[นิยายแปล] Din no monshou ตอนที่ 1 | Nekopost.net 
NEKOPOST
การแสดงผล

[นิยายแปล] Din no monshou

Ch.1 - จังหวะแห่งการเริ่มต้น


 ตอนที่ลืมตาขึ้นมากลับขยับไม่ได้ดั่งใจ

 ทำได้แค่ขยับแขนและขาเท่านั้น

 แต่ว่าร่างกายดูไม่สมบูรณ์ เหมือนกับภาพลวงตา

 

 ชั้นอาจจะได้รับบาดแผลสาหัสที่แขนหรือขา。

 ทำยังไงดี ใครจะจ่ายค่ารักษาให้กัน?

 ตาแก่(พ่อ)……คงไม่ไหวสินะ。

 ไหมจะที่หมอนั่นพยายามจะแทงชั้นด้วยแจกันตอนที่หลับอยู่อีก

 

 น้องสาวชั้นก็เหมือนกัน

 ยัยนั้นคงไม่มีเงินพอที่จะมาดูแลใครหรอก

 พอนั่งคิดเรื่องค่ารักษาอยู่ก็ได้ยินเสียงมาจากข้างบน

 

「……ไม่มีปัญหาจริงๆงั้นเหรอ」

 

 เสียงของผู้ชาย

 ไม่รู้ว่ากังวนอยู่รึเปล่า โทนเสียงดูต่ำๆ

 แล้วก็มีคนเข้ามาทักเขา

 

「ไม่เป็นไรหรอกค่ะ

 ตั้งแต่เขาเกิดมาก็ผ่านไปหนึ่งเดือนแล้วยังแข็งแรงดีอยู่เลยค่ะ」

 

 เป็นเสียงที่สงบและอ่อนโยน

 เหมือนว่าจะเป็นเสียงของผู้หญิง

 หลังจากผ่อนคลายลงผู้ชายคนนั้นก็หายใจเข้าลึก

 

「อืม……ชั้นรู้สึกกังวลเพราะว่าเขาไม่ร้องไห้เลยหน่ะนะ」

「เป็นการพิสูจน์ถึงความอดทนไงคะ

 ถ้าเป็นแบบนี้หล่ะก็อาจกอบกู้ตละกูล

ดีนของเราได้ก็ได้」

 

 ตระกูลดิน

 อะไรหล่ะนั้น

 ไม่ค่อยเข้าใจเลยแหะ

 ผู้ชายหัวเราะแบบไม่มีแรงยื่นมือมาหาชั้น

 

「ถึงจะเป็นลูกชายของผมก็เถอะ แต่ก็เป็นลูกชายของเซฟิน่าด้วยเหมือนกัน

 ถึงจะตกอับอยู่ก็เถอะ เธอเป็นขุนนางที่ตั้งตัวขึ้นมาด้วยดาบและเวทย์มนต์ ต่างกับผมที่ไม่มีฐานะอะไรเลย」

 

 เขายื่นมือมาลูบหัวชั้นในขณะที่กำลังดูถูกตัวเอง

 เพราะงั้นชั้นเลยขนลุกขึ้นมาหน่อยๆ

 ชั้นไม่มีรสนิยมที่จะให้ผู้ชายมาลูบไล้หรอกนะ 

 

「พอดูดีๆแล้ว หน้าตาเหมือนคุณผู้หญิงเลยนะคะ」

「ผมก็ว่างั้นแหละแต่ผมสีดำนี่มันเหมือนใครกันนะ……」

 

 ผู้ชายคนนั้นเข้ามาจ้องใกล้ๆและเอามือมาจับผมของผม

 ยังไงดีหล่ะ มือของผู้ชายคนนึ่รู้สึกใหญ่แปลกๆนะ

 คิดไปเองหล่ะมั้ง。

 

 สายตาของชั้นอ่อนแอมากจนมองอะไรไม่เห็นจนถึงเมื่อกี้

 แต่เพราะผู้ชายคนนั้นเอาหน้าเข้ามาใกล้ๆ

 ชั้นเลยเห็นหน้าของเขาได้ชัดเจน

 

 ถ้าจะให้พูดในคำเดียวก็คือ 

 ดูอ่อนแอ――หล่ะมั้ง。

 

