[นิยายแปล] นอบน้อมและหนักแน่น คือคติประจำใจในการใช้ชีวิตของฉันค่ะ! ตอนที่ 61 | Nekopost.net 
NEKOPOST
การแสดงผล

[นิยายแปล] นอบน้อมและหนักแน่น คือคติประจำใจในการใช้ชีวิตของฉันค่ะ!

Ch.61 - ตอนที่ 61


61

มาถึงแล้ว ค่ายพักร้อน

ฉันก็พยายามลดๆ สัมภาระลงแล้วนะ แต่กระเป๋าเดินทางใบโตก็ยังอัดของมาแน่นเอี้ยด นี่ฉันแบกอะไรมาขนาดนี้เนี่ย
ที่พักไม่ใช่ค่าย แต่เป็นโรงแรมชัดๆ แถมห้องยังเป็นห้องทวินรูมด้วย นี่มันมาเที่ยวแล้ว ไม่ใช่เข้าค่าย

คนที่อยู่ห้องเดียวกับฉันคือโนโนเสะ มาโฮะจัง อยู่คนละห้อง แทบไม่เคยพูดคุยกันเลย แต่น่าจะสนิทกันได้นะ ชักจะตื่นเต้นยังไงก็ไม่รู้สิ

หลังพักผ่อนที่ห้องขั่วครู่ ก็มีปาร์ตี้บาร์บีคิวที่สวนของโรงแรม ทั้งเนื้อและผักเตรียมไว้พร้อมสรรพ พวกเราแค่ย่างกินเท่านั้น
ยังไงฉันก็เป็นลีดเดอร์กลุ่มผู้หญิง จึงต้องคอยเช็คกับหัวหน้าห้องว่าจานชามและเครื่องดื่มไปถึงครบหรือเปล่า แต่ส่วนมากก็มีสตาฟฟ์คอยดูแลอยู่แล้วน่ะนะ
แต่ตั้งแต่มาที่โลกนี้ก็เพิ่งได้กินบาร์บีคิวนี่แหละ วัตถุดิบหรูหรากว่าที่โลกโน้นเยอะเลย

โอ๊ะ มีข้าวโพดปิ้งด้วย ! แต่ไม่มียากิโซบะเหรอเนี่ย ฉันอยากได้ปลาหมึกปิ้งด้วย แต่น่าเสียดายที่อด
เนื่องจากนี่เป็นบาร์บีคิวของซุยรัน บรรยากาศจึงเหมือนทานกลางวันอย่างหรูหราแบบเอาท์ดอร์มากกว่า ผิดจากที่จินตนาการไปนิด แต่แบบนี้ก็สนุกดีเหมือนกัน

ฉันลองนั่งลงใกล้ๆ คุณโนโนเสะเหมือนไม่ได้ตั้งใจ เนื่องจากไม่มีกลุ่มเพื่อนสนิทมาด้วย วันนี้ฉันจึงหัวเดียวกระเทียมลีบ...
แกล้งตีเนียนขอเข้ากลุ่มด้วยดีกว่า

"ไม่นึกเลยค่ะว่าท่านเรย์กะจะเข้าร่วมกิจกรรมด้วย"
"ฉันก็เหมือนกัน"
"งั้นเหรอคะ จริงๆ ก็คิดอยู่ว่าอยากลองมานานแล้วละค่ะ"
"แต่ปีที่แล้วไม่ได้มาใช่ไหมคะ"

ปีที่แล้วต้องเรียนเสริมไงล่ะ

"ทุกท่านปีที่แล้วก็มากันหมดเลยเหรอคะ"
"ฉันเพิ่งมาปีนี้ปีแรกค่ะ"
"ฉันครั้งที่สองแล้วละค่ะ"

กว่าครึ่งของพวกผู้หญิงเพิ่งจะเคยมาครั้งแรก โล่งไปที

"ว่าแต่ พรุ่งนี้ต้องไปปีนเขา ท่านเรย์กะไหวหรือเปล่าคะ"

หวา ตรงนี้แหละน่าเป็นห่วงที่สุดเลย ตามกำหนดการแล้วดูเหมือนต้องเดินประมาณสองชั่วโมง ฉันจะตามไปไหวไหมนะ

"จะพยายามค่ะ"

ฉันกำหมัดปฎิญาณออกมาดังๆ

หลังบาร์บีคิวก็เป็นชั้นเรียนปั้นหมอ ฉันลองใช้แท่นหมุนปั้นจานออกมา แต่มันดูบิดๆ เบี้ยวๆ แปลกๆ ฉันล่ะไม่ค่อยถนัดเรื่องแบนี้เล้ย เอ๊า ช่างเถอะ
เมื่อถึงกลางคืน หลังทานอาหารเย็นแล้วก็เป็นช่วงดอกไม้ไฟที่ฉันรอคอย !

