[นิยายแปล] นอบน้อมและหนักแน่น คือคติประจำใจในการใช้ชีวิตของฉันค่ะ! ตอนที่ 294 | Nekopost.net 
NEKOPOST
การแสดงผล

[นิยายแปล] นอบน้อมและหนักแน่น คือคติประจำใจในการใช้ชีวิตของฉันค่ะ!

Ch.294 - ตอนที่ 294 คาซามิ เซริกะ


 

294. คาซามิ เซริกะ


คิดว่าจุดเริ่มแรกที่ทำให้ฉันเกิดความใฝ่ฝันต่อโรงเรียนซุยรัน เป็นเพราะชุดเครื่องแบบของคุณพี่สาวเพื่อนบ้านที่เรียนอยู่ซุยรันช่างน่ารักเหลือเกิน
ฉันสัมผัสได้ถึงบรรยากาศพิเศษที่แตกต่างจากชุดเครื่องแบบโรงเรียนอื่นๆ จากชุดสีขาวล้วนที่ผ่านการดีไซน์อย่างประณีตบรรจง ถึงกับตกหลุมรักตั้งแต่แรกพบ
 
พอบอกคุณแม่ไปตามความรู้สึกตามตรงว่า "ชุดของคุณพี่สาวคนนั้นน่ารักจัง!" คุณแม่ก็บอกว่า "ชุดนั้นน่ะ เป็นเครื่องแบบที่ต้องเข้าโรงเรียนที่ชื่อว่าซุยรันก่อนถึงจะใส่ได้นะจ๊ะ"

"โรงเรียนซุยรัน..."
 
ทั้งที่ยังไม่รู้ว่าโรงเรียนซุยรันเป็นสถานที่แบบไหน แต่ฉันก็พูดออกไปด้วยความอยากใส่ชุดเครื่องแบบนั้นว่า "หนูก็อยากไปโรงเรียนซุยรัน!" ทำให้คุณพ่อคุณแม่ดีอกดีใจกันใหญ่ คุณแม่พาฉันไปบ้านคุณพี่สาวนักเรียนซุยรันคนนั้นเพื่อสอบถามรายละเอียด
 
ครอบครัวของคุณพี่สาวเป็นแพทย์ผู้บริหารโรงพยาบาลเอกชนที่มีอยู่หลายแผนก  ทางครอบครัวฉันเองเวลาเป็นหวัดหรือฉีดวัคซีนป้องกัน บางครั้งก็จะไปเข้ารับการบริการกันทั้งครอบครัว  สามีภรรยาผอ.โรงพยาบาลจึงออกมาต้อนรับด้วยรอยยิ้มพร้อมกับเล่าเรื่องเกี่ยวกับการสอบเข้าซุยรันให้ฟังมากมาย

แผนกมัธยมต้นและมัธยมปลายที่คุณพี่สาวเรียนอยู่สวมเสื้อนอกสีขาวอย่างที่ฉันเห็น แต่เขาว่าแผนกประถมเป็นสีน้ำเงินกรมท่าล่ะ พอได้ฟังแบบนั้นก็รู้สึกผิดจากที่คาดนิดหน่อย แต่ชุดเครื่องแบบสีกรมท่าที่ลงอยู่ในเอกสารแนะนำแผนกประถมที่ได้เห็นก็น่ารักมาก จนตัดสินใจได้อีกครั้งว่ายังไงก็จะไปเรียนซุยรัน ก็ภาพถ่ายอาคารเรียนฝังกระจกสีสเตนกลาสเหมือนที่เคยเห็นในโบสถ์ดูราวกับปราสาทกลางพงไพร ช่างวิเศษเหลือเกิน
 
"เซริกะจัง ที่ซุยรันมีสมาคมที่เรียกว่า Pivoine ที่มีแต่นักเรียนซุยรันผู้ผ่านการคัดสรรเท่านั้นที่จะได้เข้าร่วมด้วยนะ"
"Pivoine?"
"ใช่ Pivoine เป็นภาษาฝรั่งเศส หมายถึงดอกโบตั๋นจ้ะ สัญลักษณ์ของ Pivoine คือดอกโบตั๋นที่ภาษาดอกไม้หมายถึงบุคลิกของราชันย์ เป็นสมาคมของเหล่าท่านๆ ที่มีความภาคภูมิสูงส่งเป็นที่เชิดหน้าชูตาของซุยรันเหมาะกับภาษาดอกไม้นั่นไงล่ะ"

ถ้อยคำของคุณพี่สาวออกจะยากสำหรับเด็กอายุเท่าฉันในตอนนั้น มีอะไรที่ไม่เข้าใจอยู่เหมือนกัน แต่เรื่องราวของ Pivoine ที่ผ่านการถ่ายทอดจากคุณพี่สาวยิ่งเพิ่มความปลาบปลื้มที่ฉันมีต่อซุยรันจนท่วมท้น การชุมนุมของเหล่าคนพิเศษในโรงเรียนแสนพิเศษ ที่นั่นต้องมีคนที่เหมือนเจ้าหญิงเจ้าชายอยู่มากมาย ฉันฝันเฟื่องว่าถ้าตัวเองได้เข้า Pivoine ก็คงได้ใช้ชีวิตในแต่ละวันราวกับเจ้าหญิงอย่างแน่นอน