 ผมทองกับตาสีฟ้านั่นเข้ากันมาก。

 ใส่ชุดยุโรปย้อนยุคแปลกๆ――เห็นได้บ่อยๆตามโรงละคร

 เหมือนว่าจะมีอายุหน่อย แต่ก็ไม่ได้ประหลาดอะไรมาก

 

 ส่วนข้างหลังของผู้ชายที่กำลังทำหน้าเครียดอยู่

 มีผู้หญิงกำลังทำมือที่ชวนให้คิดถึงอะไรสักอย่าง

 

「จะว่าไปก่อนหน้านี้ก็เคยได้ยินเรื่องแบบนี้มาอยู่เหมือนกันค่ะ」

「อะไรนะ?」

 

 ผู้ชายทำหน้าตาน่าขยะแขยงแล้วหันไป

 อาจเข้าใจความหมายที่ผู้หญิงคนนั้นพยายามจะพูดผิดไป

 

「เมื่อคนที่สุดยอดมาแต่งงานกันคนที่ด้อยกว่าลูกที่ออกมาจะมีผมสีดำ」

「ถ้ายังงั้นผมคงเป็นคนที่ด้อยกว่าอยู่แล้วสินะ……」

 

 ผู้ชายถอนหายใจออกมา

 คงอยากจะพูดว่า อย่าพูดเรื่องที่ใครๆก็รู้แล้วออกมาสินะ

 

 เป็นเพราะจะปลอบผู้ชายรึเปล่า

 เหรือว่าจะตามโจมตีต่อ

 ผู้หญิงคนนั้นดูงงๆ

 

「ทำไมถึงยอมแพ้หล่ะคะ?

 ท่านชาดิเวอร์ก้า ก็อาจจะกลายเป็นอัจฉริยะได้เหมือนกันนะคะ」

「ไม่ไหวหรอก ผมไม่ได้หนุ่มเหมือนแต่ก่อนแล้ว」

 

 หลังจากฟังการสนทนาก็ได้รู้ชื่อของผู้ชายคนนี้。

 

 ชื่อหน้าจะเป็นชาดิเวอร์ก้า。

 นามสกุลน่าจะเป็น――ดีน

 หรือก็คือ『ชาดิเวอร์ก้า・ดีน』

 

 เป็นชื่อที่เท่ดีเหมือนกันนะเนี่ย

 เหมือนกับชื่อที่โผล่มาตอนเข้าจับกุมโฮสคลับผิดกฏหมายได้เลยแฮะ

 เมื่อถึงเวลา ก็อยากให้มาพูดชื่อจริงมากเลย

 แต่คงไม่ใช่นามแฝงหรอก

 

 แต่ว่าผู้ชายที่ชื่อชาดิเวอร์ก้านี่

 ดูค่อนข้างขี้อาย

 ไม่เหมาะกับชื่อแต่ก็ไม่ใช่ครึ่งๆกลางๆ

 

 ปล่อยออร่าแปลกๆออกมา。

 ทำให้นึกถึงชีวิตม.ปลายของชั้นขึ้นมาจนได้

 ชาดิเวอร์ก้านั้นปั้นสีหน้าแล้วก็พูดออกมา

 

「ชื่อของเด็กคนนี้ก็ ช่วยกันคิดกับเซฟิน่า

 เพราะอยากให้มีชีวิตตามที่คิด และฝ่าฝันอุปสรรคไปได้

 เลยใช้คำของบ้านเกิดเซฟิน่าทีมีความหมายว่า『怒涛(คลื่นโหมกระหน่ำ)』ตั้งให้」

 

 ชาดิเวอร์ก้าหายใจเข้าเฮือกใหญ่

 เขาพูดออกมาอย่างชัดเจน

 

「――เรจิส ชือของเด็กคนนี้ก็คือเรจิส・ดีน」

「วิเศษจริงๆเลยค่ะ」

 

 ผู้หญิงคนนั้นชมอย่างจริงใจ

 แล้วแก้มของชาดิเวอร์ก้าก็แดงขึ้นมาราวกับอาย

 

「ใช่ไหมหล่ะ?

