Jinx Pech ตอนที่ 11 | Nekopost.net 
NEKOPOST
การแสดงผล

Jinx Pech

Ch.11 - Biblioteche (ห้องสมุด)




‘คำสาปโกรธาจัดว่าเป็นคำสาปที่อยู่ในระดับสูงที่ผู้ใช้เวทจะมีความเสี่ยงในการที่จะโดนคำสาปย้อนกลับมากถ้ามีพลังไม่มากพอ แต่กระนั้นตัวคำสาปกลับไม่รุนแรงอะไรมากเพราะผลของคำสาปทำให้แค่ผู้ถูกสาปแสดงอารมณ์ที่เก็บซ่อนอยู่ส่วนลึกในจิตใจของตนออกมาโดยไร้ซึ่งการข่มใจตัวเอง แม้ว่าตัวผู้ถูกสาปเองจะมีสติหรือความรู้สึกอดทนและความข่มใจสูงมากมายขนาดไหนก็ตาม....’
ข้อความจากหนังสือปกเทาเล่มหน้าที่ดูคร่ำครึเล่มหนึ่งได้ผ่านเข้ามาในสายตาของจิงคในขณะที่เขากำลังไล่อ่านตัวอักษรที่อยู่ในหน้าอย่างรวดเร็วด้วยความเร็วที่คนธรรมดายากที่จะทำได้เพราะไม่ถึงสิบวินาทีดีเขาก็อ่านจบแล้วพลิกเปิดไปที่หน้าใหม่แบบไม่สนใจอะไรมาก
อันที่จริงจิงคจัดว่าเป็นคนที่อ่านหนังสือเร็วกว่าคนธรรมดาทั่วไปอยู่มากแถมไม่ได้เร็วแบบเปิดแล้วอ่านแล้วรู้แค่คร่าวๆ แต่เขาสามารถอ่านได้เร็วและเก็บใจความของเนื้อหาในหนังสือได้หมดเพียงแค่กวาดตามองรอบเดียว เวลาที่เขาอ่านหนังสือต่อหน้าก็เฉลี่ยใช้เวลาเพียงแค่เจ็ดวินาทีต่อหน้าเท่านั้น
เพราะฉะนั้นจึงไม่น่าแปลกใจเลยว่าทำไมรายงานหนึ่งๆเขาถึงใช้เวลาน้อยมากในการทำเพราะเวลาเขาอ่านหนังสือเก็บข้อมูลเขาแทบจะเสียเวลาไปน้อยมากๆเลยทีเดียว
ในขณะที่การเขียนของเขาก็เขียนเร็วไม่แพ้กันด้วย อันที่จริงเขาก็ไม่มีสิทธิ์ที่จะไปว่าหญิงสาวนักศึกษาธรรมดาสอบเข้าคนที่เรียนเอกวิชาการที่เขาเคยคุยด้วยก่อนหน้านี้ว่าไม่ธรรมดาหรือไม่ปกติเลยเสียด้วยซ้ำ เพราะถ้าดูไปแล้วคนอย่างเขามันดูผิดปกติมากกว่าเสียอีก
คนปกติบ้าบอที่ไหนจะอ่านหนังสือได้เร็วขนาดนี้
หนึ่งชั่วโมงเขาอ่านไปได้เกินห้าร้อยกว่าหน้าซึ่งก็เกินครึ่งเล่มของหนังสือที่เขาอ่านอยู่ตอนนี้ไปหน่อยๆ จะเจ้าของสถิติโลกที่ไหนก็ยากที่จะทำได้
แต่ว่าในที่สุดเขาก็ตัดสินใจถอนสายตาจากหนังสือแล้วหันมามองหญิงสาวแสนสวยผมสีน้ำตาลผู้สูงศักดิ์ที่อยู่ในสภาพสุดแสนจะอิดโรยที่มานั่งอยู่กับเขาเป็นเพื่อนในห้องสมุดที่เงียบงันในตอนนี้ด้วย
อันที่จริงจะพูดว่านั่งอยู่ด้วยก็ไม่ได้เพราะตอนนี้เธอกำลังจะใช้แขนต่างหมอนนอนหลับอยู่บนโต๊ะไม้ที่ดูเงางามที่มันเต็มไปด้วยหนังสือต่างๆที่เกี่ยวกับคำสาปและประวัติตัวบุคคลจนกระทั่งพจนานุกรมด้านภาษาที่ถูกเปิดค้างไว้ที่หน้าที่มีคำศัพท์ที่จิงคต้องการหาอยู่อย่างไม่แยแสอะไรเลยแม้แต่น้อย ว่าเธอกำลังอยู่กับผู้ชายสองต่อสองในห้องสมุดที่บัดนี้เริ่มดูมืดสลัวหลังจากที่พระอาทิตย์ได้เริ่มลับขอบฟ้าไปทีละน้อยเพื่อหมุนไปอีกซีกโลกหนึ่งจึงทำให้ตัวห้องนี้มันดูไร้ผู้คนและดูบรรยากาศเป็นใจ ให้....
