Jinx Pech ตอนที่ 26 | Nekopost.net 
NEKOPOST
การแสดงผล

Jinx Pech

Ch.26 - Inquietudine (ความกังวลใจ)




การใช้เวลาได้ไม่คุ้มค่ามันช่างเป็นอะไรที่น่าเสียดายเป็นอย่างมาก ถ้าคิดในแง่ความเป็นจริงแล้วชีวิตคนเรามันสั้นยิ่งนัก เพราะฉะนั้นการที่ใช้เวลาทุกทุกวินาทีให้มีความสุขและมีประโยชน์จนเป็นที่พอใจต่อตนเองนั้นจึงเป็นเรื่องที่สำคัญอย่างยิ่งของมนุษย์ทุกคน แต่ถึงจะพูดอย่างนั้นมนุษย์ที่มีชีวิตอยู่ในโลกแห่งนี้ส่วนใหญ่ก็มีอายุขัยมากกว่าสองสามร้อยปีกันทั้งนั้น เพราะฉะนั้นข้อความตรงนี้เลยไม่เป็นที่น่ากังวลมากนัก
แต่สำหรับจิงคแล้วมันกลับไม่ใช่เพราะเขาคิดว่าเวลาทุกวินาทีถือว่ามีความสำคัญสำหรับเขามากๆ
แต่นี่มันอะไรกัน ถ้าจำไม่ผิดก่อนหน้านี้ที่เขาสลบมันน่าจะอยู่ในช่วงปิดเทอมย่อยของทางสถาบันแห่งนี้แท้ๆ แล้วทำไมกันล่ะ พอเขาตื่นมาอีกทีปฎิทินถึงถูกเปิดไปอยู่ในวันก่อนที่จะเปิดเรียนเทอมสองแค่หนึ่งวันและแถมเขายังกลับมาอยู่ในห้องสุดหรูที่มากด้วยความทรงจำที่เลวร้ายตลอดเทอมแรกอีกครั้งในร่างหญิงสาวสุดน่ารักน่ากอด โดยที่แขนทั้งสองข้างได้เป็นหมอนรองรับศีรษะของหนึ่งชายหนุ่มรูปงามกับหนึ่งหญิงสาวผมบลอนด์สุดสวยของสถาบันแห่งนี้ด้วยความรู้สึกที่เขาเริ่มชาไปทั้งแขนเพราะแรงกดของศีรษะของคนทั้งสอง
แต่นั้นมันก็ยังไม่น่าหวาดเสียวเท่ากับชายหนุ่มที่นอนอยู่ที่วงแขนซ้ายของเขาคือ ไดเต้!!!!!
ให้ตายเถอะ มันยังไม่ตายอีกงั้นเหรอและที่สำคัญใครเป็นคนปล่อยให้มันมาอยู่กับเขาในสภาพแบบนี้ได้ทั้งที่ก็น่าจะรู้นี่นาว่าไอ้หมอนี่มันเป็นตัวอันตรายระดับสูงสุดสำหรับเขาแท้ๆ
แล้วทำไมมันถึงปล่อยให้มันมาลอยหน้าลอยตานอนอยู่กับเขาได้ล่ะเนี้ย!!!
เขาพยายามขยับตัวเล็กน้อยเพื่อที่จะได้หลุดจากพันธนาการนรกบ้าๆนี้อย่างรุนแรง แต่กระนั้นมันก็หาได้มีการตอบสนองจากการกระทำที่ทำให้น่าพอใจไม่ กลับกันมันยิ่งเลวร้ายกว่าเดิมเพราะไอ้คุณไดเต้มันยิ่งลามปามมากอดเขาแน่น ส่วนนานาเอลนั้นก็เอามือมาจับหน้าอกของเขาแล้วบีบเล่นอย่างสนุกมือ
“นี่แน่ะ ใหญ่นักใช่ไหมต้องลงโทษ” นานาเอลพึมพำออกมางึมงำ
พี่แกกำลังฝันอะไรอยู่ล่ะเนี้ย?
ในเมื่อเห็นว่าทุกอย่างมันไม่สัมฤทธิ์ผลตามต้องการจิงคที่เริ่มรู้สึกเหนื่อยหน่ายปนขยะแขยงในสภาพแบบนี้จึงทำได้แค่ตัดใจจากความหวังเล็กๆน้อยๆที่เขาอยากหลุดจากสภาพที่น่าสมเพศในตอนนี้ แม้เขาจะกังวลแทบตายว่าตอนนี้เขาโดนทำอะไรไปบ้างหรือเปล่าก็ตาม แต่ถึงโดนทำไปเขาก็คงไม่สามารถแก้ไขอะไรได้อีกแล้ว
ช่างน่าอนาถใจเสียจริง
ไม่นานนักเขาก็หันไปมองเตียงที่ตั้งอยู่ข้างๆเพื่อสังเกตเพื่อนร่วมห้องอีกสองคนว่าเธอได้นอนอยู่บนเตียงหรือไม่ แต่ภาพแรกที่เขาเห็นกลับกลายเป็นหญิงสาวผมดำแสนสวยที่ทำท่าเหมือนกำลังจะสวาปามหมอนสีขาวใบใหญ่ที่มีสีหน้าราวกับนางอิจฉาในนิยายน้ำเน่า
นั้นมันอะไรกันน่ะ?
