Kao mite kudasai seitokaichou : ขอเห็นหน้าเธอหน่อยสิ♥คุณประธานนักเรียน♥ ตอนที่ 7 | Nekopost.net 
NEKOPOST
การแสดงผล

Kao mite kudasai seitokaichou : ขอเห็นหน้าเธอหน่อยสิ♥คุณประธานนักเรียน♥

Ch.7 - Shadow


        "เอาล่ะแล้วชั้นต้องทำยังไง!?"

  ผมที่ตอนนี้ไม่รู้ว่าจะทำยังไงกับสถานการณ์ที่เกิดขึ้นตรงหน้า หญิงสาวที่ผมไม่เคยรู้จักรกำลังพยายามจะฆ่าผมอยู่ ถึงจริงๆแล้วจะไม่ใช่มนุษย์ก็เถอะนะ

        (ก็.... สู้กับมันไง!)

        "จะบ้าเรอะ! แล้วจะเอาอะไรไปสู้มิทราบ!?"

        (นั่นสินะ ว่าแต่.... นายเอาพัดมาด้วยใช่ไหม?)

        "แล้วชั้นจะไปตรัสรู้ได้ยังไงล่ะแม่คุณ!"

        (งั้นก่อนที่นายจะหลับ นายได้พกติดตัวเอาไว้รึปล่าวล่ะ?)

        "ถ้าจำไม่ผิดรู้สึกจะอยู่ในกระเป๋ากางเกง........"

  เมื่อคิดได้เช่นนั้นผมก็รีบล้วงมือลงไปในกระเป๋ากางเกงข้างขวา และหยิบพัดไม้ออกมา

        "เจอละ!"

        (งั้นนายก็เอาพัดนั่นสู้กับเจ้านั่นซะ!)

        "นี่เอาจริงหรือพูดเล่น!?"

        (ก็จริงน่ะสิ คิดว่าชั้นพูดเล่นๆรึไงกัน!)

        "เธอจะบ้าเรอะ! พัดอันเดียวจะไปทำอะไรได้!"

        (เดี๋ยวนายก็รู้เองแหละ ใช้ๆไปซะ!)

        "ให้ตายสิ เอาก็เอาวะ!"

  เนื่องจากโดนยัดเยียดมา อาวุธที่ผมมีใช้ในตอนนี้ก็มีแค่พีดไม้หนึ่งอัน แต่ฝ่ายตรงข้ามมีดาบ แล้วจะไปสู้ยังไงล่ะเนี้ย....

 

  [!!!!]

  ทันใดนั้น! ฝ่ายตรงข้ามก็พุ้งเข้ามาหาอีกครั้ง ผมจึงรีบตั้งท่าป้องกันพร้อมกับปิดตาตัวเอง เตรียบรับแรงฟันจากดาบเล่มนั้น....

  [เพล้ง!]

  ........

  ........

  ........

  ........

  ____เอ๊ะ!?

  ____ทำไมถึงไม่รู้สึกเจ็บล่ะ

  ____ทั้งๆที่เมื่อกี้ดาบฟันลงมาแล้วแท้ๆ

  ผมค่อยๆลืมตาขึ้นมา และถึงกลับไม่เชื่อสายตาตัวเองเลยจริงๆ

        "น...นี่มัน!?"

  สิ่งที่ผมเห็นคือ ดาบคาตานะที่ส่องแสงสีเงินออกมา ซึ่งกำลังเสียดสีกับดาบของฝ่ายตรงข้ามอยู่ ทั้งที่จริงๆแล้วบนมือของผมนั้น ควรที่จะเป็นพัดไม้ที่เอาออกมาจากกระเป๋ากางเกงเมื่อซักครู่นี้แท้ๆ แต่จู่ๆพัดไม้อันเล็กๆที่ผมถืออยู่เมื่อซักครู่นี้ กลับเปลี่ยนรูปร่างและกลายเป็นดาบคาตานะเล่มโตไปซะแล้วสิ ผมรีบปัดความสงสัยนั้นทิ้งออกไปก่อน และใช้แรงที่มีอยู่ปัดดาบของฝ่ายตรงข้ามออกไป........

