[นิยายแปล] นอบน้อมและหนักแน่น คือคติประจำใจในการใช้ชีวิตของฉันค่ะ! ตอนที่ 43 | Nekopost.net 
NEKOPOST
การแสดงผล

[นิยายแปล] นอบน้อมและหนักแน่น คือคติประจำใจในการใช้ชีวิตของฉันค่ะ!

Ch.43 - ตอนที่ 43


 

 

ฉันเข้าเรียนในชั้นมัธยมต้นโรงเรียนซุยรันกะคุอิน

แจ็คเก็ตเครื่องแบบเปลี่ยนจากสีกรมท่าเป็นสีขาว น่ารักจังเลย ริบบิ้นลายขวางขลิบริมชุดก็ยิ่งช่วยขับเน้นความน่ารักนั้น แค่ชุดเครื่องแบบเปลี่ยนไปได้ไม่ถึงเดือน กลับทำให้ดูเป็นสาวเต็มตัวขึ้นมาได้ น่าประหลาดจัง


เมื่อเข้าสู่ระดับชั้นมัธยมต้น ก็จะมีนักเรียนกลุ่มสอบเข้าจากภายนอกเพิ่มเข้ามาประมาณสามส่วน
นักเรียนกลุ่มสอบเข้าเหล่านี้ผ่านการสอบอันยากเย็นแสนเซ็ญเข้าซุยรันมาได้ จึงย่อมหัวดีเป็นธรรมดา

โดยทั่วไปแล้ว ที่ซุยรันนั้นถ้าไม่มีปัญหาหนักหนาแล้ว ทุกคนก็จะเลื่อนชั้นยกแผงโดยอัตโนมัติ จึงมีเสียงเล่าลือว่าเด็กกลุ่มลูกหม้อหัวดีน้อยกว่าเด็กกลุ่มสอบเข้า 

พอเข้าชั้นมัธยมปลาย ก็จะยิ่งมีกลุ่มหัวกะทิจากภายนอกสอบเข้ามา พอมาถึงตรงนี้ ยกเว้นคนกลุ่มหนึ่งแล้ว กลุ่มลูกหม้อที่เลื่อนขั้นจากชั้นประถมก็จะดูซื่อบื้อที่สุด

แต่ดูพวกเขาก็ดูจะไม่ได้เดือดร้อนอะไรเป็นพิเศษ คงไม่เป็นไรล่ะมั้ง ยังไงก็ผ่านมาตรฐานสังคมระดับหนึ่งล่ะนะ
ทว่าทางโรงเรียนนั้น ถ้าจะปล่อยให้โรงเรียนซุยรันอันมีขนบธรรมเนียมความเป็นมายาวนานกลายเป็นแหล่งสุมหัวของพวกเด็กไม่เอาถ่านก็จะดูไม่ดี จึงต้องรวบรวมเด็กหัวดีจากภายนอกเข้ามาเยอะๆ

ซุยรันมีชื่อเสียงโด่งดัง อาคารเรียนเลิศหรูและเนื้อหาเข้มงวดอยู่แล้ว พวกนักเรียนหัวดีจึงมาชุมนุมกันอย่างง่ายดาย

ในระดับมัธยมปลาย เด็กนักเรียนที่มีผลการเรียนดีเลิศจะได้รับการยกเว้นค่าเล่าเรียนในฐานะนักเรียนพิเศษ และจะมีนักเรียนส่วนหนึ่งที่ได้รับทุนการศึกษาแบบให้เปล่าโดยมีเงื่อนไขว่าต้องทำคะแนนได้เป็นอันดับท็อปในการสอบแข่งขันทั่วประเทศ

ก็ใช้เงินซื้ออันดับดีๆ เพื่อรักษาหน้าตาของโรงเรียนล่ะนะ

ตัวเอกเรื่อง Kimi dolce (you are my dolce) ก็เข้าเรียนที่ซุยรันด้วยระบบนักเรียนพิเศษนี้

เธอเข้าเรียนที่ซุยรันเพราะได้รับยกเว้นค่าเล่าเรียนเพื่อช่วยเหลือทางบ้าน มิหนำซ้ำถ้าพยายามให้มากเข้าอาจจะทุนการศึกษาด้วย แต่ก็ต้องเจอคัลเจอร์ช็อคอย่างรุนแรงเมื่อเจอความตายด้านทางการเงินในสังคมโรงเรียน

