Jinx Pech ตอนที่ 24 | Nekopost.net 
NEKOPOST
การแสดงผล

Jinx Pech

Ch.24 - Sorella (น้องสาว)




โลกที่เต็มไปด้วยเปลวเพลิงแห่งการทำลายล้างและความตายที่น่าหดหู่ ภาพที่เขาได้ฆ่าคนแล้วคนเหล่าด้วยท่าทางที่สนุกสนานกับชายหนุ่มสวมหน้ากากที่ยืนนิ่งมองเขาฆ่าคนด้วยความรู้สึกที่เรียบเฉย สิ่งเหล่านั้นได้สะท้อนอยู่ในดวงตาในความฝันของเขาอย่างชัดเจนอยู่เสมอทุกครั้งที่เขานอนหลับด้วยความรู้สึกที่ชวนน่าสะอิดสะเอียนและขยะแขยงเป็นที่สุด เพราะทุกครั้งที่เขากระทำเช่นนั้นลงไปเขาก็รู้สึกเหมือนว่าเขาเป็นคนลงมือฆ่าคนพวกนั้นเองกับมือทุกครั้ง
มันช่างเป็นความรู้สึกที่ไม่ชวนอภิรมย์จนทำให้เขาไม่อยากจะหลับตานอนอีกต่อไปถ้าทำได้
แต่ตอนนี้ถ้าให้เขาตื่นขึ้นมาเขาก็ไม่เอาเหมือนกันเพราะโลกที่อยู่เบื้องหน้าของความเป็นจริงในวันนี้มันก็เหลวแหลกไม่แพ้ในฝันเหมือนกัน โดยเฉพาะตอนนี้ที่บรรยากาศของระเบียงที่ปูด้วยหินแกรนิตสีขาวบริสุทธิ์มันกำลังคุกรุ่นได้ทีเพราะประโยคแนะนำตัวบ้าดีเดือดของน้องสาวที่แสนน่ารักน่ากลัวคนนี้ของเขาจนแปรเปลี่ยนบรรยากาศของบ้านที่น่าอยู่ให้กลายเป็นนรกไปเลย
เพราะฉะนั้นเอาเป็นว่าเขาขอหลับต่ออีกหน่อยก็แล้วกันเพราะว่าสถานการณ์ในตอนนี้มันไม่ชวนให้เขามีอารมณ์ที่น่าจะลืมตาตื่นขึ้นมาเลยนี่นา
ไม่งั้นเขาอาจจะตายโดยไม่รู้ตัวก็ได้
“ที่เธอพูดมาหมายความว่าไง?”
ฟีอาที่ได้ยินประโยคนั้นจากปากของเด็กสาวผู้นี้แสดงท่าทีที่เธอไม่ค่อยแสดงออกมาให้คนอื่นได้เห็นมากนักนั้นคือท่าทีที่เกรี้ยวกราดเพราะความโมโห
“แล้วคุณคือใครล่ะคะ?” ลิอาถามสวนอย่างไม่สะทกสะท้านอะไร
“ฟีอา เบียทริซ”
เธอแนะนำตัวเองเสียงเย็นชาด้วยท่าทีที่ไม่เป็นมิตรอย่างมากจนคนรอบข้างถึงกับขนลุกกับรังสีความพยาบาทที่เธอแผ่ออกมา
ช่างเป็นท่าทีที่สมกับสมญานามแม่มดที่น่าหวาดหวั่นที่สุดในโลกจริงๆ
“อ๋อ แม่มดผู้มิอาจสัมผัสแห่งตระกูลเบียทริซนี่เอง” เธอตอบกลับอย่างไม่สะทกสะท้านแบบไม่มีท่าทีที่เกรงกลัวต่อสมญานามนั้นเลย ทั้งที่คนปกติแค่ได้ยินชื่อนี้ก็ทำให้ขาสั่นจนแทบยืนไม่ได้เพราะความหวาดกลัวแล้ว
“ท่าทางเธอจะมีดีพอสมควรเลยนะ” ฟีอาเอ่ยออกมาอย่างเริ่มจะเข้าใจในตัวหญิงสาวผู้นั้นมากยิ่งขึ้น
“ก็คิดว่าน่าจะต่อกรกับคุณไหวล่ะคะ”
“น่าสนใจดีนี่นา”
“ค่ะ ว่าแต่จะลองดูก็ได้นะคะ?”