        "ด...ดาบเล่มนี้มัน....?"

  ผมมองไปที่ดาบคาตานะที่อยู่ในมือขวา ตัวดาบนั้นมีสีเงินที่ดูเรียบง่าย แต่ก็หน้าเกรงขามและสวยงามไปในตัว ซึ่งสีนั้นเวลาสะท้อนกับแสงก็จะมีสีออกน้ำเงินอยู่เล็กน้อย และมันทำให้คิดขึ้นมาได้ว่า ดาบเล่มนี้มันคุ้นๆอยู่ เหมือนเคยเห็นที่ไหน

        (มันก็คือดาบที่ชั้นใช้แทงเมื่อตอนนั้นยังไงล่ะ!)

  พอมิยูกิพูดแบบนั้น ก็ทำให้นึกออกขึ้นมาทันที ทำให้ภาพความทรงจำต่างๆที่เกิดขึ้นก่อนหน้านี้ แล่นผ่านเข้ามาในสมองของผมอย่างไม่หยุดยั้ง!

  แน่นอนว่ารวมไปถึง ความรู้สึกตอนที่ถูกแทงด้วยอะนะ

        "ขอบอกเลยว่าตอนนั้นมันเจ็บมากเลยล่ะ รู้ไหม!

        (ทำไงได้ ก็ชั้นอยากจะรู้ว่านายมีพลังจริงรึปล่าวน่ะสิ....)

        "ทำไมชั้นถึงรู้สึกว่า ชั้นไม่หน้าไปทำข้อตกลงกับเธอในตอนนั้นเลยจริงๆ"

        (ถ้าตอนนั้นนายไม่ตอบตกลง ชั้นก็จะแจ้งอาจารย์เกี่ยวกับที่นายทำบนดาดฟ้านั่น........)

        "ครับ! ครับ! ขอโทษครับ! จะไม่บ่นอีกแล้วครับ!"

        (โถ่........อดแกล้งเลยสิแบบนี้)

        "ให้ตายสิ! เชื่อเขาเลยจริงๆ นี่น่ะเหรอประธานนักเรียนที่เขาล่ำลือกันน่ะ!"

        (เรื่องนั้นก็ส่วนเรื่องนั้น นายไม่ต้องไปใส่ใจมันหรอก ตอนนี้นายควรจะสนใจอีกฝ่ายมากกว่านะ!)

        "รู้แล้วล่ะน่า!"

  หลังจากที่จบการถกเถียงไปเมื่อซักครู่ ผมก็กลับมาสนใจเจ้านั่นอีกครั้ง แต่เดี๋ยวก่อนสรุปมันคืออะไรกันแน่?

        "แล้วสรุปมันคืออะไรกันแน่ เจ้านั่นน่ะ?!"

  ผมถามตามที่สงสัย....

        (มันคือ เงามืดที่มักจะหลบซ่อนอยู่ในจิตใจและความฝันของคนๆนั้น หรือก็คืออีกด้านหนึ่งของคนๆนั้นยังไงล่ะ เปลียบเสมือนขาวกับดำ ที่อยู่คนละด้านกัน สิ่งที่นายกำลังเจออยู่คือด้านสีดำยังไงล่ะ ทั้งความรู้สึก อารมณ์ต่างๆที่เป็นในทางลบจะมารวมกันอยู่ที่นี่หมด เราจึงเรียกมันว่า 'ชาโดว์ (Shadow)' ซึ่งก็แปลตามตัวน่ะแหละ 'ความมืด')

        "แล้วชั้นจะจัดการมันยังไงล่ะ?"

        (นั่นสิน้า.... ลองเอาดาบนั่นฟันไปที่ตัวมันดูสิ!)

        "ง่ายๆอย่างงั้นเลยเรอะ!? มันจะได้ผมนั่นน่ะ!?"

        (ไม่ลองก็ไม่รู้ไม่ใช่เหรอ?)

