Jinx Pech ตอนที่ 42 | Nekopost.net 
NEKOPOST
การแสดงผล

Jinx Pech

Ch.42 - Kapitel 8 : Zweiten Jahr (ปีสอง)




กับดัก ลอบสังหาร การต่อสู้ที่ดุเดือด ประสบการณ์ที่เฉียดตาย และการทรยศหักหลัง
ทุกสิ่งที่ว่ามานั้นคือสิ่งที่แสดงถึงหนึ่งเดือนนรกที่จิงคและเหล่าผองเพื่อนได้ผ่านมาในเคหะสถานหลังงามที่ใหญ่เทียบเท่าขนาดปราสาทแห่งนี้ด้วยความมานะและอดทน จนกระทั่งทำให้พวกเขาคิดได้ว่า
‘ชีวิตมนุษย์นั้นแสนยากลำบากและเปราะบางยิ่งนัก’
ก็แหม... รู้สึกว่าชีวิตของพวกเขามันจะแขวนอยู่บนเส้นด้ายที่ใกล้จะขาดแหล่มิขาดแหล่อยู่ตลอดเลยนี่นา
แต่ถึงกระนั้นพวกเขาก็ยังมีชีวิตรอดมาได้ภายใต้ชะตากรรมที่เหมือนถูกสาปแบบนั้นราวกับปาฏิหาริย์ที่มีจริงจนน่าประหลาดใจยิ่งนักว่าทำไมเขาถึงมีตัวตนอยู่มาถึงปัจจุบันนี้ได้
มันเป็นความต้องการของพระเจ้าหรือนี่คือศักยภาพที่เรียกว่าความอึดของมนุษย์กันแน่
แต่ก็เอาเถอะ สุดท้ายแล้วแค่ตอนนี้พวกเขายังมีชีวิตกับลมหายใจอยู่มันก็เพียงพอแล้วไม่ใช่หรือไงจะไปคิดอะไรให้มากความไปกว่านี้อีกล่ะและที่สำคัญตอนนี้มันมีเรื่องใหม่ที่ทำให้พวกเขาชวนซีเรียสมากกว่าเดิมด้วยนี่นา
ไม่สิ ชวนให้ผมร่วงเพราะความน่ากังวลเลยต่างหาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งสำหรับชายหนุ่มผู้มีศักดิ์เป็นยอดนักต้มตุ๋นด้วยแล้ว
มันยิ่งทำให้เขาเครียดจนแทบจะเป็นโรคประสาทเลยก็ว่าได้
เพราะในขณะที่พวกเขากำลังเก็บข้าวของเพื่อเตรียมกลับไปที่เมืองอีทรูเดียนอยู่นั้น พวกเขาก็ดันเหลือบไปสังเกตเห็นสิ่งที่น่ากลัวที่สุด เพราะฆาตกรเด็กสาวนามว่าลิอาได้แบกกระเป๋าที่เก็บข้าวของเรียบร้อยแล้วมารวมกลุ่มกับพวกเขาหน้าตาเฉยพร้อมกับหญิงสาวอีกคนผู้มีศักดิ์เป็นสาวใช้ประจำตัวของเขาด้วย
“นี่ลิอาจะเก็บกระเป๋ามาด้วยทำไม?” จิงคกลั้นใจเอ่ยถามขึ้นมาด้วยน้ำเสียงที่พยายามข่มความวิตกเอาไว้แม้จะไม่ได้มากก็เถอะ
“แหม... พี่จิงคก็ถามแปลกๆนะคะ เห็นแล้วก็น่าจะรู้อยู่นี่คะว่าพวกหนูน่ะจะตามไปด้วย” ลิอาตอบเสียงเรียบ
“ได้ยังไง?” จิงคขมวดคิ้วมองหน้าน้องสาวของตนทันที
แต่ทว่าคำตอบของเด็กสาวกับเป็นจดหมายสองฉบับที่ประทับตราไว้เรียบร้อยของทางสถาบันที่เขาเรียนอยู่ในตอนนี้พร้อมจ่าหน้าซองถึงชื่อผู้รับไว้เสร็จสรรพเหมือนตอนที่เขาเคยได้รับมันไม่มีผิดจะแตกต่างก็เพียงแค่ชื่อที่จ่าหน้าซองก็เท่านั้น

Ms. Lia Pech
Weltmeisterschaft academy

Ms. Cytherea William
