[นิยายแปล] นอบน้อมและหนักแน่น คือคติประจำใจในการใช้ชีวิตของฉันค่ะ! ตอนที่ 51 | Nekopost.net 
NEKOPOST
การแสดงผล

[นิยายแปล] นอบน้อมและหนักแน่น คือคติประจำใจในการใช้ชีวิตของฉันค่ะ!

Ch.51 - ตอนที่ 51



51

ผ่านไปได้หลายวันแล้วตั้งแต่เริ่มเรียนเสริม สภาพเกาะร้างของฉันไม่ได้เปลี่ยนไปเลย
ตอนชีทถูกส่งมาจากที่นั่งข้างหน้าก็ดูจะเกรงอกเกรงใจกันเป็นพิเศษ แถมไม่ยอมสบตากับฉันอีกต่างหาก
กลัวล่ะสิ ทุกคนพากันหวาดกลัวฉันล่ะสิ
กลัวว่าถ้าทำให้ฉันอารมณ์เสียจะโดนทำโทษอย่างโหดเหี้ยมใช่ไหมล่า

ถ้าเป็นที่โรงเรียนสอนพิเศษ จะคนเดียวก็เฉยๆ  ตอนนี้ก็ยังเฉยๆ
แต่พอเป็นที่โรงเรียนแล้วอยู่คนเดียวมันเหงาขนาดนี้เชียว...
ชีวิตในรั้วโรงเรียนตามปกติของฉันแล้วจะคึกคักไปด้วยเพื่อนฝูงและผู้คนที่ห้อมล้อมอยู่
แต่ตอนนี้ถึงจะเป็นโรงเรียนเดียวกันก็หัวเดียวกระเทียมลีบ

ก่อนหน้านี้ตอนที่อาคิสะวะคุงหยุดเรียนไปแล้ว ซากุระจังบอกว่าเหงาอยู่คนเดียว ฉันเข้าใจความรู้สึกนั้นแล้วล่ะ
ถ้าอยู่คนเดียวตั้งแต่แรกก็ไม่เป็นไร แต่ถ้ามีคนอยู่รอบๆ เรื่อยมา แล้วอยู่ดีๆ ก็หายไปก็จะเกิดใจหาย

อืมม์ ~ ถ้าเป็นแบบนี้อาจจะเริ่มบทสนทนากับเพื่อนในจินตนาการก็ได้ ฉันล่ะกลัวใจตัวเองจัง
 
ยังไงฉันก็ไม่อยากถูกมองเป็นคนหงอยเหงา จึงทำเป็นจ้องมองตำราเรียนด้วยใบหน้าสบายๆ  พยายามแผ่ออร่า "ฉันไม่ได้ "เดียวดาย" หรอกนะ แค่ "ทะนง" เท่านั้น" อย่างเอาเป็นเอาตาย  
แต่อาจด้วยเพราะเหตุนี้ ทำให้คนรอบข้างยิ่งไม่กล้าเข้าหาหนักเข้าไปใหญ่ กลายเป็นวงจรอุบาทว์

กว่าจะเรียนเสริมจบลง ฉันจะมีเพื่อนที่สนิทกันเพิ่มขึ้นซักคนไหมนะ
ถึงฉันจะเป็น Pivoinne ทางบ้านเป็นผู้มีอิทธิพล ดูเลิศหรูตั้งแต่ผมม้วนเกลียวไปจนถึงปลายเล็บ แต่เนื้อในแล้วเป็นเป็นเด็กดีน้า ~ ไม่รังแกหรอก ~ ไม่น่ากลัวเลยน้า ~


ระยะนี้ฉันเริ่มการไดเอ็ท กินอะไรที่ชอบก็ไม่ได้ จิตใจจึงยิ่งอ่อนแอลงอีก
เพื่อเริ่มยุทธการลอกคราบลูกทานุกิ ฉันจึงสั่งห้ามไม่ให้ท่านพ่อเอาของฝากกลับบ้าน
ระยะนี้ท่านพ่อชอบซื้อขนมฝรั่งกลับมาบ่อยๆ  ฉันนึกสงสัยอยู่เหมือนกันว่าซื้อมาทำไมเยอะแยะ แต่เมื่อซื้อมาแล้วก็ขอรับไว้อย่างยินดี

