[นิยายแปล] นอบน้อมและหนักแน่น คือคติประจำใจในการใช้ชีวิตของฉันค่ะ! ตอนที่ 36 | Nekopost.net 
NEKOPOST
การแสดงผล

[นิยายแปล] นอบน้อมและหนักแน่น คือคติประจำใจในการใช้ชีวิตของฉันค่ะ!

Ch.36 - ตอนที่36


นอบน้อมและหนักแน่น คือคติประจำใจในการใช้ชีวิตของฉัน! ตอนที่36

 

ท่านพี่ได้เข้าเรียนในคณะที่เลือกได้อย่างปลอดภัยแล้วค่ะ

และเพราะแบบนี้   เพื่อเฉลิมฉลองด้วยพลุดึง   ฉันคิดว่าฉันควรเปิดที่ครอบมันออกเพื่อความปลอดภัยของฉันค่ะ !

 

“ท่านพี่ !   น้องจะมอบของขวัญแสดงความยินดีที่สอบผ่านนะคะ !  ท่านพี่อยากได้อะไรหรือคะ ?”

 

ตอนแรกก็ว่าจะทำเซอร์ไพร์น่ะค่ะ   แต่ฉันไม่มีความคิดดีๆ อะไรเลยนี่สิน้า ?

‘นาฬิกาข้อมือดีไหมนะ ?’  ก็คิดแบบนี้อยู่ค่ะ  แต่นาฬิกาที่คู่ควรกับทายาทสืบทอดแห่งตระกูลคิโชวอินมันเป็นอะไรที่ฉันเอื้อมไม่ถึงค่ะ   ไม่มีปัญญาซื้อจริงๆ ค่ะ   เลยต้องปล่อยความคิดนี้จากไปกับสายลม

ก็นะ  ถ้าใช้เงินทั้งหมดของฉัน   อาจจะพอซื้ออะไรได้อยู่   แต่….

แม้จะคิดแบบนั้น    ฉันก็ยังไม่มีไอเดียเริ่ดๆ เลยค่ะ   ดังนั้นสุดท้ายถามเอากับเจ้าตัวน่าจะดีกว่า

 

เอาล่ะ  มาสิคะ  ท่านพี่ !    ฉันยังไม่ได้ใช้เงินปีใหม่ดังนั้นฉันรวยไม่น้อยนะคะรู้ไหม !   อย่าอายไปเลยค่ะ !

มันเป็นเงินออมเพื่ออนาคตของฉันน่ะค่ะ   แต่นี่เป็นการแสดงความยินดีค่ะ   ไม่ใช่ใครอื่น  แต่เป็นการแสดงความยินดีกับท่านพี่ของฉัน   แน่นอนว่าฉันจะใช้มันอย่างไม่อิดออดเลยค่ะ !

 

“น้องเก็บออมเงินในกระปุกออมสินมานานแล้วค่ะ   ดังนั้นโปรดบอกสิ่งที่ท่านพี่ต้องการมาได้เลยนะคะ !”

 

“เอ๋-!   เราจะใช้เงินเก็บของน้องเหรอ !?”

 

จนถึงตอนนี้การซื้อของขวัญเนื่องในวันคริสมาสตร์หรือวันเกิดเป็นความรับผิดชอบของท่านแม่ค่ะ   ฉันจึงใช้เครดิตการ์ดของตระกูลคิโชวอินแทนเงินของตัวเองมาตลอด

แน่นอนว่าท่านแม่ของฉันก็ไม่รู้เรื่องที่ฉันเก็บออมเงินหรอกค่ะ

ท่านพี่ตกใจไม่น้อยที่ได้ยินจำนวนเงินที่ฉันบอกออกไป   เห็นไหมคะว่าฉันมีเงินเยอะนา

 

“เดี๋ยวนะ    พี่ว่าแค่ความรู้สึกของน้องก็เพียงพอแล้วล่ะ   แต่...”

