[นิยายแปล] นอบน้อมและหนักแน่น คือคติประจำใจในการใช้ชีวิตของฉันค่ะ! ตอนที่ 78 | Nekopost.net 
NEKOPOST
การแสดงผล

[นิยายแปล] นอบน้อมและหนักแน่น คือคติประจำใจในการใช้ชีวิตของฉันค่ะ!

Ch.78 - ตอนที่ 78


78


งานเดินทางไกลของปีนี้จัดขึ้นที่คามาคุระ
พอรู้สถานที่ฉันก็ดีใจว่า เมืองหลวงซะที ! พอกันทีกับการปีนเขา ! แต่ก็ดีใจได้แป๊บเดียว ปีนเขาจริงๆ น่ะแหละ ที่คามาคุระก็มีคอร์สปีนเขาด้วยเหรอเนี่ย...

แต่ฉันก็เตรียมใจไว้แล้วล่ะ ไม่เป็นไรหอก ปัญหาก็คือมื้อกลางวันนี่สิ

ครึ่งเช้าหลังปีนเขาเสร็จ พวกเราจะกลับมาที่โรงแรมคามาคุระ เช่าห้องจัดงานไว้เพื่อจัดงานเลี้ยงกลางวันสำหรับนักเรียนทั้งชั้นปี ดูเหมือนจะมีอาหารทะเลสดๆ มาเสริ์ฟเพียบเลยล่ะ เรื่องนั้นน่ะดีอยู่หรอก ปัญหาอยู่ที่หลังจากนั้นน่ะสิ
 แผนกมัธยมปลายของซุยรันมีธรรมเนียมประจำปีว่าต้องให้นักเรียนเข้าใหม่ออกมาแสดงโชว์ให้ชมเป็นรายห้องตอนทานอาหารกลางวัน เหมือนพิธีรับน้องอย่างหนึ่งน่ะนะ

แต่แสดงโชว์ ! โชว์ต่อหน้าคน 300 คนเนี่ยนะ นี่มันเกมลงโทษชัดๆ 
พอได้ยินเรื่องนี้ นักเรียนเข้าใหม่ในห้องฉันก็หน้าซีดกันหมด ก็คงงั้นละน้า
พอลองไปค้นๆ ดูเรื่องการแสดงปีก่อนๆ ส่วนมากก็เป็นการร้องเพลงประสานเสียงหรือแสดงดนตรี บางทีก็เต้นหรือมายากล บางทีก็มีอะไรแปลกๆ บ้างอย่างร้องเพลงญี่ปุ่นหรือท่องไฮกุทั้งห้อง
นักเรียนเข้าใหม่จับกลุ่มปรึกษากันอย่างเคร่งเครียดในช่วงเวลาพัก ก็ต้องตกลงกันก่อนว่าจะแสดงอะไรอ่ะนะ

"ร้องเพลงอะไรก็ได้ให้จบๆ ไปก็พอละมั้ง"
"จะร้องเพลงอะไรล่ะ ? มีคนแค่นี้จะพอร้องให้ได้ยินกันทั้งฮอลล์หรือเปล่านะ"
"แต่มายากลก็ยิ่งมองไม่เห็นใหญ่เลยนะ"

อืม~ ท่าจะตกลงกันได้ยากแฮะ
กรรมการห้องอย่างฉันกับซาโตมิคุงก็เลยลองช่วยอีกแรง

"เป็นไงบ้างคะ พอจะตกลงกันได้หรือเปล่า"

กลุ่มนักเรียนเข้าใหม่ส่ายศีรษะหน้าตาลำบากใจ

"รู้สึกว่าทุกปีส่วนมากก็จะเป็นร้องเพลงหรือแสดงดนตรีนะคะ"
"จะแสดงดนตรีก็เอาเครื่องดนตรีไปลำบาก..."
"ถ้าเปียโนหรือกีตาร์ก็พอจะขอยืมมาได้นะคะ ไมค์ก็มี สกรีนก็มี จะแสดงอะไรละเอียดๆ อย่างมายากลก็ได้นะคะ"
"งั้นเหรอครับ !"

