Jinx Pech ตอนที่ 22 | Nekopost.net 
NEKOPOST
การแสดงผล

Jinx Pech

Ch.22 - Sogno (ความฝัน)





แสงสว่างสีขาวได้สว่างจ้าขึ้นมาก่อนที่แสงสีดำที่ปกคลุมทิวทัศน์เบื้องหน้าจะจางหายไปในขณะที่เปลือกตาของจิงคนั้นจะค่อยๆเปิดออกให้เห็นภาพที่ปรากฎอยู่เบื้องหน้าในตอนนี้ ภาพทิวทัศน์ของหมู่บ้านแห่งหนึ่งที่ถูกลามเลียไปด้วยแสงสว่างสีส้มอ่อนที่เกิดจากเปลวไฟที่แผดเผาไปทั่วบริเวณกับร่างของผู้คนที่ล้มตายกันเกลื่อนจนดูแล้วน่าสะอิดสะเอียนชวนอ้วกเป็นอย่างมากในสายตาของเขา
นี่เขาฝันอีกแล้วงั้นเหรอ?
จากนั้นสายตาของเขาก็หันไปทางด้านข้างที่บัดนี้เขารู้สึกได้ว่าตรงนั้นมีใครบางคนกำลังนั่งอยู่ เพราะตอนนี้ศีรษะของเขากำลังพิงเข้ากับไหล่ของใครคนนั้นอยู่ด้วยท่าทางที่สบายตัว ทั้งที่บรรยากาศรอบตัวไม่ได้เป็นใจให้พวกเขาทำแบบนั้นได้เลยแท้ๆ
แต่ทว่าไม่นานนักเขาก็ได้ยินเสียงของเจ้าของร่างที่เขาพิงอยู่ในตอนนี้เอ่ยขึ้นมา
“จะพิงอยู่ตรงนี้อีกนานเท่าไรงั้นเหรอ?”
“อีกสักพักใหญ่เลยแหละ” เสียงใสๆที่ไม่ใช่เสียงของเขาเอ่ยตอบกลับแบบไม่คิดอะไรมาก
“เธอเนี้ยนะ...” เจ้าของเสียงนั้นถอดถอนใจออกมาอย่างเซ็งๆ
แต่กระนั้นเขาก็ไม่ได้มีท่าทีที่ขัดขืนต่อการกระทำของร่างที่จิงครู้ตัวว่าเขาใช้อยู่แต่ไม่สามารถควบคุมได้ร่างนี้แม้แต่น้อยและที่สำคัญเขาก็ไม่รู้สึกว่าร่างนี้มันจะเป็นร่างของเขาเลย แต่ทว่าเขาก็กลับคุ้นเคยมันอย่างน่าประหลาด
ดูแล้วเป็นเรื่องอะไรที่น่าขัดแย้งและชวนสับสนเป็นอย่างมาก
“ตัวฉันทำไมงั้นเหรอ?”
“เปล่าหรอก”
“ว่าแต่แบบนี้มันดีแล้วงั้นเหรอ?”
“ก็ต้องดีนะสิ”
“นั้นสินะ มันคงต้องดีสินะ ว่าแต่ฉันง่วงแล้วสิ” ร่างของเขาอ้าปากหาวออกมาน้อยๆอย่างรักษาความเป็นกุลสตรี
“งั้นก็หลับสิ” ชายหนุ่มที่นั่งอยู่ข้างๆเอ่ยออกมาเสียงเรียบ
“อือ” ร่างของเขานั้นพยักหน้ารับอย่างช้าๆ
ก่อนที่เปลือกตาบางๆของเขาจะค่อยๆปิดลงโดยมือข้างที่อยู่คนละด้านกับข้างที่เขาพิงบุคคลผู้นั้นอยู่จะเอื้อมไปลูบสัมผัสสิ่งของที่ดูเหมือนว่ามันจะเป็นดาบเล่มยาวที่ถูกพาดอยู่ที่ข้างขาของคนผู้นั้น
“ฉันดีใจที่สุดที่ได้พบนายนะ”
“ฉันก็ดีใจที่สุดที่ได้พบเธอเช่นกัน เพราะฉะนั้น....”