ความจริงฉันก็ไปเรียนพิเศษที่คลาสสำหรับเด็กเล็กเพื่อสอบเข้าโรงเรียนประถมมาตลอดอยู่แล้ว แค่เปลี่ยนโรงเรียนที่ตั้งเป้าไว้เป็นซุยรันเท่านั้น โดยทั่วไปแล้วอย่างอื่นก็ไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลง เพียงแต่การเรียนเข้มงวดลำบากขึ้นกว่าแต่ก่อนบ้าง แต่ฉันก็พยายามอย่างเต็มที่เพื่อให้ได้ใส่ชุดเครื่องแบบนั้น

ได้ฟังจากคุณแม่ว่าปีนี้พวกเด็กๆ ที่มีกำหนดการสอบเข้าซุยรันมาจากตระกูลที่มีอิทธิพลสูงเป็นพิเศษกันทั้งนั้น อัตราการแข่งขันสูงขึ้นกว่าปีก่อนๆ ทำให้ฉันเป็นห่วงว่าจะสอบได้หรือเปล่า แต่ก็สมกับที่ตั้งใจฝึกซ้อมทุกวัน ฉันสอบเข้าแผนกชั้นประถมของโรงเรียนซุยรันได้เป็นผลสำเร็จ
...แต่ก็น่าเสียดายที่ไม่อาจเข้าร่วมสมาคม Pivoine

ถึงอย่างนั้น ตอนได้สอดแขนเข้าไปในชุดเครื่องแบบที่ปลาบปลื้ม ฉันก็อารมณ์ดีอย่างมากมาย ชุดเครื่องแบบใหม่เอี่ยมเป็นมันวับ โรงเรียนที่เป็นมันวับ จากนี้ไปฉันจะได้ใช้ชีวิตแสนวิเศษทุกวันในซุยรันที่เปล่งประกายเจิดจ้า...!

เมื่อเสร็จสิ้นพิธีปฐมศึกษา กระจายกันเข้าห้องเรียนไป ฉันก็ได้เห็นกับตาตัวเองอย่างจังว่า "คนพิเศษ" ที่ว่านั้นเป็นเช่นไร
ท่านคิโชวอิน เรย์กะ---

สัมผัสได้ตั้งแต่พริบตาแรกที่เห็น เด็กคนนี้ อื๋อ ไม่สิ ท่านผู้นี้แตกต่างกับฉันและเด็กอื่นๆ ทั่วไปอย่างชัดเจน

ท่านเรย์กะคือตัวแทนของซุยรันที่ฉันปลาบปลื้มนักหนา ดวงตากลมโตและพวงแก้มสีชมพูระเรื่อ เส้นผมที่ม้วนเป็นเกลียวอย่างสวยงามดูราวกับเจ้าหญิงในนิทานภาพ ที่ซุยรันมีเจ้าหญิงตัวจริงอยู่ด้วย!
 
ท่านเรย์กะผู้เป็นคุณหนูในเครือกิจการคิโชวอิน สืบสายเลือดอดีตขุนนาง แน่นอนว่าเป็นสมาชิก Pivoine นี่ก็คือ Pivoine...! แล้วเด็กผู้หญิงคนนี้ก็คือเจ้าหญิงแห่ง  Pivoine  ยอดเลย! ยอดเลย!
ถ้าได้อยู่ข้างๆ เจ้าหญิง ฉันเองก็อาจเป็นเหมือนเจ้าหญิงไปด้วยก็ได้!
ฉันตื่นเต้นตกประหม่าพลางปลุกใจให้กล้าลองส่งเสียงทักท่านเรย์กะ
แล้วตุ๊กตาฝรั่งก็ยิ้มแย้มให้ฉัน


ดูเหมือน  Pivoine จะมีสมาชิกอยู่อีกหลายคน แต่ท่านเรย์กะก็ยังโดดเด่นที่สุดในหมู่คนเหล่านั้น

ก่อนอื่นก็เรื่องทรัพย์สิน ทางบ้านฉันถือว่าค่อนข้างมีฐานะ แต่เทียบกับระดับ Pivoine แล้วยังเรียกว่าไกลห่างกันลิบลับ แม้กระทั่งในหมู่  Pivoine ด้วยกัน ตระกูลคิโชวอินก็ยังถือว่าติดอันดับต้นๆ หนำซ้ำยังมีสายเลือดตระกูลผู้ดีเก่าที่ใช้เงินซื้อหามาไม่ได้ ท่านเรย์กะมีความสง่างามและความเยือกเย็นที่ไม่มีอยู่ในพวกเด็กๆ รุ่นเดียวกันอย่างพวกเรา รวมถึงใบหน้าจิ้มลิ้มราวกับตุ๊กตา ส่งผลให้พวกผู้หญิงหลงใหลได้ปลื้ม ตกเป็นเป้าแห่งความเคารพยำเกรงของนักเรียนทั้งโรงเรียน

ท่านเรย์กะที่อยู่บนตำแหน่งสูงสุดแม้จะในหมู่ Pivoine ที่เป็นอภิสิทธิ์ชนในซุยรัน หากยุคสมัยผิดกันอาจได้เป็นเจ้าหญิงจริงๆ ก็ได้ สำหรับฉันแล้วการได้อยู่ใกล้ชิดท่านเรย์กะผู้นั้นยิ่งกว่าใครถือเป็นความภาคภูมิใจ

ท่านเรย์กะก็คือสัญลักษณ์ของนักเรียนหญิงอันสมบูรณ์แบบในซุยรัน---!
ส่วนสัญลักษณ์ของนักเรียนชายในซุยรันก็คือท่านคาบุรากิ มาซายะและท่านเอ็นโจ ชูสุเกะ

เมื่อแรกที่ทั้งสองคนปรากฎตัวขึ้นในอาคารเรียน รูปลักษณ์ที่สมบูรณ์แบบล้ำเลิศนั้นก่อให้เกิดเสียงร้องกรี๊ดระงมจากตรงนั้นตรงนี้ กลายเป็นเรื่องโกลาหลย่อมๆ กันไป ฉันเองก็เป็นหนึ่งในคนที่กรี๊ดๆ กันนั่นแหละ เท่จังเลย!
 