ค่อยมีตัวเลือกเพิ่มขึ้นหน่อย

"แล้วการแสดงที่เร้าใจที่สุดคืออะไรเหรอครับ"
"ที่ได้ยินมาก็คือเพลง "หามิใครได้นิทรา" ที่นักเรียนเสียงดีเป็นผู้ขับร้องน่ะ ได้ฉายาว่าเป็นเดอะทรีเทเน่อร์แห่งซุยรัน คนปรบมือกันกราวเลยนะ  เสียงตอบรับดีมากจนมีคนเอาอย่างเล่นมินิโอเปร่าในปีถัดๆ มาเลยล่ะ"
"โอเปร่า..."
"เดอะทรีเทเน่อร์... แต่ร้องเพลงคนเดียวแล้วนักเรียนคนอื่นๆ ทำยังไงล่ะคะ"
"รู้สึกจะช่วยเรื่องแสงไฟกับดนตรีประกอบนะ"
"แสดงว่าไม่ต้องแสดงทุกคน ขอให้มีตัวแทนออกไปแสดงคนหนึ่งก็ได้สินะครับ"
"แต่จะยัดเยียดหน้าที่ให้ใครคนเดียวก็ไม่ดี ยังไงก็น่าจะแสดงทุกคนแหละค่ะ จะมีกรณีพิเศษสำหรับท่านที่ถนัดแสดงโชว์คนเดียวบ้าง"
"โชว์คนเดียว..."

พวกนักเรียนเข้าใหม่มองหน้ากัน น่าเสียดายที่นักเรียนเข้าใหม่ปีนี้ไม่มีใครมีทักษะแบบนั้นเลย 

ทุกคนทำหน้าม่อยไปนิดหน่อย

"เต้นๆ ก็ฮิตเหมือนกัน แต่น่าจะเหนื่อยจากปีนเขากันมา ไม่รู้จะเหลือแรงแสดงเท่าไหร่กันนะ"

ซาโตมิคุงก็ช่วยให้คำแนะนำอีกแรง
ก็จริงนะ ถ้าเพิ่งเดินเหนื่อยๆ มาฉันคงเต้นคอแซ็ค (เต้นคอแซ็คคือการเต้นแบบทหารม้ารัสเซียเตะขาสูงถึงเอวเป็นจังหวะอ่ะครับ ไม่มีใครขอให้เต้นแบบนั้นเลยนะ ท่านเรย์กะ...) ไม่ไหวแน่ 

"แต่พูดถึงเต้นก็มีตั้งแต่เต้นเอาจริงเอาจังไปจนถึงเต้นวอลทซ์คลอกับบรรเลงเปียโนนะ"
"ผมไม่เคยเต้นวอลทซ์นะ..."
"ฉันก็ด้วย... เต้นเป็นแต่โฟลค์แดนซ์..."

โฟลค์แดนซ์เหรอ เต้นเพลงโอกลาฮาม่ามิกเซอร์ในงานแสดงโชว์เนี่ยก็น่าขำดีเหมือนกันนะ
อ๊ะ แต่เพลงไมม์ไมม์คงเร้าใจกว่าล่ะมั้ง
สุดท้ายเต้นโฟลค์แดนซ์ทุกคนก็เป็นอันตกไป
หลังจากคิดกันอยู่นาน ก็ตกลงกันที่ร้องเพลงประสานเสียง

หลังเลิกเรียนก็เริ่มซ้อมกันทันที แต่ดูเหมือนห้องอื่นๆ จะได้ไอเดียเดียวกัน จึงเกิดการแย่งชิงเปียโนกันใหญ่ จะร้องเพลงประสานเสียงหรือบรรเลงดนตรีก็ต้องใช้เปียโนทั้งนั้นนี่น้า
แค่ห้องดนตรีในแผนกชั้นม.ปลายน่ะไม่พอหรอก ฉันก็เลยไปขอทางโรงเรียนจนได้รับอนุญาตให้ใช้ห้องดนตรีของแผนกม.ต้นได้

"ยอดเลยนะคะ ขนาดยืมห้องดนตรีของแผนกม.ต้นได้เนี่ย เอ่อ นี่ก็เป็นหนึ่งในอภิสิทธ์ของ Pivoine เหรอคะ"

เด็กผู้หญิงกลุ่มข้างนอกถามอย่างเกรงๆ

อืม~ ยังไงกันน้า ฉันก็แค่เปล่งออร่าใส่อาจารย์ว่า มอบหมายให้ฉันดูแลห้องนี้แล้ว แค่นี้คงอนุญาตใช่มั้ยคะ ขอแค่นี้เอง อื้อ ยังไงก็แค่ขอกันเฉยๆ น่ะ 

"ทางโรงเรียนคงอยากให้ความร่วมมือกับนักเรียนทุกคนน่ะค่ะ"

