[นิยายแปล] นอบน้อมและหนักแน่น คือคติประจำใจในการใช้ชีวิตของฉันค่ะ! ตอนที่ 59 | Nekopost.net 
NEKOPOST
การแสดงผล

[นิยายแปล] นอบน้อมและหนักแน่น คือคติประจำใจในการใช้ชีวิตของฉันค่ะ!

Ch.59 - ตอนที่ 59


 59

ริรินะเพิกเฉยคำเตือนของฉันโดยสิ้นเชิง ยังกระแซะเข้าหาคาบุรากิไม่เลิก ถึงจะโดนพวกผู้หญิงรุ่นพี่กีดกันจนเข้าไม่ถึงตัว
แต่ก็ยังป่วนไม่เลย ฉันลองถามเด็ก Pivoine ที่อยู่ม.1 เหมือนริรินะดูว่า
"ริรินะไปรบกวนหรือเปล่าจ้ะ" เธอตอบกลับมาว่า "ไม่เป็นไรค่ะ" แต่ก็พออ่านสีหน้าได้ว่ายุ่งยากใจพอควร ฉันจึงขอโทษไปว่า "ต้องขอโทษด้วยนะจ้ะ เดี๋ยวฉันจะดุให้เอง"
เด็กคนนั้นรีบปฎิเสธ แต่ฉันก็ขอร้องไปว่าถ้าริรินะไปก่อเรื่องเมื่อไหร่ให้รีบบอกฉันทันที ถ้าไปก่อเรื่องอะไรลับหลังฉันคงแย่ ต้องสืบไว้ก่อนแหละดี

มีอยู่ครั้งหนึ่งที่เธอมาดักรอฉันที่กำลังจะไปห้องสโมสร มาตื๊อขอให้พาไปด้วย
แม้จะปฎิเสธว่าเป็นไปไม่ได้ แต่เธอก็ไม่ยอมฟัง โชคยังดีที่ท่านไอระผ่านมาเจอพอดีแล้วดุหนักๆ จนเจ้าตัวยอมล่าถอยไป
แล้วยังกล้าโทรศัพท์มาหาว่า "ท่านพี่สุดเท่ห์คนนั้นใครคะ !" อีกนะ
สุดท้ายริรินะก็อ้างว่าแม่ของตัวเองยังเป็นสมาชิก Pivoine ตัวเองได้ฟังเรื่องเล่ามาตั้งแต่เด็กๆ ถ้าบ้านอยู่ใกล้ได้ไปเรียนตั้งแต่ชั้นประถมล่ะก็คงได้เป็นสมาชิก Pivoine แน่ๆ !

มาเล่าเรื่องสมมุติแบบนี้ให้ฉันฟัง แต่ในความเป็นจริงก็คือริรินะเข้าเรียนตั้งแต่ชั้นม.ต้น ไม่มีคุณสมบัติในการเข้าสโมสร ไม่ได้ก็คือไม่ได้

ดูเหมือนความเข้าใจผิดว่าความจริงตัวเองก็เป็น Pivoine ทำให้เด็กคนนั้นยิ่งกำเริบเสิบสานขึ้นทุกวัน
งี่เง่าอะไรแบบนี้
คุณซึรุฮานะพูดเยาะๆ กับฉันว่า "ลูกพี่ลูกน้องน่ารักจังนะคะ" แต่ฉันก็เถียงไม่ออก
ความเครียดใกล้ถึงจุดระเบิดขึ้นทุกที 


