Jinx Pech ตอนที่ 25 | Nekopost.net 
NEKOPOST
การแสดงผล

Jinx Pech

Ch.25 - Avanzamento (รุกคืบ)




หญิงสาวผมดำยาวสลวยในชุดเสื้อผ้าที่ไม่ต่างจากในฝันของจิงคที่ซ่อนใบหน้าไว้ในเงามืดของห้องได้ลืมตาขึ้นมาอย่างช้าๆบนเก้าอี้โยกขนาดใหญ่ที่ทำมาจากไม้สักอย่างดีด้วยท่าทางที่เสียดายกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น แต่กระนั้นในท่าทางของเธอกลับแฝงไปด้วยความดีใจบางอย่างที่เธอพยายามเก็บซ่อนมันเอาไว้ไม่ยอมแสดงออกมาให้ใครเห็น
“เท่านี้ก็เรียบร้อยที่เหลือก็รอการติดต่อจากทาง ‘Puppet master’ ทีนี้ก็สมบูรณ์แล้ว”
จากนั้นเธอก็หันไปมองทางหน้าที่มีผ้าม่านปิดกั้นแสงอาทิตย์จากภายนอกที่สาดส่องไปทั่วบริเวณในยามเช้าด้วยอารมณ์ที่แสนเบิกบาน
เพราะบัดนี้แผนของเธอได้อยู่ในจุดที่เธอต้องการแล้ว
“ฉันรอที่จะได้พบกับนายอยู่นะ”

◊◊◊◊◊◊◊◊◊

ความเร็วที่ไถลลงมาคูณด้วยน้ำหนักตัวของเขาทำให้เวลาที่เขาเสียไปจากการลงมาจากชั้นห้าสู่ชั้นหนึ่งนั้นอยู่ในระดับที่น้อยมากๆและเพียงพอที่จะเหลือให้วิ่งต่อออกจากบ้านได้สบาย ถ้าไม่ติดที่ว่าทางออกของทางลับที่เขาตั้งไว้กำลังมีคนยืนขวางอยู่
“โอ๊ย!”
เสียงร้องของไซคีดังลั่นขึ้นในขณะที่ร่างของไอ้คุณจิงคก็ได้เริ่มการทำงานของสกิลพระเอกในนิยายทั่วไปยามที่หกล้มไปทับตัวละครหญิงทันที ด้วยท่าทางและมุมการทับร่างของหญิงสาวที่ราวกับว่าเขาได้คำนวนไว้เป็นอย่างดี
ว่ามันต้องออกมาในมุมดีแบบที่คาดหวังไว้
เพราะท่าทางของจิงคกับไซคีในตอนนี้มันได้ส่อไปทางอย่างที่ว่าจริงๆ มือขวาที่จับแขนของหญิงสาวและมือซ้ายที่ประคองศีรษะของหล่อนไว้ไม่ให้เธอเสียหลักไปกระแทกพื้นกับใบหน้าที่ยื่นเข้าไปใกล้ราวกับต้องการที่จะนำริมฝีปากของตนไปทาบกับริมฝีปากของฝ่ายตรงข้ามและชุดนอนของทั้งสองที่ชวนในคิดลึกซึ้งว่าทั้งคู่ไม่น่าจะมาอยู่ท่านี้ได้ด้วยความบังเอิญ
ดูยังไงก็ช่างเป็นบรรยากาศชวนให้คนที่เข้ามาเห็นเข้าใจผิดกันจริงๆ
แต่ถึงจะพูดอย่างนั้นถ้าไม่มีคนมาเห็นก็คงไม่เป็นไรอย่างแน่นอน เพราะมันก็น่าจะจบลงด้วยการพูดคุยถึงสาเหตุที่ฝ่ายตรงข้ามมาอยู่ตรงนี้ได้อย่างไรตามปกติ
แต่ทว่าบทละครเรื่องนี้กลับเดินตามสูตรเป๊ะๆจนจิงครู้สึกอย่างเตะคนเขียนขึ้นมาตะหงิด เพราะหลังจากที่เขามาอยู่ในสภาพนี้ได้สักพักแม่เจ้าหญิงสาวคนสวยที่ซ่อนหน้ากากปิศาจไว้หลังหน้าตาน่ารักนั้นก็เดินเข้ามาในห้องพอดี
“อ่าร้า นี่จิงคชอบสาวแนวอกกระดานเหรอจ้ะเนี้ย?” เฮร่าเอ่ยออกมาทันทีที่เห็นอย่างนั้น
เท่านั้นแหละ จู่ๆใบหน้ายิ้มแย้มที่แฝงไปด้วยความเศร้าสร้อยที่ไซคีเคยแสดงให้เห็นอยู่ทุกวันมันก็พลันแปรเปลี่ยนเป็นใบหน้าที่ส่อให้เห็นถึงอารมณ์ที่ไม่พอใจอย่างแรงออกมาทันที
