[นิยายแปล] นอบน้อมและหนักแน่น คือคติประจำใจในการใช้ชีวิตของฉันค่ะ! ตอนที่ 67 | Nekopost.net 
NEKOPOST
การแสดงผล

[นิยายแปล] นอบน้อมและหนักแน่น คือคติประจำใจในการใช้ชีวิตของฉันค่ะ!

Ch.67 - ตอนที่ 67


67

 

วันนี้ฉันม้วนผมอย่างพิถีพิถันกว่าปกติ เมื่อคืนก่อนนอนก็มาส์คหน้าโดยใช้มาส์คราคาแผ่นละหมื่นเยน หน้าใสเด้งสุดๆ
วันนี้รูปโฉมฉันต้องไม่มีข้อบกพร่องแม้แต่ข้อเดียว !
ฉันกลืนยาโรคกระเพาะก่อนใช้น้ำกลั้วคอตาม หยิบเอาพัดอันโปรดออกจากลิ้นชัก นี่ก็ใกล้จะถึงฤดูร้อนแล้ว คงไม่ดูผิดธรรมชาติหรอก

ที่ก้านพัดสีดำมีลายสลักผีเสื้อ หน้าพัดเป็นลายดอกไม้สีม่วงและสีแดงลุ่มลึกแบบไวน์ เป็นพัดฝรั่งที่ละเอียดอ่อนสวยงาม ช่างเป็นอุปกรณ์ที่เหมาะกับการต่อสู้จริงๆ
ฉันกำไว้ในมือแน่น
ฉันคือดารา ฉันคือดารา...ดารา ! ดารา ! ดารา !
เอาล่ะ ไปละนะ ! ออกศึกล่ะ !


ปัญหาก็คือจะเคลื่อนไหวตอนนั้น ฉันอยากเลี่ยงเวลาตอนพักในห้องเรียนที่คนอยู่กันเยอะ
คงต้องหลังเลิกเรียนละมั้ง พวกคุณซึรุฮานะถึงจะเลิกเรียนก็ไม่ได้กลับบ้านทันที ต้องเล็งตรงนั้นล่ะ
ถ้าจับตัวไว้ได้ก็ดีหรอก

"ท่านเรย์กะ พัดหรูเริ่ดจังเลยค่ะ"
"ขอบคุณค่ะ ฉันก็ชอบเหมือนกัน"

ฉันกรีดพัดในมือเล่น
วันนี้คุณซึรุฮานะกับฉันก็สบตากันอีก อีกฝ่ายหัวเราะเยาะๆ
จะล่าช้าไปกว่านี้ไม่ได้แม้แต่อึดใจเดียว ต้องตัดสินกันก่อนที่ผมขาวของฉันจะเพิ่มมากไปกว่านี้ล่ะ
ฉันรอคอยให้เวลาเลิกเรียนมาถึง
ระหว่างนั้นก็เติมยาโรคกระเพาะไปก่อน ไปคนเดียวมันหวาดๆ หนีบเซริกะจังกับคิคุโนะจังไปเสริมทัพซ้ายขวาก็แล้วกัน
ในที่สุดเวลาเลิกเรียนก็มาถึง

ฉันถือพัดไว้ในมือ ลุกขึ้นจากที่นั่ง

"คุณเซริกะ ช่วยมาด้วยกันหน่อยได้ไหมคะ ฉันอยากไปพูดกับพวกคุณซึรุฮานะซักหน่อย"

ดวงตาของเซริกะจังเป็นประกายแวบ
เธอโทรไปเรียกคิคุโนะจังเพื่อนสนิทมาแบบสายฟ้าแลบ รังสีฆ่าฟันรุนแรงกว่าฉันอีกนะเนี่ย
สาวๆ คนอื่นก็เริ่มมารวมตัวกันเป็นวง

"งั้นไปกันเถอะค่ะ"

เมื่อฉันยิ้มพราย ทุกคนก็เชิดมุมปากขึ้นยิ้มรับ

เมื่ออกไปยังทางเดิน กลุ่มสาวแกลของคุณซึรุฮานะก็เดินมาตามทางเดินพอดีโดยไม่ต้องออกไปหา
คลื่นนักเรียนที่ทยอยกันกลับบ้านขาดสายลง ได้จังหวะพอดี
ฉันกางและหุบพัดไปมาพลางสบตากับคุณซึรุฮานะ