ว่าจบลิอาก็ยกตะหลิวที่อยู่ในมือขึ้นมาไว้ที่ข้างหน้าทันทีด้วยท่าทางที่เตรียมพร้อมสู้โดยฟีอาเองก็เตรียมตั้งท่าในท่าที่ถนัดที่สุดเพื่อเตรียมรับมือเช่นกัน
ตะหลิวปะทะมือเปล่า
เป็นศึกที่น่าสนใจดีไม่ใช่น้อยเลยทีเดียว ถ้ามันไม่มาจัดที่ในบ้านเขา
แต่ว่าตอนนี้ถึงเขาอยากจะหลับยังไงเขาก็ทำใจหลับไม่ลงเสียแล้วเมื่อต้องเจอสภาพที่เหมือนจะเกิดสงครามทำลายล้างบ้านเขากันแบบนี้ ถึงแม้ว่าเขาจะตั้งใจย้ายออกแล้วเมื่อตอนก่อนหน้านี้แล้วก็ตาม แต่ว่าอันที่จริงมันก็ยังขายทำกำไรได้ ถ้ามันยังไม่พังหรือเสียหายอะไร
และสภาพแบบนี้ถ้ามันสองคนนี้สู้กันจริงสงสัยเขาคงต้องเก็บเงินนับจากศูนย์เพื่อหาบ้านใหม่เลยซึ่งเขายอมรับไม่ได้เป็นที่สุด
“พอกันได้แล้วน่าทั้งสองคน”
จิงคฝืนความรู้สึกหวาดกลัวลุกขึ้นทั้งมาห้ามทัพทันทีด้วยสีหน้าที่จริงจังสุดขีดทั้งที่ความคิดในใจไม่ได้แปรอารมณ์ไปตามหน้าตาที่แสดงออกเลย เพราะในตอนนี้เขารู้สึกกลัวจับจิตเป็นอย่างมาก
หวังว่าลิอาคงไม่อารมณ์ร้อนนะเพราะทางฟีอาคงไม่เป็นอะไรหรอก
ว่ากันตามตรงแล้วถ้าทางไดเต้คือนักฆ่าอันดับหนึ่งของโลกและตระกูลพีซแล้ว ลิอาคนนี้ก็คือบุคคลที่มีความสามารถอาชญากรทางด้านมืดทั้งหมดที่อยู่ในระดับสูงสุด ตั้งแต่ปล้น ฆ่า ต้มตุ๋น ขโมยและอื่นๆอีกมากมายที่จะสรรหามาบรรยายความชั่วเธอได้หมดภายในหน้าเดียว แต่ถ้าจะให้รายงานผลงานของลิอาที่เคยทำมาแล้วล่ะก็สงสัยคงรวมได้เป็นเล่มแน่นอน แถมไม่ได้เป็นเล่มบางๆเสียด้วยเพราะมันน่าจะหนาขนาดสารานุกรมขนาดใหญ่จำนวนสี่เล่มมาต่อกัน
เท่านี้ก็คงบอกได้แล้วนะว่าลิอาเป็นหญิงสาวที่น่ากลัวขนาดไหน อันที่จริงก็เอาชื่อของเธอไปเทียบเท่ากับแม่มดเบียทริซอย่างฟีอายังไหวเลย
เพราะผลงานการทำงานของเธอทั้งหมดล้วนเพอร์เฟ็คไร้ที่ติ
จนทำให้สมญานามของเธอที่ได้รับเป็นอะไรที่น่ากลัวเพราะว่าเธอได้ถูกขนานนามว่า
‘อาชญากรสมบูรณ์แบบแห่งบาบิลอน’
เอาเป็นว่าเขาคงไม่ต้องบอกจำนวนผู้เสียหายและคนที่เสียชีวิตด้วยน้ำมือเธอหรอกนะว่ามีกี่คน เอาเป็นว่าเทียบชั้นความโหดกันแล้วกับฟีอาที่เขารู้จักในตอนนี้ ลิอาเหนือกว่าเห็นๆแน่นอน
สมกับเป็นว่าที่ผู้นำตระกูลพีซที่เป็นตระกูลใหญ่ที่สุดในโลกมืดอย่างสุดขีด
แต่หนนี้มันเป็นเรื่องที่เกี่ยวกับเงินของเขาที่เขาหามาด้วยความยากลำบากนี่หว่า เอาเป็นว่าถ้าจะกลัวก็ต้องบอกว่ากลัวนะ แต่ถ้าต้องเสียเงินที่หามาด้วยน้ำพักน้ำแรงของตัวเองด้วยเหตุผลที่ไร้สาระแบบนี้แล้ว มันเป็นอะไรที่เขารับไม่ได้เป็นที่สุดถึงที่สุดของที่สุดเลยจนแทบจะลบความกลัวได้สิ้นเลยก็ว่าได้
พูดง่ายๆเขางกเป็นที่สุดเฟ้ย!!!
“พี่จิงคฟื้นแล้วเหรอคะ?”
ลิอาลดตะหลิวลงทันทีก่อนที่จะยกแขนทั้งสองข้างไปกอดจิงคอย่างยินดีพร้อมทั้งส่ายก้นน้อยๆราวกับลูกสุนัขตัวน้อยที่ดีใจที่เจ้าของมาเล่นด้วย ผิดกับท่าทีของฟีอาที่ตอนนี้มันครุกรุ่นด้วยความอดทนที่อยู่ในขีดสุดของจุดเดือดทางอารมณ์เพราะจู่จู่ทุกคนรู้สึกความร้อนที่แผ่มาจากตัวฟีอา
ความร้อนที่อยู่ในระดับเตาอบร้อยองศาและมีทีท่าว่าจะสูงขึ้นไปเรื่อยๆเสียด้วย
นี่คุณฟีอาเธอกำลังคิดเผาบ้านเขาเพราะความหึงเสียแล้ว ส่วนด้านหน้าก็มีสัตว์ประหลาดที่แสนจะน่ากลัวนั่งกอดเขาอยู่
ดูยังไงเขาก็กำลังรับศึกสองด้านชัดๆจนทำให้เขาอยากที่จะหนีไปให้รู้แล้วรู้รอด
แต่ว่าถ้าหนีไปเขาก็คงต้องบอกซาโยนาระบ้านหลังนี้ได้เลยซึ่งมันเป็นเรื่องที่น่าเสียดายเงินเป็นอย่างมาก ดังนั้นเขาจึงต้องรีบคิดเพื่อหาทางหยุดการกระทำนี้ของฟีอาและการกระทำบ้าๆที่ทำให้เขาต้องรู้สึกพะอืดพะอมของลิอาด้วยรอบการหมุนทางความคิดในหัวที่ด่วนจี๋เพราะเขาต้องการคำตอบในฉับพลัน
ไม่งั้นได้พินาศกันทั้งบ้านและชีวิตของเขาแน่ๆ
แต่ว่าในระหว่างนั้นเองก็พลันมีเสียงสวรรค์ดังมาจากทางหน้าบ้านหรือจะบอกว่าเสียงจากซาตานดีล่ะเพราะเสียงที่ดังขึ้นมานั้นเป็นเสียงของหญิงสาวที่เขาคุ้นหูเป็นอย่างดี มันเป็นเสียงของพี่รหัสเขาที่มีนามว่าเฮร่า
สรุปแล้วหนนี้มากันครบทีมเลยบ้านตู!!!
