[นิยายแปล] นอบน้อมและหนักแน่น คือคติประจำใจในการใช้ชีวิตของฉันค่ะ! ตอนที่ 291 | Nekopost.net 
NEKOPOST
การแสดงผล

[นิยายแปล] นอบน้อมและหนักแน่น คือคติประจำใจในการใช้ชีวิตของฉันค่ะ!

Ch.291 - ตอนที่ 291


 

291.


พอเล่าให้ท่านพ่อฟังว่าส่งปูของโปรดมาให้เป็นของฝาก ปูก็แปลงร่างเป็นกระเป๋ารุ่นใหม่ล่าสุด

"ขอบคุณนะคะ ท่านพ่อ!"
"อื้อ อื้อ ถ้ามีอะไรอยากได้ก็บอกพ่อได้ทุกอย่างเลยนะลูก"

ท่านพ่อตบพุงกลมๆ สมบูรณ์พูนสุขที่ทำท่าว่าลูบแล้วจะสำแดงอิทธิฤทธิ์ปาฏิหารย์ออกมา
แล้วท่านพ่อก็เอ่ยว่าอยากไปฟิตติ้งสูทที่ตัดไว้ที่ร้านต่อ ฉันเลยเป็นอันต้องติดสอยห้อยตามไปถึงร้านตัดชุดด้วย
 
โดยทั่วไป นอกเหนือจากการเลือกผ้าในตอนแรกแล้ว คุณช่างตัดเสื้อจะมาที่บ้านหรือที่บริษัทเพื่อลองเสื้อวัดตัว ที่วันนี้อุตส่าห์ถ่อไปถึงร้านด้วยตัวเองคงเป็นเพราะอยากให้ฉันไปดูด้วยสินะ ไอ้นั่นน่ะเรอะ เหมือนสาวๆ ที่อยากโชว์แฟนว่า "ชุดนี้กับชุดนี้ชุดไหนเหมาะกว่ากันน้า~" น่ะเรอะ เป็นแค่ทานุกิแท้ๆ
แต่ก็อุตส่าห์ซื้อกระเป๋าที่ฉันอยากได้ให้นี่นา นานๆ ทีทำตัวตอบแทนพระคุณทานุกิมั่งก็ได้

"รออยู่แล้วครับ ท่านคิโชวอิน วันนี้ต้องขอขอบคุณมากนะครับที่กรุณาสละเวลามาถึงนี่"
"อะไรกัน แค่ตามลูกสาวมาซื้อของเท่านั้นเอง"

ทานุกิยิ้มสบายๆ วางมือหนาอวบอูมลงบนบ่าฉัน สร้างภาพรักใคร่สนิทสนมกับลูกสาวทันที งั้นเรอะ มีเป้าหมายทางนี้ด้วยสินะ

"คุณหนูก็มาด้วยหรือครับ! สมแล้วที่ความสนิทสนมของท่านคิโชวอินและคุณหนูเป็นที่เลื่องลือ"
"งั้นหรือ แม่ลูกสาวตัวดีไม่ยอมห่างพ่อเสียที น่าลำบากใจจริงๆ"
"ก็ออกจะน่าชื่นใจไม่ใช่หรือครับ"

...ว่าไงนะ?
ท่านพ่อทดลองสวมใส่สูทที่เนาไว้ ตรวจเช็ครูปร่างพลางให้ช่างปรับให้ บทสนทนายังคงดำเนินต่อไปเรื่อยๆ

"ลูกเกิดสนใจไวน์ที่ฉันดื่มขึ้นมาน่ะสิ บอกว่าพออายุครบยี่สิบแล้วก็อยากดื่มไวน์กับท่านพ่อบ้าง"
"แหมๆ อนาคตคงสนุกน่าดูเลยนะครับ"
"ยังไงกันนะ ไม่รู้จะโดนอ้อนขอไวน์แพงๆ แค่ไหน แค่นี้ก็หวาดเสียวแล้ว ฮ่าฮ่าฮ่า"

...ไม่เห็นจำได้เลยนะว่าเคยพูดอะไรแบบนั้นไป?
ชักจะโม้มันส์ไปหน่อยล่ะนะยะ ทานุกิ
 
"วันนี้ลูกสาวก็กลับมาจากเดินทางพอดี งอแงบอกว่าอยากให้พ่อมารับนี่สิ"
"อยากอ้อนพ่อสินะครับ แบบนี้ท่านพ่อคงเป็นปลื้มน่าดู"
 