ท่าทางจะจี้ถูกจุดแฮะคุณรุ่นพี่เฮร่า
“จะว่าไปน้องจิงคตอนนี้ก็มีข่าวลือกับน้องนานาเอลด้วยนี่นา แถมเท่าที่ดูขนาดก็ไม่ได้ต่างกันมากด้วย สงสัยสเปคน้องจิงคคงเป็นอย่างนี้จริงๆสินะ แบบนี้พี่ก็แย่นะสิ” เธอยังคงพร่ำเอ่ยออกมาอย่างไม่แคร์ใครจนจิงคเริ่มที่จะรู้สึกร้อนเล็กน้อยจากทางด้านหน้า
ท่าทางเขากำลังจะโดนลากเข้าไปเอี่ยวกับสงครามของเหล่าหญิงสาวอีกแล้วสินะ
“ของแบบนี้มันขึ้นอยู่กับขนาดไม่ได้หรอกนะคะรุ่นพี่มันอยู่ที่เสน่ห์คะ” ไซคีเอ่ยเถียงขึ้นมาด้วยน้ำเสียงที่ไม่ค่อยสบอารมณ์อย่างมากจนจิงครู้สึกได้
ก่อนที่เธอจะกระชากร่างของเขาเข้าไปกอดอย่างไม่ถือตัวด้วยสีหน้าแววตาที่ลืมเลือนทุกสิ่งทุกอย่างที่เธอเคยเป็นไปจนหมดสิ้น
ว่าชายที่เธอกอดในตอนนี้ไม่ได้เป็นผู้ชายที่เธอมีใจให้เลย
“แหม... แบบบนี้ก็แย่สิคะ” เฮร่าเอ่ยขึ้นมาด้วยน้ำเสียงที่สร้างพื้นหลังดำทมึนขึ้นมาน้อยๆ
จากนั้นเธอก็เดินมาหาจิงคด้วยสีหน้าแววตาที่เอาเรื่องก่อนที่เธอจะกระชากร่างของเขาออกจากอ้อมกอดที่แสนนุ่มนวลของไซคีไปสู่อ้อมกอดที่นุ่มยิ่งกว่าเตียงนอนที่เขาพึ่งนอนมาเมื่อคืนของเธอ
“เพราะคนนี้พี่จองแล้วคะ”
อันที่จริงสำหรับไซคีแล้วคำพูดนั้นถ้าเป็นก่อนหน้านี้เธอคงไม่รู้สึกอะไรมากนักหรอก เพราะใครจะจองจิงคไว้มันก็ไม่เกี่ยวกับเธออยู่แล้ว เพราะคนที่เธอหลงรักคือชายหนุ่มมาดเท่ผู้มีศักดิ์เป็นเพื่อนสมัยเด็กของเธอนามว่าเซฟเฟอรัส แต่ว่าหลังจากที่เธอโดนกระตุ้นด้วยคำพูดที่จี้เข้าจุดตายแถมยังมาเย้ยหยันด้วยท่าทางที่น่ารังเกียจของเฮร่า เธอก็เลยสติขาดผึงจนลืมใช้สติพิจารณาถึงเรื่องก่อนหน้านี้ไป
เอาเป็นว่าคุณเธอตอนนี้กำลังเลือดขึ้นหน้าสุดขีดแล้ว
ว่าแต่กะอีแค่โดนว่าว่าอกเล็กแค่เนี้ยมันจะเป็นเรื่องใหญ่อะไรกันหนักหนางั้นเหรอ ถึงขนาดที่จะยอมลดตัวมาทะเลาะกับรุ่นพี่รหัสของเขาที่เธอไม่ค่อยสนิทกันเลย อันที่จริงอกเล็กก็ดีจะตายจะได้ไม่หนัก แต่ถึงจะพูดอย่างนั้นผู้ชายอย่างเขาก็ชอบของใหญ่ๆอยู่ดีแหละนะ
เฮอ... จะว่าไปแล้วมนุษย์ผู้หญิงเนี้ยเข้าใจยากจริงๆเลยแต่ถึงอย่างนั้นผู้ชายอย่างเขาก็เข้าใจยากไม่แพ้กันละนะ
“แหม... อย่าว่าอย่างนั้นอย่างงี้เลยนะคะ ที่รุนพี่เฮร่าบอกว่าจองแล้วใช้อะไรจองเหรอคะ แต่ว่าแน่ใจนะคะว่าจองแล้วจริงๆ” ไซคีคลี่ส่งรอยยิ้มแม่มดออกมาน้อยๆอย่างได้ทีหลังจากที่ประโยคนี้ของเธอทำเฮร่าชะงักไปได้แล้ว แต่ถึงจะว่ายังนั้นจิงคเองก็ชะงักไปด้วยเหมือนกัน
อันที่จริงเขาไม่เคยคาดคิดเลยว่าหญิงสาวนามว่าไซคีคนนี้จะมีนิสัยแบบนี้ด้วย
“หมายความว่าไงคะ?” เฮร่าหลี่ตามองไซคีน้อยๆด้วยสายตาที่เริ่มไม่สบอารมณ์
“แหม... เช็คข่าวกันบ้างสิคะว่าตระกูลพีซกับเพอร์เซอุสมันก็สนิทสนมกันพอสมควรเลยนะคะ”
“แล้วหมายความว่ายังไงเหรอคะ?”
