[นิยายแปล] นอบน้อมและหนักแน่น คือคติประจำใจในการใช้ชีวิตของฉันค่ะ! ตอนที่ 294 | Nekopost.net 
NEKOPOST
การแสดงผล

[นิยายแปล] นอบน้อมและหนักแน่น คือคติประจำใจในการใช้ชีวิตของฉันค่ะ!

Ch.294 - ตอนที่ 294 คาซามิ เซริกะ


 

294. คาซามิ เซริกะ


คิดว่าจุดเริ่มแรกที่ทำให้ฉันเกิดความใฝ่ฝันต่อโรงเรียนซุยรัน เป็นเพราะชุดเครื่องแบบของคุณพี่สาวเพื่อนบ้านที่เรียนอยู่ซุยรันช่างน่ารักเหลือเกิน
ฉันสัมผัสได้ถึงบรรยากาศพิเศษที่แตกต่างจากชุดเครื่องแบบโรงเรียนอื่นๆ จากชุดสีขาวล้วนที่ผ่านการดีไซน์อย่างประณีตบรรจง ถึงกับตกหลุมรักตั้งแต่แรกพบ
 
พอบอกคุณแม่ไปตามความรู้สึกตามตรงว่า "ชุดของคุณพี่สาวคนนั้นน่ารักจัง!" คุณแม่ก็บอกว่า "ชุดนั้นน่ะ เป็นเครื่องแบบที่ต้องเข้าโรงเรียนที่ชื่อว่าซุยรันก่อนถึงจะใส่ได้นะจ๊ะ"

"โรงเรียนซุยรัน..."
 
ทั้งที่ยังไม่รู้ว่าโรงเรียนซุยรันเป็นสถานที่แบบไหน แต่ฉันก็พูดออกไปด้วยความอยากใส่ชุดเครื่องแบบนั้นว่า "หนูก็อยากไปโรงเรียนซุยรัน!" ทำให้คุณพ่อคุณแม่ดีอกดีใจกันใหญ่ คุณแม่พาฉันไปบ้านคุณพี่สาวนักเรียนซุยรันคนนั้นเพื่อสอบถามรายละเอียด
 
ครอบครัวของคุณพี่สาวเป็นแพทย์ผู้บริหารโรงพยาบาลเอกชนที่มีอยู่หลายแผนก  ทางครอบครัวฉันเองเวลาเป็นหวัดหรือฉีดวัคซีนป้องกัน บางครั้งก็จะไปเข้ารับการบริการกันทั้งครอบครัว  สามีภรรยาผอ.โรงพยาบาลจึงออกมาต้อนรับด้วยรอยยิ้มพร้อมกับเล่าเรื่องเกี่ยวกับการสอบเข้าซุยรันให้ฟังมากมาย

แผนกมัธยมต้นและมัธยมปลายที่คุณพี่สาวเรียนอยู่สวมเสื้อนอกสีขาวอย่างที่ฉันเห็น แต่เขาว่าแผนกประถมเป็นสีน้ำเงินกรมท่าล่ะ พอได้ฟังแบบนั้นก็รู้สึกผิดจากที่คาดนิดหน่อย แต่ชุดเครื่องแบบสีกรมท่าที่ลงอยู่ในเอกสารแนะนำแผนกประถมที่ได้เห็นก็น่ารักมาก จนตัดสินใจได้อีกครั้งว่ายังไงก็จะไปเรียนซุยรัน ก็ภาพถ่ายอาคารเรียนฝังกระจกสีสเตนกลาสเหมือนที่เคยเห็นในโบสถ์ดูราวกับปราสาทกลางพงไพร ช่างวิเศษเหลือเกิน
 
