Kingdom Blade จอมดาบป่วนก๊วนอัศวิน ตอนที่ 19 | Nekopost.net 
NEKOPOST
การแสดงผล

Kingdom Blade จอมดาบป่วนก๊วนอัศวิน

Ch.19 - ประลองรอบที่2 [ งานเละ! ]


ดาบที่19 : ประลองรอบที่2 [ งานเละ! ]

           

         

            หลังจากที่พูดประโยคนั้นออกไป คาร์นี่ย์ก้ต้องวิ่งหนีหัวซุกหัวซุนเพราะเจ้าสามหน่อนั่นดันลงมติว่าจะคัดเขาออก แล้วไอที่น่ากลัวยิ่งกว่าสามพระหน่อนั่นคงไม่พ้นเจ้าสัตว์อสูรตัวเบ้อเริ่มเทิ่มที่ไล่กวดเขามาติดๆราวกับกระทิงคลั่ง

            จะว่าไปมันก็เป็นกระทิงนี่ เพราะมันสัตว์อสูรตัวที่ไล่ตามเขามาคือมิโนทอร์ ซึ่งมีหัวเป็นกระทิงและมีร่างกายมหึมาเป็นมนุษย์ ในมือของมันคือค้อนขนาดยักษ์ที่มั่นใจได้เลยว่าถ้ามันทุบโดนเมื่อไรได้ไปเกิดใหม่อย่างแน่นอน

            บอลพลังเวทมนต์สามธาตุประกอบด้วยไฟ ลม ดิน พุ่งไล่ตามหลังของคาร์นี่ย์มาอย่างไม่ขาดสาย นั่นทำให้เด็กหนุ่มตัดสินใจที่จะวิ่งไต่ไปบนกำแพงและกระโดดไปมาเพื่อให้ศัตรูเล็งเป้าเขาได้ยากลำบากมากขึ้น แน่นอนว่าเขาไม่ยอมเป็นฝ่ายตั้งรับอย่างเดียวแน่ ดาบทั้งสี่ธาตุถูกเรียกออกมาอีกครั้ง ร่างสูงพลิกตัวกลับหลังกลางอากาศพร้อมกับบงการดาบทั้งสี่เล่มให้ปัดป้องกระสุนเวทมนต์ที่พุ่งเข้ามาแล้วตั้งหน้าตั้งตาวิ่งต่อไป

            “ฉันอยากได้พื้นที่กว้างมากกว่านี้”

            สิ้นคำพึมพำเขาก็กลิ้งร่างเข้าตรอกทางซ้าย เหมือนกับว่าคำภาวนาของเขาจะได้ผลเพราะตรงหน้าเป้นลานน้ำพุขนาดกว้างเหมาะอย่างยิ่งสำหรับเคลื่อนไหวต่อสู้กับคนสามคนและสัตว์อสูรยักษ์หนึ่งตัว

            “เอาล่ะครับ คาร์นี่ย์นักดาบชายยอดนิยมขณะนี้ได้โผล่มาที่จัตุรัสน้ำพุใจกลางสนามประลองแล้วล่ะครับ มาดูกันว่าเขาจะรับมือกับสภาพการณ์ปัจจุบันอย่างไร”

            “เสียงพิธีกรกวนใจกว่าที่คิดแหะ” คาร์นี่ย์ว่าแล้วหันหลังกลับไปเผชิญหน้ากับคู่ต่อสู้ทั้งสามคน “มาฉันจะเป็น… เห้ย!”

            ตูมมม!

            ทั้งสนามถึงกับเงียบกริบเมื่อเจ้ามิโนทอร์ฟาดค้อนลงมาใส่ศัตรูของเขาจนถูกดึงตัวออกจากสนามประลองไปถึงสองคน หลังจากนั้นตัวมันเองก็ถูกวาร์ปหายไปจากสนามประลองราวกับว่าไม่เคยมีตัวตนอยู่เลย

            เจ้าคนกวนถึงกับยิ้มกริ่ม เขาประคองมุรามาสะแล้วเดินตรงไปทางอีกฝ่ายด้วยสายตาที่อัดแน่นไปด้วยความแค้นเคืองแบบสุดๆ

            “หึฮาฮ่าๆๆๆๆๆๆ” เสียงหัวเราะหลุดออกมาจากปากของเขาอย่างควบคุมเอาไว้ไม่อยู่ “เมื่อกี๊พวกนายรวมหัวกันจะกำจัดฉันงั้นเหรอ… ฮี่ๆๆๆๆๆ”

            “ฮึ่ม…” อีกฝ่ายคำรามในคอด้วยท่าทางแข็งกร้าวขณะที่ก้าวถอยหลังออกห่าง “ในเมื่อเรื่องมันเป็นแบบนี้ไปซะได้ ฉันก็คงต้อง…”

            “คงต้อง…”

            “ต้อง…” อีกฝ่ายยังย้ำคำพูดที่ชวนค้างคาใจเอาไว้เหมือนเดิม

            “ต้อง… ต้องอะไรล่ะฟะ พูดมาสักทีสิคนเขารอฟังอยู่นะเฟ้ย!!!”

