NEKOPOST
การแสดงผล

[นิยายแปล] นอบน้อมและหนักแน่น คือคติประจำใจในการใช้ชีวิตของฉันค่ะ!

Ch.88 - ตอนที่ 88


88.

 

ผลสอบปลายภาคออกแล้ว แน่นอนว่าไม่มีชื่อฉันติดอยู่ตรงไหนในบอร์ด
ครั้งนี้ท็อปทรีก็ยังเหมือนครั้งที่แล้ว คาบุรากิ เอ็นโจ วาคาบะจังไล่มาตามลำดับ  วาคาบะจัง หัวดีจริงๆ ด้วย ยอดไปเลย~ แต่สายตาคนดูส่วนหนึ่งชักโหดขึ้นทุกทีแล้วนะ
โอ๊ะ นายตัวสำรองไปอยู่อันดับที่ 7 ด้วย ! นายตัวสำรอง ปล่อยให้ลำดับร่วงได้ไงน่ะ !? นายต้องพยายามในส่วนของฉันด้วยสิ นายเป็นดวงดาวแห่งความหวังของหมู่บ้านเรา ในฐานะตัวเก็งผู้ใหญ่บ้านรุ่นต่อไปนะ 

 ส่วนฉันลำดับที่ 86  โอ้ว ร่วงลงมาจนไม่มีหน้าไปว่าคนอื่นเลย ! ปล่อยไว้แบบนี้ดีไม่ดีเทอม 2 อาจร่วงลงมาถึงเลข 3 หลักก็ได้ ต้องตั้งใจติวหนังสือตอนปิดเทอมหน้าร้อนแล้ว หน้าร้อนนี้ต้องยุ่งสุดๆ ด้วยการเรียน ไดเอ็ทและฝึกตน

"นี่ ปิดเทอมหน้าร้อนนี้ไปเที่ยวไหนกันไหมคะ"

คุณคิคุโนะเสนอกับพวกเรา 
เอ๋ ! ไปเที่ยวกับเพื่อนๆ ! วิเศษไปเลย !

"จะเข้าหน้าร้อนอยู่แล้ว จะจองที่พักทันเหรอคะ"
"อ้าว จะมาที่บ้านพักร้อนของฉันก็ได้นะคะ" 

ทุกคนกรี๊ดกร๊าดวางแผนกันใหญ่
เกือบทุกครอบครัวมีบ้านพักร้อนของตัวเองอยู่แล้ว ก็เลยหารือกันว่าจะไปเที่ยวบ้านพักของใคร ยังไงก็ต้องกลับไปถามที่บ้านก่อนละเนอะ
แล้วในแผนนั่นก็มีฉันอยู่ด้วยใช่ไหมคะ ? ใช่ไหม ? อ๊ะ จะใช้บ้านพักร้อนของบ้านฉันก็ได้นะคะ นับฉันเข้าไปด้วยนะคะ 

 

ซากุระจังพาฉันไปนั่งสมาธิในวันหยุดสุดท้ายก่อนเข้าสู่ปิดเทอมฤดูร้อน
ก่อนอื่นเข้าฟังคำอธิบายในการนั่งสมาธิแบบเซนจากคุณพระ แล้วเข้าไปในหอปฎิบัติธรรม ตอนแรกฉันเป็นห่วงว่าจะร้อนอบอ้าว แต่ก็เย็นสบายดีนี่นา 
ฉันนั่งขัดสมาธิแบบเอาเท้าขึ้นมาบนหน้าขาไม่ได้ จึงใช้วิธีนั่งขัดสมาธิหลวมๆ ทำตาปรือๆ ผ่อนลมหายใจ รวบรวมจิต ลมหายใจยังพอไหว แต่จิตนี่จะได้หรือเปล่าน้า ~ ฉันเนี่ยชอบคิดฟุ้งซ่านซะด้วย 
เมื่อต้องนั่งเฉยๆ ในหอปฎิบัติธรรมที่มืดสลัวเงียบสนิท ตาก็ค่อยๆ ปิดลง อา เมื่อจิตสงบแล้วก็จะเกิดง่วงขึ้นมานั่นเอง-
 