ด้วยเหตุนี้ ฉันจึงต้องย่างกรายมาที่ร้านฟาสต์ฟู้ด
ที่ผ่านมาฉันลังเลมาตลอดเพราะกลัวใครจะมาเห็นตอนเข้าร้าน แต่ตอนนี้ไม่สนแล้วย่ะ
ความเครียดสะสมขนาดนี้ ต้องไประบายออกกับของกิน !
ฉันใจเต้นตึกตักขณะสั่งฟาสต์ฟู้ดเป็นครั้งแรกในโลกฝั่งนี้  ชีสเบอเกอร์ที่รอคอย เฟรนช์ฟรายเพิ่มเป็นไซส์ L เครื่องดื่มขอเป็นชาอู่หลง
ฉันแอบไปนั่งอยู่ที่เก้าอี้ริมสุดเผื่อมีใครมา รู้สึกตัวเองไม่เข้ากับบรรยากาศในร้านด้วยล่ะ
ฉันยัดชีสเบอเกอร์เข้าปาก หวา คิดถึงจัง ! นี่แหละ ! รสชาตินี้แหละ !
เนื้อแฮมเบเกอร์บางๆ แบนๆ ราดซอสมะเขือเทศเต็มเพียบ ผักดองกับหัวหอมแล้วก็ชีส ! ช่างเป็นรสชาติถูกๆ อะไรแบบนี้ !
อาจเป็นเพราะกินแต่ของดีๆ มานาน ฉันจึงตกตะลึงไปว่ารสชาติถูกขนาดนี้เชียว ?  แต่นี่แหละฟาสต์ฟู้ดล่ะ
เฟรนช์ฟรายส์ก็อร่อยจัง ซอสมะเขือเทศสุดยอดเลย
พอท้องอิ่ม ก็รู้สึกว่าความเครียดมลายหายไปด้วย เฮ้อ ดีจังที่มา

แต่เรื่องริรินะจะเอาไงดีนะ 
พอคิดดูดีๆ แล้ว เด็กคนนั้นก็ชอบคนคล้ายๆ กับฉันเหมือนกัน
ชอบท่านพี่มากก็จริง แต่คนที่ไปหลงรักเข้าจริงๆ กลับเป็นประเภทตรงกันข้าามแบบรุ่นพี่โทโมเอะหรือคาบุรากิ แล้วก็หลงใหลในตัวท่านไอระ หวา ฉันไม่อยากเหมือนเด็กคนนั้นหรอกนะ
แต่ฉันก็เคยหาเรื่องไปหารุ่นพี่โทโมเอะอยู่บ่อยๆ
หลังจากนั้นฉันต้องขอโทษขอโพยท่านไอระแทบแย่  แต่ท่านไอระกลับปลอบใจฉันว่า "เรย์กะจังก็เหนื่อยเหมือนกันเนอะ  ถ้ามีอะไรให้ฉันช่วยก็บอกนะ" ยิ่งทำให้รู้สึกผิดเข้าไปใหญ่

สำหรับคาบุรากินั้นฉันกลัวจนไม่กล้ามองตา แค่จินตนาการว่าโกรธขนาดไหนก็กลัวจนตัวสั่นแล้ว แต่ก็ทำใจให้กล้าๆ ไปขอโทษให้ชัดเจนซักครั้ง 
เฮ้อ ทำไมเด็กคนนั้นถึงสอบเข้าซุยรันได้นะ
ฉันดื่มชาอู่หลงจืดชืดนั่น

อาจเพราะคำเตือนของท่านไอระ ริรินะจึงไม่โผล่มาแถวสโมสรอีก
แต่ก็ยังตามตื้อคาบุรากิไม่เปลี่ยน
กระทั่งสาวๆ กลุ่มฉันยังเริ่มขมวดคิ้วเลย แย่ล่ะ...ถ้าปล่อยไปแบบนี้สถานะของฉันจะเสียหายไปด้วย
พอว่า "ขอโทษด้วยนะจ้ะ" เพื่อนๆ ก็บอกว่า "ไม่ใช่ความผิดของท่านเรย์กะหรอกค่ะ" แต่ไม่รู้ว่าทุกคนจะอภัยให้ถึงเมื่อไหร่
ระยะนี้พอเริ่มคาบหนึ่งไปได้ซักพักท้องก็ปวดๆ ยังไงไม่รู้
ต้องกินยาแก้โรคกระเพาะบ่อยๆ ชักจะไม่ไหวแล้วนะ
จะโมโหจริงๆ แล้วนะ