 

“นั่นไม่ได้หรอกค่ะ   ไม่ว่ายังไงน้องก็อยากจะแสดงความยินดีกับท่านพี่นะคะ”

 

เพราะท่านพี่พยายามอย่างหนักในช่วงที่ผ่านมาโดยที่ฉันยังไม่ได้ทำอะไรเพื่อเขาเลยค่ะ

ท่านพี่ลังเลไปพักใหญ่จนถูกฉันล่อลวงมาได้ค่ะ    โดยจบลงที่เขาเลือกเป็นปากกาลูกลื่นชั้นสูงจากผู้ผลิตไวท์สตาร์ที่คุ้นเคยกันดี

ฉันไม่เคยคิดจะซื้อเจ้าปากกานี่เลย

เพราะความจริงเราก็มีปากกาทั้งลูกลื่นทั้งหมึกซึมที่กองสูงเป็นภูเขาอยู่แล้วด้วย

 

“พี่ชอบที่มันเขียนง่ายดีน่ะ   ในเมื่อน้องซื้อให้พี่เองแบบนี้   พี่จะนำปากกาที่น้องซื้อให้ไปใช้ที่มหาวิทยาลัยด้วยนะ”

 

โอ้ววว !   เยี่ยมที่สุดค่า !

ถ้าท่านพี่ใช้ของขวัญที่ฉันให้ทุกวัน    ฉันต้องมีความสุขมากแน่ๆ ค่ะ

เอาล่ะ   ในเมื่อเป็นแบบนี้    ก็รีบไปซื้อมันเลยเถอะค่า !

 

 

 

เรามาถึงร้านแล้วค่ะ   หลังจากท่านพี่เลือกปากกาที่เขาชอบแล้ว    ฉันก็นำไปจ่ายตังค์

ท่านพี่ดูมีความสุขมากๆ   เห็นเขาดีใจแบบนี้ทำให้ฉันดีใจยิ่งกว่าอีกค่ะ

จากนั้นพวกเราก็ไปทานมื้อเที่ยงในร้านอาหารอิตาลีกับท่านพี่ด้วยแหละ !

ที่ผ่านมาท่านพี่ยุ่งกับการเรียนของเขา   ยิ่งตอนที่ได้ใบขับขี่รถยนต์แล้วเขาก็จะออกไปกับเพื่อนๆ เสมอ   ทำให้ไม่มีเวลาให้ฉันเลย   เพราะอย่างนั้นวันนี้ฉันจึงมีความสุขสุดๆ ค่ะ

 

“น้องอยากทานอะไรเหรอ   เรย์กะ ?”

 

“ขอน้องดูก่อนนะคะ ~”

 

ฉันหยุดความคิดแล้วดูเมนูอาหาร    โอ้  ราวิโอลี   นั่นน่าจะอร่อยเนอะ ~ ?

เมื่อตัดสินใจเลือกอาหารเสร็จแล้ว    ฉันก็มาสนทนากับท่านพี่อย่างมีความสุขค่ะ 

 

“ขอโทษนะคะ   พวกคุณสองคนคงเป็นลูกๆ ของท่านคิโชวอินใช่ไหมคะ ?”

 

มีผู้หญิงคนหนึ่งทักพวกเราด้วยค่ะ

 

“--------- !!”

 

“นี่ไม่ใช่ท่านคาบุรางิหรอกหรือครับ   ไม่ได้พบกันนานเลยนะครับ   สาวน้อยคนนี้คือน้องสาวผม  เรย์กะ  ครับ”

 

ท่านพี่ลุกขึ้นแล้วทักทายเธอค่ะ   ดังนั้นฉันเลยทำตามอย่างหวาดผวา

 

นะ  นี่คือ ท่านแม่ของคาบุรางิเองค่าาาาาาาาา !

