[นิยายแปล] นอบน้อมและหนักแน่น คือคติประจำใจในการใช้ชีวิตของฉันค่ะ! ตอนที่ 40 | Nekopost.net 
NEKOPOST
การแสดงผล

[นิยายแปล] นอบน้อมและหนักแน่น คือคติประจำใจในการใช้ชีวิตของฉันค่ะ!

Ch.40 - ตอนที่ 40



(สวัสดีครับ เนื่องจากโปรเจคต์นี้ถูกทอดทิ้งไปเกินสามเดือน ผมเลยขออนุญาตเก็บมาทำต่อนะครับ เป็นการแปลโดยตรงจากภาษาญี่ปุ่น อาจจะให้รสชาติที่แตกต่างไปจากของเดิมบ้าง แต่จะพยายามรักษารูปแบบเดิมไว้ให้มากที่สุด จะพยายามลงให้ 1-2 ครั้งต่อสัปดาห์นะครับ ยังเป็นมือใหม่ด้านการแปล อ่านแล้ววิจารณ์ได้นะครับผม : ริวโฮ ผู้แปล)
 
เข้าสู่กลางฤดูใบไม้ร่วง เริ่มการคัดเลือกรูปถ่ายสำหรับจัดทำอัลบั้มจบการศึกษา


ฉันไม่ใช่คณะกรรมการจัดทำอัลบั้มจบการศึกษา แต่ก็พยายามให้ความร่วมมือกับพวกเด็กคณะกรรมการเท่าที่ทำได้

คิดว่าคงปลอดภัย แต่หากภาพถ่ายเหลือรับตอนเกิดคดีกวางกลุ้มรุมนั้นปะปนเข้าไป จะกลายเป็นความอับอายชั่วชีวิตของฉัน 

ในตอนนี้ยังไม่มีภาพประหลาดเกี่ยวกับตัวฉันโผล่ออกมา แต่จะประมาทไม่ได้

ภาพถ่ายที่จะนำมาลงในอัลบั้มจบการศึกษามีทั้งภาพพิธีการที่ถ่ายโดยตากล้องประจำโรงเรียน คณะกรรมการจัดทำอัลบั้มเป็นคนถ่าย และคัดเลือกจากภาพถ่ายที่เหล่านักเรียนส่งมาให้ลง 

แหม ก็รู้กันชัดๆ อยู่แล้ว แต่ภาพนักเรียนก็มีความเหลื่อมล้ำกันล่ะนะ

ภาพถ่ายที่พวกนักเรียนส่งมาส่วนมากมีแต่คาบุรากิกับเอ็นโจเป็นหลัก ส่วนผู้ส่งก็ปรากฎอยู่ในภาพด้วย คงอยากให้ลงเป็นที่ระลึก 

ถ้าลงหมดนี่คงกลายเป็นอัลบั้มรวมภาพของสองคนนี้ เลยลงตะกร้าไปเกือบหมด

มีภาพถ่ายพวกนักเรียนที่โดดเด่นเยอะแยะ แต่รูปภาพของนักเรียนที่เรียบร้อยดาษดื่นมักจะถูกมองข้าม จึงต้องเช็คให้ดี

เมื่ออัลบั้มจบการศึกษาสำเร็จเรียบร้อยและได้เปิดดูแล้วกลายเป็นว่า "ไม่มีภาพผม (ฉัน) อยู่เลยซักภาพ..." คงทำร้ายจิตใจกันน่าดู ฝ่ายผู้ปกครองที่่ตั้งหน้าตั้งตารอก็จะพลอยเสียใจไปด้วย

ด้วยเหตุนี้ จึงต้องเทียบรูปถ่ายกับรายชื่อนักเรียนอย่างระมัดระวัง

"ได้ท่านเรย์กะมาช่วยนี่สบายขึ้นเยอะเลยล่ะค่ะ"

คนที่พูดอย่างยิ้มแย้มเช่นนั้นให้ฉันคือฮนดะ มิฮารุจัง อยู่ห้องเดียวกัน

แม้เราจะอยู่คนละกลุ่ม แต่เธอเป็นเด็กขยันขันแข็ง ปีที่แล้วก็ทำหน้าที่เป็นรองประธานนักเรียนประจำระดับชั้นด้วย 

"เช็คว่านักเรียนทุกคนอยู่กันครบหรือเปล่าในรูปถ่ายอื่นๆ นอกจากรูปรวมแล้วนี่เหนื่อยเหมือนกันนะคะ"
"นั่นสิ ถ้าเผลอก็มองข้ามไปได้เลยนะคะ"