Weltmeisterschaft academy

ไม่ต้องบอกก็รู้เลยว่าจดหมายนั้นมีความหมายในเชิงว่าอย่างไรในตอนนี้ เพราะเรื่องพรรณนี้มันเดาได้ไม่ยากเลยนี่นาจริงไหมล่ะ
“ว่าแต่แผนกอะไรล่ะ” จิงคยอมรับเรื่องนั้นอย่างว่าง่ายพร้อมทั้งเอ่ยถามสถานการณ์ต่อทันที
“หืม... พี่จิงคสนใจหนูด้วยเหรอคะ”
อย่างมากเลยล่ะ เพราะมันเป็นความปลอดภัยสำหรับตัวเขาเองเลยนี่หว่า นั้นคือสิ่งที่เขาคิดในใจแต่กระนั้นเขาก็ไม่กล้าเอ่ยมันออกไปให้เด็กสาวผู้นี้ได้ฟังหรอกนะ
“เดี๋ยวนะคะ”
ว่าจบลิอาก็เปิดกระดาษที่อยู่ภายใต้ซองจดหมายนั้นดูก่อนที่เธอจะเอ่ยออกมาเสียงดังฉะฉานด้วยความมาดมั่นจนน่ากลัว
“นักศึกษาลับคะ”
แม่เจ้า ไม่น่าแปลกใจเลยแฮะ
“แล้ววิลเลี่ยมล่ะ” จิงคหันไปหาหญิงสาวอีกคนที่ยืนอยู่ข้างกายลิอาต่อ
“นักศึกษาทุนระดับแพลตตินั่มรอยัลครับ” ไซธีเรียตอบกลับด้วยท่าทางที่ขวยเขิน
ว่าแต่คุณเธอจะเขินไปทำไมหว่า
แต่ทว่าคำตอบของคำถามนั้น เขากลับได้รับมันมาอย่างรวดเร็วทันทีจากปากของนางมารสาวที่อ้างตัวว่าเป็นภรรยาของเขา
“แถมยังมีศักดิ์เป็นว่าที่ประธานนักศึกษาชั้นปีที่หนึ่งด้วยล่ะ นายเนี้ยมีแต่คนเก่งๆอยู่รอบตัวจริงๆเลยนะ แม้กระทั่งคนรับใช้ส่วนตัวยังเก่งอยู่ในระดับที่สูงมากจนน่ากลัวแบบนี้น่ะ” นานาเอลเอ่ยขึ้นมาด้วยน้ำเสียงที่ไม่สบอารมณ์พอสมควร
เดี๋ยวสิ ถ้าวิลเลี่ยมเป็นว่าประธานนักศึกษาชั้นปีที่หนึ่ง นั้นก็หมายความว่าศักดิ์โดยตรงของเธอคนนี้ในสถาบันก็คือรุ่นน้องรหัสของเขาสินะ
มิน่าล่ะ คุณเธอถึงมีอาการแบบนี้
“ยังไงก็ขอฝากตัวด้วยนะคะ/ครับ พี่จิงค/คุณหนู”
ฉับพลันสองสาวผู้นี้ก็เอ่ยออกมาพร้อมกันโดยไม่สนใจเลยว่าชายหนุ่มที่ยืนอยู่ตรงหน้าในตอนนี้จะคิดอย่างไรกับสิ่งที่เกิดขึ้นโดยกะทันหันเพราะความบังเอิญ ไม่สิ บางทีอาจจะจงใจวางแผนเพื่อเพิ่มความซวยของเขาให้แย่ลงไว้ก่อนแล้วก็ได้ด้วยฝีมือผู้อำนวยการจอมโฉดผู้มีศักดิ์เป็นพ่อนางมารนานาเอลแล้วกระมั้ง
แต่กระนั้นเขาก็เกือบไม่ได้คิดอะไรต่อเพราะฉับพลันเขาก็ได้เกือบล้มลงไปกองบนพื้นเพราะรองเท้าของนานาเอลเสียแล้ว ถ้าไม่มีไซธีเรียมาขวางไว้ก่อน
หรือบางทีอาจจะไม่แย่ก็ได้มั้ง

◊◊◊◊◊◊◊◊◊

‘คิดผิด’
นั้นคือคำกิริยาหนึ่งคำที่สามรถอธิบายสภาพของเขาหลังจากที่เขากลับมาถึงที่สถาบันเพื่อรอการเปิดภาคเรียนแรกในปีการศึกษาที่สอง เมื่อทุกอย่างที่กระจ่างชัดอยู่ที่เบื้องหน้าของเขาคือความวุ่นวายที่น่ากลัวจนวายป่วง ท่ามกลางความสับสนที่เหมือนกับว่าเขากำลังหลงอยู่ในสมรภูมิรบในสงครามใหญ่ยังไงยังงั้น