 

ท่านแม่ของคาบุรางิเป็นสาวงามผู้เรียบร้อย  และฉันเคยพบเธอครั้งสองครั้งที่งานปาร์ตี้มาก่อน

และทั้งสองครั้งนั้นฉันก็แค่ทักทายเธอตามมาตรฐานเท่านั้นค่ะ

 

“แหม   ดิฉันจำได้ค่ะ  เรย์กะซัง   ไม่ได้พบกันนานเลย  คุณสูงขึ้นจากที่พบกันเมื่อครั้งสุดท้ายนะคะ”

 

ท่านแม่ของคาบุรางิยิ้มให้ฉัน   ทั้งหมดที่ฉันสามารถทำได้คือยิ้มเจื่อนๆ ตอบตามมารยาทค่ะ

ถ้าจะให้ดี    ขอให้เธอลืมๆ คนอย่างฉันไปเถอะค่ะ   ได้โปรด   ลืมฉันไปจากช่วงชีวิตทั้งหมดของคุณเถอะนะค้า

 

เธอคุยกับท่านพี่สองสามประโยค   ท่านแม่ของคาบุรางิก็เริ่ม  “พูดถึงเรื่องนั้นแล้วก็...”  ก่อนจะมองมาที่ฉัน

 

“เรย์กะซัง   เรียนชั้นเดียวกับลูกชายของดิฉัน  มาซายะ  ใช่ไหมล่ะคะ ?   พวกคุณสนิทกันดีไหมเอ่ย ?”

 

 อึ๋ยยยยย----  !

 

“ไม่ค่ะ     น่าเสียดายที่ท่านมาซายะกับดิฉันอยู่คนละห้องกัน     และเราก็ไม่ได้มีโอกาสพูดคุยกันมากมายนักน่ะค่ะ”

 

และฉันก็ตั้งใจให้เป็นแบบนี้ไปเรื่อยๆ ชั่วฟ้าดินสลายค่ะ

 

“อา  อย่างนี้เองรึคะ ?   ถ้ายังไงมาเล่นที่บ้านสิคะ  คุณรู้ไหมคะว่ามาซายะน่ะเคยพาแต่ชูซุเกะคุงมาคนเดียวเอง   คงจะดีถ้ามีเด็กผู้หญิงมาด้วย   บ้านคงดูสดใสขึ้นน่ะค่ะ”

 

ม่ายยยย  ไม่มีทางเด็ดขาดค่าาาาาา !

และถ้าต้องการเด็กผู้หญิง   ก็ท่านยูริเอะไงเล่า !   ท่านยูริเอะก็ไปที่บ้านคุณตั้งแต่ยังเด็กเลยไม่ใช่รึไงคะ !

ไม่มีทางค่ะ !   ไม่เด็ดขาดเลยค่ะ !

 

เธอไม่ได้รับรับรู้ความหวาดผวาในจิตใจของฉันเลยค่ะ     ท่านแม่ของคาบุรางิมอบรอยยิ้มที่แสนจะงดงามให้แล้วกล่าวขอตัวจากไป

 

อา  พระเจ้าขา….

บรรยากาศแช่มชื่นหายวับไปกับตา   และท่านพี่ก็มองตัวฉันที่กำลังมึนๆ อย่างฉงนสังสัย

 

“มีปัญหาอะไรรึเปล่า ?   น้องดูใจลอยนะ”

 

“...ไม่ค่ะ   น้องแค่ตกใจที่ท่านแม่ของท่านคาบุรางิปรากฏตัวกะทันหันน่ะค่ะ”

 

ท่านแม่ของคาบุรางิจำชื่อฉันได้   จำตัวตนของฉันก็ได้อีก

ถึงไม่ใช่เรื่องใหญ่อะไรมาก   แต่กับคนขี้ขลาดอย่างฉันแล้วแค่เกี่ยวโยงไปหาคาบุรางิได้ก็น่ากลัวทั้งนั้นแหละค่ะ

ท่านแม่ของเขาคนนี้ปรากฏตัวไม่กี่ครั้งในมังงะ…  

อา-  ใช่แล้ว !

 

“ท่านพี่คะ   ท่านพี่จะบอกท่านพ่อกับท่านแม่เรื่องที่เราพบท่านคาบุรางิวันนี้  ใช่ไหมคะ ?”

