NEKOPOST
การแสดงผล

[นิยายแปล] นอบน้อมและหนักแน่น คือคติประจำใจในการใช้ชีวิตของฉันค่ะ!

Ch.37 - ตอนที่37


นอบน้อมและหนักแน่น คือคติประจำใจในการใช้ชีวิตของฉันค่ะ! ตอนที่37

 

ท่านพี่จบการศึกษาจากชั้นมัธยมปลายและเข้ามหาวิทยาลัยในขณะที่ฉันเองก็ขึ้นปี 6 แล้วค่ะ

เมื่อคิดว่าฉันจะไม่เห็นท่านพี่ในเครื่องแบบอีกต่อไป    ก็รู้สึกเหงาเล็กๆ ค่ะ   ดังนั้นจึงถ่ายรูปท่านพี่เอาไว้ด้วยแหละ

เครื่องแบบของโรงเรียนซุยรันเท่สุดๆ ไปเลย !

ฉันขอร้องให้ท่านพี่ใส่บ้างเป็นครั้งคราวเวลาอยู่ที่บ้าน   แต่เขาก็ปฏิเสธค่ะ….

ไม่เห็นเป็นไรเลยนี่ค้า  แค่ในบ้านเองไม่ใช่เหรอ ~?

 

 

 

ท่านยูริเอะกับท่านไอระก็จบการศึกษาชั้นมัธยมต้นแล้วขึ้นชั้นมัธยมปลาย   และจักรพรรดิคาบุรางิที่ยังติดแหง็กอยู่ในชั้นประถม    ตอนนี้จึงเกิดเป็นช่องว่างระหว่างเขากับท่านยูริเอะที่กว้างกว่าเดิมอีกค่ะ

ฉันหมายถึงว่า    ความรักระหว่างนักเรียนประถมกับมัธยมปลายก็แค่อะไรที่เป็นไปไม่ได้เอง   เนอะ ?

ฉันคิดว่าเขาควรยอมแพ้ไปเดี๋ยวนี้เลยดีกว่า   แต่มาย้อนคิดดูรักแรกนี้ของเขามาเริ่มใหม่อีกครั้งเมื่อขึ้นชั้นมัธยมปลาย   ดังนั้นจึงไม่มีเหตุผลให้เขาต้องยอมแพ้สิน้า

ตามข่าวกรองจากท่านไอระ    คาบุรางิไม่ได้ตามสโตรกเกอร์ท่านยูริเอะแล้วค่ะ   เพราะพวกเขาไม่ได้เจอกันบ่อยครั้งเหมือนที่เคย    เขาจึงแสดงความรู้สึกที่มีผ่านจดหมายที่ได้ผลจากเมื่อครั้งก่อน   จดหมายจึงเป็นเหมือนกำลังใจของเขาค่ะ

 

 

 

ตั้งแต่ฉันขึ้นปี 6   โดยปีหน้าก็จะได้เลื่อนขึ้นสู่ชั้นมัธยมต้น    พูดถึงเรื่องนี้แล้วฉันจะต้องเตรียมความพร้อมสำหรับการทดสอบภายใน    ดังนั้นจึงจ้างติวเตอร์มาสอนพิเศษที่บ้านค่ะ

อาจารย์ที่มาสอนที่บ้านคือ  โออุซากะ   คาริน  และเธอจบจากมหาวิทยาลัยแห่งชาติค่ะ

เธอจะมาสอนที่บ้านมากกว่า 2 ครั้งต่อสัปดาห์ 

ในการสอบของโรงเรียนกวดวิชา    อันดับของฉันไต่ขึ้นจากต้นๆ ของระดับกลางเป็นล่างๆ ของระดับสูง    ฉันคิดว่าตัวเองพยายามได้ดีท่ามกลางเด็กๆ จากโรงเรียนเตรียมทั้งหลาย   แต่มันเป็นความรู้สึกที่บอกไม่ถูก    เมื่อฉันไม่สามารถเป็นอันดับหนึ่งจากเหล่าบรรดาเด็กๆ ชั้นประถมแบบนี้

แต่วันหนึ่งเมื่อฉันเข้าเรียนชั้นมัธยมต้น   คณิตศาสตร์และเลขาคณิตจะกลายร่างเป็นสัตว์ประหลาด   ฉันจึงต้องพยายามอย่างหนักตั้งแต่ตอนที่ฉันยังคงสามารถทำได้ค่ะ

 

คำอธิบายของคารินเซนเซย์ง่ายต่อการเข้าใจทำให้การเรียนของฉันก้าวหน้าไม่น้อย   ถึงตอนแรกจะไม่เข้าใจแต่เมื่อเจอโจทย์คล้ายๆ กันที่โรงเรียนกวดวิชา   ก็ช่วยให้ฉันสามารถตามการสอนของเธอได้ทันค่ะ