“น้องจิงคอยู่ใช่มั้ยจ้ะ?”
แต่ก็ยังดีที่เสียงเรียกนี้มันไม่ใช่เสียงที่เติมเชื้อไฟให้เผาผลาญเร็วขึ้น เพราะทันทีที่เสียงเรียกนี้ดังขึ้นไฟสีขาวที่กำลังลุกโหมกระหน่ำอยู่ในตอนนี้ก็เหมือนว่าจะถูกลดระดับลงไปอยู่ในระดับไฟสีแดงที่มีอุณหภูมิต่ำกว่าอย่างไร้เหตุผล แต่ถึงยังไงเขาก็ไม่พลาดโอกาสหนนี้แน่นอน
ดังนั้นเขาจึงรีบฝืนใจและอารมณ์ไปยกร่างของสัตว์ประหลาดรูปลักษณ์หญิงสาวที่น่ารักในสายตาของตนไปนั่งกับพื้นก่อนที่จะรีบวิ่งไปเปิดประตูบ้านทันที
แต่แล้วเขาก็ต้องตกตะลึงอีกครั้งเมื่อพบว่าเฮร่าไม่ได้มาแค่คนเดียวเพราะเธอได้ลากหญิงสาวผมเปียที่เขาเคยคิดจะหม้อจริงจังก่อนหน้านี้ติดมือมาด้วยราวกับจะมายกให้เป็นของขวัญก็ไม่ปาน แต่ถ้าดูจากสีหน้าของเฮร่าแล้วอาจจะไม่ใช่อย่างนั้นก็ได้ เพราะตอนนี้เธอกำลังจ้องมองเขาแบบเชิงถามอยู่
ว่าคนที่เธอพามาคนนี้คือใคร?
ว่าแต่ถ้าไม่รู้จักแล้วพามาทำไมล่ะครับคุณรุ่นพี่รหัสที่น่ารักของผม ให้ตายเถอะ รู้สึกว่าการกลับบ้านหนนี้ของเขามีแต่เรื่องที่ไม่น่ามีความสุขทั้งนั้นเลย
“เอ่อ... คือว่าจะสะดวกหรือเปล่าคะ ถ้าฉันจะมาขออยู่อาศัยที่นี่สักพักคะคือพ่อแม่ของดิฉันเขายังมาไม่ถึงและฉันก็ออกจากตัวสถาบันมาแล้วด้วยจะกลับไปก็กระไรอยู่แถมเงินฉันยังหมดแล้ว....” อีคิดน่าพูดด้วยน้ำเสียงที่เกรงใจจิงคอย่างสุดขีด
แต่ท่าทีที่มาของร้องมันก็น่าสงสารอยู่หรอกนะ ถ้าเขากล้าบอกว่าไม่เขาก็คงมีใจเป็นนานาเอลไปแล้ว
โป๊ก!!
สิ้นเสียงในความคิดรองเท้าแตะก็บินมาจากไหนไม่รู้เข้าที่กลางกบาลเขาอย่างแม่นยำราวกับสวรรค์ลงทัณฑ์ก็ไม่ปาน
ให้ตายเถอะ ยัยนางมารบ้านี่!!
เขาหันไปมองใบหน้าของสาวผมบลอนด์ด้วยสีหน้าแค้นเคืองซึ่งเธอก็ทำหน้าไม่รู้ชี้แบบกวนส้นตอบก่อนที่เขาจะหนไปหาอีคิดน่าอีกครั้ง
“อ่า... ก็ยินดีนะครับ แต่ถ้าบ้านผมยังอยู่นะครับ” เขาฉีกยิ้มแห้งๆรับปิดท้าย
ก่อนที่เสียงฝีเท้าของเหล่าผู้ทำลายล้างบ้านผู้มีชื่อเรียกคล้ายๆกันทั้งสองจะเดินมาถึงประตูหน้าบ้านเพื่อดูว่าใครกันที่มาเยี่ยมเยียนจิงคในตอนนี้
นี่สินะ ที่เขาเรียกว่ารถไฟชนกันเพราะเขาสับรางไม่ทัน แหม... ชีวิตหนุ่มเนื้อหอมก็แบบนี้แหละนะ แต่ว่ามันน่าจะดีกว่านี้หน่อยนะถ้าเขาเนื้อหอมเฉพาะผู้หญิงแบบอีคิดน่า ไม่ใช่แบบที่ยืนอยู่ข้างตัวและหน้าบ้านเขาในตอนนี้
เพราะแต่ละคนทำเอาเขาต้องกุมขมับอย่างปวดหัวทั้งเรื่องฐานะและความเก่งกาจจนทำให้เขาคุมอะไรไม่ได้สักอย่าง
เพราะเท่าที่ดูถ้าเขากล้ามีปากเสียงกับพวกเธอแล้วคงจะรอดได้ยากแน่ๆ
หนึ่งอาชญากรชั้นเลิศ
หนึ่งแม่มดผู้น่าหวาดหวั่น
หนึ่งเจ้าหญิงผู้มากด้วยอำนาจ
แถมหนึ่งในนั้นยังเป็นน้องสาวของเขาด้วย เอาเป็นว่าถ้าเขาไปลงเอยกับใครสักคนที่ว่าเขาก็คงเป็นคนที่หาเรื่องไปรนหาที่ตายแน่นอนแบบไม่ต้องคิดละนะ
แต่ว่านั้นในกรณีที่เขาหาเรื่องผิดใจกับพวกเธอละนะ
“นี่พี่จิงคผู้หญิงผมเปียคนนี้เป็นใครงั้นเหรอคะ?”