...เฮ้ย ฉันบอกว่าอยากให้มารับเมื่อไหร่นะ
 ไม่ใช่แค่เติมไข่ใส่สีแล้ว นี่มันปั้นน้ำเป็นตัวชัดๆ เจ้าทานุกินี่ คงไม่ใช่ว่าเที่ยวพูดเพ้อเจ้ออะไรแบบนี้ไปทั่วหรอกนะ
...เดี๋ยวปั๊ดจับไปต้มไปย่างทำเป็นซุปทานุกิซะหรอก
แค่กระเป๋ามันไม่พอหรอกนะ แบบนี้ขากลับต้องให้ซื้อรองเท้าด้วยแล้ว...

"ว่าไง เรย์กะ เหมาะหรือเปล่า"
 
ทานุกิเอามือจับปกเสื้อสูทยืดอกอย่างผึ่งผาย โชว์ตัวในชุดสูทที่กำลังตัดเย็บให้ฉันดู
 
"ทั้งดีไซน์ทั้งการตัดเย็บประณีตมากเลยค่ะ แต่ดูบริเวณรอบเอวจะแน่นไปหน่อย  ขอให้งดไวน์ไปก่อนจนกว่าจะตัดชุดเสร็จนะคะ"
"เอ๋"
 
ทานุกิสะดุ้งเฮือกกับคำประชดประชันของฉัน
เฮอะ ตาทานุกิจอมลวงโลก สำนึกผิดไปซะเถอะ

"เรย์กะ ทานข้าวแล้วกลับกันเลยไหมลูก"
 
พอออกจากร้านตัดเสื้อ ท่านพ่อก็ชวนอย่างเอาอกเอาใจ

"วันนี้เพิ่งกลับจากเดินทางมาเหนื่อยๆ อยากทานข้าวที่บ้านค่ะ"
"งั้นเหรอ งั้นเอาแบบนั้นก็ได้ ไปเที่ยวกับเพื่อนสนุกหรือเปล่า"
"สนุกมากเลยค่ะ"
"งั้นเหรอ งั้นเหรอ ไว้ครั้งหน้าไปเที่ยวกับพวกพ่อบ้างนะ"
"อ้อ~..."
 
ไปเที่ยวกันทั้งครอบครัวที่เป็นธรรมเนียมประจำปีน่ะเหรอ แต่ว่าน้า... ไปเที่ยวกับพวกท่านพ่อแต่ละทีก็กินเวลาอย่างต่ำไม่น้อยกว่าหนึ่งสัปดาห์ จะให้นักเรียนเตรียมสอบใช้เวลาไปเที่ยวเรื่อยเฉื่อยตั้งหนึ่งสัปดาห์นี่มันออกจะหละหลวมไปหน่อยนะ ถ้าละเลยการดูหนังสือไปตั้งสัปดาห์หนึ่ง คงโดนพวกนักเรียนเตรียมสอบคนอื่นๆ ทิ้งห่างหลายช่วงตัวเลยล่ะ มาเที่ยวฮอกไกโดนี่ก็ลาโรงเรียนสอนพิเศษไปตั้งสามวันแล้วนะ...

"ปีนี้หนูงดซักปีดีไหมน้า"
"ว่าไงนะ!? ทำไมล่ะ!"
 
เมื่อฉันเอ่ยถ้อยคำไม่คาดคิด ท่านพ่อก็แสดงความช็อกออกมาอย่างปิดไม่มิด
 
"ไหนบอกเหตุผลมาซิ เหตุผลน่ะ!"
"ท่านพ่อคะ ใกล้ไปค่ะ ใกล้ไป"  
 
จากนั้นมา การรุกรับระหว่างฉันกับท่านพ่อเพื่อจะได้ไม่ต้องไปเที่ยวกับครอบครัวก็ดำเนินต่อไปจนถึงบ้าน "หนูต้องดูหนังสือสอบเข้าค่ะ" "ไม่ต้องดูหนังสือหนักขนาดนั้นก็เข้ามหาลัยซุยรันได้อยู่แล้วน่า"
แล้วฉันก็เผลอหลุดความในใจที่เป็นข้อห้ามอันดับหนึ่งออกมา "ท่านพี่ก็ติดงานไม่ไปด้วย ไปเที่ยวกับท่านพ่อก็น่าเบื่อ..."  ท่านพ่อเลยงอนขั้นสุดหนีไปเก็บตัวในห้องหนังสือไม่ออกมาอีกเลย---
ขอโทษน้า! ทานุกิ ออกมาเถ้อ! มากินเหยื่อ (ปูขน) อร่อยๆ ด้วยกันเถอะน้า!