ช่วงนี้ในบางครั้ง   ท่านพี่ก็จะมาช่วยสอนฉันด้วยแหละ   แต่บรรยากาศความตึงเครียดต่างกันลิบๆ กับการเรียนที่อื่น    เพราะฉันจะคอยแต่อ้อนท่านพี่    ก็น้า  เขาเป็นคนในครอบครัวนี่นา

 

“คุณเรียนรู้ได้เร็วมากเลยค่ะ   เรย์กะซัง   คุณมาได้ไกลขนาดนี้   ทำได้ดีมากจริงๆ ค่ะ”

คารินเซนเซย์มักจะกล่าวชื่นชมฉันค่ะ

เห็นได้ชัดว่าเธอเป็นประเภทจะคอยชื่นชมยกย่องเพื่อให้เป้าหมายพยายามให้มากขึ้นอีก

และฉันก็ดันเป็นประเภทยิ่งได้รับคำชมจะยิ่งมีแรงฮึดสู้     ดังนั้นเราจึงเข้ากันได้ดีประมาณนี้แหละค่ะ

 

 

 

นับตั้งแต่วันนั้นในฤดูหนาว   ฉันก็นั่งกับอาคิสะวะคุงและฟุกิโอกะซังในชั้นเรียนคณิตศาสตร์และภาษาญี่ปุ่นในโรงเรียนกวดวิชามาโดยตลอดค่ะ

ฟุกิโอกะซังนั่งตรงกลางโดยมีฉันและอาคิสะวะคุงขนาบสองด้าน     เห็นไหมคะว่าฟุกิโอกะซังไม่ปล่อยให้อาคิสะวะคุงได้นั่งตรงกลางอย่างแน่นอน

ฉันได้แลกเปลี่ยนอีเมล์กับฟุกิโอกะซังด้วยค่ะ   ทำให้เราสนิทกันมากขึ้นอีกขั้น

 

ความจริงแล้วฟุกิโอกะซังค่อนข้างจะปากร้าย    ช่างขัดกับภาพลักษณ์สาวงามสไตล์ญี่ปุ่นสุดๆ เลยล่ะ     

 

ในวันวาเลนไทน์ของปีนั้น   ฉันมอบแฮนด์เมกช็อคโกแลตให้กับอาโออิจังและฟุกิโอกะซังค่ะ

ที่ซุยรัน    อย่างที่คาดไว้ว่าช็อคโกแลตวาเลนไทน์ของโรงเรียนมีคุณภาพดียิ่งกว่าของบรรดาร้านชั้นสูงซะอีก    ดังนั้นนี่เป็นครั้งแรกที่ฉันมอบแฮนด์เมกช็อคโกแลตให้คนอื่นนอกจากครอบครัว

เมื่อปีที่แล้วท่านไอระสอนวิธีทำแก่ฉัน     จนแม้แต่ท่านพ่อก็พูดว่า  “นี่เป็นช็อคโกแลตที่ดีที่สุดที่หนูทำมาเลยนะ”    แต่ปีนี้ท่านไอระค่อนข้างยุ่งกับการเตรียมสอบค่ะ    ดังนั้นฉันจึงได้แต่พยายามฟื้นความจำว่าปีที่แล้วเธอสอนอะไรฉันไปบ้างน้า

ท่านพี่ก็บอกว่า   “น้องทำให้เหมือนปีที่แล้วก็ใช้ได้แล้วล่ะ”

เมื่อเป็นแบบนี้    ฉันจึงมอบช็อคโกแลตของปีนี้ให้พวกเขาด้วยความมั่นใจอย่างเต็มเปี่ยมเลยค่ะ

 

อาโออิจังบอกฉันว่า  “อร่อยมากค่ะ”  แต่ฟุกิโอกะซังพูดว่า  “ยังไม่ดีเท่าไหร่นะ”   …..

“มันก็ไม่เลวหรอกค่ะ   แต่รสชาติเหมือนขาดอะไรบางอย่าง   คุณคงใช้ช็อคโกแลตถูกๆ ใช่ไหมล่ะคะ ?”  เธอบอกฉันแบบนี้ค่ะ   หยาบคายเป็นที่สุด !   ฉันใช้ช็อคโกแลตจากเบลเยียมเชียวนะ !

เมื่อฉันอธิบายในสิ่งที่เธอกล่าวหา    ก็จบลงที่เธอตอบกลับมาว่า   “ต้องขอโทษประเทศเบลเยียมด้วยค่ะ” ….

