[นิยายแปล] นอบน้อมและหนักแน่น คือคติประจำใจในการใช้ชีวิตของฉันค่ะ! ตอนที่ 285 | Nekopost.net 
NEKOPOST
การแสดงผล

[นิยายแปล] นอบน้อมและหนักแน่น คือคติประจำใจในการใช้ชีวิตของฉันค่ะ!

Ch.285 - ตอนที่ 285


285.


ริรินะ ลูกพี่ลูกน้องของฉันแวะมานอนค้างที่บ้าน
ห้องว่างๆ ก็มีตั้งเยอะแยะ จะมาค้างก็ไม่ว่าอะไรหรอกนะ

"ตอนกลางวันฉันมีเรียนพิเศษ ไม่อยู่บ้านหรอกนะ"
"จะไปไหนก็ไปเหอะ  คุณเรย์กะไม่อยู่ก็ไม่เป็นไร ขอแค่ท่านพี่ทาคะอยู่ก็พอ"  

ริรินะเกลือกกลิ้งอยู่บนโซฟาในห้องฉันพลางพูดอะไรชวนทะเลาะอีกตามเคย

"วันธรรมดาท่านพี่ไปทำงาน กว่าจะกลับมาก็ดึกแล้วนะ"
"...อะไรเนี่ย จะบอกว่าฉันมันตัวเกะกะให้รีบๆ กลับไปซะหรือไง"
 
ริรินะทำปากเชิดแล้วเมินหน้าไปอีกทาง เฮ้อ~ งอนจนได้
ฉันปิดหนังสือเรียนบนโต๊ะแล้วลุกขึ้นยืน เตรียมชงชาสำหรับสองที่ ดึกแล้วเอาเป็นชาสมุนไพรไม่มีคาเฟอีนดีกว่า

"ไม่ได้พูดแบบนั้นซักหน่อย อยากอยู่ก็อยู่จนพอใจเถอะ"

ว่าแล้ว ฉันก็วางชาโรสฮิปลงตรงหน้าริรินะ ก่อนนั่งลงบนเก้าอี้ตรงข้ามกัน

"ไม่ต้องบอกก็ตั้งใจจะทำงั้นอยู่แล้ว"

ไม่ไหวเลย ยัยนี่ละเถียงคำไม่ตกฟากจริงๆ
กระนั้นริรินะก็ยังจิบชาสมุนไพรที่ฉันรินให้อย่างว่าง่าย พลางมองไปรอบๆ ห้องอย่างไม่มีอะไรทำ ก่อนสายตาจะไปหยุดอยู่ที่จุดหนึ่ง

"คุณเรย์กะ ถุงที่วางอยู่ที่มุมห้องนั่นอะไรน่ะ"

อ้อ นั่นน่ะเรอะ

"นั่นอุปกรณ์งานฝีมือน่ะ เฟลต์ไหมพรมขนแกะ"
 
ฉันซื้อวัตถุดิบเตรียมทำเวดดิ้งดอลล์สำหรับตั้งโชว์ในงานนิทรรศการมาไว้ แต่ยังแทบไม่ได้แตะต้อง  นี่ก็ต้องรีบลงมือแล้วสิ

"หืม แล้วไง วันพรุ่งนี้ไปโรงเรียนสอนพิเศษกี่โมงล่ะ"
"พรุ่งนี้ไม่ได้ไปโรงเรียนสอนพิเศษ แต่ไปเรียนเสริมที่ซุยรันน่ะ"

อุตส่าห์สมัครเรียนภาคฤดูร้อนที่โรงเรียนสอนพิเศษไว้ จะลาหยุดก็น่าเสียดายเหมือนกัน แต่คอร์สของซุยรันมีเนื้อหาเกี่ยวพันกับการสอบตรงมากกว่าที่คิด ฉันเลยอยากไปนั่งเรียนทางโน้นเท่าที่จะทำได้
 
"คุณเรย์กะนี่ไม่ได้แค่เรียนพิเศษอย่างเดียว ยังลงเรียนเสริมของซุยรันด้วยเหรอ ขยันเอาเรื่องเหมือนกันนะ"
"ก็แน่ล่ะ นักเรียนเตรียมสอบเข้านี่นา ริรินะเองก็เถอะ ถ้าเผลอเที่ยวเล่นเพลินช่วงปิดเทอม ตอนเปิดเทอมใหม่ระวังจะลำบากนะ"
"ฉันน่ะสบายมาก สอบปลายภาคเทอมก่อนก็ได้ที่ 3 นะ"
"ที่ 3!?"
 