 

 

สิ่งที่รอคอยอยู่หลังทริปฮอกไกโดอันสนุกสนานก็คือคำสั่งไดเอ็ทจากคาบุรากิ
ไม่อยากไปเลย ไม่อยากไปเลยอ่า~
แต่คาบุรากิที่กลับญี่ปุ่นมาก่อนหน้านี้ส่งเมล์มาดักคอว่า "อย่าหนีเชียวนะ" ตัดทางถอยของฉันโดยสิ้นเชิง ถ้ายังไงจะอยู่ต่างประเทศไปตลอดช่วงปิดเทอมฤดูร้อนไม่ต้องกลับมาเลยก็ได้นะคะ...

สถานที่เป็นสปอร์ตยิมสำหรับ VIP โดยเฉพาะที่สามารถเช่าขาดเป็นการส่วนตัวได้ ตั้งอยู่ภายในฟิตเนสในโรงแรมเครือคาบุรากิ ยังดีที่เช่าขาดได้น่ะนะ
พอแจ้งชื่อกับประชาสัมพันธ์ที่ผนังสลักชื่อฟิตเนสมีน้ำตกไหลประดับและมีดอกคาซาบลังกาประดับอยู่ในแจกันขนาดใหญ่อย่างโออ่า  เขาก็รับว่า "รอคอยอยู่แล้วค่ะ"  นำทางไปยังลิฟต์ส่วนตัวที่อยู่หลังทางเดินยาวเหยียด

"มาจนได้นะ คิโชวอิน"
"...สวัสดีค่ะ"
 
เมื่อลิฟต์เปิดออก ฉันก็ย่างท้าวเข้าไปพลางสอดส่ายสายตาดูท่าทีของยิมที่มีกระจกรอบด้านร้างกลิ่นอายผู้คน  คาบุรากิในชุดออกกำลังกายสีดำที่ผ่านการวอร์มอัพมาเรียบร้อยแล้วออกมารับ

ใบหน้ายังคงความเฉียบคมไม่เปลี่ยนแปลง ทั้งที่เพิ่งจะกลับมาจากนิวยอร์ค แต่ไม่มีร่องรอยของความเหนื่อยล้าหรือเบลอจากการเปลี่ยนเวลาให้เห็นเลยแม้แต่นิด
จากนั้น

"ไม่ได้เจอกันนานเลยนะ คุณคิโชวอิน"

เอ็นโจที่ใส่ชุดออกกำลังกายสีดำเช่นกันนั่งอยู่บนเครื่องออกกำลังกายที่มีรูปทรงเหมือนเรือพายก็ลุกขึ้นเดินมาหาอย่างคล่องแคล่ว
เอ็นโจก็มาด้วยเหรอ...

"สวัสดีค่ะ ท่านเอ็นโจ"

จะให้เทรนนิ่งกับคาบุรากิสองคนมันก็อึดอัด แต่กับเอ็นโจก็เหมือนกันละน้า... ก็ทั้งคาบุรากิทั้งเอ็นโจประสาทการเคลื่อนไหวดีเยี่ยมทั้งคู่เลยนี่นา สำหรับฉันที่ไม่ค่อยมั่นใจเรื่องการออกกำลังกายแล้ว ก็อยากลดจำนวนคนที่จะมาเห็นสภาพทุลักทุเลของตัวเองให้น้อยที่สุดเท่าที่จะทำได้น่ะนะ...

"วันนี้พยายามเข้านะ ผมจะคอยเชียร์"
"ค่ะ..."

ฉันกวาดสายตามองไปทั่วยิมราวกับจะเบนสายตาหนีจากเอ็นโจ มีเครื่องออกกำลังกายรุ่นใหม่ล่าสุดตั้งเรียงรายเต็มไปหมด อุหวา เดี๋ยวจะต้องเริ่มกันจริงๆ น่ะเหรอ... ถ้าถามว่าทางไหน ฉันเป็นพวกที่ชอบการเคลื่อนไหวร่างกายอย่างสนุกสนานในสตูดิโอแบบโยคะมากกว่านะ
สงสัยว่าอารมณ์เซ็งสนิทจะปรากฎออกมาทางสีหน้า เอ็นโจเลยหลุดหัวเราะเบาๆ