อยู่มาวันหนึ่ง ริรินะก็ทำให้คาบุรากิยัวะเข้าจนได้

รู้สึกว่าเธอจะเฉียดเข้าไปร้องเรียกตอนคาบุรากิกำลังจะไปส่งท่านยูริเอะ 
 กฎเหล็กในการตามกรี๊ดคาบุรากิมีอยู่ว่า ห้ามเข้าไปรบกวนเวลาที่คาบุรากิอยู่กับท่านยูริเอะเป็นอันขาด แต่ริรินะก็ยังเมินเฉยกับกฎนี้
ตามธรรมดาแล้วคาบุรากิจะไม่สนใจพวกผู้หญิงที่มาตามกรี๊ดกร๊าด ไม่ว่าจะทำอะไรก็มองผ่านๆ แต่ถ้ามีท่านยูริเอะเข้ามาเกี่ยวข้องด้วยก็เป็นอีกเรื่อง

ถ้ามีคนมาขัดขวางเวลาแสนสำคัญที่ได้อยู่กับท่านยูริเอะ เขาจะถอดหน้ากากไร้อารมณ์ตามปกติทิ้ง ระเบิดอารมณ์ออกมาทันที
เพราะรู้แบบนี้ กองเชียร์สาวๆ จึงไม่กล้าเข้าไปเกะกะยามอยู่กับท่านยูริเอะเป็นอันขาด
แต่สงสัยว่าริรินะจะไม่รู้กฎข้อนี้  ถลาเข้าไปเกาะคาบุรากิแจเพราะเห็นว่าเป็นโอกาสดีไม่มีตัวขัดขวางอยู่ข้างๆ
ทั้งที่ใกล้จะถึงเวลาเรียนพิเศษของท่านยูริเอะ แต่ริรินะกลับเอาแต่ดึงไปดึงมาอยู่ได้ไม่รู้จังหวะ เล่นเอาคาบุรากิยัวะขาด

คาบุรากิตะคอกว่า "พอได้แล้ว ! อย่าเข้ามาใกล้ฉันเป็นครั้งที่สองนะ !" จากนั้นก็ทิ้งริรินะไว้ตรงน้นเดินไปขึ้นรถกับท่านยูริเอะที่พยายามปลอบโยน
เมื่อริรินะเล่าเรื่องนี้ให้ฟังทางโทรศัพท์ ฉันถึงกับหน้ามืด ทำถึงขนาดนี้เลยเรอะหล่อน....
แม้อีกฝ่ายจะขอร้องให้ช่วยหาทางออก แต่นี่มันไม่ใช่เรื่องง่ายๆ นะยะ
เจ้าตัวเขาก็บอกแล้วว่าอย่าเข้ามาใกล้อีก ถ้าเข็ดแล้วก็เลิกซักทีเถอะ ฉันเอ็ดไป แต่ดูเหมือนริรินะจะไม่มีใจจะเลิกล้ม
ใครก็ได้ช่วยด้วย


ข่าวลือเรื่องริรินะทำให้คาบุรากิยัวะแพร่กระจายไปในพริบตา กระทั่งฉันยังพลอยไม่กล้าสู้หน้าใครไปด้วย
นับว่ายังโชคดีที่มีผู้หญิงกรี๊ดหนักๆ ทำให้คาบุรากิยัวะขาดอยู่เป็นครั้งคราว นี่จึงไม่ใช่เรื่องใหญ่อะไรนัก
สายตากลุ่มคุณซึรุฮารนะช่างทิ่มแทงเหลือเกิน

เมื่อไปที่สโมสร Pivoine ก็เจอคาบุรากิและเอ็นโจนั่งอยู่พอดี ฉันจึงทำใจให้กล้าเข้าไปขอโทษ
"ดูเหมือนเมื่อวานลูกพี่ลูกน้องของฉันจะสร้างความเดือดร้อนให้ ต้องขอโทษด้วยจริงๆ นะคะ"
ฉันก้มหัวลงต่อ
ในสโมสรก็มีสมาชิกคนอื่นอยู่ แต่จะมาเกรงสายตาคนไม่ได้แล้วล่ะ
คาบุรากิเงียบไปพักหนึ่ง ก่อนจะถอนหายใจเฮือกก่อนว่า
"พอได้แล้ว" 
จริงอ่ะ ?

