[นิยายแปล] นอบน้อมและหนักแน่น คือคติประจำใจในการใช้ชีวิตของฉันค่ะ! ตอนที่ 287 | Nekopost.net 
NEKOPOST
การแสดงผล

[นิยายแปล] นอบน้อมและหนักแน่น คือคติประจำใจในการใช้ชีวิตของฉันค่ะ!

Ch.287 - ตอนที่ 287


287.


พอไปชั้นเรียนเสริมที่หมายตาไว้ ก็เจอคนคุ้นหน้าเข้าพอดี
ซาโตมิคุงผู้เส้นผมสว่างกว่าตอนก่อนปิดเทอมขึ้นมานี้ดหนึ่งนั่นเอง

"อ๊ะ คุณคิโชวอิน"
"ซาโตมิคุง"
 
ซาติมิคุงกำลังแลกเปลี่ยนคำทักทายกับพวกเพื่อนๆ นักเรียนชาย พอหันมาเห็นฉันเข้าก็เดินมาหา

"ทำไมคุณคิโชวอินถึง... อ้อ จะว่าไปก่อนหน้านี้เคยบอกไว้ว่าจะมาเรียนเสริมของซุยรันด้วยนี่เนอะ"
"ค่ะ พยายามมาลงเรียนวิชาที่สนใจ  ซาโตมิคุงนั่นแหละ ไม่เห็นบอกกันเลยว่าจะมาลงเรียนเสริมด้วย"
"ก็ใช่อยู่หรอก แต่อยากได้ชีทเรียนเสริมของวันนี้น่ะ ได้ยินจากเพื่อนว่าเขียนจุดสำคัญไว้ทั้งนั้นเลย"

ซาโตมิคุงว่าเช่นนั้นพลางเหลียวมองไปรอบห้อง

"บางทีถ้ามีเวลาหรือมีอารมณ์ ผมก็มาลงเรียนเสริมอยู่เรื่อยๆ ทุกปีนะ แต่รู้สึกว่าปีนี้จะคนเยอะกว่าเดิม สงสัยเพราะเป็นปีสอบเข้าละมั้ง"
"จริงเหรอ"
"อื้อ

รู้สึกว่าในกลุ่มผู้เข้าสอบเป็นการภายใน สำหรับนักเรียนที่มุ่งหวังตำแหน่งท็อปๆ ก็จะตัดสินใจมาเข้ารับการเรียนเสริมเพราะมีข้อมูลที่เป็นประโยชน์อยู่มาก  แม้แต่ฉันที่ไม่ได้เข้าเรียนปีที่แล้วก็ยังโผล่หน้ามาด้วยเลยนี่นา

"สวัสดีค่ะ หัวน้าห้อง คุณมิฮารุ คุณมาโฮะ อิวามุโระคุง"
 
พอส่งเสียงทักทั้ง 4 ที่กางหนังสือเรียนพลางจับกลุ่มพูดคุยกันอยู่ แต่ละคนก็ยิ้มแย้มทักทายกลับว่า "อรุณสวัสดิ์ครับ" "สวัสดีค่ะ"
ฉันวางกระเป๋าลงตรงที่นั่งข้างหัวหน้าห้องที่ยังว่างอยู่ รู้สึกว่าหัวหน้าห้องจะจองที่นั่งข้างๆ ไว้ให้ฉันด้วย  คงเป็นเพราะบอกไว้ล่วงหน้าว่าวันนี้จะมาลงเรียนด้วยละมั้ง ดีใจจัง ฉันบอกขอบคุณหัวหน้าห้องด้วยรอยยิ้ม
แต่บางทีถึงที่นั่งจะไม่ว่าง พอฉันมาถึง นักเรียนคนที่นั่งอยู่ก่อนก็มักจะสละที่นั่งให้อะนะ...
 