ฉันมันสันดานยาจกอยู่แล้ว อะไรที่ส่งมาก็ไม่ยอมเหลือไว้หรอก แน่นอนว่าความรู้สึกของท่านพ่อก็ด้วย แต่พอคิดถึงความรู้สึกของเชฟหรือพวกคุณเกษตรกร  ถ้ารู้ว่าของที่ตัวเองทำขึ้นมาถูกทิ้งไปโดยไม่ได้รับประทานคงจะเจ็บปวดน่าดู  ฉันทนเหลือไว้ไม่ได้หรอก ต้องขอกินอย่างซาบซึ้งในพระคุณล่ะ

ก็เลยเผละ

ท่านพ่อทำท่าช็อคกับคำปฎิเสธของฉันอยู่พอแรง ก็เลยบอกตามตรงไปว่าอ้วนแล้ว แต่ท่านพ่อก็ยังตื้อว่า "เด็กผู้หญิงน่ะอวบๆ หน่อยน่ารักกว่า"

คิดง่ายไปแล้ว ! พออ้วนแล้วใส่อะไรก็ไม่เข้า อึดอัดด้วย พอนั่งแล้วก็พุงยื่นเป็นชั้นๆ ด้วย น่าเกลียดที่สุดเลย
ที่สำคัญ ในหมู่เด็กผู้หญิงด้วยกัน ถ้าอ้วนก็คือแพ้  สายตาของผู้ชายน่ะไม่สำคัญหรอก
ท่านแม่เข้าข้างฉันเต็มที่ แล้วก็บอกว่า "จะว่าไปก็รู้สึกว่าคุณเรย์กะเริ่มอ้วนขึ้นหน่อยๆ แล้วเหมือนกัน"... ทำไมไม่รีบๆ บอกล่ะคะ
ท่านแม่พาฉันไปเอสเต้ ที่นั่นเนื้อเผละตรงเอวของฉันถูกบีบนวดอย่างไร้ความปราณี เครื่องฉายรังสีจนเอวร้อนผ่าว

แต่สุดท้ายเอสเต้ก็เอาชนะไขมันของฉันไม่ได้

ตอนนี้ก็ต้องกลับมาที่เดิม แอบกลับมาหมุนฮูลาฮู้ปอยู่ในห้องทุกวัน ระยะนี้ยิ่งฝีมือแก่กล้าจนหมุนฮูลาฮู้ปไปเดินไปได้แล้ว เยี่ยมเลย
เปิดเทอมเมื่อไหร่จะเผยโฉมคิโชวอิน เรย์กะ ฉบับปรับปรุงใหม่ให้ได้ชม !


ช่วงปิดเทอมฤดูร้อน นอกจากเรียนเสริมแล้วยังมีคอร์สติวที่โรงเรียนสอนพิเศษและติวเข้มจากอาจารย์คารินอีก เรียกได้ว่าอัดแน่นด้วยการเรียน
ฉันว่าฉันเรียนหนักกว่าติวเข้มตอนสอบเข้าปีที่แล้วอีกนะ การบ้านก็ทำเสร็จไปตั้งแต่กลางเดือนก.ค. ชีวิตจะซีเรียสอะไรขนาดนั้น
แต่ก็ได้เจออาโออิจังในคอร์สติว ดีใจจังเลย
สำหรับฉันที่โดนนักเรียนคนอื่นๆ หลบหน้ากันเป็นแถบในโรงเรียน ก็ได้อาโอจิจังคอยเยียวยานี่แหละ
จะว่าไป ตอนแรกๆ อาโอจิจังก็ทำท่าหวาดๆ ฉันเหมือนกันนี่นา

"ตอนนี้ฉันไปเรียนเสริมที่โรงเรียนอยู่ แต่พวกเด็กๆ รอบข้างทำตัวเหินห่างฉันกันหมดเลยล่ะค่ะ ฉันดูเข้าหายากขนาดนั้นเลยเหรอ ? ดูนิสัยไม่ดีหรือเปล่า ?"
"เอ๋"

อาโออิจังทำสายตาเลิ่กลั่ก

"เอ จะว่าเข้าหายากหรือไงดีนะ คุณคิโชวอินดูเลิศหรูมากจนทำให้เกร็งๆ น่ะ ไม่ได้ดูนิสัยไม่ดีหรืออะไรหรอกนะ อื้อ"
"ดูเกร็งๆ เหรอ"
"อื้อ คุณคิโชวอินทั้งสวยแล้วก็เป็นคุณหนู ดูเหมือนจะไม่สนใจคนธรรมดาน่ะ ถ้าเข้าไปคุยด้วยอาจจะถูกเมินก็ได้ ให้ความรู้สึกแบบนั้นนิดหน่อย แต่ถ้าพวกเขาได้รู้จักตัวจริงของคุณคิโชวอิน ต้องสนิทกันได้แน่นอนเลยล่ะ"

เนอะ อาโออิจังหัวเราะ
อาโออิจัง-----!

