[นิยายแปล] นอบน้อมและหนักแน่น คือคติประจำใจในการใช้ชีวิตของฉันค่ะ! ตอนที่ 75 | Nekopost.net 
NEKOPOST
การแสดงผล

[นิยายแปล] นอบน้อมและหนักแน่น คือคติประจำใจในการใช้ชีวิตของฉันค่ะ!

Ch.75 - ตอนที่ 75


75


 พิธีปฐมนิเทศระดับมัธยมปลายผ่านไปหลายวันแล้ว แต่ไม่มีปัญหาอะไรเป็นพิเศษ ไม่ได้ยินว่าวาคาบะจังไปก่อเรื่องอะไรเป็นพิเศษด้วย
ฉันลองแอบไปส่องห้องเรียนของวาคาบะจัง ดูเหมือนจะมีเพื่อนตามปกติ ท่าทางเข้ากันได้ไม่มีปัญหา
แบบนี้ตอนนี้คงไม่ต้องเป็นห่วงก็ได้มั้ง
ฉันก็เลยคิดว่าจะต้องหาทางกระชับความสัมพันธ์ในห้องตัวเองเสียหน่อย

นักเรียนกลุ่มนอกในห้องใหม่ยังไม่สนิทกันเท่าไหร่ แม้จะเป็นนักเรียนกลุ่มในเหมือนกัน แต่ถ้าไม่เคยรู้จักกันมาก่อนจากสมัยม.ต้น ก็ยังห่างๆ กันอยู่เหมือนกัน
ฉันก็เลยคิดว่าต้องเปิดงานกระชับสัมพันธ์ซักหน่อย ! ถ้าพูดถึงงานกระชับสัมพันธ์ก็ต้องของกินนี่แหละ !

"ทานกลางวันด้วยกันทั้งห้อง"
"ค่ะ อยากทานข้าวกลางวันด้วยกันกับทุกคนซักครั้ง จะได้สนิทๆ กันไว้ไงคะ"

ฉันลองเสนอความคิดกับหัวหน้าห้อง ซาโตมิ ยูคินาริคุง
ถ้าแค่ช่วงเวลาพัก คงไม่ทำให้สนิทกันได้ง่ายๆ ถ้างั้นลองมากินข้าวกลางวันด้วยทุกคนซักครั้ง จะได้มีเวลาคุยกันเยอะๆ
ถ้าเป็นการสนทนาระหว่างมื้อล่ะก็ยังพอชวนคุยได้ว่า "นี่อร่อยจังเลยนะ" ไม่ต้องกลัวว่าจะไม่มีเรื่องคุยกันด้วย เป็นไงล่า~

"อืม ก็ไอเดียดีอยู่นะ แต่จะจองที่นั่งในโรงอาหารสำหรับคนทั้งห้องได้ไหมนะ"

จริงด้วยแฮะ ถ้าจะหาที่นั่งสำหรับทั้งห้อง ต้องจองที่นั่งในโรงอาหารสำหรับ 40 คนเชียวนะ
แต่ว่า ! ซาโตมิคุงลืมเรื่องสำคัญไปนะ !

"ไม่เป็นไรหรอกค่ะ"

ปิ๊ง !
ฉันโชว์ดอกโบตั๋นแดงบนชุดเครื่องแบบให้ซาโตมิคุงดู

"อ๋า Pivoine เอ๋ ! จะใช้ที่นั่งพิเศษสำหรับ Pivoine เหรอ !?"
"ขนาดนั้นคงไม่ไหวหรอกค่ะ แต่คงพอใช้สิทธิจองที่นั่งสำหรับทั้งห้องในโรงอาหารได้"

ตอนแรกฉันคิดว่าจะปูผ้าให้ทุกคนนั่งกินข้าวกล่องด้วยกันในสวนกลาง แต่ถ้าเกิดฝนตกขึ้นมาคงแย่ โรงอาหารนี่แหละปลอดภัยที่สุดแล้ว

"อยู่ดีๆ เด็กใหม่มาจองที่นั่งมุมหนึ่งของโรงอาหารนี่ จะโดนรุ่นพี่เขม่นเอาหรือเปล่านะ"