"เซริกะจัง ที่ซุยรันมีสมาคมที่เรียกว่า Pivoine ที่มีแต่นักเรียนซุยรันผู้ผ่านการคัดสรรเท่านั้นที่จะได้เข้าร่วมด้วยนะ"
"Pivoine?"
"ใช่ Pivoine เป็นภาษาฝรั่งเศส หมายถึงดอกโบตั๋นจ้ะ สัญลักษณ์ของ Pivoine คือดอกโบตั๋นที่ภาษาดอกไม้หมายถึงบุคลิกของราชันย์ เป็นสมาคมของเหล่าท่านๆ ที่มีความภาคภูมิสูงส่งเป็นที่เชิดหน้าชูตาของซุยรันเหมาะกับภาษาดอกไม้นั่นไงล่ะ"

ถ้อยคำของคุณพี่สาวออกจะยากสำหรับเด็กอายุเท่าฉันในตอนนั้น มีอะไรที่ไม่เข้าใจอยู่เหมือนกัน แต่เรื่องราวของ Pivoine ที่ผ่านการถ่ายทอดจากคุณพี่สาวยิ่งเพิ่มความปลาบปลื้มที่ฉันมีต่อซุยรันจนท่วมท้น การชุมนุมของเหล่าคนพิเศษในโรงเรียนแสนพิเศษ ที่นั่นต้องมีคนที่เหมือนเจ้าหญิงเจ้าชายอยู่มากมาย ฉันฝันเฟื่องว่าถ้าตัวเองได้เข้า Pivoine ก็คงได้ใช้ชีวิตในแต่ละวันราวกับเจ้าหญิงอย่างแน่นอน

ความจริงฉันก็ไปเรียนพิเศษที่คลาสสำหรับเด็กเล็กเพื่อสอบเข้าโรงเรียนประถมมาตลอดอยู่แล้ว แค่เปลี่ยนโรงเรียนที่ตั้งเป้าไว้เป็นซุยรันเท่านั้น โดยทั่วไปแล้วอย่างอื่นก็ไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลง เพียงแต่การเรียนเข้มงวดลำบากขึ้นกว่าแต่ก่อนบ้าง แต่ฉันก็พยายามอย่างเต็มที่เพื่อให้ได้ใส่ชุดเครื่องแบบนั้น

ได้ฟังจากคุณแม่ว่าปีนี้พวกเด็กๆ ที่มีกำหนดการสอบเข้าซุยรันมาจากตระกูลที่มีอิทธิพลสูงเป็นพิเศษกันทั้งนั้น อัตราการแข่งขันสูงขึ้นกว่าปีก่อนๆ ทำให้ฉันเป็นห่วงว่าจะสอบได้หรือเปล่า แต่ก็สมกับที่ตั้งใจฝึกซ้อมทุกวัน ฉันสอบเข้าแผนกชั้นประถมของโรงเรียนซุยรันได้เป็นผลสำเร็จ
...แต่ก็น่าเสียดายที่ไม่อาจเข้าร่วมสมาคม Pivoine

ถึงอย่างนั้น ตอนได้สอดแขนเข้าไปในชุดเครื่องแบบที่ปลาบปลื้ม ฉันก็อารมณ์ดีอย่างมากมาย ชุดเครื่องแบบใหม่เอี่ยมเป็นมันวับ โรงเรียนที่เป็นมันวับ จากนี้ไปฉันจะได้ใช้ชีวิตแสนวิเศษทุกวันในซุยรันที่เปล่งประกายเจิดจ้า...!

เมื่อเสร็จสิ้นพิธีปฐมศึกษา กระจายกันเข้าห้องเรียนไป ฉันก็ได้เห็นกับตาตัวเองอย่างจังว่า "คนพิเศษ" ที่ว่านั้นเป็นเช่นไร
ท่านคิโชวอิน เรย์กะ---

สัมผัสได้ตั้งแต่พริบตาแรกที่เห็น เด็กคนนี้ อื๋อ ไม่สิ ท่านผู้นี้แตกต่างกับฉันและเด็กอื่นๆ ทั่วไปอย่างชัดเจน

ท่านเรย์กะคือตัวแทนของซุยรันที่ฉันปลาบปลื้มนักหนา ดวงตากลมโตและพวงแก้มสีชมพูระเรื่อ เส้นผมที่ม้วนเป็นเกลียวอย่างสวยงามดูราวกับเจ้าหญิงในนิทานภาพ ที่ซุยรันมีเจ้าหญิงตัวจริงอยู่ด้วย!
 