ก็แหม... ถ้าจำไม่ผิดขาไปไปแค่สี่ แต่ไหงขากลับมันเพิ่มได้แบบทวีคูณล่ะราวกับว่าหญิงสาวที่ไปด้วยกับเขาเป็นอมีบาที่สามารถแบ่งตัวเป็นสองได้ก็ไม่ปาน
เอ๊ะ! เปรียบเปรยแรงเกินไปหรือเปล่าเนี้ย
แต่ก็ช่างเถอะ เพราะนอกจากที่คุณเธอพวกนี้จะเป็นอะมีบาด้วยแล้วพวกเธอยังสามารถแบ่งตัวเองให้เป็นสายพันธุ์อื่นที่แตกต่างจากเดิมได้อีกด้วย ถ้าให้ยกตัวอย่างก็เช่นปลาหมึก
คงสงสัยสินะว่าทำไมถึงเป็นปลาหมึก
เหตุที่เป็นแบบนั้นก็เพราะว่าหนวดปลาหมึกมันจะหนึบหนับแถมยังมีตัวดูด เวลารัดเหยื่อจะรัดแน่นไม่ยอมปล่อย จะว่าเป็นสัตว์น้ำที่ดูแล้วน่ากลัวก็ว่าไม่เชิงเพราะเวลาได้ลองลิ้มชิมรสชาติมันก็อร่อยดีอยู่หรอกนะ ถ้าปรุงตัวมันดีดีแล้ว...
แค่คิดก็น้ำลายสอแล้ว
และสถานการณ์ในตอนนี้ก็ไม่ได้ต่างจากสภาพที่ว่ามาเลยแม้แต่น้อย เพราะหญิงสาวที่ถูกแบ่งภาคมาจากอะมีบาผู้ที่ดูแล้วชวนน้ำลายสอคนหนึ่งได้กำลังเกาะติดเขาแจราวกับปลาหมึกตัวขนาดกลางที่อยู่ในอารมณ์ของสัตว์นักล่าที่จับเหยื่อได้แล้วก็ไม่ปาน
แต่ก็เอาเถอะ ยังไงซะเขาก็เป็นเหยื่อมากกว่าที่จะเป็นผู้ล่าอยู่ทุกครั้งสำหรับเธอคนนี้
ที่จริงเขาก็น่าจะปลงตกได้อยู่หรอกนะ แต่สายตาของเหล่าเพื่อนฝูงชายหนุ่มผู้ไร้วาสนาที่มองมาทางเขาทั้งหลายนี่สิ มันทำให้เขารู้สึกปลงไม่ลงซักที เนื่องจากความอาฆาตที่พวกนั้นแผ่ออกมาในสายลมที่กำลังฝ่าเนื้อเฉือนกระดูกพวกนั้นนี่สิ
มันทำให้เขารู้สึกเจ็บแปลบจนรู้สึกได้
แม้ว่าเมื่อก่อนเขาจะเคยเป็นพวกที่อยู่ในกลุ่มนั้นมาก่อนก็ตาม แต่เขาก็รู้สึกว่าเขาเริ่มที่จะไม่เข้าใจพวกนั้นเข้าไปทุกที ว่าพวกมันจะอิจฉาเขาไปทำไม เพราะความเป็นจริงตัวเขาเองก็ไม่ได้มีสภาพที่ชวนน่าอิจฉาเลย ลองคิดดูสิว่าจู่จู่มีสัตว์ประหลาดในคราบหญิงสาวแสนสวยมากอดแขนแบบนี้ ใครมันจะไปดีใจมีที่มาจากทางสายตาวามสุขได้
แต่ถึงกระนั้นสายตาของพวกนั้นมันก็ยังคงมืดบอดเพราะอารมณ์ที่กริ้วโกรธาไปหมดแล้วสินะ ทั้งที่ทุกคืนก่อนหน้านี้พวกแกยังตามบั้นท้ายที่เข้ารูปของเขาต้อยๆอย่างกับสัตว์เลี้ยงอยู่เลย ถึงแม้ว่าตอนนั้นเขาจะอยู่ในร่างของเฮเลนก็เถอะ แต่นี่พวกแกจะเปลี่ยนอารมณ์ชนิดหน้าเท้าหลังมือหรือหลังเดาะอะไรก็ช่างเกินไปหน่อยแล้วนะเฟ้ย คอยดูเถอะ ไว้เขาอยู่ในร่างเฮเลนเมื่อไรเขาจะทำให้พวกนี้ต้องเจ็บปวดทางใจกันทุกคน
เพราะพ่อจะหักอกแม่งทุกคนแบบไม่ใยดีเลย
ว่าแต่นี่เขากำลังคิดบ้าอะไรอยู่ฟะ?!!!