เสียงสั้นๆห้วนๆที่บ่งบอกอารมณ์ที่ไม่พอใจของลิอาเอ่ยออกมาอย่างได้อารมณ์ของอาชญากร ไม่สิ น่าจะอยู่ในอารมณ์เมียตอนจับผัวไปมีชู้เสียมากกว่า ได้หลุดออกมาจากปากของคนที่ถูกเรียกว่าน้องสาวของเขามาอย่างแผ่วเบาแต่ได้อารมณ์น่าขนลุกซู่
อันที่จริงนี่ก็เป็นหนึ่งในสาเหตุที่เขาหาแฟนไม่ได้ในระหว่างที่เขายังเป็นเด็กเลวอยู่ในบ้านตระกูลพีซ
ก็ลองมีน้องสาวกันหน้าอยู่อย่างนี้สักคนก็เหมือนมีปราการด่านเหล็กขนาดใหญ่ที่แข็งแกร่งยิ่งกว่ากำแพงไหนไหนมาขวางกั้นชีวิตฮาเรมของเขาแล้ว ตอนนั้นมันช่างเป็นเป็นเวลาที่เครียดเป็นบ้าและเหมือนนรกเลยก็ว่าได้ ที่สำคัญรู้สึกว่าตอนนี้นรกนั้นกำลังจะกลับมาหาเขาอีกครั้งแล้วด้วย
แต่ว่าก่อนอื่นตอนนี้เขาคงต้องหาวิธีหาเงินมาซ่อมบ้านที่กำลังจะพังในไม่ช้านี้ก่อนสินะ

◊◊◊◊◊◊◊◊◊

อันที่จริงถ้าบอกว่าพินาศมันยังน้อยไปเสียด้วยซ้ำถ้าต้องเทียบกับสภาพบ้านที่ไร้ประตูมาขวางกั้นภายในบ้านกับโลกภายนอกแบบนี้ เพราะคุณน้องสาวของเขาที่มีนามว่าลิอาได้คำตอบจากคำถามถึงอีคิดน่าที่ไม่น่าพอใจจากปากของเขาจนเล่นเอาเธออาละวาดซะเต็มที่ แต่ก็ยังดีกว่าตอนต้นที่ฟีอาคิดจะเผาบ้านเขาด้วยเวทเพลิง ไม่งั้น มีหวังได้วอดวายกว่านี้แน่นอน
ให้ตายเถอะ ผู้หญิงที่อยู่รอบตัวเขาแต่ละคนไม่ค่อยสมประกอบทางความคิดทั้งนั้นเลยสินะ
แต่ว่าอย่างน้อยก็ยังดีละนะ ที่ไดอาน่าเกิดใจดียอมร่ายเวทซ่อมแซมบริเวณสิ่งก่อสร้างหน้าบ้านให้กลับกลายเป็นเหมือนเดิมเพราะฉะนั้นเขาจึงยังไม่ต้องเสียเงินไปมากกว่านี้
บางทีอาจเป็นเพราะเธอกลัวว่าจะต้องนอนตากลมหนาวมากกว่าล่ะมั้งถึงยอมช่วยแบบนี้ เพราะเท่าที่ดูไดอาน่าถึงเธอจะดูไร้เดียงสา แต่ถ้าสนิทกับเธอแล้วก็จะรู้ว่าเธอคนนี้มีนิสัยที่น่ากลัวอยู่อย่างหนึ่ง
ถ้าไม่ใช่เรื่องของตัวเองหรือเรื่องที่น่าสนุกเธอจะเอาแต่ดูอยู่เฉยๆไม่ยอมมาช่วยเลย
“วัลแคนกับเซฟเฟอรัสอยู่ชั้นสอง ส่วนเหล่าสาวๆที่เหลือให้ไปเลือกห้องที่อยู่ชั้นสามและสี่เอง ส่วนชั้นห้าห้ามยุ่งเพราะนั้นเป็นรังนอนของฉัน โอเค”
หลังจากที่เรื่องทุกอย่างเริ่มลงตัวเพราะลิอาและฟีอาเริ่มสงบศึก เฮร่ายอมรับเหตุผลเรื่องอีคิดน่าอย่างว่าง่าย ทางด้านอีคิดน่าก็ยิ่งนิ่งสงบเสงี่ยมเงียบกว่าเพราะได้เห็นพาลานุภาพของน้องสาวตัวดีของเขา ส่วนไซคี ซีรัส ไดอาน่า นานาเอลที่ยืนมองเหตุการณ์มาตลอดก็เริ่มเบื่อกับเรื่องบ้าๆนี้แล้ว
ดังนั้นจิงคจึงรีบจัดการห้องนอนให้แต่ละคนทันทีเพื่อที่เขาจะได้หนีจากบรรยากาศในตอนนี้เพื่อขึ้นไปอยู่ในอาณาเขตส่วนตัวที่แสนสุขที่เขาไม่ได้สัมผัสมาแสนนาน
นั้นคือชั้นห้าของบ้านหลังนี้หรือก็คือห้องนอนของเขานั้นเอง
สรวงสวรรค์แหล่งสุดท้ายที่เป็นดั่งโอเอซิสคอยให้เขาพักใจทุกครั้งยามที่มีเรื่องทุกข์หรือไม่สบายใจ
ด้วยระบบการป้องกันภัยจากผู้บุกรุกอย่างสมบูรณ์ด้วยกับดักระวังภัยจากบุคคลภายนอกที่หมายจะเข้าไปข้างในโดยไม่ได้รับอนุญาตที่กลั่นกรองมาจากสมองอันชาญฉลาดของเขาจึงทำให้เขาวางใจได้อย่างเต็มที่ว่ามันจะเป็นสถานที่เดียวที่ต่อให้เขาโดนไล่ต้อนยังไงถ้าเขาเข้ามาถึงในห้องนอนของเขาห้องนี้แล้ว ไม่มีทางที่เขาจะเป็นรองใครและมั่นใจได้ว่าเขาจะอยู่อย่างมีความสุขได้อย่างสบายใจ