ฟุกิโอกะซัง   ช่องว่างระหว่างรูปลักษณ์กับจิตใจมันกว้างเกินไปสินะคะ  …ใช่ไหมล่ะคะ

 

อนึ่ง   ฉันไม่ได้ให้ช็อคโกแลตกับอาคิสะวะคุงเลยค่ะ   ไม่ว่าจะเป็นช็อคโกแลตสำหรับเพื่อนหรือช็อคโกแลตตามมารยาทก็ตามที    เพราะถ้าไม่ระมัดระวังฟุกิโอกะซังอาจจะฉุนขึ้นมาก็ได้

ในใจฉัน   ฟุกิโอกะซังได้รับการจัดหมวดหมู่เอาไว้แล้วค่ะว่าเป็นประเภท   ‘ห้ามเป็นศัตรูด้วยเด็ดขาดเลย’

เห็นได้ชัดเลยว่าเธอเรียนทำอาหารเพื่อเตรียมความพร้อมสำหรับอนาคตในการเป็นภรรยาของอาคิสะวะคุง

สุดยอดไปเลยน้า    เธอคิดอ่านถึงอนาคตได้ดีกว่าฉันค่ะ   และเธอก็มีแผนการมากมายอยู่ในหัวนั่นทำให้น่ากลัวอยู่หน่อยๆ 

รู้ไหมอาคิสะวะคุงเอ๋ย    นายไม่มีทางหนีรอดแล้วล่ะนะ    ขอโทษนะคะที่ช่วยอะไรไม่ได้    เพราะฉันก็กลัวฟุกิโอกะซังด้วยเหมือนกัน     ได้โปรดยกโทษให้กับเพื่อนผู้ขี้ขลาดคนนี้ด้วยนะคะ !

 

และฟุกิโอกะซังก็ถามฉันว่า     “ถ้ายังไงไปเรียนทำอาหารจริงๆ จังๆ ดีไหมคะ ?”     แต่ฉันอาจจะยุ่งกับการเตรียมสอบ   จึงล้มข้อเสนอของเธอไปค่ะ

เมื่อกลับถึงบ้าน  ฉันก็บอกท่านพี่   “เพื่อนของน้องบอกว่ารสชาติมันยังขาดๆ ไปน่ะค่ะ”  และท่านพี่ก็ตอบกลับมาว่า  “ในสถานการณ์แบบนี้   ความรู้สึกที่น้องมีให้สำคัญกว่ารสชาตินะ”    เมื่อได้ฟังฉันก็ไม่แน่ใจว่าจะมีความรู้สึกยังไงดีกับคำพูดของท่านพี่เลยค่ะ

พอขึ้นชั้นมัธยมต้น   บางทีฉันควรเริ่มเรียนทำอาหารอย่างจริงจังสินะคะ….

 

 

 

 

ตอนนี้อาโออิจังเป็นเพื่อนสายปลอบโยนของฉันค่ะ

เธอเป็นคนอ่อนน้อมถ่อมตัว  แต่เมื่อคุณสนิทกับเธอ   เธอจะเริ่มหัวเราะให้เห็นบ่อยๆ

แน่นอนว่าเธอไม่ใช่คนที่จะพูดว่า  “รสชาติแบบนี้มันยังขาดอะไรไปนะ”   อา  เป็นเด็กดีจังค่ะ

และยิ่งกว่านั้น   ฉันตกตะลึงอย่างรุนแรงเลยค่ะ !   ตอนที่อาโออิจังบอกว่ากลับไปเยี่ยมคุณปู่ในช่วงปีใหม่ !   เธอจึงซื้อพวงกุญแจโทโระโรนอิโมะทาโร่มาฝากฉันค่า !   ดีใจสุดๆ เลย !

พอกลับถึงบ้าน   ฉันก็นำกุญแจบ้านคล้องใส่พวงกุญแจโทโระโรน  

เพราะมีคุณเมดและคนขับรถอยู่ตลอดเมื่อกลับถึงบ้าน   ฉันเลยไม่เคยต้องใช้กุญแจบ้านมาก่อนเลยค่ะ   แต่นับจากนี้ไปฉันจะเริ่มพกกุญแจติดตัวเพื่อการนี้เลยค่ะ

และตอนนี้กุญแจของฉันก็มีโทโระโรนห้อยต่องแต่งอยู่ด้วยแหละ   ใบหน้าที่น่าเวทนาของเขาช่างน่ารักเหลือเกินค่ะ

 

อาโออิจังช่างมีเซ้นส์ในการเลือกของฝากจริงๆ    เธอเหมือนรู้เลยค่ะว่าฉันต้องการอะไร

และที่น่าตกใจคือ !  สำหรับของฝากปิดภาคในช่วงฤดูใบไม้ผลิ   เธอก็ให้มันฝรั่งทอดของท้องถิ่นกับฉันด้วยแหละค่า !