            เสียงหัวเราะครืนดังกันทั้งอารีน่าจนเจ้าคนกวนรู้สึกเหมือนตัวเองเป็นคณะตลกที่กำลังตบมุกโชว์ที่ร้านหมูกระทะยังไงยังงั้น คิ้วของคาร์นี่ย์กระตุกด้วยความแรงหลายริกเตอร์ มุรามาสะชี้ไปข้างหน้าขณะที่เขาทำท่าขบเขี้ยวเคี้ยวฟัน

            “ต้อง…ขอโทษก๊าบ!!!” อีกฝ่ายร้องลั่นแล้วหันหลังวิ่งหนีอย่างรวดเร็ว

            “อุตส่าห์เข้ามาถึงรอบนี้ได้แท้ๆ ทำไมไมวัดใจมาสู้กับฉันสักหน่อยนะ” คาร์นี่ย์เอามือนวดขมับก่อนจะใช้มืออีกข้างชี้นิ้วไปทางคู่ต่อสู้(?)ที่กำลังวิ่งหนี ดาบทั้งสี่เล่มพุ่งไปทางเด็กหนุ่มคนนั้นในทันที “ซาโยนาระ…”

            ฉึกๆๆๆ

            “เอาแล้วครับ ดูเหมือนว่าคาร์นี่ย์จะสามารถจัดการกับผู้เข้าประลองคนอื่นๆได้สามคนในทีเดียว นับเป็นเรื่องที่สุดยอดไปเลยล่ะใช่ไหมล่ะครับท่านผู้ชม”

            “ที่จริงเจ้ามิโนทอร์นั่นต่างหากที่ช่วยฉันเอาไว้น่ะ” คาร์นี่ย์ชี้นิ้วไปตรงจุดที่สัตว์อสูรยักษ์หายไปแล้วพูดทั้งๆที่รู้ว่าทางนั้นไม่มีทางได้ยินเขาอย่างแน่นอน

            “เขาวิ่งล่อเพื่อหาโอกาสให้มิโนทอร์สังหารผู้เข้าประลองเพื่อลดความเสียเปรียบ จากนั้นก็แสดงฝีมือจัดการกับคนที่เหลืออย่างง่ายดาย ช่างเป็นแผนการที่ยอดเยี่ยมอะไรอย่างนี้”

            ‘เออ เอาเข้าไป มโนกันเข้าป๊ายยย…’

            คาร์นี่ย์ร่ำร้องในใจขณะที่วอร์ส่งเสียงหัวเราะชอบใจ เด็กหนุ่มมุ่นคิ้วเล็กน้อยแล้วเลิกสนใจในสิ่งที่พิธีกรสุดมโนพูด เขาเลือกเดินกลับเข้าไปในตรอกเดิม เพราะมั่นใจว่าทางที่พึ่งผ่านมาไม่น่าจะมีคนอื่นอีก

            ความจริงแล้วเขาก็อยากไต่ขึ้นยืนดูบนกำแพง แต่มันจะเป็นจุดเด่นจนทำให้เขาถูกคนอื่นๆรุมเอาได้

            “แล้วนาฬิกาที่เจ้าใส่ไม่ได้บอกตำแหน่งของคนอื่นเอาไว้รึไง ตอนรอบแรกข้าได้ยินว่ามันระบุตำแหน่งคนอื่นเอาไว้ด้วยนี่”

            คาร์นี่ย์ตอบหน้าผากอย่างคาดไม่ถึง เพราะเขาเอาแต่สนใจเขาวงกตมากจนเกินไปจนลืมเรื่องการระบุพิกัดผู้เข้าร่วมประลองคนอื่นๆ โชคดีที่วอร์ช่วยเตือนเขาในเรื่องนี้ เด็กหนุ่มรีบเปิดนาฬิกาไฮเทคแล้วใช้งานแอพลิเคชั่นแผนที่ พอเห็นข้อมูลในแผนที่แล้วเขาก็ถอนหายใจโล่ง เพราะรอบๆจุดที่เขาอยู่นั้นไม่มีศัตรูตามที่ได้คาดการณ์เอาไว้ในตอนแรก ตอนนี้เขาคงไม่ต้องวุ่นวายกับคนอื่นไปซักพักหนึ่ง

 

            “เฮ้ๆ สนใจทางนี้กันหน่อยสิพ่อหนุ่ม”

            ไรดีนเหลือบมองไปตามเสียงเพื่อเผชิญหน้ากับตาลุงผู้มาพร้อมหนวดเคราที่ขึ้นหรอมแหรม จากคำประกาศของพิธีกร ดูเหมือนว่าทางคาร์นี่ย์จะยังสบายดีอยู่ ปัญหาตอนนี้ก็คงจะอยู่ที่เขาแล้วว่าจะจัดการกับคนตรงหน้าอย่างไรดี