 ผมแทบไม่ได้ทำอะไรเลย

 เซฟิน่าเป็นคนเลือกหน่ะนะ」

 

 แล้วมันเป็นชื่อที่ช่วยกันตั้งตรงไหนฟร๊ะ

 เผด็จการชัดๆเลยไม่ใช่เหรอนั้น 

 ผู้หญิงยิ้มพร้อมตอบ ชาดิเวอร์ก้าที่ยิ้มแบบแปลกๆอยู่

 

「เพราะคุณผู้หญิงนั้นรุนแรงมาก

 วันที่ท่านชาดิเวอร์ก้าจะได้กุมอำนาจในยามวิกาลนั้นคงไม่มีทางมาถึงหรอกค่ะ」

「…………อึก」

 

 คำพูดที่เหมือนกับมองทะลุปรุโปร่งนั้นทำให้ชาดิเวอร์ก้าพูดอะไรไม่ออก

 หรือก็คือผู้หญิงคนนั้นประสบความสำเร็จ

 ชาดิเวอร์ก้ายักไหล่ราวกับระอา

 

「ให้ตายสิ….ข้ารับใช้ของเซฟิน่านี่มีแต่คนนิสัยเสียจริงๆ

 เช่นเวอร์กินส์เป็นตัวอย่าง」

「ถ้าพูดชื่อของฉันโดยไม่จำเป็น ระวังจะโดนคุณผู้หญิงว่าเอานะคะ?」

「……จะระวังละกัน」

 

 เหมือนว่าผู้หญิงคนนี้จะชื่อเวอร์กินส์

 เสียงของเธอช่างใสไพเราะจริงๆ

 แต่ก็มีบรรยากาศลึกลับแบบแปลกๆออกมา

 

 เวอร์กินส์นั้นเป็นข้ารับใช้

 ส่วนชาดิเวอร์ก้าเป็นสามีของเจ้านายสินะ

 ความสมดุลของอำนาจมันดูแปลกๆแหะ

 

「ผมจะไปหาเซฟิน่าหน่อย

 อย่าละสายตาจากเรจิสนะ」

 

 ชาดิเวอร์ก้าเดินออกไปเหมือนกำลังหนี

 คงจะคิดว่า ก่อนที่จะโดนพูดอะไรมากไปกว่านี้รีบหนีออกไปจากที่นี่ดีกว่า

 ทันใดนั้นเอง――ภาพรอบๆตัวชั้นนั้นเริ่มส่าย

 

 ชาดิเวอร์ก้าเอาผมไปเกี่ยวกับอะไรสักอย่าง

 

 หลังจากลอยอยู่พักนึง ผมก็เริ่มตกลงไปที่พื้น

 จากที่ดูประมาณ 1 เมตร

 ผลก็คือชั้นเอาหน้ากระแทกพื้น。

 เจ็บสุดๆเลย

 

「……อุ」

 

 ไอ้เวรนี่

 บังอาจมาโยนชั้นลงในเปลได้นะ。

 ไม่ยกโทษให้แน่ๆ。

 ชั้นจะทำทุกวิถีทางเพื่อ จัดการผู้ต่อต้านซะ――


 

 ……………………。


 

 เดี๋ยวนะ

 เปลงั้นเหรอ?

 ทำไมชั้นถึงมาอยู่ในไอ้ของแบบนี้เนี่ย

 

 ทำไมก็ไม่รู้ยืนขึ้นไม่ได้

 ที่คอก็ไม่มีแรง

 หรือว่าคอชั้นหักงั้นเหรอ

 แต่ว่าไม่เจ็บเลย เหมือนจะไม่ได้รับบาดเจ็บ

 

 ตอนนั้นเองชั้นก็ได้เห็นร่างกายตัวเองครั้งแรก

 แล้วก็มีคำถามผุดขึ้นมา

 

 มือของชั้นลื่นขนาดนี้เลยเรอะ

 นี่มันเหมือนกับ――

 

「……ข ขอโทษนะเรจิส เป็นอะไรรึเปล่า?」

 

 ชาดิเวอร์ก้ารีบมาอุ้มชั้นขึ้น

 ค่อยๆเขย่าตัวชั้นเบาๆระว่างอุ้มแต่..

