[นิยายแปล] นอบน้อมและหนักแน่น คือคติประจำใจในการใช้ชีวิตของฉันค่ะ! ตอนที่ 288 | Nekopost.net 
NEKOPOST
การแสดงผล

[นิยายแปล] นอบน้อมและหนักแน่น คือคติประจำใจในการใช้ชีวิตของฉันค่ะ!

Ch.288 - ตอนที่ 288


288.


ดูเหมือนริรินะจะตั้งใจอยู่ค้างที่บ้านฉันอีกระยะหนึ่ง แต่โชคร้ายที่ฉันมีกำหนดการไปท่องเที่ยวทริปเล็กๆ ในฤดูร้อนกับพวกเซริกะจังเข้ามาก่อน
พอเห็นฉันเก็บกระเป๋าอยู่ในห้อง ริรินะก็ถามว่าทำอะไรอยู่ พอตอบไปตามตรง เจ้าตัวคนถามก็อารมณ์เสียใหญ่โต 
 
"ไม่เห็นรู้เรื่องเลย..."
"อ้อ~ ขอโทษน้า ลืมบอกน่ะ"
 
ริรินะทำตาขวางค้อนควั่กใส่ฉันวงใหญ่ 
 
"...งั้นกลับบ้านก่อนก็ได้"
"ถึงฉันไม่อยู่ก็ไม่เป็นไร ริรินะอยู่ค้างต่อก็ได้นี่นา"
"อยู่คนเดียวไม่มีอะไรทำ น่าเบื่อจะตาย..."
"ท่านพี่มีงานบริษัทก็จริง แต่ก็กลับมาบ้านทุกคืนนะ"
"ช่างเหอะ! จะกลับก่อน!"
 
ริรินะนั่งกอดเข่าเจ่าจุกอยู่บนโซฟาในห้องฉัน ออร่าอารมณ์บูดแผ่ซ่านออกมาจากทั่วร่าง 
อุหวา~ ท่าทางจะยัวะน่าดู...
ถ้าจะให้แก้ตัว ก็ฉันไม่รู้ว่าริรินะจะพักอยู่ถึงเมื่อไหร่นี่นา แล้วก็คิดง่ายๆ ว่าถึงฉันไม่อยู่ริรินะก็คงอยู่ได้สบายละมั้ง~  แต่ดูท่าแล้วเหมือนจะคิดผิดแฮะ...
 
"ริรินะ~"
"........."
"คุณแมลงตัวกลม~ อารมณ์ไม่ดีเหรอค้า"
"หา!? ปัญญาอ่อนเหรอยะ!?"
 
นิ้วที่จิ้มๆ อยู่โดนตีเผียะร่วงทั้งมือ เจ็บนะ...
กลยุทธ์ล้มเหลว แบบนี้เห็นทีจะอารมณ์บูดไปอีกซักระยะละมั้ง อื~ม ชักท่าไม่ดีแฮะ
ฉันยัดเสื้อผ้าลงกระเป๋าพลางแอบชำเลืองมองริรินะ
จะปล่อยไว้แบบนี้ก็ได้ แต่ที่ฉุนขาดแบบนี้แล้วไม่ตะบึงตะบอนเดินหนีออกจากห้องนี่คือบอกใบ้เป็นนัยๆ อยากให้ฉันไปง้อสินะ...
ถ้าเอาแต่ใจตัวเองเฉยๆ จะทำไม่รู้ไม่ชี้ไปซะก็คงได้ แต่ถ้าสาเหตุที่งอนมาจากฉันออกไปเที่ยวไม่อยู่บ้าน ก็คงปล่อยวางไม่ได้ละน้า