        "เฮ้อ~ ให้ตายสิ ให้ได้แบบนี้สิน่า~"

  ยังไงก็ต้องลองดูล่ะนะ ไม่มีทางอื่นแล้วหนิ ผมจึงเริ่มตั้งสมาธิและจัดท่าให้พร้อมที่จะวิ่งเข้าไปฟันเจ้านั้นหรือก็คือเจ้าชาโดว์ ถึงตัวเองจะพอมีทักษะเกี่ยวกับดาบมาบ้างเพราะเคยเรียนเคนโด่มาก่อน แต่ตอนนี้เลิกไปแล้ว ไหนๆก็ขอลองฝีมือที่ไม่ได้ใช้มานานดูหน่อยก็แล้วกัน.....

 

  [____!!!!]

  ผมพุ่งตัวไปข้างหน้าอย่างรวดเร็ว พยายามตรงไปหาเจ้าชาโดว์นั่นให้เร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้ ระยะของผมกับเจ้าชาโดว์ลดลงเรื่อยๆ อย่างรวดเร็ว และยังไม่ทันให้มันได้โจมตีสวนกลับมา ผมก็เหวี่ยงดาบคาตานะสีเงินเล่มนี้ ฟันใส่เข้าที่ไหล่ข้างซ้ายของอีกฝ่าย จนทะลุออกไปยังเอวด้านขวา หรือให้อธิบายง่ายๆก็ ตัวของชาโดว์ขาดเป็นสองท่อนนั่นเอง

        "ได้ผลด้วยวุ้ย!?"

        (บอกแล้วว่ามันอาจจะได้ผลก็ได้ไง!)

        "ดูยังไงก็เพิ่งคิดได้ชัดๆ!"

  เป็นไปตามที่มิยูกิบอก หลังจากที่ผมเหวี่ยงดาบคาตานะใส่เจ้าชาโดว์นั่นแล้ว ร่างกายของมันก็ค่อยๆจางหายไป ไม่มีความรู้สึกของการฟันผ่าเนื้อหนังเลยซักนิด เหมือนยังกะว่ากำลังเหวี่ยงดาบใส่อากาศยังไงก็ไม่รู้ แสดงว่ามันเป็นแค่ 'เงา' จริงๆสินะ ต่างกันแค่มันสามารถโจมตีใส่คนอื่นได้ก็เท่านั้นเอง ถ้าเป็นแบบนี้ผมคิดว่าคงไม่ยาก....จน.....เกินไป!

        "นั่นมันอะไรล่ะ นั่นหน่ะ!?"

  ทั้งๆที่ชาโดว์ก็ถูกจัดการไปแล้ว แต่ไหนมันถึงได้โพล่ออกมาอีกล่ะ!? และคราวนี้ไม่ได้มาแค่ตัวเดียว แต่รอบนี้มาถึงสามตน....

        (อ๋อ! ลืมบอกไปเลยว่า มันไม่ได้มีแค่ตัวเดียวหรอกนะน่ะ"

        "ทีหลังก็หัดบอกให้มันเร็วกว่านี้หน่อยเซ่!!!!"

  ไม่ทันได้สิ้นเสียงของผม ชาโดวก็พุ่งเข้ามาโจมตีใส่อย่างรวดเร็วพร้อมๆกันทั้งสามตน โดยที่ผมเกือบตั้งตัวไม่ทันแต่โชคดีที่สามารถหลบการโจมตีนั้นได้

        "หนอย.... ตาชั้นบ้างล่ะนะ!"

  ผมตวัดดาบและฟันไปที่ชาโดว์ตนแรก ต่อมาก็ตนที่สองและสามพร้อมๆกัน ถึงจะมาเพิ่มขึ้นแต่ก็ไม่ได้ต่างไปจากตนแรกสุดแม้แต่น้อย

        "ดูเหมือนไอที่เธอเรียกว่าชาโดว์น่ะ คงไม่เป็นปัญหาสำหรับชั้นแล้วล่ะมั้งแบบนี่"

        (คงงั้นมั้ง!)

        "ว่าแต่ต้องไปทางไหนต่อล่ะเนี้ย ไม่มีจุดบ่งบอกไว้เลยว่าควรจะไปทางไหนน่ะ"

        (ก็ค่อยๆสำรวจไปก็แล้วกัน มันคงหาไม่ได้ง่ายๆหรอก ไม่งั้นคงไม่มีใครหลงเข้ามาและออกไปไม่ได้หรอกนะ)

        "เฮ้อ..... ให้ตายสิยุ่งยากซะจริง!"