ไม่รู้ว่าชนชั้นไฮโซคิดว่าดอกไม้ไฟมีไว้ดู ไม่ได้มีไว้เล่นหรือเปล่า ฉันจึงไม่มีโอกาสได้เล่นดอกไม้ไฟเลย
ต้องมีกลิ่นเป็นเอกลักษณ์ของดอกไม้ไฟนี่สิถึงจะสมเป็นฤดูร้อน ครั้งนี้มีแต่ดอกไม้ไฟแบบไฟเย็น ไม่เห็นมีพลุหรือดอกไม้ไฟโอ่งเลย สมัยเด็กๆ ฉันล่ะกลัวดอกไม้ไฟลูกข่างที่หมุนติ้วๆ เดาทิศทางไม่ออกมากๆ จะว่าไปปากระเทียมเนี่ยมันสนุกตรงไหนกันนะ จะตอนนั้นหรือตอนนี้ก็ยังไม่เข้าใจ ที่ยังขายออกเนี่ยแปลว่ามีคนต้องการสินะ อืม...

หัวหน้าห้องเล่นดอกไม้ไฟเงียบๆ อยู่คนเดียวไกลออกไป ฉันจึงเดินเข้าไปหา
"หัวหน้าห้องเล่นไฟเย็นเหรอคะ ไม่เล่นอะไรที่แรงๆ กว่านี้เหรอ"
"ผมชอบไฟเย็นน่ะ"

โฮ่ สมเป็นหัวหน้าห้องสาวน้อย

"คุณฮนดะไม่มาด้วยนะคะ"

ฉันกระซิบพอให้หัวหน้าห้องได้ยินคนเดียว ไฟเย็นของหัวหน้าห้องร่วงลงพื้น

"แต่ปีที่แล้วก็มานะ..."
"งั้นเหรอคะ ปีนี้ก็อยู่คนละห้อง ไม่ทราบว่าคืบหน้าบ้างไหมคะ"

หัวหน้าห้องส่ายหัว

"ทำไงดีล่ะ คุณคิโชวอิน"
"ทำไงน่ะเหรอ ก็สารภาพรักไปสิคะ"
"ไม่ไหวหรอก ถ้าโดนปฎิเสธขึ้นมาล่ะก็ชีวิตในโรงเรียนมีหวังดับวูบเลยนะ"
"อาจจะไปได้สวยก็ได้นะคะ"
"แต่คุณฮนดะเขามีเสป็คแบบเอ็นโจคุงนี่นา"

หัวหน้าห้องเริ่มรำพัน

"ปีที่แล้วคุณฮนดะเป็นรองหัวหน้าห้องห้องเดียวกับท่านเอ็นโจ คิดว่าคงเหนื่อยมากๆ เลยละค่ะ ป่านนี้อาจจะเปลี่ยนเสป็คไปแล้วก็ได้"
"...คุณคิโชวอิน ลองไปถามมาให้หน่อยสิ"
"เราอยู่กันคนละห้อง อาจจะยากนิดนะคะ"

ระหว่างพูดคุยกับหัวหน้าห้อง ทุกคนก็เล่นดอกไม้ไฟเสร็จ เราจึงเริ่มเก็บกวาด

เมื่อกลับไปห้อง ฉันก็สลับกับคุณโนโนเสะใช้ห้องอาบน้ำ
ความจริงผมฉันดัดไว้อ่อนๆ ตามคำสั่งของท่านแม่ เพื่อให้จัดทรงเป็นผมม้วนได้ง่าย ช่วยไม่ได้จริงๆ ค่ะ
เมื่อม้วนผมไปตามลอนผมที่ดัดไว้ ก็กลายเป็นผมม้วนแข็งโป๊กไม่เสียทรงง่ายๆ
ฉันไม่อยากให้ใครรู้ว่าดัดผมมา จึงรีบเป่าผมให้แห้ง

