[นิยายแปล] นอบน้อมและหนักแน่น คือคติประจำใจในการใช้ชีวิตของฉันค่ะ! ตอนที่ 74 | Nekopost.net 
NEKOPOST
การแสดงผล

[นิยายแปล] นอบน้อมและหนักแน่น คือคติประจำใจในการใช้ชีวิตของฉันค่ะ!

Ch.74 - ตอนที่ 74


74.


ในที่สุดวันนี้ก็มาถึง
นางเอกจะมาที่โรงเรียนแห่งนี้จริงหรือเปล่า
ใจเต้นตึกตักเลย ชะตาชีวิตในอนาคตของฉันจะเป็นยังไงก็ขึ้นอยู่กับช่วงเวลาสามปีนี้แล้ว ต้องพยายาม !

พิธีปฐมนิเทศชั้นมัธยมปลายจัดขึ้นในวันที่ท้องฟ้าแจ่มใสมีซากุระโปรยปรายในเดือนเมษายน
ฉันเหลียวไปรอบๆ ห้องพิธีการ แต่ก็ไม่เห็นคนที่ดูท่าทางจะใช่
แต่จะมีนักเรียนใหม่จากข้างนอกเข้ามาประมาณร้อยคน คงยากจะหาเจอที่นี่ละมั้ง
ฉันเข้าร่วมพิธีอย่างว่าง่าย

คำทักทายจากตัวแทนฝั่งโรงเรียนคือประธานสภานักเรียนชั้นมัธยมปลาย รุ่นพี่โทโมเอะ ไม่ได้เจอกันแค่แป๊บเดียว ดูเป็นผู้ใหญ่ขึ้นมากเลยละค่ะ ดูผิดกับสมัยที่เป็นเด็กม.ต้นที่หัวเราะไปกินขนมไปเป็นกองเลย
พอกำลังคิดว่า เท่ห์จังเลยน้า ตัวแทนจากนักเรียนใหม่ก็ลุกขึ้นกล่าวทักทาย คาบุรากินั่นเอง

เมื่อคาบุรากิก้าวขึ้นยืนบนแท่น ทั้งที่ประชุมก็ส่งเสียงฮือฮา ก็จริงที่คาบุรากิหน้าตาหล่อเหลาหมดจดชวนให้หลงใหล ก็คงตกใจล่ะนะ ผมดำสนิทใบหน้าเย็นชานิดๆ นั่นดูราวกับเสือดำปราดเปรียว เด็กที่อยู่มานานคงไม่เท่าไหร่ แต่เด็กนักเรียนจากข้างนอกที่ยังไม่มีภูมิต้านทานคงช็อคละมั้ง

รัศมีคาริสม่าของคาบุรากิในเวลาแบบนี้สุดยอดจริงๆ ขนาดโดนรุมจับตามองขนาดนี้ก็ยังไม่มีทีท่าจะหวั่นไหวลนลาน ท่าทางสง่างามเหมือนเดิม ฉันเองยังพลอยนับถือในจุดนี้ไปด้วย แต่เนื้อในก็ตาบ้าแข่งขี่ม้าส่งเมืองนี่เองล่ะน้า

พิธีปฐมนิเทศที่เต็มไปด้วยแรงช็อคจากคาบุรากิสิ้นสุดลง ฉันดูตารางแบ่งห้องพลางเดินไปห้องเรียน
เช็คชื่อตัวเองแล้วก็ค้นหาชื่อของเธอ ไม่ได้อยู่ที่ห้องฉันฮะ ลองไล่ดูไปจากห้อง 1 เลยแล้วกัน เอ... เจอแล้ว !