 

  เนื่องจากไม่มีทางเลือกอื่นผมจึงเดินหาไปเรื่อยๆ ถึงแม้ว่าสถานที่จะเหมือนกับโรงเรียนก็ตาม แต่สภาพของตัวตึกกับลักษณะทางเดินและห้องนั้นแตกต่างออกไปอย่างสิ้นเชิง มีทั้งห้องที่ไม่เคยเห็น บันไดที่ไม่หน้าจะอยู่ตรงจุดนี้และอื่นๆอีกหลายแห่งภายในบริเวณโรงเรียน

  โดยรวมแล้วถึงภายนอกจะดูเหมือนในโลกแห่งความจริงก็ตามทีเถอะ แต่ถายในแทบจะไม่เหมือนกับอีกโลกเลยซักนิดเดียว

        "ภายในตึกไม่มีทีท่าว่าจะอยู่ที่นี่เลยแฮะ?"

  ผมที่เดินตามหาร่องรอยว่าควรจะไปทางไหน แต่เท่าที่เดินมาก็แทบจะไม่มีเลย

        (ชั้นคิดว่า.... ไม่แน่อาจจะมีทางลับซ่อนอยู่ก็เป็นได้นะ)

        "มันจะมีจริงๆน่ะเหรอ ถึงที่นี่จะเป็นโลกแห่งความฝันมันก็ไม่หน้าจะถึงขนาดมีทางลับซ่อนอยู่หลอกนะ!"

        (ใครจะไปรู้ล่ะ เรื่องแบบนั้น!)

        "ถามจริงนี่เธอเคยมาที่โลกนี่แน่เหรอ?"

        (แน่นอนว่าต้องเคยเข้าไปในนั้นอยู่แล้วล่ะ ไม่งั้นชั้นจะรู้รายละเอียดของพวกชาโดวได้ยังไงกัน!)

  ____แต่ดันไม่รู้เรื่องเส้นทางลับเนี้ยนะ?

        (ไม่แน่นะ รูปปั่นที่วางอยู่สุดทางเดินตรงนั้นอาจจะมีทางลับซ่อนอยู่ก็เป็นได้)

        "เฮ้อ........ ถ้าไม่ไปดูก็คงไม่รู้สินะ"

  ไม่มีทางเลือก ผมจึงลองทำตามที่มิยูกิบอกแม้ในใจคิดว่าไม่หน้าจะเป็นไปได้ก็เถอะนะ ผมจึงเดินตรงไปยังรูปปั่นที่วางอยู่สุดทางเดินและค่อยๆตรวจเช็คว่ามีกลไกซ่อนอยู่รึปล่าว ผลปรากฏว่า........ มี!

        (เห็นไหมล่ะ บอกแล้วว่ามี!)

        "ดูยังไงก็พึ่งนึกได้ชัดๆ!!!"

  มีกลไกลับซ่อนอยู่ด้านหลังรูปปั่นนั้น เป็นปุ่มกดขนาดเล็กที่ซ่อนเอาไว้จนสังเกตได้ยาก โชคดีที่เจอมันเข้า ไม่งั้นก็ไม่รู้แล้วว่าจะไปไหนต่อ....

        (เอาน่าๆ รีบไปต่อกันเถอะ ก่อนที่พวกชาโดวจะโพล่ออกมาซะก่อน)

        "คร้าบ! คร้าบ!"

  ผมเอื้อมมือไปที่ด้านหลังของรูปปั่นและใช้นิ้วกดลงที่ปุ่มขนาดเล็กที่ซ่อนอยู่ด้านหลัง ทันใดนั้นก็เริ่มมีเสียงกลไกทำงานจากบริเวณด้านหลังกำแพงของรูปปั่น จากนั้นกำแพงที่อยู่ข้างๆก็ค่อยๆยุบเข้าไปในกำแพงเป็นทางเข้าทรงสีเหลี่ยมผืนผ้าขนาดเท่าประตูห้องเรียน จากนั้นมันก็เลื่อนหลบไปทางด้านข้างอย่างช้าๆ และพอมันเลื่อนไปจนสุดเสียงกลไกก็หยุดลง

        "นี่มันเรื่องบ้าอะไรกันเนี้ย โรงเรียนมีกลไกลับแบบนี้ด้วยเรอะ!?"