น่าสงสารหมอนเป็นบ้าที่มันต้องมาโดนกัดโดยที่มันไม่ได้มีความผิดเลย แต่ถึงจะพูดอย่างนั้นมันก็หาใช่ความผิดของเขานะ แล้วสรุปเหตุการณ์ในตอนนี้จะโทษให้มันเป็นความผิดของใครกันดีล่ะ ที่ทำให้หญิงสาวที่น่ารักปานนางฟ้าแต่สมญานามมหาโหดผู้นี้ทำท่าทางที่น่าซัดโฮกแบบนั้นได้
จะว่าน่ากลัวก็ไม่ใช่เพราะสภาพที่นัยน์ตาที่ปริ่มไปด้วยน้ำใสที่ค่อยๆรินไหลออกมากับปากที่กัดและดึงหมอนสีขาวใบใหญ่และแขนที่กอดเข่ากับตัวหมอนที่เธอกัดไว้จนทำให้ตัวขดราวกับดักแดในชุดนอนบางเบาที่ดูแล้วเซ็กซี่หน่อยๆ มันช่างเป็นภาพอะไรที่ยิ่งใหญ่อลังการงานสร้างเสียจริงๆ
ถามจริงเถอะ ใครเป็นคนกำกับซีนนี้ให้แม่มดสาวมีท่าทาง ท่าที กิริยา อิริยาบถหรืออะไรต่างๆที่จะส่อให้เห็นความหมายของการกระทำที่น่ารักแบบนี้ได้เนี้ย เขาจะได้ขอบอกสักหน่อยเป็นคำพูดประโยคสั้นๆที่มีความหมายไม่มากมายว่า
‘ขอบคุณ’
เพราะว่ามัน โอ้ว! พระเจ้าจ๊อดมันยอดมากจริงๆเลย ใชไหมซาร่าห์
ถ้าไม่ติดที่ว่าร่างกายของเขาโดนหนึ่งนรกหนึ่งปิศาจทับแขนไว้จนชาแบบนี้แล้วละก็เขาคงรีบจะวิ่งปรี่เข้าไปกอดปลอบเธอแบบไม่กลัวตายแล้ว
เพราะมันน่าจะเป็นการกระทำครั้งหนึ่งในชีวิตที่เขาคิดว่ามันคุ้มค่าแน่นอน
“เป็นอะไรไปงั้นเหรอฟีอา?” เขาตัดสินใจเอ่ยถามขึ้นมาหลังจากพวกเขาจ้องตากันได้สักพัก
“ก็แค่อิจฉานิดหน่อยกับแค้นใจที่ตัวเองทำอะไรไม่ได้น่ะ” ฟีอาตามกลับเสียงหงอย
“หืม?”
คำพูดนั้นของแม่มดสาวทำเอาเขาเริ่มเสียวสันหลังบริเวณแถวต่ำกว่าก้นกบขึ้นมาน้อยๆ ไม่สิ ร่างนี้มันเสียวข้างหน้าได้ด้วยนี่หว่า
‘แค้นใจที่ตัวเองทำอะไรไม่ได้งั้นเหรอ’
นี่เขาโดนไอ้บ้าไดเต้ทำอะไรลงไปหรือเปล่าฟะเนี้ย ส่วนนานาเอลอยากจะทำอะไรก็ทำไปเถอะ เพราะเขาชินกับการโดนกดขี่จากผู้หญิงแล้วแต่สำหรับผู้ชายด้วยกัน
ยังไงก็รับไม่ได้ล่ะเฟ้ย!!!!!
“ก็การที่จิงคต้องมาถูกไอ้วิปริต ผิดธรรมชาติ ที่เป็นความวิปลาสของมนุษย์ราวกับเดียรัจฉานที่พระเจ้าไม่ปรารถนาให้มันเกิดขึ้นมาบนโลกแต่ดันฝืนนรกชิงหมาเกิดมานอนอยู่ข้างๆจิงคแบบนี้นะสิ” เธอเอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงที่เคียดแค้นราวกับวิญญาณพยาบาทก็ไม่ปาน
ว่าแต่ไอ้คำด่านั้นถ้าเขาเป็นคนโดนด่าเนี้ยสงสัยว่าเขาคงคงเจ็บจี๊ดแบบสุดขีดจนของขึ้นแน่นอน โชคยังดีที่คนถูกด่ายังนอนอยู่
ไม่งั้นคงได้เกิดศึกนักฆ่าอันดับหนึ่งผู้น่าหวาดหวั่นปะทะแม่มดผู้มิอาจสัมผัสผู้น่าหวาดกลัวแน่นอน
แต่กระนั้นเขากลับรู้สึกว่าการที่เอามาใช้ด่ากับไอ้ไดเต้เนี้ยเขาว่าแค่นี้มันยังน้อยเกินไปเสียด้วยซ้ำ มันต้องมากกว่านี้อีก แต่จากคำพูดของฟีอาเขาก็พอยังระบุชัดได้ว่าความบริสุทธิ์เขาคงยังน่าจะผุดผ่องเป็นเจ้าสาว เอ๊ย! เจ้าบ่าวได้อยู่สินะ
ชักเบลอแล้วสิตัวเขา
“ว่าแต่ทำไมฉันมาอยู่ที่นี่ได้งั้นเหรอ?”