ฉันขยับดอกโบตั๋นแดงให้เปล่งประกายอีกครั้ง

"บอกไปว่าฉันเป็นคนรับจัดการทั้งหมดก็ได้แล้วค่ะ แล้วก็จะไปคุยกับทางสภานักเรียนไว้ล่วงหน้าด้วย แค่วันเดียวเอง ทุกท่านคงใจกว้างยอมรับได้อยู่แล้วละค่ะ"
"โอ้ สมเป็นคุณคิโชวอิน"

ซาโตมิคุงตบมือให้ฉันแปะๆ
โฮะโฮะโฮะ ถ้ามีปัญหาก็เชิญมาที่ตำหนัก Pivoine สิคะ !
...อ้าว นี่มันประโยคของราชินีโรโคโค่หรือเปล่าเนี่ย

 

เมื่อได้รับอนุมัติจากโรงอาหารและรุ่นพี่โทโมเอะ ประธานสภานักเรียน ห้องของพวกเราจึงได้จัดมื้อเที่ยงกระชับสัมพันธ์ขึ้นอย่างราบรื่น
ฉันแอบใช้ชื่อรุ่นพี่คาซึมิตื๊อๆ รุ่นพี่โทโมเอะ จนเขายอมตกลงทั้งรอยยิ้มแห้งๆ

เค้าเปล่าขู่นะ เค้าขอร้องเฉยๆ นะ

แต่จะจองที่เด่นๆ เกินมันก็จะไม่ดี ฉันเลยขอจองตรงมุมๆ ที่ไม่เด่นสะดุดตาที่สุด ไม่อยากดึงความสนใจใครนะ

"งั้นทานกันเถอะค่ะ ทุกท่าน"

มีทั้งเด็กที่ซื้อข้าวจากโรงอาหารและเอาข้าวกล่องมาเอง ความจริงถึงจะเอาข้าวกล่องมาเองก็ใช้พื้นที่โรงอาหารได้ แต่เด็กขี้เกรงใจบางคนก็ยังไม่เคยมาที่โรงอาหารเลยแม้แต่ครั้งเดียว นี่อาจเป็นโอกาสดีที่จะได้คุ้นเคยกับพื้นที่โรงอาหารก็ได้

เพื่อนร่วมห้องทั้งหลายที่ขัดๆ เขินๆ กันในช่วงแรก เมื่อเวลาผ่านไปก็เริ่มค่อยๆ พูดคุยกับคนข้างๆ ได้อย่างเป็นธรรมชาติมากขึ้น
เด็กกลุ่มในก็ได้โอกาสสอนเรื่องต่างๆ ให้เด็กกลุ่มนอก บรรยากาศดีทีเดียวล่ะ

"อ้อ แล้วก็ที่นั่งตรงนั้นเป็นที่นั่งที่สงวนให้สำหรับสมาชิก Pivoine นะ นักเรียนทั่วไปห้ามนั่งเป็นอันขาด"

ได้ยินเสียงนักเรียนในคนหนึ่งบอกเพื่อนนักเรียนนอก
อืม ก็มีป้ายบอกว่าเป็นที่นั่งสำหรับ Pivoine อยู่ ดูก็คงรู้อ่ะน้า

แต่ฉันแทบไม่ได้ไปนั่งตรงนั้นเลยนะ ตั้งแต่สมัยม.ต้นมา ส่วนมากก็ไปกินข้าวกับพวกเซริกะจังนั่นแหละ จะใช้ที่นั่งอภิสิทธิ์ก็เฉพาะตอนท่านที่ Pivoine ชวนเท่านั้น สมัยอยู่ม.1 ท่านคาซึมิก็เคยชวนไปนั่งด้วยกัน ก็ไปนั่งฟังท่านคาซึมิอวดแฟนเป็นส่วนมากอ่ะนะ

เวลาอาหารกลางวันต้องเป็นเวลาที่ได้พูดคุยกันสนุกๆ สิ ถ้าไม่นั่งอยู่ด้วยเดี๋ยวทีหลังจะตามเขาไม่ทันนะ  กินข้าวกลางวันด้วยกันเนี่ยสำคัญกับกลุ่มเด็กผู้หญิงมากเลยนะ
ส่วนคาบุรากิกับเอ็นโจจะนั่งกินข้าวกลางวันในที่อภิสิทธิ์เสมอ คงเพราะกลุ่มแฟนสาวๆ เข้าถึงตรงนั้นไม่ได้  แม้แต่พวกนั้นก็คงอยากทานกลางวันกันเงียบๆ ละมั้ง