        (เอาน่าๆ อย่าลืมสิว่าที่นี่คือโลกแห่งความฝันนะ อะไรก็เป็นไปได้ทั้งแหละ)

        "บางทีมันก็มากเกินไปนะ"

        (รีบไปกันเถอะ อย่ามัวแต่เสียเวลาเลย)

        "จะให้เข้าไปในที่มืดๆแบบนี้เนี่ยนะ!?"

        (แล้วนายคิดว่า มีทางอื่นอีกป่ะล่ะ?)

        "เฮ้อ.... ช่วยไม่ได้แฮะ"

  สุดท้ายผมก็ต้องเข้าไปข้างในอยู่ดี และทันใดนั้นเองเสียงกลไกก็ดังขึ้นมาอีกครั้ง กำแพงที่เปิดทางเข้าเมื่อซักครู่นี้ค่อยๆขยับกลับไปที่เดิมของมัน หรือก็คือปิดทางออกนั่นเอง เนื่องจากมันมืดมากผมจึงหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาและเปิดโหมดไฟฉาย สิ่งที่เห็นคือบันไดที่ทอดยาวลงไปข้างล่างยาวสุดหูลูกตา ยังไงมันก็ไม่มีทางให้หันหลังกลับแล้วผมจึงเดินลงบันไดไปอย่างไม่มีทางเลือก

 

  พอเดินลงมาได้ซักระยะผมก็เดินมาถึงชั้นล่างสุดเสียที และสิ่งที่อยู่เบื่องหน้าของผมก็คือ ประตูขนาดใหญ่ที่มีขนาดเกือบเท่าประตูปราสาทกันเลยทีเดียว

        "มันดูอลังการเกินไปหน่อยไหมเนี้ย?"

        (เหรอ? ชั้นคิดว่าปกติดีออกนะ)

        "ตรงไหนของเธอเนี้ย มันปกติตรงไหนฮะ!?"

        (ก็อย่างที่บอกไป ที่นี่คือโลกแห่งความฝัน อะไรๆก็เกิดขึ้นได้ทั้งนั้นแหละ)

        "เธอนี่มัน........"

        (รีบๆเปิดประตูนั่นเถอะ อย่าทำให้มันเสียเวลาไปมากกว่านี้เลย อย่าลืมสิเรามีเวลาแค่สองชั่งโมงเท่านั้นนะ ตอนนี้อาจจะเหลือแค่ครึ่งชั่วโมงแล้วก็ได้นะ)

        "รู้แล้วล่ะน่า........"

  ถูกอย่างที่เธอว่าจริงๆ ตั้งแต่เข้ามาที่นี่ก็ไม่รู้แล้วว่าเวลาผ่ายไปเท่าไหล่แล้ว ผมมีเวลาแค่สองชั่วโมงในการตามหาหนึ่งในนักเรียนที่หายตัวไป พอหมดเวลาผมก็จะตื่นและออกจากโลกแห่งความฝันนี้

 

  เมื่อทำใจได้แล้ว ผมก็เดินไปเปิดประตูบานใหญ่ที่อยู่ตรงหน้า แต่ยังไม่ทันได้ออกแรงผลัก ประตูก็ค่อยเปิดออกอย่างช้าๆ

        "ตอนแรกก็คิดว่ามันอลังการแล้วนะ แต่พอมาเห็นนี่.... มันดูออกจะ.... เกินไปหน่อยไหม?"

        (อย่างที่บอกไปนั่นแหละ อะไรก็เกิดขึ้นได้ทั้งนั้น)

  สิ่งที่อยู่เบื่องหน้าของผมนั้นคือ ห้องขนาดใหญ่ที่มีรูปร่างเป็นทรงโดมเหมือนกรงนกขนาดใหญ่ ตรงบริเวณกลางห้องมีเสาขนาดใหญ่ตั้งเอาไว้อยู่เสานั้นสูงจนสุดเพดานห้องและมีโซ่พันเอาไว้เป็นจำนวนมากและมันโยงไปทั่วทั้งห้อง

        "น.... นั่นมัน!"