แต่อันที่จริงก็น่าจะเป็นอย่างนั้นอยู่หรอกนะ ถ้าในกลุ่มหญิงสาวตอนนี้ไม่มีลิอาเข้ามาร่วมด้วย อย่างที่รู้กันว่าลิอานั้นเป็นอาชญากรชั้นเลิศที่ถูกกล่าวขานกันว่าน้อยคนนักจะเป็นได้ดั่งเธอ
อันที่จริงก็ไม่น่าจะมีมากอยู่หรอกนะ เพราะถ้ามีมากๆมีหวังบ้านเมืองนี้คงไม่ต้องมีกฎระเบียบแล้วล่ะ เนื่องจากคุณเธอถือว่าเป็นอาชญากรน้อยคนนักที่ถึงขนาดยกกองทัพมาเป็นพันๆเพื่อล้อมจับเธอแล้ว ยังไม่สัมฤทธิ์ผลให้สำเร็จได้ แถมกองทัพบ้านั้นยังถูกทำลายย่อยยับไปด้วย
เพราะฉะนั้นจึงไม่น่าประหลาดใจเลยว่าทำไมค่าหัวของเธอถึงมีมูลค่าสูงกว่าเขาถึงหลายร้อยเท่า
แต่ถึงอย่างนั้นก็ไม่มีใครคิดจะจับเธออยู่ดี ไม่ใช่เพราะไม่คิดจะจับหรอกนะแต่จับไม่ได้ต่างหาก เอาเป็นว่าถ้ามีใครสามารถสยบหญิงสาวผู้นี้และสามารถจัดการเธอหรือจับเธอเข้าคุกได้คนผู้นั้นสงสัยคงต้องมีฝีมืออยู่ระดับต่ำกว่าพวกเทวทูตที่ว่าเก่งๆในโลกนี้เล็กน้อยอย่างแน่นอน
แต่จะว่าไปฟีอากับนานาเอลก็อยู่ระดับเดียวกับคนพวกนั้นนี่หว่า?
เพราะฉะนั้นสโลแกนที่ว่าไม่มีงานไหนที่เธอรับแล้วทำไม่สำเร็จจึงเป็นสโลแกนส่วนตัวของเธอไปโดยปริยาย สาธยายแค่นี้ก็คงพอจะนึกอิมเมจของน้องสาวที่เก่งเหนือมนุษย์ของเขาคนนี้ได้ชัดเจนแล้วนะ
ว่าคุณเธอนั้น สุดเทพขนาดไหน!!!
เพราะฉะนั้นคงไม่ต้องคิดถึงเรื่องประตูห้องเลยว่าระบบการป้องกันที่เขาคิดว่าสุดยอดนั้นจะป้องกันเธอได้ยังไง ท้ายที่สุดยังไงซะเธอคนนั้นก็น่าจะบุกเข้ามาได้อยู่ดีแบบที่ระบบก็ทำอะไรเธอไม่ได้ด้วย
แต่ถึงกระนั้นเขาก็ยังอยากลองดูสักตั้ง
ว่าความคิดในการออกแบบระบบนี้ของเขากับฝีมือที่สวรรค์ประทานให้ของลิอาใครจะแน่กว่ากัน
หลังจากที่ทุกคนพยักหน้าอย่างเข้าใจและรับทราบคำพูด เขาก็รีบวิ่งขึ้นไปที่ชั้นห้าเพื่อเข้าไปในห้องนอนของเขาทันทีแบบไม่สนใจอะไรทั้งสิ้น ก่อนที่เขาจะจัดการเปิดระบบรักษาความปลอดภัยในห้องนี้ให้พร้อมเพื่อเตรียมรับมือจากข้าศึกที่น่าจะบุกเข้ามาในค่ำคืนนี้ซึ่งมีเด่นชัดแน่นอนอย่างน้อยก็คนหนึ่งล่ะ
หนนี้ฉันไม่ยอมแพ้แน่นอน

◊◊◊◊◊◊◊◊◊

เสียงคลื่นซ่าๆที่เหมือนกับมีอะไรบางอย่างมารบกวนสัญญาณการรับรู้ของเขาได้ดังขึ้นมาเบาๆ ในขณะที่ร่างของเขาได้ลอยเคว้งอยู่กลางอากาศไปเรื่อยๆราวกับว่าเขาได้หลงมาอยู่ในโลกที่ไร้แรงโน้มถ่วงก็ไม่ปาน
แต่ถ้าเป็นแบบนั้นจริง มันก็น่าจะเป็นสถานที่ดูโล่งกว่านี้หน่อยสิ ไม่ใช่เป็นสถานที่ดูเหมือนกับห้องโถงในปราสาทโบราณที่ประดับประดาไปด้วยเครื่องเรือนราคาแพงจนน่าหยิบฉวยแบบนี้ และที่สำคัญถ้าที่นี่มันไร้แรงโน้มถ่วงจริงๆแล้วทำไมข้าวของในห้องแห่งนี้ถึงตั้งนิ่งอยู่ไม่ลอยไปไหนล่ะ
มันน่าสงสัยนะ
แต่ทว่าในระหว่างที่เขาคิดแบบนั้นได้ไม่นานนักเสียงคลื่นรบกวนนั้นก็ค่อยๆเบาลงจนกระทั่งในที่สุดก็เหลือเพียงความเงียบสงบที่น่าอึดอัดในห้องที่แสนจะน่าโหยหาในความคิดของเขาแห่งนี้ราวกับว่ามันเป็นที่ที่เขาเคยอยู่มาก่อนเมื่อนานมาแล้ว
“นี่มันอะไรกัน” เขาร้องออกมาอย่างสงสัย