อาโออิจังพูดทำนองว่า   “ฉันก็ไม่แน่ใจว่าคุณจะทานของพวกนี้รึเปล่า….”  อย่างลำบากใจ  แต่ฉันทานค่ะ !     ยิ่งกว่านั้น    มันคือของโปรดของฉันเลยค่ะ !    และตลอด 6 ปีนี้ฉันอยากกินมันฝรั่งทอดมาโดยตลอดรู้ไหมค้า ! 

มันฝรั่งทอดอยู่ในถุงของฝาก   และฉันระมัดระวังอย่างที่สุดในการลำเลียงเข้าห้องเพื่อไม่ให้ท่านแม่เห็น   และเมื่อตกดึกฉันก็ลอบนำออกมากินค่ะ

เมื่อคิดถึงตรงนี้   ร่างกายฉันก็สั่นสะท้านกับรสชาติอันสามัญราคาถูก

มันน่าเสียดายมากๆ ที่จะทานรวดเดียวหมด   ดังนั้นฉันตัดสินใจจะทะนุถนอมและค่อยๆ กินมันทีละนิด  ทีละนิด   แต่วันต่อมาฉันก็ต้องร้องไห้เมื่อพบว่ามันชื้นและหายกรอบไปแล้วค่ะ

 

อนึ่ง   ฉันเรียกอาโออิจังว่า ‘‘อาโออิจัง’ ในใจ   แต่เมื่ออยู่ต่อหน้าเธอจะเรียกเป็น “โยริโนะซัง”

ฉันไม่มีความกล้ามากพอจะเรียกชื่อต้นของเธอ   ฉันหมายถึง  ฉันคงโดนรังเกียจประมาณว่า  “เอ๋- ?  มาเรียกชื่อกันยังงี้มันจะไม่เร็วเกินไปหน่อยหรือคะ ?”  

มันเป็นเรื่องยากที่จะเริ่มต้นในเรื่องแบบนี้ใช่ไหมล่ะคะ ?  

 

 

 

 

อาจารย์ประจำชั้นต้องการให้ฉันเป็นหัวหน้าห้องค่ะ   ฟังดูเป็นปัญหาดังนั้นฉันเลยจัดการปฏิเสธไป   แต่พวกเขาก็หยุดฉันแล้วบอกว่าเป็นรองหัวหน้าห้องก็ยังดี    และสุดท้ายฉันก็กลายเป็นรองหัวหน้าห้องล่ะ…    เหมือนถูกชะนักติดหลังเลยค่ะ

อาจบางทีเป็นแผนที่ถูกวางไว้มาตั้งแต่แรก  เพราะตำแหน่งหัวหน้าห้องก็เป็นเด็กผู้ชายที่เคยติดร่างแหมาเหมือนกัน

อาจารย์โกงฉันค่ะ   โดยใช้ทริกที่ว่า ‘ร้องขอเรื่องใหญ่ไปก่อน   แล้วก็ค่อยลดเรื่องให้เล็กลง’ 

ฉันหลงกลไปเต็มๆ     สุดท้ายก็จบลงโดยกลายเป็น  ยัยงานเบ็ดเตล็ด  อีกครั้งค่ะ

ความจริงแล้วปลอกสวมนิ้วของฉันยังคงนอนหลับอย่างสงบอยู่ในกล่องดินสอค่ะ  คิดว่านะ ?

 

แต่เวลานี้แค่ภายในชั้นเรียนที่ไม่มีศัตรูตามธรรมชาติของฉัน   ทุกอย่างก็เป็นไปอย่างราบรื่น

การเก็บแบบฟอร์มต่างๆ ก็ง่ายด้วยค่ะ   ตั้งแต่กองทัพสาวๆ อยู่เบื้องหลังเป็นแบ็คให้ฉันก็ทำให้ทุกคนให้ความร่วมมือเป็นอย่างดี

แม้แต่หัวหน้าห้องยังพูดว่า  “สมเป็นคิโชวอินซังเลยครับ”   ฉันไม่คิดเลยค่ะว่าเขาจะชื่นชมฉันแบบนี้

เหมือนฉันเป็นเจ้าแม่ทวงหนี้เก็บค่าเช่าไม่มีผิด

แปลกจัง   ฉันไม่ได้คิดให้มันเป็นแบบนี้เลยนา

ฉันรู้สึกว่าตอนนี้ฉันสูญเสียความสง่างามไปแล้วค่ะ

 

 

 

 




NEKOPOST.NET