เหอๆ แต่ว่าเขาไม่มีทางตกหลุมนางมารผู้นี้หรอก
ขืนพลาดท่าด้วยอารมณ์ชั่ววูบมีหวังเขาคงต้องบ้าตายแน่ๆ แค่ตอนนี้ไอ้คุณนานาเอลก็ทำเขาปวดกบาลจะตายอยู่แล้ว ถ้าลากให้คุณรุ่นพี่เฮร่ามาร่วมเฮฮาด้วยแล้วล่ะก็มีหวังเขาคงได้เครียดมากกว่าเดิมจนผมร่วงหมดหัวแน่ๆก็ดูประโยคเด็ดคุณเธอสิ
‘ไม่คิดแต่ถือ’
เขาละโคตรอยากจะรู้จริงๆว่าแม่ของคุณเธอซึ่งเป็นราชินีของโลกคนปัจจุบันสอนลูกสาวสุดน่ารักผู้นี้มาอย่างไรถึงทำให้เธอคนนั้นพูดประโยคแบบนี้กับเขาได้
ดูแล้วไม่ถือตัว แต่ให้ความรู้สึกในการที่มองเธอแง่ลบยังไงพิกลก็ไม่รู้
แต่วันนี้เธอเองกลับทำให้ภาพลักษณ์ของตัวเธอดีขึ้นเล็กน้อยตรงที่ทั้งที่เธอเหนื่อยแทบตายเพราะวิชาเรียนการต่อสู้แต่ก็ยังวิ่งตาลีตาเหลือกมาหาเขาด้วยท่าทางที่ร้อนรน เมื่อเธอรู้ว่าเขาต้องเขาห้องพยาบาลถึงสองหนด้วยความเป็นห่วงอย่างมาก มากเสียจนเขารู้สึกประหลาดใจว่าทำไมผู้หญิงอย่างเธอถึงมาสนใจผู้ชายหน้าตายาจกด้านความหล่ออย่างเขาแบบนี้
อันที่จริงหน้าตาและรูปร่างอย่างเธอไม่น่าที่จะสิ้นไร้ผู้ชายดีดีมาสนใจเลยนี่นา ทั้งตำแหน่งยศฐาที่สูงศักดิ์ หน้าตาที่สะสวย กับนิสัยที่แย่น้อยกว่านานาเอลนิดหน่อย
แค่ชายตาให้ท่าหน่อยๆขี้คร้านจะมีชายตั้งแต่ชาติสุนัขถึงชาติกษัตริย์หลายคนกระดิกหางตามกันเป็นพรวน
แล้วทำไมเธอถึงมาทำแบบนี้
ตัวเขาไม่เข้าใจเลยจริงๆ
แต่ว่าตอนนี้ก็พลันมีอีกสัจจะธรรมลอยเข้ามาให้หัวของเขาเสียก่อนหลังจากที่นั่งมองดูหญิงสาวผู้นี้ไปได้สักพักใหญ่อย่างไม่พูดไม่จาอะไร
ผู้หญิงหลับน่ะ ไม่ว่าจะโหด น่ากลัวแค่ไหนหรือว่าเป็นนางมารปานใดก็ตาม แต่ถ้าลองเธอได้นอนหลับแล้วละก็ พวกเธอก็สามารถดูน่ารักขึ้นมาได้ถนัดตาเกือบทุกคน ต้องขอย้ำว่าแค่เกือบทุกคนเพราะไอ้คุณนานาเอลถือเป็นข้อยกเว้นในกฎเกณฑ์นี้เป็นกรณีพิเศษ เพราะไม่ว่าคุณเธอจะตื่นหรือหลับคุณเธอจะยกคงความดำมืดของมารร้ายที่น่ากลัวได้ตลอดเวลา
เห็นสวยๆอย่างนั้นแต่คุณเธอนอนดิ้นอะไรสักอย่างหายเลยล่ะ
เอาเป็นว่าตกกลางคืนทีไรร่างกายเขานอกจากจะเป็นตุ๊กตาหญิงสาวตัวเท่าคนให้เธอแต่งผม แต่งตัว แต่งหน้า (โชคดียังไม่มีแต่งงาน ไม่งั้นเขาฆ่าตัวตายหนีมันแหงๆ) เล่นแล้วเขายังต้องเป็นกระสอบรองรับเท้าและมือของเทพธิดานางมารเกือบทุกครั้งด้วยใครที่คิดว่าการได้นอนกับยัยนานาเอลเป็นเรื่องน่าอิจฉาแล้ว คิดใหม่ ทำใหม่ หรือไม่ก็หาคู่นอนใหม่ได้เลย เพราะถ้าคิดจะนอนกับคุณเธอจริงๆ
ขั้นต่ำอย่างน้อยก็ต้องทนเท้าที่มีความแรงระดับกระทิงถีบให้ได้หน่อยก็ดี
“มีแต่เรื่องไม่เข้าใจทั้งนั้นเลย ทั้งที่ข้อมูลหนังสือในห้องนี้ก็มีอยู่มากมายแท้ๆ” จิงคพึมพำออกมาเบาๆ
จากนั้นเขาก็ลุกขึ้นยืนเพื่อยืดเส้นยืดสายในยามเย็นที่ดูแล้วน่าหดหู่เหมือนเช่นทุกวัน จิงคจัดเป็นอาชญากรและเด็กวัยรุ่นทั่วไปที่แปลกมากเพราะเขาชอบอ่านหนังสือและหาข้อมูลเป็นอย่างมาก ไม่ว่าเวลาไหนก็ตามที่เขาว่างเขามักจะมาหมกตัวอยู่ในหอสมุดที่เขารู้จักเพื่ออ่านหนังสือ แทนที่จะไปเที่ยวเล่นทำอย่างอื่นหรือหาสาวจีบไปวันตามภาษาวัยรุ่นทั่วไป ถึงแม้หน้าตาจะไม่สัปปะรดแต่นิสัยเขาก็ไม่ยากที่จะหลอกสาวสักคนมาเป็นแฟนด้วยซ้ำ ถ้าพูดถึงทริคการหลอกลวงเขาแล้วจัดได้ว่าตัวเขาถือเป็นนักต้มตุ๋นที่เน้นเรื่องจิตวิทยาพอสมควรเลยทีเดียว
“หืม... คำสาปโกรธากับความหมายของคำว่า ‘คาทีน่า’ งั้นเหรอ?”
