[นิยายแปล] นอบน้อมและหนักแน่น คือคติประจำใจในการใช้ชีวิตของฉันค่ะ! ตอนที่ 69 | Nekopost.net 
NEKOPOST
การแสดงผล

[นิยายแปล] นอบน้อมและหนักแน่น คือคติประจำใจในการใช้ชีวิตของฉันค่ะ!

Ch.69 - ตอนที่ 69


69


ถึงเวลาท่องเที่ยวทัศนศึกษาแล้ว
สถานที่ในการไปทัศนศึกษาในชั้นมัธยมต้นก็คืออเมริกา ลอสแองเจลิส  ฉันพยายามลดๆ สัมภาระลงแล้ว แต่ก็ยังมีกระเป๋าเดินทางกับกระเป๋าถือถึงสองใบ ก็มีทั้งเสื้อ ทั้งเครื่องแบบนักเรียนทั้งแจ็คเก็ตทั้งกระโปรงสำรอง มีเสื้อผ้าชุดไปรเวทแล้วยังรองเท้าอีกตั้งหลายคู่ พอใส่ลงไปกระเป๋าเดินทางก็เต็มเพียบทันที

เวลาไปเที่ยวกับครอบครัวน่ะกระเป๋าใบใหญ่กว่านี้อีกนะ นี่ก็คือว่าฉันพยายามแล้วล่ะ
ขอให้เที่ยวสนุกๆ น้า~

 

ถึงจะว่าเป็นทัศนศึกษา ความจริงก็มาเที่ยวดีๆ นี่เอง
พวกเราถูกพาไปยังไชนีสเธียเตอร์และเบเวอรี่ฮิลล์ แล้วก็ไปช้อปปิ้งที่โรดิโอไดรฟ์
ฉันตกลงซื้อสร้อยคอเข้าคู่กันกับเพื่อนๆ ที่สนิทกันเป็นที่ระลึกที่ร้านเครื่องประดับกล่องสีฟ้าน่ารัก 
(หมายเหตุ : ได้ข้อมูลจากคุณ Minako-chan มาว่าเป็นร้าน Tiffany นั่นเองครับ)

เอาเป็นรูปอะไรดีน้า หัวใจก็ดี กุญแจก็ดี ใบไม้ก็ดี พวกเราเลือกโน่นเลือกนี่กันเยอะแยะ แต่สุดท้ายก็ลงตัวที่ไม้กางเขน
แล้วก็ลองใส่พร้อมกันทุกคน แม้จะมีเสื้อนักเรียนปิดไว้ แต่การได้ใส่สร้อยคอใหม่พร้อมเพื่อนๆ ก็ทำให้คึกคักอย่างบอกไม่ถูก ใส่ของเข้าคู่กันเนี่ยเหมือนเพื่อนกันจริงๆ เลย ! อยากช้อปปิ้งอะไรๆ อีกแล้วสิ

หน่วยเงินเป็นดอลล์แถมจ่ายการ์ดเนี่ย ทำให้เซนส์เรื่องเงินๆ ทองๆ มันปั่นป่วนยังไงไม่รู้  พอรู้ตัวอีกทีก็ได้ของที่ระลึกมาเต็มมือ กลัวจะซื้อของที่ตัวเองไม่อยากได้มาเต็มไปหมดยังไงก็ไม่รู้ ไม่กล้าดูอย่างอื่นแล้ว

 

โรงแรมที่พักเป็นโรงแรมชั้นหนึ่งสมเป็นซุยรัน ดินเน่อร์ก็เป็นอาหารเนื้อๆ หนักๆ เป็นหลัก สมเป็นอเมริกา ให้เยอะจริงๆ
ฉันไม่อยากเหลือทิ้งไว้ก็เลยกินจนหมด อร่อยด้วยล่ะ สบายๆ 

ถึงจะคิดแบบนั้น แต่ท้องก็แสดงอาการผิดปกติทันที กินแต่เนื้อทุกวันก็ชักจะแย่นะ แถมไม่ใช่แค่ดินเน่อร์ แม้แต่ลันช์ก็ยังเป็นเนื้อ ประเทศนี้มีแต่เนื้อหรือไง !