"คุณคิโชวอิน ฉันจะผ่านทาง หลีกไปหน่อยสิ"
 
คุณซึรุฮานะยิ้มให้ฉันอย่างท้าทาย แก๊งที่ติดสอยมาก็หัวเราะกันคิกคัก
พวกเด็กๆ รอบข้างฉันไอสังหารลุกพรึ่บ
ฉันหุบพัดดังฉับ

"คุณซึรุฮานะ นี่คุณกำลังใช้วาจาเช่นนั้นกับใครคะ"
"หา ?"

ฉันก้าวออกไปข้างหน้าก้าวหนึ่ง

"นี่ คุณซึรุฮานะ ไม่ทราบว่าคุณอยู่ในฐานะที่จะต่อปากต่อคำกับฉันได้ตั้งแต่เมื่อไหร่กันเหรอ คุณที่เป็นนักเรียนธรรมดา กับฉันที่เป็นสมาชิกของ Pivoine น่ะนะ"

ฉันใช้พัดชี้ไปยังคุณซึรุฮานะ รวบรวมกำลังสายตามองเขม่น
แววตาของคุณซึรุฮานะที่ใจกล้าเริ่มสั่นระริก

"อิทธิพลของ Pivoine ในโรงเรียนนี้ก็ลดน้อยถอยลงแล้วสินะคะ ใช่ไหมล่ะ ไม่งั้นคนระดับคุณจะกล้ามาเหิมเกริมกับฉันเหรอคะ"

ฉันเข้าใกล้คุณซึรุฮานะ

"อ๊ะ หรือคุณอยากจะบอกว่าฐานะตระกูลซึรุฮานะยิ่งใหญ่กว่าตระกูลคิโชวอินแล้วเหรอคะ ฉันไม่ทราบมาก่อนเลยนะว่าตระกูลคิโชวอินของเราต้อยต่ำกว่าตระกูลซึรุฮานะตั้งแต่เมื่อไหร่  แต่คุณซึรุฮานะเข้าใจอย่างนั้นใช่ไหมคะ นี่เป็นความเข้าใจโดยรวมของตระกูลซึรุฮานะหรือเปล่าเอ่ย ว่าให้ข่มตระกูลคิโชวอินได้น่ะค่ะ ฉันจะได้ลองไปปรึกษาท่านพ่อดู เพราะก็ต้องหาทางจัดการกันต่อไปในอนาคตด้วย"

นะคะ ฉันยิ้มพรายให้คุณซึรุฮานะที่หน้าซีดลงๆ
 
"ฉันน่ะไม่โปรดเรื่องทะเลาะเบาะแว้งหรอกค่ะ ที่ผ่านมาก็เลยใจกว้างมองผ่านการกระทำของคุณมาตลอด แต่ระยะนี้ดูคุณจะกำแหงขึ้นมากเลยนะคะ ไม่คิดอย่างนั้นเหรอ"
"..........."
"นี่ คุณซึรุฮานะ ฉันถือว่านี่คือการประกาศสงครามต่อฉันได้ใช่ไหมคะ ถ้างั้น ฉันก็จะใช้อำนาจของบ้านคิโชวอินที่เป็น Pivoine บดขยี้คุณไม่ให้เหลือเหมือนกัน"

นี่ จะทำยังไงละคะ ฉันใช้พัดลูบไล้แก้มคุณซึรุฮานะพลางกระซิบถามข้างหู
เมื่อคุณซึรุฮานะนิ่งเงียบไป ฉันก็ใช้พัดตีเบาๆ ที่แก้มเป็นเชิงกระตุ้นเตือน

"....ต้องขออภัยด้วยค่ะ ท่านเรย์กะ"

คุณซึรุฮานะที่ซีดไปทั้งตัวก้มหน้างุดตอบอย่างทนทุกข์ปนเจ็บแค้น
ฉันเผยยิ้ม พยายามปั้นหน้าให้ดูหยิ่งผยองที่สุด
 