ท่านเรย์กะผู้เป็นคุณหนูในเครือกิจการคิโชวอิน สืบสายเลือดอดีตขุนนาง แน่นอนว่าเป็นสมาชิก Pivoine นี่ก็คือ Pivoine...! แล้วเด็กผู้หญิงคนนี้ก็คือเจ้าหญิงแห่ง  Pivoine  ยอดเลย! ยอดเลย!
ถ้าได้อยู่ข้างๆ เจ้าหญิง ฉันเองก็อาจเป็นเหมือนเจ้าหญิงไปด้วยก็ได้!
ฉันตื่นเต้นตกประหม่าพลางปลุกใจให้กล้าลองส่งเสียงทักท่านเรย์กะ
แล้วตุ๊กตาฝรั่งก็ยิ้มแย้มให้ฉัน


ดูเหมือน  Pivoine จะมีสมาชิกอยู่อีกหลายคน แต่ท่านเรย์กะก็ยังโดดเด่นที่สุดในหมู่คนเหล่านั้น

ก่อนอื่นก็เรื่องทรัพย์สิน ทางบ้านฉันถือว่าค่อนข้างมีฐานะ แต่เทียบกับระดับ Pivoine แล้วยังเรียกว่าไกลห่างกันลิบลับ แม้กระทั่งในหมู่  Pivoine ด้วยกัน ตระกูลคิโชวอินก็ยังถือว่าติดอันดับต้นๆ หนำซ้ำยังมีสายเลือดตระกูลผู้ดีเก่าที่ใช้เงินซื้อหามาไม่ได้ ท่านเรย์กะมีความสง่างามและความเยือกเย็นที่ไม่มีอยู่ในพวกเด็กๆ รุ่นเดียวกันอย่างพวกเรา รวมถึงใบหน้าจิ้มลิ้มราวกับตุ๊กตา ส่งผลให้พวกผู้หญิงหลงใหลได้ปลื้ม ตกเป็นเป้าแห่งความเคารพยำเกรงของนักเรียนทั้งโรงเรียน

ท่านเรย์กะที่อยู่บนตำแหน่งสูงสุดแม้จะในหมู่ Pivoine ที่เป็นอภิสิทธิ์ชนในซุยรัน หากยุคสมัยผิดกันอาจได้เป็นเจ้าหญิงจริงๆ ก็ได้ สำหรับฉันแล้วการได้อยู่ใกล้ชิดท่านเรย์กะผู้นั้นยิ่งกว่าใครถือเป็นความภาคภูมิใจ

ท่านเรย์กะก็คือสัญลักษณ์ของนักเรียนหญิงอันสมบูรณ์แบบในซุยรัน---!
ส่วนสัญลักษณ์ของนักเรียนชายในซุยรันก็คือท่านคาบุรากิ มาซายะและท่านเอ็นโจ ชูสุเกะ

เมื่อแรกที่ทั้งสองคนปรากฎตัวขึ้นในอาคารเรียน รูปลักษณ์ที่สมบูรณ์แบบล้ำเลิศนั้นก่อให้เกิดเสียงร้องกรี๊ดระงมจากตรงนั้นตรงนี้ กลายเป็นเรื่องโกลาหลย่อมๆ กันไป ฉันเองก็เป็นหนึ่งในคนที่กรี๊ดๆ กันนั่นแหละ เท่จังเลย!
 