เสียงของหญิงสาวผู้หนึ่งดังขึ้นจากทางด้านหลังของเขาโดยเธอได้ชะโงกหน้ามองไปที่บนโต๊ะหนังสือบนโต๊ะที่จิงคเปิดอ่านและวางมันไว้อยู่ก่อนหน้านี้ด้วยความสนใจแบบไม่สนใจหญิงสาวอีกคนที่นอนอยู่เลยแม้แต่น้อย
“ช่างหาข้อมูลดีจังเลยนะคุณพีซ”
“นี่คุณ....”
จิงคขมวดคิ้วมองหญิงสาวผู้นี้ด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความหวาดระแวงและสงสัยเป็นอย่างมากที่จู่จู่เธอก็มาปรากฎตัวกะทันหันแบบนี้
ผู้หญิงคนนี้มันอะไรกัน?
“อาจารย์เรธิเซีย ลอเรนซ์ เองจ้า....”
หญิงสาวผมดำแสนสวยแบบสุดขีดที่เขามอบฉายานักแสดงหญิงระดับพระกาฬให้ชูสองนิ้วขึ้นมาอย่างอารมณ์ดีแบบไม่สนใจสีหน้าของจิงคในตอนนี้เลยแม้แต่น้อยว่าเขาจะคิดอย่างไร
“ครับอาจารย์ แล้วอาจารย์มาทำอะไรที่นี่ล่ะครับ” จิงคเอ่ยถามกลับเสียงเรียบอย่างยอมรับในสิ่งที่เรธิเซียพูดง่ายๆแบบไม่คิดจะปฏิเสธอะไร
เพราะเขายังคงเดาอารมณ์ของเธอผู้นี้ไม่ค่อยจะออกและที่สำคัญเขายังไม่ค่อยรู้เรื่องอะไรของเธอด้วยเพราะว่าก่อนหน้านั้นมันมีเรื่องอื่นให้คิดจนเขาลืมถามข้อมูลของเธอจากสารานุกรมหญิงสาวสุดน่ารักเคลื่อนที่ได้นามว่าวัลแคนเกี่ยวกับอาจารย์สาวสวยเว่อร์ผู้นี้
“ก็นะ”
ว่าจบเธอก็เอื้อมมือไปหยิบของบางอย่างในกระเป๋าเสื้อโค้ทของเธอจนทำให้เขาเริ่มรู้สึกหวาดระแวงเป็นอย่างมากกับท่าทีของเธอ
อาวุธลับงั้นเหรอ?
“ถ้าฉันคิดจะจัดการเธอ ป่านนี้เธอคงตายไปตั้งนานแล้วล่ะ ไม่จำเป็นต้องใช้อาวุธลับหรอก”
เสียงของหญิงสาวดังขึ้นที่ข้างหูของเขาพร้อมทั้งลมหายใจแผ่วๆที่เต็มไปด้วยกลิ่นหอมละไมของเธอที่พุ่งมากระทบกับต้นคอของเขาอย่างแผ่วเบาจนทำให้ร่างของของเขาเสียวซ่านเป็นอย่างมาก
เคลื่อนไหวชั่วพริบตาแบบไม่ทิ้งร่องรอยและแถมยังมองไม่ทัน
“นี่อาจารย์....”
“คุณไซรินซ์เป็นคนบอกให้เอามาให้เธอน่ะ”
หนังสือที่ดูแล้วโบราณเล่มใหญ่สองเล่มที่เต็มไปด้วยกลิ่นกายของหญิงสาวผู้นี้ได้ถูกยื่นมาปิดปากของจิงคก่อนที่เขาจะได้พูดอะไรต่อจนทำให้เขาเริ่มเคลิ้มน้อยๆ
หอมเป็นบ้าเป็นหลังเป็นขาเป็นจมูกเป็นอวัยวะทุกส่วนเลย......
“ชอบกลิ่นของฉันสินะ” เรธิเซียคลี่ยิ้มออกมาอย่างอารมณ์ดีเมื่อเห็นจิงคเคลิ้มแบบนั้น
“ก็นะ ถ้าไม่ชอบผมก็คงไม่ใช่ผู้ชายแล้วล่ะ” จิงคตอบสวนแบบไม่ลังเลเลย
“ทั้งที่ตอนกลางคืนออกจะสวยขนาดนั้นแท้ๆ” เรธิเซียมองจิงคด้วยสายตาที่เป็นต่อขึ้นเรื่อยๆ
เพราะบัดนี้ชายหนุ่มได้หน้าถอดสีไปแล้วกับประโยคที่เธอพูดมาก่อนหน้านี้
ผู้หญิงคนนี้รู้ได้ยังไง?