เอาล่ะ ริรินะ นี่เธอชอบฉันสุดๆ ไปเลยใช่มะ

...ถ้าพูดอะไรแบบนั้นกับเจ้าตัวในสถานการณ์ตอนนี้มีหวังโดนต่อยชัวร์ เงียบไว้ดีกว่า
 
แต่จะปล่อยไว้แบบนี้ก็ไม่ได้ด้วยสิ ฉันเลยเขียนเมล์บอกเล่ารายละเอียดส่งไปให้ท่านพี่ที่ยังไม่กลับมาบ้าน  ริรินะงอนที่น้องจะไปเที่ยวไม่อยู่ติดบ้าน~ ท่านพี่ขาช่วยน้องด้วยค่า~
ซักพักก็มีเมล์จากท่านพี่ตอบกลับมา 
 
"ริรินะ ท่านพี่บอกว่าเดี๋ยวจะพาพวกเราไปทานข้าวด้วยกันแน่ะ"
 
พอบอกเนื้อหาในเมล์จากท่านพี่ให้ริรินะฟัง เจ้าตัวก็เงยหน้าขึ้นมาอย่างรวดเร็ว กระเด้งตัวขึ้นจากโซฟาเผ่นออกจากห้องไปเปลี่ยนชุดทันที
เอ๋ จะฟื้นตัวเร็วไปหน่อยป่ะ...?
 

 

"ท่านพี่ทาคะ! วันนี้จะพาไปร้านไหนหรือคะ"
 
ริรินะคล้องแขนกับท่านพี่ ท่าทางเริงร่าผิดกับก่อนหน้านี้ราวกับเป็นเรื่องโกหก
ยัยนี่เจ้าเล่ห์จริงๆ หนอยแน่ ไม่ใช่ว่าเหงาที่ฉันจะหนีเที่ยวเลยเกิดงอนขึ้นมาเหรอยะ นี่ทำท่าจะลืมไปแล้วด้วยซ้ำว่าฉันยังมีฉันเดินตามมาข้างหลังอีกคน 

ตอนนี้ริรินะสวมเดรสสีเชอร์รี่พิงค์ที่ยืมไปจากฉัน เห็นบอกว่าในชุดที่เอามาด้วยไม่มีชุดไหนถูกใจ
พอโดดออกจากห้องไป อีกแป๊บหนึ่งริรินะก็กลับเข้ามาโวยวายวายว่า "คุณเรย์กะ ขอยืมชุดหน่อย!" แล้วก็ตรงเข้าไปรื้อตู้เสื้อผ้าฉันเป็นการใหญ่ ร้องวี้ดว้ายกับชุดโน้นชุดนี้  จนในที่สุดก็เลือกได้ชุดนี้ออกมา ชุดดีไซน์น่ารักมากเลยนะ แต่สำหรับฉันเห็นว่าสีออกจะสว่างไปซักหน่อย ใส่แล้วดูสะดุดตาเกินไปก็เลยไม่ค่อยได้หยิบมาใส่ แต่ริรินะใส่แล้วดูเหมาะมาก เจ้าตัวก็ดูจะถูกใจด้วย ยกให้เป็นของทำขวัญแล้วกัน

"ดีใจจังเลยที่ได้ออกมาเที่ยวข้างนอกกับท่านพี่ทาคะที่เพิ่งกลับจากงานแบบนี้!" 
 
ริรินะแสนจะเป็นปลื้มกับท่านพี่ในชุดสูทธุรกิจที่ไม่ค่อยได้เห็นตามปรกติ แต่เธอคิดง่ายไปแล้วนะ ริรินะ ถ้าท่านพี่ใส่แว่นควบชุดสูทเข้าไปเมื่อไหร่จะยิ่งเพิ่มความเยือกเย็นเท่หนักเข้าไปอีก ข้อมูลนี้อุบไว้ก่อน เอาไว้ค่อยเผยไต๋ตอนริรินะอารมณ์เสียครั้งหน้าแล้วกัน 
 