“ก็หมายความว่าให้ไปถามคนที่บ้านจิงคดูสิคะว่าฉันเป็นใคร....” ไซคีเอ่ยแบบลากเสียงออกมาน้อยๆ
ก่อนที่ลิอากับฟีอาที่เปลี่ยนเป็นชุดปกติแล้วจะเดินลงมาตามสมทบกับเบื้องล่างเข้ามาในห้องที่เกิดสงครามแย่งชายหนุ่มไร้เสน่ห์อย่างเขาอยู่ เพื่อช่วยเพิ่มความมันส์ของสงครามนี้ให้เข้มข้นมากยิ่งขึ้นจนไอ้เจ้าชายหนุ่มผู้ที่ตกเป็นของแย่งชิงของหญิงสาวเหล่านี้แทบจะน้ำตาเล็ดออกมาแล้ว
เขาก็ฝันว่าจะเปิดฮาเรมอยู่หรอกนะ
แต่ตอนนี้ขอเลิกชั่วคราวได้มั้ยฟะ

◊◊◊◊◊◊◊◊◊

หนนี้สนุกเป็นบ้าเล่นเอาบ้านเขาถล่มไปครึ่งหลังเลย ถ้าไม่มีไดอาน่าที่ใช้เวทฟื้นฟูสิ่งก่อสร้างที่เหนือกว่าเทพก่อสร้างไหนๆอยู่แล้วละก็ มีหวังขมับทั้งสองข้างของเขาคงเต็มไปด้วยรอยช้ำของรอยนิ้วมือที่บีบแน่นเพราะคิดอะไรไม่ตกไปเสียแล้ว เพราะถ้าจะให้กะประมาณไปคร่าวด้วยสภาพก่อนคืนสภาพนั้นเขาคาดว่าทรัพย์สินน่าจะสูญไม่ต่ำไปกว่าเกือบล้าน
นี่ขนาดแค่เบาะๆของฟีอา ลิอา เฮร่า และไซคีนะ
อันที่จริงแต่ละคนก็ไม่ใช่ว่าจะอยู่ในระดับธรรมดา การที่มีผลกระทบแค่บ้านครึ่งหลังของเขามันก็ถือเป็นปาฏิหาริย์มากแล้ว ตอนแรกเขากะไว้ว่าต้องหายไปครึ่งเมืองเสียอีก แสดงว่าพวกเธอทั้งหมดก็ยังคงมีสติชั่งใจกันอยู่สินะ
แต่ว่าที่น่าฮาที่สุดก็คือไอ้ส่วนบริเวณที่ได้รับผลกระทบนั้นมันรวมไปถึงส่วนที่วัลแคนกำลังนอนหลับอยู่ด้วย ตอนส่วนนั้นมันทลายลงมาเลยเล่นเอาวัลแคนในสภาพชุดนอนที่กำลังนอนหลับสบายอยู่ดีๆต้องร้องลั่นออกมาแบบหมดมาดนักคุ้มกันชั้นยอดไปเลย ส่วนไอ้คุณเซฟเฟอรัสและนานาเอลนั้นไม่ได้รับผลกระทบอะไรจากเหตุการณ์นี้เลย ดังนั้นเลยทำให้พวกเขายังคงหลับแบบไม่รู้เรื่องรู้ราวต่อไป
ทั้งที่ข้างล่างเขากำลังก่อสงครามแท้ๆยังหลับกันได้อีกเชื่อเขาเลย
ส่วนอีคิดน่า ซีรัสและไดอาน่าพวกเธอตื่นอยู่แล้วจึงไม่มีปัญหาอะไรมากนักเพียงแต่อีคิดน่านั้นทำหน้าตาเอ๋อออกมาน้อยๆเมื่อเห็นสภาพแบบนี้
แต่นั้นก็เป็นอาการของคนปกติทั่วไปล่ะนะ
ดังนั้นเพื่อเลี่ยงเหตุการณ์ที่เรียกว่าประวัติศาสตร์ซ้ำรอยเขาจึงตัดสินใจเดินเลี่ยงออกจากบ้านมาโดยไม่บอกกล่าวใคร นอกจากเอ่ยขอบคุณไดอาน่าจากใจจริง
ส่วนคนที่ก่อเรื่องเขาล่ะอยากด่าเช็ดเป็นบ้า
แต่ก็ช่างมันเถอะ เพราะถึงจะพูดแบบนั้นอารมณ์อยากด่าที่เขามีมันก็ไม่มากพอถึงขนาดยอมเสี่ยงเอาชีวิตเข้าแลกหรอกนะ
“นึกว่าจะเป็นวันพักผ่อนที่แสนสบายแล้วแท้ๆ” จิงคพึมพำออกมาเบาๆอย่างสุดเซ็ง
ในขณะที่เขาเดินเข้าไปในตรอกถนนที่ไร้ผู้คนอันเป็นสถานที่เดินเล่นของเขาในเวลาที่ไม่ได้ทำงานหรือต้องการพักผ่อน เพราะบรรยากาศที่เงียบสงบบวกกับสิ่งปลูกสร้างที่ถูกออกแบบทางสถาปัตยกรรมอย่างดงามและดูสบายตาแถมการจัดวางตำแหน่งบ้านยังลงตัวจนน่าใจหายอีกต่างหาก
ช่างสมกับเป็นเมืองแห่งการศึกษาที่แสนสงบสุขเสียจริง