“พี่จิงค” สัตว์ประหลาดในคราบหญิงแสนสวยสุดน่ารักร้องออกมาเบาๆ
ในขณะที่เธอกำลังแผ่เส้นหนวด (แขน) ที่น่าขยะแขยงรัดแขนเขาแน่นเพื่อรอที่จะเล่นสาย T (ตามพจนานุกรมการ์ตูนสายติ๊ดไต....) กับเขาถึงแม้ว่าเขาจะคิดเกินจริงไปไกลก็เถอะ แต่ความเป็นจริงมันก็ไม่ได้ต่างกับที่คิดมากนักหรอกนะ แค่ติดที่ว่าเธอไม่สามารถเล่นสาย T ได้แบบจริงจังก็เท่านั้นเอง แต่ถ้าเล่นได้เขาก็คง.....
แค่คิดก็น่ากลัวแล้วครับทุกท่าน
“มีอะไรงั้นเหรอ” จิงครับคำเสียงสั่น
“ตัวหนูมีความสุขที่สุดเลยนะรู้มั้ย” ลิอาเอ่ยออกมาเสียงใสผิดกับสีหน้าของชายหนุ่มที่ต้องมาทนรับฟังประโยคนี้
เพราะตอนนี้เขาโคตรทุกข์หาใดเปรียบเลยล่ะ
อันที่จริงแค่ไอ้คุณน้องสาวคนเดียวก็เล่นทำเอาเขาจะบ้าตายชักอยู่แล้ว แต่เรื่องราวทั้งหมดมันกลับยังไม่จบลงแค่นั้น เมื่อหญิงสาวผมสั้นมาดเท่คนสวยที่ดูแล้วตรึงตาตรึงใจใครหลายคนที่มีศักดิ์เป็นสาวใช้ประจำตัวของเขาได้มาร่วมเดินเคียงข้างเขาด้วย มันยิ่งทำให้ศักดินาและชื่อเสียงของเขาเริ่มขจรขจายไปทั่วสถาบันจนเอายานอวกาศที่มีความสามารถในการเดินทางความเร็วสูงจนสามารถพุ่งเข้าสู่ Hyper space ได้มาฉุดก็หยุดไม่อยู่แล้ว
ด้วยข่าวที่ว่าไอ้นักต้มตุ๋นผู้มากความสามารถผู้นี้มันกำลังจะมาเปิดฮาเรมในสถาบันแบบข้ามหน้าข้ามตาผอ. อันที่จริงเขาไม่ได้อยากเปิดเพราะความต้องการของเขานะเฟ้ย
เพราะตอนนี้เขาน่ะอยากจะปิดมันแทบตายอยู่แล้วไอ้ฮาเรมแบบนี้
ว่าแต่ไอ้ประโยคที่ว่าข้ามหน้าข้ามตาผอ.เนี้ย พวกนั้นก็ก็ช่างกล้าวิจารณ์กันเสียเหลือเกินนะ แต่ก็เอาเถอะ เพราะตอนนี้เขาเองก็กำลังเปิดฮาเรมข้ามหน้าข้ามตาชายหนุ่มหล่อที่มีศักดิ์เป็นพ่อตาของเขา (ในเรื่องที่นางมารกุขึ้นมาเล่นๆ?) จริงๆนี่หว่า และที่สำคัญอย่าว่าแต่เปิดฮาเรมเลย เพราะหญิงสาวที่อยู่รายล้อมรอบตัวเขาในตอนนี้มันพอจะเปิดอย่างอื่นนอกจากฮาเรมได้ด้วย
นั้นคือกองกำลังต่อต้านอะไรสักอย่างก็ว่ากันไปได้เลย
ก็ดูแต่ละคนสิคุณเธอทำเอาเขาเสียวสันหลังวาบได้ทุกครั้งที่พวกเธอโกรธเสียจริง ยกตัวอย่างง่ายๆแค่มีลิอากับฟีอาก็ไม่ต้องพูดอะไรอีกต่อไปแล้ว เพราะแน่ใจได้เลยว่าถึงจะมีกองทัพมาเป็นแสนเป็นล้านแต่ถ้าเจอสองคนนี้แล้วล่ะก็... เป็นอันปิดประเด็นไปเลย
เอาเป็นว่าพวกนั้นได้ตายเรียบแน่นอน
เฮ้อ... ชีวิตหนอชีวิต.....
