Jinx Pech ตอนที่ 31 | Nekopost.net 
NEKOPOST
การแสดงผล

Jinx Pech

Ch.31 - Continuare (ดำเนินต่อไป)




“ได้เวลาที่จะตื่นขึ้นมาอีกครั้งแล้วนะจิงคและคราวนี้ก็ได้เวลาที่นายต้องทำความปรารถนาของนายเองให้บรรลุเสียที”
“ความปรารถนาของฉันงั้นเหรอ?” จิงคคลายมือจากใบหูพร้อมทั้งลืมตามองโครนอส
“ใช่ความปรารถนาที่ต้องการทำลายพระเจ้าล่าเทวทูตเพื่อสร้างโลกใบใหม่ยังไงล่ะ”
“ไม่ใช่ ความปรารถนาของฉันไม่ได้เป็นแบบนั้น ความปรารถนาที่ต้องสังเวยด้วยผู้คนมากมายแบบนั้นไม่มีทางที่ฉันจะต้องการหรอก เพราะความปรารถนาของฉันก็คือการใช้ชีวิตอยู่อย่างสบายโดยไม่มีเรื่องอะไรมากวนใจก็เท่านั้นเอง”
“ไม่มีทางที่นายจะเป็นแบบนั้นได้หรอกตราบใดที่นายยังมีพลังนี้ ไม่สิ ตราบใดที่นายยังเป็นฉันอยู่”
“เป็นได้สิ เพราะฉันไม่ใช่นาย” จิงคยังคงเถียงต่ออย่างไม่ยอมแพ้
“ถ้างั้นก็ช่วยทำให้ดูหน่อยสิ ถ้าคิดว่าทำได้ล่ะนะ”
ว่าจบโครนอสก็โน้มตัวจูบปากกับจิงคในร่างรีอาทันทีท่ามกลางความแตกตื่นที่ไม่อาจขัดขืนได้ของจิงค ก่อนที่สติของเขาจะเริ่มเลือนลางลงพร้อมกับภาพของเหตุการณ์ต่างมากมายที่ผุดเข้ามาในความคิดของเขาอย่างควบคุมไม่ได้
ที่สำคัญมันยังมีความรู้แหวะๆปนมาด้วย
เพราะเขากำลังจูบกับผู้ชายอยู่นี่หว่า!!!!
ถึงจะเครียดเพราะเรื่องที่ได้รับรู้มาเพียงใดแต่เจอแบบนี้แล้วความรู้สึกต่างๆของเขามันก็เริ่มเปลี่ยนไปกะทันหันเลย เพราะไอ้ความรู้สึกที่แย่ๆนั้นมันกลับกลายเป็นความรู้สึกอื่นที่ชัดเจนที่สุดในความคิดของเขา
อยากจะอ้วกเป็นบ้าเลย.....
เพราะฉะนั้นจึงไม่น่าประหลาดใจเลยว่าทำไมจิงคนั้นถึงพยายามที่จะสะบัดร่างของเขาให้หลุดจากริมฝีปากของจอมมารนั้นให้ได้โดยเร็วเท่าที่เขาจะทำได้ด้วยปฏิกิริยาที่ตอบโต้โดยฉับพลันของเขาซึ่งใช้เวลาไม่นานนักเขาก็หลุดจากากรจูบที่น่าสะอิดสะเอียนนั้น แต่เรื่องมันก็ไม่จบเพียงแค่นั้นเมื่อมือของเขามันไม่วายยกไปตบแก้มขวาของโครนอสจนดังลั่น
แต่ทว่าชายหนุ่มผู้นั้นกับไม่มีท่าทีที่จะตอบโต้แต่อย่างใดตรงกันข้ามด้วยซ้ำเพราะเขาได้ยกมือขึ้นมาลูบแก้มข้างที่เขาโดนตบนั้นเบาๆด้วยสีหน้าที่เรียบเฉย
สภาพแบบนี้ช่างเหมือนบทในนิยายที่เขาเคยอ่านเสียจริงๆ อารมณ์ประมาณจูบตบ ตบจูบ
“นี่นายทำบ้าอะไรนายของเนี้ย!!!” จิงคพยายามเช็ดริมฝีปากอย่างรุนแรงทันทีด้วยสีหน้าที่ไม่พอใจเป็นอย่างมาก
“ทำในสิ่งที่ฉันควรทำยังไงล่ะ ที่นี่บอกฉันสิว่านายคือใคร?”
“หา!? ถามแปลกๆฉันก็คือฉันนะสิ ฉันคือชายหนุ่มที่ชื่อว่าจิงค....”
ฉับพลันเขาก็รู้สึกปวดหัวอย่างรุนแรงจนทำให้เขาต้องทรุดลงไปนั่งกองอยู่กับพื้นอย่างหมดสภาพพร้อมกับภาพเหตุการณ์ต่างๆที่ดูคุ้นตาที่ได้วิ่งผ่านเข้ามาในความทรงจำของเขา ภาพเหตุการณ์ทุกอย่างที่เขาไม่น่าจะลืมเลือนมันไปได้เลย
แต่ถึงอย่างนั้นเขากลับยอมรับมันไม่ได้
“นี่มัน...”