ก็คงงั้นล่ะ  มันผิดกับโรงเรียนที่ผ่านๆ มาคนละระดับกันเลยนี่นะ

ความรู้สึกนั้น ฉันก็ได้ลิ้มรสมาแล้วเมื่อเข้าเรียนชั้นประถมจึงเข้าใจดี อะไรเนี่ย ผิดกับโรงเรียนประถมที่ฉันรู้จักเลยนี่ ! อ้าแสดค้างจนหุบไม่ลงเลยล่ะ

เดี๋ยวก็ชินไปเองล่ะ ฉันก็หวังว่าตัวเอกที่จะเข้าเรียนชั้นมัธยมปลายมาในอีก 3 ปีให้หลังจะพยายามเข้านะ 

สิ่งที่ชั้นมัธยมปลายแตกต่างจากชั้นประถมและมัธยมต้นมากที่สุดก็คือการมีสภานักเรียน
สภานักเรียนประกอบด้วยเหล่านักเรียนชั้นเลิศในโรงเรียน เป็นองค์กรที่เน้นความสามารถจริง

แต่ Pivoine ไม่สนใจความสามารถของเจ้าตัว หากดูกันที่สายเลือดชั้นสูง ต้องเป็นเด็กที่มีตระกูลเก่าแก่ มีทรัพย์สินมหาศาล และมีเงื่อนไขว่าต้องเป็นเด็กซุยรันสายเลือดแท้ที่เข้าเรียนตั้งแต่ชั้นประถมเท่านั้น

Pivoine มองว่าพวกตนคือตัวแทนของซุยรัน คนนอกอย่างสภานักเรียนมาทำกร่างเกะกะสายตาจะแย่ ส่วนสภานักเรียนก็เห็นว่า Pivoine ไม่ได้ใช้ความสามารถส่วนบุคคล หากแต่ได้รับสิทธิพิเศษเหนือใคร เป็นเนื้อร้ายของโรงเรียน

Pivoine สายเลือดแท้และสภานักเรียนมากความสามารถ แม้จะไม่เคยขัดแย้งกันซึ่งหน้า แต่ไม่ลงรอยกันอย่างเห็นได้ชัดในช่วงหลายปีที่ผ่านมา 

ไม่รู้ว่าสภานักเรียนตอนนี้เป็นยังไงบ้าง แต่ก็หวังจะผ่านไปได้โดยไม่มีเรื่องอะไรรุนแรงล่ะนะ

Pivoine ของชั้นมัธยมต้นและปลายเป็นสมาคมเดียวกัน ส่วน Petite ของชั้นประถมนั้นเหมือนตัวแถม ทางนี้ต่างหากของจริง

เมื่อเปิดประตูซาลอนออก ก็จะพบเครื่องเรือนชื่อดังเส้นสายอ่อนช้อย ประดับด้วยดอกกล้วยไม้จำนวนมากและดอกไม้สดประจำฤดูกาล ริมหน้าต่างมีแกรนด์เปียโนวางไว้
ฉันโปรดปรานโซฟาอานูโวต์แบบนั่งคนเดียวที่มีโคมไฟน่ารักติดอยู่ เวลาอยู่ในซาลอนจึงมักจะนั่งตรงนั้นเป็นประจำ

ดีจังเลยนะ โคมไฟนี่ อยากได้มาไว้ที่ห้องบ้างจัง


ภายในซาลอนรวมระดับชั้นมัธยม แน่นอนว่าจึงมีท่านยูริเอะอยู่ด้วย จักรพรรดิดูท่าทางมีความสุขมากที่ได้ใช้เวลาในโรงเรียนร่วมกับท่านยูริเอะอีกครั้งหลังห่างหายไปนาน

เจ้าตัวพยายามปิดบังอยู่ แต่เผลอยิ้มมุมปากตลอด มองออกง่ายจะตาย

ระยะนี้เขาคุมสัญชาติญาณสตอล์กเกอร์ไว้ได้ อาจเป็นผลพวงจากการอบรมของท่านยูริเอะ จึงเริ่มใส่ใจคนอื่นได้บ้างแล้ว มนุษย์เรานี่เติบโตได้จริงๆ ด้วย
จักรพรรดิน่ะแค่ขอให้ท่านยูริเอะอยู่ซักคนก็อารมณ์ดีแล้ว คงใช้ชีวิตสบายๆ ไปได้อีกซักสองปี ดีจังดีจัง

"คุณเรย์กะ ชินกับชั้นมัธยมต้นหรือยังคะ"

ท่านไอริเดินถือขนมมาหาฉัน
ขนมวันนี้คือ Sacher torte (เค้กช็อคโกแลตไส้แยมแอปริคอต) ช็อคโกแล็ตที่ไหลเยิ้มจนท่วมส่งแสงเป็นประกาย  