“คุณหนูครับที่นี่คือสถาบันที่คุณหนูเรียนสินะครับ” ไซธีเรียเอ่ยขึ้นมาด้วยน้ำเสียงที่ไร้เดียงสาพร้อมทั้งมองไปรอบตัวอย่างตื่นเต้นที่ตัวเธอได้มาอยู่สถานที่เดียวกันกับที่จิงคเคยอยู่อีกครั้ง
มันช่างเป็นความสุขบนความทุกข์ของเจ้านายเธอเสียจริงเลยรู้หรือเปล่าเนี้ย
แต่ทว่าก่อนที่จิงคจะได้พูดอะไรก็พลันมีเสียงของชายหนุ่มที่แสนจะคุ้นหูเรียกเขาขึ้นมาเสียก่อน
“นี่จิงคแบบนี้มันจะเกินไปหน่อยแล้วนะ”
ชายหนุ่มหัวแดงนามว่าวัลแคนได้เอ่ยขึ้นมาหลังจากที่เขากับเพื่อนหนุ่มหล่อที่มีศักดิ์เป็นเจ้านายของเขาที่ได้เดินตามหลังจิงคและคอยสังเกตสถานการณ์ที่น่าอิจฉานี้มานานแล้ว
“ก็นะ” จิงคไม่อาจที่จะเอ่ยอะไรได้มากกว่านี้จึงพูดได้เพียงประโยคที่ไร้ความหมายนี้ออกมา
ก็คนเรามันจะมีอะไรพูดได้อีกล่ะในยามที่ตนเองอยู่ในสถานการณ์ที่แม้แต่ตัวเองยังไม่เข้าใจอะไรเลยว่าเขาควรตอบกลับประโยคที่แสดงความอิจฉาของเพื่อน? (หรือน่าจะเรียกมันว่าไอ้แมลงวันหัวแดงน่าจะดีกว่านะ) ยังไงกันแน่
เอาเป็นว่าถ้าแกอิจฉามากนักแกมาสลับที่กับเขาตอนนี้เลยก็ได้นะ พ่อจะไม่ว่าอะไรกันเลย แถมจะยกมือไหว้ท่วมหัวเป็นการขอบคุณเสียด้วยซ้ำ และถ้าแกยอมทำแบบนั้นจริงๆ ไม่แน่นะ บางทีหัวใจเฮเลนอาจจะเป็นของแกไปชั่วขณะเป็นของแถมก็ได้
แต่ดูเหมือนว่าไอ้คุณวัลแคนจะไม่ได้มีสมองอย่างที่เขาคิดเพราะพี่แกดูท่าจะอ่านสีหน้าที่แสดงออกถึงความระทมทุกข์ในดวงหฤทัยเขาไม่ออกโดยสิ้นเชิง เพราะหลังจากนั้นพี่แกก็ปั้นหน้ายิ้มออกมาอย่างอารมณ์ดีพร้อมทั้งดึงไอ้ชายหนุ่มมาดเท่ที่ยืนอยู่ข้างตัวมันไปกอดอย่างสนิทสนมทันที
“แต่ก็ช่างเถอะ เพราะตอนนี้ฉันก็มีนางในดวงใจอยู่แล้วเพราะฉะนั้นเรื่องแบบนี้ฉันยกให้นายทำก็แล้วกัน แต่ว่ายังไงก็ช่วยปล่อยมาให้เพื่อนฉันคนหนึ่งก็ยังดีนะ” วัลแคนพูดออกมาอย่างไม่ชวนรื่นหูคนฟัง เพราะฉับพลันเขารู้สึกขนลุกเกรียวไปทั้งตัวแบบไม่ต้องหาเหตุผลมาประกอบว่าไอ้นางในดวงใจที่ว่าของเพื่อนคนนี้มันหมายถึงใคร
ถ้าแกรู้ว่าตัวจริงของเธอคนนั้นว่าคือใครแกยังจะทำหน้าระรื่นแบบนี้ได้อีกหรือเปล่า
แต่ช่างเถอะ เพราะเขาเองก็ไม่ใช่คนที่ชอบทำลายความฝันของเพื่อนเสียด้วยเอาเป็นว่าในตอนนี้เขาจะเงียบไว้ก็แล้วกัน
แต่ถ้าตอนไหนเขาแปลงร่างเป็นเฮเลนเมื่อไรเขาจะขอตอกหน้าแกให้หงายไปเลยด้วยประโยคที่ด่าทออย่างรุนแรงเลย แต่ถึงจะพูดอย่างนั้นเขาก็ทำแบบนั้นใส่ไอ้บ้านี่มาตลอดเลยนี่หว่า แต่ไม่ยักจะทำให้ไอ้แมลงวันหัวแดงนี้สะทกสะท้านได้สักที
ท่าทางมันจะเป็นบุรุษผู้มุ่งเป็นมาโซแมนเต็มขั้นสินะ
“ได้อยู่แล้ว ฉันไม่ว่าอะไรหรอก ว่าแต่เซฟเฟอรัสอยากได้คนไหนเลือกได้เลยฉันยก....”