            “ฉันไม่ออมมือให้หรอกนะ”

            “เย็นชาจังเลยนะ… เจ้าน่ะ”

            สิ้นคำพูดร่างอีกฝ่ายก็มาปรากฏตรงหน้าเขาอย่างรวดเร็ว ดาบใหญ่คมเดียวฟาดตรงมาอย่างรวดเร็ว ไรดีนหยิบฝักดาบขึ้นมาปัดเบี่ยงวิถีดาบของศัตรูแล้วพลิกตัวตวัดฟันตอบโต้ อีกฝ่ายตอบโต้ด้วยปฏิกิริยาที่ยอดเยี่ยมจนน่าเหลือเชื่อ ดูท่างานนี้ของไรดีนจะไม่หมูเหมือนงานที่ผ่านๆมา

            “ข้าเองก็ฝึกมาเยอะอยู่นา อย่าดูถูกว่าข้าเป็นตาลุงธรรมดาเชียว”

            “หึ… ถึงได้บอกไงว่าฉันน่ะไม่ออมมือให้หรอกนะ” ไม่พูดเปล่าไรดีนตวัดฟันอีกครั้งอย่างไม่ลังเล

            เคร้ง!

            “ง่ายไป”

            อีกฝ่ายว่าแล้วออกแรงดันร่างของเด็กหนุ่มให้ถอยออกไปก่อนจะพุ่งตามเข้าไปปะทะต่ออีกยกใหญ่ เสียงเหล็กกระทบดังสะท้อนก้องไปทั่วตรอกเล็กๆ

            ไรดีนตั้งรับไปเรื่อยๆโดยไม่มีท่าทีว่าจะตอบโต้อีกฝ่ายกลับไป เขากำลังเล็งอะไรบางอย่างเอาไว้และมันก็ใกล้ถึงเวลาแล้ว…

            กึก!!!

            เสียงดังอย่างหนักแน่เมื่อดาบของอีกฝ่ายฝังลึกลงไปในกำแพง ชายรุ่นลุงเลิกคิ้วขึ้นอย่างไม่เข้าใจ ไรดีนก้มตัวลงต่ำและเลือกที่จะแทงออกไปข้างหน้าตรงๆ ทว่าคู่ต่อสู้ของเขากระโดดข้ามหัวเขาไปทำให้การโจมตีของเขาพลาดไปเพียงนิดเดียว

            “อ๋อๆๆ อย่างนี้นี่เอง เล็งไว้แต่แรกแล้วสินะ” อีกฝ่ายพูดแล้วใช้มือแตะกำแพงทั้งสองข้าง “ตรอกที่มันแคบลงเรื่อยๆนี่เอง ตอนแรกข้าก็หลงคิดว่าความกว้างจะเท่ากันไปตลอดทาง”

            “ดูชิลไปนะบางที” ดวงตาเย็นชาตวัดกลับไปมองอีกฝ่ายนิ่ง ก่อนจะดึงดาบที่ฝังกำแพงอยู่โยนคืนเจ้าของไป “แผนนี้คงไม่ได้ผลแล้ว ไปหาที่เหมาะๆกันดีกว่า”

            พูดจบก็ทะยานร่างวิ่งนำไป คนวัยลุงมองตามหลังไปแบบงงๆก่อนจะคว้าดาบวิ่งตามหลังไปไม่ห่าง

            “ทะนงตัวเสียจริงนะเจ้าน่ะ”

            ไรดีนเหลือบกลับไปมองแต่ไม่คิดจะตอบคำใดๆกับอีกฝ่าย เขาวิ่งนำมาถึงลานกว้างที่เต็มไปด้วยรูปปั้นเกรีกโบราณวางเรียงรายก่อนจะชะงักกึกเมื่อเห็นคนราวๆสิบกว่าคนกำลังปะทะกันอยู่ สมองย้อนคิดไปถึงคำพูดของผู้คุมกฎกาส ดวงตาสีทองตวัดไปรอบๆและจ๊ะเอ๋เข้าให้กับสัตว์อสูรตัวใหญ่เบิ้ม มันคือสล็อตขนเขียว!!! ร่างกายขนาดตึกสองชั้นขยับช้าๆตรงมาทางกลุ่มใหญ่ที่กำลังปะทะกันอยู่ มันช้าจนเหมือนไม่ขยับตัวเสียด้วยซ้ำ แค่มันยกแขนขึ้นก็กินเวลาไปตั้งหลายนาทีแล้ว

            แต่สล็อตขนเขียวมีอะไรแหม่งๆ ก็ที่คุมกฎกาสพูดเอาไว้ว่าสัตว์อสูรที่ปรากฏตัวจะมีตั้งแต่ระดับ A+ ขึ้นไป นั่นหมายความว่าเจาสล็อตตัวนี้ก็จะต้องมีระดับ A+ ขึ้นไปอย่างแน่นอน

