[นิยายแปล] นอบน้อมและหนักแน่น คือคติประจำใจในการใช้ชีวิตของฉันค่ะ! ตอนที่ 46 | Nekopost.net 
NEKOPOST
การแสดงผล

[นิยายแปล] นอบน้อมและหนักแน่น คือคติประจำใจในการใช้ชีวิตของฉันค่ะ!

Ch.46 - ตอนที่ 46


หลังเลิกเรียน พอเดินไปตามทางเพื่อไปห้องสโมสรของ Pivoine ก็เห็นว่าคาบุรากิกับเอ็นโจและพวกผู้หญิงที่ตามกระแซะเดินอยู่ตรงหน้า
คาบุรากิที่เคยเพิกเฉยพวกหล่อนโดยสิ้นเชิงตอนนี้ยังพอทักทายตอนกลับบ้าน ถึงจะทำแบบส่งๆ ขอไปทีก็เถอะ
เติบโตขึ้นจริงๆ ด้วยนะ
แต่ในการ์ตูนเขาให้ความรู้สึกว่าถึงจะรุนแรงไปบ้าง แต่ก็เป็นคนที่มีกำลังใจแข็งกล้ามากกว่าจะเอาใจตัวเองแบบลูกคุณหนู ในเวลาอีก 3 ปีนี้เขาจะเข้าใกล้จักรพรรดิคนนั้นในการ์ตูนได้ซักแค่ไหนกันนะ
 
เมื่อสองคนนั้นมาถึงหน้าสโมสรก็เดินเข้าห้องไป
โดยทั่วไปแล้วสโมสรห้ามนักเรียนที่ไม่ใช่สมาชิกเข้า พวกเด็กผู้หญิงที่ล้อมรอบอยู่จึงมาได้แค่ตรงหน้าประตู
พวกหล่อนอ้อยอิ่งอย่างเสียดมเสียดายอยู่ชั่วขณะ แต่สุดท้ายก็ยอมแพ้เดินกลับไปทางเดิน จึงได้สังเกตเห็นฉันที่เดินตามมาเข้า
ฉันไม่ได้สนิทกับพวกเธอ จึงเดินผ่านไปเฉยๆ เพื่อเข้าห้องสโมสร
 
อ๊ะ โดนจ้องหน้าด้วยล่ะ
 
เด็กผู้หญิงคนหนึ่งจ้องหน้าฉันเขม็งตอนเดินผ่านไป
ตกใจหมดเลย
 
จะพูดเองก็กระไรอยู่ แต่ไม่นึกเลยว่าจะมีเด็กผู้หญิงที่กล้าจ้องหน้าฉันที่เป็นสมาชิกของ Pivoine ตรงๆ แบบนั้น
Pivoine เป็นชนชั้นอภิสิทธิ์ภายในโรงเรียน ไม่ค่อยมีใครกล้ามาหาเรื่องตรงๆ จะมีก็แค่คนของสภานักเรียนละมั้ง
ในกลุ่มก็ไม่ค่อยปรองดองกันอยู่แต่แรกแล้ว จะกล้ามาประกาศสงครามตรงๆ แล้วหรือไงนะ  
อืม ไม่คิดอยากสนิทสนมกับพวกเด็กสะดุดตาแบบนั้นด้วย แต่ก็ไม่อยากให้เกิดเรื่องวุ่นวายขึ้นนี่น้า
 
 
ฉันนั่งจิบชาขณะครุ่นคิดถึงเหตุการณ์เมื่อครู่อย่างเหม่อลอย ก่อนที่ท่านไอระและท่านยูริเอะจะมาทักฉัน
 

"สอบครั้งที่ผ่านมาคุณเรย์กะทำคะแนนได้ดีมากเลยนี่ ยินดีด้วยนะ"
"เรย์กะจังตั้งใจเรียนอยู่ที่ห้องเรียนภาษาอังกฤษด้วยนี่นา"

หวา องค์หญิงกับท่านอัศวินทรงเสด็จมาพร้อมกัน เจิดจ้าจังเลย !

"ขอบคุณค่ะ แต่แค่บังเอิญน่ะค่ะ"

ท่านไอริกรุณาให้ความสนิทสนมกับฉันก็จริง แต่น่าเสียดายที่ฉันไม่สนิทกับท่านยูริเอะขนาดนั้น
แต่ก็เป็นเพราะหมอนั่นคอยประกบอยู่ข้างๆ ตลอดอ่ะนะ...