ใบหน้าหล่อเหลาหมดจด สติปัญญาปราดเปรื่อง เชี่ยวชาญทั้งบู๊บุ๋น.. ทั้งสองท่านกระทำสิ่งที่ว่ามาได้อย่างสมบูรณ์แบบ แน่นอนว่าต้องเป็นสมาชิก Pivoine โดดเด่นจนกระทั่งเป็นที่จับตามองของนักเรียนชั้นสูงกว่า
 
ท่านคาบุรากิผู้เงียบขรึมสง่างาม และท่านเอ็นโจผู้เฉลียวฉลาดเอื้ออารี ทั้งสองท่านแม้เป็นคนละแบบกัน แต่ท่าทางการสยบเหล่านักเรียนชายผู้ศรัทธาให้มาเดินตามต้อยๆ นั้นคือบุคลิกของราชันย์ไม่มีผิดเพี้ยน เปล่งออร่าที่บันดาลให้ผู้คนต้องก้มหัวลงต่ำโดยธรรมชาติ
 
พอรู้ตัวอีกทีท่านคาบุรากิก็ได้รับฉายานามว่าจักรพรรดิ กลายเป็นตัวตนที่ควรค่าแก่การเทิดทูนบูชาในซุยรันทั้งในนามและความเป็นจริง
ท่านคาบุรากิเปิดใจกับพวกผู้ชายสนิทสนมกันได้ก็จริง แต่กับผู้หญิงแล้วส่งบรรยากาศยากต่อการเข้าใกล้ ส่วนพวกเราหากไม่มีธุระอะไรสำคัญจริงๆ ก็ได้แต่จับจ้องมองอยู่ห่างๆ เท่านั้น

ท่านเอ็นโจมีบรรยากาศอ่อนโยนนิ่มนวล จึงพูดคุยง่ายกว่าท่านคาบุรากิอยู่บ้าง แต่ก็เปล่งบรรยากาศไม่อาจล่วงเกินเส้นเขตแดนที่ขีดไว้
นักเรียนหญิงร่วมชั้นปีที่สามารถพูดคุยกับทั้งสองท่านได้อย่างเท่าเทียมมีแต่ท่านเรย์กะเท่านั้น!
 
โดยเฉพาะนักเรียนหญิงร่วมชั้นปีที่จักรพรรดิแห่งซุยรันเรียกชื่อแล้วเข้าไปพูดคุยด้วยตัวเองก่อนมีเพียงท่านเรย์กะเท่านั้น ท่านเรย์กะเป็นท่านที่แสนพิเศษจริงๆ นั่นแหละ!
 
พอพวกเราพูดคุยเรื่องนั้นกับท่านเรย์กะอย่างตื่นเต้น ท่านเรย์กะก็ว่าท่านคาบุรากิพูดคุยกับนักเรียนหญิงสมาชิก Pivoine แบบนั้นเป็นปกติอยู่แล้วนะคะ ปล่อยผ่านไปอย่างสบายๆ แต่พวกเราแทบไม่เคยเห็นภาพที่ว่ามาก่อนเลยในความเป็นจริง ก็เลยไม่รู้ว่าจริงหรือเท็จ สิ่งที่ปรากฎในความเป็นจริงมีเพียงท่านคาบุรากิเป็นฝ่ายตรงเข้าไปพูดคุยกับท่านเรย์กะอย่างสนิทสนมเท่านั้นนี่นา
ท่านคาบุรากิ ท่านเอ็นโจ และท่านเรย์กะของพวกเรา ก็คือสัญลักษณ์อันเจิดจรัสแห่งซุยรัน---!

 

 

...ฉันเริ่มสงสัยในตัวท่านเรย์กะที่สูงส่งถึงเพียงนั้นตั้งแต่เมื่อไหร่กันนะ
เมื่อแรก ก็เริ่มจากก้อนกรวดแห่งความเคลือบแคลงเล็กๆ น้อยๆ ประมาณว่า เอ๋...? แค่นั้น
จากนั้นก็ตามมาด้วย เอ๋? เอ๋? หินก้อนเล็กๆ เริ่มแผ่ขยายวงคลื่นจำนวนมากไปในใจฉัน
คนพิเศษสมบูรณ์แบบไร้ตำหนิ คนพิเศษคนนั้นโดนกวางที่นาระรุมเล่นงาน!
เอ๋ อึนกร่วงใส่คนสมบูรณ์แบบ...!? จะโชคร้ายไปหน่อยมั้ย?
เดินสะดุดเพราะไม่ทันสังเกตเห็นพื้นต่างระดับ (เอ๋ ซุ่มซ่าม?) โดนลิฟต์หนีบ (เอ๋ ใจลอย?) ขีดเขียนตัวอะไรไม่รู้เล่นที่ขอบสมุดจด (เอ๋ หรือจะเป็นภาพม้าที่ออกมาในบทเรียนเมื่อกี้นี้) ออกไปหยิบของที่ล็อกเกอร์แต่พอไปถึงก็ลืมว่าจะเอาอะไรเลยเดินมือเปล่ากลับมา (เอ๋ ขี้ลืมตั้งแต่อายุเท่านี้แล้วเหรอ) ต่างๆ นานา...

