Kingdom Blade จอมดาบป่วนก๊วนอัศวิน ตอนที่ 25 | Nekopost.net 
NEKOPOST
การแสดงผล

Kingdom Blade จอมดาบป่วนก๊วนอัศวิน

Ch.25 - อมนุษย์แวร์วูล์ฟ


ดาบที่25 : อมนุษย์แวร์วูล์ฟ

                    

 

            ช่วงเช้าวันนี้อากาศค่อนข้างปลอดโปร่ง ทุกๆคนดูพร้อมกับการเดินทางไกลกันแล้ว ก่อนออกจากบ้านมาคาร์นี่ย์ไม่ลืมที่จะย้ำเกรนิตี้เรื่องฝากดูแลบ้าน ทางนั้นก็รับปากว่าจะดูแลให้อย่างเต็มที่ นั่นทำให้เขาอุ่นใจขึ้นไม่น้อยเลยทีเดียว

 

            พวกเขาจะแบ่งกันออกไปเป็นสองกลุ่ม กลุ่มแรกนั้นประกอบด้วยคาร์นี่ย์,ไมกัส,กลอเรีย,โพลิน่า,ไอน์ซาโม่ และคนในขบวนอีกเจ็ดแปดคนที่ขับรถบรรทุกสองคันใหญ่ๆที่ขนมอเตอร์ไบค์ของพวกเขาเอาไว้ ส่วนสินค้าและเสบียงอาหารที่จะเอาไปขายหรือแจกจ่ายนั้นถูกแยกไว้ด้านหลังซึ่งก็คือกลุ่มที่สองนั่นเอง ซึ่งกลุ่มนั้นมีไรดีน,อลิซ,เฟราส,คาวาเลียร์

 

            สิ่งที่คาดการณ์เอาไว้ว่าจะได้เจอก็คือกลุ่มโจรที่คอยดักปล้นระหว่างทาง ไรดีนจึงให้กลุ่มแรกนำหน้าแกล้งทำเป็นขนส่งสินค้าอยู่ ส่วนกลุ่มที่สองที่ขนส่งสินค้าของจริงเอาไว้จะขับตามโดยเว้นระยะห่างเอาไว้ราวๆหนึ่งร้อยเมตร และเพื่อเป็นการไม่ประมาทไรดีนจึงแบ่งให้พวกเขาอยู่กลุ่มแรกมากกว่ากลุ่มที่สองเผื่อว่าจะเจอศัตรูที่ไม่คาดคิด ซึ่งคาร์นี่ย์เข้าใจว่าไรดีนต้องกำลังหมายถึงอมนุษย์อย่างแน่นอน

 

            ขบวนรถแล่นออกมาได้อย่างราบลื่นมาหลายชั่วโมงแล้ว ซึ่งสิ่งที่คาร์นี่ย์ได้เห็นมาแต่ไกลก็คือภูเขาใหญ่ที่ถูกปกคลุมด้วยหิมะสีขาวโพลน จะบอกว่าสวยมันก็สวย แต่ก็แอบรู้สึกไม่ดีไม่ได้ เหมือนเขาจะสังหรณ์ใจแปลกๆ

 

            ‘ไม่มีอะไรหรอก…บางทีเราอาจจะกังวลเกินเหตุ’ คิดจบคาร์นี่ย์ก็เอามือตบๆที่หน้าตัวเองเพื่อเรียกสติและความมั่นใจกลับคืนมา

 

            “ดูเครียดๆนะพ่อหนุ่มเจ้าสเน่ห์” ไมกัสตบไหล่ของเขาด้วยสีหน้าเป็นห่วง “เพราะเป็นงานแรกเลยกังวลรึไง?”

 

            “ถ้าแค่กังวลเพราะงานแรกอย่างที่ลุงว่าก็ดีสิ ผมน่ะรู้สึกแปลกๆกับเรื่องนี้ยังไงชอบกล”

 

            “เอาน่ะๆ คิดมากเกินไปแล้ว มันต้องผ่านไปได้ด้วยดี”

 

            คนแก่กว่ายิ้มให้กำลังใจ แล้วคาร์นี่ย์ก็สัมผัสได้ว่ามีอะไรอุ่นๆวางแปะทับที่ต้นขา เขาหันไปมองคนข้างตัวอีกคนนึงที่ใช้มือเล็กๆมาตบแปะๆที่ขาของเขา

 

            “ให้กำลังใจไง ไม่ต้องกังวลนะคุณโลลิค่อน”

 

