[นิยายแปล] นอบน้อมและหนักแน่น คือคติประจำใจในการใช้ชีวิตของฉันค่ะ! ตอนที่ 292 | Nekopost.net 
NEKOPOST
การแสดงผล

[นิยายแปล] นอบน้อมและหนักแน่น คือคติประจำใจในการใช้ชีวิตของฉันค่ะ!

Ch.292 - ตอนที่ 292


292.


เครื่องวัดองค์ประกอบร่างกายตั้งตระหง่านอยู่ตรงหน้า---
 
"เครื่องวัดนี่เป็นเครื่องรุ่นใหม่ล่าสุด มีความถูกต้องเที่ยงตรงมากกว่ารุ่นปัจจุบัน หนำซ้ำยังเก็บข้อมูลได้อย่างละเอียดอีกด้วย"
 
ตามคำอธิบายของคาบุรากิ ไม่เพียงแต่น้ำหนักเท่านั้น อุปกรณ์นี่ยังวัดมวลกล้ามเนื้อ มวลไขมัน  จำนวนแคลอรี่ขั้นต่ำที่จำเป็นในชีวิตแต่ละวัน จากนั้นยังแบ่งย่อยลงรายละเอียดไปเป็นตัวเลขมวลกล้ามเนื้อเฉพาะส่วนหรือมวลไขมันในร่าง มวลไขมันส่วนเกิน ดัชนีชั้นไขมันที่เกาะอยู่ตามพื้นที่หน้าตัดของอวัยวะภายใน ปริมาณของเหลว ปริมาณโปรตีน ปริมาณเกลือแร่ ฯลฯ ได้อีกต่างหาก

"เอ้า ขึ้นไปเลย คิโชวอิน!"
"ก็บอกแล้วไงคะว่าขอปฎิเสธเด็ดขาด!"
 
ดัชนีชั้นไขมันที่เกาะอยู่ตามพื้นที่หน้าตัดของอวัยวะภายในงั้นเรอะ อย่ามาล้อเล่นน่า ตาบ้า! ก็หมายความว่าจะวัดเนื้อส่วนเกินรอบหน้าท้องใช่ไหมล่ะ!

"ยังไงก็ไม่ยอมวัดเด็ดขาดค่ะ"
"หา? กะอีแค่วัดข้อมูล ทำไมต้องดื้อดึงขนาดนั้นด้วย"

คาบุรากิขมวดคิ้วมุ่นอย่างไม่อาจทำความเข้าใจ
ทำไมน่ะเรอะ...!?
ก็แหงละย่ะ! ผู้หญิงที่เต็มใจให้ผู้ชายรุ่นเดียวกันล่วงรู้น้ำหนักตัวหรืออัตราส่วนไขมันในร่างได้อย่างสบายใจเฉิบนี่คงมีน้อยเต็มทีล่ะ

"ฉันไม่อยากให้พวกท่านคาบุรากิมารู้น้ำหนักตัวฉันนี่คะ"
"กะอีแค่น้ำหนักตัว รู้ไปก็ไม่เห็นเป็นไรเลย..."

พอฉันบอกเหตุผลไปตามตรง คาบุรากิก็กระซิบอย่างเหนื่อยหน่าย กะอีแค่น้ำหนักตัวเรอะ?! เพราะงี้แหละถึงได้บอกว่านายมันขาดความใส่ใจ, สามัญสำนึก, ความละเอียดอ่อนยังไงเล่า

"ผู้หญิงเขาซีเรียสเรื่องแบบนี้กันนะคะ!"
"...เข้าใจแล้ว งั้นไปเรียกครูฝึกผู้หญิงมาจากชั้นล่างก็ได้"
"ขอปฎิเสธ!"

จะเป็นครูฝึกผู้หญิงหรืออะไรก็ช่างเหอะ ลงได้วัดเข้าแล้วสุดท้ายข้อมูลก็จะถูกเก็บไว้ในคอมพิวเตอร์ พร้อมจะให้พวกคาบุรากิเข้าดูเมื่อไหร่ก็ได้ไม่ใช่เรอะ?! ถึงจะไม่ค่อยรู้เรื่องก็เหอะนะ!