ฉันแอบๆ ริรินะที่ยังหลั่นล้าไปกระซิบกับท่านพี่ "ขอโทษที่ขอร้องกะทันหันแบบนี้นะคะ คงยุ่งกับงานอยู่ใช่ไหม..."
ท่านพี่ยิ้มแย้มอย่างอ่อนโยน 
 
"สบายมาก พี่ไม่คิดว่าตัวเองจะไม่เอาไหนขนาดหาเวลาให้น้องสาวกับลูกพี่ลูกน้องไม่ได้หรอกนะ"
 
ท่านพี่เจ้าขา~!
ฉันกระโดดเกาะแขนคนละข้างกับริรินะ
 
"อ๊ะ! เดี๋ยวเถอะ นี่ทำอะไรน่ะ คุณเรย์กะ!"
 
พอเห็นฉันเกาะแขนท่านพี่แจ ริรินะก็ตาขวาง กระชากแขนท่านพี่ไปทางตัวเองหวังจะสลัดหลุด ฉันเองก็ไม่ยอมแพ้ดึงกลับมา
 
"ฉุดกระชากแบบนั้นท่านพี่ทาคะน่าสงสารแย่เลย ปล่อยเดี๋ยวนี้นะ คุณเรย์กะ"
"ฉันต่างหากล่ะที่ต้องพูดแบบนั้น ริรินะน่ะแหละปล่อยเลยนะ ท่านพี่เจ็บไม่เห็นเหรอ"
 
สะเก็ดไฟแล่นแปลบปลาบระหว่างฉันและริรินะโดยมีท่านพี่คั่นกลาง
 
"เอาน่า พอกันทั้งคู่นั่นแหละ พี่เจ็บจริงๆ นะ..." 
 
ที่นี่ไม่มีผู้พิพากษาผู้เที่ยงธรรมคอยตัดสินคดีแย่งบุตร ท่านพี่เลยโดนกระชากซ้ายๆ ขวาๆ ไปๆ มาๆ อยู่อย่างนั้น 
 
 Ristorante ที่ท่านพี่พาฉันกับริรินะที่ยังแง่งๆ ใส่กันไม่เลิกไปเป็นร้านที่เพิ่งเคยมาเป็นครั้งแรก ตกแต่งอย่างเก๋ไก๋บรรยากาศดีเลิศ
ฉันกับริรินะร้องว้าวตาเป็นประกาย

"ร้านเก๋จังเลยเนอะ"
"เน้อ"
"ท่าทางจะถูกใจนะ"

ต้องถูกใจสิคะ!
ฉันกับริรินะแซ่ซ้องความดีงามของท่านพี่ไม่ขาดปาก ท่านพี่ช่างมีเซนส์ในการเลือกร้านที่วิเศษเหลือเกินค่ะ!
แล้วท่านพี่ก็เอสคอร์ทพวกเราไปยังเวทติ้งบาร์ ที่นั่น... 

"ว่าไง"

ท่านอิมาริยกแก้วเหล้าก่อนอาหารขึ้นชูเบาๆ 

"ขอโทษที่ให้รอนานนะคะ ท่านอิมาริ"
"ไม่ได้รอเลยจ้า เรย์กะจัง"

ใช่แล้ว คืนนี้ไม่ได้มีแต่ท่านพี่เท่านั้น ท่านอิมาริก็มาด้วย
ดูเหมือนท่านพี่กับท่านอิมาริจะมีนัดกันไปดื่มกันหลังเลิกงานแต่แรก แต่กลายเป็นว่ามีพวกเราพ่วงเข้ามาด้วย รู้สึกผิดกับท่านอิมาริจังเลย

แต่ท่านอิมาริเหมือนจะอ่านใจฉันออก ทักว่า "ดีใจจังที่ได้เจอเรย์กะจังกับริรินะจัง" แล้วส่งรอยยิ้มที่ไม่มีเศษเสี้ยวของความรำคาญใจให้ได้รู้สึกแม้แต่น้อย 
 