"ค่ะ เปลี่ยนจากอาหารถาดมาเป็นห้องอาหารก็แปลกใหม่ดีนะคะ"

ตั้งแต่ชั้นมัธยมต้นไปจะสามารถเลือกระหว่างห้องอาหารโรงเรียนและเอาข้าวกล่องมาเอง อาหารโรงเรียนก็คือภัตตาคารชั้นสูง แทบทุกเมนูราคาสองพันเยนขึ้นไป ราคาค่อนข้างโหดร้ายกับสามัญชน แต่ก็อร่อยดีนะ

ฉันแอบตั้งเป้าหมายพิชิตทุกเมนูไว้ในใจ ตอนนึ้จึงถือเป็นกลุ่มอาหารโรงเรียน

ในห้องอาหารนี้มีที่นั่งพิเศษสำหรับ Pivoine โดยเฉพาะ เป็นที่รับแสงสว่างริมหน้าต่าง
จะว่าไป ก็มีตอนที่ตัวเอกของ Kimi Dolce เคยจะนั่งลงบนที่นั่งเฉพาะของ Pivoine ในห้องอาหารโดยไม่รู้อิโหน่อิเหน่ จนต้องเจ็บตัวไม่เข้าเรือง

อื้อ พยายามเข้านะ ตัวเอก แต่คนที่หัวฟัดหัวเหวี่ยงที่สุดว่า "เป็นแค่สามัญชนแท้ๆ ไม่รู้จักเจียมตัวซะบ้าง !" ก็คือคิโชวอิน เรย์กะนี่ล่ะนะ

"เข้ากับนักเรียนข้างนอกได้ดีหรือเปล่าคะ"
"นั่นสินะคะ เหมือนจะยังมีกำแพงกั้นกับนักเรียนข้างในอยู่นะค่ะ"
"แหม ก็คงอย่างงั้นล่ะมั้งคะ"

นักเรียนข้างนอกมีประมาณสิบกว่าคนต่อหนึ่งห้อง ผิดกับนักเรียนพิเศษที่เข้ามาในชั้นมัธยมปลาย พวกนักเรียนนอกของมัธยมต้นมีแต่เด็กบ้านรวยพอจะจ่ายค่าเล่าเรียนสูงลิบของซุยรันและเงินบริจาคได้ เซนส์เรื่องเงินๆ ทองๆ เลยไม่หนีกันเท่าไหร่นัก

อีกไม่นานคงก็สนิทกันไปเองล่ะมั้ง คิดว่านะ

ยังคิดอยู่ว่าจะเข้าชมรมดีหรือเปล่า ไม่มีอะไรอยากทำเป็นพิเศษด้วย 
ท่านพี่แนะนำว่าลองเข้าชมรมทำอาหารดูสิ แต่ก็วันเข้าชมรมก็ทับกับวันเรียนพิเศษนี่นา
แล้วยังต้องมีเรียนพิเศษที่โรงเรียนกับติวกับอาจารย์คารินอีก เข้าชั้นมัธยมต้นได้ไม่นานก็ต้องเจอสอบแรกแล้ว ตอนนี้กำลังลำบากอยู่เลย
ช่วงนี้ฉันได้รับคำชมว่า "สมเป็นท่านเรย์กะ" อยู่บ่อยครั้ง จึงต้องตะเกียกตะกายเต็มที่ไม่ให้พลาดพลั้ง

เลขไงล่ะ วิชาเลขทำให้ฉันต้องขมขื่น

ฉันจำคำว่า "สมการ" ได้ แต่ลืมเนื้อหาไปสนิท จำได้ลางๆ แค่ว่ามี x กับ y ออกมา แล้วไงต่อนะ ความจำฉันนี่ยังไงนะ 
เคยเรียนมาแล้วในชาติก่อนจริงน่ะเหรอ คงจะเคยล่ะมั้ง ก็หลักสูตรภาคบังคับนี่นา
ฉันสัมผัสได้ถึงอันตรายที่มาถึงตัว เมื่อช่วงปิดเทอมฤดูใบไม้ผลิจึงให้อาจารย์คารินติวให้จนพอจะเข้าหัวบ้าง

ฉันไม่หวังพึ่งตัวเองในชาติก่อนในด้านการเรียนแล้ว เรื่องแค่นี้่น่าจะรู้ตั้งแต่ตอนอยู่ชั้นประถมแล้วนะ แต่ก็ยังเผลอตัวหวังพึ่งไปแวบหนึ่ง ปาฎิหารย์ไม่มีจริง

เริ่มกันใหม่จากศูนย์ก็แล้วกัน...




NEKOPOST.NET