“ตัวตนที่แท้จริงของนายและความเป็นจริงที่นายต้องยอมรับไงจิงค ถึงเวลาที่นายจะต้องทำให้เวลาที่หยุดเดินของนายต้องเดินต่อไปเสียทีได้แล้วนะ”
“ทำไมฉันต้อง....”
“อีกไม่นานนายก็จะได้เวลาตื่นขึ้นมาอย่างเต็มตัวแล้วนะจิงค”
ฉับพลันจิงคก็รู้สึกว่าความเป็นตัวตนของเขามันได้เลือนหายไปหมดจนสิ้นเหลือแต่เพียงความว่างเปล่าและความทรงจำที่ไม่น่าอภิรมย์นั้น
ความทรงจำที่เขาไม่เคยคิดที่จะต้องการมันกลับคืนมา
“ฉันไม่ใช่.....”
จิงคพยายามที่จะฝืนพูดอะไรบางอย่างแต่เสียงนั้นกลับค่อยๆเลือนหายไปในอากาศจนที่สุดทุกอย่างก็มืดมิดและสูญหายไปจากการมองเห็นและรับรู้ของเขาราวกับว่าเขาได้ตกสู่ห้วงแห่งความมืดมนที่ไร้ทางออกในหลุมลึกใจกลางของโลกก็ไม่ปาน

ร่างของเขาจะผุดลุกขึ้นมานั่งราวกับสปริงที่ดีดตัวด้วยท่าทางที่ตกใจเต็มที่จนทำให้เหงื่อซึมผ่านไปทั่วร่างกายที่ดูแล้วน่ารักน่าน่ากอดในร่างหญิงของเขาในตอนนี้  
“นั้นมันความฝันสินะ”
จิงคที่เริ่มรู้สึกถึงความเย็นของพื้นห้องที่แผ่ผ่านบั้นท้ายของเขากับผ้าห่มที่ยังคลุมเขาอยู่ครึ่งร่างและอาการปวดที่ช่วงท้องลามไปถึงเอวของเขาราวกับตัวเขาพึ่งโดนค้อนพุ่งเข้าทุบอย่างรุนแรงได้ถอนหายใจออกมาอย่างโล่งอกกับความเป็นจริงที่เป็นอยู่ในตอนนี้ ความเป็นจริงที่เขาเริ่มไม่อยากให้มันแปรเปลี่ยนไปแม้ว่ามันจะเป็นเรื่องที่ทำให้เขาต้องเจ็บตัวและหัวเสียอยู่บ่อยครั้งก็ตาม
อันที่จริงนับตั้งแต่วันนรกโลกาพินาศในความคิดของเขาที่ทำให้เขาต้องถูกเรียกไปสอบสวนเพราะเขาได้ความทรงจำในชาติที่แล้วที่ว่าเขาเป็นจอมมารโครนอสกลับคืนมาบางส่วนแล้วนั้น เขาก็ได้กลับมาใช้ชีวิตในสภาพที่ไม่ปกตินี้อีกครั้ง
แต่ก็นะจะบอกว่าปกติไปก็แปลกแล้วล่ะได้นอนกับหญิงสาวแสนสวยถึงสามคนและตัวเองยังสามารถแปลงร่างเป็นหญิงหรือชายได้ตามอารมณ์ของนางมารในคราบเทพธิดาและอาจารย์สาวแสนสวยผู้มีศักดิ์เป็นร่างแยกของพระเจ้า
คิดไปคิดมานี่เขาตกอยู่ใต้อาณัติของสองคนนี้อย่างเต็มรูปแบบเลยนี่หว่า
โดยในตอนเช้าเขาใช้ชีวิตเป็นชายหนุ่มชื่อจิงคผู้ที่มีชีวิตเต็มไปด้วยความซวยและความน่าสับสนในชีวิต ส่วนตกดึกเขาก็ใช้ชีวิตเป็นหญิงสาวแสนสวยชื่อเฮเลนแทน เพราะเขาจำเป็นต้องเข้าเรียนชั้นเรียนลับกับเรธิเซียและแถมยังต้องกลับมานอนที่ห้องในร่างหญิงเพื่อความพึงพอใจและความปลอดภัยในความคิดของเหล่ารูมเมทในห้องของเขาอีก
อารมณ์ออกประมาณกลางวันครับกลางคืนค่ะซึ่งคิดแล้วไม่ค่อยน่ายินดีสักเท่าไรเลย
แต่ถึงจะว่าอย่างนั้นแต่เขาเองก็เริ่มที่จะชาชินจนเขาเลิกที่จะสนใจและคิดมากไปกับมันแล้วเพราะชีวิตแบบนี้มันก็ไม่ใช่เรื่องที่แย่อะไรมากจนทำให้เขารับไม่ได้เสียหน่อย
มีทั้งเพื่อนฝูง คนที่เกลียด คนที่ชอบ เรื่องที่สนุก เรื่องที่ทุกข์ เจ็บตัวบ้าง สะใจบ้าง
แต่อย่างน้อยท้ายที่สุดเขาก็ไม่ต้องทำร้ายใครให้ต้องเจ็บปวดและไม่ต้องฝืนทำในสิ่งที่ตัวเองต้องทรมานแบบตายทั้งเป็นอย่างนั้น