"ท่านเรย์กะ ถ้าเปิดไฟสว่างฉันนอนไม่หลับน่ะค่ะ ขออนุญาตนะคะ"
"ได้สิคะ งั้นปิดไฟนะ"

ฉันเอาไพ่มาด้วย แต่ไม่มีเวลาเล่น พรุ่งนี้จะได้เล่นไหมนะ
เอาเป็นว่าปิดไฟราตรีสวัสดิ์ก็แล้วกัน

 


พวกเราถูกปลุกแต่เช้าเพื่อมาออกกำลังกายท่ามกลางธรรมชาติก่อนทานข้าวเช้า ฉันตื่นเช้าไม่ค่อยไหวอยู่แล้วเลยแทบแย่
วันนี้เป็นวันเดินทางไกล จึงต้องทากันแดดให้ดีๆ และสวมหมวก
เป้หนักจังเลย... ฉันเริ่มเสียใจเล็กน้อยที่มาเข้าค่าย
ในที่สุดก็เริ่มเดินทางไกล ทางค่อนข้างเรียบก็เลยสบายๆ แต่ทางภูเขาที่ไม่รู้ว่าจะเดินถึงจุดหมายเมื่อไหร่เนี่ยบั่นทอนจิตใจชะมัด

ที่สำคัญ ที่นี่ไม่มีสมาชิกหน้าเดิมๆ ที่อ่อนปวกเปียกอยู่ด้วย เอาจริงๆ ฉันนี่หางแถวเลยละค่ะ ทั้งที่เป็นลีดเดอร์แต่กลับอยู่หางแถว ไม่ไหวแล้ว อยากกลับบ้าน
คุณโนโนเสะคอยให้กำลังใจเดินรั้งท้ายอยู่กับฉัน กลายเป็นตัวถ่วงไปแล้ว อยากร้องไห้
เราใช้เวลาสองชั่วโมงเดินถึงเป้าหมายจนได้ พักดื่มนมเย็นๆ แล้วก็ทานกลางวันกันที่นี่

คุณโนโนเสะช่วยทำหน้าที่ลีดเดอร์แทนฉันที่หอบแฮ่กๆ ต้องขอโทษจริงๆ
ระหว่างทางกลับ ฉันแบกเป้หนักอึ้งขึ้นหลังพลางคิดในใจว่า...ปีหน้าคงไม่มาอีกแล้ว...

อาจด้วยเหนื่อยจากกลางวัน หลังอาหารเย็นระหว่างฟังอาจารย์เล่าเรื่องขณะดูดาว ฉันจึงได้ยินเป็นเสียงเพลงกล่อมเด็กคอยแต่จะวูบเป็นพักๆ
พอกลับห้องอาบน้ำเสร็จแล้วจึงหลับสนิททันที

แล้วก็ลืมตาตื่นขึ้นมากลางดึก

...หิวข้าว

ฉันเหนื่อยจนไม่อยากอาหาร ก็เลยกินข้าวเย็นไปนิดเดียว ถ้าเป็นแบบนี้คงหลับต่อไปไม่ไหวแหงๆ
แอบเอาบ๊วยดองมาเผื่อหน้ามืดเพราะความร้อนด้วย กินรองท้องไปก่อนก็แล้วกัน
ถ้าลุกขึ้นมาเปิดไฟในห้อง คุณโนโนเสะอาจจะตื่น ฉันจึงหยิบเสื้อคลุมสีขาวมาใส่แล้วถือถุงบ๊วยดองออกไปข้างนอก
ฉันลงนั่งคุดคู้ที่ชานพักบันไดอันมืดสลัวที่ปลายทางเดินเพื่อไม่ให้ใครจับได้ ก่อนตั้งต้นแทะบ๊วยดองสีแดงแจ๋
มันเป็นบ๊วยที่ดองน้ำผึ้งมาแล้ว หวานๆ ทานง่าย แจ๊บๆ แจ๊บๆ....

