[นิยายแปล] นอบน้อมและหนักแน่น คือคติประจำใจในการใช้ชีวิตของฉันค่ะ! ตอนที่ 289 | Nekopost.net 
NEKOPOST
การแสดงผล

[นิยายแปล] นอบน้อมและหนักแน่น คือคติประจำใจในการใช้ชีวิตของฉันค่ะ!

Ch.289 - ตอนที่ 289


289.


เวลาไม่พอให้ไปต่างประเทศ ทริปท่องเที่ยวระหว่างปิดเทอมฤดูร้อนกับพวกเซริกะจังเลยกลายเป็นทริปในประเทศ จุดหมายคือฮอกไกโด ผลจากการใฝ่หาสถานที่ที่เย็นลงซักนิด สุดท้ายจึงเป็นการมุ่งหน้าขึ้นเหนือไป
ฮอกไกโดเนี่ยดีเนอะ ของกินก็อร่อย มีอะไรให้ดูเยอะแยะ

"ความจริง ฉันเพิ่งเคยมาฮอกไกโดครั้งแรกล่ะคะ"
 
คนที่พูดอะไรเกินคาดแบบนั้นออกมาคืออายาเมะจัง
ฮอกไกโดเป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่โด่งดังติดอันดันท็อปในการท่องเที่ยวภายในประเทศ ที่ไม่เคยมานี่เกินคาดเลยนะ แต่ครอบครัวเด็กซุยรันก็มักจะเน้นการท่องเที่ยวต่างประเทศมากกว่าอยู่แล้ว ที่ไม่เคยมาฮอกไกโดก็อาจจะไม่ใช่เรื่องแปลกอะไรขนาดนั้นก็ได้ คิดๆ ดูแล้ว ฉันเองก็มีที่ท่องเที่ยวในประเทศที่ไม่เคยไปอีกหลายแห่ง สอบเข้ามหาลัยผ่านเมื่อไหร่ ตระเวณเที่ยวพิชิตแหล่งท่องเที่ยวในประเทศให้หมดก็น่าจะดีเหมือนกันนะ

ด้วยเหตุนี้  พวกเราจึงให้สิทธิอายาเมะจังที่เคยมาฮอกไกโดเป็นหนแรกเลือกก่อนว่าอยากไปไหนในการตระเวณแหล่งท่องเที่ยวในฮอกไกโดครั้งนี้

"ถ้างั้น ฉันอยากไปสวนสัตว์ค่ะ"
 
อายาเมะจังบอกว่าอยากไปมานานแล้ว ถ้าไปสวนสัตว์ก็จะหายไปเลยวันนึงเต็มๆ  แต่ตอนที่ท่านพี่พาไปเที่ยวก็สนุกมากๆ ฉันเลยไม่คัดค้าน อยากดูหมีขาวกับเพนกวินแล้วก็แมวน้ำที่ชอบมากๆ ด้วยนี่นา~ แล้วในหมู่พวกเราก็มีคนที่เคยมาฮอกไกโดแต่ไม่เคยไปสวนสัตว์อยู่ด้วย ทุกคนจึงลงมติเป็นเอกฉันท์พร้อมเพรียงกัน
ฮอกไกโดที่พวกเรามาเยือนนั้น แม้ช่วงกลางวันจะมีความร้อนอยู่บ้าง แต่ไม่ถึงกับร้อนจัด เป็นภูมิอากาศในอุดมคติเลยล่ะ

"เฮ้อ~ ดีจังนะที่เลือกมาฮอกไกโด!"
"จริงด้วย สายลมสดชื่นดีจัง"
 
คิโชวอิน เรย์กะและคณะสังคีตทั้งห้า ได้รับความพึงพอใจจากฮอกไกโดในฤดูร้อนอย่างสูง

"แล้วจะเริ่มดูจากตรงไหนก่อนดีคะ"
"มาถึงฮอกไกโดทั้งที ก็ต้องไปดูหมาจิ้งจอกสิ ไปหาหมาจิ้งจอกกันเถอะค่ะ"
"คาปิบาระอยู่ไหนน้า"
"ฉันอยากดูหมีขาวกับเพนกวินแล้วก็แมวน้ำ~..."
 