ใบหน้าหล่อเหลาหมดจด สติปัญญาปราดเปรื่อง เชี่ยวชาญทั้งบู๊บุ๋น.. ทั้งสองท่านกระทำสิ่งที่ว่ามาได้อย่างสมบูรณ์แบบ แน่นอนว่าต้องเป็นสมาชิก Pivoine โดดเด่นจนกระทั่งเป็นที่จับตามองของนักเรียนชั้นสูงกว่า
 
ท่านคาบุรากิผู้เงียบขรึมสง่างาม และท่านเอ็นโจผู้เฉลียวฉลาดเอื้ออารี ทั้งสองท่านแม้เป็นคนละแบบกัน แต่ท่าทางการสยบเหล่านักเรียนชายผู้ศรัทธาให้มาเดินตามต้อยๆ นั้นคือบุคลิกของราชันย์ไม่มีผิดเพี้ยน เปล่งออร่าที่บันดาลให้ผู้คนต้องก้มหัวลงต่ำโดยธรรมชาติ
 
พอรู้ตัวอีกทีท่านคาบุรากิก็ได้รับฉายานามว่าจักรพรรดิ กลายเป็นตัวตนที่ควรค่าแก่การเทิดทูนบูชาในซุยรันทั้งในนามและความเป็นจริง
ท่านคาบุรากิเปิดใจกับพวกผู้ชายสนิทสนมกันได้ก็จริง แต่กับผู้หญิงแล้วส่งบรรยากาศยากต่อการเข้าใกล้ ส่วนพวกเราหากไม่มีธุระอะไรสำคัญจริงๆ ก็ได้แต่จับจ้องมองอยู่ห่างๆ เท่านั้น

ท่านเอ็นโจมีบรรยากาศอ่อนโยนนิ่มนวล จึงพูดคุยง่ายกว่าท่านคาบุรากิอยู่บ้าง แต่ก็เปล่งบรรยากาศไม่อาจล่วงเกินเส้นเขตแดนที่ขีดไว้
นักเรียนหญิงร่วมชั้นปีที่สามารถพูดคุยกับทั้งสองท่านได้อย่างเท่าเทียมมีแต่ท่านเรย์กะเท่านั้น!
 
โดยเฉพาะนักเรียนหญิงร่วมชั้นปีที่จักรพรรดิแห่งซุยรันเรียกชื่อแล้วเข้าไปพูดคุยด้วยตัวเองก่อนมีเพียงท่านเรย์กะเท่านั้น ท่านเรย์กะเป็นท่านที่แสนพิเศษจริงๆ นั่นแหละ!
 
พอพวกเราพูดคุยเรื่องนั้นกับท่านเรย์กะอย่างตื่นเต้น ท่านเรย์กะก็ว่าท่านคาบุรากิพูดคุยกับนักเรียนหญิงสมาชิก Pivoine แบบนั้นเป็นปกติอยู่แล้วนะคะ ปล่อยผ่านไปอย่างสบายๆ แต่พวกเราแทบไม่เคยเห็นภาพที่ว่ามาก่อนเลยในความเป็นจริง ก็เลยไม่รู้ว่าจริงหรือเท็จ สิ่งที่ปรากฎในความเป็นจริงมีเพียงท่านคาบุรากิเป็นฝ่ายตรงเข้าไปพูดคุยกับท่านเรย์กะอย่างสนิทสนมเท่านั้นนี่นา
ท่านคาบุรากิ ท่านเอ็นโจ และท่านเรย์กะของพวกเรา ก็คือสัญลักษณ์อันเจิดจรัสแห่งซุยรัน---!

 

 