จากนั้นเขาก็พลันนึกถึงเรื่องต่างที่เกิดขึ้นกับเขาในช่วงนี้ไปพลางด้วยอารมณ์ที่พยายามคิดถึงจุดเชื่อมโยงต่างๆว่ามันเกิดอะไรขึ้นกับชีวิตของเขากันแน่
ทั้งเรื่องที่จู่ๆเขาก็เนื้อหอมอย่างไม่มีเหตุผลทั้งที่เขายังไม่ถอดรูปจากหัวของเงาะป่าตามตำนานวรรณคดีของอาณาจักรแห่งหนึ่งเลย ไหนยังจะความฝันบ้าๆที่เขาฝันถึงสงครามการฆ่าฟันนั้นอีก ถ้าเป็นไปตามที่หญิงสาวในฝันคนนั้นบอกนะ และแถมยังคำสาปสัปปะรังเคที่เขาโดนอีก มันจะมีส่วนเกี่ยวโยงกับฝันบ้าๆนั้นหรือเปล่าเพราะทุกครั้งที่เขาฝันถึงสงครามนั้นเขามักจะอยู่ร่างหญิงสาวตลอด และแถมยังพักหลังมานี้ยังมีเรื่องที่เขาถูกพยายามลอบฆ่าโดยอาจารย์สอนวิชาเวทมนตร์ของเขาเองอีก
มีแต่เรื่องที่ชวนให้เขามีความสุขในทางด้านลบทั้งนั้นจริงๆเลย
“เอาเถอะ ถึงยังไงตอนนี้ฉันก็ได้มาอยู่ในที่ที่คุ้นเคยอีกครั้งแล้วคงไม่เป็นไรหรอกมั้ง” เขาเอ่ยออกมาอย่างพยายามที่จะผ่อนคลายอารมณ์ของตัวเอง
แต่ทว่ามันก็ทำไม่ได้ในเมื่อที่ถนนเบื้องหน้าของเขาได้ปรากฎร่างของตุ๊กตาสุนัขตัวเท่าเขาที่มีรูปลักษณ์ที่น่ารักแต่มันกำลังยืนสองขาขวางทางเขาอยู่ จนทำให้เขารู้สึกสงสัยว่ามันมาจากไหน เพราะถ้าจำไม่ผิดตอนแรกที่เขามองไปข้างหน้าจนกระทั่งเขาก้มลงไปมองพื้นในช่วงสองถึงสามวิมันยังไม่มีเลย
กระนั้นมันก็ไม่มีเวลาให้ได้เขาคิดอะไรมากไปกว่านี้เพราะจากสภาพแบบนี้แล้วเขาก็ระบุชัดได้เลยว่าตอนนี้เขากำลังย่ำแย่แล้ว
ทั้งที่เป็นพื้นที่ที่คุ้นเคยแท้ๆ ทั้งที่สถานที่เหล่านี้นอกจากทำให้เขาหกล้มหัวแตกหรือขาถลอกแล้วมันก็ไม่เคยทำให้เขาไม่สบายใจไปมากกว่านั้นเลย
แล้วทำไมมันถึงเป็นแบบนี้
ทำไมเขาถึงต้องมาเจอเรื่องแบบนี้ ถึงใครจะบอกว่าเขาเป็นคนในตระกูลพีซก็เถอะ แต่ก็ไม่น่าจะต้องเจออะไรที่ชวนน่าอันตรายแต่แฝงไปด้วยความน่ารักแบบนี้เลยนี่นา
มันไม่ใช่กฎของตระกูลสักหน่อยว่าทุกคนต้องเจอเรื่องแบบนี้ แล้วทำไมล่ะ
คำถามเหล่านั้นเริ่มทำเอาความรู้สึกของจิงคเริ่มด้านชาขึ้นเรื่อยๆจนเขารู้สึกว่าโลกของเขากำลังทลายลงอย่างช้าๆเลยทีเดียว
เพราะเขาพึ่งสัมผัสกับสิ่งที่เรียกว่าไม่ว่าอยู่ที่ไหนก็หาความสงบไม่ได้อย่างชัดเจน
ว่าแต่ถ้ามาในรูปแบบนี้เขาจะต้องทำยังไงต่อดีล่ะ

◊◊◊◊◊◊◊◊◊

เมืองที่ลุกไหม้กับร่างกายที่อ่อนล้าสองสิ่งนี้ได้เรียกสติที่เลือนลางของจิงคให้กลับคืนขึ้นมาอีกครั้ง ในบรรยากาศที่แสนจะมืดหม่นและไร้ทางออกราวกับว่าทุกอย่างมันเป็นความเป็นจริงก็ไม่ปาน เพราะบัดนี้ทิวทัศน์ที่เขาเห็นหรือกระทั่งความรู้สึกที่เขาสามารถสัมผัส มันราวกับว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในตอนนี้ มันไม่ใช่ความฝันอีกต่อไป แต่เป็นความจริงที่เขาต้องยืนอยู่และต้องนำพาชีวิตให้รอดไปให้ได้
สรุปแล้วในตอนนี้เขาอยู่ในความฝันหรือความจริงกันแน่?
