[นิยายแปล] นอบน้อมและหนักแน่น คือคติประจำใจในการใช้ชีวิตของฉันค่ะ! ตอนที่ 76 | Nekopost.net 
NEKOPOST
การแสดงผล

[นิยายแปล] นอบน้อมและหนักแน่น คือคติประจำใจในการใช้ชีวิตของฉันค่ะ!

Ch.76 - ตอนที่ 76


76.

 

ฉันนัดเจอกับอาโออิจังหลังจากห่างหายไปนาน ไม่ได้เจอกันตั้งแต่ฤดูใบไม้ผลิมาแน่ะ ดีใจจังเลย 
น่าเสียดายที่พอเข้ามัธยมปลาย เราก็แยกกันไปเรียนที่โรงเรียนสอนพิเศษคนละแห่ง ก็เลยไม่ได้เจอกันเป็นประจำเหมือนเคย ทั้งที่เธอเป็นโอเอซิสประจำใจฉันแท้ๆ 

แต่เรายังส่งเมล์หรือโทรศัพท์หากันบ่อยๆ ฉันว่ามิตรภาพของเราคงยั่งยืนไปอีกนานแหละ ไม่ปล่อยให้หนีหรอกนะคะ อาโออิจัง !


พวกเรามาที่ร้านคาเฟ่เค้กชื่อดัง  มีเค้กให้เลือกเยอะแยะไปหมดเลยล่ะ
บานาน่าทาร์ตก็ดูน่ากิน แต่ชิฟฟอนเค้กชาเขียวก็ยากตัดใจ โรลเค้กนี่ซื้อติดมือกลับไปเป็นของฝากที่บ้านดีไหมน้า 
หลังจากลังเลอยู่เป็นนาน สุดท้ายฉันก็เลือกมิลค์ช็อคโกล่าเค้ก  เฮ้อ ~ เค้กเนี่ยบันดาลให้ผู้คนมีความสุขได้จริงๆ นะคะ

"อาโออิจัง ดูหน้าตาสดใสกว่าตอนปิดเทอมฤดูใบไม้ผลิเยอะเลยนะ ดีจังเลย"
"อื้อ ขอบใจจ้ะ"

อาโออิจังที่ทรุดโทรมไปช่วงติวหนังสือสอบเข้าดูท่าทางร่าเริง แก้มที่ซูบตอบไปก็กลับมาเป็นพวงอีกครั้ง 

"ชินกับโรงเรียนหรือยัง ?"
"พอเข้าเรียนได้ไม่เท่าไหร่ก็มีสอบเลยล่ะ นึกว่าจะหลุดพ้นจากการสอบแล้วซะอีก"
"เห~"

สมเป็นโรงเรียนสอบเข้าจริงๆ

"แต่ก็ไม่อยากยุ่งกับการเรียนไปซักพัก คิดอยู่ว่าจะหาชมรมเข้า ตอนนี้กำลังดูอยู่หลายๆ ที่เลยล่ะ"

ชมรมเหรอ สมัยม.ต้นฉันอยู่ชมรมกลับบ้านอ่ะนะ จะลองหาชมรมเข้าบ้างดีไหมน้า อาจจะได้เจอคนใหม่ๆ ก็ได้ !

"กำลังคิดอยู่ว่าอยากเข้าชมรมกีฬาน่ะพวกวอลเล่ย์หรือแบดมินตัน ตอนม.ต้นฉันอยู่ชมรมบาสน่ะ"

ชมรมกีฬาเหรอ ได้ออกกำลังกายก็ดีเหมือนกันนะ จะได้ผอมด้วย

"ฉันจะเข้าชมรมกีฬามั่งดีไหมน้า"
"เรย์กะจังน่ะเหรอ ? อื้อ ฉันว่าก็ดีนะ ! นั่นสิน้า อย่างเรย์กะจังน่ะต้องเหมาะกับชมรมเทนนิสแน่ๆ เลย!"
"ขออย่างอื่นที่ไม่ใช่ชมรมเทนนิสเถอะค่ะ"

มีแต่ชมรมเทนนิสนี่แหละที่ขอผ่าน รู้สึกว่าจะมีโอกาสถูกเข้าใจผิดว่าเป็นมือโปรผู้เชี่ยวชาญทั้งที่เป็นแค่มือใหม่อ่ะนะ (คุณเธอล้อตัวเองกับการ์ตูนเรื่องเอสโอ๊ะเนราเอ้ที่มีตัวเอกเป็นสาวผมหลอดสินะครับ)

ก็เหมือนกับที่เด็กผู้ชายชื่อสึบาสะเข้าชมรมฟุตบอลแล้วจะถูกคาดหวังเป็นพิเศษน่ะแหละ

อาจจะถูกเรียกตั้งฉายาว่ามาดามก็ได้ น่ากลัวจังเลย..