            พอสังหรณ์ใจไปได้ไม่เท่าไรเจ้าสล็อตยักษ์ก็พ่นลมหายใจออกมา มันเป็นลมหายใจที่มาพร้อมกับควันประหลาดสีม่วงฟุ้งกระจายออกมาเป็นวงกว้าง

            สัญชาตญาณร้องบอกไรดีนว่านั่นเป็นควันพิษ ร่างสูงกลั้นหายใจแล้วพุ่งตัวใส่สล็อตยักษ์ มาซามุเนะตวัดใส่ไม่ยั้ง ไรดีนกระโดดม้วนตัวไปในอากาศมาลงที่หัวของสัตว์อสูรยักษ์และเงื้อดาบแทงลงไปสุดแรง

            สวบบบ

            ควันสีม่วงที่ปล่อยออกมาหยุดลงแทบจะในทันทีที่เขาสังหารมัน แต่ดูเหมือนว่าจะต้องใช้เวลาครู่ใหญ่ๆกว่าที่ควันพิษจะจางลง ดวงตาของเด็กหนุ่มตวัดไปมองลานกว้างที่เป็นจุดศูนย์รวมการปะทะ ตอนนี้ที่ตรงนั้นเหลือผู้เข้าประลองอยู่เพียงแค่หกคนเท่านั้น ถ้ารวมเขาที่อยู่ตรงนี้ไปด้วยก็เป็นเจ็ดคน

            ‘พิษนั่นร้ายกาจถึงขั้นคร่าชีวิตไปหลายชีวิตในเวลาไม่กี่วินาทีเท่านั้น โชคดีที่ลางสังหรณ์ของเราถูกต้อง’ ไรดีนคิดในใจขณะวิ่งกลับไปที่ลานกว้างซึ่งมีรูปปั้นแบบกรีกโรมันวางเรียงรายอยู่เต็มไปหมด ‘ลองเล่นอะไรดูซักหน่อยดีกว่า’

            “เพลย์สล็อต 35,200 แต้ม” ไรดีนเทหมดหน้าตักสำหรับการเรียกใช้สล็อต ก่อนจะสังเกตท่าทีของคนอื่นๆ ดูเหมือนว่าการตัดสินใจเมื่อสักครู่จะทำให้ทุกๆคนในบริเวณนี้ตกใจอยู่ไม่น้อย แต่ไรดีนทำท่ายักไหล่สบายๆราวกับจะพูดว่า มาเสี่ยงดวงเล่นๆดูกันหน่อย “ไม่คิดว่ามันน่าสนุกบ้างเหรอ”

            กองทัพหุ่นสังหาร

            เสียงของสล็อตแมชชีนร้องบอก ฉับพลันรูปปั้นหุ่นนับร้อยในบริเวณนั้นก็เริ่มเคลื่อนไหวและเข้าจู่โจมคนที่อยู่ตรงหน้าไรดีนอย่างไร้ความปรานี มีสองคนที่พ่ายแพ้ให้กับกองทัพหุ่นของเขา ส่วนที่เหลือนั้นสามารถทำลายหุ่นทั้งหมดลงได้ แต่ก็แสดงอาการเหนื่อยหอบออกมาให้เห็น

            “การเดิมพันคุ้มค่ากว่าที่คิดแหะ” ไรดีนพึมพำคนตรงหน้าเขาเหลืออยู่สี่คนแถมยังอยู่ในอาการเหนือยกันทั้งนั้น แต่คนวัยลุงคือคนแรกที่เขาจับตามอง “ไหวรึเปล่าลุง”

            “หึ ไหวสิวะ อย่ามาดูถูกกันเชียว” อีกฝ่ายตอบแล้วยืนตรงยืดอกขึ้นก่อนจะควงดาบไปมาอย่างคล่องแคล่ว

            “อะเด๊ะ”

            เสียงร้องมาจากตรอกๆหนึ่ง สายตาทั้งห้าคู่ตวัดไปมองหน้าเจ้าคนมาใหม่อย่างพร้อมเพรียง

            “อะ อะไรเหรอ?” คนมาใหม่ถามด้วยใบหน้าสยดสยอง “เฮ้ย เคลียร์กันเองก่อนสิฟะ ฉันยังไม่อยากร่วมวงกับใคร”

            “คาร์น”

            “หืม” เสียงเรียกนั้นทำให้คนมาใหม่ต้องเหลือบตามอง “อ้าว นั่นไรดีนนี่ โทษทีๆฉันไม่ทันเห็น”

            เจ้าคนกวนว่าแล้วเดินเข้าไปทักทายแบบปกติ แต่ก็ต้องเอี้ยวตัวไปด้านหลังทันทีเพราะในพริบตานั้นมาซามุเนะถูกวาดเข้าใส่ที่กลางตัวของเขา รอยยิ้มผุดขึ้นบนใบหน้าของคาร์นี่ย์ นิ้วมือของคาร์นี่ย์ดีดมุรามาสะออกจากฝักขึ้นไปในอากาศร่างสูงกระโดดขึ้นไปคว้าด้ามดาบเอาไว้แล้วตวัดฟันเต็มแรงหวังเอาคืน

            เคร้ง!