"เอ๋!? คุณคิโชวอิน นั่งแถวหน้าสุดเลยเหรอ"
"ใช่แล้ว ซาโตมิคุงมานั่งด้วยกันไหมคะ รู้สึกที่นั่งทางนี้จะยังว่างอยู่นะ"

ฉันชี้ไปที่ที่นั่งข้างตัวเองตรงข้ามกับฝั่งหัวหน้าห้อง

"แถวหน้าสุดตรงกลางนี่ไม่ไหวนะ... ผมขอนั่งหลังแหละดีแล้ว"
"นั่นสิเนอะ อยู่ตรงหน้าอาจารย์นี่ซาโตมิคุงคงมีเรื่องอึดอัดขัดข้องหลายประการสินะคะ นี่ ซาโตมิคุง แลดูสีผมสว่างกว่าปรกติอยู่นะ"
"แหม แบบว่าไปลงสระว่ายน้ำทุกวัน คลอรีนเลยกัดสีผมสว่างน่ะ"
"ขี้โกหก"
"ฮะฮะฮะ"

ซาโตมิคุงว่า "ยืนแบบนี้เหนื่อยเปล่าน่า คุณคิโชวอินนั่งลงสิ" ส่วนตัวเองหย่อนก้นลงนั่งหมิ่นๆ ที่ขอบโต๊ะนักเรียนข้างๆ ที่ว่างอยู่อย่างเสียมารยาท ถ้าจะนั่งบนโต๊ะ ก็ไปนั่งเก้าอี้ให้เป็นเรื่องเป็นราวไปเลยซี่

"พวกเพื่อนๆ ขาประจำไม่มาลงเรียนเสริมวันนี้ด้วยเหรอ"
"เพื่อนๆ น่ะหมายถึงพวกคุณเซริกะเหรอ ไม่นี่ รู้สึกว่าพวกคุณเซริกะจะไม่สนใจคอร์สนี้นะคะ"

ถ้าฉันออกปากชวนอาจจะมากันก็ได้ แต่ที่ผ่านมาไม่เคยมีเรื่องเรียนเสริมภาคปิดเทอมฤดูร้อนขึ้นมาเป็นประเด็น เลยคิดว่าพวกเซริกะจังคงไม่สนใจละมั้ง จะให้ฝืนใจมาโรงเรียนช่วงร้อนๆ แบบนี้เพื่อฉันคนเดียวคงไม่ดีเท่าไหร่

"หื~ม วันนี้คณะสังคีตทั้งห้าไม่มาหรอกเหรอ..."
"เดี๋ยวนะ คณะสังคีตทั้งห้านี่อะไรนะคะ"

เมื่อกี้เหมือนได้ยินถ้อยคำชวนสะดุดกึกแว่วมาเข้าหูนะ?!

"อ๊ะ ได้ยินด้วยเหรอ"
"ได้ยินน่ะสิคะ"

ฉันชักยัวะที่ซาโตมิคุงยังทำเป็นยิ้มๆ ร้องไอ๊หยา~ อย่างไม่เดือดเนื้อร้อนใจ

"ไม่มีอะไรหรอก หูฝาดน่ะ หูฝาด"
"จะหูฝาดได้ยังไงล่ะคะ ได้ยินชัดๆ เลยว่าคณะสังคีตทั้งห้าน่ะ คณะสังคีตทั้งห้านี่อะไรคะ"
"ไม่มีอะไรๆ"

พูดงี้ไม่เคลียร์นะ
ฉันใช้ปลายนิ้วสะกิดๆ เรียกหัวหน้าห้องที่กำลังคุยกับพวกอิวามุโระคุงอยู่

"ขอโทษที่ขัดจังหวะการคุยนะคะ หัวหน้าห้อง รู้จักคณะสังคีตทั้งห้าหรือเปล่าคะ"
"คณะสังคีตทั้งห้า? หมายถึงตุ๊กตาในเทศกาลเด็กผู้หญิงน่ะเหรอ"