ยังไงก็ให้เยอะจริงๆ ไม่ว่าใครจะแนะนำยังไงฉันก็เลยกินขนมปังแค่ก้อนเดียว แต่ความจริงมีแต่ขนมปังยังได้เลย สำหรับคนรักคาร์โบอย่างฉันแล้วเนี่ยวันๆ ให้กินแต่เนื้อ เนื้อ เนื้อ เนี่ยมันไขมันพอกเกินไปไม่ไหวนะ อยากกินนัตโต หนักพุงจะแย่แล้ว...

เซริกะจังที่อยู่ห้องเดียวกันบอกว่า "ก่อนนอนกินเยอะขนาดนี้ออกจะหนักอยู่นะคะ"  ถึงจะพูดแบบนั้นแต่เซริกะจังก็ยังเหลือเนื้อไว้นิดนึงใช่ไหมน่ะ ?

รู้สึกเหมือนทุกคนหน้ากลมขึ้นกว่าตอนมาเที่ยวยังไงก็ไม่รู้...
ฉันเอาขนมติดมาเผื่อกินอาหารของทางนี้ไม่อร่อย แต่ท้องแน่นปึ๋งเกินไปจนไม่มีแก่ใจจะเปิดถุง
ตอนกลางคืนเซริกะจังออกกำลังกายเพื่อช่วยในการย่อยด้วย แต่เหมือนจะไม่ได้ผลเลยนะ

 

ในระหว่างนั้น ก็มีกำหนดการทัศนศึกษาโรงเรียนในเครือโปรเตสแตนต์เข้ามา
ฉันก็สงสัยเหมือนกันว่าทำไมต้องไปด้วย ไม่ใช่โรงเรียนพี่น้องกันซักหน่อย แต่จะเอาแต่ช้อปปิ้ง ไปเที่ยวสวนสนุกก็ไม่ถือเป็นทัศนศึกษา ก็คงต้องมีอะไรมาบังหน้ามั่งอ่ะนะ

เมื่อเจอกับคริสเตียนตัวจริง ก็รู้สึกผิดต่อสร้อยคอไม้กางเขนใต้ชุดเครื่องแบบขึ้นมาอย่างบอกไม่ถูก พวกเพื่อนๆ ที่ใส่สร้อยคอแบบเดียวกันก็ช่วยกันเช็คว่าเสื้อติดกระดุดแน่นหนาแล้วหรือยัง

"น่าจะเอาเป็นรูปดอกไม้หรือหัวใจมากกว่านะคะ"
"นั่นสิคะ...."

แต่เป็นโรงเรียนที่โอ่โถงวิเศษมากเลยล่ะ ได้เห็นพวกนักเรียนชาวอริเมกันที่นอนกลิ้งอยู่ในสวนกว้างๆ แล้วก็คิดว่า อย่างกับในซีรี่ส์ฝรั่งแน่ะ ! ตื่นเต้นเลยล่ะ ชักอยากมาเรียนต่างประเทศแล้วสิ

พวกเราทานอาหารกลางวันกันที่โรงเรียนที่มาทัศนศึกษา
ความจริงฉันแอบคาดหวังกับอาหารกลางวันอยู่เงียบๆ โรงเรียนนี้กินผักเป็นหลัก ไม่มีเนื้อ ! ดีกับกระเพาะ !
เอาล่ะ จะมีเมนูแบบไหนออกมากันนะ ? ฉันตาเป็นประกาย แต่แล้วก็มีอาหารสีน้ำตาลตุ่นๆ ราบเรียบมาวางตรงหน้า อื๋อ ?