คำถามนั้นทำให้ฟีอาต้องหน้าเจือลงไปอีกหน่อยก่อนที่จะกลั้นใจชี้นิ้วไปบนพื้นที่ที่มีของน่าขยะแขยงที่สุดตั้งอยู่ในห้องนี้
“ไอ้ชาตินรกสันดานหมานั้นแบกมา” เธอเอ่ยออกมาแบบมิวายทิ้งคำด่าเสียๆหายๆไปในตัวด้วย
ว่าไปแล้วฟีอาปากเธอก็ใช้ได้เลยนะเนี้ย ชักสงสารคนที่โดนเธอเกลียดแล้วสิว่าท่าทางพวกนั้นคงจะโดนด่าด้วยศัพท์ทางเทคนิคเฉพาะทางด้านคำหยาบจนน่าเบื่อเลยกระมั้ง
“งั้นเหรอ?”
“ใช่ ไอ้หมอนี้ไปเจอจิงค ไม่สิ ต้องพูดว่าตามสะกดรอย ไม่นะว่าแบบนั้นก็ไม่ได้ เอ่อ.... ต้องย่องตามจิงคไปเหมือนคนโรคจิตจนเห็นว่าจิงคเป็นอันตรายมันก็เลยไปช่วยไว้น่ะ”
คำตอบแค่นี้ของฟีอาก็ทำเอาเขาเห็นสภาพที่ชั่วร้ายของหมอนี้แล้ว เอาเป็นว่าถ้าหมอนั้นตามเขาไปอยู่แล้ว ไหงตอนแรกมันไม่มาช่วยเขาล่ะฟะ เท่าที่คิดได้ก็มีแต่พี่แกรอเขาให้มีอันตรายสุดขีดและโผล่มาช่วยปิดท้ายในช่วงนั้นเพื่อที่จะได้สร้างคะแนนวีรบุรุษในตัวเขาอย่างท่วมท้น เพียงแต่ไอ้บ้านี้มันกะพลาดไปหน่อยผลก็เลยออกมาแบบนี้สินะ
เลวไม่มีชิ้นดีถึงแม้จะไม่มีหลักฐานมายืนยันก็เถอะ แต่ใจคิดอคติไปแล้วฟะ
แต่อย่างน้อยเขาก็พอจะเข้าใจขึ้นมาหน่อยว่าทำไมหมอนี้ถึงมานอนอยู่กับเขาแบบนี้ ถ้าฟังจากคำอธิบายของฟีอาแล้วหมอนี้มันก็เหมือนกับเป็นผู้ช่วยชีวิตของเขา เพราะฉะนั้นเธอก็เลยตอบแทนโดยการให้อยู่กับเขาได้ถ้าไม่เป็นการทำรุ่มร่ามมากเกินเหตุคงจะเป็นอย่างนั้นแหละนะ
แย่เป็นบ้าเลย
คิดจบเขาก็กดหัวลงไปนอนบนหมอนที่เขานอนหนุนอีกครั้งก่อนที่เขาจะอดคิดอย่างเสียดายไม่ได้ทุกทีกับปิดเทอมย่อยที่แสนหวานของเขามันต้องมลายหายไปเพราะตุ๊กตายัดนุ่นรูปทรงสุนัขแบบนั้น แต่อันที่จริงมันก็ไม่สุขมากนักหรอกนะ ในเมื่อตอนนั้นมันมีลิอามาร่วมวงด้วยช่วงเวลานั้นมันก็ได้กลายเป็นนรกไปแล้ว
บางทีการมาสลบแบบนี้อาจจะดีกว่าก็ได้
แต่ต่อจากนี้ไปเขาไม่อยากที่จะหลับอย่างไม่จำเป็นแล้วสิเพราะคำพูดของโครนอสที่เขากล่าวทิ้งไว้นั้นมันทำให้เขาเริ่มหวั่นใจพอสมควรกับสิ่งที่จะเกิดขึ้นต่อจากนี้ไป

‘นี่ จิงคนายไม่ต้องเครียดอะไรมากนักหรอกนะ บางสิ่งบางอย่างการที่คนเราต้องเผชิญกับปัญหาทั้งที่ยังไม่รู้เรื่องอะไร มันก็ไม่ใช่เรื่องแย่อะไรมากนักหรอกนะ เพราะบางทีการที่นายได้รู้แล้วมันอาจจะยิ่งทำให้ถลำลึกจนถอยกลับไปไม่ได้ แต่ถึงจะพูดอย่างนั้นเถอะอย่างนายคงไม่มีสิทธิ์ที่จะก้าวถอยหลังกลับไปแล้วล่ะ ในเมื่อนายมาถึงขั้นนี้แล้ว ฉันก็อยากที่จะยืดเวลาให้นายได้มีความสุขอยู่อีกสักพักกับโลกที่แสนเฮงซวยอันน่าสงบสุขของนายละมั้ง เพราะเท่าที่ดูอารมณ์ของนายไม่เหมือนกับคนที่อยู่ภายใต้สภาวะสงครามเลย เพราะฉะนั้นเอาเป็นว่าวันนี้นายกลับไปทั้งที่นายยังไม่รู้ก่อนจะดีกว่าละนะ เอาเป็นว่าถือเป็นความหวังดีสุดท้ายของฉันต่อนายและโลกใบนี้ก็แล้วกัน…’

ต่อจากนี้ไปเขาต้องเจออะไรอีกกันแน่และที่จริงเขาเป็นใครกัน ทำไมเขาถึงต้องมาเจอแต่เรื่องซวยๆชวนสับสนแถมยังมีเรื่องที่น่าขยะแขยงแบบนี้ด้วย เอาเป็นว่าถ้าโลกนี้เป็นนิยายแล้วเขาคงจะหาทางไปต่อยหน้าคนแต่งให้ได้เลย
แค้นเป็นบ้า

◊◊◊◊◊◊◊◊◊

“น่ารักจังเลยนะ”