เพราะเขาอยากเป็นแค่เพียง ‘นักต้มตุ๋น’ ไม่ใช่ ‘ฆาตกร’
ในที่สุดจิงคก็ตัดสินใจลุกขึ้นจากพื้นห้องที่เย็นเฉียบที่เขาเคยนอนอยู่ก่อนหน้านี้ด้วยสีหน้าแววตาที่เหม่อลอยก่อนที่เขาจะเดินไปที่หน้าต่างบานใหญ่พร้อมทั้งเลิกม่านที่ถูกปิดไว้เพื่อกั้นแสงสว่างจากภายนอกมาสะท้อนเข้าเปลือกตาของเหล่าบุคคลที่นอนหลับอยู่ในห้องนี้เล็กน้อยเพื่อมองไปที่บรรยากาศที่เงียบงันยามค่ำคืนที่อยู่ภายนอกหน้าต่างบานนั้น
ช่างดูแล้วเป็นช่วงเวลาที่แสนสงบแต่กระนั้นมันก็แฝงไปด้วยความน่าเศร้าใจอย่างสุดขีด
“ฉันควรจะทำยังไงต่อไปดีล่ะเนี้ย?” จิงคพึมพำออกมาเสียงค่อยด้วยท่าทางที่น่าเวทนา
แต่ทว่าเมื่อสิ้นเสียงคำพูดประโยคนั้นของเขาก็พลันมีมือของใครบ้างคนมาแตะไหล่ในส่วนที่ชุดนอนตัวบางที่เขาสวมใส่อยู่เพื่อปกปิดผิวกายที่อ่อนนุ่มเอาไว้เบาๆ และเพราะการกระทำแบบนั้นมันจึงทำให้จิงคนั้นไม่ต้องหันไปมองก็รู้ว่าคนผู้นั้นเป็นใคร
“ยังไม่นอนอีกเหรอฟีอา”
“ฉันนอนไม่ค่อยหลับน่ะ” ฟีอาตอบกลับเสียงเรียบ
“งั้นเหรอ?”
“แล้วจิงคล่ะ ทำไมถึงลุกจากเตียงแล้วมาเดินมองนอกห้องแบบนี้ล่ะ?”
“ก็แค่มีเรื่องที่น่ากังวลพอสมควรน่ะ” จิงคตอบกลับด้วยรอยยิ้มเจือนๆ
อันที่จริงจะบอกว่าเป็นเรื่องที่น่ากังวลใจพอสมควรก็ไม่ได้ล่ะนะ เพราะที่จริงมันเป็นเรื่องที่ชวนทำให้เขากระอักกระอ่วนป่วนหัวสมองจนยุ่งยากใจเต็มล้านล้านเปอร์เซนต์ยกกำลังด้วยล้านเลย แต่กระนั้นเขาก็ไม่อยากที่จะบอกเรื่องนี้ตรงๆกับฟีอาหรอกนะ
“เรื่องที่จิงคมีอดีตชาติเป็นจอมมารโครนอสสินะ”
คำพูดนั้นของฟีอาทำเอาจิงคต้องเบิกตามองเธอผู้นี้ด้วยอารมณ์ที่ตกใจเป็นอย่างมาก
“นี่เธอรู้...”
“ใช่ ฉันรู้ อันที่จริงก็ไม่ใช่แค่ฉันหรอกนะ นานาเอลกับไดอาน่าก็รู้เหมือนกัน”
“หมายความว่าไง?”
อันที่จริงจิงคเองก็ออกจะตงิดใจอยู่แล้วเกี่ยวกับเรื่องนี้ เพราะจะว่าไปพวกเธอสามคนก็ดูเหมือนจะมากไปด้วยความลับที่ปิดบังเขาไว้หลายเรื่องพอสมควรเลย
“มันเป็นหน้าที่ของ ‘คาทีน่า’ ที่จำเป็นต้องรู้น่ะ”
“นั้นสินะ ‘คาทีน่า’ งั้นเหรอ ว่าแต่ไอ้ ‘คาทีน่า’ นั้นมันคืออะไรกันแน่งั้นเหรอ?”
“เรื่องนั้นถ้าจิงคยังอยู่กับพวกฉันต่อจิงคก็จะได้รับรู้เองนั้นแหละ”
ฟีอาปั้นหน้ายิ้มมองจิงคด้วยท่าทางที่ยั่วยวนจนทำให้เขาอดที่จะมองท่าทีนั้นของเธออย่างหลงใหลไม่ได้ แต่กระนั้นเขาก็ได้สติขึ้นมาก่อนที่จะเผลอไผลไปทำอะไรที่ต่ำช้ากับเธอผู้นั้น
แต่ถึงจะว่าอย่างนั้นก็เถอะ ดูเหมือนว่าในใจเธอคนนั้นคงต้องการให้เขาทำอะไรแบบนั้นอยู่แล้วล่ะนะ
“ท่าทางจะไม่ใช่เรื่องที่ดีสำหรับฉันสินะ” เขาพยายามเอ่ยเพื่อกลบเกลื่อนอารมณ์นั้นไว้
“ก็ใช่อยู่แหละ” ฟีอาตอบเสียงเรียบด้วยสีหน้าที่ผิดหวัง
แสดงว่าเมื่อกี้นี้เป็นแผนการล่อลวงของเธอสินะ หวังไว้ซะน่ากลัวเลยนะคุณเธอและที่สำคัญมันคงจะน่ากลัวมากยิ่งขึ้นถ้าจังหวะที่เขากำลังทำอะไรนั้นแล้วบังเอิญนานาเอลตื่นขึ้นมาพอดีราวกับบทที่ถูกลิขิตเขียนโดยพระเจ้าแล้วล่ะก็....