"ไม่ใช่ความผิดของเธอซักหน่อย"
"แต่ก็เป็นลูกพี่ลูกน้องน่ะคะ"
"งั้นก็ทำอะไรหน่อยสิ"
"ก็พยายามอยู่นี่ไงคะ แต่ไม่ค่อย...."
"ใช้ไม่ได้เลย"

คาบุรากิหัวเราะหึๆ
ดูเหมือนจะไม่ได้โมโหแล้ว โชคดีจริงๆ
ฉันค่อยโล่งใจหน่อย ขณะที่กำลังคิดว่าจะจิบชาอย่างสบายใจก็มีคนมาทัก
"ลูกพี่ลูกน้องมาหาที่หน้าประตูค่ะ"  
อย่างกับระเบิดลงก็ไม่ปาน

ฉันรีบเผ่นไปยังทางเดิน ริรินะบอกว่าอยากขอโทษโดยตรง ช่วยพาเข้าไปหน่อย
นี่ยัยนี่จะโง่เง่าไปถึงไหนกันห๊ะ !
ถึงฉันจะสั่งให้รีบๆ ไป แต่เจ้าตัวก็เอาแต่งอแงไม่ยอมฟัง
ขณะตื๊อๆ กันอยู่ ประตูสโมสรก็เปิดออก เอ็นโจเดินออกมา

"นี่ พอทีเถอะน่า ไม่รู้เหรอว่าถ้าทำให้มาซายะโกรธไปกว่านี้จะเป็นยังไง ไม่รู้เหรอว่าลูกพี่ลูกน้องของเธอ คุณคิโชวอินน่ะต้องไปก้มหัวปลกๆ ขอโทษคนอื่นแค่ไหน  ถ้ารู้คงไม่ทำอะไรหน้าไม่อายอย่างนี้หรอกใช่ไหม ที่เธอไปสร้างศัตรูกับรุ่นพี่ไปทั่วแล้วยังลอยตัวอยู่ได้น่ะเป็นเพราะคุณคิโชวอินไปเที่ยวขอร้องคนอื่นไว้หรอกนะ  มาซายะเองก็รู้ถึงได้เงียบไว้มาตลอด แต่นี่มันชักจะเกินไปแล้วนะ"

สายตาเย็นเยียบของเอ็นโจทะลุทะลวงริรินะ
คนที่ตามปกติหน้าตาใจดี พอโกรธขึ้นมาก็น่ากลัวสุดๆ
จะว่าไป ในการ์ตูนบางทีคิโชวอิน เรย์กะก็เจอเอ็นโจโกรธใส่อยู่หลายรอบเหมือนกัน
ริรินะหน้าแดงแจ๋วิ่งหนีไป
หัดทำความเคารพก่อนสิหล่อน

"เอ่อ ต้องขอโทษด้วยนะคะ ทำให้ท่านเอ็นโจวุ่นวายอีกแล้ว"
"เด็กคนนั้นทำให้พวกเราลำบากใจน่ะ ก็คิดอยู่เหมือนกันว่าต้องลงมือทำอะไรบ้างแล้ว"
"งั้นเหรอคะ"

ริรินะ หล่อนน่ะอยู่ขอบเหวแล้วนะ

"แต่ว่าคุณคิโชวอิน นี่ก็ถือว่าติดหนี้กันครั้งหนึ่งแล้วนะ"
"เอ๋ ?"
"คงไม่ได้คิดว่าผมจะช่วยคุณฟรีๆ หรอกนะ ใช่ไหม"

เอ็นโจยิ้มให้ฉัน ว่า "ซักวันจะขอคืน อย่าลืมเชียวนะ" ก่อนกลับเข้าไปในสโมสร
เอ๋-----! 




NEKOPOST.NET