เสียงของผอ.ของสถาบันแห่งนี้เอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงที่ชื่นชมระคนสมเพศสุดหัวใจกับสภาพที่น่ารักน่ากอดของของจิงคในตอนนี้ หลังจากที่เขาได้เรียกพบจิงคทันทีที่เขาได้ฟื้นจากการสลบไสลด้วยคำสั่งที่เด็ดขาดราวกับเขาได้ล่วงรู้จุดอ่อนของจิงคเข้าให้แล้ว
‘ถ้าไม่มาภายในยี่สิบนาทีเขาจะเชิญคนนอกเข้ามาในสถาบันให้ดู’
ประโยคสั้นๆที่สื่อสารให้คนรับสารเข้าใจอย่างชัดเจนแบบไม่ต้องอธิบายให้มากความไปมากกว่านี้ว่า ‘คนนอก’ ที่ว่าคือใครได้ปรากฎบนกระดาษขนาด A4 สีขาวบริสุทธิ์โดยมีรอยหมึกด้วยลายมือหวัดๆของผอ.มิคาเอลที่ถูกบันทึกลงที่หน้ากระดาษในรูปแบบที่น่าเสียดายพื้นที่สีขาวที่เหลือใช้ของกระดาษเป็นอย่างมาก
โดยกระดาษนั้นได้ถูกส่งมาโดยนกฮูกสีขาวตัวเล็กแต่อ้วนป้อมที่พยายามบินแบกมันมาอย่างยากลำบาก จนทำให้เขาที่นอนแขนชาอยู่บนเตียงอย่างหมดสภาพอดที่จะบอกให้ฟีอาจัดการรับจดหมายนั้นมาอ่านไม่ได้ แม้จะรู้ว่ามันอาจจะเป็นหายนะก็ตาม และเพราะอย่างนั้นจึงทำให้จิงคในร่างหญิงเลยต้องรีบเดินออกจากห้องนอนในทันทีด้วยความช่วยเหลือของฟีอาที่ดีใจเป็นอย่างมากที่จิงคเอ่ยขอความช่วยเหลือนั้น
เพราะเธอไม่รอช้าที่จะรีบประคองศีรษะของนานาเอลออกจากแขนของเขาอย่างแผ่วเบาก่อนที่เธอจะจัดแจงถอดถุงมือของเธอออกเพื่อจับตัวไดเต้โดยเฉพาะ
ท่าตอนชักดิ้นชักงอด้วยความทรมานของไดเต้ตอนถูกดูดพลังชีวิตนั้นยังติดตาเขาอยู่เลย
ช่างเป็นภาพแห่งความประทับใจของเดือนเลย
แต่กระนั้นมันก็แค่ทำให้เขามีความสุขแค่ชั่วคราวเท่านั้นเพราะเขาต้องประสบปัญหาใหญ่หลังจากนั้นคือ คนที่จะเปลี่ยนร่างเขาให้เป็นผู้ชายมันยังไม่ตื่นและถ้าดูจากสภาพปกติเธอคนนี้คงไม่ตื่นไปอีกสักพักใหญ่แน่นอนซึ่งถ้าขืนรอแบบนี้มันก็อาจจะทำให้เขาไปช้าเกินกำหนดเวลาที่มิคาเอลกำหนดไว้ก็ได้
ดังนั้นเขาจึงกลั้นใจยืมชุดไปรเวศของฟีอาเพื่อใส่ออกไปข้างนอกก่อนที่จะวิ่งไปที่ห้องผอ.ในฐานะของหญิงสาวที่ชื่อ ‘เฮเลน สปาตั้น’ ไม่ใช่ ‘จิงค พีซ’
บางทีเขาอาจจะชินกับร่างนี้พอสมควรแล้วเขาถึงกล้าบ้าบิ่นที่จะวิ่งออกไปแบบนี้โดยไม่สนใจว่าตอนนี้มันเป็นเวลาในช่วงพักกลางวันก่อนเปิดเทอมสองที่มีผู้คนพลุ่กพล่านแบบน่าเอ็กไซด์เป็นอย่างมากเลย แต่มันก็ไม่แปลกเพราะถ้าคิดในแง่ความเป็นจริงแล้วร่างนี้กับตัวเขา มันเป็นอะไรที่หาความเชื่อมโยงได้ยากอยู่แล้วถึงจะถูกใครเห็นมันก็ไม่ใช่เรื่องลำบากมากนักเพราะคนอื่นก็ไม่รู้อยู่ดีว่าเธอคนนี้คือเขา
เอาเป็นว่าถ้าตัดทิฐิของชายหนุ่มไปหน่อยมันก็ไม่ใช่เรื่องอะไรที่แย่เลย
นอกจากว่าเขาต้องทนเสียงฮือฮาของเหล่าชายหนุ่มผู้หลงใหลในตัวสาวสวยก็เท่านั้นเอง แถมบางทีไอ้วัลแคนก็อาจจะเห็นร่างนี้ด้วย แต่ช่างเป็นไรตอนนี้เขาต้องหยุดยั้งนรกที่กำลังจะเกิดขึ้นก่อนเพราะความจริงแค่นี้มันก็นรกพออยู่แล้ว ถ้ามีคนนอกอย่างที่มิคาเอลว่ามาร่วมเฮฮาด้วยอีกมีหวัง
เขาคงไม่เหลืออะไรอีกแล้วล่ะ
และดูเหมือนว่าเขาจะสามารถหยุดยั้งนรกนั้นได้ทันด้วยเพราะเขามาถึงห้องทำงานของพ่อตาตัวแสบได้ทันแบบฉิวเฉียดจนทำให้มิคาเอลอดทำท่าเสียดายออกมาไม่ได้
ท่าทางพี่แกคงเอาจริงสินะเรื่องที่ว่าในกระดาษนั้น
“พูดแบบนี้แสดงว่าสนใจอยากมีชู้สินะครับ?” เขาเอ่ยล้อเล่นตอบกลับแบบไม่คิดอะไรมาก
“ก็ตามภาษาผู้ชายแหละนะ” มิคาเอลตอบรับเสียงเรียบ
“งั้นสนใจผมมั้ยละครับ?”