แต่ทว่าในระหว่างนั้นเองเขาก็เริ่มที่จะมีอาการสติเลือนลางเพราะความง่วงนอนจนทำให้ฟังประโยคสุดท้ายของบุคคลนั้นไม่ทันจบ แม้ว่าทั้งที่เขาและร่างนั้นก็ไม่น่าจะรับรู้ด้วยว่าคนคนนั้นพูดอะไรปิดท้ายแท้ๆ แต่กระนั้นเขากลับรู้ถึงประโยคที่บุคคลนั้นจะพูดต่อไปอย่างชัดเจนราวกับมันเป็นความทรงจำของเขาเองก็ไม่ปาน
‘ฉันถึงได้มาอยู่ตรงนี้เพื่อทำลายล้างทุกอย่างให้สิ้นซากยังไงล่ะ’
 ◊◊◊◊◊◊◊◊◊

“ว๊าก!!!!”
เสียงจิงคกรีดร้องออกมาอย่างตกใจก่อนที่เขาจะดิ้นพราดราวกับหนูโดนน้ำร้อนลวกจนร่วงหล่นลงจากเตียงไปนอนกองบนพื้นหินอ่อนที่เย็นเฉียบราวกับน้ำแข็งในห้องพยาบาล เพราะภาพเรื่องที่เขาตื่นขึ้นมาแล้วพบเห็นก็คือภาพใบหน้าที่ซีดเซียวไร้เลือดราวกับผีตายซากของไดเต้ที่กำลังโน้มตัวมาจุมพิตเขาอยู่
มันช่างเป็นเรื่องอะไรที่ชวนน่าสยดสยองจนทำให้เขาแทบบ้า
ไม่สิ แทบคลั่งเลยดีกว่า!!!
นี่เขาเสียจูบไปหรือยังหว่า หรือว่าโดนทำมากไปกว่านี้แล้วเพราะเท่าที่ดูจากสีหน้าของไอ้คุณไดเต้มันซีดเซียวแบบออกอาการเหนื่อยใช้ได้เลยอาจจะเป็นเพราะว่า....
ไม่นะ ตัวฉ้าน!!!!!
แต่ทว่าไม่นานนักเขาก็ถอนหายใจออกมาอย่างโล่งอก เมื่อเขาพบว่าสาเหตุที่ทำให้ไดเต้มีสภาพที่น่าอนาถจิตแบบหมดมาดกระเทยหล่อไปเลยนั้นก็เพราะตอนนี้ที่แขนทั้งสองข้างของไดเต้นั้นกำลังถูกมือที่เปลือยเปล่าที่ไร้ซึ่งถุงมือของฟีอากั้นขวางจับไว้อย่างเหนียวแน่นและใส่แรงสุดกำลังจนเรียกได้ว่าฟีอากำลังพยายามบีบและหักแขนของไอ้กระเทยผู้น่ากลัวคนนั้นเลยก็ไม่ผิดมากนัก
เอาเป็นว่าตั้งใจฆ่าแบบสุดขีดเลยล่ะ
แต่ทว่าไอ้คุณไดเต้ก็ดูท่าทางจะอึดยิ่งกว่าแมลงสาปเสียอีกเพราะเท่าที่ดูจากแขนที่เริ่มซีดเซียวของเขาแสดงให้เห็นว่าฟีอานั้นได้จับแขนของเขาแน่นและนานพอสมควรจนทำให้เลือดไปเลี้ยงแขนไม่สะดวก และเมื่อบวกกับมนตราคุ้มกายของเธอจึงทำให้ผลของการกระทำนั้นกลายเป็นว่ามันทำให้ไอ้คุณไดเต้ได้มีสภาพเหมือนคนที่พึ่งโดนสูบวิญญาณไปก็ไม่ปาน ส่วนนี้นั้นเองคือเอกลักษณ์เด่นของมนตราจำเพาะที่ ‘แม่มดผู้มิอาจสัมผัส’ มีอยู่
โดยปกติคนทั่วไปถ้าโดนจับตัวแบบนี้แค่สามสิบวิก็ได้ไปเดินเที่ยวเล่นกับยมบาลแล้ว
แต่สำหรับหมอนี่มันพึ่งแค่ซีด!!!