หรือว่าแท้จริงแล้วเธอจะเป็นสโตกเกอร์ชั้นเซียน!!!
“ว่าแต่คุณพีซอยากได้แฟนเป็นผู้ชายบ้างมั้ย?” เรธิเซียเอียงคอถามต่อแบบกึ่งเล่นกึ่งจริงจนทำให้จิงคเดือดปุดๆพอสมควร
ให้ตายเถอะ นอกจากเสแสร้งเก่งแล้วยังยั่วโมโหคนได้เก่งไม่แพ้กันอีก
 “นี่คุณ.....”
“จะพูดอะไรก็ช่างมันก่อนเถอะ เอาเป็นว่าสองเล่มนั้นอ่านให้จบภายในคืนนี้ด้วยล่ะ”
เรเธิเซียตัดบทออกมาอย่างไม่สนใจว่าจิงคอยากจะพูดอะไรออกมาหลังจากที่เธอเหลือบไปมองนาฬิกาข้างกำแพงที่บ่งบอกเวลาว่าตอนนี้หนึ่งทุ่มแล้ว ก่อนที่เธอจะรีบหมุนตัวแล้ววิ่งออกจากห้องอย่างรวดเร็วทิ้งให้จิงคต้องมองตามหลังเธออย่างสงสัยและไม่ไว้ใจในตัวของหญิงสาวผมดำผู้นั้นมากยิ่งขึ้น
“เป็นอะไรของเขาเนี้ย?”
ว่าแต่ผู้หญิงสวยๆเนี้ยเป็นแบบนี้ทุกคนเลยสินะ
ไอ้เรื่องความเอาแต่ใจตัวเองเนี้ย

◊◊◊◊◊◊◊◊◊

“เอ่อ... รุ่นพี่เฮร่าครับ”
จิงคตัดสินใจเอ่ยออกมาอย่างอึกอักพอสมควรเมื่อหญิงสาวผมสีน้ำตาลที่พึ่งตื่นนอนมาได้สักพักใหญ่จากผลการปลุกของเขาเพราะทางอาจารย์ที่ประจำอยู่ห้องสมุดเห็นว่าถึงเวลาที่สมควรแล้วที่จะไล่นักศึกษาชายบ้าหนังสือกับนักศึกษาหญิงบ้านอนที่เป็นถึงประธานชั้นปีทั้งสองคนกลับไปนอนที่ห้องพักตัวเองที่หอแอ๊บสแตรคที่แสนสะดวกสบายได้แล้ว
เนื่องจากในตอนนี้เฮร่าได้ยกมือมาคล้องแขนของเขาอย่างสนิทสนมด้วยรอยยิ้มที่เต็มเปี่ยมไปด้วยความสุขสมที่ได้ทำตามสิ่งที่หวังในตอนนี้
ถ้าคำอธิบายของนานาเอลตอนที่นั่งอยู่กับเขาในตอนคาบเรียบก่อนที่เขาจะเข้าห้องพยาบาลคือเบียดแนบจนชิดใกล้แบบรู้สึกได้ถึงไออุ่นของร่างกายแล้ว ของคุณว่าที่ราชินีผู้นี้ก็ต้องเป็นเบียดแนบจนชิดใกล้แบบรู้สึกได้ถึงไออุ่นของร่างกายและตีบวกด้วยความนุ่มนิ่มชวนน่าจับต้องเข้าไปด้วย
เพราะของนานาเอลรู้สึกแม่จะให้มาไม่มากในระดับของเฮร่าเลย ถึงจะมีอยู่ก็เถอะแต่อยู่ในระดับปานกลางแบบพอดีมือเท่านั้น
แต่ไม่ใช่ว่าจะไม่น่าสนใจอะไรเลยนะ
อันที่จริงชุดนักเรียนของทางฝ่ายหญิงแม้จะเป็นชุดเสื้อเชิ้ตแขนยาวสีขาว ตัดกับโบสีแดงสดที่คลุมทับด้วยเสื้อสูทแขนยาวสีน้ำตาลแก่กับกระโปรงยาวถึงเข่าสีเดียวกับเสื้อ และถุงเท้าที่ยาวสูงกว่าเข่าขึ้นมา ที่มันดูรัดกุมมากๆจนแทบจะไม่เผยความเซ็กซี่ของผิวกายสาวๆให้เห็นมากนัก
แต่สำหรับเฮร่านั้นมันดูเหมือนจะไม่มีปัญหาเรื่องที่เธอจะสามารถปล่อยฟีโรโมนเสน่ห์ของหญิงสาวออกมาแม้ว่าเธอจะถูกผนึกไว้ในชุดที่รัดกุมแบบนั้น เพราะขนาดหน้าอกที่ดูใหญ่โตจนล้นแบบมโหรฐานนั้นเอง
“อะไรเหรอจ้ะ?” หญิงสาวเอียงคอถามด้วยทีท่าที่น่ารัก
“หน้าอกมันชักจะหนุบหนับเกินไปแล้วนะครับ” จิงคตอบสวนทันทีแบบได้โอกาส