ทาคามิจิ วาคาบะ


.....มาจริงๆ ด้วย

วาคาบะจัง  เธอก็คือนางเอกของเรื่อง "Kimi Dolce" หลังจากผ่านเรื่องราวต่างๆ มากมายก็ได้ครองคู่กับจักรพรรดิในที่สุด เป็นเด็กผู้หญิงคนสำคัญที่จะสั่นคลอนชะตากรรมของฉัน

อยู่ไหนนะ อยากเห็นจังเลย อยากเห็นหน้าวาคาบะจังจังเลย
แต่นักเรียนใหม่ต้องรีบเดินหาห้องเรียน ไม่มีเวลาจะย่องไปดูห้องเรียนคนอื่นหรอก
ช่วยไม่ได้ เดี๋ยวคงมีโอกาสหาตัวอีกเยอะแยะ ตอนนี้ปล่อยไปก่อนก็แล้วกัน
ฉันมุ่งไปสู่ห้องเรียนของตัวเองอย่างว่าง่าย


ในห้องเรียนใหม่แบ่งออกเป็นสองกลุ่มอย่างชัดเจน นักเรียนกลุ่มนอกนั่งตัวเกร็งอยู่คนเดียวในที่นั่ง ส่วนนักเรียนกลุ่มในจับกลุ่มกันร้องกรี๊ดกร๊าดดีใจที่ได้กลับมาอยู่ห้องเดียวกัน

"อ๊ะ ท่านเรย์กะ !"
"สวัสดีค่ะ ท่านเรย์กะ ได้อยู่ห้องเดียวกันอีกแล้วนะคะ !"

เด็กผู้หญิงกลุ่มเดียวกันกับฉันต้อนรับฉันเข้าไปกลางกลุ่ม

"สวัสดีค่ะ ทุกท่าน ดีใจนะคะที่ได้อยู่ห้องเดียวกับทุกคน ปีนี้ขอฝากตัวด้วยนะคะ"
"สวัสดีค่ะ ท่านเรย์กะ ฉันก็สบายใจนะคะที่ได้อยู่ห้องเดียวกับท่านเรย์กะ"
"ท่านเรย์กะ สวัสดีค่ะ"

เมื่อทุกคนทักฉันด้วยใบหน้ายิ้มแย้ม นักเรียนกลุ่มนอกก็เริ่มชำเลืองมองมาทางนี้ ในกลุ่มคนนั้นเหล่านั้นมีคนคุ้นๆ หน้าอยู่ด้วย คงจะเป็นคนที่อยู่ในชนชั้นไฮโซละมั้ง กลุ่มนักเรียนทุนไม่ได้มีเยอะมากนัก แม้จะบอกไม่ได้ว่ากลุ่มนักเรียนนอกที่เหลือทั้งหมดเป็นชนชั้นไฮโซ แต่ก็ต้องเป็นครอบครัวที่มีปัญญาจะจ่ายค่าเทอมของซุยรันได้ นักเรียนที่เป็นสามัญชนจริงๆ น่ะมีนิดเดียว แล้ววาคาบะจังก็เป็นหนึ่งในสามัญชนจำนวนเหล่านั้น

ตอนนี้วาคาบะจังคงคัลเจอร์ช็อคน่าดู ก็มันต่างกับโรงเรียนรัฐบาลที่ผ่านๆ มาสุดๆ เลยนี่นา ตอนฉันเข้าชั้นประถมมาก็ยังตกใจเลย เดี๋ยวพอไปเห็นส่วนอื่นๆ ในโรงเรียนคงยิ่งช็อคกว่านี้อีกละมั้ง


เมื่ออาจารย์ประจำชั้นคนใหม่เข้าห้องเรียนมา นักเรียนก็ประจำที่ เริ่มการแนะนำตัว

"คิโชวอิน เรย์กะค่ะ ทุกท่านคะ หนึ่งปีนี้ขอฝากตัวด้วยนะคะ"

เมื่อถึงตาฉัน ฉันก็กะจะแนะนำตัวแบบง่ายๆ แต่ดันมีใครหลายคนตั้งต้นปรบมือ

เดี๋ยวเถอะ อย่านะ !
ถึงจะรู้ว่าเด็กที่ตบมือไม่ได้มีเจตนาร้ายก็เถอะ มันก็ไม่เวิร์คนะยะ
เห็นไหมล่ะ พวกนักเรียนกลุ่มนอกทำหน้างงกันใหญ่เลย ! ทำหน้าแบบว่าอีนี่ตัวแม่ด้วย !
ฉันไม่ใช่ตัวแม่นะคะ~ ไม่ใช่คนน่ากลัวนะคะ ~ ไม่ใช่คนที่ต้องหวาดระแวงนะคะ~
หลังจากนั้นอาจารย์ก็ระบุให้ฉันเป็นกรรมการห้อง จริงๆ ก็เตรียมใจมานิดหน่อยแล้วอ่ะนะ หวยมาลงที่ฉันอีกจนได้ เฮ้อ~ กะว่าปีนี้จะได้ใช้ชีวิตหรูหราสมเป็น Pivoine ไม่ต้องยุ่งกับธุระจุกจิกซักหน่อย

