[นิยายแปล] นอบน้อมและหนักแน่น คือคติประจำใจในการใช้ชีวิตของฉันค่ะ! ตอนที่ 39 | Nekopost.net 
NEKOPOST
การแสดงผล

[นิยายแปล] นอบน้อมและหนักแน่น คือคติประจำใจในการใช้ชีวิตของฉันค่ะ!

Ch.39 - ตอนที่39


นอบน้อมและหนักแน่น คือคติประจำใจในการใช้ชีวิตของฉันค่ะ! ตอนที่39

 

นาราเป็นเมืองที่เต็มไปด้วยศาลเจ้าและวัดให้เยี่ยมชมค่ะ

พูดตามตรงนะ   ฉันค่อนข้างจะระอาหน่อยๆ แหละค่ะ   กับเด็กผู้หญิงบางคนที่กำลังท่องมังโยชู (เป็นตำราบทกลอนที่เก่าแก่ที่สุดของญี่ปุ่น)

และสาวๆ รอบกายเด็กผู้หญิงคนนั้นก็มองเธอด้วยสายตาเปล่งประกายยกย่องชื่มชม

นักเรียนประถมกำลังพูดคุยกันในเรื่องบทกลอนมังโยชูด้วยแหละค่ะ   หรือนี่คือที่เขาว่ากริยาสุภาพประณีตในตำนาน !?    มันคือความละเอียดประณีตอันแท้จริงสินะคะ !?

แน่นอนว่าฉันจะเอาเด็กผู้หญิงคนนั้นมาเป็นแบบอย่างค่ะ !

 

จากบทกลอนมังโยชูมีเพียงบทเดียวที่ฉันจำได้เมื่อชาติก่อนคือ   ต้นซาสุส่องประกายแห่งเจ้าหญิงนูคาตะ

(Princess Nukata’s akanesasu)

ฉันก็เคยเล่นเป็นเจ้าหญิงนูคาตะกับเพื่อน    พวกเราพากันโบกมือแล้วพูดติดตลกทำนองว่า  “รู้ไหมถ้าเธอโบกมือมากๆ แบบนี้   องครักษ์จะเห็นเธอเข้าน้า ~ ”

แปลกมากเลยค่ะที่ฉันดันจำบทกลอนของเจ้าหญิงนูคาตะขึ้นมาได้     ในตอนที่ไม่มีความจำเป็นต้องใช้มันแบบนี้      เพราะมันคงแย่ถ้าฉันไปท่องกลอนแข่งกับเด็กผู้หญิงคนนั้นแล้วทำให้เธอคิดว่าฉันเป็นคู่แข่ง     ดังนั้นฉันเลยเลือกจะเงียบไว้ค่ะ    อยู่อย่างเงียบสงบพลางมองดูความประณีตละเอียดอ่อนของพวกเธอต่อไปแบบห่างๆ ค่ะ

เห็นได้ชัดเลยว่าสาวๆ ส่วนมากก็มีความคิดเหมือนกับเด็กคนนั้นค่ะ   เพราะจากตรงนี้ถึงตรงนั้น    ฉันเริ่มได้ยิน   คาไก  คุเอบะ และ  โฮวริวจิ  (งานประพันธ์ที่เขียนโดย มาซาโอกะ  ชิกิ) ฟังดูแล้วมันช่างห่างไกลจากความสละสลวยเหลือเกินค่ะ   ดูไปแล้วพวกเธอดูงี่เง่ายังไงก็ไม่รู้สิคะ

แน่นอนค่ะว่าฉันไม่ขอร่วมวงด้วยโดยเด็ดขาด

 

เพียงแต่..   เมื่อพวกเราเข้าเยี่ยมชมในหอ  ยูเมโดโนะ  (หอทรง 8 เหลี่ยมในวัดโฮริวมีความเกี่ยวข้องกับเจ้าชายโชโทคุ) ฉันดันเผลอพึมพำออกมาว่า   “จักรพรรดิแห่งดินแดนอาทิตย์อุทัย”   ไกด์ได้ยินเข้าพอดีและชมว่าฉันยอดเยี่ยมค่ะ  พวกสาวๆ รอบกายจึงเข้าผสมโรง  “อย่างที่คาดเลยค่ะ   สมกับเป็นท่านเรย์กะจริงๆ”

ที่ฉันทำก็แค่พึมพำชื่อโชโจมังงะออกมาเองน้า….

แต่ฉันตัดสินใจที่จะไม่แก้ความเข้าใจผิดของพวกเธอหรอกค่ะ  

 

 

 

ที่สวนสัตว์นารา   มีอุบัติเหตุบางอย่างเกิดขึ้นด้วยค่ะ

ในระหว่างที่ฉันกำลังเดินอย่างสง่างามในสวนพร้อมด้วยแครกเกอร์สำหรับเหล่ากวางน้อยในมือ   จู่ๆ ก็กลายเป็นว่าฉันถูกฝูงของพวกมันมาล้อมไว้ตอนไหนไม่รู้

บรรดาเด็กผู้หญิงรอบตัวฉันพากันวิ่งหนีอย่างไว   แต่มันสายเกินไปสำหรับฉันค่ะ   เหลือฉันอยู่คนเดียวเลยค่ะ !