จิงคได้ทีเข้ากระแซะมิคาเอลที่นั่งอยู่บนเก้าอี้ประจำตำแหน่งด้วยท่าทางที่ออเซาะตามตำรามารยาสาวทั่วไปที่มีหน้าตาและรูปร่างดี
“นั้นสินะ ก็คิดอยู่ว่าถ้าเป็นจิงคแล้วทางฝ่ายภรรยาฉันคงไม่ว่าอะไรหรอกนะ เพราะจะว่าไปมันก็เป็นการดีสำหรับทางฝ่ายเราด้วยแม้ว่าอาจจะลำบาตอนแรกสักเล็กน้อยเกี่ยวกับเรื่องการอธิบายอะไรต่างๆ” มิคาเอลเอ่ยตอบด้วยท่าทางที่ครุ่นคิดพอสมควรกับเรื่องที่จิงคว่ามา
ทั้งที่ทุกอย่างมันดูเหมือนเป็นเรื่องพูดล้อเล่นแต่น้ำเสียงเขากลับเหมือนบอกว่าจะเอาจริง!!!!
คิดอะไรของเขาละเนี้ย?
เรื่องพรรณนี้ต่อให้เด็กประถมดูก็รู้ว่าเขาจงใจล้อเล่นไม่ได้จริงจังอะไรเลยแล้วทำไมไอ้คุณผอ.พ่อนางมารคนนี้ถึงทำท่าคิดเป็นจริงเป็นจังแบบนี้ล่ะ
แบบนี้เขาเริ่มหวั่นๆแล้วนะเฟ้ย!!!
หรือว่ามิคาเอลคิดอยากที่จะกีดกันเขาให้พ้นจากเหล่าลูกสาวที่น่ารักของตนจนยอมที่จะเอาตัวเองเขามาอยู่ในวังวนของเรื่องที่น่าขยะแขยงแบบนี้ แต่ถึงจะพูดอย่างนั้นร่างของเขาในตอนนี้มันน่าขยะแขยงที่ไหนกันละ ดูยังไงก็กำไรชัดๆแถมได้ประโยชน์สองเด้งด้วย
ทั้งความสะใจของตนและความอับอายของเขา ดูยังไงก็คุ้มสำหรับคนที่เป็นศัตรูกัน
“เอาเป็นว่าคืนนี้เลยมั้ย?” มิคาเอลตัดสินใจขั้นเด็ดขาดพร้อมทั้งเงยหน้ามามองจิงคด้วยความมุ่งมั่น
“ไม่ครับ”
คำตอบสั้นๆห้วนๆได้หลุดออกมาจากปากของเขาโดยฉับพลันแบบไม่ต้องใช้เวลาในการประมวลผลคำสั่งการนั้นให้มากมายนัก เพราะคำตอบนั้นมันได้ปรากฎอยู่ในหัวของเขาตั้งแต่เริ่มแล้ว
ว่ายังไงๆก็... ‘ไม่!!!’