"ยูริเอะ"

อึ๋ย ! ออกมาแล้วไหมล่ะ

คาบุรากิไล่ตามท่านยูริเอะมาทันทีตามคาด
เอ็นโจก็ด้วย
ฉันอยากสนิทสนมกับท่านยูริเอะผู้น่าหลงใหล แต่คาบุรากิคอยตามแจจนฉันเข้าใกล้ไม่ได้เลย
นี่ฉันยังคุยกับท่านยูริเอะค้างอยู่เลยนะยะ !

กูเหมือนท่านไอระจะมองออกว่าฉันไม่ค่อยชอบหน้าคาบุรากิ จึงมองฉันด้วยใบหน้าเป็นกังวล
ทำให้ท่านไอระต้องเป็นห่วงเสียแล้ว ไม่ไหวเลย
ตรงนี้ต้องตอบสนองอย่างไม่เป็นพิษไม่เป็นภัย...

"จริงด้วย นึกออกแล้ว คุณเรย์กะ ตอนไปทัศนศึกษาโดยกวางจู่โจมจนแย่ไปเลยใช่ไหม เห็นรูปแล้วตกใจเลยล่ะ กลัวมากไหม ?"

...ท่านยูริเอะ ทำไมมานึกเรื่องพรรค์นั้นออกในเวลาแบบนี้ละคะ
ผู้ชายที่แอบชอบคุณอยู่ข้างๆ ชั่วนาตาปีกลั้นหัวเราะจะแย่อยู่แล้วนะคะ

."...ค่ะ แหม แต่ก็ไม่ได้รับบาดเจ็บอะไรหรอกค่ะ สบายมากเลย"

ไอ้หมอนั่น หัวเราะอีกแล้ว
แค้นจริงๆ ต้องเอาคืนให้ได้ซักดอก !

"จะว่าไป เพิ่งได้ฟังจากเพื่อนมา เห็นว่าชื่อของจักรพรรดิระบือไกลไปถึงยูริมิยะแล้วนะคะ"

คาบุรากิทำหน้าเหวอ
เฮะเฮะเฮะ

"อ้าว คงดับไฟไม่ทันแล้วล่ะนะ มาซายะ"

ท่านยูริเอะหัวเราะอย่างรื่นเริง

"...ไม่ต้องแล้ว พอที ยอมแพ้แล้ว"

คาบุรากิถอนใจ
อ้าว ?

"ฉันไม่ได้พูดเองเสียหน่อย ยังไงก็ยังพอกลบเกลื่อนไปได้ ดีกว่านโปเลียนล่ะน่า..."

ถึงจะพูดแบบนั้น แต่ก็ทำหน้าเอือมอย่างเห็นได้ชัด

"นั่นสิเนอะ ถ้าโดนร้องทักว่า "อ๊ะ นโปเลียนล่ะ !" ที่กลางเมืองล่ะคงอายขายขี้หน้าสุดๆ แต่โดนทักว่า "จักรพรรดิ" กลางเมืองก็ไม่ไหวเหมือนกันนะ สงสัยฉันต้องเผลอเดินห่างๆ มาซายะทำตัวเป็นคนอื่นด้วยแน่ๆ"

"ชูสุเกะ นี่นาย..."

แม้จะโดนคาบุรากิจ้องด้วยแววตากินเลือดกินเนื้อ แต่เอ็นโจก็หัวเราะฮะฮะสีหน้าสบายอกสบายใจ

"มาซายะจะโดนเรียกว่าจักรพรรดิไปถึงเมื่อไหร่ก็ไม่รู้ แต่คุณคิโชวอินไม่ถูกเรียกว่า "แม่สาวกวาง" ซักหน่อย ยังดีกว่าเยอะนะ"

ไม่ได้ช่วยเลยนะ
แต่เดี๋ยวสิ ไม่ได้คิดจะช่วยแต่แรกแล้วใช่ไหม เห็นนะว่าทำตาขำๆ อยู่
แม่สาวกวางนี่มันอะไรกันฮะ สะเทือนใจยิ่งกว่าหัวสว่านอีกนะ ถ้าโดนล้อด้วยชื่อแบบนั้นมีหวังปล่อยโฮแน่ๆ

"ซักวันฉันจะตั้งชื่อเล่นแปลกๆ ให้นายบ้าง"

คาบุรากิพูดอย่างแค้นเคือง
พูดแบบนั้นมันจะไปเจ็บแสบอะไรเล่า คาบุรากิ
เอ็นโจยิ่งขำหนักเข้าไปใหญ่
อ๋า แต่ฉันก็อยากหาจุดอ่อนของเอ็นโจให้เจอเหมือนกันนะ
หาให้เจอแล้วก็โรยเกลือทาถูๆ
ลอยตัวอยู่คนเดียว ขี้โกงชมัด
ใครเป็นแม่สาวกวางกันยะ

