[นิยายแปล] นอบน้อมและหนักแน่น คือคติประจำใจในการใช้ชีวิตของฉันค่ะ! ตอนที่ 49 | Nekopost.net 
NEKOPOST
การแสดงผล

[นิยายแปล] นอบน้อมและหนักแน่น คือคติประจำใจในการใช้ชีวิตของฉันค่ะ!

Ch.49 - ตอนที่ 49 คิโชวอิน ทาคาเทรุ


ท่าทีน้องสาวดูแปลกไป

วันก่อน เห็นว่าน้องออกไปข้างนอกในวันหยุด พอกลับมาปุ๊บก็ตั้งหน้าตั้งตาอ้อนใหญ่
ปรกติน้องก็มักจะมาอ้อนผมอยู่แล้ว แต่ครั้งนี้เป็นกรณีพิเศษ
เธอซบหน้าลงกับแขนผมจึงมองไม่เห็นสีหน้า แต่ดูท่าทางเสียใจเอามากๆ
ปล่อยไว้ซักพักก็รู้สึกว่าแขนเสื้อเย็นๆ
น้องสาวร้องไห้
อยากถามออกไปเหมือนกันว่าเกิดอะไรขึ้น แต่น้องก็มีตรงที่หัวรั้นอยู่
ผมจึงแกล้งทำเป็นไม่รู้ไม่ชี้ ปล่อยแขนให้น้องยืมต่อไป

ระยะนี้ผมมัวแต่ยุ่งกับหลายๆ เรื่องจนกลับบ้านช้า ไม่ค่อยมีเวลาอยู่กับน้อง
ทั้งที่มีเรื่องเศร้าจนน้ำตาไหล แต่กลับไม่ยอมบอกเหตุผล
ผมอาจจะปล่อยให้น้องเหงาอยู่คนเดียวนานไป
จากนี้ไปคงต้องหาเวลากลับบ้านเร็วซักหน่อย

รู้สึกว่าแขนหนักขึ้น น้องสาวคงร้องไห้จนเหนื่อยแล้วหลับไป
จะปลุกก็น่าสงสาร ก็เลยไปเอาผ้าห่มมาห่มให้ แล้วน้องสาวก็ท้องร้องดังจ๊อกกกก ปากก็ทำท่าเคี้ยวอะไรหมุบหมับ

.....สงสัยจะหิวสินะเธอ
ผมเลยไปหาอะไรเบาๆ มาให้ เผื่อน้องตื่นจะได้ลุกขึ้นมากินได้เลย


จากวันนั้นมา น้องสาวก็เริ่มพูดอะไรเป็นเชิงเตือนสติพ่อบ่อยๆ
ไปกระซิบข้างหูพ่อว่า "ฟ้ามีตา" บ้างล่ะ "เรื่องร้ายระบึงไกลพันลี้" บ้างล่ะ "ฟ้าล่วงรู้ ดินล่วงรู้ ตัวเองย่อมรู้ คนย่อมรู้"

ไม่สิ ตั้งแต่สมัยก่อนแล้ว น้องสาวมักจะพูดอะไรอ้อมๆ ทำนองนี้กับพ่อเหมือนเพิ่งนึกขึ้นได้
แต่ช่วงนี้ชักจะถี่ขึ้นยังไงชอบกล

ทำเป็นวางหน้าจริงจังพูดว่า "ท่านพ่อ ลูกเชื่อในตัวท่านพ่อนะคะ"  แต่เอาเข้าจริงก็ไม่ได้เชื่อเลยซักกระผีกใช่ไหมล่ะ
พ่อผู้ไม่ได้รับความเชื่อถือจากน้องสาวถึงกับซึมจ๋อย
น้องมาขอร้องกับผมด้วยว่า "มีแต่ท่านพี่เท่านั้นที่พึ่งพาได้ กรุณาทำให้ท่านพ่อกลับตัวกลับใจด้วยเถอะค่ะ"

น้องเอ๋ย พ่อเรายืนฟังอยู่ข้างหลังนะ...
ดูเหมือนพ่อจะกลายเป็นตัวร้ายสุดติ่งในใจน้องสาวไปเสียแล้ว