"ฉันไม่อยากให้เหลือเป็นข้อมูลไว้น่ะค่ะ!"
"ถ้าไม่มีการบันทึกสถานะก่อนเริ่มการเทรนนิ่งก็เปรียบเทียบกับหลังเทรนนิ่งไม่ได้น่ะสิ"
"ไม่เป็นไรหรอกค่ะ ฉันมีผลที่วัดแล้วเก็บไว้ที่บ้าน"

ชัดเจน
ก็ไม่เป๊ะทุกกระเบียดนิ้วขนาดนี้หรอก แต่ที่บ้านฉันก็มีเครื่องวัดองค์ประกอบร่างกายคล้ายๆ แบบนี้ที่ท่านแม่ผู้เคร่งครัดเรื่องความงามซื้อมาในการคบหากับสมาคมการค้าต่างประเทศเหมือนกัน

"วันนี้ก่อนมาที่นี่ฉันวัดเอาไว้เรียบร้อยแล้ว ไม่ต้องเป็นห่วงค่ะ!"

ใช่แล้ว เพราะวัดมาแล้วไงล่ะฉันถึงพูดได้อย่างเต็มปากเต็มคำ ขอปฎิเสธอย่างเด็ดขาดที่จะให้ใครมารู้ผลอันนั้น!
เรื่องน้ำหนักน่ะยังดี ไม่สิ ด้วยกิจวัตประจำวันอันเหลวแหลกในช่วงนี้ทำให้น้ำหนักฉันออกจะเกินงามไปบ้าง ไม่ดีเลยซักนิด แต่ปัญหาใหญ่กว่านั้นคืออัตราไขมันต่างหาก  น้ำหนักขนาดนี้กับอัตราไขมันขนาดนั้นมันออกจะ...

เพราะงั้นถึงตายก็ยอมให้คาบุรากิกับเอ็นโจรู้ไม่ได้เด็ดขาด เป็นศักดิ์ศรีของสาวน้อยที่จะยอมให้ล่วงละเมิดไม่ได้ง่ายๆ
ขณะที่ฉันกับคาบุรากิเขม่นใส่กันโดยมีเครื่องวัดเป็นตัวคั่นกลางอยู่นั้นเอง
 
"เอาน่า ถ้าเขารังเกียจขนาดนั้นก็ไม่เห็นต้องวัดก็ได้นี่  เจ้าตัวเขาบอกเองว่าวัดผลไว้แล้ว ก็ให้เขาเป็นคนควบคุมผลเอง วิเคราะห์เองก็ได้นี่นา"

เอ็นโจเข้ามาไกล่เกลี่ย
หากว่าคาบุรากิกอดอกทำหน้าไม่สบอารมณ์กับข้อเสนอของเอ็นโจ

"ถ้าเป็นแบบนั้นผลการมอนิเตอร์ก็ไม่พอน่ะสิ..."
"มอนิเตอร์?"

หมายถึงอะไรคะ มอนิเตอร์? ฉันเอียงคออย่างงุนงง
แล้วเอ็นโจที่ยืนอยู่ข้างฉันก็ช่วยอธิบายให้

"ในครั้งนี้เครือคาบุรากิจะขยายกิจการฟิตเนสที่เคยจัดตั้งเฉพาะโรงแรมในเครืออย่างเป็นทางการ แล้วก็เลยมีการค้นคว้าเครื่องวัดร่างกายโดยเฉพาะสำหรับฟิตเนสร่วมกับทางผู้ผลิต นี่ก็คือการมอนิเตอร์ที่ว่านั่นแหละ"
"ว่าไงนะคะ!?"

เอาเรื่องที่ฉันเหยียบเท้าเจ็บตัวขึ้นเป็นข้ออ้างเรียกร้องให้มีการเทรนนิ่งโดยมีวัตถุประสงค์เพื่อจะหลอกใช้ฉันเป็นมอนิเตอร์เก็บข้อมูลสำหรับกิจการของตัวเองเหรอ!?
คาบุรากิแก้ตัวกับฉันที่ยืนเบิกตาโพลงว่า "ผลพลอยได้น่า ผลพลอยได้"

"กลับดีไหมน้า..."
 
หลังมองคาบุรากิด้วยสายตาเคลือบแคลง ฉันก็หันหลังเตรียมถอยกลับไปยังห้องเปลี่ยนเสื้อผ้า หากคาบุรากิร้อง "หยุดก่อน!" ห้ามฉันไว้

"นี่เธอ ขืนปล่อยไว้แบบนั้นเดี๋ยวก็ได้เข้าพวกสัตว์กีบคู่หรอก!"
"สัตว์กีบคู่!?"