เพราะจากเปอร์เซ็นต์ของหญิงสาวที่เขาเคยเจอมาเกือบเก้าสิบห้าเปอร์เซ็นต์ถ้าโดนมุขนี้เข้าให้เป็นหน้าหงายแดงระเรื่อเพราะความอายแทบไม่ทัน แต่ดูเหมือนว่าเฮร่าเธอจะอยู่ในห้าเปอร์เซ็นต์หลังเพราะคุณเธอเล่นดันหน้าอกของเธอให้เข้ามาแนบชิดกับแขนของเขามากกว่าเดิม
สรุปคือยางอายของเจ้าหล่อนไม่มีนั้นเอง
“แหม... ก็พี่กลัวน้องจิงคจะเดินล้มไปนี่จ้ะเห็นเข้าห้องพยาบาลตั้งสองหน”
“เอ่อ... ถ้าผมจะล้มก็คงเพราะรุ่นพี่เฮร่าถ่วงแหละครับ”
จะว่าไปถ้าพูดตามที่เห็นแล้ว สภาพเฮร่าดูแล้วจะแย่กว่าจิงคเสียด้วยซ้ำเพราะถึงปากของเธอจะบอกว่าช่วยพยุงจิงคก็ตาม แต่แท้จริงคุณเธอกลับใช้แรงแขนของจิงคเป็นตัวช่วยพยุงร่างของเธอให้เดินต่อไปได้มากกว่าเสียอีก
ท่าทางวิชาต่อสู้ที่สอนโดยอาจารย์เรธิเซียมันคงจะหนักมากเอาการเลย
“แหม... ดูพูดเข้าสิจ้ะ เอาน่าถือว่าช่วยพี่หน่อยก็แล้วกัน”
“ไหนตอนแรกบอกว่าช่วยพยุงผมไงครับ ไปไปมามาไหงกลายเป็นผมพยุงรุ่นพี่ไปได้เนี้ย”
“ก็มันเหนื่อยนี่นา” เฮร่าลากเสียงตอบกลับอย่างออดอ้อน
“อ่าครับ” จิงคยิ้มแห้งๆตอบ
“เอาเป็นว่าทำหน้าที่สามีที่ดีหน่อยก็แล้วกันนะ”
ว้าว จะน่าดีใจดีไหมเนี้ยจู่จู่ก็ได้เมียเพิ่มอีกคนซะอย่างนั้น ทั้งที่ตัวเองยังไม่ทันได้หม้อหรือจีบเลย แถมแต่ละคนยัง....
รู้สึกอยากกลับไปนอนห้องพยาบาลต่อยังไงก็ไม่รู้
“ครับผม ว่าแต่มาพูดและทำแบบนี้คนจะเข้าใจผิดเอาได้นะครับ” จิงคเอ่ยแย้ง
“แล้วไงจ้ะ ถึงยังไงตอนเราแต่งงานกันก็ต้องมีอะไรมากกว่านี้อยู่แล้ว แค่นี้จะไปคิดอะไรมากล่ะจ้ะ”
ครับ แบบว่ารุ่นพี่ไม่คิดแต่เขาคิดสิครับแถมไม่ได้คิดธรรมดาด้วย คิดมากๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ เอาเป็นว่าเอาไม้ยมกให้เป็นอนันต์เลยก็แล้วกัน ว่าแต่คุณเธอคิดไกลไปถึงแต่งงานแล้วเหรอ ทั้งที่ยังไม่ถามความเห็นคนที่จะแต่งด้วยเลยนะว่าคิดยังไง
“เอ่อ.... รุ่นพี่เฮร่า....”
“ไม่ต้องห่วงหรอกงานฉลองการแต่งงานระหว่างพี่กับน้องจิงคต้องยิ่งใหญ่แน่ๆ”
เฮร่าตอบกลับแบบไม่ยอมให้จิงคได้เอ่ยอะไรเลยเรียกสั้นๆว่าตัดบทห้ามเถียง สงสัยถ้าได้คุณเธอเป็นภรรเมียก็คงประเภทเดียวกับนานาเอลแน่อน
ประเภทเมียบังเกิดเกล้า!!!
“ครับผม”
เห็นไหมขนาดยังไม่ได้เป็นผัวเต็มตัวประโยคที่บ่งบอกถึงความเป็นผัวชั้นผู้น้อยของเมียบังเกิดเกล้าก็หลุดออกมาจากปากเขาแล้ว แต่ก็นะ มันไม่รู้จะพูดอะไรดีนี่หว่า
แต่เดี๋ยวสิ คิดแบบนี้มันก็เหมือนกับว่าเขากำลังจะไปเป็นสามีของเจ้าหญิงคนนี้จริงๆนะสิ
ให้ตายเถอะ โดนล่อลวงทางจิตใจไปแล้ว
สิ้นหวังแล้ว......