ได้ยินเสียงพ่อพึมพำว่า "ช่วงต่อต้านหรือเปล่านะ...."
...น่าสงสารจริงๆ

แต่รู้สึกว่าช่วงนี้พฤติกรรมน้องสาวเริ่มเปลี่ยนแปลงไปในทางพิลึกๆ อีก

ถอนหายใจครั้งแล้วครั้งเล่า อยู่ดีๆ ก็กุมหน้าอกแล้วทำท่าขมขื่น
ป่วย !? อาการกำเริบ ?! พอลนลานวิ่งเข้าหาก็พูดอะไรแปลกๆ ว่า "นี่เป็นโรคสาวน้อยต่างหากละคะ"
ผมนึกว่าเป็นห่วงว่าไม่ได้ล้มป่วยไปจริงๆ น่ะหรือ แต่อาหารก็ยังกินได้กินดีอยู่ คงไม่เป็นไรละมั้ง
พ่อพยายามเอาใจน้องสาวด้วยการซื้อเค้กจากร้านปาติซิเย่ชื่อดังที่หาทานได้ยากและผลไม้ชั้นดีมาปรนเปรออยู่เรื่อยๆ  ส่วนน้องสาวก็ฟาดเอาๆ ไม่หยุด

สบายดีก็ดีแล้วละนะ

บางครั้งก็ตั้งหน้าตั้งตาเด็ดกลีบดอกไม้  เด็ดแล้วก็ถอนใจ เด็ดแล้วก็ถอนใจ
หลังจากเด็ดดอกไม้จนโล้นเลี่ยนไปหลายดอก สุดท้ายก็ถอนใจเฮือกใหญ่ทำคอตก
จากนั้นก็เก็บกวาดซากดอกไม้ที่ร่วงหล่นไปทั่วเงียบๆ
เก็บกดอะไรมาหรือเปล่านะเธอ


ที่แปลกที่สุดคือตอนน้องสาวกำลังทำการบ้านอยู่
ผมเห็นว่าคำตอบผิด หลังจากชี้ให้เห็นก็เลยจะช่วยลบคำตอบที่ผิดออกให้ จึงไปหยิบเอายางลบออกมาจากกระเป๋าดินสอของน้อง พอเห็นเข้าเธอก็กรี๊ดเสียงดังลั่น "อ๊าาาาาาาาา !" ทำหน้าราวกับโลกล่มสลาย
น้องสาวรีบแย่งเอายางลบไปจากมือผม จากนั้นก็ทำไหล่ลู่
ยางลบนั่นมันทำไมเรอะ

น้องสาวทิ้งคำปริศนาไว้ว่า "ท่านพี่ โหดร้ายที่สุดเลยค่ะ..." จากนั้นก็เก็บกวาดเอาการบ้านเดินออกจากห้องผมไป
ทำไมล่ะ ?
แล้วก็นะแม่น้องสาว การบ้านเธอมันยังผิดอยู่เลยนะ จะดีเรอะ


"นั่นคงเป็นการทำนายกลีบดอกไม้ละมั้ง"

ผมลองเล่าเรื่องน้องสาวให้อิมาริฟัง
ก่อนหน้านั้น ตอนอิมาริแวะมาที่บ้าน ดูเหมือนน้องจะปรึกษาอะไรกับหมอนี่อย่างจริงจัง
แม้จะถามว่าคุยกันเรื่องอะไร น้องก็ตอบเพียงว่า "ไม่มีอะไรหรอกค่ะ" ไม่ยอมแพร่งพราย
....พี่ไม่ตลกด้วยหรอกนะ


"ทำนายกลีบดอกไม้"
"ไม่รู้จักเหรอ ?  เห็นอยู่บ่อยๆ นะ ที่ทำนายว่ารักหรือชอบด้วยการเด็ดกลีบดอกไม้ไง สมัยเด็กๆ พวกผู้หญิงชอบเล่นกันไม่ใช่เหรอ"
"อ้อ เหมือนจะเคยได้ยินอยู่เหมือนกัน"

ว่าแต่ทำนายกลีบดอกไม้
มันทำนายเรื่องรักๆ ใคร่ๆ นี่ ?
รัก ?

"....อิมาริ น้องสาวฉันมาปรึกษาอะไรกับนาย"
"เอ๋ เปล่านะ ไม่มีอะไรมากหรอก"
"อิมาริ"
"เอ๋ แต่ฉันสัญญากับน้องสาวนายแล้วนา"
"อิมาริ"
"ทาคาเทรุเองก็มีอะไรที่คุณน้องสาวไม่รู้อีกตั้งเยอะแยะเลยนี่นา  อ็อก !"