เขาคงได้ลาโลกนี้อย่างถาวรแน่นอนถึงแม้ว่าเขาจะสูญสลายไม่ได้ก็เถอะ แต่วิญญาณเขาคงไม่ได้กลับเข้ากายหยาบอีกนานแสนนานเลย
มั่นใจได้เลยแบบไม่ต้องหาเหตุผลมาอ้างหรือถกกันก็ได้
“เอาเถอะ ยังไงซะสักวันก็จะได้รู้อยู่แล้ว เพราะฉะนั้นก็ช่างมันเถอะ”
“อือ”
“ว่าแต่ฉันขอถามอะไรหน่อยสิฟีอา”
“เอาสิ”
“ถ้าหากวันข้างหน้าฉันเกิดอยากที่จะทำลายโลกนี้ขึ้นมา เธอจะทำยังไงกับฉันงั้นเหรอ?” เขาเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงที่เป็นจริงเป็นจังกับเรื่องนี้
“นั้นสินะ ถ้าอย่างนั้นฉันคงจะช่วยเธอเต็มที่ล่ะมั้ง” ฟีอาเอ่ยตอบแบบแทบจะไม่เสียเวลาคิดอะไรเลย
“นี่เธอ...”
“จะบอกอะไรให้นะ ที่จริงฉันตัดสินใจแล้วล่ะว่าฉันจะเข้าข้างจิงคไม่ว่าสิ่งนั้นจะถูกหรือผิดก็ตาม ถ้าเป็นความต้องการของจิงคฉันก็จะไม่ขัดขวางหรือโต้แย้งเลย แม้ว่าสิ่งนั้นจะเป็นสิ่งที่เลวร้ายก็ตาม”
“ทำไมล่ะ ถ้าทำแบบนั้นฉันก็เสียคนแย่นะสิ”“ก็น่าจะรู้กันอยู่นี่นา ว่าฉันคงไม่มีพลังที่จะทำอะไรได้มากกว่านี้นี่นา เพราะคนที่จิงคคิดจะฟังคงไม่ใช่ฉันอย่างแน่นอน” ฟีอาคลี่ยิ้มออกมาด้วยสีหน้าที่เจือไปด้วยความเศร้าสร้อย “เพราะฉะนั้นฉันจึงล้มเลิกความคิดแบบนั้นไปดีกว่าเพราะไม่อย่างนั้นฉันก็อยู่ร่วมกับจิงคไม่ได้นะสิ”
“รู้สึกว่าเธอจะยึดติดกับฉันมากเหลือเกินนะ”
“ก็เพราะว่าจิงคเป็นผู้ชายคนเดียวที่ฟ้าลิขิตมาให้ฉันนี่นา”
“ทั้งที่ฉันจับตัวเธอไม่ได้นี่นะ”
“เรื่องนั้นไม่เกี่ยวกันหรอก ไม่สิ แต่ถึงจะพูดอย่างนั้นมันก็อาจจะเป็นแค่ข้ออ้างล่ะนะ เพราะเหตุผลนั้นมันก็มีส่วนอยู่แหละ แต่ถึงอย่างนั้นฉันก็ชอบจิงคที่เป็นจิงคล่ะนะ”
ฟีอาเอียงคอเล็กน้อยก่อนที่เธอจะฉีกยิ้มออกมาอย่างสดใสท่ามกลางความมืดมิดของห้องที่ไร้แสงไฟนี้ แต่กระนั้นเธอผู้นี้กลับเปล่งประกายขึ้นมาราวกับดวงดาวที่เจิดจรัสอยู่บนท้องฟ้าที่มืดมิดในค่ำคืนที่ไร้ซึ่งแสงสะท้อนจากดวงจันทร์
สรุปว่าคุณเธอจะยั่วเขาให้ได้ใช่มั้ยเนี้ย?
“นี่ฟีอา...”