หญิงสาวมองท่าทีที่กลืนไม่เข้าคายไม่ออกของจิงคด้วยรอยยิ้มบางๆที่เธอได้หยอกล้อชายหนุ่มผู้นี้อย่างเต็มที่
“อย่างกับฝันไปเลยนะ” เฮร่าพึมพำออกมาเบาๆ
แต่ทว่าหนนี้หูนรกของจิงคมันกลับทำงานได้ดีเกินความสามารถที่ปกติทั่วไปของเขาจะพึงมี แต่อันที่จริงมันก็ไม่แปลกอะไรหรอกเพราะพวกเขาเดินเคียงชิดกันแบบชวนน่าอิจฉาเสียป่านฉะนี้ เอาเป็นว่าแนบแน่นไปถึงทรวงเลย ดังนั้นการที่จะได้ยินหญิงสาวผู้นี้พูดอะไรออกมามันจึงไม่ใช่เรื่องน่าแปลกใจอะไรเลย
“อะไรนะครับ?” จิงคเอ่ยถามสวนอย่างสงสัยทันที
ประโยคว่าอย่างกับฝันไปนี่มันอะไรกันแน่ อาชญากรสุดโฉดที่ขึ้นชื่อด้านหลอกลวงอย่างเขามันน่าชวนฝันถึงงั้นเหรอ?
ท่าทางรสนิยมของผู้หญิงผู้นี้มันชักจะน่ากลัวน้อยๆแล้วสิ
“เปล่านี่”
แต่กระนั้นมันก็เป็นไปตามคาดเมื่อเฮร่าได้ตัดบทสนทนาที่เขาเปิดประเด็นคำถามชวนฉงนนั้นด้วยประโยคคลาสสิคที่ทุกนิยายเกือบทุกเรื่องที่เขาเคยอ่านมาต้องพึงมี
มันจะเปล่าได้ยังไงฟะ เห็นอยู่ชัดๆว่ามีอะไรแน่ๆ ยังจะด้านตอบมาว่าเปล่าอีกแน่ะ
ถึงอย่างนั้นก็เถอะ แต่ทว่าจิงคก็ไม่ได้เอ่ยอะไรเพิ่มเติมออกมาอีกเลยถึงคำพูดตัดบทชวนปวดตับนั้น เพราะถึงอย่างไรเขาก็เป็นอาชญากรที่ดูทิศทางลมที่เรียกว่าอารมณ์ของคนเป็นนะ ว่าถ้าสาวเจ้าตัดบทมาแบบนี้ขืนไปถามเซ้าซี้มันคงไม่ได้เรื่องอะไรอยู่ดีแถมถ้าเกิดเธออารมณ์เสียขึ้นมาจะยุ่ง เพราะด้วยฐานันดรแล้วเธอสามารถเปลี่ยนฐานะเขาจากว่าที่เจ้าบ่าวในอนาคตเป็นเจ้าภาพในงานศพของตัวเองได้ง่ายๆเพราะคุณเธอมีอำนาจที่สามารถก่ออาชญากรรมโดยไม่เป็นอาชญากรได้ด้วย
เอาเป็นว่าเฉยไว้ดีที่สุดถึงจะสงสัยอยู่ก็เถอะ
แต่ทว่าเฮร่ากลับแปลสีหน้าที่ชวนอักอ่วนของจิงคในตอนนี้ไปเป็นอีกทางที่เป็นแง่บวกสำหรับตัวเธอมากกว่าที่จะเป็นแง่ลบซะอย่างนั้น
“นิ่มดีใช่ไหมล่ะ?”
“อ่าครับ นิ่มดีมากๆเลยครับ...”
เขาล่ะเซ็งจริงๆ

◊◊◊◊◊◊◊◊◊

เสียงดีดนิ้วที่คุ้นเคยและไม่น่าพิศมัยที่ได้ฟังทีไรก็ชวนอเน็จอนาถใจทุกทีดังขึ้นมาเบาๆ หลังจากที่เขาเปิดประตูไม้สักสุดหรูหราเข้ามาในห้องเรียบร้อยแล้วพร้อมกับความรู้สึกหนักอกหนักใจที่ก่อตัวขึ้นมาอย่างฉับพลัน
ไม่ใช่คำอุปมาแต่เขาหนักจริงวุ้ย
ไม่รู้มันจะใหญ่อะไรนักหนาหรือว่าไอ้คุณนางมารนานาเอลเธอใส่ออฟชั่นเสริมให้เป็นแบบนี้หรือเปล่าเพื่อที่จะสอนให้เขาเข้าใจจิตใจและความทุกข์ยากของผู้หญิงเพื่อที่จะได้เห็นว่าเธอดีกว่าเห็นๆในเรื่องนี้ ก็เพราะเท่าที่ดูไอ้คุณนานาเอลกับไดอาน่าดูท่าจะไม่มีค่อยมีเรื่องหนักอกเลย เอาเป็นว่าถ้าให้มองดูเฉยๆผสมได้จับหน่อยๆมันก็คงไม่คิดอะไรมาก แต่พอมามีเองแบบนี้แล้ว...
มันแทบคลั่ง!!!