แต่ยังไม่ทันได้พูดจบประโยคโลกของเขาก็ดำมืดทันทีพร้อมกับเท้าของเหล่าหญิงสาวที่อยู่ในและนอกฮาเรมของเขาที่พุ่งเข้ามารุมประชาทัณฑ์ในลักษณะสามัคคีประชาตีนแบบที่แม่น้องสาวปลาหมึกที่แสนน่ารักกับคนรับใช้สาวก็ไม่ทันได้ตั้งตัว โดยประโยคสุดท้ายที่เขาได้ยินก็คือ...
“นี่แกเห็นผู้หญิงเป็นอะไรกันแน่!!!”

◊◊◊◊◊◊◊◊◊

“ดูไม่ได้เลยนะ”
เรธิเซียเอ่ยขึ้นมาเสียงเรียบในห้องพยาบาลที่ใหญ่โตรโหฐานที่ปัจจุบันมีเตียงที่มีชื่อเขาติดอยู่
หลังจากที่ก่อนหน้านั้นเธอได้เดินฝ่าดงสมรภูมิ Unlimited feet work เข้าไปช่วยจิงคที่ตอนนั้นได้จมไปสู่พื้นใต้พิภพเรียบร้อยแล้ว แม้ว่าจะมีน้องสาว และคนรับใช้คอยพยายามเข้าไปช่วยก็ตาม
แต่ดูเหมือนว่านักฆ่าสาวทั้งสองคนนั้นจะไม่สามารถทำอะไรได้เลย เพราะตอนนั้นพวกเธอไม่อยากจะทำอะไรที่เกินความต้องการของจิงคที่ขู่ไว้ก่อนว่าห้ามพวกเธอใช้พลังทำร้ายคนอื่น ดังนั้นพวกเธอจึงทำได้แต่ตะโกนเรียกชื่อเขาเป็นระยะเหมือนในหนังสงครามที่พวกพ้องทำได้แค่เพียงตะโกนเรียกชื่อเพื่อนพ้องน้องพี่ของพวกเธอก่อนที่คนผู้นั้นจะตายไป
อันที่จริงเขาในตอนนั้นก็มีดินกลบหน้าเรียบร้อยพร้อมที่จะทำพิธีศพได้แล้ว
ถ้าพระเจ้าไม่ยื่นมือมาขวางไว้ซะก่อน ป่านนี้เขาคงได้นอนสบายอยู่ใต้ดินที่ดูน่าจะเย็นดีไปแล้ว
น่าเสียดายเป็นบ้าที่เขายังไม่ตาย
นี่เขาคิดจากใจจริงนะเนี้ย....