เด็กเรียบร้อยมักจะไม่เสนอตัวส่งรูปถ่ายของตัวเองมาให้ บางครั้งจึงไม่มีรูปถ่ายแม้แต่ภาพเดียวจริงๆ 
ในกรณีเช่นนั้น คณะกรรมการฯ จะเป็นผู้ถ่ายทิวทัศน์ระหว่างอาหารกลางวันให้ ถ้าเป็นไปได้ก็ไม่ใช่รูปเดี่ยว แต่เป็นรูปที่กำลังสนุกสนานกับเพื่อนฝูง

อาจารย์ผู้รับผิดชอบการจัดทำอัลบั้มรูปจบการศึกษาก็มาช่วยเช็คด้วย คิดว่าคงไม่เป็นไรหรอก
ไหนๆ ก็ไหนๆ ภาพที่ติดรูปของฉันขอเลือกที่น่ารักๆ ไว้ก่อนก็แล้วกัน

ฉันก็ลงแรงช่วยด้วย เท่านี้คงไม่เป็นไรหรอกนะ

"นี่ภาพตอน Petite Pivoine สินะคะ"

ที่ถูกหยิบมาให้ดูคือภาพที่ตากล้องมาถ่ายที่ห้องสโมสรวันก่อน

ทุกปี  Pivoine จะได้ลงรูปถ่ายรวมในกรอบพิเศษของอัลบั้มจบการศึกษา ถึงอย่างไรก็ยังเป็นหน้าเป็นตาของโรงเรียน

รูปถ่ายนั้นเป็นรูปจักรพรรดินั่งตรงกลางโซฟาโดยมีเอ็นโจนั่งติดกัน สมาชิกคนอื่นๆ ล้อมรอบ ที่ข้างกรอบทั้งสองมีดอกโบตั๋นแดงตามชื่อสมาคมประดับอยู่

แต่ปัญหาก็คือฉันดันไปนั่งอยู่ข้างๆ จักรพรรดิ 

คนที่อยากนั่งข้างๆ จักรพรรดิคงมีอีกเยอะแยะ ทำไมต้องเป็นฉันด้วย
แต่รอบข้างพากันเชื้อเชิญว่า "ท่านเรย์กะ เชิญเลยค่ะ" โดยไม่เปิดโอกาสให้ปฎิเสธ ฉันจึงบอกปัดไปไม่ได้


ถ้าทำท่ารังเกียจโจ่งแจ้ง จักพรรดิก็อารมณ์เสียอีก
พอคิดว่า..อย่างน้อยก็ขอนั่งข้างเอ็นโจ ก็โดนเอ็นโจคนนั้นปฎิเสธด้วยรอยยิ้มเสียอีก ...โหดร้าย
นี่เป็นรูปที่มีที่มาอย่างนั้นแหละ

"นี่น่ะเหรอคะ ห้องสโมสรของ Pivoine วิเศษจัง น่าหลงใหลจังเลย.."

บรรดาคณะกรรมการอัลบั้มว่าเช่นนั้นแล้วก็พากันจ้องรูปถ่ายอย่างเคลิบเคลิ้ม

อื้อ ก็เป็นห้องที่หรูหราอย่างเสียเปล่าจริงนั่นแหละ ดอกโบตั๋น "สัญลักษณ์แห่งราชันย์" ก็ช่วยขับเน้นความตระการตาด้วย

แม้ในหมู่อาคารเรียนของซุยรันที่เปี่ยมด้วยความเซเล็บ Pivoine ก็ยังเหนือกว่าอีกชั้นหนึ่ง นักเรียนทั่วไปก็ไม่มีสิทธิเข้าใช้ด้วย
แต่ความเป็นจริงก็แค่ดื่มน้ำชากินขนมปล่อยตัวตามสบายแค่นั้นเอง อื๋อ นั่นแค่ฉันคนเดียวเหรอ

"ว่าแต่ รีบเลือกรูปอื่นๆ กันเถอะค่ะ"

ฉันส่งเสียงทักพวกคณะกรรมการอัลบั้มคนอื่นๆ ที่ทำท่าจะออกนอกเรื่องกลับมาทำงานอีกครั้ง