ในระหว่างนั้นเองเขาก็รู้สึกถึงเสียงของฝีเท้าใครบางคนเดินเข้ามาหาเขาจากทางด้านหลังดังนั้นเขาจึงหมุนร่างที่ลอยคว้างอยู่ในอากาศให้หันไปมองบุคคลที่ก่อให้เกิดเสียงฝีเท้านั้นทันที
“สวัสดี ในที่สุดก็ติดต่อกันได้ซักทีสินะ แต่ถึงจะพูดอย่างนั้นก็ดูเหมือนว่าเราจะติดต่อมาได้หลายรอบแล้วแต่ในทางอื่นล่ะนะ”
เสียงใสๆแต่ออกอาการเหนื่อยอ่อนที่แฝงไปด้วยอารมณ์ที่โหยหาและคิดถึงของหญิงสาวภายในชุดราตรีเกาะอกวันพีชเปิดขาอ่อนด้านหน้าแต่กระโปรงหลังยาวลากพื้นสีดำสนิทที่ปกปิดใบหน้าไว้ใต้หน้ากากที่ดูคุ้นตาเพราะเขาเคยเห็นมันมาก่อนในถ้ำบ้าบอที่เต็มไปด้วยสัตว์ประหลาดตัวยักษ์ที่เขาได้หลงไปในตอนเรียกวิชาลาบี้รินซ์ได้เอ่ยขึ้นมา ก่อนที่ร่างของเธอคนนั้นจะโผเข้ามากอดเขาที่ลอยอยู่ในแนวดิ่งด้วยท่าทีที่คิดถึงราวกับเขาเป็นบุคคลที่เธอเคยรู้จักแต่ต้องพลัดพรากจากกันไปแสนไกลจนไม่ได้เจอกันมาแสนนาน
“หา... นี่มันอะไรกันเหรอครับ?” จิงคเอ่ยออกมาอย่างอดข่มอารมณ์ความสงสัยเอาไว้ไม่ไหวกับสิ่งที่เกิดขึ้นในตอนนี้ที่มีหญิงสาวรูปร่างราวกับระเบิดไดนาไมต์ที่เขาไม่รู้จักมากอดแบบนี้
แต่กระนั้นอารมณ์ของเขามันกลับโหยหาถึงตัวหญิงสาวผู้นี้เป็นอย่างมากจนมือของเขาแทบจะเอื้อมไปกอดเธอทันทีราวกับเป็นปฎิกิริยาตอบสนองอัตโนมัติ
เขารู้สึกว่าเขาเคยรู้จักหญิงสาวผู้นี้แต่เขากลับจำไม่ได้ว่าเธอเป็นใคร
“จำไม่ได้สินะ” เธอเอ่ยออกมาอย่างพอจะรู้ตัวกับสภาพของจิงคในตอนนี้
“ต้องขอโทษด้วย”
เขาไม่รู้ว่าสมควรที่จะพูดอะไรนอกจากจะเอ่ยคำนี้ออกมาเท่านั้น เพราะมันน่าจะเป็นคำพูดที่ทำให้หญิงสาวคนนี้เจ็บปวดน้อยที่สุดมากกว่าที่จะโวยวายออกมาอย่างไม่ถนอมน้ำใจเธอ เนื่องจากเขารู้สึกว่าเธอน่าจะเป็นคนที่เคยสำคัญสำหรับเขาอยู่มากมาก่อน
“งั้นเหรอ แต่อันที่จริงนายก็คงได้ฝันเห็นสิ่งต่างๆมากมายไปแล้วสินะ”
“ก็ถ้าเรื่องการฆาตกรรมหมู่นั้น ฉันคงฝันเห็นจนเกินพอเลยล่ะ” จิงคเอ่ยตอบแบบไม่สบอารมณ์
“ฆาตกรรมหมู่งั้นเหรอ นี่นายกำลังเข้าใจอะไรผิดหรือเปล่าตอนนั้นพวกเราไม่ได้ทำเพราะคิดอยากจะทำแบบนั้นหรอกนะ ทุกอย่างที่นายเห็น ทุกอย่างที่เกิดขึ้นมันคือสงครามต่างหาก สงครามก่อนที่เราจะเข้าต่อสู้กับศัตรูที่แท้จริงของพวกเรา”
“สงครามงั้นเหรอ?”
“ใช่ สงครามนั้นแหละ สงครามที่มีเป้าหมายเพียงหนึ่งคือเพื่อทำลายล้างโลกยังไงล่ะ”
“ทำลายล้างโลกงั้นเหรอ?” เขาเอ่ยถามขึ้นมาอย่างสงสัย
“ใช่แล้ว อีกไม่นานนายก็จะเข้าใจเองแหละว่าทำไมพวกเราถึงต้องการจะทำแบบนั้น เพราะอันที่จริงนายก็เป็นส่วนสำคัญของเรื่องนี้ เพราะฉะนั้นได้โปรดช่วยตื่นจากพันธนาการของความฝันที่ชวนทำให้ฉันทรมานเสียทีเถอะ ขอร้อง ได้โปรดเถอะนะ ที่รักของฉัน...”
ว่าจบน้ำเสียงของเธอคนนั้นก็ขาดหายไปก่อนที่ภาพรอบตัวของเขาจะดับมืดลงในฉับพลัน

◊◊◊◊◊◊◊◊◊

นัยน์ตาสีน้ำตาลของเขาได้เปิดออกเพิ่มลืมตารับแสงสว่างในยามเช้าอย่างช้าๆก่อนที่ม่านตามันจะเริ่มปรับระดับแสงสว่างที่จะเข้าสู่นัยน์ตาของเขาเพื่อให้อยู่ในระดับพอดีที่เขาจะเห็นภาพต่างๆได้ชัดเจน
ใช่ ภาพต่างๆที่เต็มไปด้วยเนื้อ นม ไข่แบบเน้นๆ!!