ชักอยากรู้แล้วสิว่าไอ้หมอนี่มันทำสถิติโดนฟีอาจับได้กี่นาทีถึงยังอยู่ในสภาพเหมือนซากศพที่ยังหายใจได้แบบนี้
ท่าทางอาจจะเป็นเพราะว่าตัณหาอันแรงกล้าหรือเปล่าที่ทำให้หมอนี่มันยังฝืนอยู่ได้
แบบว่าถ้าตายไปก็อดหม่ำไอ้ชายหนุ่มนักต้มตุ๋นที่ซ่อนรูปงามไว้ในใบหน้าที่เส็งเคร็งอย่างเขาสินะ ก็เพราะตอนที่ฟีอาปล่อยให้หมอนี่ล้มจากมือมัจจุราชของเธอไป ไอ้บ้านั้นมันยังบ่นอยู่เลย
“ไม่ว่ายังไงก็ตามต้องลักหลับจิงคตอนนอนให้ได้....”
อนาถจิต อนาถใจสุดสุด
ว่าแต่หลังจากล้มไปแล้วขอให้พี่แกหลับไปตลอดกาลและไม่ต้องตื่นอีกจะยิ่งดีมากเลย โลกของเขาจะได้สดใสจากความเส็งเคร็งพวกนี้ขึ้นมาบ้าง
อย่างน้อยเขาก็จะได้ไม่ต้องมานั่งระแวดระวังข้างหลังแบบนี้ทุกวัน
จิงคถอนหายใจออกมาอย่างสุดเซ็ง ก่อนที่เขาจะเริ่มนึกถึงเรื่องที่เกิดขึ้นก่อนหน้านี้ได้อีกครั้งแล้วจากนั้นเขาก็รีบหันไปมองรอบๆห้องทันที
“หาอะไรเหรออยู่จิงค?” ฟีอาเอ่ยถามขึ้นมาอย่างสงสัยกับท่าทีการกระทำนั้นของเขา
“เอ่อ... ก็ตุ๊กตาหมีกับอาจารย์เฟรย์...”
“หืม?”
ฟีอาเดินเข้ามาจ้องหน้าเขาอย่างใกล้ชิดจนลมหายใจแทบผสานกันเป็นหนึ่งเดียว แต่กระนั้นก็ยังห่างพอที่จะทิ้งระยะให้ตัวเธอและตัวเขาไม่สัมผัสตัวกัน
“ตุ๊กตาหมีงั้นเหรอ?”
“อะ เอ่อ.... อือ”
จิงคปรับสีหน้าไม่ถูกเมื่อเจอท่าทีนั้นของฟีอาเข้าให้ นี่เธอต้องการจะให้เขาหัวใจวายตายเลยหรือไง แถมไม่ได้วายตายเพราะกลัวหรอก
แต่จะหัวใจวายตายเพราะตะลึงในความน่ารักไร้เดียงสาของเธอต่างหาก
อันที่จริงถ้าเป็นเมื่อก่อนเขาคงกลัวที่จะเสี่ยงตายอยู่หรอก แต่ตอนนี้มันไม่ใช่แล้วเพราะเขามั่นใจพอสมควรกับหญิงสาวผมดำผู้นี้ว่าต่อให้โลกจะแตกหรือฟ้าถล่ม แผ่นดินจะทลาย เธอคนนี้ก็ไม่มีวันที่จะทำอันตรายเขาอย่างแน่นอน
ร้อยเปอร์เซนต์แบบกล้าเอาหัวเป็นประกันเลย
เพราะเท่าที่ดูจากการกระทำของเธอที่ผ่านมามันก็เป็นการบ่งชี้อย่างชัดเจนได้เลยว่าเธอคนนี้เป็นมิตรกับเขาอย่างแน่นอน เพราะต่อให้เขาต้องเป็นศัตรูกับคนทั้งโลกแต่เธอคนนี้จะเข้าข้างเขาอย่างไม่มีเหตุผลมายืนยันเพื่อช่วยเขาให้รอดพ้นจากอันตราย