"ขอบใจนะ อาโออิจัง !"
ฉันฉวยโอกาสนี้ลองเรียกเธอด้วยชื่อดู
อาโออิจังทำหน้าตกใจนิดหน่อย แต่ก็หัวเราะแล้วบอกว่า
"พยายามเข้านะ เรย์กะจัง"

ตกลงก็ได้คำแนะนำจากอาโออิจังมาว่าไม่จำเป็นต้องทำตัวเฟรนด์ลี่เป็นพิเศษ ยังไงให้เริ่มจากการทักทายดูก่อน
ถ้าฉันเป็นฝ่ายทักทายก่อนทุกวัน พวกเขาอาจจะค่อยๆ คุ้นเคยไปเอง
"ถ้ามีคนอย่างเรย์กะจังมาทัก ต้องดีใจแน่ๆ เลยล่ะ"
พอได้คำชมแบบนี้อารมณ์ก็พลอยดีไปด้วย พยายามเข้านะ ตัวฉัน !


วันนี้ท่านพ่อท่านแม่ออกไปข้างนอก ท่านพี่ก็เลยมารับที่โรงเรียนสอนพิเศษ แล้วก็ไปกินข้างนอกกัน
พอเล่าให้อาโออิจังฟัง เธอก็ว่า "ท่านพี่แสนวิเศษคนนั้นน่ะเหรอ ดีจังเลยน้า"
ท่านพี่เคยขับรถมารับหลายครั้งแล้ว ได้เจออาโออิจังด้วย
จากนั้นมาอาโออิจังก็พูดบ่อยๆ ว่า "มีท่านพี่แสนวิเศษแบบนี้ น่าอิจฉาจังเลย"
แต่อาโออิจังเองก็มีพี่ชายสองคนนี่นา เมื่อก่อนพอถามว่าพี่ชายเป็นคนแบบไหน เธอก็กระซิบเบาๆ ว่า "...กล้ามปูกับโอตาคุ" แล้วก็เมินสายตาไป

ฉันสัมผัสถึงออร่าห้ามถามมากกว่านี้นะ จากนั้นมาจึงไม่ได้ถามเรื่องคุณพี่ชายจากอาโออิจังอีกเลย แต่ความจริงน่ะอยากรู้อยากเห็นมากๆ เลยล่ะ "กล้ามปูกับโอตาคุ" น่ะมันอะไรกันเหรอ

ท่านพี่มารับหลังเลิกเรียน แล้วก็พาไปร้านอาหารฝรั่งเศสพื้นถิ่นที่จองไว้
จะอดอาหารมากเกินไปก็ไม่ดี ฉันจึงกินอาหารครบมื้อแต่งดของหวานไว้
แต่ให้งดของหวานเนี่ย มันทรมานฉันมากๆ เลยล่ะ
พอดูเมนู ตามันก็พาลแต่จะไปทางนั้นเสียหมด แต่ต้องอดทนๆ
ถ้ากินตรงนี้แล้ว หล่อนก็จะกลายเป็นลูกทานุกิไปชั่วชีวิต

"เรียนเสริมลำบากมากไหม"

ท่านพี่ถามมา

"พอชินแล้วก็ไม่ลำบากอะไรหรอกค่ะ นอกจากการบ้านปิดเทอมแล้วก็ยังมีโจทย์ให้ทำเพิ่มทุกวัน ก็ลำบากนิดหน่อย"
"งั้นเหรอ น้องดูจะผอมลง พี่ก็เลยเป็นห่วง คิดว่าเรียนหนักเสียอีก"
"เอ๋ น้องผอมลงเหรอคะ !?"

ผลแห่งการไดเอ็ทออกมาแล้วเหรอ ! ฉันกลัวจนไม่กล้าก้าวขึ้นเครื่องชั่ง แต่พอดูกระจกแล้วก็เห็นว่าลักยิ้มกลับมาอีกครั้ง แปลว่ากลับเป็นเหมือนเดิมแล้วงั้นสิ ?
งั้นคงสั่งของหวานได้ใช่ม้า...