เมื่อเสร็จสิ้นมื้อกลางวัน ก็ดูเหมือนทุกคนจะสนิทกันขึ้นมาก แต่รอบข้างฉันมีแต่กลุ่มหน้าเดิมที่กินข้าวด้วยกันประจำ ก็เลยแทบไม่ได้เพื่อนใหม่เลยอ่ะนะ...
เอ๊อะ ช่างเถอะ ยังไงซะก็มีเด็กผู้หญิงมาทักหลายคน ค่อยๆ ทำความรู้จักกันไปก็ได้

แต่ทำไมกันนะ รู้สึกว่าพวกเด็กผู้ชายจะไม่กล้าสบตากับฉันเลย ฉันเป็นกรรมการห้องนะ ไม่เข้าใจเรื่องอะไรก็ถามได้เลย~

ฉันออกจะเป็นมิตรขนาดนี้แท้ๆ ทำไมไปถามกันแต่ซาโตมิคุงล่ะ


รู้สึกว่าพวกเด็กๆ ในห้องจะสนิทกันขึ้นหลังจากมื้อกระชับสัมพันธ์ ดีจังเลยๆ

"ทุกคนสนิทกันได้ก็เพราะไอเดียของคุณคิโชวอินแท้ๆ ยอดเลยนะ คุณคิโชวอิน"

ซาโตมิคุงเอ่ยปากชมฉันด้วยล่ะ
จะว่าไป มีแต่ซาโตมิคุงคนนี้แหละที่เอ่ยปากพูดคุยกับฉันอย่างสนิทสนมตั้งแต่แรก ผิดกับพวกเด็กผู้ชายคนอื่น

"รู้สึกว่าพวกผู้ชายจะกลัวๆ ฉันยังไงก็ไม่รู้ แต่ซาโตมิคุงเฉยๆ สินะคะ"
"เอ๋ กลัวเหรอ ?!  อ๋อ อืม~ จะว่าไงดีน้า ก็คุณคิโชวอินน่ะมีอิมเมจประมาณดอกฟ้าที่สูงเกินเอื้อมไง"

....ไม่ละม้าง

"แต่ผมเป็นเพื่อนกับอาคิสะวะคุง ก็เลยได้ยินเรื่องคุณคิโชวอินจากหมอนั่นมานานแล้วล่ะ"
"ซาโตมิคุงสนิทกับอาคิสะวะคุงด้วยเหรอคะ !?"

เพิ่งรู้นะเนี่ย อาคิสะวะคุงพูดถึงฉันว่าไงบ้างเนี่ย

"ได้ยินมาว่าไปเรียนพิเศษที่เดียวกับคุณคิโชวอินสมัยประถมก็เลยสนิทกัน แล้วตอนนี้คุณคิโชวอินก็สนิทกับเพื่อนสาวสมัยเด็กของหมอนั่นมากกว่าอีก รู้สึกจะชื่อคุณฟูจิโอกะนี่ใช่ไหม"
"รู้จักซากุระจังด้วยเหรอคะ"
"อื้อ เคยเจอกันตอนไปเที่ยวที่บ้านอาคิสะวะครั้งก่อนน่ะ ดูบริสุทธิ์บอบบางเรียบร้อย สมเป็นคุณหนูโรงเรียนยูริมิยะเลยนะ"

นายโดนหลอกแล้วล่ะ ซาโตมิคุง ! ดูภายนอกซากุระจังเป็นสาวงามแบบญี่ปุ่นก็จริง แต่เนื้อในเป็นภูตขี้หงุดหงิด แล้วก็เลี้ยงงูพิษไว้ในปากด้วยนะ !
แต่ซากุระจังนี่ตีสองหน้าเก่งจริงๆ
ฉันเองก็อยากเรียนรู้จากซากุะจังเหมือนกันนะคะ

 




NEKOPOST.NET