พูดถึงท่านอิมาริ ความทรงจำที่ไปเจอเมื่อครั้งกระซิบพลอดรักกับสาวคนนั้นในงานทานาบาตะที่บ้านคาบุรากิเป็นเจ้าภาพยังแจ่มชัด แต่ที่รับแขกได้อย่างแจ่มใสแบบนี้ก็สุดยอดไปเลย ใครก็ไม่รู้ควรจะหัดเอาอย่างบ้างจริงๆ 

พอนั่งประจำที่ที่ทางรีเซฟชั่นนำมา พวกเราก็เลือกเมนูจากแต่ละคอร์ส ฉันเตรียมจะไปเที่ยวด้วยเลยเลือกเอาชุดที่ปริมาณน้อยหน่อย
ท่านอิมาริ ผู้ใหญ่บ้านคาสโนว่ามีหัวข้อชวนหญิงสาวคุยอย่างเพลิดเพลินมากมาย ริรินะเองก่อนหน้านี้ก็เคยเจอท่านอิมาริแล้วตอนไปเที่ยวอควอเรียมกับมาโอะจัง ทำให้บทสนทนาเป็นไปอย่างราบรื่น เป็นดินเนอร์ที่สนุกสนาน 
ผ่านไปครู่หนึ่ง ท่านอิมาริก็ว่า 

"วันนี้โผล่หน้าไปมหาลัยมาด้วยนะ"
"มหาลัยซุยรันน่ะหรือคะ"
"ใช่ พอดีมีเรื่องจะขอความกรุณาศจ.หน่อย"
"ศจ.สบายดีหรือเปล่า"
"สบาย สบาย ไม่เปลี่ยนเลยล่ะ" 
 
จะปิดบังไปทำไม คณะฯ ที่ท่านพี่กับท่านอิมาริเรียนจบมาก็คือคณะที่ฉันอยากเข้าเป็นอันดับหนึ่งนั่นเอง ฉันเลยสนใจบทสนทนาของทั้งคู่มาก พอนั่งพยักเพยิดฟังไปเรื่อยๆ ท่านอิมาริก็พูดเรื่องเกินคาดออกมา 
 
"แล้วก็ได้เจอเขาในห้องศจ.ด้วยนะ นั่นไง โทโมเอะคุงที่เคยเป็นประธานนักเรียนน่ะ"
"เอ๋! รุ่นพี่โทโมเอะน่ะหรือคะ!?"
 
ฉันโน้มตัวออกมาข้างหน้าอย่างลืมตัว

"อ้าว? เรย์กะจังรู้จักโทโมเอะคุงด้วยเหรอ"
"ค่ะ สมัยอยู่ม.4 รุ่นพี่โทโมเอะที่เป็นประธานนักเรียนคอยช่วยดูแลฉันไว้มาก"
 
แล้วยังเป็นรักแรกของฉันด้วยนะคะ
 
"คุณเรย์กะ นี่ไม่ได้มีความสัมพันธ์กับประธานนักเรียนคนปัจจุบันอย่างเดียว แต่ยังย้อนขึ้นไปถึงประธานนักเรียนสองชั่วรุ่นก่อนเลยเหรอ..." 
 
ริรินะส่งสายตาไม่อยากเชื่อมาให้ ฉันเลยอธิบายว่า "ฉันเป็นกรรมการห้องมาตั้งแต่ม.4 แล้วน่ะ"

"แล้วรุ่นพี่โทโมเอะสบายดีไหมคะ"
"อื้อ ดูท่าทางเก่งกาจมากทีเดียวนะ ศจ.เอ็นดูเขามากทีเดียวล่ะ"
"จริงเหรอคะ!" 
 
งั้นเหรอ งั้นเหรอ ไปมหาลัยแล้วรุ่นพี่โทโมเอะก็ยังเก่งกาจเหมือนเดิมสินะ แล้วรุ่นพี่โทโมเอะกับพวกท่านพี่ก็อยู่คณะเดียวกันด้วยเหรอ แบบนี้ฉันก็ต้องพยายามสอบเข้าให้ได้แล้วสิ! 
 
