Kingdom Blade จอมดาบป่วนก๊วนอัศวิน ตอนที่ 18 | Nekopost.net 
NEKOPOST
การแสดงผล

Kingdom Blade จอมดาบป่วนก๊วนอัศวิน

Ch.18 - ประลองรอบที่2 [ ผลปรากฏ ]


ดาบที่18 : ประลองรอบที่2 [ ผลปรากฏ ]

 

 

            สภาพแวดล้อมภายในสนามถูกเปลี่ยนให้เป็นทุ่งน้ำแข็งไปกว่าครึ่ง ที่น่าตกใจยิ่งกว่าก็คือม่านพลังที่ถูกกางเพื่อป้องกันคนดูบนอัฒจรรย์เองก็ถูกแช่แข็งไปด้วย

            “เกิดอะไรขึ้นกันครับเนี่ย” เสียงพิธีกรร้องถามผ่านไมค์

            ไม่มีใครสามารถตอบได้ว่าเกิดอะไรขึ้น ผู้คุมกฎกาสรีบโฉบไปดูสถานการณ์ในระยะประชิดแล้วกางม่านพลังซ้อนทับอีกครั้งเพื่อความปลอดภัยของคนดู

            บนสนามยังไม่มีการเคลื่อนไหวใดๆเกิดขึ้น แม้กระทั่งคนที่ยิงพลังออกมาเองก็ยังยืนนิ่งไม่ไหวติง ใบหน้านั่นยังคงถูกฉาบไว้ด้วยรอยยิ้มทะเล้น ตรงหน้าคือก้อนน้ำแข็งขนาดยักษ์ที่แผ่ไอเย็นไปทั่วทั้งสนาม

            “ชิ หลุดไปได้งั้นเหรอ”

            เสียงจิ๊จ๊ะอย่างนึกขัดใจหลุดออกมาจากนักเวทชายคนนั้น คทาไม้ในมือตวัดไปในอากาศเบื้องหลัง ร่างไอน์ซาโม่ปรากฏขึ้นที่ตรงนั้นราวกับถูกคาดการณ์เอาไว้ล่วงหน้าแล้ว

            ดวงตาสีอเมทิสต์ฉายแววจริงจัง ไอน์ซาโม่เอียงหน้าหลบแท่งน้ำแข็งแหลมที่ถูกยิงเข้ามาในระยะประชิดได้อย่างน่าทึ่ง กำปั้นถูกง้างสุดล้าแล้วต่อยไปเต็มแรง แต่อีกฝ่ายยกไม้คทาขึ้นมารับเอาไว้ได้ ถึงจะป้องกันการโจมตีได้สำเร็จแต่ก็ต้องแลกกับการสูญเสียไม้คทาของตัวเองไป นั่นเป็นการแลกเปลี่ยนที่คุ้มค่ามากสำหรับจอมเวทหนุ่ม

            ไอน์ซาโม่เลือกที่จะเข้ารุกประชิดร่างอีกฝ่ายเพราะเห็นแล้วว่าพลังด้านกายภาพอีกฝ่ายด้อยกว่าตนเอง แถมการรุกไล่แบบไม่ให้ตั้งหลักได้นั้นยังสามารถหยุดการใช้เวทมนต์ของคู่ต่อสู้ได้อีกด้วย

            อีกฝ่ายใช้บาเรียตอบโต้ทั้งปัดทั้งเบี่ยงวีถีการโจมตีของไอน์ซาโม่อย่างคล่องแคล่ว แม้คาร์นี่ย์เห็นภาพนั้นแล้วจะแอบรู้สึกขัดใจแทนอยู่ไม่น้อย ทว่าไอน์ซาโม่กลับยิ้มแล้วโจมตีต่อไปแบบสบายๆ

            “การแข่งรอบนี้ดูเหมือนจะจบเร็วกว่าที่คิดนะเนี่ย”

            ไรดีนพูดขึ้นก่อนจะถอดหน้ากากออก เหงื่อกาฬไหลชุ่มเต็มใบหน้าเย็นชานั้นทำให้เจ้าตัวรีบยกแขนเสื้อขึ้นมาซับเหงื่อ ดวงตาสีทองจ้องหน้ากากในมืออยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะตัดสินใจโยนหน้ากากทิ้งไปในที่สุด

            “ร้อนชะมัด” คาร์นี่ย์บ่นอุบแล้วถอดหน้ากากออกบ้าง “แล้วที่ว่าการแข่งจบเร็วกว่าที่คิดน่ะหมายความว่าไงเหรอ”