แต่ว่าเขาก็ยังไม่เข้าใจเหตุผลอยู่ดีว่าทำไมหญิงสาวผู้นี้ถึงมาหลงใหลเขาคนนี้ที่ไม่มีอะไรเลยได้ ทั้งที่เธอก็ดูจะแตกต่างจากเขามากมาย แล้วเขาเองก็ไม่ได้ทำท่าทีที่แตกต่างจากคนปกติทั่วไปทำกับเธอสักเท่าไรเลยด้วย
เพราะตอนแรกเขาก็เองก็กลัวเธอจับจิตเหมือนกัน
“น่ารักจังเลยนะจิงค”
เธอเอียงคอเล็กน้อยพร้อมทั้งส่งรอยยิ้มที่เหมือนกับจรวดนำวิถีที่มีอานุภาพร้ายแรงราวกับระเบิดนิวเคลียร์ก็ไม่ปานมาใส่เขาจนเกิดเสียงระเบิดดังตูมสนั่นอยู่กลางใจพร้อมทั้งอานุภาพการระเบิดที่เริ่มแผ่ไปเรื่อยๆเป็นปฏิกิริยาลูกโซ่จนมันเริ่มที่จะปกคลุมหัวใจดวงน้อยๆของเขาทั้งดวง
เธอต่างหากที่น่ารักและน่าหลงใหล
แบบว่าเอาเข้าจริงๆเขาน่ะอยากที่จะจับตัวหญิงสาวผู้นี้ได้แล้วล่ะสิ เพราะเขาจะได้ทำในสิ่งที่ผู้ชายทุกคนปรารถนาจะทำได้สักที นั้นคือ....
ตรงส่วนที่เว้นว่างเอาไว้ให้คิดเอาเองตามสบายเลยครับผม
“ขอบใจสำหรับคำชมนะ ว่าแต่นี่ฉันมาอยู่ที่นี่ได้ยังไงงั้นเหรอ?”
จิงคเอ่ยถามเรื่องอื่นเพื่อกลบเกลื่อนท่าทางและท่าทีที่น่าอายที่เขาแสดงออกมาในตอนนี้ ท่าทางที่มันทำให้เขารู้สึกเสียเชิงชายและเชิงนักต้มตุ๋นที่โดนผู้หญิงคนนี้ปั่นหัวและทำให้เขาหลงใหลราวกับต้องมนต์ไปอย่างไม่ทันตั้งตัว
“อาจารย์เฟรย์ริน่าเป็นคนพามาน่ะ” ฟีอาเอ่ยตอบหน้าเครียดด้วยน้ำเสียงที่เปลี่ยนไปจากเดิมเมื่อต้องพูดถึงเรื่องนี้ราวกับว่าเธอกำลังไม่พอใจอะไรบางอย่างอยู่
“อะไรนะ?!” จิงคร้องออกมาอย่างตกใจเป็นอย่างมากถึงมากที่สุด
มันเรื่องอะไรกัน?
ทำไมมันถึงเป็นแบบนี้ล่ะ?
คำถามเหล่านี้ได้ถูกจุดประเด็นขึ้นมาให้หัวของเขาอย่างชวนให้สับสนและสงสัย เพราะถ้าเขาจำไม่ผิดก่อนหน้านี้เธอเป็นคนบังคับตุ๊กตาหมีน่ารักตัวยักษ์น่ากอดแสนบัดซบที่น่าหนุนนอนนั้นมาเล่นงานเขาไม่ใช่หรือไงกัน
แล้วทำไมเธอถึงพาเขามาส่งห้องพยายาบาลล่ะ?