ฉันหันขวับกลับมาเมื่อโดนหยาบหยามด้วยวาจาเชือดเฉือนจากด้านหลัง
สัตว์กีบคู่นั่นมันพวกนั้นใช่ไหมนะ...?  วัว  หมูป่า  อูฐ  หมู... หมู...
โหดร้าย! นี่จะกล่าวหาว่าฉันเป็นหมูงั้นเหรอ! ร้ายกาจอะไรแบบนี้! สัตว์กีบคู่...!
เอ็นโจเข้ามาพยุงฉันที่เกิดหน้ามืดขึ้นมาเบาๆ พลางว่า "คุณคิโชวอิน ทำใจดีๆ ไว้!"

"ตรงนี้คือทางแยกที่จะตัดสินว่าตัวเธอจะเข้าพวกสัตว์กีบคู่หรือเปล่า ถ้าหนีไปตอนนี้ล่ะก็ตรงดิ่งเข้าหนทางสัตว์กีบคู่แน่นอน"

ฉันเริ่มเห็นภาพหลอนมองมือตัวเองเป็นขาหมูขึ้นมา

"อย่าพูดอะไรมากไปกว่านี้น่า มาซายะ"
 
เอ็นโจตรงเข้าห้ามคาบุรากิแทนฉันที่พูดต่อไม่ออก แล้วว่า

"ไม่ต้องไปสนใจที่มาซายะพูดหรอก คุณคิโชวอิน ไม่ต้องห่วงหรอกนะ คุณคิโชวอินผิวขาวน่ารักเหมือนคุณกระต่ายอยู่แล้ว"
".......!"
 
ประโยคชมเชยหวานเลี่ยนของเอ็นโจทำเอาคำว่าสัตว์กีบคู่กระเด็นไปจากหัวฉันในฉับพลัน
พูดอะไรเลี่ยนๆ แบบนั้นออกมาได้หน้าตาเฉยไม่อายแม้แต่นิด! สมเป็นผู้สืบทอดของท่านอิมาริจริงๆ...!

สำหรับฉันที่ไม่คุ้นเคยกับการได้รับคำชมจากเด็กผู้ชายรุ่นเดียวกัน ไม่รู้ว่าควรทำเช่นไรในเวลาแบบนี้ เลยตัดสินใจทำเป็นไม่ได้ยินไปเสีย
เอ็นโจไม่ใส่ใจฉันที่นิ่งเงียบไป หันไปตักเตือนคาบุรากิ
 
"มาซายะก็อย่าไปพูดอะไรเสียมารยาทกับคุณคิโชวอินที่อุตส่าห์มาถึงนี่เลย ไหนๆ คุณคิโชวอินก็มาถึงนี่แล้ว ลองทำใจให้สบาย เข้ารับการเทรนนิ่งดูก่อนเป็นไง นะ?"
"นั่นสินะคะ..."
 
เอาเหอะ กลับไปทั้งๆ ที่ยังมีรอยร้าวกับจักรพรรดิแห่งซุยรันอยู่แบบนี้ก็ไม่ค่อยดีต่อจุดยืนของฉันเท่าไหร่ ตรงนี้ยอมถอยให้หน่อย เทรนนิ่งตามน้ำไปแล้วกัน...
จากนั้น การเทรนนิ่งสไตล์คาบุรากิที่ส่อแววอึมครึมแต่แรกก็เริ่มขึ้น

"ฉันยอมรับว่าคิโชวอินจะเป็นผู้ควบคุมการวัดสัดส่วนร่างกายด้วยตัวเอง"
"ค่ะ"
"งั้นต่อไป อาหารที่ทานในทุกๆ มื้อทุกๆ วันจะต้องถ่ายรูป เขียนลงบันทึกส่งมาหาฉัน"
"หา?"
 
ฉันสะดุ้งตกใจ หากคาบุรากิทำหน้าราวกับเป็นเรื่องธรรมดา

"การไดเอ็ทจำเป็นต้องออกกำลังกายและควบคุมอาหารควบคู่ไปด้วยกัน ฉันจะเป็นผู้ชี้แนะแคลอรี่ที่เหมาะสมกับการออกกำลังกายและสมดุลอาหารที่ควรได้รับเอง"
"เอ๋~...."
 
ต้องเอาจริงเอาจังขนาดนั้นเลยเหรอ~ แล้วไดเอ็ทสไตล์คาบุรากิไม่ใช่ว่าแค่วันนี้วันเดียวจบเหรอ~
การบริโภคของฉันมันก็วนเวียนอยู่กับความอีเหละเขละขละทั้งอาหารว่างแล้วก็ขนมนี่แหละ...