"อ้าว ถ้าเข้าใจก็ดีแล้วละค่ะ ฉันเองไม่ได้คิดอยากจะขยี้คุณซึรุฮานะจริงๆ จังๆ หรอกนะคะ แค่อย่ามาขวางหูขวางตาฉันก็พอแล้ว คงทำได้นะคะ"
"....ทราบแล้วค่ะ"
"เพื่อนๆ คุณซึรุฮานะรับได้หรือเปล่าคะ ถ้าไม่พอใจอะไรก็ขอให้เอ่ยออกมาเลยนะคะ เพียงแต่ขอให้เตรียมใจมาให้พร้อมเท่านั้นแหละ"

ฉันหุบพัดส่งเสียงฉับ
พวกแก๊งคุณซึรุฮานะพากันก้มหน้าหลบตาแสดงความโอนอ่อนอย่างพร้อมเพรียง

"เหรอคะ ถ้าเข้าใจก็ดีแล้ว จากนี้ไปก็ขอให้แสดงพฤติกรรมให้เหมาะสมแก่ฐานะด้วยนะคะ ทุกท่าน ลาก่อนค่ะ"

ฉันเผยรอยยิ้มดำมืดไม่แพ้เอ็นโจ ก่อนจะหันหลังขวับจนกระโปรงปลิวให้พวกหล่อน
กลุ่มของฉันก็เอ่ยคำทักทายก่อนเดินตามฉัมา
ฉันรู้สึกถึงสายตา พอมองตรงไปก็เห็นคาบุรากิที่เดินสวนมามองฉันด้วยสายตาแสดงความรังเกียจก่อนเดินจากไป

"สำเร็จแล้วนะคะ ท่านเรย์กะ ! ฉันงี้สะใจสุดๆ เลยค่ะ !"
"ดูหน้าคุณซึรุฮานะสิคะ ! สมน้ำหน้าแล้วล่ะ"

 เมื่อกลับมาที่ห้องเรียน พวกเด็กๆ รอบข้างก็พากันกรี๊ดกร๊าดแสดงความยินดี
แต่เสียงของพวกเธอแทบไม่เข้าหัวฉันเลย

สายตาแบบนั้นมันหมายความว่าไง
สายตาดูถูกเหยียดหยามของคาบุรากินั่นมันอะไรกัน !
คิดว่าเป็นเพราะใครฉันถึงต้องทำแบบนี้กันเล่า !
อย่ามาหยามกันนะ ตาบ้าเอ๊ย !

"ฉันจะไปสโมสร Pivoine หน่อยนะคะ !"
"เอ๋ ท่านเรย์กะ"

ความจริงฉันไม่อยากยกอิทธิพลของบ้านคิโชวอินขึ้นมาอ้างหรอก
แต่มันมีอยู่ทางเดียวนี่นา มันช่วยไม่ได้นี่นา

 ถ้าฉันเกิดพลาดตกต่ำขึ้นมาจริงๆ เมื่อไหร่ อำนาจที่หว่านไว้ก็จะกลับมาซ้ำเติมตัวเองเมื่อนั้น ถ้าถูกทำเหมือนสาวข้างถนนจริงๆ ล่ะจะทำไง ขึ้นสูงแล้วก็ต้องลงต่ำเป็นธรรมดา ไม่มีใครจะคงอยู่ได้ค้ำฟ้าหรอก ฉันไม่อยากถูกจับถ่วงน้ำน้า !
ฉันกลุ้มใจตั้งมากมายขนาดนี้แท้ๆ แต่นายนั่นไม่ได้รู้สึกรู้สาอะไรเลย !
คาบุรากิ นายนั่นแหละ ผมหงอกไปซะ !

เมื่อมาถึงห้องสโมสร คาบุรากิกับเอ็นโจกำลังนั่งจิบชาอยู่พอดี ฉันเดินจ้ำพรวดๆ ไปยืนจังก้าต่อหน้าทั้งสองคน
คาบุรากิเหลือบมองด้วยแววตาฉงน