พวกผู้หญิงที่มีแบบนี้พวกเธอทนแบกไปได้ไงทั้งวันฟะ
คิดไม่คิดเปล่าเพราะเขาได้เหลือบสายตาไปมองฟีอาผู้ซึ่งมีความหนักอกหนักใจไม่ต่างจากเขาด้วยสีหน้าที่ชื่นชมพอสมควรจนหญิงสาวต้องหลบสายตาเขาน้อยๆเมื่อเห็นว่าเขากำลังสอดส่ายสายตามองมาที่เธออยู่
โคตรน่ารัก แต่ทำไมถึงจับต้องไม่ได้ฟะ
พระเจ้าสรรคสร้างโลกมายังไงกันแน่ ที่จริงให้นานาเอลจับต้องไม่ได้มันจะดีกว่าเสียอีก เพราะถึงเจ้าหล่อนจะสวยเทียบเท่ากับฟีอาแต่นิสัยมันให้ความรู้สึกที่เป็นแม่มดมากกว่าฟีอาแยะเลย
“ขอโทษทีที่ดูเป็นแม่มดมากกว่าฟีอานะ”
ไอ้คนที่ถูกนินทาในใจเอ่ยออกมาทันทีพร้อมกับวิถีรองเท้าครองโลกแบบว่าแม่คุณปาได้แม่นมากเข้าเป้าหมายนั้นก็คือใบหน้าของเขาทุกครั้ง
“โชคดีวันนี้สลิปเปอร์ไม่เจ็บ”
จิงคพึมพำออกมาเสียงค่อยอย่างถอดใจประมาณว่าหมดแรงจะคิดประโยคอะไรที่จะพูดให้นางมารสาวผู้นี้คิดได้เสียทีแล้วว่ารองเท้ามันไม่ใช่อาวุธบินที่ทรงประสิทธิภาพอะไรเลยและหน้าเขาก็ไม่ใช่เป้าลองอาวุธที่ไร้ประสิทธิภาพนั้นด้วย
แต่กระนั้นอานุภาพการลองของเธอมันก็เล่นเอาเขาสลบมาหลายครั้งแล้วเพราะฉะนั้นถ้าจะบอกว่ามันไม่มีประสิทธิภาพเลยก็คงไม่ได้ล่ะมั้ง
ดังนั้นเขาจึงทำได้แค่เพียงคิดชื่อบทหนังสืออยู่ในใจที่มีชื่อบทว่า ‘จากส้นตึกสู่สลิปเปอร์’ เอาเป็นว่าถ้าใครขอให้เขาช่วยเขียนบันทึกอัตชีวะประวัติของนานาเอลแล้ว สิ่งที่แรกที่เขาจะทำเลยก็คือการเขียนข้อมูลรองเท้าทั้งหมดของเจ้าหล่อนแบบว่ามันมีเยอะมากๆ แบบไม่รู้ว่าจะมีเยอะไปทำไม
ไม่แน่นะ สงสัยคุณเธอกลัวว่าเขาจะเบื่อกับรองเท้าซ้ำๆล่ะมั้ง
“ว่าแต่ทำไมวันนี้...”
นานาเอลทำท่าจะเดินลงจากเตียงมาหาเขาแต่ทว่าฉับพลันเธอกลับชะงักเท้าลงอย่างตกใจเมื่อเธอรู้สึกถึงอะไรบางอย่างที่มันดูแล้วชวนขนลุกสำหรับคุณเธอ
“จิงค นายไปเอาอะไรมาน่ะ?” เสียงของเธอสั่นเครือเล็กน้อยเมื่อเอ่ยคำถามนั้นออกมา
น่าประหลาดนานาเอลผู้ไร้พ่ายที่มีรองเท้าอยู่ในการครอบครองมากมาย ในตอนนี้เธอกำลังกลัวอะไรบางอย่างอยู่
อะไรบางอย่างที่เขาถือมันมาด้วย
หนังสืองั้นเหรอ?
สายตาของเขาเหลือบมองไปที่หนังสือเล่มโตในอ้อมแขนของเขาที่เขาได้มาจากเรธิเซียทันทีอย่างพอจะคาดเดาออกว่าอะไรที่นานาเอลว่ามันหมายถึงอะไร
“ฉันได้มาจากอาจารย์เรธิเซียเธอบอกว่าคนที่ชื่อไซรินซ์ให้ฉันมาไว้อ่านน่ะ”
จิงคยกหนังสือชูไปข้างหน้าทางที่นานาเอลอยู่ทันทีเพื่อตรวจสอบสมมติฐานของตนว่ามันถูกต้องไหมซึ่งผลตอบกลับที่ได้รับจากนานาเอลก็คือรองเท้าสลิปเปอร์ที่ครบข้างกับเสียงกรีดร้องของเธอที่ดังออกมาเพราะความตกใจ
อย่างกับผีเจอน้ำมนต์
นั้นคือคำอุปทานที่อธิบายท่าทีของนางมารกลัวหนังสือผู้นี้ได้เป็นอย่างดีที่สุดหลังจากที่เธอได้เผชิญหน้ากับหนังสือปราบมารสุดศักดิ์สิทธิ์ราวกับของขลังที่ถูกปลุกเสกมาอย่างดีจากโบสถ์หรือวัดชื่อดังที่ไหนสักแห่ง
ของวิเศษไหนๆก็ไม่ทาบเทียบเลยนะเนี้ย
แต่ดูเหมือนว่าไอ้หนังสือศักดิ์สิทธิ์มันจะไม่ได้ไล่มารได้แค่ตนเดียวเสียด้วยเพราะนักบวชหญิงจอมปลอมกับกับแม่มดแสนน่ารักก็หลบหวืดอย่างหวาดผวาในอานุภาพของมันเช่นกันจนเริ่มทำให้จิงคสงสัยว่ามันปลุกเสกมาจากอะไรและที่ไหนกัน เขาจะได้เอาไปขอใช้มั้ง
ว่าแต่ทำไมรุ่นพี่เฮร่าถึงไม่มีอาการอะไรเลยล่ะ?