โอ๊ะ รูปอาคิสะวะคุงตอนวิ่งผลัดนี่นา คุณฟุคิโอกะ จะมีรูปนี้หรือยังนะ ถ้าเล่าให้ฟังต้องขอให้ไปเอามาแหงๆ

รูปคาบุรากิตอนแข่งขี่ม้าเข้าเมืองก็ต้องลงแน่ๆ ถ้าไม่ลงคงโดนโห่ขนาดหนักแน่นอน
งานแช่งกีฬาปีนี้ แข่งขี่ม้าเข้าเมืองนี่ถือเป็นการโชว์เทพของพระจักรพรรดิกับม้าเลย ดูเหมือนจะไปแอบซ้อมกันอยู่ลับๆ ทำหน้านิ่งๆ ความจริงก็เกลียดการพ่ายแพ้สินะ

จักรพรรดิที่โชว์ควราแข็งแกร่งเหนือชั้นสองปีติดกันจนกลายเป็นตำนาน อุหุหุ

คัดเลือกรูปถ่ายจำนวนมากก็ลำบากเอาเรื่อง แต่ก็ได้เห็นด้านที่เกินคาดของเด็กที่อยู่กันคนละกลุ่ม สนุกดีเหมือนกัน

เพราะเป็นรูปถ่ายตั้งแต่สมัยป.1 เด็กที่หน้าเปลี่ยนไปเป็นคนละคนก็มีอยู่ ระยะเวลา 6 ปีทำให้เด็กเติบโตขึ้นจนน่าตกใจเลยทีเดียวล่ะ

ส่วนฉันเป็นยายโรโคโค่จอมปลอมมาตั้งแต่ป.1 อยากเปลี่ยนอิมเมจเต็มทีแล้ว...

พักนี้ชักจะได้สบตากับหัวหน้าห้องบ่อยๆ
เขามองมา พอสบตากันปุ๊บก็จะเบนสายตาออกไป
คิดอยากจะถามว่ามีธุระอะไรหรือเปล่าตั้งหลายหน แต่ก็ถูกเขาทำหน้าแดงใส่ทุกที
เมื่อกี้ตอนอาหารกลางวันก็สบตากัน

มีอะไรกันนะ

"ท่านเรย์กะ มีอะไรหรือคะ"
คุณฮนดะที่ดูรูปถ่ายอยู่ด้วยกันร้องถาม

"เปล่าค่ะ ไม่มีอะไรหรอกค่ะ"

ฉันตอบด้วยรอยยิ้ม
แหม คิดไปเองล่ะมั้ง

"..ฉันไม่เคยคิดเลยล่ะค่ะว่าวันที่ได้พูดคุยกับท่านเรย์กะอย่างสนิทสนมแบบนี้จะมาถึง ดีใจยังไงก็ไม่รู้"

ว่าแล้วคุณฮนดะก็ยิ้มเขินๆ
หวา น่ารักจัง!

คุณฮนดะเป็นเด็กขยันขันแข็งแบบกรรมการนักเรียน ผิดกับกลุ่มของฉัน นอกจากหัวข้อแจ้งข่าวแล้วเราจึงไม่ค่อยได้คุยอะไรกัน

แต่เด็กคนนี้มีความรักแบบเดียวกับอาโออิจัง 
ต้องเป็นเด็กดีแน่ๆ อยากเป็นเพื่อนด้วยจังเลย

"ฉันก็ดีใจที่ได้เป็นเพื่อนกับคุณมิฮารุนะคะ"

ตั้งแต่ทัศนศึกษาเป็นต้นมา ฉันก็ดำเนินกลยุทธ์ยัดเยียดความเป็นเพื่อนใส่ใครๆ ใครบอกก่อนชนะ

แต่ก็แอบใจเต้นอยู่นะ...ว่าถ้าเขาแอบไปคุยกันว่า "ไม่ได้เห็นเป็นด้วยซักหน่อย คิดเองเออเองชะมัดเลย" จะทำยังไงดี...