หัวหน้าห้องเอียงคอกับคำถามของฉัน ส่วนอีกสามคนก็แสดงปฎิกริยาเช่นเดียวกัน ดูเหมือนพวกหัวหน้าห้องจะไม่รู้เรื่องรู้ราวด้วยนะ
ระหว่างนั้นซาโตมิคุงลุกขึ้นทำท่าจะย่องหนี แต่ฉันคว้าเสื้อเชิร์ตไว้ทัน หรี่ตาจ้อง "ซาโตมิคุง"

"ไม่ใช่เรื่องใหญ่อะไรหรอกน่า"
"เอาเถอะ รีบๆ อธิบายมาซะ"

ฉันคว้าไม้บรรทัดมาจ่อคางซาโตมิคุงขู่แทนพัด แล้วซาโตมิคุงก็ยกมือทั้งสองขึ้นยอมสิโรราบ

"อื~ม กองกำลังที่คุณคิโชวอินคุมอยู่น่ะมีสมาชิกหลายคนก็จริง แต่คนที่คอยประกบอยู่ปีกซ้ายปีกขวามีคาซามิ เซริกะ, อิมามุระ คิคุโนะ, โอมิยะ อายาเมะ, ชิราซากิ รุเนะ 4 คนนี้ใช่ไหม"
"ช่วยอย่าเรียกว่ากองกำลังได้ไหมคะ แล้วที่ว่าสมาชิกน่ะเลิกเถอะ ฟังดูเหมือนองค์กรต่อต้านสังคมเลยไม่ใช่เหรอ ฟังดูไม่ดีนะ!"
"องค์กรต่อต้านสังคม..."

ซาโตมิคุงหัวเราะเอิ๊กอ๊ากราวกับเพลิงโทสะของฉันเป็นสายลมอ่อนโชยชาย ยิ่งกวนประสาทหนักเข้าไปอีก

"...ถ้าไม่หยุดหัวเราะเดี๋ยวนี้ ฉันจะส่งสาสน์เรียกรวมตัวพวกผู้หญิง ไล่ต้อนอย่างไม่ปราณีนะคะ"
"คุณคิโชวอิน ประโยคเมื่อกี้ฟังยังไงก็เป็นองค์กรต่อต้านสังคมชัดๆ เลยนะ"

ไม่ได้การ พวกเราเป็นกลุ่มเด็กผู้หญิงที่ขยันขันแข็งรักสันติไม่มีพิษภัยแท้ๆ เดี๋ยวก็โดนเข้าใจผิดไม่เข้าท่าอีกหรอก

"แล้วไง ซาโตมิคุง คำอธิบายเรื่องคณะสังคีตทั้งห้าล่ะ"
"อ๊ะ ยังไม่ลืมอีกเหรอเนี่ย"

แหงสิยะ

"งั้นต่อจากเมื่อกี้นี้นะ ที่ผ่านมาสมาชิกขาประจำที่มักจะไปไหนมาไหนกับคุณคิโชวอินคือ 4 คนที่ว่ามาเมื่อกี้ แต่ช่วงนี้มีเพิ่มเข้ามาใหม่อีกคนใช่ไหมล่ะ นั่นน่ะ คนที่เป็น Pivoine"
 
หมายถึงท่านฟุยุโกะน่ะเรอะ
 
"รู้ดีนี่คะ"
"พวกคุณคิโชวอินสะดุดตาเองต่างหากล่ะ สมาชิกที่ประกบซ้ายขวาคุณคิโชวอินเพิ่มเป็นห้าคนแล้ว ก็เลยมีคนกลุ่มหนึ่งเรียกว่า "คิโชวอิน เรย์กะและคณะสังคีตทั้งห้า" หรืออะไรทำนองนั้นน่ะ"
"นั่นมันอะไรกันยะ!"
 
ซาโตมิคุงปลอบฉันที่อารมณ์พลุ่งพล่านว่า  "เอาน่าๆ"
 
"เป็นหลักฐานแห่งความใกล้ชิดสนิทสนมนะ"
"นี่มันก้าวข้ามความใกล้ชิดสนิทสนมไปเป็นเล่นตลกโปกฮาแล้วนะคะ!"
 