 

ใหญ่มากกก !  กวาง   ตัวใหญ่มากก !

น่ากลัว !  เขาแหลมๆ  น่ากลัวมากๆ ค่ะ !

เจ็บจัง !   ฉันถูกกระทุ้งเข้าที่กลางหลัง !  กร้ากกก !   พวกมันจะเอาแครกเกอร์ไปแล้วค่ะ !

 

“ท่านเรย์กะ   วิ่งสิคะ !”

 

“ว้ายยย !   กวางมัน..  ท่านเรย์กะคะ… !”

 

“ท่านเรย์กะทิ้งแครกเกอร์ไปไกลๆ เร็วเข้า !”

 

ฉันพยายามโยนแครกเกอร์ออกไปให้พ้นตัว   แต่มันก็บินอยู่กลางอากาศแล้วตกแหมะที่ข้างเท้าฉันค่ะ

อุกรี๊ดดดดดด !

ฉันถูกเตะ  ถูกขวิด   และเมื่อพวกมันเริ่มกระทุ้งตัวฉันก็เห็นว่าในมือของฉันไม่มีแครกเกอร์เหลืออยู่แล้ว   สุดท้ายมันจึงหยุดและไปมองหาเป้าหมายใหม่ค่ะ  

 

“ท่านเรย์กะ   เป็นยังไงบ้างคะ !?”

 

“อาาา !   นี่มันแย่จริงๆ นะคะ  ท่านเรย์กะ !”

 

“...ดิฉันไม่เป็นไรค่ะ   ทุกคนขอบคุณมากเลยนะคะ”

 

เมื่อกี้มันบ้าอะไรเนี่ย   แก๊งค์รึ ?   แก๊งค์กวาง ?   หรือเป็นกวางยากูซ่า ?

ทำไมพวกมันช่างหยาบคายเหลือเกินนะ… ?

ทุกครั้งที่ฉันคิดถึงพวกมันก็นึกถึงแต่ความทรงจำที่อบอุ่นของชาติก่อนที่ฉันเคยมาในครั้งสุดท้ายของชีวิต    แล้ว..เกิดอะไรขึ้นกับพวกมันในตอนนี้เนี่ย ?

 

เด็กผู้หญิงข้างกายหลายคนช่วยกันปัดฝุ่นและสิ่งสกปรกออกจากเสื้อผ้าให้ฉัน   ฉันที่กำลังจัดแต่งเครื่องแต่งกายตัวเองก็เริ่มทำใจให้สงบได้แล้วค่ะ   เมื่อเงยหน้าขึ้นฉันก็เจอกับสายตาของคาบุรางิที่กำลังมองมาพร้อมแสยะยิ้ม

 

เจ้าเด็กบ้านี่หัวเราะเยาะฉันค่ะ…

น่าอายสุดๆ เลยค่ะ !     ฉันอยากจะเอาแครกเกอร์กวางไปปาใส่หน้าเจ้าเด็กนี่บ้างจังค่ะ !

 

แต่ตอนนี้   ฉันกำลังมีปัญหาให้ต้องจัดการก่อน

ไม่มีใครสังเกตสินะคะ

ความจริงที่ว่าฉันได้เหยียบอุนจิของกวางไปแล้วค่าา

 

“ถึงเวลากลับแล้วล่ะค่ะ  ท่านเรย์กะ   เมื่อครู่ลำบากท่านเรย์กะจริงๆ ค่ะ”

 

“ใช่ไหมล่ะคะ ?  พอคิดแล้วกวางพวกนี้ก็น่ากลัวจังเลยนะคะ  แม้มีตัวหนึ่งที่ดิฉันให้แครกเกอร์ออกจะน่ารักก็เถอะน้า”

 

“ไม่บาดเจ็บนะคะ ?   เชอะ  ไม่มีเด็กผู้ชายพยายามมาช่วยเลยสักคน   แย่จริงๆ เลยนะคะ !”

 

ในขณะที่ฉันกำลังเดินอย่างมีความสุขไปกับทุกคน   ฉันแอบพยายามถูส้นรองเท้าเพื่อเอาอุนจิกวางออกอย่างลับๆ ค่ะ   

ฉันแสร้งว่าที่เดินแปลกๆ เพื่อเอาอุนจิกวางออกแบบนี้เป็นเพราะขาเจ็บตอนที่ถูกกวางเตะใส่น่ะค่ะ

 

 

 

หลังจากนั้นพวกเราก็ได้ไปที่มหาศาลเจ้าคาสุงะ   ฉันตั้งใจภาวนาให้ท่านเทพช่วยควบคุมระเบียบวินัยของเหล่ากวางพวกนั้นด้วยค่ะ

สถานที่นี้ก็มีกวางแสนน่ารัก   ถ้าเป็นเมื่อวานฉันอาจจะซื้อขนมให้มัน   แต่ตอนนี้บาดแผลทางใจของฉันมันสาหัสเหลือเกินค่ะ   ดังนั้นฉันจึงได้แต่มองกวางๆ ที่น่ารักเหล่านั้นด้วยแววตาหวาดระแวง

แต่ทุกคนก็ครึกครื้นกับความน่ารักของพวกมันกันใหญ่เลยค่ะ   ดังนั้นเมื่อพวกเธอไปซื้อขนมกวางมาเพิ่มฉันจึงเอาด้วยคน

‘โชคดี’

อีกครั้งแล้วค่ะ   ที่ฉันไม่รู้ว่าควรรู้สึกยังไงดีกับเซียมซีที่เสี่ยงได้วันนี้...