พวกเรากางใบปลิว เอ่ยชื่อสัตว์ที่ตัวเองอยากดูออกมา
 
"เอาเป็นว่าไล่ดูไปตามลำดับจากด้านหน้าก่อนดีไหมคะ"
"นั่นสิเนอะ!"
 
สวนสัตว์เนี่ย ตามปกติพออายุขนาดนี้ก็ไม่ได้นึกอยากไปเอามากๆ เหมือนกับสมัยเด็ก แต่พอลองมาดูจริงๆ ก็สนุกดีนี่นา! นกฟลามิงโกสวยจังเลย!

"ท่านเรย์กะ นี่ไงคะ มีหมีขั้วโลกที่ท่านเรย์กะอยากดูด้วยนะคะ"
"ไปกันเถอะค่ะ!"
 
ไม่ได้เจอกันนานนะคะ คุณหมีขาว สบายดีหรือเปล่าคะ
 
"นี่ ดูตรงนี้สิ ให้เล่นกับสัตว์ได้ด้วยนะ"
"ไม่ได้จำกัดเฉพาะเด็กเหรอ"
"ไม่เป็นไรหรอก ไว้เดี๋ยวไปกันดีกว่า ฉันอยากเล่นกับกระต่ายจัง"
 
พวกเซริกะจังที่เคยวางท่าเป็นคุณหนูในซุยรันตามปกติ วันนี้กลับดูเหมือนนักเรียนหญิงม.ปลายธรรมดาที่มีอยู่ทั่วไป

"ท่านเรย์กะ ต่อไปเป็นหมาจิ้งจอกนะคะ หมาจิ้งจอก!"
 
คบหากันมายาวนานก็เพิ่งได้รู้วันนี้แหละว่ารุเนะจังชอบหมาจิ้งจอกขนาดนี้ การท่องเที่ยวเนี่ยได้ทำให้เห็นอีกโฉมหน้าหนึ่งของเพื่อนๆ เกินคาดเหมือนกันนะ

"ท่านฟุยุโกะอยากดูตัวอะไรคะ"
"ของฉันเป็นสิงโตกับเสือค่ะ"
 
นี่ก็เกิดคาดอีกคนละ ท่านฟุยุโกะผู้มีใบหน้าแบบเฮอันสงบเสงี่ยมชอบเสือสิงห์เหรอเนี่ย---
เพลิดเพลินกับสวนสัตว์แล้ว ตอนกลางคืนก็เป็นเนื้อย่างเจงกิสข่าน

"เนื้อไม่มีกลิ่นสาบ อร่อยจังเลย!"
"คงต้องเป็นเนื้อสดใหม่แน่เลยล่ะ"

คิโชวอิน เรย์กะและคณะสังคีตทั้งห้าขยับตะเกียบกันไม่หยุดเลย

"พูดถึงเนื้อแกะ เมื่อก่อนซาโตมิเคยให้ท่านเรย์กะคอสเพลย์เป็นแกะด้วยนี่คะ"
"จริงด้วย! เห็นบอกว่าผมม้วนของท่านเรย์กะดูเหมือนน้องแกะดี"

จะว่าไปก็เคยมีเรื่องแบบนั้นเหมือนกันนี่นะ คิดถึงจัง ตอนที่ทำคาเฟ่แต่งหญิงแต่งชายในงานโรงเรียนหรือเปล่านะ ผู้หญิงแต่งชุดพ่อบ้านผู้ชายแต่งชุดเมด แล้วของดังประจำร้านก็คือ "แกะดอลลี่" ไม่รู้ทำไมฉันถึงถูกแปลงโฉมเป็นพ่อบ้านแกะอยู่คนเดียว จนป่านนี้ก็ยังไม่เข้าใจเลยว่าทำไมถึงมีฉันต้องเป็นแกะอยู่คนเดียว เป็นเพราะผมม้วนมันดูเหมือนคุณแกะสินะ...