 "คิโชวอิน เรย์กะและคณะสังคีตทั้งห้า" เรอะ ทำเป็นวงขับกล่อมสมัยโบราณไปได้! นี่มันอะไรกันยะ!? จะบอกว่าหน้าฉันเหมือนภาพระบายสีสมัยโบราณ เลยตั้งชื่อให้เข้ากับหน้าเรอะไง!
 
"คุณคิโชวอิน ใจเย็นก่อน ก็แค่คนงี่เง่ากลุ่มเดียวเอง"
"แค่กลุ่มเดียวก็มีปัญหานะคะ!"
 
ซาโตมิคุงมองฉันที่หายใจแรงหางตาชี้ด้วยใบหน้าลำบากใจแล้วหัวเราะ
 
"อื~ม คุณคิโชวอินเนี่ย ทำท่าเหมือนจะโกรธ แต่เอาเข้าจริงๆ ก็ไม่ได้โกรธนักหนาหรอกใช่มั้ย"
"ที่ฉันกำลังโกรธจริงๆ อยู่ ณ ปัจจุบันขณะนี่ยังสื่อไปไม่ถึงซาโตมิคุงอีกหรือคะ"
"สื่อสิ ไม่ได้หมายความแบบนั้น คุณคิโชวอินเนี่ยเป็นคนที่เป็นศูนย์กลางของ Pivoine อันโด่งดัง เป็นผู้มีอำนาจยิ่งใหญ่น่าเกรงขามภายในโรงเรียนใช่ไหมนะ"
".........."
 
 ไม่อยากยอมรับหรอก แต่ก็พอรู้ตัวอยู่บ้างอะนะ...

"แต่พอลองคุยกันเป็นการส่วนตัว ก็ปกติกว่าที่คิดนะ พูดอะไรเสียมารยาทก็ไม่เห็นโกรธเลย หรือถึงโกรธก็โกรธแบบธรรมดาน่ะ"
"ธรรมดา..."
"อื้อ ถึงจะหวาดๆ การแก้แค้นจากคณะสังคีตทั้งห้ากับสมาชิกแก๊งสาวๆ ก็เถอะ แต่ในตอนนี้ยังไม่มีนักเรียนคนไหนที่ทำคุณคิโชวอินพิโรธแล้วอยู่ในซุยรันต่อไปไม่ได้นี่ ก็เลยคล้ายๆ กับอยากทดลองดูว่าจะล้ำเส้นได้แค่ไหน ทำนองว่าแข่งซิ่งท้าความตายไง"
"ช่วยอย่าเห็นคนอื่นเป็นตัวอันตรายที่เอาไว้ประลองความกล้าได้ไหมคะ"

อะไรกันยะ ทำไมถึงไม่ยอมคุยกันแบบธรรมดา ต้องใช้ฉันเป็นตัวประลองซิ่งท้าความตายด้วยเล่า

"...แล้วใครกันคะที่เป็นคนเริ่มเรียกชื่อไร้สาระ "คิโชวอิน เรย์กะและคณะสังคีตทั้งห้า" อะไรนั่น"
"บอกไม่ได้  ผมไม่ขายเพื่อนหรอกนะ"
"จะให้ฉันโทรหาพวกคุณเซริกะบอกว่าซาโตมิคุงเป็นตัวต้นคิดตอนนี้เลยก็ได้นะคะ"
"หัวหน้าชมรมฟุตบอลนิรนามครับ"  
 
หมอนั่นเองเรอะ! เคมาริไดนากง!

"....แม่จะเตะให้สุดแรงเกิดเลย!"
"จบสิ้นแล้วนะ อาซึมิ..."