            คาร์นี่ย์หันไปถามคนข้างตัว นิ้วของอีกฝ่ายชี้ไปอีกทาง ดวงตาสีกุหลาบแดงชำเลืองมองไปตามนิ้ว ร่างของสาวน้อยในชุดกระโปรงยาวสีเขียวกำลังยิงเวทสังหารกลุ่มคนที่เข้ามาจู่โจมได้อย่างเหี้ยมโหด เป็นภาพที่แตกต่างกับตอนที่เขาไปเห็นในรอบคัดตัวอย่างสิ้นเชิง

 

            ไอน์ซาโม่ต่อยจนการ์ดที่สร้างจากพลังเวทมนต์แตกออก หมัดของเธออัดเข้าเต็มหน้าของอีกฝ่าย จากนั้นก็หมุนตัวถีบใส่คู่ต่อสู้เต็มๆท้อง ร่างนั้นไถลครูดออกห่างไปตามแรงถีบของเธอจนเกิดระยะห่างขึ้น วงแหวนเวทปรากฏขึ้นทันทีที่ศัตรูของเธอขมุบขมิบปากร่ายเวท ดูเหมือนว่าเธอจะพลาดที่โจมตีใส่ทำให้อีกฝ่ายมีระยะห่างมาพอที่จะใช้เวทมนต์ได้

            งูยักษ์ที่มีร่างกายเป็นน้ำพุ่งออกมาจากวงแหวนเวทนั้นหลายตัว ไอน์ซาโม่รีบขยับร่างถอยห่างแล้วกางฝ่ามือไปทางมังกรน้ำนั้นอย่างรวดเร็ว

            “ด้วยอาญาสิทธิ์ของมังกรแวมไพร์ โลหิตเอ๋ยช่วยประทานพรให้แก่ข้าสองประการด้วยเถิด พรข้อแรก เกราะโลหิตมังกร[Dragon blood armor]” สิ้นเสียงพึมพำของเหลวสีแดงก็ปรากฏออกมาจากอากาศธาตุแล้วห่อหุ้มร่างของไอน์ซาโม่เอาไว้เสมือนเปลือกไข่ที่ปกป้องตัวอ่อน เธอสามารถรับรู้แรงสั่นสะเทือนที่เกิดขึ้นจากการโจมตีของอีกฝ่ายได้จากข้างใน มือนั้นยังคงกางออกไปที่ด้านหน้า ปากของเธอยังคงขยับเพื่อร่ายเวทต่อ “และเพื่อทำลายศัตรูผู้ปองร้ายข้า ข้าจึงขอใช้สิทธิของข้าอีกครั้ง พรข้อที่สอง ทัณฑ์มังกร[Dragon punishing]

            เปรี้ยง!

            เลือดที่ห่อหุ้มร่างของไอน์ซาโม่ดีดพลังของอีกฝ่ายออกไปจนเกิดเสียงดังสนั่น และเลือดเหล่านั้นก็มารวมกันที่ฝ่ามือของไอน์ซาโม่เป็นลูกบอลกลม เธอชูมือข้างที่มีบอลพลังขึ้นไปบนฟ้า พลังในมือพุ่งทะยานออกไปก่อนจะแตกตัวออกแล้วพุ่งกลับลงมาที่พื้นนับร้อยสาย พลังทำลายล้างกระจายทั่วไปทั้งสนาม ม่านพลังถูกทำลายจนเป็นรูกว้างจนผู้คุมกฎกาสต้องกางม่านพลังขึ้นทับอีกหลายชั้นเพื่อปกป้องคนดูบนอัฒจรรย์

            คนที่ได้รับการโจมตีหนักสุดคงจะหนีไม่พ้นนักเวทหนุ่มตรงหน้าเธอ ทว่าทางนั้นกลับเผยยิ้ม ดวงตาฉายแววสนุกราวกับคนที่คลั่งการต่อสู้ พอได้เห็นสีหน้านั้นแล้วไอน์ซาโม่ก็ยิ่งคึกยิงพลังให้หนักมือขึ้น สภาพทั้งป่าและสิ่งปลูกสร้างภายในสนามประลองถูกทำลายจนราบคาบ แม้กระนั้นไอน์ซาโม่ก็ยังเร่งพลังมากขึ้นเรื่อยๆจนถึงจุดสูงสุดของพลังเวทบทนี้ซึ่งสายเลือดพุ่งวนไปในอากาศและรวมตัวกันปรากฎเป็นร่างของมังกรยักษ์คำรามออกมาลั่นอารีน่า

            ตูม!