เอ๋ นี่แปลว่าตอนนี้ฉันกำลังกินพวกเดียวกันอยู่หรือเปล่านะ!?

"ซาโตมิจะไม่วางตัวตีเสมอท่านเรย์กะไปหน่อยเหรอ"
"จริงด้วย ซาโตมิจะขาดความยำเกรงต่อท่านเรย์กะมากไปหน่อยแล้วนะ"
 
ระหว่างที่ฉันกำลังไว้อาลัยให้พวกเดียวกันอยู่เงียบๆ
หัวเรื่องก็เปลี่ยนไปเป็นเรื่องของซาโตมิคุง ไม่เอาน่าๆ ฉันไม่อยากให้เพื่อนร่วมรุ่นต้องมายำเกรงกันนะ
อ้อ จริงด้วย พูดถึงซาโตมิคุง

"ฉันก็เพิ่งรู้เมื่อไม่นานมานี้เอง รู้สึกว่าซาโตมิคุงจะมีแฟนรุ่นน้องด้วยนะคะ"
 
ฉันเผยข้อมูลที่อุบไว้
หลังจากนั้น ฉันก็ได้รับรายงานจากหูทิพย์ว่าดูเหมือนซาโตมิคุงจะคบหากับเด็กผู้หญิงรุ่นน้องอยู่จริงๆ หนำซ้ำวิธีการรวบรวมข้อมูลของหูทิพย์ยังไม่ใช่การไปเที่ยวถามใครๆ แต่ใช้วิธีอำพรางตนสำแดงความไร้ตัวตนที่มีอยู่แต่เดิม เฉียดกรายเข้าไปใกล้เป้าหมายเพื่อลอบฟังเรื่องราว เป็นกลยุทธ์สเตลท์ขั้นสูงเลยล่ะ
เอาเถอะ เรื่องนั้นเอาไว้ก่อน ตอนนี้กำลังพูดถึงซาโตมิคุงอยู่นี่นา ซาโตมิคุงเนี่ยล่ะก็ มีแฟนรุ่นน้องกับเค้าอยู่ด้วยน้า~!

"งั้นหรือคะ..."
"อ้อ... ซาโตมิมีแฟนแล้ว..."

หากพวกเซริกะจังไม่แสดงปฎิกริยาที่คาดหวังกลับมา
อ้าว? นึกว่าจะโดดฮุบโผงทันทีเสียอีก
พวกเซริกะส่งสายตาให้กันอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะพูดอย่างอิดเอื้อนว่า "ความจริงแล้ว..."

"ขอโทษนะคะ ท่านเรย์กะ พวกเรารู้อยู่แล้วล่ะค่ะว่าซาโตมิ นาริยูกิมีแฟนเป็นรุ่นน้องอยู่แล้ว"
"เอ๋!?"

ตากับปากฉันอ้าค้าง

"รู้เมื่อไหร่คะ!?"
"เมื่อไหร่นะ..."
"ก่อนปิดเทอมฤดูใบไม้ผลิละมั้ง...?"