“หืม?” เธอเอียงคอมองจิงคอย่างสงสัย
“ขอกอดล่ะนะ”
ว่าจบเขาก็ไม่หมายที่จะรอคำตอบรับของหญิงสาวผู้นี้เลยเพราะเขาได้กระชากร่างที่เพรียวบางที่สมส่วนของแม่มดสาวผู้มิอาจสัมผัสผู้นี้เข้ามาสู่ในวงแขนที่อ้อนแอ้นและดูบอบบางไม่แพ้กัน
ยังไงซะ ชีวิตเขาก็ตั้งมั่นอยู่ในความเสี่ยงอยู่แล้ว ถ้าอย่างนั้นจะเพิ่มค่าความเสี่ยงเข้าไปสักหน่อยมันก็คงไม่มีอะไรที่เปลี่ยนแปลงมากมายนักหนาหรอกนะ และที่สำคัญเขาเองก็ไม่ผิดด้วยก็ฝ่ายสาวเจ้าเป็นคนเริ่มก่อนเองนี่นา แล้วมันผิดด้วยเหรอที่เขาจะอดใจไม่ไหวแบบนี้
“นี่จิงคเดี๋ยวนายก็...” เธอดิ้นเล็กน้อยด้วยความเป็นกังวลว่าจิงคจะเป็นอันตราย
“ฉันไม่เป็นไรหรอก เพราะต่อให้ฉันอยากเป็นแค่ไหนแต่ถ้าเป็นฉันในตอนนี้คงไม่อาจที่จะเป็นอะไรได้อีกแล้วล่ะ เพราะฉะนั้นฉันขอกอดเธออีกสักพักเถอะนะ” จิงคตอบกลับด้วยเสียงที่เศร้าสร้อยพร้อมทั้งกระชับกอดร่างของฟีอาในแน่นมากยิ่งขึ้น ก่อนที่เขาจะหลับตาลงเพื่อปล่อยตัวไปกับบรรยากาศในค่ำคืนนี้ แต่กระนั้นเขาคงปล่อยใจไม่ได้หรอกนะเพราะเดี๋ยวมันจะได้กลายเป็นเรื่องที่ใหญ่มากๆ
เพราะมันจะกลายเป็นวงมโหรีฉิ่งฉับพาเพลินน่ะสิ ก็แหม... ตอนนี้เขาอยู่ในร่างหญิงนี่นา
แต่เพราะอย่างนั้นจิงคเลยไม่ทันสังเกตเห็นเลยว่าบุคคลที่นอนร่วมเตียงของเขาได้ตื่นขึ้นมาแล้วและกำลังมองภาพที่เขากอดฟีอาด้วยสายตาที่เลื่อนลอย
“ถ้าหากคนตรงนั้นเป็นฉันบ้างก็คงจะดีไม่ใช่น้อยเลยนะ” นานาเอลพึมพำออกมาเบาๆ “แต่ถึงกระนั้นฉันคงไม่เป็นแบบฟีอาหรอกนะ”
เพราะจะว่าไปในตอนนี้ฟีอาเธอหมดสติไปเรียบร้อยแล้วด้วยรอยยิ้มที่เบิกบานอย่างสุดขีดจนหมดมาดสาวสวยที่แสนน่ากลัวที่ทุกคนเกรงขามจนหมดสิ้น
“จิงคกอดเราด้วย ไม่สิ จิงคกอดเราได้แล้ว” เธอพึมพำออกมาเบาๆก่อนที่เธอจะสลบไปโดยสมบูรณ์
ท่าทางว่าจะมีความสุขมากๆเลยนะเนี้ย

◊◊◊◊◊◊◊◊◊

เสียงฝีเท้าของใครบางคนได้ย่ำผ่านสนามหญ้าสีเขียวขจีที่ถูกตัดแต่งอย่างดีข้างหอพักแอ๊บสแตรคซึ่งเป็นหอพักหลักของเหล่านักศึกษาทุนได้ขึ้นมาเป็นจังหวะในระยะที่ฟังแล้วน่าจะเป็นการก้าวของคนขาสั้นที่มีนิสัยเนินนาบพอสมควร แต่ทว่าไม่นานนักเสียงฝีเท้านั้นก็หยุดลงตรงบริเวณข้างหลังม้านั่งยาวที่หญิงสาวผมสีน้ำตาลยาวสลวยคนหนึ่งนั่งอยู่ตรงแถวข้างหอที่มีสวนดอกไม้ที่ถูกจัดแต่งและดูแลเป็นอย่างดีข้างสระน้ำขนาดกลางที่มากไปด้วยเหล่าปลาเล็กปลาน้อยที่ตอนนี้อยู่ในช่วงนิทรากันหมดแล้ว
“ออกมาได้ด้วยงั้นเหรอ?” หญิงสาวผู้นั้นเอ่ยถามขึ้นเบาๆ
“ก็ใช้วิธีที่ยุ่งยากเล็กน้อยคะ” หญิงสาวผู้ที่ยืนอยู่ข้างหลังม้านั่งนั้นเอ่ยตอบ
“งั้นเหรอ ท่าทางว่าฉันคงขออะไรเธอยุ่งยากมากเกินไปสินะ”
“ถ้าเป็นคำสั่งของคุณดิฉันก็คงขัดไม่ได้หรอกคะถึงแม้ว่าจะลำบากสักเพียงไหนก็ตาม”
“ประชดใช่เปล่าเนี้ย?” หญิงสาวที่นั่งอยู่ที่ม้านั่งขมวดคิ้วเล็กน้อยกับคำตอบนั้น
“ก็แล้วแต่จะคิดคะ”หญิงสาวผู้ที่ยืนอยู่ข้างหลังม้านั่งตอบกลับแบบไม่คิดอะไรมาก
ทั้งที่คนที่นั่งอยู่บนม้านั่งในตอนนี้น่าเป็นหญิงสาวที่เธอควรจะเคารพเสียด้วยซ้ำ ทั้งเรื่องฐานะและอายุที่มากกว่าเธอ แต่กระนั้นหญิงสาวที่ถูกตอบสวนกลับแบบนั้นก็ไม่ได้คิดอะไรมากนักกับท่าทีที่ไร้มารยาทนั้น
“อ่านะ แบบนี้ฉันก็รู้สึกผิดแย่นะสิ”
“ถ้าอย่างนั้นก็ยิ่งดีใหญ่เลยคะ เพราะว่าอย่างน้อยคำพูดของดิฉันก็จะไม่ได้เสียเปล่าคะ”
“โห... ได้ทีเอาใหญ่เลยนะเธอ...”