            “หลบเก่งจังนะ เผลอขนาดนั้นคิดว่าจะฟันโดนแล้วแท้ๆ” ไรดีนพูดหน้าตาย

            “เหอะๆ ขำไม่ออกเลยนะนั่น” คาร์นี่ย์แยกเขี้ยวก่อนง้างดาบฟันลงไปถี่ยิบ “ถึงเป็นเพื่อนก็ออมมือไม่ได้นะเฟ้ย!”

            “งั้นมาวัดกันหน่อยสิ”

            ไม่ทันขาดคำมาซามุเนะก็ถูกวาดเสยขึ้นไปกลางอากาศ ในเสี้ยววินาทีนั้นเองจู่ๆก็มีดาบยักษ์พุ่งลงมาคั่นตรงกลางระหว่างเด็กหนุ่มทั้งสองคน ดวงตาสีทองและสีแดงตวัดไปมองทางที่มาของดาบอย่างขุ่นเคือง

            “เฮะๆๆๆ ลืมกันแบบนี้ก็แย่สิเจ้าหนู” ว่าจบเจ้าของดาบยักษ์ก็พุ่งตัวเข้ามาคว้าดาบใหญ่แล้วตวัดหมุนรอบตัวจนทำให้คาร์นี่ย์และไรดีนต้องแยกห่างออกจากกัน “ขอให้ข้าร่วมวงด้วยคนสิ”

            “จัดไปหนักๆเลยลุง/อยากเจ็บตัวก็เข้ามา”

            สองหนุ่มพูดขึ้นพร้อมกันก่อนที่ทั้งสามร่างจะเข้าโรมรันกันอย่างดุเดือด เสียงหัวเราะอย่างสนุกสนานหลุดออกมาจากปากทั้งสามคนในขณะที่คนดูที่มองอยู่ข้างนอกต่างรู้สึกว่าเสียงหัวเราะนั้นเป็นเสียงหัวเราะของอสุรกายที่คลั่งการต่อสู้ชัดๆ

            “โหมดบ้าเต็มสตรีมแล้วนะคะนั่น” เกรนิตี้พูดพลางยิ้มแหยๆให้ไอน์ซาโม่

            “สู้เขาๆ คาร์นถีบหน้าเจ้าตายด้านนั่นเลย ใช่! นั่นแหละๆแบบนั้น…”

            “…” เกรนิตี้มองไอน์ซาโม่นิ่งและพูดอะไรไม่ออกเพราะดูเหมือนทางนี้เองก็จะหลุดไปอยู่ในอีกโลกนึงแล้วเหมือนกัน

            ในสนามประลอง อีกสามคนที่เหลือเห็นสามคนตรงหน้าเข้าห้ำหั่นกันอย่างดุเดือดก็พากันยืนดูอยู่นิ่งๆ แต่แล้วชายคนที่ยืนอยู่ด้านหลังของสองคนแรกก็ใช้ดาบจ้วงแทงจนร่างทั้งสองคนถูกดึงตัวออกไปจากสนาม รอยยิ้มสนุกผุดขึ้นข้างปากของคนๆนั้น แล้วร่างของเขาก็พุ่งตรงไปร่วมวงกับสามคนแรกในทันที

            คาร์นี่ย์เห็นคนอื่นมาร่วมวงเพิ่มก็รีบกล้มตัวหลบดาบของคนรุ่นลุงแล้วกลิ้งตัวไปฟันหัวเข่าของคนที่มาใหม่ ร่างนั้นดีดตัวกระโดดหลบการโจมตีนั้นได้อย่างง่ายดาย แต่คาร์นี่ย์ที่คาดการณ์เอาไว้แล้วก็รีบพลิกตัวยืนพร้อมๆกับใช้สองมือตวัดวาดดาบขึ้นเป็นองศาที่สวยงาม

            “ฮ่าๆๆๆๆ น่าสนุก น่าสนุกจริงๆ ไม่ผิดหวังที่มาลงงานงานประลองนี้” คนมาใหม่หัวเราะสะใจแล้วฟันสวนการโจมตีของคาร์นี่ย์กลับไป แต่ก็ต้องคาดไม่ถึงเมื่อคาร์นี่ย์ดีดตัวขึ้นจากพื้นและตอกส้นใส่เต็มแรง “ไม่ได้แอ้มหรอกน่า”