"คุณเรย์กะเนี่ย มีสายสัมพันธ์กับสภานักเรียนมาตั้งแต่สมัยนั้นเชียว"
"ก็แค่รุ่นพี่โทโมเอะกับมิซึซากิคุงเพื่อนร่วมรุ่นเท่านั้นแหละ แทบไม่ได้พูดคุยกับกรรมการนักเรียนคนอื่นเลยด้วยซ้ำ" 

ความจริงมีวาคาบะจังอยู่ในนั้นด้วยละเนอะ วาคาบะจังสบายดีหรือเปล่านะ ไว้กลับไปแล้วเมล์หาดีกว่า

"รุ่นพี่โทโมเอะเข้าหาทุกคนได้โดยไม่มีการแบ่งแยก เป็นประธานนักเรียนที่แสนวิเศษ แล้วก็ยังมีสมดุลเป็นเลิศ กับ Pivoine ก็สร้างความสัมพันธ์ที่ค่อนข้างดีขึ้นมาได้ สมัยที่รุ่นพี่โทโมเอะเป็นประธานน่ะสงบสันติมากเลยนะ"
"หืม"

อา น่าหวนหาเหลือเกิน พอหลับตาลงก็เห็นรอยยิ้มของรุ่นพี่โทโมเอะในครั้งนั้นผุดขึ้นมาใต้เปลือกตา

"จะว่าไป เขากับคุณคาซึมิจากตระกูลฟุคาคุสะ..."
"อิมาริ แก้วนายว่างแล้วนะ ให้เขาเติมให้ไหม"
"เอ๋ อ้อ รบกวนด้วยนะ" 

ซอมเมอลิเยร์ที่อยู่ใกล้ๆ รินไวน์ลงในแก้วที่ว่างเปล่าของท่านอิมาริ

"ท่านพี่ ไวน์วันนี้เป็นอย่างไรบ้างคะ"
"นั่นสินะ บอดี้ค่อนข้างหนักแต่ลื่นคอ ผู้หญิงน่าจะดื่มได้ง่ายนะ จะเอาฉลากไวน์กลับไปไหมล่ะ"
"ค่ะ ถ้าท่านอิมาริไม่ขัดข้องนะคะ"
"อิมาริ ขอฉลากไวน์ให้เรย์กะได้ไหม"
"อื๋อ? เชิญเลย" 

ได้รับคำอนุญาตจากท่านอิมาริที่ดื่มอยู่ด้วยกันแล้ว ท่านพี่จึงขอให้ซอมเมอลิเยร์ลอกฉลากไวน์ออกมาให้ 

"ฉลากไวน์?"
"เรย์กะสะสมฉลากไวน์อยู่น่ะ" 

ท่านพี่ช่วยอธิบายให้ริรินะที่มีท่าทีประหลาดใจ

"สะสมฉลากไวน์น่ะเหรอ เอาไปทำไมน่ะ"

ฉันตอบข้อสงสัยนั้นแทน

"พออายุ 20 ดื่มไวน์ได้แล้ว ฉันก็ตั้งใจจะลองดื่มไวน์ที่ท่านพี่กับท่านพ่อเคยบอกไว้ว่ารสชาติดีไล่ไปตามลำดับน่ะ ที่สะสมฉลากไวน์ก็เพื่อจะได้ไม่ลืมยี่ห้อ เอาเก็บเข้าแฟ้มลงวันที่แล้วก็จดว่าใครเป็นคนดื่มที่ร้านไหน ถือเป็นของที่ระลึกเตือนความทรงจำเล็กๆ น้อยๆ ด้วยนะ" 
 