อ๊ะ คุณพระมายืนอยู่ข้างหลังฉันแล้ว ความแตกจริงๆ ด้วย ฉันยื่นไหล่ขวาออกไปรับการสั่งสอนอย่างขอบพระคุณ ไม่เจ็บเท่าที่คิดแฮะ เห็นเป็นเด็กผู้หญิงอ่อนแอเลยเบามือให้หรือเปล่านะ แต่งี้เดี๋ยวก็ง่วงอีก.. เผียะ !
ช่วงหลังๆ มานี่ร่างกายถึงกับโอนเอนไปมาซ้ายขวาด้วยความง่วงงุน ถึงจะโดนฟาดตักเตือนก็จำไม่ได้หรอก

หลังนั่งสมาธิไปได้ 30 นาที เราก็นั่งจิบชาพร้อมฟังธรรมจากคุณพระ และคัดลอกพระคัมภีร์ นึกว่าแค่ให้นั่งสมาธิอย่างเดียว ต้องคัดลอกพระคัมภีร์ด้วยเหรอเนี่ย

แค่วางกระดาษลงบนต้นแบบที่ได้รับมา แล้วลากเส้นตามเท่านั้นเอง ง่ายกว่าที่คิด ฉันเองก็เรียนเขียนพู่กันมาแต่เด็กแล้ว นึกว่าจะเขียนได้สบายเฉิบ แต่ก็เป็นไปตามที่เรียนมาเมื่อครู่ แม้จะคัดลอกพระคัมภีร์บทเดียวกัน แต่ตัวอักษรก็จะออกมาแตกต่างกันตามสภาวะจิตใจคนผู้นั้น  เทียบกับตัวอักษรราบเรียบเป็นระเบียบของซากุระจังแล้ว ดูเหมือนตัวอักษรของฉันจะโดดขึ้นๆ ลงๆ เป็นบางช่วง
สงสัยจะเป็นตอนที่คิดว่าเดี๋ยวจะไปแวะคาเฟ่แบบญี่ปุ่นต่อแน่เลย ฉันนี่จิตใจฟุ้งซ่านจริงๆ
เก็บแผ่นกระดาษที่คัดลอกพระคัมภีร์ไว้ในหอปฎิบัติธรรมแล้ว การฝึกตนของวันนี้ก็เป็นอันจบลง


"เรย์กะ เธอน่ะไม่ได้พิจารณาจิตใจตัวเองเลยใช่ไหม"

ทันทีที่มาถึงคาเฟ่แบบญี่ปุ่น ซากุระจังก็ชี้เป้าอย่างเข้มงวดทันที จะว่าไปนั่นก็เป็นวัตถุประสงค์แรกนี่นา

"ระหว่างนั่งสมาธิ ฉันได้ยินเสียงเผียะๆ ดังมาจากข้างๆ ด้วย เล่นเอารวบรวมสมาธิไม่ติดเลย แล้วก็รู้สึกได้ว่าตัวโงนเงนไปมาด้วยนะ..."
"สภาวะจิตของซากุระจังกำลังถูกทดสอบน่ะ แค่นี้ก็จิตไม่นิ่งซะแล้ว"
"อย่างเธอน่ะไม่จบแค่โดนฟาดแล้ว ต้องโดนลงทัณฑ์"

ได้ยินจากคุณพระว่าที่โดนตีตอนนั่งสมาธิเป็นแค่การเตือนเบาะๆ ถ้าหากคุณพระท่านอื่นที่อยู่ระหว่างการฝึกฝนทำผิดกฎจะต้องรับการลงทัณฑ์ที่โหดกว่านี้มาก ท่าทางจะเจ็บน่าดูเลย

"วันนี้ฉันเลือกวัดที่เมตตามาหรอกนะ ถ้าเป็นวัดที่เข้มงวดล่ะก็ป่านนี้เรย์กะโดนฟาดร้อยทีไปแล้ว"
"เอ๋ ~ ซากุระจังก็โดนฟาดเหมือนกันไม่ใช่เหรอ"
"นั่นฉันเป็นคนขอเองหรอก"