            อีกฝ่ายว่าแล้วยกแขนข้างที่ว่างขึ้นมารับ เสียงพล่อกแน่นๆดังขึ้นเมื่อส้นเท้าจองคาร์นี่ย์ปะทะเข้ากับการ์ดของศัตรู จากนั้นร่างเขาก็ถูกดีดกลับไปร่วมวงกับสองคนแรกอีกครั้ง เด็กหนุ่มทิ้งตัวลงนอนราบกับพื้นหลบดาบของไรดีนได้อย่างฉิวเฉียด เขาเรียกดาบเวทสี่ธาตุออกมาป้องกันดาบยักษ์ที่เข้ามาข้างหลัง เท้าของเด็กหนุ่มยันสวนเข้าเต็มหน้าอย่างไม่เกรงใจคนแก่กว่าเลยแม้แต่น้อย

            เหมือนไรดีนจะเห็นโอกาส มาซามุเนะแทงตรงมาที่อกของคาร์นี่ย์ เขาใช้ฝักดาบของมุรามาสะเบี่ยงวีถีดาบมาซามุเนะ มันแทงเฉียดไหล่ของคาร์นี่ย์ไป เลือดไหลซึมออกมาที่เสื้อเล็กน้อย เสียงกัดฟันกรอดหลุดออกมาจากปากของคาร์นี่ย์ที่เกร็งแขนแล้วตวัดฟันไปเต็มกลางตัวของไรดีน แต่มันสร้างแผลให้กับหมาป่าสีทองได้ไม่ลึกเท่าไรนัก เพราะทางนั้นถีบตัวถอยห่างเพื่อลดความเสียหายจากการโจมตีของคาร์นี่ย์ได้ทัน

            “แผลนายใหญ่กว่า รอบนี้ฉันชนะนายเห็นๆ” คาร์นี่ย์ส่งยิ้มกวนก่อนจะดีดตัวกลับหลังและแทงดาบลงไปที่ชายวัยลุงที่ยังทำหน้ามึนนอนอยู่บนพื้น “ฝากดาบหน่อยสิลุง”

            “คนนะโว้ยไม่ใช่ฝักดาบ” ร่างที่นอนอยู่ร้องโวยวายและยกดาบใหญ่ขึ้นมากันไว้

            แต่แล้วคนหน้าใหม่ที่ถูกเมินก็วิ่งเข้ามาเตะสีข้างร่างที่นอนอยู่จนปลิวกระเด็นไปอีกทาพร้อมกับแทบดาบสวนคาร์นี่ย์ที่กำลังพุ่งตัวลงมา

            ผัวะ!

            “หมอนี่เป็นเป้าหมายของฉัน อย่ายุ่ง”

            เป็นไรดีนนั่นเองที่เข้ามาถีบร่างของเพื่อนร่วมวงหน้าใหม่จนกระเด็นไปอีกทาง คาร์นี่ย์หัวเราะอย่างถูกอกถูกใจ พอเท้าถึงพื้นเขาก็ขอบคุณไรดีนด้วยการคว้าดาบไฟมาตวัดฟันสุดแรงเกิด

            หมาป่าสีทองแสยะยิ้มพร้อมฟันสวนไป พอดาบไฟกับมาซามุเนะปะทะกันก็เกิดระเบิดเปลวเพลิงที่ทำให้รอบๆนั้นเกิดไฟลุกไหม้ ทั้งสองปะทะดาบค้างเอาไว้ต่างฝ่ายต่างออกแรงดันดาบอย่างไม่ลดละ หากใครแรงอ่อนก่อนก็จะถูกดาบของอีกฝ่ายฟันจนขาดสองท่อนอย่างแน่นอน

            “หัวแข็งจริงๆนะ แพ้ๆไปซะก็หมดเรื่อง” คาร์นี่ย์พูดด้วยใบหน้าที่ท้าทาย

            “หึ พูดแบบนี้สงสัยคงอยากจะปลิวสินะ” ไรดีนเบี่ยงตัวออกจากการปะทะดาบพร้อมปล่อยหมัดตรงใส่คนตรงหน้า

            เสี้ยววินาทีนั้นเองคาร์นี่ย์ได้พุ่งเอาหน้าผากตัวเองไปโขกกับหน้าผากของอีกฝ่าย จากนั้นทั้งสองร่างก็ผละออกจากกัน คาร์นี่ย์เดินเป๋ไปเป๋มาอย่างคนเสียศูนย์ในขณะที่ไรดีนเองนั้นกำลังลูบหน้าผากป้อยๆอย่างเจ็บปวด

            “แสบเหมือนเดิม”

            “นั่นแหละที่ทำให้คนรู้จักฉันน่ะ” คาร์นี่ย์รับคำสรรเสิรญของอีกฝ่ายอย่างยินดีแล้วหันไปปะทะดาบกับชายรุ่นหลังที่ลอบโจมตีเข้ามา “เฮ้ลุง ไม่จัดการกับเจ้าหัวแดงแก้ขัดไปก่อนล่ะ”

            ว่าแล้วก็พยักเพยิดไปทางเจ้าคนหัวแดงที่ว่า อีกฝ่ายได้ยินสรรพนามแทนตัวเองแบบนั้นก็เกิดอาการหน้าตึง

            “ชื่อเฟราสเฟ้ย จำไว้ ชื่อนี่แหละที่จะเอาชนะพวกแก”

            “นั่นไงเจ้าหัวแดงเรียกแล้วไปสิลุง” คาร์นี่ย์ยังคงพูดกับคนวัยลุงที่เข้าปะทะอย่างไม่ลดละความพยายาม

            “นี้พวกเอ็งเมินฉันกันได้หน้าตาเฉยเลยเหรอวะ!”