จริงด้วย เห็นแบบนี้แต่ริรินะก็คะแนนดีกว่าที่คิดนี่นา อย่างฉันต้องต่อสู้กับอาการปวดกระเพาะ โด๊ปแล้วโด๊ปอีกก็ยังได้แค่ที่ 18 เอง...

"ริรินะมีเทคนิคการอ่านหนังสือยังไงเหรอ เธอไม่ได้ไปเรียนพิเศษข้างนอก แต่มีอาจารย์มาสอนพิเศษที่บ้านใช่ไหม"
"ใช่แล้ว ก็ไม่ได้มีเทคนิคอะไรพิเศษนะ ถ้าจะให้พูดก็แค่อ่านทบทวนตอนนั่งในรถระหว่างไปกลับโรงเรียนแค่นั้น  แล้วพอถึงบ้านก็อยากทำตัวสบายๆ ก็เลยทำการบ้านให้เสร็จตอนนั่งมาในรถน่ะ"
"จะว่าไป เหมือนเคยได้ยินริรินะพูดอะไรทำนองนี้นี่นะ"
 
เคยได้ยินอยู่บ่อยๆ ว่าโดยทั่วไปแล้วอ่านหนังสือในยานพาหนะได้ผลดี เห็นว่ามีคนที่จงใจนั่งรถไฟเที่ยวอ้อมๆ เพื่อจะได้อ่านหนังสือนานๆ ด้วยนะ
บ้านริรินะอยู่ไกลออกไป ความจริงดูจากฐานะทางบ้าน ถ้ามาสอบเข้าซุยรันตั้งแต่ชั้นประถมก็คงสอบเข้าได้เกือบร้อยเปอร์เซนต์ มีสิทธิเข้าสมาคม Pivoine แน่นอน ทว่าติดที่เวลาในการเดินทางอันเป็นระเบียบสำหรับผู้มีสิทธิเข้าสอบของชั้นประถม ริรินะจึงไม่สามารถเข้าสอบได้ ด้วยเหตุนี้เมื่อเข้าโรงเรียนมาในชั้นมัธยมต้น จึงขาดคุณสมบัติเข้าเป็นสมาชิก Pivoine  เจ้าตัวก็เจ็บใจอยู่นานเหมือนกัน
แต่ก็เติมเต็มเวลาเดินทางอันยาวนานนั่นด้วยการอ่านหนังสือจนสอบได้คะแนนดีๆ มาไม่ใช่เหรอ เรียกว่าพลิกวิกฤติให้เป็นโอกาสก็คงได้มั้ง? วาคาบะจังที่ได้คะแนนท็อปคนนั้นเองก็บอกว่าอ่านหนังสือมาในรถไฟขาไปขากลับ สงสัยวิธีดูหนังสือในรถนี่จะได้ผลดีจริงๆ ด้วย

ฉันเองพอได้ฟังเรื่องนั้นก็เลยเอาอย่างสองคนนั้น ลองขึ้นรถไฟไปอ่านหนังสือดูบ้างเหมือนกัน ไว้ลองอีกทีดีไหมนะ
 
"...ถ้าเป็นเรียนเสริมของซุยรัน ฉันไปเรียนด้วยดีไหมนะ"
"ริรินะน่ะเหรอ? อื้อ ก็ได้นี่นา พรุ่งนี้ฉันจะไปนั่งเรียนที่ซุยรัน พอเรียนเสร็จแล้วจะเอาเฟลต์ขนแกะแวะไปที่ห้องชมรมหน่อย"
"คุณเรย์กะอยู่ชมรมงานฝีมือใช่ไหม เป็นหัวหน้าชมรมด้วยไม่ใช่เหรอ"
"ใช่  แต่อีกเดี๋ยวก็จะอำลาตำแหน่งแล้วล่ะ"
 