เงียบซะเจ้าโง่

ผมต่อยผลัวะเข้าอีกหมัดหนึ่งเป็นการลงโทษ
อิมาริไอค่อกแค่กแต่ก็ยังไม่ยอมเปิดปาก

ผมถอนหายใจดังเฮือก

"ภรรยาศาสตราจารย์คุเมย์ คืนวันสังสรรค์ประจำภาค"
"เอื่อ ! นี่นายรู้เรื่องนั้นได้ไง !?"
"น้องสาวฉันคุยอะไรกับนาย"
"......ก็ตามที่คิดน่ะแหละครับ"

หืม

"อีกฝ่ายเป็นใคร"
"ไม่รู้หรอก ฉันพยายามตะล่อมถามแล้วนะ แต่น้องสาวนายไม่ยอมบอก อ๊ะ แต่เห็นพูดถึงโรมิโออะไรนี่แหละ"
"โรมิโอ ?"

นี่พูดถึงเรื่องคนเป็นๆ หรือเปล่าเนี่ย ?
หรือว่าจะเป็นคนรักในจินตนาการของน้อง ?  ถ้าเป็นน้องสาวคนนี้ก็ดูจะเป็นไปได้
น้องสาวอาจจะมีแฟนต่างแดนที่มีแต่ตัวเองเท่านั้นที่มองเห็นได้

"แล้วก็บอกว่าอยากเอาคุกกี้ทำเองให้เป็นของขวัญ ฉันก็เลยบอกว่าอย่าดีกว่า"
"คุกกี้ ?"

อ๊ะ ! นึกออกแล้ว !
ก่อนหน้านี้น้องสาวเคยเอาคุกกี้ทำเองให้ผมกับพ่อทาน
ส่วนแม่จะไม่ทานของหวานตอนกลางคืนเพราะห่วงเรื่องความงาม
คุกกี้อันนั้นไหม้เป็นจุดๆ จนขม แต่นอกจากนั้นแล้วก็หวานดี แสดงว่าฝีมือทำอาหารของน้องสาวน่าจะเริ่มเข้าใกล้คนปกติขึ้นทุกที

ในจานของพ่อมีคุกกี้ดำปี๋ยิ่งกว่าของผมเรียงรายอยู่
พ่อว่า "โอ้ คุกกี้ช็อคโกแลตชิพเหรอ" ทำให้น้องสาวอารมณ์บูด

พ่อครับ คุกกี้นั่นมันดำปี๋ก็จริงแต่ไม่ได้ใส่ช็อคโกแลตลงไปเลยซักนิดนะ เป็นคุกกี้เนยธรรมดาชัดๆ
พ่อไม่ว่าอะไร ได้แต่จิบชากลั้วคุกกี้ลงคอไป

"นั่นน่ะเรอะ"
"โอ้ นึกออกแล้วเรอะ"
"ก็นะ"

ใช้พี่เป็นหนูทดลองทำคุกกี้ให้คนที่ชอบเรอะ แม่น้องสาว
ของไหม้ๆ มันไม่ดีกับร่างกายนะ
รู้ซึ้งถึงความเศร้าของพ่อซะ

"แล้วจะเอาไงต่อ"
"ก็ไม่ไงนี่"
"อ้าว นึกว่าจะไปเป็นกขค.ซะอีก"
"ไม่หรอกน่า"

ก็แค่จะสืบดูเท่านั้นเองว่าอีกฝ่ายไม่ใช่คนแปลกๆ ที่ไหน
ถ้าเป็นคนที่คิดจะหลอกลวงคุณหนูบ้านคิโชวอินไปทำเรื่องไม่ดีก็คงแย่
ส่วนนอกเหนือจากนั้นจะยังไงก็ได้

"ก็นะ"

คิดดูดีๆ แล้ว ก็นึกภาพแม่น้องสาวจอมเอ๋อนั่นสมหวังในรักกับเขาไม่ออกเลยนี่นา
ยังไม่รู้ด้วยซ้ำว่าอีกฝ่ายเป็นคนมีเลือดเนื้อจริงหรือเปล่า
เห็นบอกว่าอยากไปสวนสัตว์ที่ฮอกไกโด งานเสร็จเมื่อไหร่แล้วจะพาไปก็แล้วกัน

แต่ว่านะ แม่น้องสาว ถ้าตกหลุมรักอยู่จริงๆ ก็น่าจะวางมือจากของฝากของพ่อบ้างนา
หน้าชักจะกลมขึ้นทุกทีแล้วนะ




NEKOPOST.NET