ปิดเทอมฤดูใบไม้ผลิก็ตั้งหลายเดือนก่อนน่ะสิ! ฉันเพิ่งรู้เมื่อไม่กี่วันก่อนเองนะ!?
พอเหลียวไปมองด้านข้าง ท่านฟุยุโกะก็เอียงคอถามว่า "ซาโตมิคุงนี่ใครนะคะ..." พลางทานถั่วงอกในชุดเจงกีสข่านอย่างเรื่อยเฉื่อย ท่านฟุยุโกะเป็นตัวของตัวเอง ดีแล้วค่ะ
ฉันโวยวายกับพวกเซริกะจัง

"ทำไมไม่บอกฉันบ้างล่ะคะ"
"เพราะคิดว่าถ้าท่านเรย์กะรู้เข้า จะเอาไปล้อซาโตมิน่ะค่ะ..."
"เอ๋"
 
ก็จริง ถ้ารู้ว่าซาโตมิคุงมีแฟนแล้ว โดยนิสัยฉันต้องปรี่เข้าไปแซวเจ้าตัวว่า "ได้ยินว่ามีแฟนแล้วเหรอค้า~" อย่างเริงร่าแน่นอน ก็ไปยุแหย่ความรักคนอื่นมันสนุกดีนี่นา
หรือพวกเซริกะจังจะอยากบอกว่าแสดงพฤติกรรมชอบเรื่องซุบซิบแบบนั้นไม่เหมาะสมกันนะ แหม จะว่าไปก็อาจดูไม่ค่อยดีสำหรับความเป็นคุณหนูเท่าไหร่ ฉันเองก็ไม่อยากให้คนอื่นมองว่าเป็นนิตยสารกอสซิปเดินได้แห่งซุยรันด้วย
เมื่อกี้ยังพูดเล่นๆ หลั่นล้ากับพวกเซริกะจังอยู่เลย สำนึกผิดหน่อยดีกว่า ควรจะเอาอย่างพวกเซริกะจัง วางตัวให้งามสง่าสมเป็นนักเรียนซุยรัน...

"อุตส่าห์หาจุดอ่อนได้ทั้งที ถ้าจบแค่เอามาล้อเล่นๆ ก็น่าเสียดายออก ต้องเอามาใช้ให้คุ้มค่ากว่านี้สิคะ"
"เอ๋?"
 
นอกจากฉันกับท่านฟุยุโกะแล้ว ที่เหลืออีกสามคนเผยรอยยิ้มแสยะรับคำ "ต้องอย่างงั้นสิ" พยักเพยิดให้กับความเห็นของเซริกะจัง

"เป็นการ์ดชั้นดีเอาไว้ขู่ซาโตมิเลยนี่คะ ต้องถนอมรักษาไว้ให้ดีๆ"
"หนำซ้ำคุณแฟนที่ว่ายังเป็นเด็กซุยรัน ก็เหมือนกับทางเราได้ตัวประกันมาไว้ในกำมือแล้วดีๆ นี่เอง"
 
เอ๋!? เอ๋!? อะไรเนี่ย มันจะมืดมนไปหน่อยแล้วมั้ง!
แบบนี้ก็เหมือนพวกเราเป็นองค์กรต่อต้านสังคมในซุยรันจริงๆ น่ะสิ!

"ท่านเรย์กะ ช่วยไปขอร้องคุณริรินะให้ดึงแฟนของซาโตมิมาอยู่ฝั่งนี้หน่อยสิคะ"
 
รุเนะจัง... ตัวเธอที่รักหมาจิ้งจอกอย่างไร้เดียงสาที่ฉันเห็นเมื่อตอนกลางวันหายไปไหนแล้วล่ะ
ฉันหันไปมองท่านฟุยุโกะที่กำลังทานถั่วงอกโดยไม่ลดตัวไปเกลือกกลั้วกับแผนชั่วของพวกเซริกะจัง ดูเหมือนท่านฟุยุโกะจะชอบถั่วงอกนะ

"ท่านฟุยุโกะสนุกอยู่หรือเปล่าคะ"
 
ท่านฟุยุโกะไม่ใช่คนที่แสดงออกทางสีหน้าอย่างกระตือรือร้น บางครั้งฉันเลยอดเป็นห่วงไม่ได้ว่ากำลังเบื่ออยู่หรือเปล่า

"ค่ะ เพิ่งเคยมาฮอกไกโดเป็นครั้งแรก สนุกมากค่ะ"
"เอ๋ ท่านฟุยุโกะก็เพิ่งเคยมาเป็นครั้งแรกหรือคะ!?"