"อย่าลืมจดเครื่องดื่มลงไปด้วยนะ"
 
คาบุรากิเสริมเข้ามา
 
"ทราบแล้วค่ะ..."
 
เอาเหอะ ยังไงก็กรอกเองอยู่แล้วนี่นา ปิดบังไว้ซะก็หมดเรื่อง
 
"ก่อนอื่นเริ่มจากการวอร์มร่างกาย"
 
เริ่มจากการยืดเส้นเบาๆ ตามคาบุรากิ
ทั้งเอ็นโจทั้งคาบุรากิต่างก็ขยับร่างกายด้วยท่าทางคุ้นเคย ส่วนฉันเองถ้าเป็นการยืดเส้นก็ยังพอจะตามสองคนนั้นทันนะ

"เอาล่ะ เริ่มฝึกกล้ามเนื้อกันได้แล้ว"
 
คาบุรากิพาฉันไปยังเครื่องออกกำลังกาย

"ก่อนอื่นเริ่มจาก Leg Press นี่ นั่งลงตรงนี้"
 
ในพริบตานั้นเอง ใบหน้าของคาบุรากิก็เปลี่ยนเป็นเทรนเนอร์ใจยักษ์
การฝึกกล้ามเนื้อกับเครื่องออกกำลังเริ่มจากขา แผ่นหลัง หน้าอก แขน และกล้ามเนื้อทั่วร่างฉันถูกทรมานถึงขีดจำกัด เจ็บ! ปวด!
 
"กล้ามเนื้อจะฉีกแล้ว...!"
"หนักแค่นี้อย่ามางอแงน่า!"
 
ไม่ไหวหรอก~ ถึงฉันจะไปฟิตเนสคลับ แต่ก็เล่นแต่แอโรบิคส์หรืออะไรที่มันสนุกๆ ในสตูดิโอเท่านั้นนะ ไม่เคยฝึกกล้ามเนื้อกับเขาหรอก แล้วทำไมคาบุรากิกับเอ็นโจถึงเล่นเครื่องอะไรหนักๆ แบบนี้ได้สบายๆ เลยล่ะ...

"ยังไม่ต้องเข้มงวดมากก็ได้ วันแรกเอาเท่านี้ก่อนก็พอมั้ง"

เอ็นโจช่วยเข้ามาปลอบอีกแรง

"คิดง่ายไปแล้ว! คิโชวอิน! อย่าดูถูกตัวเองและกล้ามเนื้อนะ!"

อุกี๊~~~!
ฉันกัดฟันแน่น กล้ามเนื้อต้นแขนสั่นระริกผลักดันเครื่องออกกำลังอย่างเอาเป็นเอาตาย กว่าเมนูฝึกกล้ามเนื้อจะเสร็จสิ้น ทั่วร่างฉันก็ปวดร้าวไปหมด  

"เหนื่อยหน่อยนะ คุณคิโชวอิน เติมน้ำหน่อยสิ"
"ขอบคุณมากค่ะ..."
 
เครื่องดื่มเกลือแร่ที่เอ็นโจยื่นให้ซึมซาบไปทั่วร่างกาย เฮ้อ~ เหนื่อยจัง

"พักแล้วไปออกกำลังกายแบบแอโรบิคส์กันต่อ"
"เอ๋ เท่านี้ยังไม่จบอีกเหรอคะ!?"
"แหงสิ"
 
ฉันสิ้นหวังแล้ว ยังจะต่อกันอีกเหรอ!?

"สู้เขานะ คุณคิโชวอิน"
 
เอ็นโจเชียร์ด้วยรอยยิ้มลำบากใจ ไม่ต้องเชียร์ก็ได้  ช่วยหยุดเพื่อนสนิทของนายให้ทีเหอะ
 
"เครื่องออกกำลังกายแบบแอโรบิคส์มีหลายประเภท ทั้งเครื่องวิ่งกับแอร์โร่ว์ไบค์ กับครอสเทรนเน่อร์ อยากลองอันไหนล่ะ"
 
คาบุรากิอธิบายวิธีใช้เครื่องเล่นทีละตัว อืม~ ครอสเทรนเน่อร์นี่มันหนักอยู่นะ ไม่เอาอ่า

"ถ้าไม่อยากใช้เครื่องออกกำลังกาย ชั้นใต้ดินก็มีสระว่ายน้ำด้วยนะ"
"เป็นไปไม่ได้หรอกค่ะ"
 