            น้ำเสียงเคืองๆโพล่งมาจากชายที่ชื่อเฟราส ดาบยาวในมือถูกเงื้อขึ้นสูงขณะที่วิ่งใส่เจ้าคนกวนที่แกล้งทำเป็นเมินตนเอง

            พล่อก!

            “อ๊อก

            เป็นอีกครั้งหนึ่งที่พระบาทของไรดีนยันเข้าเต็มหน้าของเฟราสอย่างไม่ทันตั้งตัว ร่างนั้นกลิ้งไถลไปบนพื้นอย่างน่าอนาถ แต่เหมือนใจฝั่งนั้นจะสู้ ตอนนี้เฟราสกำลังยันตัวขึ้นจากพื้นอย่างช้าๆด้วยสีหน้าสุดโหดแถมรังสีฆ่าฟันแผ่พุ่งออกมาอย่างมหาศาล

            “โอ๊ะโอ ฉันไปจุดระเบิดอะไรขึ้นมารึเปล่าเนี่ย” ไรดีนพูดก่อนประคองมาซามะเนะในมือขึ้น รังสีฆ่าฟันแผ่พุ่งออกจากร่างของเขาอย่างรุนแรงเช่นกัน “ได้เสียสิแบบนี้ เข้ามา!

            “สิ้นสุดการประลองคัดตัวเจ็ดดาบดารา ยินดีกับผู้ได้รับตำแหน่งทั้งเจ็ดคนด้วย ผู้ชนะประกอบด้วย ไรดีน เฟราส คาร์นี่ย์ คาวาเลียร์ อลิซ กลอเรีย ไมกัส”

            เสียงประกาศทำให้ร่างของทั้งสี่คนที่กำลังปะทะนัวเนียกันอย่างเมามันส์ต้องหยุดชะงักลง แต่…

            “เอาล่ะ ผู้เข้ารอบทุกๆท่าน สำหรับการประลองรอบที่3คือการประลองเพื่อจัดอันดับ ขอให้เตรียมตัวให้พร้อม เจ็ดโมงเช้ามาเจอกันที่อารีน่านี้ดังเดิม” ผู้คุมกฎกาสประกาศจบแล้วก็สะดุ้งสุดตัวเมื่อเจ้ามนุษย์สี่ตนด้านล่างหันกลับไปฟัดกันอย่างไม่สนโลก

            “ไอที่ว่ามาไม่เอาเฟ้ย! ตัดสินกันวันนี้ให้รู้ดำรู้แดงกันไปเลย” คนพูดเป็นใครไปไม่ได้นอกจากเจ้าคนกวนที่กำลังขึ้นคร่อมอยู่บนล่างคนวัยลุงแล้วพระราชนทานหมัดใส่อีกฝ่ายอย่างมันมือ

            “แต่ว่า…”

            กาสตั้งท่าจะแย้งแต่จู่ๆก็มีเสียงอื่นแทรกเข้ามากลางคัน

            “เก็บสนามจำลองซะแล้วเริ่มการแข่งขันจัดอันดับต่อไปได้เลย เรื่องนี้ฉันรับผิดชอบเอง”

            เป็นอีกครั้งที่ยาฮันราห์ยื่นมือเข้ามาแทรกการประลอง สีหน้าของเขาในตอนนี้ดูถูกอกถูกใจกับสิ่งที่ได้เห็นตรงหน้าเสียเต็มประดา

            ‘น้องเขยเรามันแสบอย่างนี้นี่เองถึงได้จัดการยัยน้องสาวตัวแสบได้อยู่หมัด เยี่ยมจริงๆ เราถูกใจเจ้าเด็กนี่เข้าแล้ว มาเป็นน้องเขยของเราซะเถอะ!!!’

            ยาฮันราห์คิดในใจก่อนยิ้มกริ่มด้วยใบหน้าที่ฉายแววเหมือนเด็กเห็นของเล่น พอโพลิน่าได้เห็นสีหน้าแบบนั้นเข้าก็ถีบยาฮันราห์ให้ลงไปกลิ้งกับพื้นอีกครั้งก่อนกอดอกด้วยท่าทางหงุดหงิดสุดติ่ง