คำถามนี้ได้ดังขึ้นเพื่อถามตัวเขาเองหลังจากที่เขารู้สึกตัวเต็มที่ เพราะก่อนหน้านี้เขาจำได้แค่ว่าเขากำลังเดินอยู่ในตรอกที่ใกล้ๆบ้านและบังเอิญเจอตุ๊กตาสุนัขยัดนุ่นยืนสองขาสุดน่ารักตัวหนึ่ง แต่ในระหว่างที่เขากำลังตั้งข้อสงสัยเพราะความตื่นตะลึงอยู่นั้นเอง เขาก็โดนไอ้ตุ๊กตาหมายัดนุ่นเฮงซวยเล่นเข้าให้จนทำให้เขาแทบสลบไปในทันที
ใช่แทบสลบไปในทันทีแต่ยังไม่สลบ แค่สติเลือนราง
แต่ว่าถ้าเป็นอย่างนั้นเขาจะมาอยู่ในความฝันบ้าๆนี่ได้อย่างไรกันล่ะ ถ้าเขายังไม่สลบ ถ้างั้นนี่ก็คือความจริงงั้นเหรอ?
เป็นไปไม่ได้ที่เมืองอีทรูเดียนจะกำลังลุกไหม้เพียงเพราะตุ๊กตาตัวเดียวนี่นะ
ไร้สาระเป็นที่สุด
เพราะถึงอย่างไรเมืองนี้ก็จัดเป็นเมืองที่เรียกได้ว่ามีมาตรการรักษาความปลอดภัยที่เข้มงวดมากเมืองหนึ่งเลยทีเดียว ทั้งเรื่องการตรวจตราและการป้องกันเมื่อเกิดเรื่อง
เอาเป็นว่าขอยกหางตัวเองหน่อยก็แล้วกันเพราะเวลาสุนัขจะถ่ายหนักก็คงไม่มีใครไปยกหางให้มันแหละนะ เพราะฉะนั้นเขาเลยต้องขออวดศักดาหน่อยหลังจากที่เขาโชว์แต่มาดแย่ๆมาให้เห็นมากแล้ว ว่าถ้าไม่ใช่อาชญากรเก่งๆแบบเขาแล้วล่ะก็ ไม่ว่าคนร้ายที่ไหนก็ไม่สามารถมาก่อคดีในเมืองได้หรอกนะ
เป็นไงล่ะเห็นความเก่งกาจของเขาแล้วสินะว่าเทพไม่เป็นเรื่อง
แม้ว่าความเป็นจริงมันน่าจะเป็นอย่างนั้นแท้ๆแต่ว่าความรู้สึกของเขามันไม่คล้อยตามความเป็นจริงเลย
“นี่มันอะไรกัน?”