ตัวคนขายเพื่อนไปซึ่งๆ หน้าพนมมือเหมือนตัวเองไม่ข้องเกี่ยว
จะให้ชดใช้มายังไงดีนะ...  ลองเอาตุ๊กตาฮินะไปใส่ในกล่องรองเท้ากับล็อกเกอร์ของเคมาริไดนากงก่อนดีกว่า พอเปิดฝาออกมาก็เจอตุ๊กตาฮินะ นี่เป็นการเตือนขั้นแรก จากนั้นก็ให้ทุกคนเอาขลุ่ยเอากลองไทโกะมาบรรเลงเพลงขณะตีวงล้อมกรอบให้สมชื่อคณะสังคีตทั้งห้า จากนั้นก็ค่อยๆ ตีวงล้อมให้แคบลงทีละน้อย ทีละน้อย ในยามที่เสียงดนตรีหยุดลง นั่นก็คือวาระสุดท้ายของเจ้า----
เสือสะบัดหางที่โดนเหยียบฟาดกับพื้นไปมา ก่อนที่นักเรียนชายที่เดินเข้าห้องเรียนมาจะส่งเสียงกรีดร้องอย่างเสียขวัญ

ทาคากิคุงนั่นเอง
 
"อ้าว ทาคากิคุงก็ลาเรียนพิเศษมานั่งเรียนทางนี้เหมือนกันเหรอคะ"
 
ขนาดทาคากิคุงยังมาเรียน วันนี้มีนักเรียนที่ให้ความสำคัญกับคอร์สเรียนเสริมมาเยอะจริงๆ ดีจังที่มาลงเรียน
รู้สึกเหมือนได้ยินเสียงกระซิบจากปากทาคากิคุงที่โซเซไปว่า "ทำไมมาอยู่ที่นี่...." แต่ฉันคงหูฝาดไปเองละมั้ง

"ทาคากิคุง ที่นั่งตรงนี้ยังว่างอยู่นะคะ"

เห็นทาคากิคุงนั่งหน้าตลอดทุกครั้งที่โรงเรียนสอนพิเศษ ฉันเลยมีใจเมตตาบอกให้ทราบว่าที่นั่งข้างฉันยังว่างอยู่

"เอ๋!? เอ๋ คือผม...."

ซาโตมิคุงตบบ่าทาคากิคุงที่สอดส่ายสายตาล่อกแล่กหน้าซีดเผือดแล้วว่า

"ไม่เป็นไรหรอก ทาคากิ รู้สึกว่าวันนี้คณะสังคีตทั้งห้าจะไม่มาด้วยนะ"

สีหน้าทาคากิคุงเปลี่ยนจากเผือดซีดไปเป็นม่วงคล้ำ
เมื่อกี้นี้คือจงใจใช่มะ เพื่อเปลี่ยนเป้าหมายจากตัวเองไปเป็นคนอื่นแล้ว ต่อจากเคมาริไดนากงก็ถึงกับขายทาคากิคุงไปสินะ ซาโตมิ นาริยูกิ ร้ายกาจอะไรแบบนี้
แต่ดูท่าจะพอใช้ได้

"เหรอ ทาคากิก็รู้จักชื่อเล่นแผลงๆ นั่นด้วยสินะ..."
"ผะ ผมแค่เคยได้ยินมาแว่วๆ เท่านั้นเอง!"
"งั้นเหรอ ไม่ใช่ว่าทาคากิคุงก็ล้อเลียนพวกเราว่าเป็นคณะสังคีตทั้งห้าลับหลังเหมือนกันหรอกเหรอ"
"ไม่ใช่นะครับ! ผมแค่ได้ยินมาโดยบังเอิญเท่านั้น ไม่กล้าล้อเลียน ไม่กล้าทำอะไรไม่รักชีวิตแบบนั้นหรอกครับ! เชื่อเถอะครับ!"