“อย่าชูมันมาด้านที่พวกฉันอยู่จะได้ไหมยะไอ้อาชญากรวิปริตชอบเปลี่ยนร่างเป็นหญิง” นานาเอลตะคอกลั่นอย่างเหลืออดหลังจากที่จิงคยังคงชูหนังสือปราบมารนั้นอย่างไม่เกรงกลัวฟ้ากลัวดิน
“นี่เธอคิดว่ามันเป็นเพราะใครกันล่ะ ฉันถึงเป็นแบบนี้?” 
ความกล้าจากการที่เขาถือสิ่งที่เหนือเหนือกว่าทำให้ปากของเขาเริ่มเก่งกล้าที่จะต่อกรกับนางมารร้ายผู้มีนิสัยไม่น่าพิศมัยในใจเขาอย่างนี้
เอาเป็นว่าหนังสือเล่มนี้มันมันตีบวกความมั่นใจในตัวเขาขึ้นมามากโขเลย
“กล้าเถียงงั้นเหรอ?”
นานาเอลกัดฟันกรอดแบบข่มขู่ด้วยอารมณ์ประมาณว่าอย่าให้อาวุธสุดท้ายของแกหลุดจากมือนะ
ไม่งั้นแกตายแน่ๆ!!!
“ก็นะ ฉันมีตั้งสองเล่มกลัวอะไรเล่า” จิงคเอ่ยตอบแบบไม่สะทกสะท้านแต่อย่างใดอย่างพอจะเดาอารมณ์ในความคิดจากสีหน้าของนางมารผู้นี้ออก “เอาล่ะ ไหนไหนก็ไหนไหนแล้ววันนี้เรามาทดสอบทางวิชาการเกี่ยวกับคำศัพท์ที่อ่านออกเสียงว่า ‘แตกฮือ’ กันหน่อยดีกว่า”
ว่าจบหนังสือเล่มหนาที่หน้าปกถูกสลักด้วยอักษรสีทองว่า ‘เรียนรู้ง่ายๆเกี่ยวกับการต่อสู้ ถึงเป็นมือใหม่ก็สามารถเรียนรู้ได้ในวันเดียว’ ก็บินออกจากมือของเขาในบันดล ท่ามกลางสถานการณ์โกลาหลที่บังเกิดขึ้นมาในทันที ราวกับว่ากำลังมีระเบิดลูกใหญ่มาลงในห้องก็ไม่ปาน
สงครามหนังสือทะลุจักรวาล
อาวุธสุดท้ายคือหนังสือเพียงเล่มเดียว
นานาเอลวิ่งพล่าน
ไดอาน่ากรีดร้องลั่นพร้อมทั้งเกาะเอวนานาเอลให้ลากร่างเธอไปด้วยเพราะขาของเธอมันไม่มีแรง
ส่วนฟีอานั้นเธอกระโดดโหยงพุ่งมาทางเขาทันทีแบบไม่สนใจอะไรแล้วเพราะดูเหมือนความกลัวมันครอบงำหัวใจและความคิดของเธอจนหมดสิ้น เพราะอย่างนั้นเธอจึงตัดสินใจที่จะจู่โจมใส่ผู้ถืออาวุธที่ร้ายกาจที่สุดในห้องเพื่อปลดอาวุธของเขาทันที
หมับ!
มือที่เปลือยเปล่าไร้ถุงมือมาปิดกั้นเพราะตอนนี้เธอได้อยู่ในสภาพชุดนอนที่ดูยั่วยวนได้จับกดมือที่เปลือยเปล่าของข้างที่ไม่ได้ถือหนังสือของเขาไว้บนพื้นเพื่อจำกัดการเคลื่อนไหวของเขาให้ดิ้นรนได้น้อยที่สุดโดยเฉพาะการที่เขาจะยกหนังสือที่อยู่ในมืออีกข้างมาใกล้เธอด้วยแล้ว
เอาล่ะ ได้เวลาทดสอบทางวิชาการขั้นที่สองแล้วว่าฟีอาที่โดนตัวผู้หญิงแล้วไม่เป็นไรถ้าเธอมาโดนตัวเขาที่แปลงเพศเป็นผู้หญิงแล้วเขาจะเป็นอะไรไหม เห็นเธอบอกว่าไม่แน่ใจ ถ้างั้นเปอร์เซ็นต์ก็คงห้าสิบห้าสิบสินะ
Dead or alive จริงเลยวุ้ยถึงจะพูดว่ายอมให้จับก็เถอะ แต่แบบนี้มันกระทันหันเกินไปแล้ว
ให้เวลาเตรียมใจกันหน่อยสิฟะ!!!

---------------------------------------------------------------------------------------------------------------




NEKOPOST.NET