ลองทานดูแบบหวาดๆ ...ไม่อร่อยเลย อะไรเนี่ย ปรุงรสชาติได้เป็นเอกลักษณ์ชะมัด
ฉันเองก็ไม่เคยกิน แต่คงห่วยกว่าอาหารโรงพยาบาลแน่ๆ ขนาดฉันยังกินหมดไม่ไหว  กลูเต็นอะไรเนี่ย
ขนาดอาหารเนื้อที่เรียงรายกันมาทุกวันฉันยังฟาดหมดไม่เหลือเลยนะ ไม่ไหวแล้ว
พอลองดูรอบๆ ทุกคนก็ดูจะไม่ค่อยเจริญอาหารเท่าไหร่ สงสัยจะคิดเหมือนกัน ขอแค่สลัดธรรมดาๆ ก็พอแล้ว ทำไมต้องยกอะไรแปลกๆ แบบนี้มาเสิร์ฟด้วย

ทว่าในหมู่นักเรียน มีเพียงคาบุรากิเท่านั้นที่กินไปเรื่อยๆ เรียบๆ
เกินคาดแฮะ
นึกว่าอย่างคาบุรากินี่พอมีอาหารไม่อร่อยมาเสิร์ฟจะเมินทิ้งเป็นคนแรกเสียอีก
คงไม่อร่อยแน่ๆ แต่ก็ไม่เอ่ยปากบ่นแม้แต่คำเดียว
...นั่นสินะ เป็นอาหารที่ทางโรงเรียนอุตส่าห์เตรียมให้แท้ๆ ถ้าเหลือไว้คงไม่ดีสินะ สำนึกผิดแล้วค่ะ

ฉันเอาอย่างคาบุรากิ กินเข้าไปจนหมด...แต่ว่า อุอุ...ไม่อร่อยจริงๆ น่ะแหละ ทำไมหมอนั่นถึงกินได้หน้านิ่งแบบนั้นนะ !?
สุดท้ายก็มีของหวานให้เลือกระหว่างแครอทเค้กและมินต์เค้ก ฉันลองเลือกมินต์เค้กดูด้วยความอยากรู้อยากเห็น แล้วก็ได้เค้กสีฟ้าบาดตาออกมา เค้กสีฟ้านี่มันอะไรกัน...
พอกินเข้าไปคำหนึ่งก็ได้รสยาสีฟัน ไม่ไหวแล้ว...
สบตากับคาบุรากิ หมอนั่นมองหน้าฉันสลับกับเค้กแล้วก็ทำหน้าเหมือนเห็นเด็กน่าเวทนา หมายความว่าไงยะ !

 

จากนั้นก็เหลือแต่เที่ยวเล่นในสวนสนุกแล้วล่ะ
จะว่าไป นี่เป็นครั้งแรกเลยนะที่ได้เที่ยวสวนสนุกกับเพื่อนในซุยรัน ดีใจจังเลย !
ฉันเล่นเครื่องเล่นเพลินจนลืมตัว สุดท้ายก็เมาเครื่องเล่น...
แอทแทรคชั่นในอเมริกาดินแดนแห่งความฝันเนี่ยรุนแรงกว่าญี่ปุ่นเยอะเลย แถมเหมือนระยะทางจะยาวด้วย
อาจต้องคำสาปของอาหารเนื้อๆ ฉันจึงรู้สึกวิงเวียนอย่างระงับไม่อยู่
ไม่ไหวแล้ว ขอพักก่อนนะ

"ท่านเรย์กะ ไหวหรือเปล่าคะ"
"ค่ะ พักนิดหน่อยก็คงไม่เป็นไรแล้วละค่ะ ไปเล่นกันก่อนได้เลยนะคะ"

