[นิยายแปล] นอบน้อมและหนักแน่น คือคติประจำใจในการใช้ชีวิตของฉันค่ะ! ตอนที่ 30 | Nekopost.net 
NEKOPOST
การแสดงผล

[นิยายแปล] นอบน้อมและหนักแน่น คือคติประจำใจในการใช้ชีวิตของฉันค่ะ!

Ch.30 - ตอนที่30


นอบน้อมและหนักแน่น คือคติประจำใจในการใช้ชีวิตของฉันค่ะ! ตอนที่30

 

เมื่อเร็วๆ นี้    ความสัมพันธ์ระหว่างเซริกะจังและคิคุโนะจังเริ่มตึงเครียดล่ะค่ะ

สาเหตุของเรื่องนี้เป็นเพราะคิคุโนะจังได้อยู่ห้องเดียวกับคาบุรางิ

 

เมื่อพวกเรารู้หลังจากที่มันถูกประกาศออกมาในชั้นเรียน     คิคุโนะจังก็แทบจะลุกขึ้นมาเต้นรำด้วยความดีใจเลยล่ะ

นับจากนั้น  ทุกๆ วัน   ก็จะมีแต่ชื่อคาบุรางิในเนื้อหาของบทสนทนา

อย่างเช่น     “เมื่อท่านคาบุรางิกำลังอ่านเนื้อหาในวิชาภาษาญี่ปุ่น     ช่างน่าหลงใหลเหลือเกินค่ะ”   หรือ   “ฉันได้ใช้ชอล์กต่อจากท่านคาบุรางิด้วยล่ะค่ะ”

 

จากมุมมองของฉันมันก็แค่เรื่องซุบซิบที่ใช้การอะไรไม่ได้   แต่กับเซริกะจังแล้วมันไม่เหมือนกันน่ะสิ

 

“ท่านเรย์กะ   ไม่คิดหรือว่าช่วงนี้คิคุโนะซังออกจะเกินไปหน่อยนะคะ ?   แค่เพราะเธอได้อยู่ห้องเดียวกับท่านคาบุรางิ   ทุกวันก็ไม่ทำอะไรนอกจากโอ่อวดเกี่ยวกับเรื่องนี้   มันอะไรของเธอกันนะ !”

 

หวา  หวา  ~

แม้ว่าเซริกะจังกับคิคุโนะจังจะเป็นเหมือนคู่หู   แต่ตอนนี้ฝ่ายหนึ่งกลับชิงความได้เปรียบไป   ความสัมพันธ์ของพวกเธอเลยเกิดรอยร้าวขึ้นแล้วค่า

 

“ท่านเรย์กะไม่รู้สึกผิดหวังบ้างหรือคะ ?  คิคุโนะซังทำเหมือนว่าสนิทกับท่านคาบุรางิมากกว่าท่านเรย์กะแบบนี้ !   ช่างอวดดีจริง ๆ !”

 

ไม่ค่า  ไม่ผิดหวังเลยค่า   แต่… ?

ฉันหมายถึงว่า  ฉันไม่ได้ชอบเขาสักหน่อย

แค่พิจารณาจำนวนแฟนคลับที่แตกกิ่งก้านสาขาของเจ้าสองคนนั้นในโรงเรียนนี้    ก็ไม่มีเหตุผลเลยที่ฉันจะต้องหาเรื่องวุ่นมาสุมใส่หัวตัวเอง      ดังนั้นที่ฉันทำจึงแค่เออออตามน้ำไปกับทุกคนและบางครั้งก็พูดว่า     “ช่างวิเศษจริงๆ ค่ะ”  ในเวลาที่เหมาะสมก็แค่นั้น

 

“แถมเธอยังพูดทำนองว่าท่านเอ็นโจมาเยี่ยมที่ห้องเรียนของเธอเป็นครั้งคราวอย่างไร !  และล่าสุดยัยนั่นก็ไม่มาทานอาหารกลางวันกับท่านเรย์กะเลยนะคะ !   เธอทรยศเราแล้วล่ะค่ะ !”

 

อุหวาา ~  เธอเดือดจัดแล้วสินะ

ฉันควรทำไงดีน้า

 

“บางทีที่คิคุโนะซังทำแบบนั้นเพราะคิดว่าคุณจะดีใจที่ได้ยินเรื่องพวกนั้นก็ได้นะคะ   ดิฉันไม่คิดว่าเธอมีเจตนาไม่ดีหรอกค่ะ   คุณน่าจะรู้ ?”

 

“....จะใช่แน่รึคะ   แต่…”

 

หน้าของเธอบอกว่าไม่เชื่อฉันชัดเจนเลยค่ะ  แต่ก็นะ  ฉันคิดว่าคิคุโนะจังก็แค่อยากคุยอวดอย่างมีความสุขเท่านั้นเอง

 

“หลังๆ มานี้   เหมือนคิคุโนะซังจะคิดถึงคุณนะคะ  เซริกะซัง   เมื่อก่อนที่เธอป่วยคุณก็พาเธอไปที่ห้องพยาบาล   เธอบอกดิฉันว่ารูู้สึกขอบคุณคุณจริงๆ ค่ะ   เธอยังชื่นชมว่าคุณนั้นพึ่งพาได้มากเลยนะคะคุณรู้ไหม ?”