"เอาชุดออกกำลังกายกับรองเท้ามาหรือเปล่า หรือจะให้เช่าก็มีนะ"
"ค่ะ เอามาค่ะ"

ถึงจะรู้ว่าไม่อยากทำ แต่ก็ไม่ยอมเปิดทางหนีสินะ
ฉันยกกระเป๋าใบโตขึ้นให้เห็น แล้วอีกฝ่ายก็ว่า

"งั้นผมจะนำทางไปห้องเปลี่ยนเสื้อผ้านะ คุณคิโชวอินเพิ่งเคยมาเป็นครั้งแรกใช่ไหม"
"ค่ะ"  
 
ต้องเริ่มจริงๆ เหรอ... ไม่อยากเลย
แต่ฉันก็เตรียมเดินตามเอ็นโจไปอย่างว่าง่าย หากคาบุรากิทักขึ้นเสียก่อน

"อ้อ จริงด้วย เฮ้ คิโชวอิน"
"คะ?"
 
เมื่อเหลียวกลับไปพร้อมกับรับคำ คาบุรากิก็ส่งถุงกระดาษขนาดสองมือมาให้

"นี่อะไรคะ"
"ของฝากจากนิวยอร์ค"
"เอ๋!?"
 
คาบุรากิน่ะเหรอซื้อของฝากมาให้ฉัน!?
พอเปิดออกดู ก็พบว่าเป็นชูการ์สครับและลิปบาล์มของแบรนด์ออร์แกนิคส์ยี่ห้อหนึ่ง  ของฝากเป็นเรื่องเป็นราวจริงๆ ด้วย หนำซ้ำเซนส์ของฝากยังเก๋ไก๋ใส่ใจมีรสนิยมพอใช้ได้อีกต่างหาก!

เหงื่อเย็นเยียบไหลพรากไปตามสันหลัง
ไม่ได้การล่ะ... ฉันไม่ได้ซ์้อของฝากจากฮอกไกโดมาให้คาบุรากิ
ถ้าให้จะแก้ตัว ก็ฉันไม่เคยนึกเคยฝันมาก่อนนี่นาว่าคาบุรากิคนนั้นจะเกิดใส่ใจอะไรแบบนี้ขึ้นมาได้
อ๊ะ! ยังไงซะตรงนี้ต้องขอบคุณก่อน!

"...ขอบคุณมากนะคะที่กรุณาใส่ใจ"
"อืม"

คาบุรากิเริ่มขยับร่างกายตามเครื่องออกกำลังกายที่นั่งอยู่ ฉันตามหลังเอ็นโจไปยังห้องเปลี่ยนเสื้อผ้า

"ที่นี่เป็นห้องเปลี่ยนเสื้อผ้าผู้หญิง วันนี้นอกจากพวกเราแล้วไม่มีคนอื่นอีก เลือกใช้ล็อกเกอร์ได้ตามใจชอบเลยนะ"
"ค่ะ"  

พอปิดประตู อยู่ในห้องเปลี่ยนเสื้อผ้าคนเดียวแล้ว ฉันก็เริ่มเดินวนไปวนมาอยู่ในนั้นอย่างร้อนใจ
...ซวยจริงๆ แล้วไง ถ้าฉันไม่พูดซะว่าไปฮอกไกโดมาก็ไม่มีใครรู้หรือเปล่านะ ไม่สิ เดี๋ยวก่อน เพื่อนที่ไปเที่ยวด้วยกันมาคือพวกเซริกะจังที่เป็นเด็กซุยรันเหมือนกัน แล้วก็ท่านฟุยุโกะที่เป็น Pivoine พวกนี้อาจจะไปได้ยินจากใครมาก็ได้ โดยเฉพาะเอ็นโจหูผีแล้วยิ่งต้องรู้ชัวร์ๆ  ในตอนนั้น ถ้าคาบุรากิซื้อของฝากมาให้ตามมารยาทอย่างซื่อตรง ส่วนฉันอย่าว่าแต่ของฝากเลย ยังไม่เอื้อนเอ่ยออกมาด้วยซ้ำว่าตัวเองก็ไปเที่ยวมาเหมือนกัน ภาพลักษณ์อาจเสียไปไม่น้อยเลยนะ

เอ๋!? ตัวเองก็ไปเที่ยวมาเหมือนกัน แต่ตอนนั้นไม่เห็นพูดอะไรซักคำเลยนะ?! คิโชวอิน (คุณคิโชวอิน) เป็นคนแบบนั้นเองเหรอ...
อุหวา ภาพคาบุรากิกับเอ็นโจที่ทำหน้าเหวอหน่อยๆ ผุดขึ้นมาตรงหน้าเลย