ฉันค่อยๆ ค้นพบความรั่วเล็กๆ น้อยๆ ของท่านเรย์กะเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ นับว่าโชคยังดีที่นักเรียนคนอื่นไม่ทันสังเกตเห็น พวกเราต่างไม่เคยพูดคุยกันเป็นเรื่องเป็นราว แต่พวกคุณคิคุโนะกับคุณอายาเมะอาจจะสังเกตเห็นแล้วก็ได้ แต่ก็ไม่มีใครกล้าพูดออกมาตรงๆ เพราะรู้สึกเหมือนว่าถ้าหลุดปากออกไปอะไรหลายๆ อย่างอาจจะทยอยกันพังครืนลงมาจนไม่เหลืออะไรให้ยึดเหนี่ยวน่ะ!

แต่ว่า! จะให้เผลอไผลผิดพลาดเยอะเท่าไหร่ จะโดนกวางรุมอยู่คนเดียวยังไง จะโดนนกอึใส่หรือไม่ ท่านเรย์กะก็เป็นผู้นำของพวกเรากลุ่มอิทธิพลที่ยิ่งใหญ่ที่สุด เป็นสัญลักษณ์ของนักเรียนหญิงแห่งซุยรัน จะยอมให้โดนพวกนักเรียนคนอื่นๆ ลบหลู่เอาตอนนี้ไม่ได้เป็นอันขาด โดยเฉพาะพวกกลุ่มซึรุฮานะที่มักใหญ่ใฝ่สูงจ้องจะโค่นบัลลังก์อยู่ทุกเมื่อนั้นต่อให้หัวเด็ดตีนขาดก็จะเผยช่องว่างนี้ให้เห็นไม่ได้ หากท่านเรย์กะไม่ได้สมบูรณ์แบบ พวกเราคอยตามเก็บกวาดให้เองก็ได้!
ความสัมพันธ์ของกลุ่มพวกเรายิ่งเหนียวแน่นโดยมีท่านเรย์กะเป็นศูนย์กลาง

บางครั้งท่านเรย์กะจะหายลับไปไหนเพียงลำพัง การตามหาตัวเป็นหน้าที่ของพวกเราผู้ใกล้ชิด

"หิวจั๊งหิวจังหิวจั่ง~ หืมหืมหืม~"
 
ได้ยินเสียงฮัมเพลงแปลกๆ แผ่วเบาแว่วมาจากบันไดร้างคน เป็นเสียงที่คุ้นหู...
ท่านเรย์กะกำลังฮัมเพลงแปลกๆ งุ้งงิ้ง หิวจั๊งหิวจังหิวจั่ง~เนี่ยเป็นเพลงท้องหิวที่แต่งขึ้นเองเหรอ!? (เอ๋ คนพิลึก?) แล้วต้องมาร้องอยู่แถวนี้ด้วยนะ!

อาจเป็นได้ว่าเจ้าตัวเผลอฮัมเพลงออกมาจากจิตใต้สำนึกโดยไม่ทันรู้ตัว แต่ถ้ามีคนอื่นนอกเหนือจากฉันได้ยินเข้าล่ะก็...!
ฉันถอยกลับไปตั้งหลักที่ทางเดิน แล้วจงใจเดินย่ำฝีเท้าดังๆ ในพริบตานั้นเอง เสียงฮัมเพลงก็หยุดลง
ฉันส่งเสียงเรียกจากจุดที่ย้อนไปตั้งหลัก "ท่านเรย์กะคะ~"
 
"มีอะไรหรือคะ คุณเซริกะ"
 
ท่านเรย์กะปรากฎตัวขึ้นจากบันไดด้วยย่างก้าวสง่างาม

"แหม ท่านเรย์กะ มาอยู่ที่นี่เองหรือคะ พักกลางวันก็ล่วงเลยมามากแล้ว ไปรับมื้อกลางวันกันไหมคะ"
"ค่ะ ขอโทษด้วยนะคะ ดูเหมือนจะชมทิวทัศน์ผ่านทางหน้าต่างเพลินจนลืมเวลาไปเลยทีเดียว"
"นั่นสินะคะ ถ้าเช่นนั้นไปโรงอาหารกันเถอะค่ะ"
"นั่นสินะคะ ชักท้องหิวแล้วด้วย"
 
ก็คงงั้นละค่ะ
 

ฉันที่ตระหนักถึงอันตรายจากความเผลอไผลของท่านเรย์กะ ตัดสินใจจะร่วมมือกับพวกคุณคิคุโนะเพื่อรักษาบารมีของท่านเรย์กะเอาไว้ทั้งต่อหน้าและลับหลัง
 
เบื้องหน้า พวกเราคอยตามเก็บความรั่วเล็กๆ น้อยๆ ของท่านเรย์กะไม่ให้รอบข้างสังเกตเห็น พลางคอยกราดสายตาขู่ขวัญเป็นโล่กำบัง ส่วนลับหลัง ก็เรียกเอาพวกโง่เง่าไร้มารยาทที่ตั้งชื่อเล่นไร้สาระให้ท่านเรย์กะออกมาเพื่อทำการฝึกซ้อมการสัมภาษณ์แบบกดดันเตรียมไว้สำหรับอนาคต
ด้วยการดำเนินการอย่างเสียสละของพวกเราในลักษณะนี้ อิทธิพลของท่านเรย์กะก็ได้แผ่ไปอย่างทั่วถึงทุกซอกทุกมุมในโรงเรียน