ขณะที่กำลังเป็นเดือดเป็นแค้นอยู่ ก็เผลอสบตาเข้ากับคาบุรากิพอดี
จ้องมองฉันเขม็งอยู่พักหนึ่ง คาบุรากิก็ส่ายศีรษะน้อยๆ
หือ ? ตะกี้มันอะไรกันยะ ?
ทำไมต้องมองฉันด้วยสายตาแบบเวทนานังเด็กไม่ได้เรื่องด้วย
บอกไว้ก่อนนะ พูดถึงระดับความไม่ได้เรื่องแล้ว นายกับฉันก็พอๆ กันน่ะแหละย่ะ !

"จะว่าไป เมื่อกี้รุ่นพี่โอคิชิมะกับประธานสภานักเรียนมีเรื่องกันอยู่ด้วยล่ะ"
"อ้าว คราวนี้อะไรอีกล่ะ"
"เอ สองคนนั้นก็ทะเลาะกันเรื่อยแหละ"

ฉันโล่งใจที่หัวข้อคุยห่างไกลจากเรื่องกวางมาได้ แต่ว่า...

"Pivoine กับสภานักเรียนไม่ถูกกันขนาดนั้นเลยเหรอคะ"

รุ่นพี่โอคิชิมะคือประธาน Pivoine คนปัจจุบัน
ถ้าท่านผู้นั้นกับประธานสภานักเรียนมีเรื่องกันบ่อยๆ สงสัยจะอาการหนัก

 
"อื๋อ ไม่ใช่อย่างนั้นหรอก แน่นอนว่าไม่ได้สนิทกัน แต่สองคนนั้นเป็นกรณีพิเศษ ไม่ถูกกันเป็นการส่วนตัวแต่ไหนแต่ไรแล้วล่ะ พอสองคนนั้นขึ้นเป็นประธานสโมสรกับประธานสภานักเรียน ตอนนี้ก็เลยยิ่งมีเรื่องปะทะกันมากเข้าไปใหญ่ ความสัมพันธ์ระหว่าง Pivoine กับสภานักเรียนขึ้นอยู่กับว่าสภานักเรียนในยุคนั้นจะเป็นคนหัวอ่อนหรือหัวแข็งน่ะ"
 
หืมม์
 
 
สถานักเรียนในระดับมัธยมต้นไม่มีเคยมีเรื่องกับ Pivoine ฉันก็เลยไม่ได้สนใจเท่าไหร่
แต่สภานักเรียนระดับมัธยมปลายปีนี้เป็นพวกชอบหาเรื่องเหรอเนี่ย ท่าจะแย่แฮะ
 
"แต่ว่าประธานสภานักเรียนคนนี้ก็เป็นคนที่อุทิศตนเพื่อโรงเรียน ไม่ใช่คนไม่ดีหรอกนะ ถ้าทำตัวตามปกติก็ไม่ต้องกลัวจะถูกตำหนิหรอก ก่อนหน้านี้ฉันก็เคยเขาโดยบังเอิญในห้องดนตรี เขาอุตส่าห์เปิดประตูให้ด้วยนะ ถึงพวกประธานจะเป็นฟืนเป็นไฟกัน พวกเราก็ไม่จำเป็นต้องไปมีเรื่องด้วยนี่นา"
 
นั่นเป็นเพราะว่าเป็นท่านยูริเอะผู้งดงามมากกว่าละมั้งคะ
ผู้ชายที่แอบชอบท่านอยู่ข้างเดียวคนนั้นคิ้วกระตุกแล้วนะคะ
 
"ถ้ารุ่นพี่โอคิชิมะได้ยินเมื่อกี้เข้าล่ะแย่แน่"
 
อื๋ออื๋ออื๋อ ?
หรือว่ารุ่นพี่โอคิชิมะก็จะชอบท่านยูริเอะเหมือนกัน ?!
โอ้ ผู้ชายที่แอบชอบข้างเดียวคนนั้นทำปากเบ้แล้วค่า
 
แต่สภานักเรียนเหรอ จะเป็นคนแบบไหนกันบ้างนะ
ชักสงสัยแล้วสิ
 
แล้วนี่ฉันเผลอไปทำตัวสนิทสนมกับคาบุรากิทำไมกันนะ... 
 
 



NEKOPOST.NET