"ไว้คราวหน้าฉันจะลองไปทัศนศึกษาดูบ้างนะคะ แต่ไม่ค่อยรู้หรอกว่าในโรงเรียนมีชมรมอะไรบ้าง แต่ก็ได้รายชื่อชมรมมาแล้วน่ะนะ"
"นั่นสินะ ต้องไปดูด้วยตาตัวเองถึงจะรู้เนอะ"

อาโออิจังหัวเราะอย่างรื่นเริงพลางส่งชิฟฟอนเค้กรสชาเข้าปาก
ชิฟฟ่อนเค้กรสชาดูน่าอร่อยจริงๆ ด้วย  จะสั่งอีกชิ้นดีไหมน้า...

"อาโออิจัง พอสอบเสร็จแล้วดูชีวิตดีทุกวันเลยนะ ดีจังเลย"
"อืม... ความจริงก็มีเรื่องกลุ้มใจเหมือนกันนะ ไม่ใช่เรื่องที่โรงเรียน แต่เป็นเรี่องที่บ้านน่ะ"
"ที่บ้าน ?"
"อื้อ อยู่ดีๆ พี่ชายก็เกิดคลั่งกีตาร์ขึ้นมา ดีดต๊องแต๊งๆ ทุกวันเลยไม่เกรงใจคนที่บ้านเลยล่ะ หนวกหูสุดๆ ไปเลย"
"อุ๊ยตายจริง"
"แถมหลังๆ นี่ยังเริ่มร้องเพลงโหยหวน ต๊องแต๊งๆ อา~ อ่า~~อ๊า~~ มีทั้งเสียงกีตาร์ห่วยๆ กับเสียงร้องโหยหวนดังก้องไปทั่วแถวบ้าน แย่สุดๆ เลยล่ะ  มีคนมาทักคุณแม่เลยล่ะว่าลูกชายเล่นกีตาร์เก่งจังเลยนะคะ ประชดกันชัดๆ !"

อาโออิจังคนใจเย็นใช้น้ำเสียงหงุดหงิดอย่างน่าแปลกใจ

"ได้ยินว่ามีพี่ชายสองคนใช่ไหมคะ คนไหนเหรอ"
"....บ้ากล้าม"

บ้ากล้ามดีดกีตาร์ เป็นประเภทแบบไปร้องเพลงที่ตีนภูเขาไฟหรือเปล่านะ

"เมื่อไหร่จะเลิกๆ ไปซักทีนะ อายจนไม่กล้าออกไปเดินนอกบ้านแล้วล่ะ"
"แย่จังเลยนะ"

อื้อ อาโออิจังพยักหน้าถอนหายใจเฮือกใหญ่
ถึงจะไม่ดีกับอาโออิจัง แต่อยากลองเจอคุณพี่ชายบ้ากล้ามคนนั้นซักครั้งจังเลย

"ฉันขอเจอคุณพี่ชายคนนั้นซักครั้ง..."
"ไม่ได้"

เหรอคะ

"ขอโทษนะที่ชวนคุยเรื่องแปลกๆ เรื่องกล้ามน่ะช่างมันเถอะ เรย์กะจัง ที่โรงเรียนเป็นไงบ้างล่ะ"
"นั่นสิคะ รู้สึกว่าคนรอบข้างจะรู้สึกว่าฉันเข้าถึงยากน่ะค่ะ โดยเฉพาะพวกผู้ชายด้วยแล้ว"
"รู้สึกจะเคยพูดแบบนี้มารอบแล้วนะ ตอนเรียนเสริมหรือเปล่านะ"
"อา ใช่สินะคะ แต่ตอนนี้ก็ดีกว่าตอนนั้นหน่อยน่ะค่ะ"

เรียนเสริมครั้งนั้น สุดท้ายก็เป็นเกาะโดดเดี่ยวจนคาบสุดท้ายเลยละค่ะ

"หน้าตาฉันดูโหดไปหรือเปล่าคะ ถึงขนาดเด็กบางคนไม่กล้าสบตาด้วยเบือนหน้าหนีไปเลยนะคะ"
"เอ๋... แต่ก็มีเพื่อนที่สนิทกันอยู่ใช่ม้า  แล้วเด็กผู้ชายก็มีเพื่อนที่เคยเรียนพิเศษที่เดียวกันด้วยนี่"
"แหม ก็ใช่ค่ะ"

อาคิสะวะคุงน่ะเหรอ

"ลองขอให้เขากระจายข่าวดีๆ ของเรย์กะจังให้เพื่อนๆ ฟังสิ เพื่อนผู้หญิงด้วยก็ได้นะ คราวนี้เรย์กะจังคงได้เพื่อนเยอะแน่เลย"
"มันจะไม่ดูอยากเด่นเล่นเองไปหน่อยเหรอคะ น่าอายแทบตายเลยละค่ะ แล้วจะไปขอให้คนอื่นกระจายข่าวดีๆ ของตัวเองเนี่ย แค่คิดก็อายแทบแย่ทำไม่ไหวหรอกค่ะ"
"นั่นสิเนอะ...."