 


ระหว่างใช้ชีวิตในรั้วโรงเรียนอย่างสนุกสนานแกมวุ่นวายไปเช่นนั้น พวกเราก็เลื่อนชั้นขึ้นเป็นนักเรียนมัธยมหก ฉันได้อยู่ห้องเดียวกับท่านเรย์กะในการทัศนศึกษาที่ลอนดอน

ในคืนที่ได้ไปชมละครเพลงที่พิคาเดลี่เซอร์คัส ฉันขึ้นจากอ่างอาบน้ำ พอเปิดประตูห้องน้ำออก ก็เจอท่านเรย์กะกำลังร้องเพลงเต้นระบำอยู่อย่างสุดเหวี่ยง
แย่ล่ะ รู้งี้ส่องดูภายในห้องก่อนค่อยเปิดประตูออกมาก็ดีหรอก...
จะสำนึกเสียใจก็สายไปแล้ว ท่านเรย์กะที่รู้สึกถึงสายตาของฉันเหลียวกลับมาสบตากันเข้าพอดี

"............"
"............"

ทำไงดีล่ะ ตัวฉัน! ขืนปล่อยไว้แบบนี้จะทำให้ท่านเรย์กะต้องอับอายนะ...! จะหาทางออกด้วยการอวยว่าเก่งจังเลยค่ะดีไหมนะ หรือว่า...
ฮึ่ย ถ้าคิดจะประจำอยู่ข้างกายท่านเรย์กะแล้ว ตัดใจแค่นี้ไม่ได้จะทำไงเล่า! ทิ้งความอับอายไปซะ!

"คริสทีน!"

ฉันละทิ้งอะไรหลายๆ อย่างในตัวไว้ที่ต่างแดน หมุนตัวคว้างเป็นวงกลมสองวงยื่นมือออกไป แล้วใบหน้าท่านเรย์กะก็เปล่งประกาย
หลังจากได้แสดงฉากไฮไลท์ของของ Phanton of the Opera ร่วมกับฉันเป็นเวลาสิบกว่านาที ท่านเรย์กะก็หลับไปด้วยความพึงพอใจสูงสุด ฉันที่เหนื่อยล้ากว่าตอนเข้าไปอาบน้ำเสียอีกจึงเตรียมตัวเข้านอนบ้าง

และแล้วในคืนนั้นเอง---
ฟี้~ ฟี้~...
 
เสียงขลุ่ยน่าขนลุกที่สะท้อนก้องในความมืดมิด เสียงขลุ่ยของมารร้าย
หวา!? นี่เป็นปรากฎการณ์ภูตผีเหรอ!? หรือเป็นฝีมือของแฟนท่อมที่สิงสู่อยู่ในชั้นใต้ดินของโรงละคร!?

ไม่ใช่ค่ะ เป็นเสียงจากโพรงจมูกท่านเรย์กะเองค่ะ
ฉันลุกขึ้นอย่างเงียบงัน หยิบเอาที่อุดหูจากกระเป๋าใบเล็กขึ้นมาอุด แล้วสะบัดผ้าห่มขึ้นคลุมโปง


ท่านเรย์กะแสดงท่าทีเป็นกังวลเกี่ยวกับการเลือกของฝากให้ผู้ชายคนหนึ่งที่ปารีส

"เป็นท่านที่มีเซนส์ดีมากเลยล่ะค่ะ ไม่รู้ว่าให้อะไรถึงจะดีใจ..."

พอพวกเราทำท่าลำบากใจช่วยกันคิด ท่านเรย์กะก็เกรงอกเกรงใจบอกว่าให้ทิ้งตัวเองไว้ที่นี่แล้วล่วงหน้าไปดูของที่ร้านอื่นกันก่อนได้เลย แต่จะให้ทิ้งท่านเรย์กะไว้คนเดียวไม่ได้หรอก! ว่าแล้วท่านเอ็นโจก็ปรากฎตัวขึ้นในที่นั้น จริงด้วย ให้ท่านเอ็นโจเป็นคนช่วยเลือกสิคะ!
 
พวกเราช่วยกันขอร้องท่านเอ็นโจ แล้วท่านเอ็นโจก็ยินดีรับปากอย่างว่าง่าย พวกเราตัดสินใจแยกตัวไปที่อื่นเพื่อเปิดโอกาสให้ท่านเรย์กะกับท่านเอ็นโจได้อยู่กันตามลำพังสองคน สู้เขานะคะ ท่านเรย์กะ!