  พอมองไปที่เสาดีๆจะเห็นโซ่จำนวนมากไปรวมอยู่ที่จุดๆเดียว และที่จุดๆนั้นมีหญิงสาวถูกโซ่พวกนั้น พันธนาการร่างของเธอเอาไว้อยู่

        "นั่นใช่คนที่เราตามหาอยู่สินะ?"

        (ใช่แล้วล่ะ เธอคือหนึ่งในนักเรียนที่หลงเข้ามาที่โลกแห่งนี้)

        "งั้นรีบไปช่วยเธอออกมาเถอะ จะได้เสร็จๆไป"

        (แต่ชั้นคิดว่ามันไม่ง่ายอย่างที่คิดน่ะสิ....)

        "หมายความว่ายังไง?"

        (นายลองมองดูนั่นสิ)

        "หือ........ ร.... เรื่องแบบนี้มัน!"

        (พวกมันคงไม่ปล่อยเธอให้กับเราง่ายๆหลอกนะ)

  ตั้งแต่ที่ผมเดินเข้ามาในห้องนี้ ชาโดว์จำนวนมากก็ค่อยปรากฏตัวออกมาจากความมืด จำนวนของมีมากเกินกว่าที่ผมจะรับมือไหว ไม่สิ! ดูยังไงก็ไม่ไหวแน่ๆ พวกมันออกมาเยอะขนาดนี้แสดงว่าจะไม่ปล่อยเธอให้กับเราง่ายๆแน่นอน

        "แบบนี้มันมากเกินความสามารถของชั้นแล้วนะ ถึงมันจะจัดการง่ายขนาดไหน แต่แบบนี้มันก็มากเกินไปอยู่ดีนะ!"

        (ให้ตายสิ นายนี่มันบ่นมากจริงๆ)

        "ชั้นคนเดียวทำไม่ได้หรอกนะ จำนวนมันมากเกินไป!"

        (งั้นถ้านายไม่ได้อยู่คนเดียว นายคงสู้ไหวสินะ?)

        "หมายความว่ายังไง?"

  ทันใดนั้นเอง ก็มีเสียงเดินดังมาจากข้างหลังของผม และมันเข้ามาใกล้มากทุกที ถ้ามีคนมาที่นี่จะต้องผ่านประตูกลไกนั่นก่อน แต่นี่กลับไม่ได้ยินเสียงกลไกที่ว่านั่นเลย เสียงฝีเท้าเข้ามาใกล้มากขึ้นทุกทีและหยุดลงข้างหลังของผม มันก็เหมือนทุกๆครั้งเปรียบเสมือนสัญชาติญาณ ผมรีบหันกลับไปมองด้านหลังทันที....

        "น... นี่ล้อกันเล่นใช่ไหมเนี้ย!?"

  เบื่องหน้าของผม ณ ตอนนี้คือ หนึ่งในบุคคลที่ไม่หน้าจะมาอยู่ที่นี่ได้เลย หญิงสาวผู้ปล่อยผมสีดำยาวลงมาจนถึงกลางหลัง ซึ่งเธอสวมหน้ากากสุนัขจิ้งจอกปกปิดใบหน้าเอาไว้ กำลังยืนท้าวเอวอย่างสบายอารมณ์ต่อหน้าผมในขณะนี้ ใช่แล้วเธอไม่ใช่ใครอื่นไกล ไม่ใช่ทั้งเพื่อนและคนรู้จัก แต่เธอคือ มิยูกิ.... ยาชิโระ มิยูกิ.... ประธานนักเรียนแห่งโรงเรียนซากุระนั่นเอง

        "ชั้นต้องพูดประโยคเดิมซ้ำอีกรอบไหมเนี้ย?"

        "ก็บอกแล้วไง.... ว่านายไม่ได้อยู่คนเดียวน่ะ!"

 

********




NEKOPOST.NET