"ถ้าเหนื่อยมากจะลาโรงเรียนสอนพิเศษก็ได้นะ"
"น้องไม่เป็นไรจริงๆ ค่ะ เป็นเพราะความเครียดสะสมจากการอดของหวานน่ะค่ะ แล้วก็ฮูล่าฮู้ปด้วย เมื่อก่อนท่านพี่ก็เคยเห็นน้องเล่นฮูล่าฮู้ปอยู่ในห้องใช่ไหมล่ะ"
"อ้อ นั่นน่ะเหรอ..."

วันก่อนตอนท่านพี่มาหาที่ห้อง ฉันกำลังท้าทายสถิติอยู่พอดี ก็เลยออกมารับทั้งๆ ห่วงนั่นแหละ

"เรื่องฮูล่าฮู้ปน่ะเอาไว้ก่อนเถอะ เรย์กะ ได้ยินว่าน้องมีคนที่ชอบแล้วเหรอ"
"เอ๋ !"

แทงใจดำอย่างจังจนหัวใจแทบหยุด

"ทำไมท่านพี่ถึงรู้ล่ะคะ อ๊ะ หรือว่ารู้มาจากท่านอิมาริ !?"
"ใช่"
"เอ๋~ อุตส่าห์บอกให้เก็บเงียบแล้วเชียวนา"
"เพราะไปปรึกษาเจ้าอิมาริมันน่ะสิ"

ก็คิดว่าท่านอิมาริจะให้คำแนะนำดีๆ ได้นี่นา แล้วก็แวะมาเที่ยวที่บ้านได้จังหวะพอดีเลยด้วย

"แล้วอีกฝ่ายเป็นใครล่ะ"
"เอ๋~..."
"พูดกับอิมาริได้ แต่พูดกับพี่ไม่ได้สินะ"

ท่านพี่ทำหน้าตาน่าสงสาร

"ไม่จริงหรอกค่ะ ! เขาคือประธานสภานักเรียนชั้นม.ต้นค่ะ !"
สารภาพไปหมดเปลือก

"ประธานสภาพนักเรียน หืม เป็นคนยังไงล่ะ"
"เป็นท่านที่เหมาะกับเพลง "อา เทพธิดาแห่งชะตากรรม" ของออร์ฟ แต่น้องแทบไม่เคยได้คุยกับเขาเลยค่ะ ได้แค่มองอยู่ห่างๆ"
"คนที่เหมาะกับเพลงแบบนั้น.... น่าจะเป็นคนอันตรายไม่ใช่เหรอ"
"ไม่หรอกค่า เป็นคนเท่ห์มากๆ มีพลัง เป็นประธานสภาก็เลยมีความเป็นผู้นำด้วยค่ะ"
"เห"

ตั้งแต่ปิดเทอมมาก็ไม่ได้เจอรุ่นพี่โรมิโอเลย เหงาจัง

"คุกกี้นั่นก็ซ้อมมือเรียมให้ประธานสภาคนนั้นเหรอ"
"ก็ใช่ค่ะ แต่ท่านอิมาริห้ามไว้ สุดท้ายก็เลยไม่ได้ให้"

อืม คิดๆ ดูแล้ว ถ้าจู่ๆ รุ่นน้องที่ไม่รู้จักส่งคุกกี้มาให้ รุ่นพี่ก็คงตกใจล่ะเนอะ
โชคดีจังที่ทำตามคำแนะนำของท่านอิมาริ

"จริงด้วย ท่านพี่คะ ท่านอิมาริจะแวะมาเที่ยวที่บ้านอีกเมื่อไหร่เหรอคะ ก่อนหน้านั้นน้องเคยได้ของฝากเป็นเครื่องแก้วเป่าจากนางาซากิจากท่านอิมาริใช่ไหมล่ะคะ มันน่ารักมากๆ เลย น้องอยากจะขอบคุณอีกครั้งน่ะค่ะ"

ท่านอิมาริซื้อชุดเครื่องแก้วเป่าสีสวยหวานมาให้เมื่อตอนไปเยี่ยมญาติที่นางาซากิ
มันส่งประกายเมื่อต้องแสงสว่าง พอลองเป่าดูก็ส่งเสียงกุ๊งกิ๊งงน่ารักมากๆ ถึงหูฉันจะได้ยินเป็นเสียงก๊องแก๊งหน่อยก็เถอะ
ท่านอิมารินี่รู้ใจสาวๆ จริงๆ

"อิมาริกำลังยุ่ง คงมาไม่ได้ซักพักล่ะนะ"

ท่านพี่พูดยิ้มๆ
น่าเสียดายจังเลยน้า

 

 




NEKOPOST.NET