"ท่านเอ็นโจต้องคิดอะไรกับท่านเรย์กะเป็นพิเศษแน่เลย"
"ฉันก็คิดแบบนั้นเหมือนกันค่ะ คุณเซริกะ"
 
ก็สายตาที่ท่านเอ็นโจมองท่านเรย์กะช่างอ่อนโยนเหลือเกินนี่คะ!
พอออกมานอกร้าน ระหว่างยังกรี๊ดกร๊าดเรื่องท่านเอ็นโจกับท่านเรย์กะ เราก็ปรึกษากันว่าจะไปชอปปิ้งต่อหรือจะไปคาเฟ่ดี แล้วกลุ่มนักเรียนชายซุยรันที่เดินผ่านมาด้านหลังก็เข้ามาทักว่า "เฮ้"

"มัวมาหยุดยืนอะไรอยู่ตรงนี้น่ะ"
"กำลังคุยกันว่าจะไปชอปปิ้งดีหรือจะไปแวะคาเฟ่ก่อนดี ทางโน้นล่ะ"
"พวกเรากำลังจะไปกินเชอร์เบตกัน"

ตรงทิศทางที่ชี้ไปมีร้านขึ้นป้ายเชอร์เบตอยู่จริงๆ ด้วย
 
"เชอร์เบตของปารีสก็ดูท่าจะอร่อยนะ"
"อื้อ"

พวกเราจิตใจหวั่นไหวไปกับเชอร์เบตที่เป็นตัวเลือกใหม่ แล้วอีกฝ่ายก็ชวนมาว่า "งั้นไปกินด้วยกันไหมล่ะ"
 
"อ้าว หมายความว่าจะเลี้ยงสินะคะ"
"ช่วยไม่ได้น้า"
"หึหืม ช่วยไม่ได้นะคะ จะยอมให้เลี้ยงซักครั้งก็ได้"
 
พวกเราเชิดคางขึ้นสูงเปล่งเสียงหัวเราะ พวกผู้ชายบ่นว่า "เป็นฝ่ายรับเลี้ยงแท้ๆ ไหงถึงทำท่ากร่างนักนะ" แต่ก็ยอมนำทางไปที่ร้านแต่โดยดี

ในร้านมีเชอร์เบตรสชาติต่างๆ เรียงรายละลานตา จะเอารสไหนดีนะ เยอะแยะแบบนี้เลือกไม่ถูกเลย อื้อ เอาเป็นแคสซิสดีกว่า
พวกเราทรุดตัวลงที่ม้านั่งใกล้ๆ แบ่งเชอร์เบตกันกิน
 
"ชุ่มฉ่ำอร่อยจังเลย!"
"เนอะ! คิดถูกจริงๆ ที่สั่งรสผลไม้"
"ขอบใจพวกเราที่อุตส่าห์ชวนมาด้วยล่ะ"
"ทำเป็นพูดดีไปได้"  
 
พวกเด็กผู้ชายทำท่าอวดเก่ง คุณคิคุโนะเลยจัดการคว้าช้อนไปฉวยเอาเชอร์เบตในถ้วยมาพูนๆ เป็นการลงทัณฑ์ เด็กผู้ชายที่โดนฉกเชอร์เบตไปต่อหน้าต่อตาส่งเสียงร้องอ๊าก~
ปริมาณที่คุณคิคุโนะฉกไปน่ะไม่มีปราณีเลยนะ ออกจะน่าสงสารอยู่ ทุกคนเลยช่วยกันแบ่งเชอร์เบตในถ้วยของตัวเองให้คนละนิดคนละหน่อย

"ว่าแต่วันนี้ไม่เห็นบอสเลยนะ นานๆ จะไม่เห็นอยู่ด้วยกันซักที"
"ที่ว่าบอสนี่คืออะไรยะ เรียกว่าท่านเรย์กะสิ!"
"บังอาจเสียมารยาทกับท่านเรย์กะ!"

ถึงพวกเราจะออกอาการโกรธ ก็ยังหัวเราะเฮฮาไม่มีทีท่าเป็นเดือดเป็นร้อน

"พวกนายนี่ออกจะย่อหย่อนกันไปหน่อยละนะ"
"ก็เขาลือกันว่าราชสีห์หลับของซุยรันพักนี้ขี้เซาเอาแต่นอนอย่างเดียวนี่นา"
"เนอะ~"

ว่าไงนะ!
แย่แล้ว ท่านเรย์กะถูกหยามหมิ่น!
จะว่าไป ระยะนี้กับกลุ่มคุณซึรุฮาระเองก็มีแค่การกระทบกระทั่งกันเล็กๆ น้อยๆ ไม่มีการปะทะกันใหญ่ๆ เลย ความรู้สึกยำเกรงที่มีต่อท่านเรย์กะอาจพลอยลดน้อยถอยลงจนทำให้เกิดความย่ามใจขึ้นมาก็ได้ ตัวอย่างที่เห็นชัดก็ซาโตมิ นาริยูกิคนนั้นไง เห็นทีต้องสั่งสอนหมอนั่นให้หนักๆ หน่อยแล้ว

อา! แต่อย่างไรก็จะเสี่ยงให้ท่านเรย์กะโดนดูเบาไม่ได้เป็นอันขาด ต้องให้รอบข้างตระหนักกันอย่างทั่วถึงอีกครั้งว่าท่านเรย์กะผู้นี้นี่แหละคือผู้ที่ประทับอยู่บนจุดสูงสุดของนักเรียนหญิงในซุยรัน...!

ท่านเรย์กะที่มารวมตัวกับพวกเราที่มุ่งมั่นในปณิธานใหม่ในภายหลังดูจะได้ท่านเอ็นโจช่วยเลือกของฝากที่กลุ้มอกกลุ้มใจอยู่นานจนสำเร็จ ดูเหมือนจะชอปปิ้งเพลินอย่างราบรื่น
ท่านเรย์กะจ้องมองกล่องของฝากหลายกล่อง เฝ้าพลิกไปพลิกมาท่าทางปลาบปลื้มเอามากๆ  
 
ในคืนสุดท้ายของทริปท่องเที่ยวทัศนศึกษา พวกเรามารวมตัวกันที่ห้องท่านเรย์กะเพื่อมาสค์หน้าแล้วก็พูดคุยกันอย่างสนุกสนาน
แล้วอยู่ดีๆ ท่านเรย์กะก็โวยวายขึ้นมาว่า "อุณาโลมหาย!" เอ๋ อุณาโลม...?