"กรี๊ดดดดดดดดดดด !!!"

เอ๋ ?

เสียงเด็กผู้หญิงกรีดร้องดังขึ้นตามด้วยเสียงวิ่งตึงตังๆ
ฉันไม่อยากให้ใครรู้ว่าแอบหนีออกจากห้องมานั่งแทะบ๊วย จึงรีบเผ่นกลับห้องไปก่อน
ยัดเสื้อคลุมและถุงบ๊วยลงเป้ ทำลายหลักฐาน
คุณโนโนเสะเพิ่งตื่นจากเสียงเอะอะ ฉันเองก็แกล้งทำเป็นงัวเงียออกไปดูด้านนอก
ตายแล้ว ไม่ได้เป่าผมให้แห้งก่อนนอน ผมชี้โด่เด่เลย รวบๆ ไว้ก่อนแล้วกัน

"มีอะไรกันนะคะ"
"เอ"

ในชั้นนี้มีแต่เด็กผู้หญิง พอทุกคนโผล่หน้าออกมาดูเหตุการณ์ ก็มีเด็กผู้หญิงคนหนึ่งร้องว่า

"ที่ชานบันได มีผีผมกระเซอะกระเซิงมาแทะเนื้อสดๆ กินอยู่ล่ะค่ะ !!"

เอ๋ ?

พอได้ยินดังนั้น พวกผู้หญิงก็พากันกรีดร้องว่าเป็นผีเป็นภูตอะไรบ้างล่ะ บางคนก็เริ่มสวดมนต์ท่องนโมอมิตตาพุทธกันใหญ่

นี่พูดถึงฉันหรือเปล่า ?

ก็จริงอยู่ที่ฉันปล่อยผมที่เพิ่งสระเสร็จกระเซอะกระเซิง ในมือถือบ๊วยดองสีแดงฉาน แต่ไม่ได้แทะกินมูมมามขนาดนั้นนะยะ...
รู้สึกว่าคนที่มาเจอฉันจะเป็นเด็กผู้หญิงที่ชอบเรื่องผีๆ... เธอคอแห้งก็เลยออกมาจากห้องหาน้ำกิน แล้วก็เจอะผีเข้าให้
คุณเธอกรี๊ดว่า "ฉันมีเซนส์ด้านวิญญาณ" "ที่บันไดนั่นมีกลิ่นไอไม่ดี" "ทำหน้าเคียดแค้น" แล้วพวกเด็กผู้หญิงก็พากันรับลูกเป็นทอดๆ "ฉันก็รู้สึกแบบนั้นเหมือนกัน" "รู้สึกอากาศเย็นเยียบตัวสั่นไม่หยุดเลย" ทำไงดีล่ะ...

ป่านนี้แล้ว ฉันไม่กล้าออกไปรับหรอกว่านั่นฉันเองค่ะ ตื่นมาหาของกินกลางดึกนี่ดูเป็นเด็กผู้หญิงตะกละขนาดไหนกันเนี่ย
ข่าวลือเสียๆ หายๆ ว่ามีผีออกมาอาจทำให้โรงแรมเสียชื่อเสียง ฉันต้องขอโทษจริงๆ ค่ะ แต่ฉันต้องเอาตัวให้รอดก่อน
ฉันกุมมือภาวนาว่าขอให้ตัวเองรอดจากเหตุการณ์นี้ไปได้ แล้วพวกคุณโนโนเสะก็ว่า

"ไม่เป็นไรหรอกค่ะ ท่านเรย์กะ ถ้าเราอยู่ด้วยกันก็ไม่มีอะไรต้องกลัวนะคะ"
"นั่นสิคะ ไม่ต้องกลัวหรอกค่ะ"

พากันปลอบใจฉัน อึ่ก...ปวดใจจริงๆ !

"ขอบคุณนะคะทุกคน"

ขอโทษนะคะ ปีหน้าไม่มาแล้วค่ะ...

สุดท้ายก็เอะอะเรื่องวิญญาณกันไปถึงเช้า ฉันซ่อนถุงบ๊วยดองไว้ลึกๆ ในเป้ ม้วนผมหลอดจนเป็นเกลียวเป๊ะตรงดิ่งกลับบ้าน




NEKOPOST.NET