ยอดเลย

"ว่าแต่ดูท่าทางผลที่ได้จากการนั่งสมาธิฝึกจิตจะ... ไม่มีเลยนะ"

ซากุระจังมองที่ฉันกำลังจ้องมองเมนูของหวานแบบญี่ปุ่นตาเป๋งแล้วถอนใจเฮือก
ไม่ใช่นะ แค่ดูเฉยๆ เองนะ ไม่ได้บอกว่าจะกินซักหน่อย

"มนุษย์เราก้าวเข้าสู่หนทางแห่งพระนิพพานง่ายๆ ไม่ได้หรอกนะจ้ะ"
"ตกลงสู่หนทางของยัยอ้วนไปซะ"

อย่าน้า คุณพระก็พูดไว้ไม่ใช่เหรอว่าคำพูดน่ะศักดิ์สิทธิ์ ห้ามพูดจาว่าร้ายคนอื่นเด็ดขาด ถ้าฉันเกิดเป็นยัยอ้วนขึ้นมาจริงๆ จะทำไงล่ะ

"เพราะเรย์กะไม่ยอมออกกำลังกายน่ะสิ ลองฮอตโยคะหรือแอเรี่ยลโยคะหน่อยเป็นไง"
"ซากุระจังนี่ชอบโยคะจริงๆ เลยนะ"

ตอนนี้ฉันฝึกกล้ามท้องกับเล่นฮูลาฮูปอยู่ทุกวัน เล่นโยคะที่บ้านด้วยคงพอแล้วล่ะ ถ้าจะเล่นก็อยากเล่นกีฬาอื่นมากกว่านะ
ฉันตัดใจจากความเย้ายวนของขนมหวานญี่ปุ่น อดทนกับเครื่องดื่มชาเขียวเย็นอย่างเดียว
ถ้าไม่ทานอะไรพุงก็จะยุบ แต่ถ้าทานก็จะป่อง มันช่างชวนให้เกิดความประมาทจริงๆ นะ~  ว่าถ้าไม่ทานอะไรแป๊บเดียวก็ผอมไปเอง
แต่ครั้งนี้ฉันต้องพยายามให้ได้  โดยเข้าใจผิดว่าเป็นคนท้องนี่ช็อคจริงๆ นะ ยังช็อคค้างมาถึงตอนนี้อยู่เลย

ฉันผนึกวันพีซที่ใส่ในตอนนั้นไปแล้ว จะไม่ยอมใส่อะไรที่ดูเป็นคนท้องเด็ดขาด เวลานั่ง ไขมันหน้าท้องมันมักจะห้อยย้อยลงมา ฉันจึงต้องนั่งแขม่วพุงอยู่เสมอ

"นี่ ซากุระจัง ฉันดูแก่กว่าวัยหรือเปล่า"
"ก็ไม่นี่ ระยะนี้หน้ากลมกว่าเดิมเลยดูเด็กลงไปอีก ไม่ต้องเป็นห่วงหรอก"

นี่ฉันหน้ากลมขึ้นเหรอเนี่ย...

 


เพิ่งเคยมาที่โรงเรียนสอนพิเศษสำหรับช่วงปิดเทอมฤดูร้อนเป็นครั้งแรก
คนเยอะผิดกับโรงเรียนสอนพิเศษที่เคยเรียนช่วงม.ต้นเลย
เลือกที่นั่งได้โดยอิสระ ฉันจึงเลือกนั่งตรงกลางค่อนไปทางข้างหลัง ไม่มีนักเรียนซุยรันบ้างเหรอเนี่ย อืม ~ ดูทุกคนหัวดีกันจังเลย
แล้วกลุ่มชายหญิงหลายคนก็มานั่งที่ข้างๆ กับข้างหลังฉัน ดูเหมือนจะเป็นเพื่อนกันทั้งกลุ่ม หวา-- โดดเดี่ยวสุดๆ เลย

ข้าวของของเด็กผู้ชายที่นั่งข้างๆ ฉันเริ่มล่วงล้ำเข้ามาในอาณาเขตฉันขึ้นทุกที แต่เขานั่งหันหลังให้ฉัน มัวแต่หันไปคุยกับเพื่อนที่นั่งข้างๆ เพลินก็เลยไม่รู้สึกตัว ไหงรู้สึกไม่มีตัวตนขนาดนี้กันล่ะเนี่ย
แย่ล่ะ ความทรมานในช่วงเรียนเสริมของตอนม.ต้นกำลังจะ....