ดูเหมือนจะหมายถึงขนขาวที่นำโชคลาภมาให้ เอ๋ ขนขาวนี่หมายถึงผมหงอกหรือเปล่านะ.. ท่านเรย์กะ มีผมหงอกแล้วเหรอคะ
ท่านเรย์กะดูจะสะเทือนใจอย่างหนัก ยังไงซะนี่ก็เลยเที่ยงคืนมาแล้ว เอาเข้านอนก่อนก็แล้วกัน พวกเราเลยพร้อมใจกันกลุ้มรุมกดตัวท่านเรย์ลงกับเตียง ดึงดันกล่อมนอนไปจนได้ เฮ้อ...
ต่อให้ผิดพลาดยังไงก็ไม่ใช่ว่าขี้เกียจจะรับมือด้วยอย่างเด็ดขาดเลยนะคะ

"พวกเราก็นอนกันเสียทีดีไหม"
"นั่นสิเนอะ"
"ว่าแต่ตกลงอุณาโลมนี่อะไรนะคะ"
"รู้สึกจะเป็นอะไรที่งอกขึ้นมาบนหน้านะ"
"หื~ม"

ขนที่หน้าเหรอ... ฉันชะโงกมองใบหน้ายามหลับของท่านเรย์กะอย่างไม่ได้คิดอะไร ขนตายาวน่าอิจฉาจัง พอพลิกตัวไปมา หน้าผากของท่านเรย์กะที่ปรกติจะถูกปิดไว้ด้วยผมหน้าม้าก็เผยออกมา

"อื๋อ...?"
 
อะไรบางอย่างขาดหายไปจากใบหน้าของท่านเรย์กะ

"มีอะไรเหรอ คุณเซริกะ"
"เหมือนอะไรขาดหายไปจากใบหน้าท่านเรย์กะ..."
"อะไรล่ะ..."
 
ทุกคนชะโงกมองใบหน้ายามหลับของท่านเรย์กะ แล้วทุกคนก็พบเข้ากับความจริงอันน่าตกตะลึง!

"คะ คิ้วของท่านเรย์กะ..."
"คิ้วหายไปครึ่งหนึ่ง...!"

คุณพระคุณเจ้า! อกอีแป้นจะแตก!
ตายแล้ว! คิ้วท่านเรย์กะล้านเจ้าค่ะ!
 
"ไม่นะ ดูให้ดีๆ สิ ส่วนที่คิดว่าหายไปจริงๆ แล้วแค่จางมากน่ะ มีขนคิ้วอ่อนๆ ที่เพิ่งงอกอยู่บางๆ นะ"  

คุณคิคุโนะผู้ตั้งตัวไวกว่าเพื่อนสังเกตอย่างเยือกเย็นให้คอมเมนต์เช่นนั้น จริงด้วย โล่งไปที... แต่ดูเผินๆ ก็เหมือนโล่งเตียนเลยนะ ท่านเรย์กะ ปรกติคงใช้ดินสอเขียนคิ้วเขียนเติมเอาสินะคะ
แต่ใบหน้ายิ่งสวยได้รูปเท่าไหร่ พอคิ้วหายไปครึ่งหนึ่งก็ยิ่งทำให้เกิดความรู้สึกเหมือนได้เห็นตุ๊กตาสกปรกมอมแมมถูกทอดทิ้งไป ช่างน่าเศร้าเหลือจะกล่าว...

"จริงด้วย! ฉันมีเอสเซนส์บำรุงขนตาอยู่นะคะ!"
"นั่นแหละ! คุณรุเนะ รีบเอามาทาคิ้วท่านเรย์กะเร็วเข้าสิคะ!"
 
เยี่ยมมากค่ะ คุณรุเนะ!
สงสัยว่าสาวๆ คนอื่นนอกจากฉันก็มีความรู้สึกเศร้าสร้อยเช่นนั้นเหมือนกัน ทุกคนจึงกระโจนเข้าหาคำพูดของคุณรุเนะ พวกเราแอบทาเอสเซนส์บำรุงขนตาลงบนคิ้วท่านเรย์กะที่กำลังหลับอยู่อย่างเบามือ

"เอาให้ชุ่มเลยนะ! เอาให้ชุ่มเลย!"
"รู้แล้วละค่ะ"

งอกขึ้นมา~ งอกขึ้นมา~ ขนคิ้วท่านเรย์กะเอ๋ยจงงอกขึ้นมาเดี๋ยวนี้~
แต่ดูเหมือนจะรู้สึกถึงสัมผัสแปลกๆ และแรงกระทบ ท่านเรย์กะจึงร้องครางอือเบาๆ พลางยกมือขึ้นขยี้ๆ ขนคิ้วที่ทาเอสเซนส์จนชุ่ม
ในพริบตานั้นเอง

"อ๊ะ...!"