"เอ๋ เพื่อนเหรอคะ!? อ๊ะ ฉันก็ดีใจค่ะ"

อุฮุฮุ ได้เพื่อนอีกคนแล้ว

เมื่อใกล้จบการศึกษา สมุดเฟรนด์ชิปตามธรรมเนียมก็แแพร่หลาย 

จะว่าไปฉันก็มีเหมือนกันนะ สมุดเฟรนด์ชิป คิดถึงจังเลย

ในชาติก่อน คนขี้เกียจอย่างฉันตอนแรกก็ตั้งหน้าตั้งตาเขียนเสียดิบดี แต่พอไปกลางทางก็เริ่มเบื่อเขียนส่งๆ ให้เขาไป
พวกข้อความสั้นๆ เนี่ยหาอะไรมาเขียนยากคิดหนักเหมือนกัน เรียกได้ว่าไร้ความหลากหลายพอๆ กับส.ค.ส.เลย

ถ้ากระตือรือร้นจะเขียนอะไรเก๋ๆ แหวกแนวต่างกับคนอื่นๆ พอโตเป็นผู้ใหญ่ไปแล้วจะกลายเป็นประวัติดำมืด อันตรายมากเชียวล่ะ

ฉันเองก็จำได้ว่าเขียนข้อความน่าอายชนิดที่แค่นึกถึงก็อยากเอาหัวโขกกำแพงโป๊กๆ ไปหลายข้อความ

กลอนแปลกๆ จำพวกนั้น...

อ๋า ! ถ้าฉันมีพลังเหนือธรรมชาติส่งพลังจิตไปเผาสมุดเฟรนด์ชิปนั่นได้ล่ะก็ !

มีคนมาขอให้ฉันเซ็นสมุดเฟรนด์ชิปให้เหมือนกัน


ที่ซุยรันนั้นจะได้เลื่อนขึ้นชั้นมัธยมต้นแทบทุกคน จำเป็นต้องมีสมุดเฟรนด์ชิปด้วยเหรอ แม้จะคิดเช่นนั้น แต่ถ้าไม่มีใครมาขอเลยก็จะยิ่งเศร้าเข้าไปอีก ฉันจึงรับมาอย่างยิ้มแย้มแม้จะวุ่นวายก็ตาม
ใช้สติกเกอร์สวยๆ กับดินสอสีกลบเกลื่อนเอาก็แล้วกัน

"ท่านเรย์กะ ช่วยเซ็นสมุดเฟรนด์ชิปให้หน่อยได้ไหมคะ"

ฮนดะ มิฮารุจังมาขอฉัน เราเป็นเพื่อนกันฉันจึงรับมา และให้เธอเซ็นสมุดเฟรนด์ชิปของฉันด้วย

หนำซ้ำนท่านแม่ยังเป็นคนเตรียมสมุดเฟรนด์ชิปของฉัน เป็นยี่ห้อเครื่องเขียนสำหรับราชวงศ์ยุโรป แค่สมุดคาแรคเตอร์ก็พอแล้วล่ะ...

สองคนนั้นเหมือนจะมีคนเข้าแถวขอให้เซ็นสมุดเฟรนด์ชิปยาวเหยียด
พวกเด็กๆ รอบข้างฉันก็กระตือรือร้นอยากให้เซ็นกันทั้งนั้น

ตั้งแต่คาบุรากิโดนท่านยูริเอะโมโห เขาก็เริ่มรับมือได้รอบคอบมากกว่าที่เป็นมา แม้จะดูท่าทางเบื่อๆ แต่ก็ยังอุตส่าห์เซ็นสมุดเฟรนด์ชิปให้ แต่ก็แค่เซ็นชื่อเท่านั้นนะ สมเป็นสมุดลงชื่อจริงๆ
รู้สึกจะมีคำร้องขอให้ "ช่วยเขียนว่าแด่ OO ด้วยนะคะ !" นี่นายเป็นนักร้องหรือไง

ฉันได้เห็นสมุดเฟรนด์ชิปที่เขาเซ็นให้ด้วย มีแค่ชื่อ "คาบุรากิ มาซายะ" ตรงกลางสมุดแค่นั้นเองจริงๆ
มิหนำซ้ำเด็กคนนั้นยังได้รับการเขียนชื่อให้ด้วย ลายมือสวยจริงๆ

ส่วนเอ็นโจนั้นนอกจากชื่อแล้วยังเขียนเพิ่มเติมให้ว่า "ยินดีกับการจบศึกษา"
แหม ก็พอกันนั่นแหละ

คนที่ต้องเหนื่อยยากกับการคิดข้อความอย่างฉัน รู้สึกอิจฉาความชัดเจนนั่นเล็กน้อย 

ฉันครุ่นคิดเรื่องนี้ขณะเดินไปตามทางเดินไปยังห้องสโมสร Pivoine คนเดียว ในตอนนั้นเองที่หัวหน้าห้องทำหน้าตาเครียดมาทักฉัน  




NEKOPOST.NET