 

“เอ๋ - …...”

 

นี่แหละค่ะที่เรียกจริงครึ่งเท็จครึ่งในตำนาน

ความจริงหยุดอยู่แค่คิคุโนะจังรู้สึกขอบคุณเซริกะจังที่พาไปห้องพยาบาลเท่านั้นค่ะ

เพื่อให้ดูน่าเชื่อถือ   ฉันเพียงพูดทำนองว่า “เซริกะซังเป็นคนที่วางใจได้ใช่ไหมล่ะคะ ?”   และคิคุโนะจังก็ตอบได้แค่  “ใช่ค่ะ”

 

“คิคุโนะซัง  พูดแบบนั้น….”

 

“ดิฉันคิดว่าคิคุโนะซังอยากจะแบ่งความสุขที่ได้เรียนห้องเดียวกับคนที่เธอชื่นชม    ให้เวลาเธอสักหน่อยเถอะค่ะ    ดิฉันมั่นใจว่าเมื่อเธอใจเย็นลงแล้วคงรู้เองว่าท่านคาบุรางินั้นเฉยเมยต่อเด็กผู้หญิงไม่มากก็น้อย   ในท้ายที่สุดก็ต้องถอยห่างออกมา    แล้วรู้ว่าคุณต่างหากที่มีค่ากับเธอมากกว่า”

 

“จริงหรือคะ…..”

 

โอ้วว  อีกนิด   อีกนิดเดียว !

ถ้าอย่างนั้นล่ะก็…

 

“เซริกะซัง  รับสิ่งนี้ไปสิคะ”

 

“เอ๋-  มาการอง ?”

 

ฉันให้มาการองสีชมพูกับเซริกะจังแหละค่ะ

 

“นี่คือมาการองกลิ่นเชอร์รี่ที่มีจำนวนจำกัดน่ะค่ะ   เป็นของโปรดของท่านคาบุรางิ”

 

“เอ๋-!?  ของโปรดของท่านคาบุรางิ !?”

 

“ใช่ค่ะ  ก่อนหน้านี้ดิฉันไปที่สโมสร Pivoine   ท่านคาบุรางิกำลังทานพวกมันพอดี   ดิฉันเลยหยิบมาอันหนึ่งและถือมาโดยยังไม่ได้ทาน   คุณควรได้ทานมันค่ะเซริกะซัง    แล้วเรามาเก็บเป็นความลับกับคิคุโนะซังกันนะคะดีไหม ?”

 

“ดีงามมากเลยค่ะ…….”

 

เซริกะซังมีความสุขมากเธอถือมาการองนั่นด้วยสองมือเลยล่ะ

 

“มันคงไม่บ่อยที่จะเห็นท่านคาบุรางิทานพวกขนมหวานสินะคะ”

 

“เอ่อ   ไม่ใช่หรอกค่ะ  เขาชอบของหวานมากเลยนะคะคุณรู้ไหม ?”

 

เขาทานขนมในสโมสรเยอะมาก    และเป็นพวกคลั่งของหวานสูสีกับ คิม ไอดอล เลยล่ะค่ะ

ในขณะที่เขาอยู่โตเกียว   เขาหลงรักมัทฉะช็อคโกแลตของร้านชาเก่าแก่ร้านหนึ่งด้วยแหละ

ฉันไม่คิดว่าเขาต้องการปิดบังอะไรหรอกนะ   แต่เพราะเราไม่ได้รับอนุญาตให้นำขนมหวานเข้ามาในโรงเรียน   ที่ๆ เขาจะทานขนมได้จึงเป็นแค่ในสโมสรเท่านั้น

 

เมื่อเซริกะจังอารมณ์ดีขึ้น   ฉันก็คิดว่ามันดีแล้วล่ะสำหรับตอนนี้

 

“เอ่ออ..  ท่านเรย์กะคะ   ที่ฉันพูดเมื่อครู่….”

 

“แน่นอนค่ะว่าดิฉันไม่ได้ยินอะไรเลย    เมื่อครู่ทั้งหมดไม่ได้เกิดจากความรู้สึกจริงๆ ของคุณสักนิด”

 

“ต้องขอบคุณมากเลยค่ะท่านเรย์กะ”

 

ไม่ค่ะ  ไม่    ยินดีอย่างยิ่งเลยค่า

 

 

 

 

 

“ท่านเรย์กะคะ    คิดยังไงกับเซริกะซังช่วงนี้บ้างหรือคะ    เธออิจฉาเพราะฉันได้เรียนห้องเดียวกับท่านคาบุรางิสินะคะ !”