“นี่จิงคอย่าพูดแบบนี้สิฉันอุตสาห์ยอมลดตัวคิดจะจริงจังด้วยแล้วนะ”
มิคาเอลคลี่ยิ้มสุภาบุรุษจอมหน้าหม้อออกมาอย่างสดใสจนจิงคเข้าใจเลยว่าทำไมชายหนุ่มคนนี้เมื่อก่อนถึงเคยได้ฉายาว่า ‘เทพตกสาว’
จะว่าไปแล้วหน้าตาของมิคาเอลก็อยู่ในในระดับหล่อตัวพ่อแถมคารมของพี่แกก็เหมาะที่จะไปเป็นโฮสในคลับหนุ่มหล่อมากกว่าจะเป็นอาจารย์สอนในสถาบันที่ตนเองสร้างมากับมือเสียมากกว่าและความสามารถต่างๆที่หลายคนกล่าวขานว่าสุดเมพนั้นอีก
คงเป็นการบอกได้อย่างดีเลยว่าชายหนุ่มคนนี้น่าจะเป็นสเปคในฝันของสาวๆเป็นส่วนใหญ่ก็ว่าได้ คารมเป็นต่อรูปหล่อก็มากมีแถมยังเปี่ยมด้วยความสามารถที่เหลือล้น
ถ้าตัดเรื่องนิสัยที่เลวร้ายนั้นไปได้เขาคนนี้ก็น่าจะเป็นสุภาพบุรุษที่สมบูรณ์แบบสุดๆไปเลย มันจึงเป็นเรื่องที่ไม่น่าประหลาดใจเลยว่าทำไมสาวสวยอันดับหนึ่งแห่งยุคที่มีนามว่า ‘ไซรินซ์ นิมฟ์’ ผู้ที่มีศักดิ์ทางสังคมที่สูงทรงเพราะถือว่าเธอเป็นหัวหน้าผู้ติดตามของหัวหน้านักบวชหญิงในตระกูลเพอร์ซีโฟเน่ ในรุ่นปัจจุบันจะมาหลงคามรมคนผู้นี้และยอมตกลงปลงใจแต่งงานด้วยได้
“แต่ผมไม่เคยคิดจริงจังเลยครับ”
“แบบนี้ก็แย่นะสิ”
“ช่างปะไรครับ ยังไงซะถ้ามีสองทางให้ผมเลือกแค่ว่าต้องเป็นเมียน้อยของคุณกับเลือกเป็นเขยของคุณผมคิดว่าผมเลือกอย่างหลังจะดีกว่านะครับ” จิงคเริ่มเอ่ยจี้ใจดำของมิคาเอลเพื่อที่ให้ไอ้หมอนี่เปลี่ยนหัวข้อสนทนาที่ชวนหวาดเสียวว่าจะทำให้เขาดูเบี่ยงเบนขึ้นเรื่อยๆสักที
“นี่จิงคพูดแบบนี้ฉันไม่ขำนะ”
“ผมก็ไม่ได้เล่นให้คุณขำแต่ผมจริงจังนะครับ ทั้งสองคนเลย” จิงคในร่างสาวหลี่ตามองมิคาเอลปิดท้ายเป็นการยั่วโมโห
ก่อนที่มิคาเอลจะสติขาดจนเผลอโถมร่างที่ดูสมส่วนของเขาเข้าหาจิงคทันทีเพื่อหมายจะกระทำการอะไรบางอย่างที่จิงคคิดว่ายังไงมันก็เป็นเรื่องที่น่าเลวร้ายแน่ๆ
แต่ทว่าก่อนที่เขาจะทันได้โดนทำอะไรร่างของผอ.มิคาเอลก็มีอันต้องลอยเท้งไปทางตรงกันข้ามกับทิศทางที่เขาโดดมาด้วยความแรงของรองเท้าคอมแบทเสริมส้นที่ติดขอบเหล็กอย่างดีลอยมากระแทกใบหน้าของคุณท่านอย่างแรงจนเขารู้สึกเจ็บแทน
ไม่ต้องบอกก็รู้เลยว่าฝีมือใคร
ต้องเป็นยัยนางฟ้าที่ผุดมาจากนรกนั้นแน่ๆ
ถ้าดูจากมุมการขว้าง การเล็งที่แม่นยำเหนือใครและจังหวะที่ลงตัวที่เข้าจุดตายอย่างพอเหมาะพอเจาะราวกับฝึกซ้อมมาหลายหน อันที่จริงคุณเธอก็ฝึกซ้อมมาหลายหนจริงๆนั้นแหละ
แต่กับหัวของเขานะ
เพราะฉะนั้นเลยทำให้เขาประหลาดใจเป็นอย่างมากที่เขาเห็นรองเท้าของไอ้คุณหล่อนมันมีเป้าหมายอื่นที่ไม่ใช่หัวของเขาเป็นหนแรก
“นี่พ่อคะ ใจเย็นๆหน่อยสิคะ”
นานาเอลในสภาพเหงื่อท่วมตัวราวกับเธอพึ่งไปวิ่งฝ่าน้ำมากับชุดที่ดูแสนสวยจากจำนวนร้อยตัวในตู้เสื้อผ้าของเธอที่ถูกใส่อย่างไม่เรียบร้อยได้เอ่ยปากขึ้นมาอย่างไม่พอใจเป็นอย่างมากด้วยสีหน้าที่ออกอาการน่าประหลาดใจสำหรับจิงคสุดสุด
เพราะใบหน้าคุณเธอกำลังออกอารมณ์โกรธที่พ่อของเธอกำลังคิดมาทำอะไรแบบนี้กับเขา
อันที่จริงจะว่าไปจิงคเองก็เคยจิ้นเรื่องแบบนี้อย่างไม่มีเหตุผลนะ ทั้งที่มันน่าอดสูแต่มันก็น่าคิดไม่ใช่น้อยว่าถ้าเขากำลังจะโดนผู้ชายคนหนึ่งที่เป็นคนรู้จักของไอ้นางมารบ้านี่ทำมิดีมิร้าย คิดว่าอารมณ์ของเธอจะเป็นอย่างไร
หนึ่ง โกรธ
สอง สนุก
สาม ทั้งสนุก สนับสนุนและช่วยด้วย
แน่นอนตัวเลือกข้อที่เขาเลือกของคำถามนั้นคือข้อสามแบบไม่ต้องคิดหาเหตุผลอะไรเลย แต่ทำไมหนนี้เธอถึงมาแปลกล่ะ ทั้งที่ตัวเลือกข้อหนึ่งมันน่าจะเป็นตัวเลือกที่ถูกตัดไปได้เลยแท้ๆ
แล้วทำไมตัวเลือกข้อนั้นถึงกลายเป็นข้อที่ถูกต้องไปได้
“นานาเอล นี่เธอ....”