จริงๆ ก็มีเด็กผู้หญิงคนอื่นที่ทำท่าจะเป็นกรรมการห้องได้ ฉันกะจะปฎิเสธไป แต่ลงอาจารย์พูดมาก็ปฎิเสธไม่ได้หรอก โดนบีบคั้นด้วยสายตาด้วยล่ะ สุดท้ายก็ต้องรับไปจนได้ อุ~ ท่าจะหนักแฮะ

คนที่เป็นกรรมการห้องคู่กับฉันคือเด็กผู้ชายที่เข้าซุยรันมาตั้งแต่มัธยมต้น
ส่วนการเลือกคณะกรรมการอื่นๆ หรือแนะนำสถานที่นั้นจะเริ่มจากชั่วโมงโฮมรูมพรุ่งนี้เป็นต้นไป  วันนี้เป็นอันสลายตัวเท่านี้

 

สุดท้ายวันนี้ก็ไม่ได้เห็นหน้าวาคาบะจังเลย
ในการ์ตูนวาคาบะจังเป็นเด็กผู้หญิงที่สดใส ตัวจริงจะเป็นยังไงบ้างน้า
แต่เมื่อวาคาบะจังเข้าโรงเรียนมาจริงๆ  ก็หมายความว่าฉันจะประมาทไม่ได้แม้แต่ก้าวเดียว

พอกลับบ้านไป ฉันก็พูดซ้ำๆ ใส่พ่อว่า "ทุจริตเป็นสิ่งไม่ดี"  ท่านพ่อทำเป็นโอดครวญใหญ่ว่าพูดอะไรไม่เห็นเข้าใจ ไหว้ล่ะ ขอให้ไม่เข้าใจจริงๆ เถอะนะ

ตอนนี้ฉันไม่คิดจะไปขัดขวางความรักระหว่างคาบุรากิกับวาคาบะจังเลยแม้แต่นิดเดียว แต่ถ้าท่านพ่อเกิดก่อเรื่องทุจริต ก็อาจจะโดนใครเป็นสายรายงานก็ได้
เฮ้อ ท่านพ่อนี่ไว้ใจไม่ได้จริงๆ ด้วย ท่านพี่ต้องเข้มแข็งเอาไว้นะคะ !

 

วันรุ่งขึ้นเราเริ่มจากการคัดเลือกคณะกรรมการและแบ่งหน้าที่กันตั้งแต่เช้า
จะว่าไปรู้สึกว่าปีที่แล้ว นายเณรน้อยพูดไว้ว่า "เอ็นโจช่วยแนะนำให้นักเรียนกลุ่มนอกที่ยังไม่ชินกับโรงเรียนทำหน้าที่คณะกรรมการแล้วก็หน้าที่อื่นๆ" นี่นะ  ลองเลียนแบบมั่งดีกว่า
แต่อยู่ดีๆ ก็ให้รับหน้าที่แบบนั้นมันจะโหดไปมั้ยนะ ให้ช่วยงานคณะกรรมการก่อนดีกว่าไหมนะ
ฉันก็เลยพูดเกริ่นๆ ไปว่า "ท่านที่เข้าเรียนซุยรันปีนี้ก็กรุณาเสนอตัวด้วยนะคะ"

แต่ก็ไม่มีนักเรียนกลุ่มนอกคนไหนกล้ายกมือเลย อืม~ ช่วยไม่ได้ละมั้ง
สุดท้ายหน้าที่ก็เลยตกเป็นของนักเรียนกลุ่มในโดยมาก เอาเป็นว่าค่อยๆ เป็นค่อยๆ ไปละกัน