ในตอนนั้นเอง มือของเด็กผู้ชายที่กำลังหัวเราะอย่างโอเว่อร์แอคติ้งก็มาโดนฉันเข้า เจ็บน้า...

"อ๊ะ ขอโทษที"
"....ไม่เป็นไรค่ะ..."

ช่วยสังเกตเห็นข้าวของด้วยจะได้ไหมคะ

"หวา เด็กคนนี้ดูเป็นคุณหนูสุดๆ ไปเลย !"
"ม้วนผมมาเป๊ะเลย~"

เออะ

"นี่ๆ เรียนที่ไหนเหรอ"

เด็กผู้ชายที่นั่งข้างหลังถามมา คนนี้ดูเหมือนกุ๊ยเลย เจาะตุ้มหูตั้งหลายรูแนะ  

"ซุยรันค่ะ"
"เหย- ซุยรัน ! คุณหนูขนานแท้เลยว่ะ !"

ไม่รู้ขำอะไรกัน ทั้งแก๊งฮากันยกใหญ่
พวกผู้หญิงหัวเราะพลางประเมินฉันด้วยสายตา น่ากลัวชมัด...

"นี่ชื่ออะไรเหรอ"
"....คิโชวอิน เรย์กะค่ะ"
"ชื่อยังคุณหนูเลย ! ฮาดีว่ะ !"

....พวกนี้นี่

ฉันเลือกที่นั่งพลาดไปจริงๆ ไม่สิ ผิดตั้งแต่เลือกโรงเรียนแล้ว ทั้งชีวิตนี้ คิโชวอิน เรย์กะคนนี้ยังไม่เคยได้รับการปฎิบัติอย่างหยามเหยียดเช่นนี้มาก่อนเลย
ต่อจากคดีคนท้องก็มาเจอเรื่องนี้ ฉันมั่นใจสุดๆ เลยล่ะว่าถ้าไปเสี่ยงเซียมซีตนอนนี้ต้องได้ดวงซวยมหาศาลแน่นอน

"พอทีเถอะน่า น่าสงสารออก เขาลำบากใจอยู่นะ คุณหนูของซุยรันน่ะคนละชั้นกับพวกเรานา"

คนข้างๆ นายกุ๊ยเจาะหูเข้ามาห้ามไว้ พวกผู้หญิงเองก็พูดว่า "จริงด้วย~ พอเถอะน่า~" เชอะ ในใจไม่ได้คิดอย่างงั้นซักนิด
ฉันทำท่าเหมือนไม่เป็นไรค่าพลางแสร้งอ่านหนังสือรวมโจทย์ไป ครั้งนี้แหละจะต้องมีจิตแน่วนิ่วเหมือนตอนนั่งสมาธิให้ได้ !
แต่ตาบ้าข้างหลังฉันกลับคอยเอาแต่ดึงผมฉันบ้าง แซวบ้าง ! กล้าดียังไงมาทำผมหลอดของชั้น ! ถ้าอยู่ในสมัยนั้นละก็ชั้นจะส่งนายเข้าคุกบาสติลล์เลย !

ที่สำคัญ ดึงผมเด็กผูหญิงเนี่ย มันใช่เรื่องที่เด็กม.ปลายควรทำเหรอ งี่เง่าชะมัด 
พอบทเรียนเริ่มขึ้น ฉันก็ได้ปวดใจอีกครั้งเมื่อได้รู้ว่าพวกงี่เง่าเหล่านั้นหัวดีกว่าฉันอีก...

พอกลับบ้านไป ฉันก็เอาเกลือไปโรยไว้ที่มุมห้องทั้งสี่ด้านเพื่อปัดเป่าโชคร้าย




NEKOPOST.NET