ไม่อยากให้ใครคิดว่าจนตรอกขนาดนั้นแล้วอ่ะนะ

"งั้นก็ต้องชมรมแหละ ! ต้องหาเพื่อนใหม่ได้แน่ๆ!"
"นั่นสินะคะ ครั้งหน้าจะลองไปหาชมรมดู"

จริงด้วย ถ้าเข้าชมรมไปก็จะได้เพื่อนใหม่ อาจจะมีเรื่องรักโรแมนซ์กับรุ่นพี่แสนวิเศษด้วยก็ได้ !
จะเข้าชมรมอะไรดีน้า


เมื่อได้ยินข่าวว่าฉันกำลังหาชมรมอยู่ ชมรมเทนนิสก็ดิ่งเข้ามาชวน บอกแล้วไงว่าไม่ไหวหรอกค่ะ
ชมรมเทนนิสปอมนี่อะไรเนี่ย ก็เหมือนเทนนิสไม่ใช่เหรอ แถมยังไมเน่อร์กว่าอีกนะ ที่ซุยรันมีชมรมแบบนี้ด้วยเหรอเนี่ย
เทเบิลเทนนิสล่ะ ?  เรียกว่าปิงปองไปเลยก็ได้นะ มั่นใจในชมรมตัวเองหน่อยสิยะ

ถ้าอยากให้ฉันจับแร็กเก็ตล่ะก็ ไปเสนอชมรมแบดมินตันมาดีกว่า อาโออิจังก็บอกว่าอาจจะเข้าด้วย เมื่อชาติก่อนฉันก็เล่นกับเพื่อนๆ สมัยเด็กบ่อยๆ อื้อ อาจจะดีก็ได้

แต่พอลองไปดูชมรมแบดฯ แบบสบายๆ ก็ต้องตกใจกับความเร็วของลูกแบดฯ ไม่ไหวล่ะ ถ้าโดนเข้าจังๆ มีหวังเจ็บแน่เลย แล้วก็ต้องวิ่งพุ่งไปมาตลอดด้วย อืม~ ให้วิ่งนี่คงไม่ไหวหรอกนะ... ฉันเนี่ย บางทีรู้สึกถึงรสเลือดในปากตอนวิ่งเลยนะ คิดว่าคงไม่เหมาะกับการวิ่งหรอก

ฉันชวนเพื่อนไปดูชมรมกีฬาหลายแห่ง แต่เจอความโหดเข้าไป ใจก็ลอยห่างออกไปทุกที

พอขอโทษเพื่อนว่า "อุตส่าห์มาดูชมรมด้วยกัน แต่ฉันคงไม่ไหวหรอกค่ะ ขอโทษด้วยนะ" ทุกคนก็ทำหน้าแบบว่าเข้าอกเข้าใจ ขอโทษด้วยนะคะ

ฉันเดินหดหู่ไปด้วยความเอน็จอนาถในความอ่อนแอของตัวเอง แล้วก็บังเอิญเจอหัวหน้าห้องสาวน้อยเข้ามาชวนเข้าชมรมวรรณศิลป์พอดี  หัวหน้าห้อง นี่ยังเขียนกลอนอยู่อีกเรอะ
เรื่องกลอนเอาไว้ก่อน แต่ชมรมสายศิลป์อาจจะเหมาะกับฉันก็ได้ น่าจะได้เพื่อนใจดีๆ ด้วยนะ พรุ่งนี้ลองไปตระเวณดูชมรมฝั่งสายศิลป์ดีกว่า ใช่แล้ว เอาแบบนี้ล่ะ


สุดท้ายชมรมคหกรรมกับชมรมงานฝีมือที่ฉันคิดว่าเนิบๆ น่าสนุกดีจัง พอไปดูเข้าจริงๆ ก็พากันหวาดผวากันใหญ่ ก็เลยเกรงใจจำใจจากมา

แต่อยากลองถักตุ๊กตาดูจังเลยน้า...
หาชมรมดีๆ เนี่ยยากลำบากจัง

 




NEKOPOST.NET