...ฉันเริ่มสงสัยในตัวท่านเรย์กะที่สูงส่งถึงเพียงนั้นตั้งแต่เมื่อไหร่กันนะ
เมื่อแรก ก็เริ่มจากก้อนกรวดแห่งความเคลือบแคลงเล็กๆ น้อยๆ ประมาณว่า เอ๋...? แค่นั้น
จากนั้นก็ตามมาด้วย เอ๋? เอ๋? หินก้อนเล็กๆ เริ่มแผ่ขยายวงคลื่นจำนวนมากไปในใจฉัน
คนพิเศษสมบูรณ์แบบไร้ตำหนิ คนพิเศษคนนั้นโดนกวางที่นาระรุมเล่นงาน!
เอ๋ อึนกร่วงใส่คนสมบูรณ์แบบ...!? จะโชคร้ายไปหน่อยมั้ย?
เดินสะดุดเพราะไม่ทันสังเกตเห็นพื้นต่างระดับ (เอ๋ ซุ่มซ่าม?) โดนลิฟต์หนีบ (เอ๋ ใจลอย?) ขีดเขียนตัวอะไรไม่รู้เล่นที่ขอบสมุดจด (เอ๋ หรือจะเป็นภาพม้าที่ออกมาในบทเรียนเมื่อกี้นี้) ออกไปหยิบของที่ล็อกเกอร์แต่พอไปถึงก็ลืมว่าจะเอาอะไรเลยเดินมือเปล่ากลับมา (เอ๋ ขี้ลืมตั้งแต่อายุเท่านี้แล้วเหรอ) ต่างๆ นานา...

ฉันค่อยๆ ค้นพบความรั่วเล็กๆ น้อยๆ ของท่านเรย์กะเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ นับว่าโชคยังดีที่นักเรียนคนอื่นไม่ทันสังเกตเห็น พวกเราต่างไม่เคยพูดคุยกันเป็นเรื่องเป็นราว แต่พวกคุณคิคุโนะกับคุณอายาเมะอาจจะสังเกตเห็นแล้วก็ได้ แต่ก็ไม่มีใครกล้าพูดออกมาตรงๆ เพราะรู้สึกเหมือนว่าถ้าหลุดปากออกไปอะไรหลายๆ อย่างอาจจะทยอยกันพังครืนลงมาจนไม่เหลืออะไรให้ยึดเหนี่ยวน่ะ!

แต่ว่า! จะให้เผลอไผลผิดพลาดเยอะเท่าไหร่ จะโดนกวางรุมอยู่คนเดียวยังไง จะโดนนกอึใส่หรือไม่ ท่านเรย์กะก็เป็นผู้นำของพวกเรากลุ่มอิทธิพลที่ยิ่งใหญ่ที่สุด เป็นสัญลักษณ์ของนักเรียนหญิงแห่งซุยรัน จะยอมให้โดนพวกนักเรียนคนอื่นๆ ลบหลู่เอาตอนนี้ไม่ได้เป็นอันขาด โดยเฉพาะพวกกลุ่มซึรุฮานะที่มักใหญ่ใฝ่สูงจ้องจะโค่นบัลลังก์อยู่ทุกเมื่อนั้นต่อให้หัวเด็ดตีนขาดก็จะเผยช่องว่างนี้ให้เห็นไม่ได้ หากท่านเรย์กะไม่ได้สมบูรณ์แบบ พวกเราคอยตามเก็บกวาดให้เองก็ได้!
ความสัมพันธ์ของกลุ่มพวกเรายิ่งเหนียวแน่นโดยมีท่านเรย์กะเป็นศูนย์กลาง

บางครั้งท่านเรย์กะจะหายลับไปไหนเพียงลำพัง การตามหาตัวเป็นหน้าที่ของพวกเราผู้ใกล้ชิด

"หิวจั๊งหิวจังหิวจั่ง~ หืมหืมหืม~"
 
ได้ยินเสียงฮัมเพลงแปลกๆ แผ่วเบาแว่วมาจากบันไดร้างคน เป็นเสียงที่คุ้นหู...
ท่านเรย์กะกำลังฮัมเพลงแปลกๆ งุ้งงิ้ง หิวจั๊งหิวจังหิวจั่ง~เนี่ยเป็นเพลงท้องหิวที่แต่งขึ้นเองเหรอ!? (เอ๋ คนพิลึก?) แล้วต้องมาร้องอยู่แถวนี้ด้วยนะ!