มีแต่เรื่องที่เขาไม่เข้าใจทั้งนั้นเลย ไหนจะเรื่องความฝันนั้นอีก แล้วสาเหตุที่เฟรย์ริน่ามาโจมตีเขา  เรื่องของสามสาวที่เป็นรูมเมท แถมยังระดับทุนที่ดูเว่อร์เกินความสามารถของเขา อุบัติเหตุในคาบเรียนแรกวิชาลาบี้รินซ์
ตั้งแต่เขามาเรียนที่นี่มันมีแต่เรื่องที่ทำให้เขาสับสนเสียจนงงงวยไปหมดแล้ว
เอาเป็นว่ามันยิ่งทำให้เขารู้สึกว่าความฝันที่เขาจะมีชีวิตอย่างสบายๆไปเรื่อยๆมันเริ่มมลายหายไปทีละน้อยขึ้นทุกทีจนน่าใจหาย
“อาจารย์เฟรย์ริน่าเป็นคนใช้มนต์เคลื่อนย้ายวัถตุจากเงาพาเธอที่นอนสลบมาส่งที่นี่พร้อมทั้งส่งข้อความทางจิตไปให้พวกฉันที่กำลังตามหาจิงคอยู่ให้มาหาเธอที่ห้องพยาบาลน่ะ” ฟีอาอธิบายเรื่องที่เธอรู้ให้จิงคฟังทันทีอย่างไม่ปิดบังอะไร
“งั้นเหรอ” จิงคขมวดคิ้วแน่นกว่าเดิมอย่างสงสัยมากยิ่งขึ้นกับเหตุการณ์ที่มันเกิดขึ้นในตอนนี้ถ้าเธอไม่ต้องการให้เขาตายแล้วจุดประสงค์ที่เฟรย์ริน่ามาทำร้ายเขามันเพื่ออะไรกันล่ะ มันไม่มีเหตุผลเลยแถมตอนนั้นเธอยังไม่ให้เขาจับดาบสู้อีก
แต่ทว่าสายตาของเขาดันกวาดไปเห็นคาตานะเล่มยาวที่ตัวฝักดาบมีลวดลายงดงามสลักอยู่ อันเป็นเล่มที่เขาเคยคว้าจับมันก่อนที่จะสลบวางอยู่บนเตียงที่เขาพึ่งดิ้นตกลงมาด้วยลักษณะที่เด่นสะดุดตาเป็นอย่างมาก
“นั้นมัน....” เขาชี้นิ้วไปที่คาตานะนั้นเป็นเชิงถามฟีอา
“ฉันต่างหากที่ต้องถามจิงคว่าจิงคไปเอาดาบนั้นมาได้ยังไง?” ฟีอาตอบกลับเสียงเครียด
“หา?” เขาร้องอย่างสงสัย
“ก็ดาบนั้นมันคือไซค์ (scythe)” ฟีอาเอ่ยอธิบายด้วยน้ำเสียงที่จริงจัง
“หา!! นี่นะไซค์ ดูยังไงมันก็ดาบธรรมดานี่นา”
“ไม่ผิดหรอกดาบนั้น มันคือไซค์แน่นอนฉันเคยเห็นมันมาก่อน”
“หา....?”
เคยเห็นมันมาก่อนนั้นเหรอ นี่มันจะเกินไปหน่อยแล้วนะคุณฟีอา ไอ้ดาบบ้าเนี้ยได้ข่าวว่ามันหายสาปสูญไปตั้งนานกว่าพันปีแล้วนี่นาแล้วคุณเธอไปเห็นมันจากไหนกัน
“ทำไมงั้นเหรอ?” ฟีอาถามสวน
“เปล่า แล้วทำไมมันถึงมาอยู่ที่นี่ได้ล่ะ”
“เรื่องนั้น.... ฉันเองก็ไม่รู้เหมือนกัน” เธอเมินหน้าหนีไปมองทางอื่นเล็กน้อยเพื่อกลบเกลื่อนอะไรบางอย่าง
“ฟีอา... ช่างเถอะ ว่าแต่แล้วฉันจะทำยังไงต่อไปดีกับไอ้ดาบไซค์เนี้ย?”