แล้วทำไมเพิ่งมาบอกเอาป่านนี้ล่ะเนี่ย!? รู้งี้จะได้ให้สิทธิท่านฟุยุโกะก่อนแท้ๆ!

"บอกกันก่อนก็ได้นี่คะ ท่านฟุยุโกะไม่มีที่ไหนอยากไปบ้างหรือคะ"
"ก็ไม่มีที่ไหนเป็นพิเศษ... วันนี้ได้ไปดูสิงโตในสวนสัตว์ก็สนุกดีนะคะ เจงกิสข่านที่ได้กินเป็นครั้งแรกก็อร่อย ...แต่ว่า นั่นสินะคะ ถ้าจะให้พูด ฉันสนใจในทะเลสาบชิโกะสึยามค่ำคืนน่ะค่ะ"
"ทะเลสาบชิโกะสึ..."
 
ทำไมต้องย้ำว่าตอนกลางคืนด้วยนะ
ทะเลสาบเนี่ยเอาไว้ชมทิวทัศน์เพื่อความเพลิดเพลินตอนกลางวันไม่ใช่เหรอ ไปทะเลสาบมืดตื๋อตอนกลางคืนนี่น่าสนุกตรงไหนกันนะ อื้อ ท่านฟุยุโกะทั้งคน สงสัยจะเข้าทางไสยศาสตร์อีกตามเคย...
แต่คำพูดของรุเนะจังก็ปัดข้อกล่าวหาของฉันตกไป

"อ้อ! ได้ยินว่าในฤดูหนาวทะเลสาบชิโกะสึจะมีการประดับไฟอย่างสวยงามเลยนี่คะ! ฉันเองก็คิดอยู่เหมือนกันว่าอยากไปดูซักครั้ง"
"เอ๋ ประดับไฟ?"

ท่านฟุยุโกะยิ้มอย่างสงบเสงี่ยม
เห งี้นี่เอง ท่านฟุยุโกะสนใจทิวทัศน์ยามราตรีหรือพวกงานประดับไฟตอนกลางคืนด้วยเหรอเนี่ย แปลกใจนิดหน่อยนะ ไม่นึกว่าจะมีด้านโรแมนติกแบบนี้อยู่ด้วย

"ในไกด์บุ๊คนี่ก็ลงไว้ด้วยนะคะ ทิวทัศน์ของทะเลสาบชิโกะสึยามราตรีที่ปกคลุมด้วยหิมะประดับไฟดูราวกับเป็นภาพมายา นี่ไงคะ ตรงนี้ไง"

รุเนะจังให้ข้อมูลเพิ่มเติมพลางยกไกด์บุคให้ดู
 
"ว้าว! วิเศษไปเลย!"
 
แบบนี้นี่เอง ไม่เพียงแต่ประดับไฟบนทะเลสาบหิมะเท่านั้น ยังมีการแกะสลักน้ำแข็งอีกด้วย เป็นเทศกาลฤดูหนาวเลยนี่นะ

"ทะเลสาบสีฟ้าสวยจังเลยนะคะ"
"ถ้าไปดูตอนกลางวันได้ พรุ่งนี้ลองไปกันดูไหมคะ"
 
คิคุโนะจังยื่นข้อเสนอออกมา
หากท่านฟุยุโกะว่า

"ไม่เป็นไรหรอกค่ะ ทะเลสาบชิโกะสึยามราตรีไว้โอกาสหน้า..."
"จะดีหรือคะ"
"ท่านฟุยุโกะ ไม่ต้องเกรงใจก็ได้นะคะ"
 
อุตส่าห์มาถึงฮอกไกโดทั้งที ก็อยากให้ท่านฟุยุโกะได้ไปเที่ยวที่ตัวเองอยากไปนะ ถ้าพรุ่งนี้พยายามเข้าตื่นเช้าหน่อยก็ยังพอไปทันนะ!