            กลอเรียพูดให้กำลังใจด้วยสายตามหาโหด ถึงมันจะดูขัดแย้งกันแต่ก็ดูเป็นสาวน้อยขึ้นมากกว่าเดิมเยอะ เขาเอื้อมมือไปลูบผมคนอายุน้อยกว่าแล้วยิ้มให้ด้วยความรู้สึกขอบคุณ จากนั้นก็สอดส่ายสายตาไปที่ด้านนอกซึ่งเป็นช่องผาซึ่งเป็นทางลาดขึ้นเขา

 

            “ฉันจะออกไปเฝ้าด้านบนนะ” คาร์นี่ย์ลุกขึ้นยืนหลังพูด มือของไมกัสคว้าเข้าที่แขนของเขา

 

            “ไม่ต้องทำถึงขนาดนั้นหรอกน่าเจ้าหนูคาร์นี่ย์”

 

            คาร์นี่ย์ยักไหล่ก่อนหันไปมองกลอเรียที่พยักหน้าเห็นด้วยกับคำพูดของไมกัส ส่งให้ร่างสูงต้องถอนหายใจเฮือกใหญ่แล้วหยิบเสื้อกันหนาวของตัวเองขึ้นมาสวม พร้อมสวมแว่นตากันลมและเปิดประตูรถบรรทุกออก

 

            “ถ้าได้ออกไปเฝ้าผมจะสบายใจกว่าน่ะลุง ฝากดูแลน้องกลอเรียด้วยนะ”

 

            คาร์นี่ย์บอกไมกัสก่อนจะหันไปส่งยิ้มให้กลอเรียแล้วโหนร่างขึ้นไปอยู่บนหลังคารถ เขาทิ้งตัวลงนั่งสัมผัสอากาศที่หนาวเหน็บด้านนอกอย่างท้าทาย มือล้วงเข้าไปในกระเป๋ากางเกงแล้วหยิบถุงมือออกมาสวม พอเข้าเขตที่เกิดเหตุแล้วดวงตาสีดอกกุหลาบสอดส่ายไปรอบๆอย่างเป็นกังวล มือขวากำด้ามมุรามาสะแน่นเพื่อเป็นการเตรียมพร้อมอยู่ตลอดเวลา ช่องสื่อสารของพวกเขาผ่านนาฬิกาสุดไฮเทคนั้นยังคงเต็มไปด้วยบทสนทนาไร้สาระภายในกลุ่มของพวกเขา คาร์นี่ย์พ่นลมหายใจอย่างเหนื่อยหน่าย เพราะไม่ว่าเวลาไหนเหล่าเจ็ดดาบดารากดูทำตัวสบายๆได้อยู่ตลอดโดยไม่ดูเลยว่ามีคนบางคนกำลังกดดันมากขนาดไหน

 

            “คาร์น ทางนั้นเป็นไงบ้าง” เสียงไรดีนถามผ่านช่องสื่อสารอย่างเป็นการเป็นงาน

 

            “หิมะตกหนักมาก ฉันมองไปรอบๆได้ลำบากสุดๆ แต่ก็พอจะมองเห็นได้อยู่ ตอนนี้ยังไม่มีอะไรผิดปกติ อากาศก็หนาวสุดๆไปเลยล่ะ”

 

            “อากาศหนาว? นั่นนายไม่ได้อยู่ในรถใช่ไหม?” ไรดีนถามเสียงเรียบก่อนส่งเสียงหึออกมา

 

            “คาร์นเดี๋ยวก็ไม่สบายหรอก ทำไมทำอย่างนั้น” เสียงดุๆของโพลิน่าโพล่งออกมา

 

            “ช่ายยย คาร์นซนเกินไปแล้วนา” ไอน์ซาโม่ว่าเป็นเชิงสนับสนุนคำพูดของโพลิน่า

 

            “ฉันสังหรณ์ใจไม่ค่อยดี ขออยู่อย่างนี้ไปก่อนก็แล้ว…”

 

            ตึง!

 

            คาร์นกลิ้งตัวหลบบางสิ่งบางอย่างที่พุ่งมาจากด้านบน พอเขาหันกลับไปก็ไม่เจอเจ้าสิ่งที่ว่าเสียแล้ว แถมหิมะเองก็เริ่มตกหนักจนวิสัยทัศน์เริ่มแย่ สิ่งเดียวที่เขามั่นใจคือเมื่อกี๊มีอะไรบางอย่างพุ่งมาใส่เขาจริงๆ เพราะเสียงที่ดังโครมครามเมื่อกี๊นั้นเป็นตัวยืนยันได้

 

            “เกิดอะไรขึ้นที่นั่น!?” เฟราสร้องถามอย่างตื่นตระหนก

 

            “เสียงอะไรน่ะคาร์นี่ย์ เป็นอะไรรึ