“ก็มันเป็นเรื่องที่สมควรนี่คะ”
คำพูดนั้นทำเอาหญิงสาวที่นั่งอยู่บนม้านั่งต้องเงียบลงไปอย่างไม่อาจที่จะพูดอะไรออกมาได้มากกว่านี้ เพราะหญิงสาวผู้นั้นเล่นพูดแบบไม่มีความรู้สึกเคารพเธอเลยแม้แต่น้อย แถมยังมีมาสั่งสอนต่ออีกช่างเหนือความคาดหมายเสียจริง
สรุปแล้วใครมีอำนาจมากกว่าใครกันแน่เนี้ย?
“ว่าแต่เรียกดิฉันมามีเรื่องอะไรเหรอคะ?” หญิงสาวที่ยืนหลังม้านั่งเริ่มเอ่ยถามเข้าประเด็นทันที
“ก็นิดหน่อยแหละนะ”
“งั้นก็ว่ามาเลยดีกว่าคะ” เธอคนนั้นพยายามที่จะเร่งให้หญิงสาวผมสีน้ำตาลพูดเข้าประเด็นเสียที
“รีบร้อนจังเลยนะ”
“ก็แบบนี้มันเปลืองพลังเวทนี่คะ”
“อ่านะ ก็ตอนนี้น้องจิงคเป็นไงบ้าง”
“หืม... ก็บ้าบอเหมือนปกตินั้นแหละคะ ทั้งที่ตัวเองก็รู้ความจริงบางส่วนแล้วว่าตัวเองเคยเป็นใครในอดีตชาติแต่เขาก็ยังทำตัวเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้นอยู่ดี” เธอตอบแบบไม่สนใจอะไรมาก
“งั้นเหรอ” หญิงสาวที่ได้ยินคำตอบนั้นก็ก้มหน้าลงเล็กน้อยอย่างครุ่นคิด
“ค่ะ ว่าแต่มาถามแบบนี้แสดงข้อมูลของคุณได้ยืนยันเรียบร้อยแล้วสินะคะ”
“อือ” หญิงสาวที่นั่งอยู่ที่ม้านั่งพยักหน้าเบาๆ
“ฟังดูแล้วไม่ค่อยดีเลยนะคะ”
“มันก็ไม่ใช่เรื่องดีอะไรอยู่แล้วนี่นา”
“ว่าแต่แน่ใจแล้วนะคะที่คุณจะทำแบบนี้” หญิงสาวผู้ที่ยืนอยู่ข้างหลังม้านั่งถามย้ำขึ้นมาด้วยท่าทางที่ไม่ค่อยมั่นใจในตัวหญิงสาวผู้นี้มากนัก
เพราะถึงอย่างไรเธอคนนี้ก็มีเหตุผลที่จะไม่ยอมทำตามแผนด้วยนี่นา
“นี่รู้หรือเปล่าว่ากว่าที่ฉันจะเตรียมการเรื่องนี้ทั้งหมดเสร็จเล่นเอาฉันหมดเวลากระทำการต่างๆในชีวิตของฉันไปมากโขเลยนะ ทั้งที่ช่วงก่อนหน้านี้ฉันต้องได้อยู่ในที่ที่ฉันควรอยู่แท้ๆ...”