จิงคเอ่ยออกมาอย่างรำคาญใจกับไอ้ดาบที่ดูยังไงก็เป็นดาบแต่ชื่อมันกลับแสดงความหมายถึงเคียว ฟังยังไงก็แปลกๆ ที่สำคัญดูยังไงไงมันก็เป็นดาบที่ออกแบบมาจากฝั่งตะวันออกของโลกอย่างแน่นอนแล้วทำไมมันถึงใช้ชื่อทางตะวันตกจ๋าเชียวล่ะ
ไม่เข้าใจเลย
แต่ยังไงมันก็ไม่ใช่เรื่องที่จะคิดมากเท่ากับประวัติความเป็นมาของดาบบ้านี้ เพราะว่ามันคือดาบที่ได้ชื่อว่าเป็นดาบที่แข็งแกร่งที่สุดในประวัติศาสตร์และคร่าชีวิตผู้คนมานับหมื่นนับแสนบางทีอาจจะเป็นล้านเสียด้วยซ้ำ เพราะเจ้าของเดิมของดาบบ้านี่คือ’โครนอส’ จอมราชันย์ของเหล่ามารผู้มีพลังควบคุมกาลเวลาที่ถูกสร้างโดยเอรีซผู้ซึ่งเป็นพระเจ้าของพวกเขา หนึ่งในสองราชันย์แห่งโลกนี้ผู้มีพลังที่สามารถต่อกรกับเทวทูตได้สูสีที่สุด
มันคือดาบแห่งหายนะของโลกนี้และชีวิตของเขาชัดๆ
“ไม่รู้สิ” ฟีอาหันมาตอบจิงคเสียงเครียดด้วยท่าทีที่เป็นห่วงเขาเป็นอย่างมากกับสภาวะที่เกิดขึ้นในตอนนี้
อ่านะ ช่างเป็นคำตอบที่เหมาะสมกับชีวิตของเขาดีเสียจริงกับไอ้คำว่า ‘ไม่รู้สิ’ ท่าทางว่าเขาคงได้เวลาที่จะจองโลงเตรียมตัวตายได้แล้วกระมั้งเนี้ย กับชีวิตที่น่าสับสนและไม่รู้อะไรเลยของเขา
“งั้นฉันให้ฟีอา....”
“เป็นไปไม่ได้หรอก” ฟีอาเอ่ยขัดขึ้นมาทันที
ก่อนที่เธอจะเดินไปที่ข้างเตียงของเขาก็ไม่วายกระทืบเท้าใส่ร่างของชายหนุ่มมาดเท่ที่ฃตอนนี้เป็นเพียงแค่ซากของสิ่งมีชีวิตที่หายใจได้อยู่ข้างเตียงของจิงคอย่างแรงเป็นการระบายอารมณ์และหมายที่จะซ้ำให้ตายคาที่ จากนั้นเธอก็ยื่นมือทำท่าที่จะไปคว้าดาบคาตานะที่วางอยู่บนเตียงจิงคมาไว้ในมือ แต่ก็พลันเกิดแรงสะท้อนอย่างรุนแรงมาใส่เธอเสียก่อนจนทำให้เธอต้องรีบชักมือกลับทันที
“นั้นมัน....”
“ก็อย่างที่เห็นฉันจับดาบไซค์ไม่ได้” ฟีอาตอบก่อนที่จะก้มหน้าลงมองพื้นอย่างหดหู่
“ทำไมถึงเป็นอย่างนั้นล่ะก็เธอ....”
“นั้นสินะ ทำไมกันนะ”
เธอมองจิงคปิดท้ายด้วยสีหน้าที่หม่นหมองก่อนที่เธอจะดันตัวให้จิงคกลับมานอนบนเตียงพร้อมทั้งกำชับให้เขาพักผ่อนให้เพียงพอ แล้วเธอก็ลากซากของกระเทยมาดเท่ออกจากห้องไปด้วยท่าทางที่เศร้าหมองแบบที่จิงคก็ไม่รู้ว่าเพราะอะไรทำไมเธอถึงเป็นอย่างนั้น แต่แผ่นหลังของเธอดูเหมือนคนอกหักที่พึ่งโดนคนที่เธอรักมาปฏิเสธยังไงชอบกลนี่สิ
แต่เขายังไม่ได้ปฏิเสธเธอเลยนี่นา

◊◊◊◊◊◊◊◊◊