“ก็แล้วยังไงล่ะครับ” จิงคที่ได้สติกลับคืนมาเอ่ยย้อนทันทีแบบไม่เกรงกลัวตัวเธอผู้นี้แต่อย่างใด
“ก็นะ ทั้งที่ตัวเองมีศักดิ์เป็นถึงร่างอวตารของจอมมารโครนอสแท้ๆ”
“ถึงจะพูดอย่างนั้นแต่ไอ้หมอนั้นเองก็โดนลูกน้องยำเท้ารวมมิตรอยู่บ่อยๆนะครับ” จิงคเถียงสวนแบบไม่คิด แถมเรื่องที่เถียงก็ไม่ได้ผิดจากความจริงเสียด้วยเพราะความทรงจำของโครนอสช่วงที่เขามีอยู่มันกำลังฟ้องเขาอยู่อย่างชัดเจน
ว่าไอ้คนที่ได้ชื่อว่าเป็นจอมมารที่ร้ายกาจที่สุดรายนั้นจะเคยโดนลูกน้องกระทืบออกบ่อยไป
ทั้งเรื่องที่มาจากรีอาเป็นเหตุเอย... ของกินเป็นเหตุเอย... วางแผนกันไม่ลงตัวเอย... ตกลงไม่ได้บ้างก็ดี สรุปแล้วไอ้ก๊กนี้มันไม่ได้อยู่กับโครนอสเพราะความภักดีหรอก ที่พวกนั้นอยู่กับโครนอสได้เพราะมีหัวหน้าที่เหลวแหลกที่คอยตามใจลูกน้องไปเสียทุกอย่างต่างหากล่ะ
อันที่จริงถ้าไม่มีรีอาอยู่ป่านนี้จอมมารที่ชื่อโครนอสจะมีอยู่หรือเปล่าก็ยังไม่รู้เลย
“อ่านะ เล่นพูดซะ....” เรธิเซียอมยิ้มรับคำของเขา
“ว่าแต่อาจารย์เรธิเซียเถอะครับคิดยังไงถึงมาช่วยผมเหรอครับ ทั้งที่ก็รู้อยู่ว่าชาติที่แล้วของผมนั้นตั้งใจจะ...”
“มันก็ไม่ได้มีเหตุผลอะไรหรอกนะ ฉันก็แค่อยากดูต่อไปน่ะ”
คำตอบนี้ดูเหมือนว่าจะทำเอาจิงคปั้นหน้าไม่ถูกเลยทีเดียวว่าเขาควรจะคิดอย่างไรกันแน่
“ดูอะไรเหรอครับ?” จิงคขมวดคิ้วถามกลับทันที
“ก็เรื่องที่จะเกิดขึ้นต่อไปนี้น่ะสิ” เรธิเซียเอ่ยตอบอย่างยิ้มแย้ม
“มันมีอะไรน่าสนุกเหรอครับ” จิงคเริ่มระแวงออกมาโดยฉับพลัน
เพราะสัญชาตญาณของบุรุษผู้ที่ผ่านความซวยมาโชกโชนของเขามันกำลังร้องเตือนอยู่ว่าอารมณ์ยิ้มแย้มของหญิงสาวผู้นี้มันไม่ใช่เรื่องที่ดีกับเขาแน่นอน
“ก็นะ คงต้องรอดูต่อไป” เรธิเซียตอบแบบเลี่ยงๆ
“นี่อาจารย์ครับจะสปอยผมหน่อยก็ไม่ได้หรือไงครับเรื่องนี้”
“ไม่ได้หรอกเดี๋ยวคนที่รอดูรออ่านคนอื่นก็จะไม่สนุกกันพอดีนะสิ”
“หา??”
ใบหน้าเขาแทบจะกลายเป็นเครื่องหมายปรัศนีอย่างไม่มีเหตุผลกับคำตอบที่ฟังดูงงงวยนั้น
สรุปแล้วชีวิตเขานี้มันมีคนติดตามรอชมอยู่หรือไง!!!
แล้วไอ้พวกนั้นมันติดตามรอชมจากไหนงั้นเหรอ?
อย่าบอกนะว่าชีวิตที่เขาดำเนินอยู่มันเป็นโลกในนิยายน่ะ!!!!
ว่าแต่ใครเป็นคนแต่งล่ะ?