"ไม่ต้องเกรงใจหรอกค่ะ ถ้าไม่ใช่ทะเลสาบชิโกะสึตอนกลางคืนก็ไม่มีความหมาย..."
"งั้นเหรอคะ ท่านฟุยุโกะอยากไปดูการประดับไฟ ถึงไปตอนกลางวันกลางฤดูร้อนก็ไม่มีความหมายสินะคะ"
 
พวกเรายอมเข้าใจรามือไปในที่สุด
ออกจะเสียมารยาทไปซักหน่อย แต่พวกเราก็ทานกันไปพลิกไกด์บุ๊คดูกันไป

"ยังที่ที่อยากไปอีกเยอะแยะเลย แต่คงไปทั้งหมดไม่ไหวมั้งคะ"
"ช่วยไม่ได้น้า ฮอกไกโดกว้างขวางขนาดนี้"
"ถ้ามีเวลามากกว่านี้ก็ดีสิ"
 
ฮอกไกโดมีที่เที่ยวดังๆ เต็มไปหมดเลยนี่นานะ
เมื่อทานข้าวเย็นเสร็จแล้ว พวกเราก็กลับโรงแรม

"ห้องกว้างขวางดีจังเลยนะคะ"
"นั่นสิเนอะ"
 
คืนแรกฉันพักห้องเดียวกับท่านฟุยุโกะ แม้ท่านฟุยุโกะจะมีชื่อพ่วงเข้ามาเป็นหนึ่งในคณะสังคีตทั้งห้า แต่ความจริงก็เพิ่งสนิทกับพวกเซริกะจังเมื่อไม่นานมานี้เอง ให้ฉันที่สนิทกันมานานที่สุดพักอยู่ห้องเดียวกับท่านฟุยุโกะเป็นการชิมลางก่อนน่าจะดี ตอนเลือกห้องกันฉันก็เลยเสนอตัวไปแบบเนียนๆ  
 ท่านฟุยุโกะมีนิสัยอ่อนโยนไม่มีการวางอำนาจบาตรใหญ่ไม่อวดอ้างความเป็น Pivoine กับใคร คิดว่าถึงจะพักห้องเดียวกับพวกเซริกะจังก็คงไม่ต้องเป็นห่วงเรื่องนั้นหรอกนะ

"ท่านเรย์กะ เชิญใช้ห้องน้ำก่อนได้เลยนะคะ"
"จะดีเหรอ ขอบคุณนะคะ"
 
แต่ท่านฟุยุโกะมีนิสัยเสียข้อหนึ่ง นั่นก็คือ....

"ท่านเรย์กะ ทราบหรือเปล่าคะ เรื่องน่าสะพรึงกลัวในฮอกไกโดน่ะค่ะ..."
 
ออกมาแล้ว!
ขณะที่ฉันกำลังตั้งอกตั้งใจเป่าผมที่เพิ่งขึ้นจากอ่างอาบน้ำ วันรุ่งขึ้นลอนจะได้ออกมาแน่นๆ ท่านฟุยุโกะที่ยืนอยู่ด้านหลังก็กระซิบผ่านกระจกมาอย่างแผ่วเบา

"ทะเลสาบชิโกะสึ  มีอีกชื่อหนึ่งว่าทะเลสาบกระดูกมรณะ..."
 