 

 

 

 

กับเหตุการณ์การโจมตีของเหล่ากวางก็ยังพอมีเรื่องดีอยู่บ้าง   คือความสนิทสนมที่เพิ่มมากขึ้นกับสาวๆ ที่อยู่รอบตัวฉันค่ะ

คงจะดีถ้าพวกเธอค่อยๆ เปลี่ยนจากผู้ติดตามมาเป็นเพื่อนของฉัน

ฉันจึงตัดสินใจจะเริ่มสานสัมพันธ์ให้เป็นไปอย่างสบายๆ ค่ะ

 

“ต้องขอบคุณจริงๆ นะคะสำหรับเมื่อครู่   เพื่อนเนี่ยเป็นสิ่งสำคัญที่สุดจริงๆ นั่นแหละค่ะ”

 

ทุกคนยิ้มอย่างมีความสุข

พอเห็นแบบนี้ก็ทำให้ฉันคิดว่า   ความจริงแล้วพวกเราอาจจะเพื่อนกันมาตั้งนานแล้วก็ได้  เนอะ ?

 

 

 

หลังจากเหตุการณ์อุบัติเหตุกวางจู่โจม    ทุกครั้งที่ฉันเดินสวนกับคาบุรางิ    ไหล่ของเขาก็จะเริ่มสั่นค่ะ

กี๊-------- !!!

คอยดูเถอะ   ฉะ  ฉันจะบอกท่านยูริเอะค่ะ

อยากหัวเราะก็เชิญหัวเราะเท่าที่ต้องการไปได้เลยยย

เมื่อพวกเรากลับถึงโตเกียว   คนที่ต้องร้องไห้คงเป็นนายแล้วแหละ----

 

 

 

ฉันซื้อสบู่ของเรียวกังและลูกกวาดคอมเปโต (konpeitoh) น่ารักๆ สำหรับอาโออิจังและฟุกิโอกะซังค่ะ

 

เดิมทีแล้วฉันจะเลือกระหว่าง อะบุราโตริกามิ (กระดาษซับมันขึ้นชื่อของญี่ปุ่น) กับยัตสึฮาชิ (ขนมแป้งสามเหลี่ยมห่อไส้ถั่วแดง)  เพราะมันเป็นของยอดนิยมที่แว่บเข้ามาในสมองน่ะค่ะ

 

ฟุกิโอกะซังได้บอกอาคิสะวะคุงล่วงหน้าแล้วล่ะนะว่า   ให้ซื้อพวกเครื่องรางนำโชคเรื่องความรักที่มีเป็นคู่

การที่เธอจัดการให้เขาซื้อของจำพวกนี้    ก็เห็นได้ชัดเลยว่ามันเป็นแผนกีดกันบรรดาเด็กผู้หญิงของซุยรัน

สมแล้วนะคะที่เป็นฟุกิโอะกะซัง

ส่วนฉันแม้จะซื้อเครื่องรางเดินทางปลอดภัยให้ท่านพี่   แต่ท่านพี่กลับไม่ยอมแขวนเครื่องรางไว้ที่กระจกรถเลยค่ะ    ฉันเลยไม่ค่อยพอใจสักเท่าไหร่

ท่านพี่พึมพำด้วยว่า  “เจ้านี่มันออกจะ…...”  ก็นะ  แล้วมันทำไมกันล่ะค้า ?

 

 

 

ท่านยูริเอะดูเหมือนจะโกรธคาบุรางิไปเรียบร้อยแล้วค่ะ    ที่เขาไม่ยอมเตือนบรรดาเด็กสาวที่อยู่รอบตัวไม่ให้สร้างความเดือดร้อนหรือไปรบกวนคนอื่น

สมมม  น้ำ--  หน้าาา  แล้วล่ะค้าาา

อุว้าย  ว้าย  ว้าย  ว้าย !

และวันต่อมา   ฉันได้รับรูปภาพบางอย่างจากท่านยูริเอะผ่านทางท่านไอระค่ะ  

มันเป็นรูปภาพขณะที่ฉันถูกฝูงกวางทำร้ายค่ะ

สุดท้ายท่านไอระก็แสดงความเห็นใจต่อฉันและพูดว่า  “นี่มันต้องเลวร้ายมากเลยสินะคะ   ยูริเอะเห็นแล้วก็ตกใจน่าดูเลยค่ะ”

 

อุกี้ !!!!!!!!!!!!

ไม่มีทางยกโทษให้เด็ดขาดเลยค่ะ !!

 



NEKOPOST.NET