“งงใช่มั้ยล่ะคุณพีซ”
“อย่างมากเลยครับ”
“ถ้างั้นก็ดีแล้วล่ะ เพราะถ้าเธอบอกว่าไม่งงมันคงไม่มีอะไรน่าสนุกแล้วล่ะ”
ว่าจบเรธิเซียก็หลุดหัวเราะออกมาเสียงลั่นอย่างอารมณ์ดีแบบที่ชวนให้คนฟังเสียงหัวเราะนั้นรู้สึกปั่นป่วนในความรู้สึกยังไงพิกลก็ไม่รู้
พอจะเข้าใจแล้วว่าทำไมโครนอสถึงสร้างกองกำลังเพื่อมาจัดการเธอคนนี้
เพราะพระเจ้าแบบนี้ต่อให้เป็นเขา เขาก็ไม่เอาเฟ้ย แถมยังออกความรู้สึกประมาณว่าพี่แกจะทำลายล้างโลกเพราะอารมณ์เมื่อไรก็ยังไม่รู้เลย
“นี่กำลังคิดด่าฉันอยู่ในใจสินะ” เรธิเซียเอ่ยดักคอออกมาอย่างรู้ทัน
ถ้าใช่แล้วจะทำไมครับ ทั้งที่เขาอยากตอบกลับแบบนั้นแท้ๆแต่ใจกลับไม่กล้าพอ
“เปล่าคร้าบ....” จิงคลากเสียงอย่างขอไปทีจนทำให้เรธิเซียอดอมยิ้มออกมาไม่ได้กับท่าทีนั้นของเขา
เพราะเหมือนว่าถ้าจำไม่ผิดไอ้อาจารย์คนนี้ดูเหมือนจะมีความสามารถที่อ่านใจเขาได้อยู่นี่หว่าแล้วนี่เขาจะไปโกหกหล่อนทำซากอะไรฟะเนี้ย
“จิงคเนี้ยตลกดีนะ”
“ถ้าอย่างนั้นสนใจมาคบกับผมมั้ยล่ะครับ”
จิงคได้ทีเอ่ยหยอกล้อคำหวานใส่แม่ร่างแยกของพระเจ้าสาวแสนสวยสุดสิเน่หาผู้นี้เล็กน้อยโดยหารู้ไม่ว่าหายนะกำลังจะมาเยือนเขาจากทางด้านหลัง
แต่ถึงจะมาซึ่งๆหน้าก็คงไม่ต่างกันอยู่ดีนั้นแหละ
เพราะฉับพลันโลกทั้งใบที่เคยสว่างสดใสก็พลันดับวูบลงไปอีกครั้งอย่างที่เขาก็ไม่ทันจะได้หาสาเหตุว่ามันเกิดอะไร
เขารู้เพียงว่าถ้าเขาไม่ตื่นขึ้นมาอีกก็คงจะไม่น่าแปลกใจนักหรอกนะ

◊◊◊◊◊◊◊◊◊

“ที่นี่สินะ”
ชายหนุ่มในชุดฮูดคลุมทั้งตัวที่แบกกระเป๋าใบใหญ่ไว้บนหลังได้เอ่ยออกมาเสียงดังอย่างดีใจที่ในสุดเขาก็ได้เห็นป้ายชื่อสถาบันสีทองที่สะท้อนกับแสงแดดในยามเย็น
“ไม่เสียทีที่เดินทางมาไกลนะคะ”
หญิงสาวผู้ที่ร่วมเดินทางมากับเขาด้วยเอ่ยรับความยินดีของชายหนุ่มผู้นั้นอย่างไม่ใส่อารมณ์ในน้ำเสียงมากนักเพราะเธอได้เงยหน้ามองป้ายสถาบันสีทองนั้นด้วยอารมณ์ที่นิ่งเฉยที่ดูท่าทางแฝงว่าเธอจะไม่พอใจเสียด้วยซ้ำ
“ใช่เลย” ชายหนุ่มผู้นั้นรับคำเสียงใส
“ว่าแต่เราจะมาเรียนที่นี่จริงๆเหรอคะ” หญิงสาวหันไปถามชายหนุ่มด้วยน้ำเสียงที่กึ่งถามย้ำแบบไม่คิดอยากที่จะทำตามที่เธอถามมากนัก
“เธอไม่ชอบงั้นเหรอ” เขาหันไปมองหญิงสาวคนนั้นเป็นเชิงถาม
แต่ดูเหมือนว่าคำถามนั้นจะไม่ต้องการคำตอบแบบอื่นนอกจากที่เขาต้องการหรอกนะ
“ก็ไม่เชิงหรอกคะ” เธอตอบกลับเสียงเรียบแม้ว่าเธอจะไม่พอใจมากก็ตาม
“ถ้าอย่างนั้นก็อย่าถามแบบนี้สิ” เขาฉีกยิ้มให้เธออย่างเป็นกันเอง
ก่อนที่เขาจะยื่นมือข้างที่ไม่ถือของฉุดให้เธอเดินไปที่สะพานข้ามคูของสถาบันแห่งนี้เพื่อเดินเข้าไปในตัวอาณาเขตของสถานที่ที่อยู่หลังกำแพงนั้นอย่างไม่ใส่ใจแต่อย่างใด ผิดกับหญิงสาวที่ตอนนี้เธอแทบจะแสดงสีหน้าที่ตื่นกลัวออกมาเสียด้วยซ้ำในขณะที่เธอเดินผ่านประตูที่เหมือนคุกของสถานบันแห่งนี้ไป
“ฉันมาหาแล้วนะเฮเลน.....” ชายหนุ่มพึมพำออกมาเบาๆ

-------------------------------------------------------------------------------




NEKOPOST.NET