ว่าแล้วเชียว! ว่าแล้วเชียวว่าไม่ใช่เพราะประดับไฟแน่ๆ ประเด็นอยู่ที่เรื่องสยองขวัญนี่เองสินะ!
นี่แหละที่ฉันหวาดกลัวอยู่
ฉันกลัวว่าเวลาท่านฟุยุโกะไปพักห้องเดียวกับพวกเซริกะจัง จะเผลอแสดงธาตุแท้สำแดงความเป็นสาวน้อยไสยศาสตร์ออกมาน่ะ

ชีวิตในรั้วโรงเรียนที่ผ่านมา ก็มีโอกาสให้นักเรียนไปค้างแรมข้างนอกหลายครั้งอย่างพวกทัศนศึกษานอกสถานที่ หรือว่าที่ผ่านมาก็จะเที่ยวเล่าเรื่องสยองขวัญให้เด็กที่พักห้องเดียวกันฟังตลอดเลยหรือเปล่านะ ถ้าทำแบบนั้นไป มีหวังไม่โดนนินทาว่าเป็นคนพิลึกผู้คนพากันหลีกหนีไปห่างไกลเหรอ...
พอฉันแสดงความกังวลเรื่องนั้นออกไป ท่านฟุยุโกะก็ร้อง "แหม..." ยกมือขึ้นป้องปากแล้วยิ้มบางๆ

"ไม่เป็นไรหรอกค่ะ ฉันเลือกคนนะคะ"

ฉันได้รับเลือกแล้วเหรอเนี่ย...
 
"ว่าแต่ท่านเรย์กะ ต่อจากเมื่อกี้นี้นะคะ..."
 
หยุดน้า! เดี๋ยวตอนกลางคืนก็มีทหารเลวมายืนข้างหมอนหรอก !?
 
"ท่านฟุยุโกะ! พรุ่งนี้ต้องตื่นแต่เช้านะคะ ถ้าไม่รีบไปอาบน้ำเดี๋ยวพรุ่งนี้ก็ตื่นสายหรอกค่ะ! เอาผงอาบน้ำนี่ไปใช้ด้วยนะคะ!"
 
ฉันลากท่านฟุยุโกะไปยังห้องน้ำ แล้วเร่งกำลังลมของไดร์เป่าผมไปที่แรงสุด เผื่อเกิดเสียงอะไรแปลกๆ ดังขึ้นมาจะได้ไม่ได้ยิน ในหัวเร่งคิดถึงแต่เรื่องสนุกๆ อย่างเอาเป็นเอาตาย

พรุ่งนี้อยากไปเลือกซื้อของฝากจังเลย ก่อนอื่นก็ต้องช็อกโกแลตข้าวโพดสำหรับตัวเอง แล้วก็สำหรับท่านพ่อแล้วก็ท่านแม่ แล้วก็แน่นอนว่าต้องมีของให้ท่านพี่ แล้วก็ท่านอิมาริด้วยนะ
จริงด้วยๆ ต้องไม่ลืมส่วนของริรินะด้วยนะ ริรินะกลับบ้านตัวเองไปก่อนระหว่างที่ฉันออกมาเที่ยว แต่บอกว่า "จะกลับก่อน" ก็แสดงว่าช่วงปิดเทอมนี้ตั้งใจจะแวะมาค้างอีกสินะ

ผมเกือบแห้งสนิทแล้ว ฉันจึงปรับไดร์ให้เหลือแต่ลมอ่อนๆ ไว้ม้วนผม ลอนผมในวันพรุ่งนี้จะออกมายังไงก็ขึ้นอยู่กับการเป่าผมในคืนนี้ล่ะนะ  เอาล่ะ สมบูรณ์แบบ
หยิบทรีตเมนต์ออยล์กลิ่นกุหลาบให้ความชุ่มชื้นนวดให้ทั่วผม พอเตรียมตัวเสร็จ ท่านฟุยุโกะก็ออกมาจากห้องน้ำพอดี
แย่ล่ะ ต้องรีบนอนก่อนจะได้สานต่อเรื่องผีผี!
 
"วันนี้เดินมาทั้งวันเลยออกจะเหนื่อยหน่อย ขออนุญาตเข้านอนก่อนนะคะ"

ฉันยกหมอนขึ้นเตรียมจะวางไว้ในองศาที่เหมาะแก่การนอน

"ฮึย!"
 