“อย่าพึ่งพูดอะไรจิงค” เธอเอ่ยตัดบทขึ้นมา
ก่อนที่เธอจะไปดึงร่างบิดาของเธอที่นอนกองอยู่บนพื้นเพราะอานุภาพของรองเท้าสุดโหดที่ว่าแรงที่สุดในกระบวนที่จิงคเคยโดนมาและต้องใช้เวลาเป็นวันกว่าเขาจะลุกขึ้นมาเดินได้ปกติ ให้พยายามลุกขึ้นมาแบบไม่สนใจว่าพ่อของเธอจะทรมานขนาดไหน ช่างสมกับฉายานางมารที่เขาตั้งให้จริงๆ นั้นขนาดพ่อแท้ๆนะเนี้ย
ระวังเถอะ สักวันนรกจะกินกบาลหรือไม่ก็อาจจะกินไปแล้วก็ได้มั้ง
คิดจบร่างของเขาก็ร่วงลงไปนอนกองอยู่บนพื้นเพราะอานุภาพของรองเท้าอีกคน แต่หนนี้เป็นรองเท้าแตะที่เธอใส่มานะ ส่วนรองเท้าคอมแบทเธอพกมาแค่ข้างเดียวเพื่อเล่นพ่อของเธอโดยเฉพาะเท่านั้น
“หุบปากไปเลยไอ้คนวิปริตผิดเพศ” เธอหันมาตะคอกเสียงลั่นใส่จิงคแบบไม่มามองหน้าเขาเลย
แต่กระนั้นก็ยังเจือกปาถูกตรงเป้าอีกนะ
ว่าแต่มาด่าแบบนี้เขาละเครียดเป็นบ้าเมื่อไรเขาจะหมดเวรหมดกรรมกับร่างนี้สักทีนะ
แต่ว่ารองเท้าแตะนี่ก็เจ็บใช้ได้เลยแฮะ
“ถามจริงเถอะคะ พ่อเรียกจิงคมาทำอะไรกันแน่คะ?”
“ก็... ว่าจะเรียกมาถามอะไรบางอย่างเพื่อประเมินสถานการณ์น่ะ” มิคาเอลเอ่ยตอบทั้งที่ยังตาลายเพราะผลกระทบจากรองเท้าคอมแบท
“งั้นเหรอคะ การที่โถมตัวไปหาหน้าหื่นแบบนั้นก็คือการถามเหรอคะ?”
“นั้นก็เป็นส่วนหนึ่งของบทสนทนาน่ะ” มิคาเอลแถหน้าด้านๆ
“ตรงไหนกันคะ?”
นานาเอลหรี่ตามองพ่อของเธอด้วยแววตาที่ข่มขู่จนทำให้มิคาเอลต้องอ้อมแอ้มออกมาอย่างแพ้ทางกับสายตาไร้อารมณ์นั้น
“ก็แหม... ถือว่าเป็นการตัดไฟแต่ต้นลมยังไงล่ะลูกเอย....”
“แล้วแบบนี้จะมีพวกหนูไว้ทำไมล่ะคะ” เธอเถียงแบบไม่พอใจเป็นอย่างมากกับคำตอบนั้น
“มีไว้ประดับโลกนี้ให้งดงามยังไงล่ะจ้ะ”
ฝ่ายผู้เป็นพ่อตอบกลับด้วยสีหน้าเป็นปลื้มปนประทับใจจนนัยน์ตาคลอไปด้วยน้ำตาที่ซึ้งในคำกล่าวอ้างของตนเอง สมกับเป็นพ่อที่เห่อลูกแท้ๆทั้งที่ลูกสาวก็มีอายุที่แทบจะบรรลุนิติภาวะในอีกไม่กี่ปีแล้ว
แถมความจริงมันออกจะตรงกันข้ามเลยแท้ๆ
เพราะหญิงสาวผู้เป็นลูกของเขาดูยังไงก็ประดับโลกไม่ได้หรอกนะ มีแต่เธอจะทำให้โลกนี้มันเสื่อมทรามลงไปทุกวันเพราะนิสัยของเธอ
อย่างน้อยโลกในชีวิตของเขามันก็เป็นอย่างนั้นแล้ว
“ขำตายคะพ่อ”
“ก็พ่อไม่ได้เล่นให้ขำนี่นาแต่พ่อจริงจังนะจ้ะ”
“ให้ตายเถอะ คุณพ่อคะ หนูเป็นลูกสาวของพ่อนะคะไม่ใช่หญิงสาวทั่วไปที่คิดจะโปรยคำหวานใส่เพื่อหวังผลในทางที่ไม่ชอบได้นะคะ เพราะฉะนั้นหยุดเถอะคะ เพราะมันฟังดูแล้วน่าขนลุกสุดๆเลยคะ”
ใช่ ชายหนุ่มที่นอนนิ่งเพราะฤทธิ์รองเท้าแตะก็เห็นด้วยกับคำที่ว่า ‘น่าขนลุก’
เพราะมันให้ความรู้สึกอย่างนั้นจริงๆ!!!!