ฉันยิ้มให้สวยๆ 
อย่ามองด้วยสายตาหวาดระแวงแบบนั้นเลยน้า~

ฉันเสนอให้ร้องเพลงประสานเสียงกอสเปล แต่โดนปฎิเสธว่า "พลังเสียงไม่ถึง ขอผ่านค่ะ..." จริงเหรอ~ ลองดูเดอะทรีเทเน่อร์ของซุยรันเป็นตัวอย่างสิ ถ้าพยายามก็น่าจะทำได้นะ รับรองต้องชอบกันแน่ๆ
สุดท้ายก็ลงตัวที่เพลงที่ไม่ยากมาก แหม แต่ก็เป็นเพลงที่ฉันชอบน่ะนะ เอาเพลงนี้ก็ได้

ฉันฝากให้นักเรียนเข้าใหม่ดูแลกุญแจดีๆ ก่อนขอตัวไปห้องสโมสรของ Pivoine ไว้ก่อนกลับค่อยแวะไปดูอีกรอบก็แล้วกัน
ระหว่างทางก็เจอหนุ่มน้อยคาซึรางิเข้าพอดี

"อ๊ะ ! นี่หล่อนมาอยู่ที่แผนกม.ต้นได้ไง !"

ฉันเหลียวซ้ายแลขวาเช็คระเบียง อืม ไม่มีใครอยู่ ดีล่ะ

"เจ็บนะ !"

ฉันเอากำปั้นทั้งสองขยี้ๆ หัวรุ่นน้องที่ไม่รู้จักพูดจาเพราะๆ กับรุ่นพี่
จัดหนักแบบไม่ได้ยั้งมือเลยล่ะ คงเจ็บแหงๆ แต่หมอนั่นเผ่นหนีไปได้อย่างรวดเร็ว เพราะตัวเราสูงพอๆ กัน

"ทำอะไรน่ะ ! ยัยผู้หญิงบ้าพลัง !"
"พูดจากับรุ่นพี่แบบนี้ได้ยังไงคะ น่าสงสารจัง คงอารมณ์ไม่ดีสินะคะ ตั้งแต่พรุ่งนี้ไปจะเรียกเธอว่าโทริโอะคุงก็แล้วกันนะคะ ตาไก่โง่โทริโอะคุง"
"จะบ้าเรอะ !"
"อ้าว ไม่ถูกใจเหรอคะ งั้นไปเรียนกิริยามารยาทมาให้เรียบร้อยเสียก่อน แล้วจะเลื่อนชั้นขึ้นเป็นคนให้นะคะ ลาก่อนนะคะ โทริโอะคุง"

โฮะโฮะโฮะ ฉันหัวเราะแล้วทำท่าจะเดินผ่านไป ตาไก่โง่โทริโอะคุงตะโกนอะไรไม่รู้เรื่องว่า "คุณเอ็นโจน่ะไม่มีทางสนเธอหรอก !" ฉันจึงเหลียวกลับมา

"อะ อะไรเล่า"

โทริโอะตั้งการ์ดปกป้องส่วนบน ฉันจึงเตะหน้าแข้งเข้าให้

"โอ๊ยยยย !!"

ใช่มะล่า เจ็บใช่มะล่า ขนาดเบ็งเคย์ยังหลั่งน้ำตาเลยนะ

"เป็นตาไก่โง่จริงๆ นะคะ ไม่ต้องเป็นห่วง ฉันไม่ได้คิดอะไรกับท่านเอ็นโจหรอกค่ะ ไม่ไปขัดขวางเส้นทางรักของคุณหรอก ความรักของเพศเดียวกันอาจยังไม่ที่ยอมรับอย่างกว้างขวางในสังคม แต่จะคิดยังไงก็เป็นอิสระของคุณ พยายามเข้านะคะ"
"มะ ไม่ใช่นะ"

โอะโฮะโฮะโฮะ ไม่เข้าหูแล้วล่ะค่า~
ฉันทิ้งรุ่นน้องน่าเวทนาไว้เบื้องหลังเยื้องย่างจากไป


ช่วงหลังจากนั้น นักเรียนเข้าใหม่ของแต่ละห้องฝึกซ้อมกันอย่างแข็งขัน
เห็นวาคาบะจังคลุมผ้าแปลกๆ วิ่งอยู่ที่ระเบียงด้วย เอ๋ จะเล่นประกอบร่างกันเหรอ !? 

 




NEKOPOST.NET