ใต้หมอนมียันต์วางอยู่!

"ทำไมถึงมียันต์..."

หรือว่าเตียงนี้เคยเกิดเหตุอัปมงคล!?
 
"อ๊ะ นั่นเป็นยันต์ป้องกันภัยที่ฉันวางไว้เมื่อกี้ระหว่างที่ท่านเรย์กะไปเข้าห้องน้ำน่ะค่ะ"
"ยันต์ป้องกันภัย!?"
"ค่ะ จะได้ไม่มีสิ่งเลวร้ายมากล้ำกรายท่านเรย์กะ"

เป็นความหวังดีที่ไม่น่าพึงปรารถนาเลย...
 
"ขอรับไว้แค่ความรู้สึกแล้วกันนะคะ เกรงว่าเวลานอนพลิกไปพลิกมาจะทำให้ยันต์ยับไม่ก็ขาดเสียเปล่าน่ะค่ะ..."

ถ้ามียันต์อยู่ใต้หมอน ฉันมีหวังฝันร้ายชัวร์ๆ...
พอเดินไปหาท่านฟุยุโกะเพื่อคืนยันต์ ก็เห็นว่าท่านฟุยุโกะกำลังเขียนอะไรอยู่บนโต๊ะ

"ทำอะไรอยู่หรือคะ"
"กำลังเขียนบันทึกอยู่ค่ะ"
"บันทึก?"
"ค่ะ บันทึกประจำวัน"
 
มิน่าล่ะ บนหน้ากระดาษขาวในบันทึกหุ้มปกหนังท่าทางหรูหรามีวันที่และบันทึกที่เขียนค้างไว้ครึ่งๆ อยู่
จะไปจ้องดูบันทึกประจำวันของคนอื่นเขามากๆ ก็ไม่ดี โอ๊ะ ทว่าก่อนจะทันได้เบนสายตาหนี ฉันก็พบว่าตัวเองอ่านเนื้อหาในบันทึกแทบไม่ออกเลย หรือว่านี่...
 
"ตัวอักษรพวกนั้น หรือว่า..."
"นี่เป็นตัวอักษรในกระจกน่ะค่ะ"
 
ท่านฟุยุโกะกล่าวอย่างดีอกดีใจว่า "ตอนนี้ฉันกำลังหัดเขียนอักษรในกระจกอยู่ค่ะ" คิดว่าตัวอักษรในกระจกคงมีอะไรเกี่ยวข้องกับเรื่องสปิริชวลอีกแหงๆ

"เห..."
 
พอขึ้นเตียงไป ฉันก็กล่าวกับท่านฟุยุโกะว่า "ราตรีสวัสดิ์ค่ะ" แล้วตวัดผ้าห่มคลุมโปง
...ทำไงดีล่ะ พูดไปไม่ได้เด็ดขาด ว่าฉันเองก็เขียนสมุดบันทึกด้วยตัวอักษรในกระจกเหมือนกัน...
ยอมรับไม่ได้เด็ดขาดว่าท่านฟุยุโกะไสยศาสตร์และฉันมีอะไรเหมือนกันอยู่น่ะ---

 

---------------------------------------
 
หมายเหตุ : สำหรับท่านที่จะคอมเมนต์ด้านล่าง ขอความกรุณาให้อยู่ในขอบเขตของการแปลไทยตอนล่าสุด หรือหากต้องการพูดถึงเนื้อหาที่เกินเลยจากนั้น ขอให้ท่านเตือนให้ผู้อื่นรู้ว่าตัวเองกำลังจะทำการสปอยล์ ด้วยวิธีต่างๆ เช่น  
จากนี้ไปเป็นสปอยล์
.
.
.
 

ทะเลสาบชิโกะสึประดับไฟในฤดูหนาว

เจงกิสข่าน หรือเนื้อแกะย่างกะทะร้อน




NEKOPOST.NET