            ลูกบอลพลังถูกยิงมาจากนอกสนามและระเบิดใส่เต็มหน้ามังกรโลหิต ความรู้สึกแปลกใจปรากฏขึ้นที่ใบหน้าของไอน์ซาโม่ ทำให้เธอต้องหยุดยิงพลัง

            “หยุดแค่นั้นแหละ!!!

            เสียงประกาศดังลั่นมาจากคนที่ใครๆก็คาดไม่ถึง เพราะเขาไม่ใช่ทั้งผู้คุมกฎหรือว่าพิธีกรประจำงานประลอง แต่เขาคือคนที่ทุกๆคนรู้จักกันในนามอัศวินสูงสุดอันดับหนึ่ง ยาฮันราห์

            “ผลปรากฏออกมาแล้ว ตัดสินซะสิกาส”

            คำพูดที่หลุดออกจากปากอัศวินสูงสุดหนุ่มทำให้ผู้คุมกฎสาวมองไปที่สนามที่ปรากฎผู้เหลือรอดอยู่สี่คน ส่วนที่เหลือพากันม่อยกะรอกกันไปหมดแล้วเพราะพลังที่ยิงออกมาของไอน์ซาโม่นั่นเอง

            “เอ่อ… สี่คนที่เหลือ ดีใจด้วย พวกคุณคือผู้ชนะและได้ตำแหน่งสี่จอมเวทมนตรา” สิ้นคำประกาศแบบไม่ค่อยมั่นใจของกาส ภาพมอนิเตอร์ก็ฉายภาพหน้าตาและข้อมูลของทั้งสี่คน “โดมัน เกรนิตี้ ไอน์ซาโม่ มิราโน่ โปรดรออยู่ที่สนามก่อนนะคะ หลังจากจบการประลองของทางฝั่งเจ็ดดาบดาราแล้ว จะมีการชี้แจ้งเกี่ยวกับการประลองรอบที่ 3 ที่จะเริ่มในวันพรุ่งนี้ค่ะ”

            “รอบที่3งั้นเหรอ” ไอน์ซาโม่พึมพำก่อนจะถูกมือของใครบางคนจับไว้ พอหันไปมองก็ได้เห็นว่าเป็นเกรนิตี้เพื่อนสาวคนสนิทนั่นเอง

            “ยกมือให้ทุกคนที่มาเชียร์หน่อยสิคะคุณไอน์ซาโม่” เกรนิตี้ว่าพลางส่งสายตาดุๆไปทางคู่สนทนา

            ไอน์ซาโม่หัวเราะพรืดก่อนจะทำตามที่อีกฝ่ายบอก เธอโบกมือและส่งยิ้มให้กับคนดูบนอัฒจรรย์ เหล่าแฟนคลับทั้งหลายต่างพากันอ่อนระทวยกันเป็นแถว พอเห็นว่ากินเวลามานานพอดูแล้วสาวมังกรกับสาวแกก็พากันไปที่ทางออกของสนามประลองเพื่อขึ้นไปบนอัฒจรรย์รอดูคาร์นี่ย์กับไรดีนต่อไป

            ณ ที่นั่งV.I.P.

            “ยัยกาสนี่ทำตัวเอื่อยเฉื่อยเหมือนเดิมจนฉันต้องยื่นมือเข้าไปสอดจนได้”

            ชายดวงตาสีดำบ่นอุบหลังจากที่พึ่งจะลงมือหยุดการประลองด้วยตัวเองไป ผมสีเทาระต้นคอสะบัดพลิ้วไปตามแรงหมุนตัวของเขา ชายคนนี้คืออัศวินสูงสุดเจ้าของชื่อยาฮันราห์นั่นเอง หลังจากบ่นเสร็จสรรพเรียบร้อยแล้วเขาก็ทิ้งตัวลงนั่งพร้อมระบายลมหายใจออกมา

            “ท่านพี่ทำถูกต้องแล้วล่ะค่ะ”

            เป็นโพลิน่าที่พูดกับอีกฝ่ายด้วยท่าทางเป็นกันเองสบายๆ ดวงตาอีกฝ่ายเหลือบมามองหญิงสาวเล็กน้อยก่อนหัวเราะพรืด

            “เราน่ะสวยขึ้นรึเปล่า พี่รู้สึกเหมือนเห็นออร่าออกมาจากตัวเธอนะ” ว่าแล้วเจ้าตัวก็ทำหน้าทะเล้นและสายตากรุ้มกริ่มส่งไปทางโพลิน่า “เพราะเจ้าว่าที่น้องเขยของพี่รึเปล่าน้อ”

            ผัวะ!