“ข้างๆจิงคสินะคะ” หญิงสาวที่ยืนอยู่หลังม้านั่งเอ่ยออกมาอย่างรู้ทัน
“ใช่สิ เพราะอย่างนั้นฉันไม่ยอมให้สิ่งที่ฉันกระทำมาทั้งหมดจนต้องยอมแลกเวลาที่ล้ำค่านั้นไปต้องสูญสลายไปเพียงเพราะฉันลังเลใจกับเรื่องที่ไม่เป็นเรื่องหรอกนะ” หญิงสาวหันหน้าไปมองหญิงสาวอีกคนด้วยสายตาที่มุ่งมั่น
“คำตอบสมกับเป็นคุณดีนะคะ”
“ก็แน่อยู่แล้วล่ะ ก็ฉันเป็นใครล่ะ”
“ค่า... ท่านเจ้าหญิงคลิโอดิน่า ดิเอเมรัลด์ผู้สูงศักดิ์”
“ใช่แล่วล่ะ”
“เพราะฉะนั้นถึงห่วงเรื่องประชาชนแทนที่จะเป็นความสุขส่วนตัวสินะคะ”
“ใช่ และฉันก็คิดว่าเรื่องนี้จิงคเองก็น่าจะเข้าใจและยอมร่วมมือด้วยนะ”
“ทำไมล่ะคะ?” หญิงสาวร่างเล็กเอ่ยถามอย่างสงสัย
“ก็เขาจะต้องเป็นราชาองค์ต่อไปนี่นา....” เฮร่าฉีกยิ้มกว้างอย่างเบิกบานกับคำตอบนี้
“นี่คิดอยากจะให้จอมมารได้ครองโลกง่ายๆหรือไงคะถึงพูดอย่างนั้น”
“แหม... ถึงสิ่งที่ลิขิตไว้แล้วจะแปรเปลี่ยนได้ยากแต่ถ้าตั้งใจมันก็เปลี่ยนได้นะ” เฮร่าเอียงคอตอบหญิงสาวผู้นั้นด้วยรอยยิ้มที่สดใส
“ก็หวังว่าคงจะเป็นแบบนั้นนะคะ เอาเป็นว่าตอนนี้ดิฉันขอตัวก่อนก็แล้วกันรู้สึกว่าทางดิฉันจะเริ่มลำบากแล้วคะ” หญิงสาวผู้นั้นเอ่ยตัดบทก่อนที่ร่างของเธอจะสลลายหายไปจากที่แห่งนี้ทิ้งให้หญิงสาวแสนสวยผมสีน้ำตาลต้องนั่งอยู่ที่แห่งนี้ตามลำพัง
“ไม่ใช่แค่ความหวังสิ แต่มันต้องเป็นไปได้จริงๆเพราะฉันยังไม่อยากที่จะสูญเสียจิงคไปในตอนนี้หรอกนะ” เฮร่าพึมพำออกมาเบาๆ
ก่อนที่เธอจะลุกขึ้นเดินกลับเข้าในหอพักของเธอไปด้วยสีหน้าที่อมทุกข์เป็นอย่างมาก
 ◊◊◊◊◊◊◊◊◊

หลังจากคืนนั้นผ่านพ้นไปมันก็เริ่มมีเรื่องซวยๆพุ่งเข้ามาใส่จิงคอย่างไม่หยุดยั้งอีกครั้งราวกับมันเป็นลูกธนูที่ถูกติดตั้งเครื่องมือนำวิถีโดยเป้าหมายหลักอยู่ที่ตัวเขาก็ไม่ปาน
ท่าทางชีวิตของเขาจะอยู่โดยปราศจากความซวยไม่ได้สินะ
เริ่มจากการที่เขาต้องมานอนซมอย่างหมดสภาพจนต้องหยุดเรียนไปเกือบสามสี่วันและมีแนวโน้มว่าจะได้หยุดยาวกว่านั้น เพียงเพราะเขาจงใจไปกอดแม่มดสาวสุดน่ารัก น่าหยิก น่าจับกด น่าทำทุกอย่างที่ความหื่นและตัณหาต่ำๆของเขาจะพึงประสงค์ ที่มีพลังเวทที่ครอบคลุมร่างมันร้ายกาจอย่างหาใดเปรียบ ทั้งที่เขาคิดว่าในตอนนั้นเขาไม่น่าจะเป็นไรแท้ๆแต่สุดท้ายก็ยังเป็นจนได้
ถามจริงเถอะ ว่าแน่ใจนะเรื่องที่เขาเป็นร่างอวตารของจอมมารโครนอสที่ยิ่งใหญ่นั้นน่ะเป็นเรื่องจริง  
เพราะสภาพเขาที่ต้องมานอนซมเพราะกอดแม่มดสาวที่มีมนตราคุ้มกายที่ฆ่าคนได้แล้วแบบหมดสภาพอย่างนี้ดูยังไงก็ไม่น่าจะใช่เลย
“เพราะฉัน....” ฟีอานั่งมองจิงคในร่างชายที่นอนอยู่บนเตียงด้วยสีหน้าที่รู้สึกผิดเป็นอย่างมาก
แต่กระนั้นชายหนุ่มกลับยกมือขึ้นมาลูบไหล่ที่สวมชุดนักเรียนของเธอเบาๆอย่างปลอบโยนด้วยรอยยิ้มที่ฝืนยิ้มเล็กน้อย
“ไม่ใช่เพราะเธอสักหน่อยแต่เป็นเพราะฉันต่างหาก”
“แต่ว่า....”