“อ้าว... เล่นถามแบบนี้ฉันก็แย่นะสิ นี่เธอเล่นคนเดียวเลยรู้หรือเปล่า?” เสียงของชายหนุ่มที่พูดผ่านหน้ากากคนหนึ่งเอ่ยดังขึ้นมาอย่างอารมณ์ดี
ก่อนที่เขาจะเริ่มก้มมองดูร่างที่ชวนน่าหนักอกในชุดราตรีสีดำสุดโชว์หวิวจนน่ากลัวว่าคนตัดชุดนี้น่าจะเอากรรไกรมาตัดผ้าให้น้อยที่สุดแล้วจากนั้นก็เอามาขายให้ใช้ที่เขาสวมใส่อยู่ในตอนนี้กับปีกสีดำที่สยายกว้างราวกับกำลังรอการสั่งงานจากเขาว่าต้องการให้หุบหรือจะใช้มันต่อ
รูปลักษณ์ของมนุษย์หญิงสาวที่ดูไม่เหมือนมนุษย์หญิงสาว
แต่ทว่าอย่างน้อยมันก็ช่วยยืนยันให้เขามั่นใจได้หน่อยว่าตอนนี้เขาอยู่ในฝันไม่ใช่ความเป็นจริงและสรุปว่าก่อนหน้าที่เขาโดนตุ๊กตาสุนัขยัดนุ่นนั้นอัด เขาได้สลบไปแล้ว ไม่ใช่แทบสลบ แล้วทำไมตอนนั้นเขาถึงรู้สึกว่าเขาแทบสลบล่ะ
ว่าแต่ต่อจากตุ๊กตาหมีก็โดนตุ๊กตาหมาอัด แถมสลบทุกครั้งเนี้ยมันช่างน่าหดหู่เสียจริงเชียวเลยตัวเขา
“ฉันนี่นะจัดการ!?” เขาหันไปถามชายหนุ่มสวมหน้ากากคนนั้นอย่างสงสัย
น่าประหลาดทั้งที่เป็นความฝันแท้ๆและในทุกครั้งเขาก็ไม่สามารถควบคุมร่างในความฝันนั้นได้เลยแม้แต่น้อย แต่ว่าหนนี้เขากลับควบคุมมันได้ราวกับว่ามันเป็นร่างกายของเขาเอง ทั้งคำพูดการกระทำและสีหน้า
“นี่รีอา เธอเป็นอะไรหรือเปล่า ตัวร้อนหรือก็เปล่านี่นา?”
ชายหนุ่มสวมหน้ากากยกมือขึ้นมาแตะศีรษะของเขาเบาๆ ก่อนที่ร่างของจิงคจะเกิดปฏิกิริยาตอบสนองอย่างอัตโนมัติที่เขาทำทุกครั้งกับคนที่เขาไม่ชอบหรือไม่ไว้วางใจ นั้นคือการปัดมือของคนนั้นออกจากร่างกายของเขาอย่างรวดเร็ว
ว่าแต่ชายหนุ่มคนนี้เรียกเขาว่ารีอา ไม่ใช่ จิงค สรุปแล้วนั้นคือชื่อของร่างนี้งั้นเหรอ?
แล้วชื่อนี้มันฟังดูคุ้นๆเหมือนเคยได้ยินมาจากที่ไหนแฮะ
“เฮ้ นี่รีอาแบบนี้ฉันไม่ขำด้วยนะ ทำไมถึงมาทำแบบนี้ล่ะทั้งที่ทุกครั้ง....”
เขาทำท่าจะมากอดจิงคแต่ว่าจู่จู่เขาก็ชะงักไปอย่างเริ่มจับสังเกตอะไรบางอย่างได้
“นี่เธอไม่ใช่รีอานี่นา เธอเป็นใครกัน?” ชายหนุ่มสวมหน้ากากเอ่ยออกมาอย่างจับอะไรบางอย่างได้
“ก็ประมาณนั้นแหละนะ ว่าแต่ฉันอยู่ที่ไหนงั้นเหรอ?” จิงคตอบรับทันทีแบบไม่คิดจะเอ่ยกลบเกลื่อนเลยแม้แต่น้อย
เพราะจะว่าไปอันที่จริงเขาก็ไม่อยากให้ใครมาเข้าใจผิดว่าเขาเป็นผู้หญิงเสียด้วย
แต่ทว่าแทนที่ผู้ชายสวมหน้ากากตัวตลกนั้นจะเอ่ยตอบคำถามหรือทำท่าทีที่ดูประหลาดใจในรูปแบบอื่น เขากลับยื่นหน้าเข้ามาหาจิงคเพื่อสำรวจรอบตัวเขาอย่างใกล้ชิดจนเขาเริ่มรู้สึกแปลกๆ
แบบว่าขยะแขยงอ่ะ
“หืม......”