ท่านพ่อเองก็รู้ว่าฉันสะสมฉลากไวน์อยู่ เวลาไปดื่มไวน์ข้างนอกก็จะขอฉลากกลับมาฝากฉันด้วย แต่ฉันเองก็ไม่ได้เห็นขวดไวน์ของจริง ก็เลยไม่ค่อยมีประโยชน์เอาไว้อ้างอิงตอนดื่มในอนาคตเท่าไหร่ แต่จะเพิกเฉยต่อน้ำใจของท่านพ่อก็ไม่ได้ ก็เลยเก็บเอาเข้าแฟ้มไว้ด้วย
ระหว่างคุย ซอมเมอลิเยร์ก็เอาฉลากไวน์ที่ลอกแล้วมาให้ เท่านี้ความสนุกสนานก็เพิ่มขึ้นอีกหนึ่งใบ
แล้วริรินะก็ว่า 
 
"ฉันก็อยากได้เหมือนกันนะ"
"เอ๋"

อยู่ดีๆ พูดอะไรออกมาน่ะยะ
 
"ฉันก็อยากได้เหมือนกัน"
"เอ๋~ ริรินะไม่ได้สะสมอยู่ซักหน่อยนี่นา"
"จะเริ่มตั้งแต่วันนี้แหละ"
"เอ๋~..."
 
ในฐานะที่อายุมากกว่า ตรงนี้ควรจะทำใจกว้างยกให้ไปหรือเปล่านะ แต่ฉันก็อยากได้เหมือนกันนี่นา...

"ไว้กลับไปจะถ่ายซีร็อกให้นะ"
"แบบนั้นไม่เอาหรอก!" 
 
วันนี้ยัยริรินะยิ่งงอแงหนักกว่าเดิมอีก ตรงนี้ฉันควรยกให้ไปจริงๆ สินะ... แต่ก็น้า...
ท่านพี่ที่มองการโต้ตอบของพวกเราอยู่หันไปขอร้องท่านอิมาริด้วยสีหน้าหนักใจ

"โทษทีนะ อิมาริ ดื่มอีกขวดไหวไหม..."
"ช่วยไม่ได้นะ"
 
ท่านพี่! ท่านอิมาริ!

"จะดีหรือคะ"

ดื่มมากไป พรุ่งนี้จะเมาค้างไหมนะ...

"ยังดื่มไม่สะใจพอดีเลย"
 
ท่านอิมาริขยิบตาวิ้งให้ฉัน ผู้ชายชาวญี่ปุ่นที่ขยิบตาวิ้งได้เป็นธรรมชาติขนาดนี้มีไม่มากนักหรอกนะ นี่สินะคืออิทธิฤทธิ์ของผู้ใหญ่บ้านคาสโนว่า---
ท่านพี่ผู้สงบนิ่งและท่านอิมาริผู้คล่องแคล่ว Pivoine ในยุคที่ทั้งสองคนเป็นสองสุดยอดคงเจิดจ้าตระการตามากแน่ๆ น่าอิจฉาจัง! ให้พลาดยังไงสองคนนี้ก็คงไม่มีวันใช้เด็กผู้หญิงเป็นเบ๊หรอก...
แล้วฉลากไวน์ก็ส่งมาถึงมือฉันกับริรินะอย่างปลอดภัย 

"ขอบคุณมากค่ะ"
"ขอบคุณมากค่ะ"
"ไม่เป็นไรจ้ะ" 

ทั้งสองท่านยิ้มให้อย่างอ่อนโยนก็จริง แต่ไม่ได้รบกวนท่านพี่คนเดียว ยังพลอยเดือดร้อนท่านอิมาริไปด้วย...

"โธ่ เพราะริรินะเอาแต่ใจตัวเองน่ะแหละ"
"อะไรเนี่ย จะบอกว่าเป็นความผิดของฉันเหรอ"

ท่านอิมาริส่งยิ้มให้ริรินะที่งอนป่อง 

"ริรินะจังอยากทำอะไรแบบเดียวกับเรย์กะจังใช่ไหมล่ะ"
"อย่ามาใส่ความกันนะคะ!" 