...อื้อ ไม่ไหวจริงๆ น่ะแหละ
กะอีแค่ของฝาก แต่ก็เป็นถึงของฝาก
ที่สำคัญที่สุดตรงนี้ก็คือฉันไม่ได้เป็นคนใจแข็งขนาดไม่หวั่นไหวกับเรื่องเล็กๆ น้อยๆ กะอีแค่ของฝากอะไรแบบนั้น ไม่อยากถูกมองว่าเป็นคนขี้งกไม่ใส่ใจหรอกนะคะ ฉันน่ะใส่ใจกับคำวิพากษ์วิจารณ์ของคนอื่นมากนะ

เอาเป็นว่าเลือกของฝากอะไรก็ได้มาให้ๆ ไปก่อน ถ้าจะแก้ตัวว่าที่วันนี้ไม่ได้เอามา เป็นเพราะว่ามันหนักหอบมาไม่ไหวก็เลยกะจะส่งไปให้ทีหลังจะได้ไหมนะ ยังไงก็ฟังดูขายผ้าเอาหน้ารอดสุดๆ หนำซ้ำฉันยังให้คนขับรถที่บ้านขับมาส่งถึงนี่ จะบอกว่าลืมไว้ที่บ้านก็น้า... เอาล่ะ ให้คนขับรถกลับไปเอาที่บ้าน แล้วบอกว่าวางทิ้งไว้ในรถก็แล้วกัน

เอาล่ะ แล้วของฝากที่จะให้นี่เอาไงดีล่ะ เอาช็อกโกแลตข้าวโพดที่ซื้อมาเพียบสำหรับตัวเองมาให้ไปก่อนดีไหมนะ... ไม่น่าๆ จะเอาช็อกโกแลตราคาไม่ถึงพันเยนให้จักรพรรดิแห่งซุยรันนี่คงไม่สมน้ำสมเนื้อกันละมั้ง ทางนี้ได้เครื่องสำอางแบรนด์ออร์แกนิคส์ยอดฮิตเป็นของขวัญเลยนะ ช่วยไม่ได้ ให้เมล่อนไปก็แล้วกัน... สองลูกสำหรับคาบุรากิกับเอ็นโจ
ฉันรีบโทรศัพท์ไปทางบ้าน
 
"ช้าจริงนะ"
"ขออภัยด้วยค่ะ"
 
ก็เสียเวลาไปกับอย่างอื่นที่ไม่ใช่เปลี่ยนชุดซะมากน่ะสิ

"ชุดออกกำลังกายสีชมพู  น่ารักจังนะ"
"ขอบคุณค่ะ..."

สมเป็นเอ็นโจ ไม่พลาดเลยนะ
สำหรับฉันผู้เป็นประเภทอะไรๆ ก็ต้องท่าดีไว้ก่อน แม้จะมีชุดออกกำลังกายอยู่แล้ว  ก็ยังอุตส่าห์ไปหาซื้อชุดใหม่มาเพื่อการนี้โดยเฉพาะ
 
"เอาล่ะ คิโชวอิน เริ่มกันล่ะนะ!""
"ค่ะ..."
 
คาบุรากิชี้นิ้วไปที่อุปกรณ์สีขาวๆ

"ก่อนเทรนนนิ่ง ต้องเริ่มจากการวัดสัดส่วนร่างกายก่อน!"
"ขอปฏิเสธเด็ดขาด!"

การฝึกสไตล์สปาร์ตาของคาบุรากิที่เต็มไปด้วยอุปสรรคตั้งแต่ยังไปไม่ถึงไหนก็เริ่มต้นขึ้นเช่นนั้นเอง---


---------------------------------------
 
หมายเหตุ : สำหรับท่านที่จะคอมเมนต์ด้านล่าง ขอความกรุณาให้อยู่ในขอบเขตของการแปลไทยตอนล่าสุด หรือหากต้องการพูดถึงเนื้อหาที่เกินเลยจากนั้น ขอให้ท่านเตือนให้ผู้อื่นรู้ว่าตัวเองกำลังจะทำการสปอยล์ ด้วยวิธีต่างๆ เช่น  
จากนี้ไปเป็นสปอยล์
.
.
.
แววล่มลอยมาแต่ไกล...




NEKOPOST.NET