จากนั้นก็เป็นการแนะนำสถานที่ภายในในโรงเรียน อาจารย์เดินนำ ตามด้วยคณะกรรมการห้อง นักเรียนเดินเป็นแถวตามกันมา

อาคารเรียนชั้นมัธยมปลายนั้นมีคนเพิ่มขึ้นเมื่อเทียบกับชั้นมัธยมต้น ก็เลยกว้างขวางมีเครื่องอำนวยความสะดวกต่างๆ เพิ่มขึ้นด้วย แต่โดยรวมๆ ก็คล้ายๆ กันอ่ะนะ พวกเรานักเรียนกลุ่มในก็เลยดูด้วยท่าทีสบายๆ ส่วนนักเรียนกลุ่มนอกตกตะลึงไปกับทุกอย่าง แหม ก็คงงั้นละนะ

ที่พวกเราไปต่อคือโรงอาหาร ที่นี่ก็กว้างกว่าชั้นม.ต้นเหมือนกัน  เมนูจะเพิ่มขึ้นด้วยไหมคะเนี่ย ?

อ๊ะ ! จะว่าไป วาคาบะจังเคยทำท่าจะนั่งลงที่ที่นั่งเฉพาะของ Pivoine จนเกิดเป็นปัญหากันไปที่โรงอาหารนี้นี่ ทำไงดีล่ะ ตรงนี้จะเตือนพวกนักเรียนกลุ่มนอกไว้ก่อนเลยดีไหมนะ แต่ถ้างั้นก็ต้องเริ่มจากความเป็นมาของ Pivoine ก่อนน่ะสิ จะให้ฉันเป็นคนออกมาโม้ถึงอภิสิทธิ์ของ Pivoine มันก็ยังไงๆ อยู่อ่ะนะ ใครก็ได้ช่วยไปแอบอธิบายให้หน่อยสิ

ตอนอยู่ชั้นม.ต้นนี่ยังไงนะ  รู้สึกเหมือนกลายเป็นที่รู้กันแบบไม่ต้องพูดถึงในหมู่นักเรียนกลุ่มนอกไปละมั้ง

จากนั้นพวกเราก็ยังวนไปอีกหลายแห่ง เมื่อทัศนศึกษาในโรงเรียนใกล้จะจบลง พวกเราก็มาที่ห้องสภานักเรียนเป็นจุดสุดท้าย

"โอ้- คราวนี้ห้องคุณคิโชวอินเหรอ เอ้า เชิญเข้ามาเลย"

ในห้องมีรุ่นพี่โทโมเอะ ประธานนักเรียนและคณะกรรมการท่านอื่นๆ รออยู่ เริ่มจากการแนะนำตัวไปทีละคน

"คุณคิโชวอิน เป็น Pivoine แท้ๆ ยังเป็นกรรมการห้องอยู่อีกเหรอ มาเข้าสภานักเรียนเถอะมามะ"

ว่าแล้วรุ่นพี่โทโมเอะก็หัวเราะอย่างร่าเริง

"อย่างฉันน่ะคงไม่ไหวหรอกค่ะ"
"นั่นสิน้า ก็เป็น Pivoine นี่นา อ้อ สำหรับพวกที่เพิ่งเข้ามา Pivoine ก้คือกลุ่มที่ได้รับอภิสิทธิ์พิเศษในซุยรันนะ รายละเอียดไปถามนักเรียนลูกหม้อเอาก็แล้วกัน ส่วนตราดอกไม้แดงที่คุณคิโชวอินคนนี้ติดอยู่ก็คือสัญลักษณ์แสดงความเป็นเมมเบอร์  เห็นใครติดตรานี้อยู่ก็ระวังให้ดีล่ะ"

รุ่นพี่โทโมเอะคะ อธิบายให้ก็ดีอยู่หรอก แต่พูดแบบนี้เหมือนฉันเป็นบุคคลพึงระวังเลยไม่ใช่เหรอคะ !?
แฟนรุ่นพี่โทโมเอะก็เป็น Pivoine เหมือนกันไม่ใช่เหรอคะ เดี๋ยวก็ฟ้องท่านคาซึมิหรอก
เห็นไหมล่ะ สายตาของนักเรียนกลุ่มนอกที่มองฉันเริ่มปรากฎแววหวาดกลัวขึ้นทุกที...