“มีอะไรงั้นเหรอ?” จิงคเอ่ยถามอย่างสงสัย
น่าแปลกทั้งที่เขาน่าจะสมควรที่จะกลัวผู้ชายคนนี้ เพราะเขาอาจจะเป็นจอมมารสุดโฉดที่น่าจะมีชื่อเสียงเรื่องความโหดคนใดคนหนึ่งในโลกนี้แท้ๆ แต่เขากลับไม่มีความรู้สึกนั้นเลย กลับกันด้วยซ้ำเพราะเขากลับรู้สึกว่าคนผู้นี้น่าจะพูดคุยได้ง่ายยิ่งกว่าพวกสาวๆที่มาหลงเขาเสียด้วยซ้ำ
“ก็นะ เอาเป็นว่าแค่ประหลาดใจน่ะ มิน่าฉันเองก็คิดอยู่แล้วว่าอย่างยัยรีอาคงไม่คิดจะให้ใครมาใช้ร่างตัวเองได้ง่ายๆแบบนี้หรอก แต่การที่นายมีตัวตนอยู่อย่างนี้แสดงว่าฉันก่อการไม่สำเร็จสินะ ให้ตายเถอะ คิดแล้วเสียอารมณ์เป็นบ้าเลย”
ประโยคคำพูดที่ไร้การสื่อความหมายนั้นทำให้จิงคต้องตีหน้าเอ๋อออกมา แบบว่าใครมีล่ามมาแปลให้เขารู้หน่อยได้ไหมว่าคนคนนี้พูดอะไรอยู่ จู่จู่ก็พล่ามออกมาเฉยในประโยคที่สื่อความหมายให้เข้าใจได้เพียงคนเดียวแบบนี้
สรุปแล้วไอ้จอมมารคนนี้มันบ้าหรือเปล่า?
“ว่าแต่นายชื่ออะไรล่ะ?” ชายหนุ่มสวมหน้ากากเอ่ยถามชื่อของเขาทันทีด้วยน้ำเสียงที่เป็นกันเอง
แบบว่าพี่แกคงลืมบรรยากาศรอบตัวในตอนนี้ไปแล้วว่าตอนนี้พวกเขากำลังยืนอยู่ในเมืองที่ล่มสลายเพราะเปลวเพลิงแห่งการทำลายล้างที่เต็มไปด้วยผู้คนที่วิ่งหนีกันขวักไขว่ ส่วนคนตายก็กองกันเกลื่อน
“จิงค พีซ” จิงคตอบกลับเสียงห้วน
“สองคำสั้นๆเลยเหรอ แถมความหมายยังส่อไปด้านไม่ดีทั้งชื่อและนามสกุลอีก นี่สงสัยฉันคงจะสร้างปัญหาให้นายมากสินะ”
เสียงที่ฟังดูหัวเราะคิกคักดังออกมาจากหน้ากากตัวตลกที่ชายหนุ่มสวมใส่ แม้ว่าหน้ากากนั้นจะปิดกั้นไม่ให้จิงคเห็นใบหน้าของบุรุษผู้นี้แต่เขาก็มั่นใจได้เลยว่า คนคนนี้ต้องกำลังหัวเราะและแสดงสีหน้าที่เขาไม่พึงประสงค์อยู่อย่างแน่นอน
มันช่างเป็นอะไรที่ชวนหงุดหงิดใจเสียจริง
“อย่าให้พูดเลย ว่าแต่ที่นายพูดมาแบบนี้แสดงว่านายรู้อะไรเกี่ยวกับฉันในตอนนี้สินะ”
“อ่านะ ก็นิดหน่อยล่ะนะ”
“งั้นมันเกิดอะไรขึ้นกับฉันกันแน่” จิงคเริ่มยิงคำถามออกมาทันทีพร้อมทั้งออกท่าทางเล็กน้อยจนมือของเขาไปโดนส่วนที่นูนขึ้นมาบนร่างกายนี้
พอพอกับรุ่นพี่เฮร่าเลยแฮะ
“นุ่มดีไหมล่ะ?” ชายหนุ่มสวมหน้ากากเอ่ยถามขึ้นทันที
“สุดยอดเลยล่ะ” จิงคตอบกลับแบบไม่เสียเวลาคิดมากนัก
“ได้ยินความเห็นนี้แล้วค่อยดีหน่อยเพราะมันเป็นส่วนที่ครื้นเครงในทุกคืนของฉันเลยนะ”
“ก็น่าจะเป็นอย่างนั้นอยู่ละนะ ว่าแต่นายพาฉันคุยเรื่องอะไรอยู่ฟะเนี้ย?” จิงคเอ่ยออกมาอย่างนึกขึ้นได้หลังจากเขาโดนบทสนทนาที่ฟังดูไร้สาระแต่ชวนเคลิ้มง่ายๆนั้นพาไป
“นี่นายตามบทสนทนาฉันมาเองนะ”
“ก็ฉันไม่คิดว่าคนอย่างนายจะไร้สาระได้แบบนี้นี่นา” จิงคเอ่ยออกมาอย่างหัวเสีย
เพราะทุกคืนที่เขาฝันถึงคนผู้นี้ เขามักจะอยู่ในมาดนิ่งสมกับเป็นจอมมารผู้น่าเกรงขามที่แลดูแล้วน่ากลัวน่าขนลุกอยู่ตลอดเวลา แต่ตอนนี้กลับไม่ใช่เพราะดูไปแล้วเขาก็เหมือนกับชายหนุ่มธรรมดาที่มีอารมณ์ขันมากมายที่พบเห็นได้ตามท้องถนน
นี่สินะเขาถึงบอกว่าอย่ามองคนแค่เพียงภายนอก
“อ่านะ” ชายหนุ่มสวมหน้ากากนั้นเอียงคอน้อยๆเห็นได้ชัดว่าเขากำลังยิ้มอยู่
“นี่นาย ฉันไม่สนุกหรอกนะ ว่าแต่ตอบคำถามฉันมาได้หรือยังว่านี่มันเกิดอะไรขึ้นกับฉันกันแน่” จิงคถามย้ำอีกครั้งอย่างต้องการคำตอบเป็นอย่างมากว่าตอนนี้มันเกิดอะไรขึ้นกับชีวิตของเขากันแน่
“อันที่จริงคำถามนั้นฉันควรต้องถามนายมากกว่าล่ะนะ” คนผู้นั้นเอ่ยสวน
“หา?”