ทางโน้นเลยเสนอให้ลองเครื่องวิ่งสายพาน เอางั้นก็ได้

"เห็นว่าคิโชวอินเคยจ๊อกกิ้งอยู่แล้ว งั้นเอาเบาๆ ที่สปีด 10 กิโลก่อนก็แล้วกัน"
"เอ๋"
 
คาบุรากิกดเดินเครื่อง ขาฉันปัดไปตามความเร็วทันที

"ก่อนอื่นเอาที่เท่านี้ 1 ชั่วโมง"
"ไม่ไหว! จะสปีดหรือเวลาก็ไม่ไหวทั้งนั้น!"
 
จะล้มแล้วๆ! ขาจะโดนกระชากไปแล้วเจ้าข้า! ให้วิ่งด้วยสปีดนี้ต่อกันเป็นชั่วโมงเนี่ยนะ จะให้ค่าสมรรถภาพต่ำเตี้ยเรี่ยดินของฉันมากไปแล้วนะ!
ฉันโผไปเกาะเครื่องวิ่งร้องกรี๊ด

"...ช่วยไม่ได้นะ 9 กิโล"
"7 กิโล!"
"ต่างจากเดินตรงไหน!"
 
สุดท้ายหาทางประนีปะนอมกันได้ที่ 8 กิโล สบายกว่าเมื่อกี้อยู่บ้าง แต่ยังไงวิ่งนานๆ ก็ยังเหนื่อยอยู่ดี จ๊อกกิ้งน่ะถ้าเหนื่อยก็ยังพัก พักแล้วค่อยวิ่งต่อได้ แต่สไตล์คาบุรากิไม่ยอมอ่อนข้อให้แม้แต่น้อยนิด

หายใจ หายใจไม่ทันแล้ว...!
ฉันหอบจนพูดไม่ออก ได้แต่งส่งสายตาอ้อนวอนขอรีไทร์ หากคาบุรากิพูดด้วยน้ำเสียงเฉยชา

"อีก 30 นาที!"
 
หะ หัวใจมันจะ...!
 
"วิ่งเข้าไปๆ เจ้าสัตว์กีบคู่! วิ่งแบบนั้นเป็นหมูเลี้ยงแกะผู้ยิ่งใหญ่ไม่ได้หรอกนะ!"
 
ฉันไม่ใช่ตัวเอกในภาพยนตร์หมูที่ไหนนะ!
 คำชี้แนะอันเข้มงวดจากคาบุรากิยังมาอีกเรื่อยๆ "อย่าโน้มตัวไปข้างหน้า จะยิ่งทำให้เหนื่อยง่าย!" "ให้ทิ้งน้ำหนักที่ส้นเท้าลงพื้นก่อน!" "อย่าหยุดนะ! อย่าเหลาะแหละกับตัวเอง!" "ก้าวข้ามขีดจำกัดของตัวเองให้ได้!" จนเมื่อวิ่งถึงเกณฑ์ที่ตั้งไว้  ฉันก็ทนยืนต่อไปไม่ไหว ล้มกลิ้งลงในที่นั้น ขยับอีกก้าวเดียวก็ไม่ไหว...คิดอะไรไม่ออกแล้ว...
แล้วคาบุรากิใจยักษ์ก็ก้าวเข้ามาหา ยื่นมือออกมาให้ฉัน

"พยายามได้ดีมาก! คิโชวอิน!"
"เอ๋..."
 
นี่คาบุรากิชมฉันเหรอ!?
 
"พูดตามตรง ไม่คิดเลยนะว่าเธอจะพยายามมาได้ถึงขั้นนี้ เก่งมากที่สู้จนถึงที่สุด!"
"...ท่านคาบุรากิ~"
 
ฉันซึ้งใจสุดจะกล่าว คาบุรากิคนนั้นชมฉันแล้ว จริงด้วย ฉันทำได้แล้ว ได้รับการยอมรับจากคาบุรากิแล้ว ขอบคุณนะ คาบุรากิ! ที่ไม่ทอดทิ้งฉัน ช่วยนำทางฉันที่แสนจะไม่เอาไหนไปจนถึงเส้นชัย! ขอบคุณ!
ฉันน้ำตาคลอ เอื้อมไปจับมือคาบุรากิ


"โทษทีนะที่มาขัดจังหวะตอนกำลังซาบซึ้งกัน"