เอาเป็นว่าคุณผู้ชายทั้งหลายเคยอ่านนิตยสารปกขาวจากดินแดนอาทิตย์อุทัยบ้างไหม ถ้าเคยก็ขอให้คุณจินตนาการถึงผ้ากันเปื้อนกับนางแบบสาวแสนสวยในสภาพที่เรียกว่า อืม... จะว่ายังไงดีล่ะ น่าหวาดเสียวละมั้ง เพราะนอกจากผ้ากันเปื้อนสีขาวนั้นแล้วคุณเธอไม่ได้สวมใส่อย่างอื่นทับเลย
โดยที่สาธยายไปนั้นแหละคือสภาพของสองหญิงสาวที่ชื่อคล้ายกันว่า ลิอากับฟีอา ที่บัดนี้คุณเธอทั้งสองได้ยืนสวมชุดที่ว่าแต่ลดระดับดีกรีเรทลงหน่อยตรงที่พวกคุณเธอทั้งสองคนยังสวมชุดชั้นในทับไว้ด้านในให้พออุ่นใจ แต่กระนั้นมันก็ยังคงก่อให้อารมณ์ที่ไม่แตกต่างจากที่ว่ามาอยู่หรอกล่ะนะ
ยิ่งสำหรับผู้ชายวัยกำลังโตอย่างเขาแล้วด้วย มันยิ่งคึกคักเข้าไปใหญ่เลย
โดยพวกเธอทั้งสองกำลังยืนเถียงกันอยู่ข้างเตียงอย่างไม่สบอารมณ์และต่อรองไม่ได้ว่าใครจะได้เป็นคนมาปลุกเขาที่นอนอยู่บนเตียงขนาดคิงไซส์ที่ตั้งติดหน้าต่างที่ทำมาจากกระจกบานยักษ์ ภายในห้องขนาดใหญ่ที่เต็มไปด้วยเครื่องเรือน เครื่องประดับ ภาพวาด และงานศิลปะมากมายที่ถูกขนมาจากทั่วสารทิศเพราะคำลวงหลอกของเขา
แต่ตอนนี้สำหรับเขาไม่ว่าใครมาปลุกมันก็ไม่ต่างกันหรอกนะ เพราะแต่ละคนก็มีสภาพที่ชวนอีโรติคไม่ต่างกันเลย
ว่าแต่ทำไมพวกเธอถึงแต่งชุดน่าหม่ำ เฮ้ย! น่าหวาดเสียวแบบนี้มากันนะ
เพราะสำหรับลิอาเขาคงพอเข้าใจกับสภาพนี้อยู่ เนื่องจากสมัยก่อนเธอเคยรุกเขาด้วยสภาพที่หนักกว่านี้ก็ยังมีมาแล้ว แต่ว่าฟีอานี่เธอกำลังคิดอะไรอยู่กันแน่ถึงมาแต่งชุดชวนล่อตะเข้แบบลืมสมญานามที่น่าเกรงขามของตนไปเลย ว่ามันน่าหวาดกลัวขนาดไหน หรือว่าบางทีเธอกำลังเธอกำลังวางแผนจะฆาตกรรมเขาอยู่
เพราะ ‘แม่มดผู้มิอาจสัมผัส’ กับชุดล่อตะเข้แบบนี้มันเป็นอะไรที่ล่อแหลมเอามากๆ
เอาเป็นว่าเธอใช้มันเป็นชุดออกศึกที่เอาไว้ฆ่าคนจริงๆได้เลย เพราะเท่าที่ดูมันเป็นชุดที่สามารถทำเอาคนตายได้ง่ายๆด้วยสามารถพิเศษของเธอเองหรือไม่ก็เสียเลือดจนหมดตัวตายเองก็ยังได้ โดยตอนนี้เขากำลังจะมีสาเหตุการตายอย่างหลังอยู่
โอ๊ย พอได้เห็นแบบนี้แล้วเลือดกำเดาจะกระฉูดออกมาให้ได้
ช่างเป็นบุญตาของตัวเขาจริงๆแต่ก็เป็นดวงซวยในชีวิตของเขาด้วยเช่นกัน
“คนงัดห้องคือฉันนะเพราะฉะนั้นฉันต้องเป็นคนที่จะได้ปลุกพี่จิงคสิ” ลิอาเอ่ยออกมาเพื่อเรียกร้องในสิ่งที่ตัวเองกระทำก่อนหน้าพร้อมทั้งตอกย้ำจิงคด้วยว่าระบบรักษาความปลอดภัยที่เขาได้บรรจงคิดออกแบบติดตั้งให้ห้องนี้ด้วยความอุตสาหะ มันก็ยังไม่สามารถที่จะขวางกั้นขวางหญิงสาวผู้มีสมญานามว่า ‘อาชญากรสมบูรณ์แบบ’ ผู้นี้ได้อยู่ดี
ช่างน่าอนาถใจยิ่งนักที่ความรู้ของเขาเป็นฝ่ายพ่ายแพ้ความสามารถที่เหนือมนุษย์ของน้องสาวคนนี้
“ไม่เกี่ยวกันนี่นา เพราะคนที่คิดเรื่องชุดคือฉันเพราะฉะนั้นคนที่จะได้ปลุกจิงคต้องเป็นฉันสิ” ฟีอาเอ่ยเถียงแบบไม่ยอมแพ้ แต่ทว่าคำพูดของฟีอาที่เอ่ยออกมามันทำให้จิงคต้องหูผึ่งเป็นอย่างมาก
สรุปแล้วไอ้ชุดบ้าที่เธอสวมใส่เนี้ยเป็นแนวคิดของเธอเองเลยงั้นเหรอ
แม่เจ้า แจ่มโคตรๆ ไม่ใช่สิ นี่รึ ‘แม่มดผู้มิอาจสัมผัส’
มันชักจะไปกันใหญ่แล้วเฟ้ย!!!