“ก็นายมาจากอนาคตที่ไกลจากฉันนี่นา มันน่าประหลาดนะที่คนจากอนาคตมาถามคนที่อยู่ในอดีตว่ามันเกิดอะไรขึ้นกับตัวเขาน่ะ”
“ก็นายทำท่าเหมือนรู้อะไรบางอย่าง”
“ใช่ ฉันรู้อะไรบางอย่าง แต่ก็ไม่ใช่ทั้งหมดของคำถามที่นายถามมาและไม่ใช่ทั้งหมดที่ฉันจะตอบนายได้ด้วย”
“ทำไม?” จิงคขมวดคิ้วมองไปที่ชายหนุ่มสวมหน้ากากอย่างสงสัย
แต่ทว่าคำตอบนั้นกลับกลายเป็นการดีดหน้าผากจากมือที่เรียวยาวและเต็มไปด้วยกำลังของเขาแทนจนจิงคแทบหลุดร้องโอ๊ยออกมา
“เจ็บนะ....”
“ก็นายอยากเอาหน้าสวยๆของรีอาไปแสดงท่าทีที่ไม่สมควรนี่นา” เขาตอบกลับด้วยน้ำเสียงที่ไม่ใส่ใจอะไรมากนัก
“อะไรนะ?”
“นี่ จิงคนายไม่ต้องเครียดอะไรมากนักหรอกนะ เพราะการที่คนเราต้องเผชิญกับปัญหาทั้งที่ยังไม่รู้อะไร มันก็ไม่ใช่เรื่องแย่อะไรหรอกนะ อันที่จริงบางทีการที่นายได้รู้แล้วมันอาจจะยิ่งทำให้ถลำลึกจนถอยกลับไปไม่ได้ แต่ถึงจะพูดอย่างนั้นก็เถอะอย่างนายคงไม่มีสิทธิ์ที่จะก้าวถอยหลังกลับไปแล้วล่ะ ในเมื่อนายมาถึงขั้นนี้แล้ว ฉันก็เลยอยากที่จะยืดเวลาให้นายได้มีความสุขอยู่อีกสักพักกับโลกที่แสนเฮงซวยอันน่าสงบสุขของนายละมั้ง เพราะเท่าที่ดูอารมณ์ของนายไม่เหมือนกับคนที่อยู่ภายใต้สภาวะสงครามเลย เพราะฉะนั้นเอาเป็นว่าวันนี้นายกลับไปทั้งที่นายยังไม่รู้อะไรก่อนจะดีกว่าละนะ และที่สำคัญฉันจะได้มีเวลาคิดแผนเพิ่มเติมด้วย” ชายหนุ่มสวมหน้ากากเอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงที่จริงจังผิดกับตอนต้น
“นี่นาย....”
“เอาเป็นว่าถือเป็นความหวังดีสุดท้ายของฉันต่อนายและโลกใบนี้ก็แล้วกัน”
สิ้นประโยคนั้นภาพทุกอย่างที่จิงคเคยเห็นอยู่เบื้องหน้าก็มืดลงก่อนที่เขาจะรู้สึกว่าร่างของเขาจะเบาขึ้นเรื่อยๆ
นี่มันอะไรกัน แต่ว่าลืมถามชื่อไอ้จอมมารติ๊งต๊องนั้นเลยแฮะ แต่ถ้าดูจากการแต่งตัวและดาบที่พกไว้เขาก็พอจะเดาออกอยู่ละนะว่าเขาคนนั้นเป็นใคร ทั้งที่ตัวเองเป็นบุคคลที่น่าเกรงขามที่สุดในโลกนี้แท้ๆ แต่พึ่งรู้ว่าหมอนั้นมีนิสัยบ้าบอแบบนั้นด้วย ประวัติศาสตร์นี่ก็ใช่ว่าบันทึกได้หมดทุกอย่างล่ะนะ
ใช่ไหม คุณจอมมารโครนอส

---------------------------------------------------------------------------------------------------------------





NEKOPOST.NET