ทิวทัศน์ที่เต็มไปด้วยเปลวเพลิงและกลิ่นคาวของเลือดได้ห้วนกลับเข้ามาในความรู้สึกของจิงคอีกครั้งหลังจากเขาพึ่งมั่นใจได้ว่าตัวเขาพึ่งหลับสนิทไปเมื่อครู่นี้ แถมยังเป็นทิวทัศน์ที่เป็นเหตุการณ์ต่อเนื่องจากความฝันหนที่แล้วของเขาด้วย
ในที่สุดมันก็มีตอนต่อแล้วเฟ้ยกับฝันบ้าๆแบบนี้และเท่าที่ดูมานี่มันเป็นฝันแบบไตรภาคเลยเสียด้วย เอาเป็นว่าชักลุ้นแล้วสิว่ามันจะเป็นยังไงต่อไป
แต่ถ้ามันไม่ให้ความรู้สึกว่าเป็นร่างกายของเขามันจะยิ่งดีกว่านี้แยะเลย
ไม่นานนักร่างหญิงสาวที่เขาใช้ในความฝันก็ขยับตัวเล็กน้อยเพื่อจัดท่านอนที่ศีรษะเธอกำลังหนุนอยู่บนตักของบุคคลที่นั่งอยู่ข้างตัวเขาด้วยท่าทางที่ผ่อนคลาย ทั้งที่สถานการณ์รอบตัวที่เขารู้สึกในตอนนี้มันไม่ชวนให้ผ่อนคลายเลย
ทั้งกลิ่นเนื้อไหม้ กลิ่นเลือดและเขม่าควันจากเปลวเพลิง
มันช่างทำให้เขารู้สึกสะอิดสะเอียนเป็นอย่างมากจนบรรยายออกมาเป็นคำพูดแทบไม่ถูก แต่ถ้าจะให้กล่าวก็คงบรรยายได้แค่ว่าบรรยากาศนั้นมันคือนรกบนดินที่ถูกใครบางคนสร้างขึ้นมาอย่างตั้งใจ โดยมีสิ่งบ่งชี้ให้เข้าใจได้ว่าเขา ?(เธอ) และบุคคลที่นั่งอยู่ข้างๆจะเป็นคนสร้างบรรยากาศเหล่านี้ขึ้นมาเพื่อให้บรรยากาศตอนเดทมีความสนุกสนานมากยิ่งขึ้นล่ะมั้ง
ถ้าพวกนั้นคิดอย่างนี้จริงก็คงจะบ้าและประสาทไปแล้ว
แต่ทว่าไม่นานนักเขาก็รู้สึกฝ่ามือที่นุ่มนิ่มแต่ให้ความรู้สึกหยาบกร้านเล็กน้อยของชายหนุ่มที่ให้ความรู้สึกที่น่าจะเป็นลูกผู้ดีมีเงินมากมายยกขึ้นมาลูบผมที่ยาวสลวยของเขาอย่างแผ่วเบาด้วยท่าทางที่อ่อนโยนเป็นอย่างมาก
สองคนนี้เป็นใคร?
ผู้หญิงคนนี้คือตัวเขางั้นเหรอ?
แล้วถ้าเป็นอย่างนั้นผู้ชายคนนั้นคือใครกันล่ะ?
และตัวตนของเขาในตอนนี้คือใครกัน?
ทำไมเขาถึงมาเป็นผู้หญิงได้ล่ะ?
แล้วทำไมเขาถึงฝันถึงเรื่องนี้ด้วยล่ะ?
คำถามเหล่านี้ได้พุ่งจู่โจมเข้ามาในความนึกคิดของเขาอย่างบ้าคลั่งหลังจากที่เกิดเหตุการณ์น่าขนลุกแบบนี้ เหตุการณ์ที่มีผู้ชายมาลูบผมของเขาอย่างอ่อนโยน
แม้เจ้า!! ถ้าเป็นผู้หญิงเขาจะไม่คิดอะไรมากเลย
“นี่ นายแน่ใจแล้วงั้นเหรอ?”
จู่จู่ปากของเขาก็เอ่ยออกมาทั้งที่ยังหลับตาอยู่บนตักที่แสนอบอุ่นของชายหนุ่มผู้นี้ที่ยังคงนั่งนิ่งไม่ขยับแข้งขยับขาเลย
“นี่เธอจะถามย้ำฉันมากเกินไปหน่อยแล้วนะ” ชายหนุ่มตอบกลับด้วยน้ำเสียงที่เชิงรำคาญหน่อยๆ
“ก็แหม... ที่ถามเนี้ยเพราะฉันเป็นห่วงนายนะ”
“เก็บความเป็นห่วงนั้นไว้ดีกว่า”
“นี่นาย...”