ถึงจะอำลาตำแหน่งแต่ก็ยังมีงานเทศกาลโรงเรียนรอคอยอยู่ ฉันตั้งใจจะทำกิจกรรมชมรมต่อไป

"แล้วก็ตั้งใจจะแนะนำมินามิคุงขึ้นเป็นหัวหน้าชมรมคนต่อไปด้วยนะ"
"มินามิคุงน่ะเหรอ"

ยังไงซะมินามิคุงก็สังกัดอยู่ในกลุ่มอิทธิพลของริรินะ
มินามิคุงอยู่ในฐานะที่โดนเพื่อนรุ่นดียวกันรังแกได้ง่ายจากการที่มีงานอดิเรกเป็นงานฝีมือทั้งที่เป็นเด็กผู้ชาย แต่ก็ได้ริรินะคอยทำตาวาววับปกป้องอยู่เสมอเพราะเห็นว่าเป็นรุ่นน้องของฉันนี่แหละ
 
ตามข่าวลือที่ได้ยินมา หากมีวี่แววว่ามินามิคุงจะโดนล้อเลียนแม้เพียงเล็กน้อย ริรินะก็จะตรงรี่ไปตวาดแว้ดว่า "พวกนายน่ะ อย่าคิดว่าเป็นศัตรูกับฉันกับคุณเรย์กะแล้วจะรอดไปได้ง่ายๆ นะ!"  ไม่ใช่ผู้ปกครองใจโหดแล้ว แต่เป็นเพื่อนใจโหด แล้วตรงที่ดึงฉันไปเป็นผู้สมรู้ร่วมคิดแบบเนียนๆ นี่ควรจะต้องตักเตือนกันหน่อยหรือเปล่านะ

"ในหมู่สมาชิกม.5 ฝีมือการเย็บปักถักร้อยของมินามิคุงก็โดดเด่นที่สุดเลยนะ"
"เห~ งั้นเหรอ"
 
แต่มินามิคุงเป็นคนใจดี ก็เลยอดเป็นห่วงนิดหน่อยไม่ได้ว่าพอถึงงานเทศกาลโรงเรียนแล้วจะแพ้พ่ายต่อการกดดันของพวกชมรมกีฬาหรือเปล่า
 
"นี่ ริรินะ ตอนนี้เด็กม.5 เป็นไงกันบ้าง โดยเฉพาะพวกผู้ชาย มีพวกชมรมกีฬาที่ชอบอาละวาดหรือพาลหาเรื่องบ้างหรือเปล่า"
"หืม ถ้ามองจากฉันก็ยังสบายๆ นะ กุมจุดอ่อนพวกตัวใหญ่ๆ ไว้ได้หมดแล้ว"
 
ตรงนี้ขอคาดหวังกับความเคลื่อนไหวของริรินะผู้เป็นมอนสเตอร์เฟรนด์ก็แล้วกัน

"แหม จะว่าไปพวกเด็กม.5 นี่ถึงจะมีเรื่องกระทบกระทั่งเล็กๆ น้อยๆ บ้าง แต่ไม่ค่อยได้ยินว่ามีนักเรียนคนไหนก่อปัญหาใหญ่โตนี่นะ"

ดูๆ แล้วพวกเด็กม.5 Pivoine  ก็ออกจะหัวอ่อนด้วย

"แต่น่าปวดหัวตรงที่พวกม.4 มีเด็กมีปัญหาเยอะแทนนี่แหละ..."
"จริงด้วยสิ คุณเรย์กะ ได้ยินว่าเด็กม.4 อวดดีคนนั้นยังมาหาเรื่องอยู่เหรอ"
"หมายถึงคาซึรางิน่ะเหรอ"
 