            “เป็นไงเป็นกัน เริ่มการประลองจัดอันดับต่อไปเลยค่ะ” ผู้คุมกฎกาสป่าวประกาศอย่างเป็นทางการ เสียงโห่ร้องถูกอกถูกใจดังขึ้น นั่นทำให้สาวผิวสีแทนคนนี้โล่งใจไปได้นิดนึง “กติกาง่ายๆก็คือ ใครร่วงก่อนเพื่อนก็ที่โหล่ค่ะ ใครที่ร่วงอันดับถัดไปก็ได้ลำดับต่อมาจากโหล่ เป็นแบบนี้ไปเรื่อยๆจนกว่าจะเหลือคนสุดท้าย… ฟังคำอธิบายจบแล้วก็จัดเต็มกันได้เลยจ้า”

            สิ้นคำสนามก็กลายเป็นลานโล่งๆเรียบๆงเดิม จอมดาบดาราทั้งเจ็ดคนหันมามองหน้ากันเลิ่กลั่กก่อนจะวิ่งเข้าตะลุมฟาดฟันกันกลางสนามอย่างดุเดือด

            “ให้ตายสิ ไหงเป็นงี้ไปได้คะเนี่ย” เกรนิตี้กุมขมับรับไม่ได้กับเหตุการณ์ที่พึ่งจะเกิดขึ้น “ทุกๆคนที่เกี่ยวข้องกับคุณคาร์นี่ย์นี่ต้องเพี้ยนไปหมดรึยังไงกันคะเนี่ย”

            “งั้นเธอก็ด้วยสินะเกรนิตี้จัง” ไอน์ซาโม่หันมาพูดก่อนหัวเราะ

            “ยกเว้นฉันไว้สิคะ!”

            “แล้วพวกเธอว่าไงล่ะเรื่องจัดอันดับน่ะ”

            เสียงของผู้ชายเอ่ยถามทั้งสองสาว สายตาของพวกเธอชำเลืองมามองทางด้านหลังซึ่งมีจอมเวทหนุ่มยืนส่งยิ้มทะเล้นให้กับทั้งสองคนอยู่

            “ฉันตกลงกับเจ้านี่แล้วน่ะ” นักเวทหนุ่มว่าแล้วชี้ไปที่คนข้างๆซึ่งสวมหน้ากากขาวซึ่งเต็มไปด้วยอักขระสีแดง “รายนี้บอกว่าขอที่สี่ แล้วยกที่สามให้กับฉัน ส่วนพวกเธอสองคนก็เคลียร์กันเอาเองว่าจะเอาที่หนึ่งหรือที่สอง คือแบบ พอฉันเห็นเจ้าพวกนั้นก็รู้สึกขี้เกียจสู้ขึ้นมากระทันหันน่ะ”

            อีกฝ่ายว่าพลางยิ้มแหยๆ ไอน์ซาโม่กับเกรนิตี้ก็เข้าใจในสิ่งที่อีกฝ่ายต้องการจะสื่อ ดวงตาสีอเมทิสต์เหลือบมองไปบนสนามก่อนหัวเราะพรืดออกมา

            “งั้นคุณไอน์ซาโม่รับที่หนึ่งไปก็แล้วกันนะคะ เดี๋ยวฉันรับที่สอง”

            “อ้าว ทำไมให้ฉันง่ายๆซะงั้นล่ะเกรนิตี้จัง” ไอน์ซาโม่หันไปถามสาวแกะ

            “ความสามารถก็เห็นๆกันอยู่นี่คะ คนดูก็คงจะชอบใจมากกว่าด้วยหากว่าเป้นคุณไอน์ซาโม่”

            เหตุผลของเกรนิตี้ทำให้นักเวทอีกสองคนต้องพยักหน้ารับอย่างเห็นด้วย ส่วนไอน์ซาโม่ก็จนด้วยเหตุผล จึงยอมรับตำแหน่งอันดับหนึ่งแต่โดยดี

            “งั้นฉันจะไปกระซิบบอกผู้คุมกฎเลยก็แล้วกันนะ ไว้พวกเราค่อยเจอกันอีกทีตอนงานรับรางวัลก็แล้วกันนะ”

            “โชคดี” ไอน์ซาโม่โบกมืออย่างเกียจคร้านให้กับอีกฝ่ายแล้วหันกลับไปสนใจการประลองบนสนามอีกครั้ง “นั่นแหละคาร์น เชือดไปแล้วหนึ่งราย จัดการกับหัวแดงก่อนสิยะ ฮึ่ยๆๆ…”

            หญิงสาวกลับมาเชียร์อย่างเอาจริงเอาจังอีกครั้งจนคนนั่งข้างได้แต่ถอนหายใจแล้วหัวเราะขำ สภาพการต่อสู้ในสนามประลองนั้นเละเทะอย่างเหลือเชื่อ ดูจากสีหน้าท่าทางของทั้งเจ็ดคนแล้วเกรนิตี้กล้าการันตีเลยว่าพวกเขาต้องเป็นพวกบ้า กล้า เพี้ยน และหลุดโลกกันทั้งนั้น

            บางที่น่าจะเปลี่ยนชื่อจากเจ็ดดาบดารามาเป็นเจ็ดดาบพาบ้าน่าจะเหมาะสมกว่านะ




NEKOPOST.NET