[นิยายแปล] นอบน้อมและหนักแน่น คือคติประจำใจในการใช้ชีวิตของฉันค่ะ! ตอนที่ 89 | Nekopost.net 
NEKOPOST
การแสดงผล

[นิยายแปล] นอบน้อมและหนักแน่น คือคติประจำใจในการใช้ชีวิตของฉันค่ะ!

Ch.89 - ตอนที่ 89


89.

 

ในห้องเรียนพิเศษภาคฤดูร้อน พอพวกนายกุ๊ยเจาะหูเห็นฉันเข้า ก็ชอบเข้ามานั่งด้วยบ่อยๆ นายกุ๊ยเจาะหูชื่ออุเมวากะ แต่เรียกว่านายกุ๊ยก็พอแล้วล่ะ

"นี่ๆ คุณคิโชวอิน ที่ซุยรันเขาทักกันว่า "อรุณสวัสดิ์ค่ะ" (โกะคิเก็งโย่) จริงหรือเปล่า ไหนลองพูดกับฉันบ้างสิ โกะคิเก็งโย่"

หุบปากซะ
ตั้งแต่วันต่อไปฉันก็หอบเอาแบบฝึกหัดและตำราเรียนมากองบนโต๊ะ คอยอุดไม่ให้เกิดช่องว่างให้ใครมาทักเอาได้
ก็เคยคิดอยู่หรอกนะว่านอกจากคะแนนจะดีขึ้นแล้วถ้าได้เพื่อนด้วยก็จะดี แต่ไม่เอาพวกนี้นะ
ฉันตั้งหน้าตั้งตาแก้โจทย์ไปเรื่อยๆ

"คุณคิโชวอินนี่ขยันจัง อ๊ะ ข้อนั้นทำผิดนะ"

ชิ !

พอเรียนจบครึ่งเช้าก็จะมีพักกลางวันคั่น นักเรียนส่วนมากไปซื้อข้าวจากร้านสะดวกซื้อมากินไม่ก็ออกไปกินข้างนอก
ฉันมีข้าวกล่องที่พ่อครัวของบ้านคิโชวอินทำมาให้ แต่ดูเหมือนพวกนายกุ๊ยจะออกไปกินข้างนอก

"ข้าวกล่องคุณคิโชวอินสุดยอดเลย ! อย่างกับในภัตตาคารแน่ะ !"

น่าจะรอให้พวกนี้ไปกันให้พ้นๆ ก่อนค่อยเปิดกล่อง ข้าวกล่องวันนี้เป็นชุดโชคะโดที่ทำขึ้นโดยคำนึงถึงสมดุลสารอาหารอย่างดี

"น่ากินจัง ! ขอซักคำสิ"

เจ้าบ้าเอ๊ย ใครจะให้นาย เรื่องของกินน่ะฉันใจแคบมากนะจะบอกให้ ความจริงอยากให้เพิ่มปริมาณด้วยซ้ำ ฉันเป็นห่วงสายตาคนกับไดเอ็ทก็เลยเลือกข้าวกล่องใบเล็กมาหรอก ไม่มีเหลือแบ่งให้ใครหรอกนะ

"อุเมวากะ~ รีบไปเร็วๆ เถอะ~"

สาวผมสั้นเรียกชื่อนายจิ๊กโก๋อย่างจะเร่ง เอ้า เขาเรียกแล้ว รีบๆ ไปซะสิ

"โอ้~ งั้นไว้เจอกันใหม่นะ คุณคิโชวอิน"

ไปเลยๆ แล้วไม่ต้องกลับมาอีกนะ

ฉันลิ้มรสชาติข้าวกล่องแสนอร่อยแต่ปริมาณน้อยไปนิด ปลาต้มนี่อร่อยจัง เข้ากับชาเกียคุโระเย็นๆ ได้ดีเลยล่ะ
ฉันใช้เวลาที่เหลือในช่วงพักตั้งอกตั้งใจทำโจทย์
ทุกๆ วันผ่านไปเช่นนั้น จนเกิดคดีใหญ่ขึ้น 
ซูชิไข่ห่อของฉันในกล่องของฉันถูกนายกุ๊ยฉกไป !