ฉันยิ้มอย่างมีเมตตาเป็นการตอบรับ

"แหงอยู่แล้วเนอะ ทาคากิคุงไม่ใช่คนที่จะทำอะไรแบบนั้นหรอกเนอะ"
"ครับ"
"แค่แว่วๆ มาโดยบังเอิญแค่นั้นเองเนอะ"
"ครับ"

ทาคากิคุงผงกศีรษะขึ้นลงรัวๆ
จากนั้นก็วิงวอนฉันด้วยหน้าตาเอาเป็นเอาตายว่า "ได้โปรด กรุณาอย่าบอกเรื่องนี้กับพวกคุณคาซามิเลยนะครับ!"
งั้นเหรอ ที่ทาคากิคุงหวาดกลัวไม่ใช่แค่ฉัน แต่เป็นพวกเซริกะจังด้วยสินะ พวกผู้หญิงใจโหดมารวมตัวกันเป็นกลุ่มก็น่ากลัวอะเนอะ พอเข้าใจความรู้สึกนะ
แต่ทั้งที่เรียนอยู่ห้องเดียวกัน เรียนพิเศษที่เดียวกัน แล้วยังทำท่าหวาดผวาฉันอย่างโจ่งแจ้งหลบลี้หนีหน้าไปเรื่อยๆ มันก็น่ารำคาญน่ะนะ เพราะงั้น....
 
"หูทาคากิคุงเนี่ยเร็วไวดีจังเลยนะคะ ฉันน่ะค่อนข้างช้าเรื่องข่าวสาร จากนี้ไปช่วยเล่าเรื่องที่แว่วเข้าหูนั่นให้ฉันฟังบ้างได้ไหมคะ"

มาสนิทสนมกันเถอะนะคะ ทาคากิคุง
 
"เอ๋..."
"พวกเราเป็นเพื่อนกันแล้วนะคะ"
"ดีจังน้า ทาคากิ"

ก่อนอื่นมานั่งข้างๆ ฉันซะ แล้วช่วยเล่าเรื่องให้ฟังละเอียดๆ ด้วยนะ
 


ตอนพักกลางวัน พอไปทานข้าวเที่ยงกับริรินะตามสัญญา ก็เจอซาโตมิคุงกำลังทานข้าวกับเด็กผู้หญิงหน้าตาน่ารักอยู่ที่มุมโรงอาหาร! ใครน่ะ!

"เด็กคนนั้นเพื่อนรุ่นเดียวกับฉันเอง"
"ว่าไงนะ!?"

พอได้ฟังชื่อเด็กผู้หญิงคนนั้นจากริรินะ ก็เห็นว่าคนละนามสกุลกับซาโตมิคุง ดูเหมือนจะไม่ใช่น้องสาวนะ หรือว่าจะเป็นแฟน!?
อ๊ะ! ลูบหัวกันด้วย! หวานแหววกันใหญ่เลย!
แบบนี้ดีไม่ดีเห็นทีต้องรายงานเรื่องทำสีผมผิดกฎระเบียบไปทางโรงเรียนแล้วสิ

"หูทิพย์! ไปสืบมาหน่อยซิ!"
"ขอรับบบบบ!"

ในวันนี้ ณ ที่นี้ "ทาคากิหูทิพย์ " ก็ได้ถือกำเนิดขึ้นมาในฐานะสายสืบลับที่ฉันเลี้ยงเอาไว้แล้ว

 

---------------------------------------
 
หมายเหตุ : สำหรับท่านที่จะคอมเมนต์ด้านล่าง ขอความกรุณาให้อยู่ในขอบเขตของการแปลไทยตอนล่าสุด หรือหากต้องการพูดถึงเนื้อหาที่เกินเลยจากนั้น ขอให้ท่านเตือนให้ผู้อื่นรู้ว่าตัวเองกำลังจะทำการสปอยล์ ด้วยวิธีต่างๆ เช่น  
จากนี้ไปเป็นสปอยล์
.
.
.
 
ตุ๊กตาคณะสังคีตทั้งห้า

ตกลงเจ้าแม่มีโอนิวาบังเป็นของตัวเองแล้วใช่มั้ยเนี่ย มีทั้งสายสืบ สายไสยศาสตร์ สายบุกทะลวงฟัน...

 




NEKOPOST.NET