“ฉันไม่เป็นไรหรอกน่า เธอก็น่าจะรู้นี่ว่าฉันเป็นใคร” เขาพยายามพูดปลอบต่ออย่างไม่ยอมแพ้
แต่กระนั้นแม่นางมารตัวร้ายยัยตัวแสบระดับเทพก็เดินเข้ามาขวางซีนสุดซึ้งที่เขากำลังแสดงนำอยู่กับฟีอาด้วยสีหน้าที่ไม่ค่อยพอใจอย่างไร้เหตุผลมารองรับว่าทำไม
“ไปได้แล้วฟีอาแค่นี้ไอ้คุณสามีจิงคของฉันคงไม่ตายหรอก”
ว่าจบเธอก็ลากฟีอาที่ตีหน้าเศร้าเพราะความรู้สึกผิดเดินออกจากห้องนอนแห่งนี้ไปโดยไม่มีเวลาที่ให้เธอได้ขัดขืนเลย
สุดท้ายนานาเอลก็ยังคงเป็นนานาเอลอยู่ดี
แต่ทว่าเขากลับรู้สึกถึงสายตาของหญิงสาวร่างเล็กผู้มีศักดิ์เป็นถึงว่าที่ผู้นำนักบวชหญิงแห่งอาคาเดียที่นั่งมองเขาอยู่บนเตียงของเธอด้วยแววตาที่เปลี่ยนไป
“นี่ไดอาน่าไม่ไปเรียนงั้นเหรอ?”
“เปล่ากำลังจะไป”
“งั้นเหรอ....”
“แต่ว่าก่อนไปฉันต้องทำอะไรบางอย่างก่อน”
“หืม?”
เขาหรี่ตามองไดอาน่าอย่างไม่ไว้วางใจเป็นอย่างมากเพราะเขารู้สึกถึงอะไรบางอย่างที่เปลี่ยนไปของหญิงสาวที่ดูอ่อนต่อโลกผู้นี้ ความรู้สึกบางอย่างที่ขัดแย้งกันเองกับตอนแรกที่เขาเคยเจอเธอ แต่กระนั้นเขากลับไม่ได้คิดอะไรต่อเพราะฉับพลันร่างของเฮร่าก็มาปรากฎตัวในที่แห่งนี้ด้วยท่าทางที่ยิ้มแย้มจากหลังเตียงของไดอาน่าและฟีอา
ว่าแต่คุณเธอเข้ามาได้ยังไงล่ะเนี้ย?
“รุ่นพี่เฮร่า....”
“ได้ข่าวว่าระหว่างที่ช่วงที่พี่กำลังยุ่งหนูจิงคจะก่อเรื่องไปทั่วเลยนะ”
“ก็นิดหน่อยครับ” จิงคยิ้มแห้งๆตอบเธอ
“นี่น้องจิงคพี่ขอถามอะไรหน่อยได้มั้ยจ้ะ?” เธอคนนั้นเดินมาคุกเข่าข้างเตียงของจิงคก่อนที่เธอกุมของเขาไว้อย่างแผ่วเบาท่ามกลางความแตกตื่นและระแวงสุดขีดของจิงค
นี่เขากำลังจะโดนทำอะไรหรือเปล่าเนี้ย!!!!
“ปิดเทอมนี้จิงคสะดวกที่จะกลับบ้านหรือเปล่า?”
“อะไรนะครับ?”
ประโยคคำถามและสีหน้าที่เป็นเครื่องหมายแห่งความสงสัยและความสับสนได้ผุดขึ้นมาบนใบหน้าที่ดูแล้วไม่ค่อยจะน่าดูนักของเขา
“พี่ถามว่าปิดเทอมนี้จิงคจะกลับบ้านไปที่ตระกูลพีซหรือเปล่านะสิ” เฮร่าทวนคำถามอีกครั้งอย่างไม่คิดอะไรมาก
“ทำไมผมต้อง....”
“ก็ได้เวลาที่พี่จะได้ไปแนะนำตัวกับพ่อแม่ของน้องจิงคแล้วนะสิ”
“ครับ..... เอ่อ......”
“เพราะฉะนั้นปิดเทอมนี้กลับบ้านซะนะ แล้วก็พักผ่อนให้เพียงพอด้วยล่ะ”
ว่าจบเธอก็ร่ายมนตราบางอย่างออกมาก่อนที่สติสัมปชัญญะของเขาจะค่อยๆเลือนหายไปพร้อมกับเสียงของเฮร่าที่หันไปพูดกับไดอาน่า
“ฝาก..... การ... เรื่อง..... ด้วย............”
ท่าทางว่าเรื่องพวกนี้จะยังคงไม่จบสินะดูท่าว่าเขาคงจะได้ใช้ชีวิตที่น่าโลดโผนแบบนี้ต่ออีกสักพักใหญ่แบบไม่มีกำหนดการที่จะจบลงเร็วๆนี้ด้วยสินะ
เฮ้อ.... แค่คิดก็เครียดแล้วกับชีวิตอันเส็งเคร็งที่ดูเหมือนจะถูกวางพล๊อตมาจากความคิดของใครบางคนที่กำหนดชีวิตของเขาจากทางเบื้องบนที่เขามองคนผู้นั้นไม่เห็นสินะ เพราะถ้าเห็นเขาคงเอามือที่ดูนุ่มนิ่มของเขาไปกระทบปากคนผู้นั้นแน่นอนแล้วจากนั้นก็จะขอถามไปสักคำถามว่า
ถามจริงเถอะ พ่อหรือไม่ก็แม่คุณ...
สนุกมากหรือเปล่าฟะเนี้ย!!!!

 ---------------------------------------------------------------------------------------------------------------




NEKOPOST.NET