ร่างหญิงสาวนั้นลุกขึ้นมามองใบหน้าที่ถูกปกปิดด้วยหน้ากากตัวตลกด้วยสายตาที่แสดงอาการไม่พอใจผสานกับความรู้สึกงอนที่ค่อยๆเกิดขึ้นในความรู้สึกของเธอน้อยๆ
ทั้งที่ฉันไม่ได้อยากให้นายต้องมาเกี่ยวข้องด้วยแท้ๆ
“เธอนี่นา... ไม่ช้าก็เร็วยังไงซะฉันก็หนีชะตาพวกนี้ไม่พ้นอยู่ดีนั้นแหละ ถึงฉันไม่เจอเธอแต่สุดท้ายฉันก็ต้องทำอย่างนี้อยู่ดี.....” ชายหนุ่มสวมหน้ากากเอ่ยตอบเสียงเศร้า
“แต่ก็ใช่ว่านายจะหนีไม่ได้นี่นา” ร่างหญิงสาวนี้หันหน้าไปมองทางอื่นเพื่อเลี่ยงสายตาของชายหนุ่ม
“เธออยากให้ฉันหนีงั้นเหรอ?”
“ก็ถ้ามันเป็นทางเลือกที่ดีกว่า...”
“ทั้งที่ฉันคร่าชีวิตคนมาแล้วกว่าพันคนนี่นะ มันไม่มีทางที่ฉันจะหนีจากผลกรรมพวกนี้ไปได้หรอกถึงแม้ว่าฉันจะ....”
“แต่นั้นก็เพราะนาย...”
“แล้วไง อันที่จริงเธอเองก็น่าจะเข้าใจนี่นาเพราะเธอเองก็คล้ายกับฉัน ว่าท้ายที่สุดคนที่เราจะอยู่ร่วมได้อย่างแท้จริงในโลกนี้ มันไม่มีหรอก เพราะฉะนั้นพวกเราถึงต้องเลือกทางนี้ยังไงล่ะ เลือกทางที่ต้องทนรับบาปไว้มากมาย ทางที่ต้องเต็มไปด้วยเลือดเพื่อที่พวกเราและทุกคนจะได้มีชีวิตอยู่กันต่อไป แม้ว่าจะไม่มีใครยอมรับก็ตามที” ชายหนุ่มหันไปมองท้องฟ้าที่เต็มไปด้วยเมฆหมอกจนไม่เห็นอะไรนอกจากความมืดมิดและแสงสะท้อนของเปลวเพลิง
“ฉันจะทำลายโลกนี้ให้สิ้นซากเพื่อพวกเรา ไม่ใช่เพื่อใครอื่น”
“ถ้างั้นก็ช่วยไม่ได้ล่ะนะ”
ในที่สุดร่างนี้ก็เผยอปากเอ่ยตอบอย่างจำใจกับคำตอบที่แสนทารุณหัวใจของเธอและเขาเพราะอันที่จริงพวกเขานั้นไม่ได้ต้องการให้เรื่องมันเป็นแบบนี้เลยแต่มันก็ไม่มีทางเลือกมากนัก
“ฉันจะช่วยนายทุกอย่างเอง ถึงแม้ว่าปลายหนทางของการกระทำนั้นจะเป็นหนทางไปสู่นรกของฉันก็ตาม แต่ฉันก็จะทำมันอย่างไม่ลังเล เพราะท้ายที่สุดฉันเองก็อยู่อย่างขาดนายไม่ได้หรอกนะ เพราะมันคงดูเหงาน่าดูเลยนี่นาถ้าฉันจะต้องเลือกทางอื่นนอกเหนือจากทางนี้ เอาเป็นว่าไม่ว่าเมื่อไรหรือจะนานแค่ไหนหรือจะยังไงฉันจะช่วยนายสร้างโลกตามความมุ่งหวังที่แท้จริงของนาย เพราะฉะนั้น...”
ว่าจบร่างหญิงผู้นี้ก็เอียงหัวไปซุกกับร่างชายหนุ่มผู้นั้นอีกครั้งก่อนที่พวกเขาจะเอ่ยออกมาพร้อมกัน
“พวกเรามาทำลายโลกนี้ให้สิ้นซากเพื่อตัวเราเองกันเถอะ”

-------------------------------------------------------------------------------------




NEKOPOST.NET