 อยากให้หยุดสักทีเพราะมันเริ่มเจ็บแล้ว

 

 ทันใดนั้นเอง。

 ร่างของผู้หญิงที่ไม่เคยเห็นมาจนถึงตอนนี้――เวอร์กินส์ได้โผล่มาข้างหน้าชั้น

 

 ดูสาวจนหน้าสงสัยว่าอายุถึง20รึยัง

 แต่ว่าไม่สามารถระบุอายุของเธอได้

 ผมสีเงินที่ยาวถึงไหล่นั้นเปล่งประกายรอบกับอัญมณี

 

 ใส่เสื้อเมดสีขาวดำ

 ทั้งคู่นั้นเข้ากันได้ดีมาก

 เวอร์กิ้นส์ทักด้วยเสียงที่กังวล。

 

「ไม่ได้นะคะท่านชาดิเวอร์ก้า。

 ตอนที่คอยังไม่คงที่นั้น ควรจะอุ้มแล้วกอดแบบนี้ค่ะ」

 

 เธอดึงชั้นออกจากชาดิเวอร์ก้า

 กลิ่นหอมหวานราวกับวะนิลาลอยมาเข้าจมูกชั้น

 แก้มชั้นแนบเข้ากับหน้าอกนุ่มๆ รู้สึกดีสุดๆ

 

 ถ้าเป็นตัวชั้นตามปกติหล่ะก็ คงต้องไปเต้นเหมือนคนป่าถือหอกแล้วหล่ะ

 แต่ว่าตอนนี้เหมือนชั้นเป็นนักปราชที่ไม่มีปีศาจมาควบคุมหัวใจ

 เพราะยังไม่โตรึเปล่าเลยไม่ค่อยมีความต้องการทางเพศ

 ไม่รู้ด้วยหรอก

 

「การฟื้นฟูตระกูลดีนต่อจากนี้อยู่บนบ่าของท่านเรจิสนะคะ」

 

 เวอร์กินส์ขยับตัวหน่อยๆ

 เป็นการสั่นที่ดี แต่ชั้นก็รู้สึกกระวนกระวายจนเผลอส่งเสียงออกมา

 

「……อะอู」 

「โอ๊ะ ตอบมาด้วยหล่ะค่ะ

 เหมือนจะเข้าใจสิ่งที่พูดอยู่สินะคะ」

「จะเป็นไปได้ยังไง คำพูดพื้นฐานยังไม่น่าจะรู้เรื่องเลยด้วยซ้ำ」

 

 จะพูดยังไงดีหล่ะ แต่ชั้นเข้าใจทั้งหมดนะ

 แต่ก็ปกปิดไว้ก่อนจะดีกว่า

 ถึงจะพูดไปก็ไม่ได้อะไร มีแต่จะโดนหาว่าประหลาดซะเปล่าๆ

 

 ถึงสิ่งที่ยังไม่เข้าใจก็มีอีกเยอะก็เถอะ

 เอาเป็นว่า ตอนนี้เข้าใจมาเรื่องนึงแล้ว

 

 เหมือนว่าคำขอจะเป็นจริง

 ชั้นเผลอกำหมัดแน่นโดยไม่รู้ตัว

 

 ――ชั้นอาจจะได้ใช้ชีวิตใหม่ก็เป็นได้

 

 เพราะชั้นคิดว่ามันจะจบแล้วซะอีก

 ยอมแพ้ไปแล้วเพราะว่า ทุกอย่างมันเปล่าประโยชน์

 พอได้รู้ถึงเรื่องนี้ เหมือนว่าน้ำตาจะไหลออกมา

 

 ชีวิตใหม่

 ช่างเป็นคำที่หอมหวานจริงๆ

 ถึงปกติชั้นจะมีหลักการไม่ขอพรกับพระเจ้าก็เถอะ แต่ตอนนี้รู้สึกเหมือนจะขอบคุณก็ได้

 

 อย่างที่ว่า จงตั้งใจฟังซะพระเจ้า

 เพราะคงเป็นคำที่ชั้นจะพูดได้แค่ครั้งเดียวในชีวิต




 ――ขอขอบคุณจากใจที่ให้มาเกิดใหม่……!




NEKOPOST.NET