จังหวะนั้นเอง เสียงเยือกเย็นของเอ็นโจก็แทรกเข้ามา
 
"หลังจากบ่อนทำลายบุคลิกด้วยการบีบคั้นให้อยู่ในภาวะขีดจำกัดจนหมดสภาพก็ปลอบประโลมด้วยถ้อยคำหวานหู คุณคิโชวอิน นี่เป็นกลวิธีไมนด์คอนโทรลแบบดั้งเดิมที่ใช้กันในงานสัมนาเลยนะ"
 
อะไรกัน! คาบุรากิที่คิดว่าเป็นเจ้าบ้าซื่อๆ เซ่อๆ วางแผนร้ายแบบนั้นล่อลวงฉันเหรอ!

"ต่อต้านการล้างสมอง! ต่อต้านการล้างสมอง!"
"ใครจะทำแบบนั้น!"
"การสร้างบทบาทสมมุติต่ำสูงให้ชัดเจนเพื่อบงการก็เป็นกลวิธีดั้งเดิมอย่างหนึ่งเหมือนกันนะ~"
 
ฉันเคยดูอะไรแบบนั้นในหนังการทดลองของเยอรมันนะ! ช่างน่ากลัวอะไรแบบนี้!
ฉันที่ยังลุกขึ้นไม่ขึ้นได้แต่คืบคลานทิ้งระยะห่างจากคาบุรากิ

"...อย่ามัวแต่พูดอะไรไร้สาระ ไปเปลี่ยนเสื้อผ้าได้แล้ว"
 
คาบุรากิถอนหายใจพลางเอื้อมมือไปหยิบผ้าขนหนู ออกปากเตือนพวกเรา
แต่ฉันไม่ขยับ
 
"เป็นอะไรไปล่ะ คิโชวอิน"
 
คาบุรากิส่งเสียงทักฉันที่ยังนอนกลิ้งคาที่อยู่อย่างแปลกใจ

"อ๊ะ ที่ขามีกรดยูริคสะสม...."
"กรดแลคติคสินะ"
 
ฉันเกาะเครื่องออกกำลังที่อยู่ข้างๆ ยักแย่ยักยันขึ้นมาได้เป็นผลสำเร็จ แต่ขายังเป็นตะคริวสั่นริกๆ เดินไม่ได้ดั่งใจ
 
"ไหวหรือเปล่า ให้ยืมมือเอาไหม"
"ขอโทษนะคะ..."

ฉันปล่อยให้เอ็นโจช่วยประคองอย่างซาบซึ้ง แต่ถึงอย่างนั้นขาก็ยังไม่มีเรี่ยวมีแรง เดินแทบไม่ไหว

"เอ้า ขาน้อยๆ ค่อยๆ เดิน ขาน้อยๆ ค่อยๆ เดิน"

เห็นท่าทางของฉันแล้ว คาบุรากิก็ปรบมือเชียร์ราวกับจะเยาะหยัน

ฆ่าแม่งฆ่าแม่งฆ่าแม่งฆ่าแม่งฆ่าแม่งฆ่าแม่งฆ่าแม่ง...


---------------------------------------
 
หมายเหตุ : สำหรับท่านที่จะคอมเมนต์ด้านล่าง ขอความกรุณาให้อยู่ในขอบเขตของการแปลไทยตอนล่าสุด หรือหากต้องการพูดถึงเนื้อหาที่เกินเลยจากนั้น ขอให้ท่านเตือนให้ผู้อื่นรู้ว่าตัวเองกำลังจะทำการสปอยล์ ด้วยวิธีต่างๆ เช่น  
จากนี้ไปเป็นสปอยล์
.
.
.

เหล่าสัตว์ในลำดับกีบคู่...

กะ...ก็ไม่ได้มีแต่หมูซะหน่อยนะ!

หนังเยอรมันที่่ท่านเรย์กะพูดถึง น่าจะเป็นเรื่อง
"es" หรือ (Das Experiment) ที่ว่าด้วยการทดลองให้ผู้สมัครรับบทบาทเป็นนักโทษกับผู้คุม ใช้ชีวิตด้วยกันในคุกใต้ดินเป็นเวลาสองสัปดาห์ ทว่าก็เกิดเรื่องรุนแรงยากจะระงับ สำหรับผู้สนใจสามารถไปอ่านการทดลองในคุกมหาวิทยาลัยแสตนฟอร์ดได้ มีอันที่คล้ายๆ กันอยู่ 

 




NEKOPOST.NET