 

“อืม  ก็ว่าจะบอกอยู่เหมือนกัน”

 

“ถ้าอย่างนั้น   ได้โปรดอย่าบอกเรื่องที่ท่านเชิญน้องไปเล่นที่บ้านนะคะ   เพราะนั่นเป็นเพียงการพูดออกมาตามมารยาทเท่านั้นค่ะ !    ถ้าท่านพ่อท่านแม่เข้าใจผิดว่าท่านคาบุรางิจริงจังจะต้องมีปัญหาแน่ๆ เลยนะคะ !”

 

“....น้องไม่อยากไปที่บ้านตระกูลคาบุรางิอย่างนั้นใช่ไหม ?”

 

แน่นอนค่า  ว่าไม่อยากไป

 

“อืม  ถ้าอย่างนั้น   พี่ก็จะไม่พูดหรอก    น้องเกลียดมาซายะคุงเหรอ ?   หรือว่าเขาทำอะไรน้องรึเปล่า ?”

 

“ไม่ค่ะ  ไม่มีเรื่องแบบนั้น   เพียงแต่ท่านพ่อกับท่านแม่คาดหวังให้น้องสนิทกับเขา   และพวกท่านต้องเข้าใจผิดในอะไรแปลกๆ แน่ๆ     ดังนั้นแล้ว   น้องจึงค่อนข้าง...”

 

“พี่เข้าใจแล้วล่ะ    เรื่องแบบนี้สำหรับน้องไม่เร็วไปหน่อยรึไงนะ ?”

 

ท่านพี่ขาาา    ท่านพี่เป็นแสงสว่างแห่งความหวังสุดท้ายของฉันเลยนะรู้ไหม

จานที่นำขึ้นโต๊ะมาควรจะเป็นอาหารอิตาลีสุดโปรดของฉัน   แต่เพราะความหวาดผวาที่ได้รับมันสาหัสเกินไปจนไม่รู้รสเลยล่ะค่ะ

 

 

 

ต่อมาเมื่อเรากลับถึงบ้าน    ฉันก็ล้มลงบนเตียงและคิดย้อนไปถึงท่านแม่ของคาบุรางิใน 『you are my dolce』

เท่าที่จำได้   เธอจะคอยสนับสนุนงานของท่านพ่อของคาบุรางิ   และเป็นคนที่มีความสามารถมากค่ะ

มันมีฉากที่จะแสดงให้เห็นถึงความเป็นคุณแม่คนเก่งด้วยค่ะ   และในตอนที่คาบุรางิยังเด็กแล้วเล่นอะไรพิเรนทร์   เธอก็จะทำโทษเขาอย่างไร้ความปรานี

เป็นความจริงที่ว่าเธอมีใบหน้าที่งดงามและดวงตาที่ทอประกายเจิดจ้าเหมือนคาบุรางิไม่มีผิด   ฉันคิดว่าสิ่งนี้เขาสืบทอดมาจากแม่ของเขาค่ะ

เดี๋ยวนะ--   ใครมันจะไปสนใจเรื่องพวกนี้ตอนนี้กันล่ะ

และเธอก็ไม่อนุญาตในตอนที่ลูกชายที่แสนน่ารักคนเดียวของเธอ   จักรพรรดิผู้เป็นผู้สืบทอดคนนั้นคบกับเด็กสาวธรรมดาด้วยค่ะ    และตำหนิเขาไปนับครั้งไม่ถ้วน

เธอทั้งผลักดันและหว่านล้อมท่านพ่อท่านแม่ของเรย์กะเพื่อเกี่ยวดอง   และเธอก็เป็นคนจัดงานหมั้นหมายให้ลูกชายกับเรย์กะ   แต่สุดท้ายแล้วเธอก็ประทับใจในการแก้ปัญหาและความทุ่มเทที่ลูกชายมีให้กับนางเอก    และอวยพรให้พวกเขาทั้งคู่ค่ะ

โดยเธอไม่สนใจเป็นห่วงในตัวเรย์กะและครอบครัวคิโชวอินที่กำลังล่มสลายแม้แต่น้อย…

 

อุหวาาาาา….   แน่นอนว่าฉันไม่ต้องการเข้าเป็นยุ่งเกี่ยวด้วยเด็ดขาดค่ะ

 

 

 

 

 




NEKOPOST.NET