเธอจะเริ่มคุยกับเขามากขึ้นแบบไม่ค่อยมีความเกรงกลัวในตัวเขาเหมือนที่เธอเคยแสดงออกให้เขาในตอนแรกเลย จนทำให้เขารู้สึกว่าเนื้อแท้จริงๆของสาวตัวเล็กน่ารักน่าปกป้องคนนี้ เธอคือหญิงมั่นที่พร้อมจะทำทุกสิ่งที่ต้องการหากว่าเธอสามารถรวบรวมความกล้าที่จะทำในตอนต้นได้แล้ว
เพราะในตอนต้นเธอจะตื่นกลัวและไม่กล้าตัดสินใจไปเสียทุกอย่างเลย
“นิดหน่อยคะ” เธอยิ้มตอบรับอย่างไม่สะทกสะท้านแต่อย่างใด
แต่แล้วบทสนทนานั้นก็ต้องถูกตัดบทลงเมื่อเขาเดินมาถึงห้องอาหารที่ถูกตกแต่งให้เป็นห้องปฐมนิเทศ เพราะบัดนี้สายตาของเขาได้ถูกสะกดให้มองไปที่ภาพเบื้องของพวกเขา ภาพที่ผู้ชายคนหนึ่งกำลังถูกห้อมล้อมด้วยสาวๆของสถาบันแห่งนี้หน้าโต๊ะของนักศึกษาทุนระดับรอยัลโกลด์ปีหนึ่งพร้อมกับส่งเสียงกรี๊ดกร๊าดที่ดังออกมาเป็นระยะในทุกครั้งชายหนุ่มผู้นั้นยิ้มออกมาอย่างพอเป็นมารยาท
หมอนั้นผู้ชายเพลย์บอยเมื่อคืนนี้....
จิงคคิดในใจแต่ไม่กล้าเอ่ยออกมาไปเพราะกลัวคนรู้ แต่ถึงอย่างไรตอนนี้มันก็ไม่น่าเกี่ยวกับเขาแล้วเพราะเขาในตอนนี้เป็นจิงคไม่ใช่เฮเลน แม้ว่าเขาจะติดใจในหลายๆเรื่องกับชายหนุ่มคนนี้ก็เถอะ
จากนั้นสายตาของจิงคเหลือบไปมองทางเซฟเฟอรัสที่ตอนนี้ยืนอยู่ข้างวัลแคนที่พกไม้ค้ำและทั่วตัวพันผ้าพันแผลไว้ด้วยท่าทางที่สนใจเป็นอย่างมาก
ก็อาการที่วัลแคนแสดงออกมาในตอนนี้มันน่าขำนี่นา
ภาพที่ชายหนุ่มหัวแดงที่บาดเจ็บไปทั่วตัวกำลังมองชายหนุ่มหล่อในห้อมล้อมของหญิงสาวคนนั้นอย่างโมโหโดยมีเพื่อนสนิทที่มีศักดิ์เป็นเจ้านายของเขาคอยปลอบอยู่ไม่ห่าง แม้ว่าการปลอบนั้นจะทำให้วัลแคนต้องเจ็บช้ำมากกว่าเดิม
เพราะไอ้คุณเซฟเฟอรัสก็หล่อไม่แพ้เจ้านั้นเหมือนกันมันก็เลยพูดได้แบบไม่มีปัญหานะสิ
แต่ว่าเมื่อเขาหันกลับมามองสามสาวรูมเมทของเขาอีกครั้งเขาก็ต้องตีหน้าออกมาอย่างสงสัยเสียเต็มประดา เมื่อพวกนี้กำลังมองไปที่ชายหนุ่มที่เป็นที่สนใจของพวกคนในที่นี้ด้วยความรู้สึกที่แผ่ออกมาถึงความไม่เป็นมิตรแบบเต็มที่จนเขารู้สึกได้
“มันเกิดอะไรขึ้นงั้นเหรอ?” เขาเอ่ยถามขึ้นมาอย่างสงสัย
แต่ดูเหมือนว่าประโยคนี้จะไม่ได้ดังเข้าไปที่โสตประสาทการรับฟังของหญิงสาวพวกนี้เลยแม้แต่น้อยตรงกันข้ามกันมันกลับดึงความสนใจของชายหนุ่มผู้อยู่กลางวงล้อมนั้นให้หันมามองทางเขาอย่างน่าประหลาดใจ
ก่อนที่หมอนั้นจะยกมือโบกมาทางเขาเล็กน้อยและขอทางหญิงสาวที่รายล้อมรอบตัวเพื่อเดินมาหาจิงคทันที
ว่าแต่มันได้ยินได้ยังไงล่ะเนี้ย?
จากจุดนั้นถึงจุดที่เขายืนอยู่เนี้ยมันเทียบเท่ากับระยะทาง From the earth to the moonของระยะทางเสียงที่จะสั่นไปถึงโดยผ่านอากาศที่เกิดการสั่นของเสียงที่กรี๊ดกร๊าดนั้น เอาเป็นว่าแทบจะเป็นไปไม่ได้เลยที่ไอ้หมอนั้นจะได้ยินเสียงของเขาอย่างแน่นอน
“จิงค นี่นาย.....”
นานาเอลพร้อมทั้งสองสาวรูมเมทที่เหลือหันขวับมาทางจิงคเป็นเชิงถามซึ่งจิงคเองก็ตอบกลับไปทันทีด้วยการส่ายหน้าอย่างพอจะรู้คำถามที่พวกเธอไม่ได้เอ่ยออกมา
ไม่นานนักชายหนุ่มผู้นี้ก็เดินมาถึงจิงคเพื่อหยุดบทสนทนาของคนทั้งสี่
“สวัสดีครับ” เขาคลี่ยิ้มแบบเป็นมิตรให้จิงคในรูปแบบเหมือนที่เขาเคยยิ้มให้เฮเลน
“สวัสดี” จิงครับการทักทายนั้นอย่างเสียไม่ได้
แต่ทว่าชายหนุ่มผู้นั้นกลับไม่รอช้าเพราะเขารีบเปิดบทสนทนาต่อทันทีแบบไม่คิดจะเสียเวลาที่จะยืนอยู่ในตอนนี้อย่างเปล่าประโยชน์เลยแม้แต่น้อย
“รุ่นพี่สินะครับที่เป็นนักศึกษาทุนระดับรอยัลแพลตตินั่มอันดับหนึ่งของปีสองที่ชื่อว่า จิงค พีซ”
“เอ่อ... ใช่...” จิงครับคำอึกอัก
“สุดยอดเลยครับ งั้นขอทักทายอีกครั้งนะครับ สวัสดีครับผมชื่อรีเวิร์ส แซตเทิร์น เป็นนักศึกษาทุนระดับรอยัลโกล์ดครับ ยินดีที่ได้รู้จักนะครับรุ่นพี่จิงค...” ชายหนุ่มผู้นั้นฉีกยิ้มออกมาอย่างเป็นมิตรสุดขีดด้วยความรู้สึกที่มีมารยาทไร้ซึ่งการเสแสร้งใดใดหลังจากแนะนำตัวเสร็จ ก่อนที่เขาจะเดินเข้ามาปล่อยระเบิดปิดท้ายด้วยท่าทีแบบนั้น
“ต่อจากนี้เรามาสนิทสนมกันให้มากขึ้นกันดีกว่านะครับ....”

---------------------------------------------------------------------------------------------------------------





NEKOPOST.NET