"ท่านคาบุรากิ มีเรื่องจะคุยด้วยหน่อยค่ะ"
".....อะไร"
"ช่วยจัดการเรื่องของตัวเองด้วยตัวเองเสียทีจะได้ไหมคะ ช่วยคุมสาวๆ ที่มาห้อมล้อมท่านให้อยู่ในระเบียบด้วยนะคะ"
"ฉันไมได้เป็นคนเรียกมาซักหน่อย พวกนั้นกรี๊ดกร๊าดกันเองต่างหาก แล้วฉันก็ไม่ได้เล่นด้วย ไม่ได้ยอมรับให้อยู่ในกลุ่มเสียหน่อย"
"เพราะเขามากันเองก็เลยไม่เกี่ยวกับตัวเองงั้นเหรอคะ กล้าพูดอะไรไร้ความรับผิดชอบแบบนั้นออกมาได้นะคะ แบบนี้ก็น่าสงสัยแล้วว่าจะมีคุณสมบัติที่จะเป็นทายาทสืบทอดกลุ่มคาบุรากิต่อไปในอนาคตหรือเปล่า"
"ว่าไงนะ !"
"ก็แล้วไม่จริงเหรอคะ  แค่คนไม่กี่คนแค่นี้ก็คุมไม่อยู่เสียแล้ว ต่อไปในอนาคตคงน่าดูละค่ะ"

อีกฝ่ายถลึงตาจ้องมา ฉันจึงจ้องกลับ
เอ็นโจเข้ามาแทรกระหว่างกลาง

"เอาน่าๆ คุณคิโชวอินก็ใจเย็นหน่อยเถอะ สงสัยจะเลือดขึ้นหน้าไปหน่อยละมั้ง"

ฉันหันไปเขม่นเอ็นโจ

"ท่านเอ็นโจก็เหมือนกัน ช่วยอย่าผลักภาระเอาใจเพื่อนสนิทมาให้ฉันได้ไหมคะ ถ้าเป็นหนี้ล่ะก็น่าจะคืนไปหมดแล้วนะคะ ฉันเหลือจะทนที่ต้องตามเช็ดก้นให้แล้ว"
"เฮ้ !"
"มาซายะ อื้อ ขอโทษนะ รบกวนคุณคิโชวอินจริงๆ นั่นแหละ"

คำขอโทษของนายนี่สัมผัสถึงความจริงใจไม่ได้เลยนะ

"ถ้างั้นฉันต้องขอตัวก่อนนะคะ ขออำลาค่ะ"

เมื่อออกจากห้องสโมสร ฉันก็ขอลาการเรียนพิเศษ ตรงดิ่งกลับบ้าน


เมื่ออารมณ์ที่พลุ่งพล่านจากการเอาชนะคุณซึรุฮานะและความโกรธที่มีต่อคาบุรากิสงบลง ฉันก็เกิดกลัวขึ้นมากะทันหัน
เผลอพูดรุนแรงกับคาบุรากิไปแล้ว

ฉันตื่นเต้นจัดจนคุมอารมณ์ไม่อยู่ ตัดสินใจอย่างเยือกเย็นไม่ได้ ทำไมถึงไปหาเรื่องทะเลาะกับคาบุรากินะ !
ทำลงไปแล้ว ทำไปแล้ว
ตายแน่...
ก็ตานั่นไม่ดีเองนี่นา ! เค้าไม่ผิดนะ !


ฉันกลับบ้านมาคลุมโปงตัวสั่นระริกอยู่ใต้ผ้าห่ม
แล้วก็หลับไปทั้งอย่างนั้น
พอตื่นขึ้นมาก็นั่งแทะเซ็มเบ้กรุบๆ

อุตส่าห์พยายามสร้างแคแรคเตอร์เป็นกันเองสนิทสนมง่ายแล้วเชียว เพราะเจ้างั่งคาบุรากิแท้ๆ ทำให้ฉันกลับไปบนเส้นทางของท่านเรย์กะผู้หยิ่งผยองบ้าอำนาจจนได้ !
บ้าเอ๊ย เปิดกล่องช็อคโกแลตด้วยดีกว่า !

....โหมดดาราหญิงที่น่าอับอายนั่นต้องกลายเป็นจุดด่างพร้อยในชีวิตฉันแน่ๆ
ฉันตั้งใจจะเล่นเป็นใครกันนะ แค่นึกถึงก็ตัวคันยุบยิบแล้ว
ให้ตายสิ ตาคาบุรากิบ้าเอ๊ย ทำไมต้องมาเห็นด้วยนะ




NEKOPOST.NET