ริรินะปฎิเสธสุดแรงเกิด

"เอ๋~ จริงเหรอ"
"ไม่ใช่เลยค่ะ!" 

ท่านอิมาริผู้มีสีหน้าสบายๆ และริรินะที่แก้ตัวอย่างเอาเป็นเอาตาย ริรินะ นี่หล่อนโดนท่านอิมาริหยอกเล่นเอาแล้วย่ะ...
แล้วนี่ริรินะ ตกลงเธอชอบฉันมากจริงๆ สินะ


พวกเราเดินรับลมยามราตรีไปยังรถที่มาจอดรอรับ ข้างหน้าเป็นท่านพี่กับริรินะ ตามมาด้วยฉันกับท่านอิมาริ 
 
"โรงเรียนเป็นไงบ้าง"
 
ฉันมองริรินะที่คุยไม่ขาดปากเกาะแขนท่านพี่แจเหมือนตอนขามาจากทางด้านหลัง  แล้วท่านอิมาริที่อยู่ข้างๆ ก็ชวนคุย 
 
"เหนื่อยดูหนังสือสอบเข้า แต่ก็มีเพื่อนๆ อยู่ด้วย สนุกดีค่ะ"
"งั้นเหรอ ตอนนี้ Pivoine มีมาซายะคุงเป็นประธานใช่ไหมนะ สนิทสนมกันดีหรือเปล่า"
"ก็เรื่อยๆ ค่ะ..."
 
ท่านอิมาริดูจะเดาอะไรบางอย่างจากถ้อยคำของฉันได้ จึงผุดยิ้มเฝื่อนๆ
ความจริงอยากฟ้องเรื่องที่โดนว่าเป็นยัยขาหมูอะนะ แต่จะกลายเป็นประจานเรื่องน่าอับอายของฉันไปเสียเปล่า แค้นก็จริงแต่พูดออกไปไม่ได้หรอก คาบุรากิเอ๋ย ฝากไว้ตอนเจอกันครั้งหน้าเถอะน่า!
 
"จริงด้วย ก่อนหน้านี้ตอนไปดูโอเปร่าก็ได้เจอชูสุเกะคุงของตระกูลเอ็นโจด้วยนะ"
"งั้นหรือคะ"
"อื้อ ใช่วันแรกหรือเปล่านะ ไม่ใช่สิ สงสัยจะตอนสุดสัปดาห์...."
"ไปดูละครเรื่องเดียวกันสองรอบเลยหรือคะ"
"ก็นะ"
 
...ควงผู้หญิงไปไม่ซ้ำหน้าละสิท่า

"เรย์กะจังสนิทกับชูสุเกะคุงหรือเปล่า"
"ถ้าจะถามว่าทางไหน ก็สนิทกับทางยูกิโนะคุงน้องชายมากกว่าค่ะ"

จากนั้นฉันก็สาธยายความเป็นเทวดาน้อยน่ารักน่าเอ็นดูของยูกิโนะคุงให้ท่านอิมาริฟังอย่างยืดยาว

 

---------------------------------------
 
หมายเหตุ : สำหรับท่านที่จะคอมเมนต์ด้านล่าง ขอความกรุณาให้อยู่ในขอบเขตของการแปลไทยตอนล่าสุด หรือหากต้องการพูดถึงเนื้อหาที่เกินเลยจากนั้น ขอให้ท่านเตือนให้ผู้อื่นรู้ว่าตัวเองกำลังจะทำการสปอยล์ ด้วยวิธีต่างๆ เช่น  
จากนี้ไปเป็นสปอยล์
.
.
.
 
ดะ ดับเบิลเดท!? 

ปล.โปรดลากเส้นจับคู่ตามใจชอบ




NEKOPOST.NET