            “แอ๊ค!!!

            ยาฮันราห์ร้องลั่นร่างกระเด็นไปนอนกลิ้งอยู่ข้างๆเก้าอี้หลังจากถูกคนที่ได้ชื่อว่าเป็นน้องสาวถีบใส่เต็มๆ ถึงจะอย่างนั้นเจ้าตัวก็ยังหัวเราะขำอยู่บนพื้นราวกับไม่รู้สึกรู้สาอะไร

            ใบหน้าขึ้นสีจัดของโพลิน่ายิ่งทำให้ยาฮันราห์หัวเราะดังขึ้น จนกระทั่งดาบที่ข้างเอวของโพลิน่าถูกดึงออกมาเป็นเชิงข่มขู่ คนเป็นพี่ชายก็รีบหุบปากแทบไม่ทัน เสียงชิชะฉุนๆดังมาจากหญิงสาว จนอัศวินสูงสุดอันดับหนึ่งต้องนั่งเกาแก้มแสร้งมองไปอีกทางอย่างหงอยๆ

            “โทษทีๆ ไม่คิดว่าเราจะเป็นเอาหนักขนาดนี้” เขาพูดแล้วยันตัวขึ้นกลับมานั่งบนเก้าอี้ก่อนจะพึมพำต่อไปอีกว่า “คนตั้งเยอะตั้งแยะเข้ามาจีบไม่ยักจะมีอาการแบบนี้ให้เห็น ชักจะสงสัยแล้วสิว่าเจ้าน้องเขยจัดการยัยน้องสาวตัวแสบนี่แบบไหนกันนะ”

 

            เป็นอีกครั้งที่คาร์นี่ย์ได้กลับมายืนอยู่บนสนามประลองใหญ่ของอารีน่า ท้องฟ้าตอนนี้เริ่มมีเมฆฝนก่อตัวขึ้นอย่างหนาตาเป็นสัญญาเตือนว่าฝนชุดใหญ่กำลังจะเทลงมา ดวงตาสีแดงชำเลืองไปสบเข้ากับดวงตาสีทอง เขาพยักหน้าให้อีกฝ่าย

            “บนสนามประลอง ต่อให้เป็นเพื่อนกันฉันก็ใส่เต็มที่นะ” คาร์นี่ย์บลัฟด้วยรอยยิ้มกวนๆตามสไตล์

            “คิดว่าฉันจะออมมือให้รึไงล่ะ อย่ามาร้องอ้อนวอนทีหลังล่ะ” ไรดีนเกทับกลับแล้วดึงมาซามุเนะออกมาจากฝักเป็นการเตรียมตัว

            ผู้คุมกฎกาสประกาศกติกาให้พวกเขาได้รับฟังอีกครั้ง ซึ่งเป็นกติกาเดียวกันกับการประลองของเหล่าจอมเวทที่พึ่งจบไปก่อนหน้านี้ สนามเกิดการเปลี่ยนแปลงไปอีกครั้งหลังจากคำอธิบายนั้นจบ ซึ่งสนามตอนนี้มีสภาพไม่เหมือนกับการแข่งขันของเหล่าจอมเวท มีกำแพงทอดยาวกั้นขวางระหว่างผู้เข้าประลองแต่ละคนเอาไว้ สนามโล่งๆถูกเปลี่ยนสภาพให้เป็นเขาวงกตขนาดใหญ่ รูปปั้นและเสาสีขาวสไตล์กรีกโบราณมีให้เห็นอย่างหนาตาจนดูน่ารำคาญขึ้นมายังไงๆพิกล

            ตัวเลขบนจอมอนิเตอร์เริ่มนับถอยหลัง 20 วินาทีแล้ว คาร์นี่ย์เดินไปตามทางตรงหน้าโดยที่สายตานั้นสอดส่ายไปมารอบๆอย่างระแวดระวัง มุรามาสะในมือคือสิ่งเดียวที่เขาพึ่งพาได้ในจังหวะนี้ หัวใจของเขาเต้นถี่ขึ้นทุกๆครั้งที่เจอทางแยก เพราะเขามักคิดไปเองว่าจะมีคนแอบซุ่มโจมตีเขาจากตรงนั้น