“อ๊าก!!!” เขากรีดร้องลั่นออกมาเมื่อส้นเท้าของนานาเอลมันได้พุ่งเข้ามากระทบกับสะโพกที่ดูเป็นเว้าโค้งน่าเซ็กซี่ของเขาอย่างแรง
นี่เธอเห็นเขาเป็นลูกบอลหรือไงฟะจู่จู่ก็มาตอกส้นแบบนี้
“บอกให้หุบปากยังไงล่ะจิงค” เธอเอ่ยออกมาเสียงเย็นแบบข่มขู่
“จ้า....” เขารับคำอย่างเลี่ยงไม่ได้
แต่ทว่าจู่จู่นานาเอลก็ชักสีหน้าออกมาอย่างจริงจังราวกับนึกอะไรออก ก่อนที่เธอจะเอ่ยถามขึ้นมาว่า “นี่จิงคช่วงนี้นายฝันแปลกๆบ้างหรือเปล่า?”
“หืม?”
“ก็ฝันอย่างเช่นฝันเห็นอะไรในสิ่งที่เป็นเรื่องเป็นราวและก็ดูแล้ว....”
“นี่เธอรู้ได้ยังไง?”
เนื่องจากเขาเห็นว่านานาเอลทำหน้าจริงจังขนาดนั้นเลยทำให้เขาตัดสินใจที่จะตอบไปตามความจริงมากกว่าที่จะล้อเล่น
“นี่นายฝันงั้นเหรอ?” นานาเอลเอ่ยลั่นออกมาอย่างตกใจ
“ก็ใช่นะสิ” จิงคชักสีหน้าอย่างพอใจที่เห็นการตอบสนองนั้นจากนานาเอลที่แสดงว่าเธอคงรู้อะไรบางอย่างเกี่ยวกับเรื่องพวกนี้
บางทีหนนี้อาจจะได้คำตอบที่ดีเลยก็ได้
“แล้วทำไมนายถึงไม่พูดอะไรเลยล่ะ?”
“นี่เธอ เรื่องแบบนี้ฉันไม่ค่อยอยากเอาไปคุยกับใครหรอกนะ โดยเฉพาะไอ้ฝันนรกนั้นด้วยถ้าฉันเอาไปเล่าให้ใครฟังว่าฉันฝันว่าเป็นผู้หญิงที่เป็นเมียจอมมารโครนอสเนี้ยมันคงจะน่าขันน่าดูจริงมั้ยล่ะ” จิงคเอ่ยเล่าออกมาอย่างออกอารมณ์
“นี่นายรู้ถึงขนาดนั้นแล้วงั้นเหรอ?” นานาเอลหน้าถอดสีขึ้นมาทันทีที่ได้ยินแบบนี้
ท่าทางมันจะเป็นเรื่องแย่สินะ
“อือ” เขาพยักหน้าเบาๆ
แต่กระนั้นเขาก็เลือกที่จะไม่เอ่ยถึงเรื่องที่เขาเคยฝันว่าเขาเคยคุยกับไอ้จอมมารโครนอสแล้วด้วยจะดีกว่าเพราะขนาดแค่รู้เรื่องฝันถึงคุณเธอยังทำสีหน้าขนาดนี้ ถ้าเธอรู้เรื่องนั้นมีหวังเธอคงต้องฉีกทึ้งหัวตัวเองเพราะความหงุดหงิดแน่ๆ
เขารู้สึกว่าน่าจะเป็นอย่างนั้นนะ
“นี่นายต่อจากนี้ไปถ้าไม่จำเป็นห้ามกลับร่างชายนะแล้วก็ถ้านายต้องการจะกลับร่างชายนายต้องมีหนึ่งในพวกฉันอยู่ด้วยตลอดเวลา”
“อะไรนะ!!!” เขาร้องลั่นออกมาอย่างตกใจกับประโยคนั้น
ที่สำคัญที่เธอพูดมาอย่างกับเขาคิดอยากจะกลับร่างชายแล้วกลับได้เองอย่างนั้นแหละ
แต่ว่าแบบนี้ไม่ตลกเลยนะ ที่คุณเธอต้องการจะให้เขาอยู่ในร่างผู้หญิงแสนน่ารักแทนที่จะเป็นร่างผู้ชายที่แสนน่าสมเพศของเขา
นี่มันเรื่องอะไรกัน?
“ไม่มีข้ออธิบายอะไรทั้งนั้น แต่นี่ถือเป็นคำสั่ง” นานาเอลประกาศกร้าวเสียงเข้ม
“คำสั่งงั้นเหรอ?”
“ใช่คำสั่งของภรรยาสาวแสนสวยของนายยังไงละ” เธอเอ่ยออกมาเสียงเรียบจนทำให้เขาแทบกุมขมับ
ถ้ามีภรรยาแบบนี้เขาขอไม่มีเลยจะดีกว่า
ว่าแต่ตอนนี้มันเกิดบ้าอะไรกับเขากันแน่เนี้ย ใครก็ได้มาอธิบายให้เขาฟังว่านานาเอลต้องการอะไรกันแน่และฝันบ้านั้นมันเกี่ยวกับร่างหญิงของเขายังไง แต่สุดท้ายปมก็ยังไม่คลายซักทีสินะ แถมยังเพิ่มความซวยให้เขาอีก ขอด่าสักครั้งเถอะ
ไอ้พระเจ้า ไม่สิ ไอ้คนแต่งเรื่องเฮงซวย

---------------------------------------------------------------------------------------------------------------





NEKOPOST.NET