"อร่อยชะมัดเลย--! บ้านคุณคิโชวอินเป็นร้านอาหารเหรอ"

ซูชิไข่ห่อ ซูชิไข่ห่อที่มีแค่สองอัน ซูชิไข่ห่อที่เป็นอาหารหลักของฉัน อา...ซูชิไข่ห่อ...(茶巾寿司)

"อ้าว คุณคิโชวอินตัวแข็งทื่อเลย ช็อคอยู่เหรอ ไว้ฉันเลี้ยงข้าวไถ่โทษเองนะ ไปกินข้าวด้วยกันไหม"

ฉันไม่พูดไม่จาเก็บข้าวของลุกขึ้นยืน จากนั้นก็ออกจากห้องเรียนไปโทรศัพท์ ผู้ชายตัวจริงคนโปรดของฉันคงงานยุ่งก็เลยเรียกตัวสำรองออกมาแทน "พาหนูไปทานอะไรอร่อยๆ เดี๋ยวนี้เลยค่ะ !"


ฉันจับแท็กซี่บึ่งไปยังอาคารสำนักงาน ทานุกิตัวสำรองขมีขมันออกมารับหน้าพอดี

"เรย์กะมาหาพ่อถึงบริษัทเชียว น่าดีใจจริงๆ เอ้า นั่งก่อนสิ"
"ท่านพ่อคะ หนูมีเวลาพักแค่ชั่วโมงครึ่ง รีบๆ ไปที่ร้านกันเถอะค่ะ !"
"โอ้ จริงด้วย"

ฉันคว้าแขนท่านพ่อดันๆ ออกมา
เมื่อออกมาที่ทางเดินโดยมีคุณเลขาเป็นคนนำทาง ก็บังเอิญเจอะเข้ากับท่านพี่คนโปรดตัวจริงของฉันเข้าพอดี

"อ้าว เรย์กะ ทำไมมาอยู่ที่บริษัทล่ะ"
"เรย์กะบอกว่าอยากกินข้าวกับพ่อน่ะสิ อุตส่าห์มาหาพ่อถึงนี่เลยนะ"

ท่านพ่อแสยะยิ้ม เน้นเสียงตรง "กับพ่อ" เป็นพิเศษ
แต่น่าเสียดายนะคะท่านพ่อ สำหรับหนูแล้วท่านพ่อได้แค่ตำแหน่งตัวสำรองเท่านั้นแหละค่ะ
กว่าจะออกจากบริษัทโดยมีท่านพี่โปรยยิ้มส่งได้ ท่านพ่อยังอุตส่าห์ลากฉันไปโชว์พนักงานว่า "ลูกสาวมาอ้อนว่าอยากกินข้าวด้วยกัน ขอออกไปก่อนนะ" นี่มันประจานกันชัดๆ ตาทานุกิตัวสำรองเอ๊ย

ท่านพ่อพาฉันมาที่ร้านอาหารจีนใกล้ๆ บริษัท อยู่บนชั้นสูงลิบทิวทัศน์ก็ดี จองห้องส่วนตัวจึงไม่ต้องเกรงสายตาใคร
เก่งจริงๆ ที่จองได้ในเวลาสั้นๆ แบบนี้ สมเป็นคุณเลขาคนเก่งของท่านพ่อ

"เอ้า อยากกินอะไรสั่งเลยลูก"

ฉันสั่งกุ้งผัดพริกและซุปหูฉลามของโปรด ตามด้วยข้าวตังราดหน้าทะเล ท่านพ่อสั่งข้าวผัดปูเซี่ยงไฮ้มาเพิ่ม ท่านพ่อเนี่ยทานอะไรหนักๆ ตั้งแต่กลางวันเลยเชียว นอกจากนั้นก็ยังมีติ๋มซำอีกสองสามเข่ง ถือว่าเป็นมื้อกลางวันที่หนักไปหน่อย 
แต่วันนี้เป็นวันพิเศษ เพราะพรุ่งนี้ฉันต้องไปอดอาหารกับท่านแม่แล้ว อารมณ์แบบว่ากระยาหารมื้อสุดท้ายแล้วอ่ะนะ

"เรย์กะ โรงเรียนเป็นไงบ้าง"
"ก็พยายามอยู่ค่ะ"