            อาการตึงเครียดทั้งหมดไม่ได้เกิดขึ้นกับคาร์นี่ย์เพียงคนเดียว ผู้เข้าประลองคนอื่นก็มีท่าทางตึงเครียดไม่แพ้กัน ซึ่งอาการที่เกิดขึ้นนั้นมีชื่อเรียกว่า แรงกดดันแห่งเขาวงกต นั่นเอง เมื่อมนุษย์ได้สัมผัสถึงสภาพแวดล้อมที่ไม่คุ้นเคยรวมไปถึงบรรยากาศที่กดดันแล้วความเคียดก็จะก่อตัว ท้ายที่สุดคนที่ตกอยู่ในเขาวงกตก็จะมีอาการระแวงไปเองเกิดขึ้น

            เสียงสัญญาณแห่งการเริ่มต้นดังขึ้นทำให้ร่างสูงสะดุ้งตกใจ และเริ่มตระหนักได้ว่าตัวเองกำลังกดดันและเครียดจนเกินไป คาร์นี่ย์สูดหายใจเข้าลึกๆและค่อยๆปล่อยมันออกมาอย่างช้าๆ ดวงตาที่ส่องประกายหวาดระแวงก่อนหน้านี้กลับมาเป็นปกติอีกครั้ง ท่าทางเกร็งเกินเหตุเปลี่ยนกลับมาเป็นสบายๆได้อย่างรวดเร็วจนน่าชื่นชม

            แซ่ก…

            เสียงเหมือนบางอย่างเคลื่อนไหวอยู่บนหญ้าทำให้เด็กหนุ่มต้องหันไปมองตามเสียง เขาวิ่งไปทางนั้นอย่างไม่ลังเลจนกระทั่งได้เจอกับผู้เข้าประลองสามคนซึ่งกำลังยืนประจันหน้ากันอยู่ คาร์นี่ย์เดินย่องไปข้างหลังของอีกฝ่ายอย่างเงียบเชียบ ดาบคาตานะในมือพร้อมที่จะกวัดแกว่งอยู่ตลอดเวลา ทว่า…

            ฮูมมม

            เสียงบางอย่างดังขึ้น ทำให้สายตาทั้งหมดตั้งหันไปจับจ้อง

            คาร์นี่ย์ถึงกับชะงักแล้วเกิดอาการหางตากระตุก เพราะสิ่งที่เห็นคือสัตว์อสูรขนาดใหญ่โผล่พรวดขึ้นมาในระยะที่ไม่ไกลจากที่เขายืนอยู่ ดวงตาสีกุหลาบแดงเหลือบมองไปทางผู้คุมกฎอย่างเอาเรื่อง อีกฝ่ายยิ้มแล้วแลบลิ้นออกมาราวกับเด็กไร้เดียงสาเหมือนจะสื่อสารกับเขาว่า โทษทีนะเค้าลืมบอกอ่า อะไรทำนองนั้น

            “ลืมแจ้งให้ทราบ หากมีผู้เข้าประลองปะทะกันเป็นกลุ่มจำนวนตั้งแต่สี่คนขึ้นไป สัตว์อสูรระดับA+หรือระดับS ก็จะปรากฏขึ้นหนึ่งตัวและที่สำคัญก็คือสัตว์อสูรจะหายไปก็ต่อเมื่อถูกผู้เข้าประลองสังหารหรือจำนวนของผู้ประลองในกลุ่มที่กำลังปะทะกันลดเหลือต่ำกว่าสี่คนนะจ๊ะ สู้ๆล่ะ”

            สิ้นคำบอกเล่าของผู้คุมกฎสาวผิวสีแทนคาร์นี่ย์ถึงกับส่ายหัวเอามือกุมขมับ

            ‘แล้วทำไมไม่บอกกันตั้งแต่แรกฟะ!’

            “ช่วยไม่ได้แหะ” คาร์นี่ย์พูดขึ้นทำให้คนตรงหน้าทั้งสามคนหันมามองเป็นตาเดียว “ฉันไม่อยากยุ่งกับสัตว์อสูรระดับนั้นด้วยสิ เพราะฉะนั้นเรามาคัดคนออกซักคนดีกว่านะ”
 




NEKOPOST.NET