"ถ้ามีเรื่องเดือดร้อนอะไรในโรงเรียน ให้มาแจ้งสภานักเรียนได้ทุกเมื่อเลยนะ แต่ในห้องพวกนายมีคุณคิโชวอินอยู่ คงไม่เป็นไรละมั้ง เธอคนนี้ดูแลคนดีมากเลยล่ะ ถ้ามีเรื่องอะไรไม่เข้าใจให้ถามคุณคิโชวอินได้เลยนะ เด็กคนนี้เป็นคนดีมากๆ เลยล่ะ"

กรี๊ด~! รุ่นพี่โทโมเอะ ! ชอบที่สุดเลยค่า !


อำลากับรุ่นพี่โทโมเอะแสนดีแล้วพวกเราก็เดินต่อไปตามทางเดิน พร้อมกับที่นักเรียนอีกกลุ่มเดินสวนมาจากทิศตรงข้าม
-- ในตอนนั้นเองที่ใครคนหนึ่งที่มีใบหน้าคุ้นเคยเดินผ่านข้างฉันไป

วาคาบะจัง !

วาคาบะจังที่ได้เห็นเป็นครั้งแรก ใช่ว่าคาบะจังที่ฉันรู้จักจริงๆ น่ะแหละ
ผมชี้ไปชี้มา ดวงตาเต็มไปด้วยความอยากรู้อยากเห็น เด็กคนนั้นใช่วาคาบะจังตัวจริงจริงๆ น่ะแหละ
หวา ประทับใจยังไงไม่รู้

ฉันเหลียวกลับไปมองแผ่นหลังวาคาบะจังอีกหลายครั้ง จนโดนหัวหน้าห้องคนใหม่ที่เดินอยู่ข้างๆ ทำท่าเป็นห่วง โอ๊ะ เพิ่งเริ่มเทอมใหม่ได้ไม่นานก็พลาดซะแล้ว ฉันไม่ใช่คนน่าสงสัยนะคะ~


เมื่อวานได้เห็นแต่ชื่อ แต่วันนี้พอได้เห็นตัวจริงก็รู้สึกจริงจังขึ้นมายังไงไม่รู้
ฉันกลับไปเทศนาถึงความหมายของ "บาปกรรมตามทันเหมือนตาเห็น" ให้ท่านพ่อฟังอย่างดุเดือด

สงสัยว่าจะมีชนักปักหลังจริงๆ ท่านพ่อเก็บตัวเงียบเข้าห้องหนังสือไป ฉันยังตามเข้าไปตะโกนอยูู่หน้าห้องว่า "ใครทำอะไรไว้สวรรค์ย่อมรู้เห็นนะค้า~"  ท่านพี่ที่กลับมาพอดีถลันมาลากตัวฉันไปที่ห้องนั่งเล่นแล้วดุว่า "พี่ดูงานบริหารมาสองปีแล้ว ไม่เห็นมีวี่แววอะไรแบบนั้นเลย ไม่ต้องเป็นห่วงหรอกน่า"

จริงเหรอคะ ท่านพี่ น้องเชื่อได้แน่นะคะ

ท่านพี่ดุฉันว่า "โดนลูกสาวหวาดระแวงแบบนั้น ท่านพ่อสลดหมดแล้ว" ฉันเลยรู้สึกผิดนิดหน่อยที่ทำไม่ดีกับท่านพ่อไป
ทราบแล้วค่ะ ฉันจะเชื่อคำพูดของท่านพ่อท่านพี่ก็แล้วกัน ก็เราเป็นครอบครัวเดียวกันนี่คะ


.....แต่เอาเป็นว่าบางทีฉันจะแอบไปกระซิบๆ ท่านพ่อว่า สวรรค์ = ฉันดูอยู่นะคะ เอ้า ยังไงก็กันไว้ดีกว่าแก้ล่ะน่า




NEKOPOST.NET