 

ตอนนี้เป็นช่วงเวลาของคิคุโนะจังค่ะ    ดังนั้นเซริกะจังที่ก่อนหน้านี้มาคุยกับฉันเลยไม่ได้อยู่ด้วย

 

“ถ้าเธออิจฉาก็อยากให้เธอยอมรับมาเถอะค่ะ    แม้แต่ตอนที่ฉันหลบออกมาเพื่อบอกเธอเกี่ยวกับเรื่องท่านคาบุรางิ   ที่เธอทำก็แค่ชำเลืองมองฉัน    ท่านเรย์กะไม่คิดว่านิสัยของเธอแย่ไปหน่อยหรือคะ ?”

 

หวา ~  หวา ~

นี่เป็นทัศนคติที่อวดดีจังน้า

ฉันคิดว่าเธอก็ผิดด้วยเหมือนกันแหละค่ะ

 

“ที่เซริกะซังงอนเพราะคุณมัวแต่พูดถึงท่านคาบุรางิน่ะค่ะ”

 

“งอน ?”

 

“ได้ยินแล้วเก็บเป็นความลับด้วยนะคะ   เซริกะซังมาบ่นกับดิฉันน่ะค่ะว่าดูเหมือนท่านคาบุรางิจะสำคัญต่อคุณมากกว่าเธอซะอีก   ‘ฉันสนิทกับเธอมากกว่าแท้ๆ’   เธอพูดแบบนั้นแหละค่ะ  ดิฉันว่าเซริกะซังคงรู้สึกเหงาล่ะค่ะ”

 

“เอ๋-......”

 

“เซริกะซังชอบคุณมากๆ เลยนะคะ    แต่หลังๆ มานี้คุณพูดถึงแต่ท่านคาบุรางิ   คุณรู้สึกเหมือนถูกเธอเมินใส่ใช่ไหมล่ะค่ะ ?    ไม่คิดเหรอคะที่เธออิจฉาจริงๆ ไม่ใช่คุณแต่เป็นท่านคาบุรางิมากกว่า”

 

ตอนนี้เป็นเรื่องตอแหลทั้งหมดเลยค่า

 

“แต่คุณก็ต้องไม่ไปคาดคั้นเอาความจริงกับเธอนะคะ  เพราเซริกะซังทั้งดื้อทั้งปากหนัก   ถ้าเธอรู้ว่าคุณรู้ความรู้สึกของเธอ   เธอต้องงอนมากกว่าเดิมแน่ๆ เลยค่ะ”

 

“พอคิดว่าเซริกะซังพูดแบบนั้น  มันก็…..”

 

“ในกรณีนี้นะคะ..  ถ้าคุณทำตัวเป็นผู้ใหญ่มากกว่าและเริ่มอ่อนข้อให้ก่อน     ดิฉันมั่นใจว่าเซริกะซังจะรู้สึกดีขึ้น    เธอชอบคุณมากๆ    และพวกคุณทั้งสองก็เป็นเพื่อนรักกันนะคะ”

 

“เพื่อนรัก…   ท่านเรย์กะพูดได้ถูกแล้วค่ะ   พวกเราเป็นเพื่อนรักกัน”

 

ดูเหมือนว่าเธอจะมีความสุขเล็กๆ เกี่ยวกับนิยามคำว่า ‘เพื่อนรัก’ แฮะ

และความโกรธเมื่อกี้ก็หายไปเยอะเลยแหละ

 

“ท่านเรย์กะคะ   ที่ฉันพูดไปเมื่อกี้….”

 

“แน่นอนค่ะว่าดิฉันไม่ได้ยินอะไรเลย    เมื่อครู่ทั้งหมดไม่ได้เกิดจากความรู้สึกจริงๆ ของคุณสักนิด”

 

“ต้องขอบคุณมากเลยค่ะท่านเรย์กะ”

 

ไม่ค่ะ  ไม่   พวกเธอเหมือนกันเปี๊ยบเลยล่ะรู้ไหมค่า

 

หลังจากนั้น  พวกเธอก็ไปคุยกันแบบไหนไม่ทราบได้

ก็เหมือนว่าเรื่องที่ฉันโกหกไปยังไม่แตกโพละออกมา   พวกเธอทั้งสองก็ตัวติดกันไปไหนมาไหนด้วยกันตลอดและมีแต่รูปหัวใจลอยไปลอยมาเลยล่ะค่ะ

ฉันคือคนขี้ขลาด   ที่จะพูดกับปัญหาที่กำลังจะเข้ามาว่า  ‘ไม่ต้องค่ะ   ขอบคุณ’   ก็มันน่ากลัวนี่นา

ฉันหมายถึง   คุณไม่รู้หรอกว่าปัญหาพวกนั้นจะลากคุณไปไกลแค่ไหน   ยังไงสันติภาพก็ดีที่สุดค่ะ

 

พูดถึงตรงนี้   ใน 『you are my dolce』 ก็ไม่ใช่คิโชวอิน  เรย์กะ  ที่คอยใส่ร้ายนางเอกต่างๆ นานาต่อหน้าจักรพรรดิหรอกหรือ    เลยนำไปสู่จุดจบที่ล้มเหลวแบบนั้น…?




NEKOPOST.NET