พวกเซริกะจังเป็นห่วงก็เลยจะอยู่ด้วยกัน แต่ฉันขอให้พวกเขาไปเที่ยวกันเองตามสบาย พวกนั้นก็ยังยืนยันว่าไปเล่นแล้วจะกลับมาดู แต่ไม่ต้องห่วงหรอก ไปยาวๆ ได้เลย ยังมีเด็กอีกหลายคนที่เอ่ยว่าขอพักด้วย

ฉันนั่งเหม่ออยู่ที่ม้านั่ง ตรงหน้ามีคาบุรากิและเอ็นโจเดินผ่านไป คาบุรากิที่มักจะทำหน้านิ่งอยู่เสมอดูท่าทางสนุกสนาน นี่ความจริงชอบสวนสนุกเหรอเนี่ย 
ทั้งสองเดินไปกับนักเรียนชายกลุ่มที่สนิทกันไปยังเครื่องเล่นต่อไป ตามติดมาด้วยกลุ่มคุณซึรุฮานะ แรงดีกันจังเลยนะคะ
วันนี้ทุกคนแต่งชุดไปรเวท จึงดูปะปนไปกับนักท่องเที่ยว แยกไม่ออกว่าใครเป็นนักเรียนซุยรันบ้าง ที่นี่ก็กว้างด้วย มีคนคุ้นหน้าอีกบ้างไหมน้า

อ๊ะ !
หัวหน้าห้องสาวน้อยกับมิฮารุจังเดินอยู่ด้วยกัน !
มีคนอื่นๆ ในกลุ่มอยู่ด้วย แต่หัวหน้าห้องไปเล่นเครื่องเล่นกับมิฮารุจังเหรอเนี่ย !

หนอย เดทในสวนสนุก น่าอิจฉาชะมัด !

พวกเซริกะจังที่เดินกลับมาหาก็มีกลุ่มนักเรียนชายตามหลังมาด้วย เห็นว่าไปเข้าแถวอยู่ติดกันก็เลยไปเล่นด้วยกัน พากันหัวเราะกระซิกกระซี้กันใหญ่
เอ๋ ทำไมทุกคนเหมือนจะไปเดทกันช่วงที่ฉันไม่อยู่ล่ะ ?
แล้วทำไมพวกนักเรียนชายชิงจากไปก่อนล่ะ ?  ไม่รอไปเที่ยวด้วยกันอีกรอบเหรอ ?
หรือว่า.... ไม่น่า คิดมากไปเองน่า ไม่เป็นไร เราคิดมากไปเองแหละ


ตอนกลางคืนก็ไปเที่ยวบ้านผีสิง ตอนกลางคืนนี่ได้บรรยากาศดีจัง

"จะว่าไป ในค่ายพักร้อนปีที่แล้วมีผีออกมาด้วยนะคะ"
"ใช่ๆ เด็กห้องห้าเป็นคนเห็นล่ะ เห็นว่าเป็นผีผู้หญิงจมน้ำ"
"ได้ยินว่ากัดกินเนื้อซากศพอยู่ด้วยนะคะ"
 
น่ากลัวจัง ~ ทุกคนทำท่าขนลุกขนพอง
ฉันก็กลัวเหมือนกัน กลัวที่ข่าวลือมันกระจายไปได้ขนาดนั้นน่ะนะ

"ท่านเรย์กะก็เข้าร่วมค่ายพักร้อนปีที่แล้วด้วยใช่ไหมคะ"
"ค่ะ แต่ฉันไม่ได้ยินเรื่องนี้เลยล่ะค่ะ"

ปีนี้จ้างให้ก็ไม่ยอมไปค่ายพักร้อนอีกเป็นอันขาด

 

เมื่อกลับมาจากทัศนศึกษา ฉันก็อ้วนขึ้นอีกสามกิโล ทำไงดีล่ะ !
แล้วก็ดูเหมือนเพื่อนๆ จะพากันสนิทกับพวกเด็กผู้ชายขึ้นเยอะเลย ! ทำไมล่ะ !




NEKOPOST.NET