อาจเป็นได้ว่าเจ้าตัวเผลอฮัมเพลงออกมาจากจิตใต้สำนึกโดยไม่ทันรู้ตัว แต่ถ้ามีคนอื่นนอกเหนือจากฉันได้ยินเข้าล่ะก็...!
ฉันถอยกลับไปตั้งหลักที่ทางเดิน แล้วจงใจเดินย่ำฝีเท้าดังๆ ในพริบตานั้นเอง เสียงฮัมเพลงก็หยุดลง
ฉันส่งเสียงเรียกจากจุดที่ย้อนไปตั้งหลัก "ท่านเรย์กะคะ~"
 
"มีอะไรหรือคะ คุณเซริกะ"
 
ท่านเรย์กะปรากฎตัวขึ้นจากบันไดด้วยย่างก้าวสง่างาม

"แหม ท่านเรย์กะ มาอยู่ที่นี่เองหรือคะ พักกลางวันก็ล่วงเลยมามากแล้ว ไปรับมื้อกลางวันกันไหมคะ"
"ค่ะ ขอโทษด้วยนะคะ ดูเหมือนจะชมทิวทัศน์ผ่านทางหน้าต่างเพลินจนลืมเวลาไปเลยทีเดียว"
"นั่นสินะคะ ถ้าเช่นนั้นไปโรงอาหารกันเถอะค่ะ"
"นั่นสินะคะ ชักท้องหิวแล้วด้วย"
 
ก็คงงั้นละค่ะ
 

ฉันที่ตระหนักถึงอันตรายจากความเผลอไผลของท่านเรย์กะ ตัดสินใจจะร่วมมือกับพวกคุณคิคุโนะเพื่อรักษาบารมีของท่านเรย์กะเอาไว้ทั้งต่อหน้าและลับหลัง
 
เบื้องหน้า พวกเราคอยตามเก็บความรั่วเล็กๆ น้อยๆ ของท่านเรย์กะไม่ให้รอบข้างสังเกตเห็น พลางคอยกราดสายตาขู่ขวัญเป็นโล่กำบัง ส่วนลับหลัง ก็เรียกเอาพวกโง่เง่าไร้มารยาทที่ตั้งชื่อเล่นไร้สาระให้ท่านเรย์กะออกมาเพื่อทำการฝึกซ้อมการสัมภาษณ์แบบกดดันเตรียมไว้สำหรับอนาคต
ด้วยการดำเนินการอย่างเสียสละของพวกเราในลักษณะนี้ อิทธิพลของท่านเรย์กะก็ได้แผ่ไปอย่างทั่วถึงทุกซอกทุกมุมในโรงเรียน

 


ระหว่างใช้ชีวิตในรั้วโรงเรียนอย่างสนุกสนานแกมวุ่นวายไปเช่นนั้น พวกเราก็เลื่อนชั้นขึ้นเป็นนักเรียนมัธยมหก ฉันได้อยู่ห้องเดียวกับท่านเรย์กะในการทัศนศึกษาที่ลอนดอน

ในคืนที่ได้ไปชมละครเพลงที่พิคาเดลี่เซอร์คัส ฉันขึ้นจากอ่างอาบน้ำ พอเปิดประตูห้องน้ำออก ก็เจอท่านเรย์กะกำลังร้องเพลงเต้นระบำอยู่อย่างสุดเหวี่ยง
แย่ล่ะ รู้งี้ส่องดูภายในห้องก่อนค่อยเปิดประตูออกมาก็ดีหรอก...
จะสำนึกเสียใจก็สายไปแล้ว ท่านเรย์กะที่รู้สึกถึงสายตาของฉันเหลียวกลับมาสบตากันเข้าพอดี

"............"
"............"

ทำไงดีล่ะ ตัวฉัน! ขืนปล่อยไว้แบบนี้จะทำให้ท่านเรย์กะต้องอับอายนะ...! จะหาทางออกด้วยการอวยว่าเก่งจังเลยค่ะดีไหมนะ หรือว่า...
ฮึ่ย ถ้าคิดจะประจำอยู่ข้างกายท่านเรย์กะแล้ว ตัดใจแค่นี้ไม่ได้จะทำไงเล่า! ทิ