ถ้าไม่รีบกินเดี๋ยวจะกลับไปไม่ทันเรียนนะคะ
จะว่าไป นี่โทรกริ๊งเดียวก็ตามตัวท่านพ่อได้แล้ว นี่ทำงานอยู่หรือเปล่าคะ บริษัทนี้ไหวแน่นะ แต่พนักงานที่สวนๆ กันนี่ดูมีออร่าคนหัวดีทั้งนั้นเลยนะ

"ท่านพ่อล่ะคะตั้งใจทำงานอยู่หรือเปล่า"
"พูดอะไรน่ะ เรย์กะ พ่อตั้งใจทำงานเสมอนะ ใช่ไหม ซาซาจิมะ"

ที่โต๊ะมีคุณเลขาซาซาจิมะนั่งอยู่ด้วยกัน ตอนแรกเขาปฎิเสธไม่ยอมร่วมโต๊ะด้วยเพราะไม่อยากเป็นกขค.พ่อกับลูกสาว แต่สั่งมาตั้งเยอะ ฉันกินเสร็จแล้วก็ว่าจะเผ่นออกจากร้านเลย จึงขอให้เขามานั่งร่วมโต๊ะด้วยกัน

"ครับ ท่านประธานหัวหมุนทุกวันเลยครับ"

ถ้าเป็นเลขาท่านพ่อก็ต้องพูดงี้แหละ แต่บอกว่าหัวหมุน ไม่ได้บอกว่าทำงานนะ

"ท่านพี่ก็ติดตามคุณซาซาจิมะคอยเรียนงานตั้งแต่สมัยเป็นนักศึกษาแล้วใช่ไหมคะ"
"ครับ คุณทาคาเทรุมีความสามารถมาก ตอนนี้ก็มาดูแลงานในฝ่ายเซลล์อยู่ด้วยครับ"

งั้นเหรอเนี่ย ท่านพี่ที่เจอเมื่อกี้ก็ดูยุ่งจริงๆ จะมีเวลาทานข้าวเที่ยงไหมน้า
พอคุยแต่เรื่องท่านพี่มากๆ เข้าท่านพ่อก็ชักงอน  ไม่เป็นผู้ใหญ่เลยนะคะ ท่านพ่อ

พอฉันทานอิ่ม ก็ขอบคุณคุณซาซาจิมะที่ช่วยจองร้านอาหารให้ก่อนลุกจากที่นั่ง ท่านพ่อยังยั้งๆ ไว้ แต่ถ้ามัวแต่คุยเพลินจะไปไม่ทันเรียนชั่วโมงต่อไปนะคะ ท่านพ่อก็ควรจะรีบทานเสร็จแล้วกลับไปที่บริษัทเหมือนกันนะคะ
ลาก่อนค่ะ ท่านพ่อ ! ถึงจะล่อลวงด้วยเต้าฮวยนมสดลูกก็ไม่ติดกับหรอกค่ะ !

ฉันกลับมาทันแบบเฉียดฉิว ห้องเรียนที่นั่งเต็มเกือบหมดแล้ว จึงย้ายไปนั่งริมๆ ไกลพวกนายกุ๊ยออกมาจิตใจก็ค่อยผ่อนคลายหน่อย แต่ท้องแน่นไปหมด 
ฉันใช้กระเป๋าและผ้าพันคอปิดๆ ท้องไว้ โดยเฉพาะมุมมองจากด้านข้างเนี่ยอันตรายสุดๆ

 


วันต่อมาก็เข้าร่วมโปรแกรมอดอาหารกับท่านพแม่
ที่ฉันจินตนาการไว้ตอนแรกคือเป็นการอดอาหารไหนโรงฝึกซักแห่งที่ไหนในหุบเขาลึกเพื่อการฝึกตน แต่สถานที่ที่ถูกพาไปคือโรงแรมชั้นหนึ่ง
ตกลกเราจะได้เข้าแช่อ่างจากูซี่ รับการบำรุงผิวแบบเอสเต้ เดินเล่นในสวนที่โรงแรมภูมิใจ เป็นโปรแกรมผ่อนคลายแบบสองวัน
ผู้เข้าร่วมโปรแกรมอดอาหารด้วยกันในครั้งนี้ส่วนมากมีแต่มาดามชั้นสูงคนรู้จักของท่านแม่เกือบทั้งนั้น มีแต่ฉันนี่แหละที่ถูกลากมาด้วยเพราะปฎิเสธท่านแม่ไม่ได้ นั่นสินะ ท่านแม่ก็ผอมอยู่แล้ว ไม่รู้จะอดอาหารไปทำไม  ต้องมาอดอาหารเพื่องานสังคมเนี่ยลำบากชะมัด