ให้ตายเถอะ นี่หล่อนอยากให้นิยายเรื่องนี้มันโดนแบนมากนักหรือไงฟะหรือไม่ก็หาวิธีตัดจบโดยฆ่าตัวเอกให้ไปสบายด้วยวิธีที่เหนือเมฆแบบนี้
แต่ไม่ว่าจะคิดทางไหนมันก็น่าเครียดทั้งนั้น
“นี่เธอเป็น ‘แม่มดผู้มิอาจสัมผัส’ นะ เธอแตะตัวพี่จิงคได้ที่ไหนล่ะ” ลิอาเถียงแบบให้เหตุผลจนทำให้จิงคเห็นด้วยกับคำพูดนี้ของแม่น้องสาวสุดน่ากลัวคนนี้เป็นครั้งแรก
“ได้สิ ใครว่าไม่ได้เดี๋ยวฉันจะแสดงให้ดูเอง” ฟีอาเถียงคอเป็นเอ็นจนทำเอาจิงคเริ่มเสียววาบขึ้นมาทันที
นี่เธอจะจับเขาจริงๆหรือเปล่าฟะเนี้ย?
แต่งตัวแบบนั้นแล้วมาจับเขาเนี้ยนะ?
แล้วเธอคิดจะจับอะไรกันแน่?
เหอๆๆ รู้สึกความคิดของเขามันจะต่ำลงเรื่อยๆแฮะ แต่มันก็ไม่ใช่ความผิดเขานะเฟ้ย
“ไม่มีทาง ถ้าพี่จิงคตายไปเพราะเธอจะว่าไง”
ลิอาเดินเขามาขวางพร้อมทั้งหันด้านหลังมาให้เขามองจนเขาต้องรีบหันหน้าไปมองทางอื่นทันทีแบบกลัวของขึ้นก่อนที่จะคิดในใจพร้อมทั้งข่มอารมณ์ไว้ว่า ‘สัตว์ประหลาดกับคนมันไปกันไม่ได้หรอกเฟ้ย’
และที่สำคัญให้คุณเธอคนนั้นก็เป็นน้องสาวเขาด้วยเพราะฉะนั้นสงบทีเถอะนะจ๊ะน้องหนู
“ไม่หรอกจิงคเขาไม่มีทางตายเพียงเพราะฉันสัมผัสหรอก” ฟีอาเอ่ยออกมาด้วยความมั่นใจแบบไม่รู้ว่าเธอพกความมั่นใจบ้านั้นมาจากไหน
“มั่นใจจังเลยนะ”
“ก็เพราะเขาเป็น ‘บุคคลฟ้าลิขิต’ สำหรับฉันนี่นา”
อู้ฮู้!!! เขาได้ยินแค่นี้สั้นๆก็รู้แล้ววว่าเขาสมควรต้องหนีได้แล้วถ้ายังอยากจะมีชีวิตต่อ ‘บุคคลฟ้าลิขิต’อะไรกันเธอจำไม่ได้หรือไงว่าเขาเกือบตายเพราะการสัมผัสของเธอไปหนหนึ่งแล้วนะเฟ้ย แต่อันที่จริงเขาก็รู้สึกประทับใจกับคำพูดนั้นของเธอไม่ใช่น้อยนะ แต่เขาคงจะรับมันไม่ไหวหรอกนะตอนนี้
เพราะเขายังไม่อยากตาย!!!!
ให้ตายเถอะ สรุปแล้วฟีอาเป็นมิตรหรือศัตรูกับเขากันแน่หว่า?
แต่ตอนนี้เขาไม่มีเวลาให้คิดแบบนั้นแล้ว เพราะดูเหมือนว่าทางฟีอาจะพุ่งฝ่าแนวปราการของน้องสาวสุดน่ากลัวมาได้แล้ว เพื่อมาฆาตกรรมเขาด้วยความรักที่เธอมีทั้งหมด (อันที่จริงก็แค่ยกมือมาจับตัวเขาเฉยๆ)
นี่สินะ ที่เขาบอกว่าความรักทำให้คนตาบอดและทำให้คนรับรักอีกคนกำลังจะตาย!!!!!
ฉับพลันเขาก็รีบลุกจากเตียงเพื่อหลบการสัมผัสของฟีอาได้อย่างฉิวเฉียดก่อนที่เขาจะตัดใจจากสันดานของลูกผู้ชายที่มีแล้ววิ่งหนีไปที่ทางลับที่เขาสร้างขึ้นไว้เพื่อหนีจากตำรวจ แต่บัดนี้เขากลับต้องใช้มันหนีหญิงสาวหุ่นสะบึมที่เข้าสเปคเขาทุกอย่างในชุดวาบหวิวที่น่าหลงใหล
มันช่างเป็นอะไรที่น่าสมเพศเสียจริงๆเลย
แต่ว่าท้ายที่สุดชีวิตเขาก็ต้องสำคัญกว่าความรู้สึกที่น่าสมเพศล่ะนะ
ว่าจบเขาก็วิ่งเข้าประตูกกลในกำแพงเพื่อไถลลงไปชั้นหนึ่งของบ้านแบบไม่สนใจฟีอาที่ไล่ตามเขามาและลิอาที่ยืนนิ่งอย่างตกตะลึงกับการกระทำหนนี้ของเขา
ตั้งแต่เมื่อวานนี้มันก็มีแต่เรื่องทั้งนั้นสินะ ทั้งเรื่องที่มีหญิงสาวสวมหน้ากากในความฝันมาเรียกเขาว่าที่รักและบอกว่าเขาเป็นความหวังบ้าบออะไรของเธอ เท่านั้นยังไม่พอยังมีเรื่องที่ฟีอาที่จู่จู่ก็เกิดคึกอยากจะฆ่าเขาเพราะความรักบังตานี่อีก
สรุปแล้วปิดเทอมย่อยหนนี้มันเป็นวันพักผ่อนของเขาจริงๆหรือเปล่าเนี้ย?
ว่าแต่ชุดผ้ากันเปื้อนเนี้ยยอดเยี่ยมดีจริงๆแฮะ ไว้คราวหน้าถ้าหาแฟนได้จะให้เธอลองสวมดูสักครั้งก็ไม่เลวล่ะนะ
เหอๆๆ ลามกเป็นบ้าเลยตู

---------------------------------------------------------------------------------------------------------------







NEKOPOST.NET