หลุดแล้ว
ขนคิ้วล้ำค่าทั้งสองคิ้วเลย...
ไม่ไหวแล้ว พวกเราไม่อาจทำอะไรมากไปกว่านี้ได้แล้ว... ต่อหน้าขนคิ้วอันล้านเลี่ยนของท่านเรย์กะ พวกเราก็จนปัญญาจะทำอะไร...
พวกเราประกาศยกธงขาว ถอยห่างจากเตียงท่านเรย์กะเงียบๆ กลบฝังเหตุการณ์ในคืนนี้ลงในความมืด
พวกเราไม่เห็นอะไรทั้งนั้น ไม่รู้อะไรทั้งนั้น

ในเช้าวันรุ่งขึ้น คิ้วของท่านเรย์กะก็เข้ารูปอย่างสวยงาม อื้อ เหตุการณ์เมื่อค่ำวานเป็นความฝันจริงๆ ด้วย
ตั้งแต่วันนั้นมา หน้าที่อย่างลับๆ ของพวกเราในการปกป้องขนคิ้วท่านเรย์กะจากสายลมและหยาดเหงื่อก็เริ่มขึ้น

 

แต่ว่า ถึงจะพูดยังไงก็ตาม  เหตุผลใหญ่ที่สุดที่พวกเราอยู่ด้วยกันกับท่านเรย์กะมาตั้งแต่ชั้นประถมก็เป็นเพราะนึกรักในตัวตนของท่านเรย์กะนี่ล่ะนะ
อย่างเช่นว่า เวลาย้ายห้องหรือออกไปเที่ยวหลังเลิกเรียนด้วยกัน ไปไหนมาไหนกันเป็นกลุ่ม ท่านเรย์กะที่เป็นศูนย์กลางของกลุ่มจะต้องเหลียวกลับมา รอคอยเด็กที่รั้งอยู่หลังสุดให้ไปพร้อมกันเสมอ
คนที่สังเกตเห็นเด็กที่ไม่สบายก่อนคนอื่น ก็มักจะเป็นท่านเรย์กะเสมอ

ใครๆ ก็มักจะมองว่าฉันเป็นคนใจแข็งทำอะไรโหดๆ แต่พอคิดว่าตัวเองจะเป็นที่จับตามองแล้วก็เกิดขลาดๆ ขึ้นมาเหมือนกัน ก่อนหน้านี้ตอนไม่สบายขึ้นมาระหว่างชั่วโมงเรียน ก็ได้แต่อดทนไว้ไม่กล้ายกมือขึ้นบอกอาจารย์ว่าอยากไปห้องพยาบาล แต่ท่านเรย์กะก็สังเกตเห็นแล้วลุกขึ้นบอกอาจารย์แทนฉัน หนำซ้ำยังอุตส่าห์ไปเป็นเพื่อนถึงห้องพยาบาล แม้จะเป็นเรื่องเล็กๆ น้อยๆ แต่ก็เป็นเรื่องที่น่ายินดีซาบซึ้งใจอย่างยิ่ง

ทั้งที่เป็นผู้ทรงอิทธิพลที่สุดในหมู่เด็กผู้หญิงของซุยรัน แต่ความจริงกลับเป็นคนรั่วๆ บ๊องๆ ทำให้พวกเราที่อยู่เคียงข้างต้องใจหายใจคว่ำกันเป็นแถบๆ บ่อยครั้ง แต่พอได้เห็นรอยยิ้มแสนสนุกสนานแบบนั้นแล้วก็อดคิดไม่ได้ว่าช่วยไม่ได้น้า อยากจะคอยประคับประคองอยู่เรื่อยไป นั่นก็คือท่านเรย์กะ
ถึงจะไปมหาลัยแล้วก็ยังอยากสนิทสนมกันอยู่อย่างนี้ตลอดไปนะ

 


ระหว่างกำลังหวนคิดถึงความหลังอยู่นั้น อ๊ะ มีเมล์มาจากคุณคิคุโนะ

"เอ๋ อะไรนะ... "....ชวนไปบาร์บีคิวด้วยกันทุกคนแน่ะ" คำชวนไปงานบาร์บีคิวกับชิมาโมโตะคุงจากโรงเรียนโทไซเหรอ "รับ-ทราบ-ค่ะ" ตอบไปล่ะน้า"  
 
ถ้าเป็นบาร์บีคิวตอนกลางวันก็ต้องหามาตรการป้องกันแสงแดดไปด้วยนะ พกครีมกันแดดกับสเปรย์กันยุง แล้วก็ต้องมีหมวกด้วยสิเนอะ ครั้งก่อนขอยืมหมวกมาจากชิมาโมโตะคุงแล้ว คราวนี้ต้องเตรียมไปเองแล้วสิ คนที่ให้ยืมมาเขาบอกว่าไม่เห็นเหมาะกับหมวกแก็ปเลยด้วย!

คุณอายาเมะมีหมวกน่ารักๆ อยู่นี่นา ลองไปปรึกษาดูดีไหมน้า

 

---------------------------------------
 
หมายเหตุ : สำหรับท่านที่จะคอมเมนต์ด้านล่าง ขอความกรุณาให้อยู่ในขอบเขตของการแปลไทยตอนล่าสุด หรือหากต้องการพูดถึงเนื้อหาที่เกินเลยจากนั้น ขอให้ท่านเตือนให้ผู้อื่นรู้ว่าตัวเองกำลังจะทำการสปอยล์ ด้วยวิธีต่างๆ เช่น  
จากนี้ไปเป็นสปอยล์
.
.
.

ปูความน่ารักน่าเอ็นดูมาทั้งตอน เพื่อให้คุณเซริกะตีเข่าใส่ท่านเรย์กะจนทรุดในตอนท้ายชัดๆ orz.....




NEKOPOST.NET