หลังเข้ารับการเช็คสุขภาพแบบง่ายๆ สตาฟฟ์ของโรงแรมก็เข้ามาอธิบายโปรแกรมในห้องหนึ่งของโรงแรม โดยพื้นฐานแล้วจะกินได้แต่เครื่องดื่มที่โรงแรมเตรียมไว้กับข้าวต้ม เครื่องดื่มมีแต่น้ำกับน้ำชา นอกจากอาหารแล้วทำอย่างอื่นได้โดยอิสระ มีทั้งสระว่ายน้ำและฟิตเนส
มาดามทั้งหลายรีบแย่งกันจองเอสเต้ก่อน ฉันก็ต้องลงชื่อจองไปด้วยในฐานะผู้ติดตามของท่านแม่

ในบรรดาสมาชิกผู้เข้าร่วม มีมาดามร่างท้วมคนหนึ่งที่พาลูกสาวร่างท้วมเหมือนกันมาด้วย คุณลูกสาวชื่อว่านารุโทมิ อาคิมิ อายุยี่สิบปี สาววัยรุ่นมีแต่พวกเราสองคน มาดามนารุโทมิฝากฝังไว้ว่าช่วยสนิทกับลูกสาวด้วยนะคะ ฉันจึงยิ้มแย้มทักทายไป คุณอาคิมิทักทายอย่างอายๆ หลบอยู่หลังมารดา ถึงจะอายุมากกว่าแต่ดูท่าทางเป็นคนใจอ่อน ฉันไม่รังแกใครหรอกนะค้า~

ในตอนนั้นเองที่มาดามคาบุรากิก้าวเข้าห้องมาอย่างสง่างาม พอมาดามปรากฎตัว ทั้งห้องก็สว่างไสวขึ้นทันที
ใช่แล้ว ความจริงแล้วนี่เป็นโรงแรมในเครือคาบุรากิ พอได้ยินว่าพวกเราจะมาเข้าร่วมโปรแกรมงดอาหาร มาดามก็เลยอุตส่าห์มาทักทาย
โรงแรมคาบุรากิเนี่ยนะ... ตอนได้ยินเรื่องนี้ ฉันก็คิดแบบนี้ทันที
แค่มาพักเฉยๆ ยังพอว่า แต่โปรแกรมอดอาหารเนี่ย เหมือนป่าวประกาศว่า ชั้นกำลังไดเอ็ทเอาเป็นเอาตายค่ะ ! มันน่าอายออก...
จะให้คาบุรากิรู้เรื่องนี้ไม่ได้เด็ดขาด โดยเฉพาะอย่างยิ่งป๊ะป๋าคาบุรากิสุดเท่ห์คนนั้น นี่เป็นหัวใจสาวน้อยอันบอบบางของฉัน
เมื่อมาดามคาบุรากิเสร็จสิ้นการทักทายกับทุกคน ก็ตรงมาหาฉันที่แอบซ่อนอยู่ด้วยใบหน้ายิ้มแย้ม

"คุณเรย์กะ อุตส่าห์มาด้วยเหรอคะ ! สองวันนี้คงลำบากหน่อย แต่พยายามเข้านะคะ ! ฉันจะช่วยเชียร์อีกแรงค่ะ"
"ค่ะ ขอบคุณนะคะ..."

น่าอายจังเลย เหมือนกับยอมรับไปแล้วว่าตัวเองเป็นยัยอ้วน น่าอายจริงๆ แต่เมื่อกี้ค่า BMI ที่วัดได้ก็บอกว่าฉันไม่อ้วนนะยะ !
มาดามคาบุรากิมาให้กำลังใจฉันเป็นส่วนตัว ทำให้เหล่ามาดามคนอื่นๆ เหล่ฉันแปลกๆ แต่ฉันก็หัวเราะๆ เอาตัวรอดไป
จากนั้นมาดามคาบุรากิก็โปรยยิ้มให้มาดามผู้เข้าร่วมคนอื่นๆ ก่อนจากไปราวกับสายลม 

เอาล่ะ กลับห้องพักที่จะพักคืนนี้ก่อนดีกว่านะ




NEKOPOST.NET