เด็กม.4 อวดดีที่กล้ามาหาเรื่องกับฉัน นอกจากคาซึรางิก็นึกถึงคนอื่นไม่ออกแล้วล่ะ

"ใช่ หมอนั่นแหละ"
"ข้อมูลริรินะยังไวเหมือนเดิมเลยนะ"

ไปเรียนเสริมหรือไปชมรมที่โรงเรียนทีไร ฉันเป็นต้องเจอะเข้ากับตาไก่โง่ทุกที คงเป็นเพราะนักเรียนที่ไปโรงเรียนช่วงปิดเทอมมีไม่มากนัก ก็เลยสังเกตเห็นกันง่ายละมั้ง
พอเจอกันทีไร หนุ่มน้อยคาซึรางิก็จะเบ้หน้าด้วยความรังเกียจอย่างโจ่งแจ้ง ฉันเลยจงใจเดินกรายเข้าไปหาเหน็บเบาๆ ว่า "มาเรียนเสริมลงทัณฑ์จากสอบตก ลำบากหน่อยนะคะ" จะว่าไปฉันที่เข้าไปแหย่ซึ่งหน้านี่ก็นิสัยเสียน่าดู
 
นี่ก็พยายามไม่ให้ไปสะดุดตาสายตาคนแล้วนะ แต่ตาคาซึรางิซื่อบื้องี่เง่านี่สิ แค่แหย่เล่นนิดเดียวก็แหกปากโวยวายทันควัน อาจจะมีใครได้ยินเข้าก็ได้ ไม่สิ หรือแค่แหล่งข่าวของริรินะดีเกินไปเองนะ

"หัดสอนให้รู้จักฐานะสูงต่ำซักหน่อยไม่ดีกว่าเหรอ ถ้าจะเล่นฉันจะช่วยด้วยคนนะ"
"คิดจะให้ฉันทำอะไรน่ะหา นิสัยมือไวใจเร็วของเธอนี่ต้องทำอะไรบ้างแล้วนะ"
"หัดตัดสินใจให้เด็ดขาดซะบ้างซี่ คุณเรย์กะ เดี๋ยวคนข้างล่างก็เสียศรัทธาหรอก จัดการเจ้าม.4 ที่บังอาจกำแหงนั่นให้รู้ดีรู้ชั่วกันไปเลย"
"...นี่เธอเป็นยากูซ่าแก๊งไหนน่ะ"

ยัยนี่ ไม่ใช่ว่าเดี๋ยวจะลุกขึ้นมาเรียกฉันว่าหัวหน้าแก๊งหรอกนะ
 
"ฉันจะทำอะไรแบบนั้นได้ยังไงล่ะยะ ริรินะเองก็หัดระวังคำพูดคำจาหน่อยเถอะ ฉันน่ะให้ความสำคัญกับภาพลักษณ์ที่ปรากฎต่อสาธารณชนมากนะ ถ้าคนเขาเข้าใจผิดกันขึ้นมาจะทำไงล่ะ"
"ที่พูดไปนั่นก็พูดตามภาพลักษณ์ของคุณเรย์กะหรอกนะ"
"เอ๋..."
 
ภาพลักษณ์ที่ปรากฎต่อสาธารณชนของคิโชวอิน เรย์กะคือคุณหนูโรโคโค่ผู้สง่างามและสูงส่งไม่ใช่เหรอ

"........."
"........."
 
ฉันวางถ้วยชาที่ดื่มหมดกลับลงบนโต๊ะ ปีนขึ้นเตียงแล้วโน้มตัวไปข้างหน้า โอ๊ยๆๆ...
 
"ทำอะไรน่ะ"
"ยืดเส้นก่อนนอน"
 
สุดท้าย ความรู้สึกผิดที่พลาดพลั้งทำให้ทายาทตระกูลคาบุรากิได้รับบาดเจ็บ แม้จะเป็นเพียงบาดแผลเล็กน้อย ทำให้ฉันบอกปัดไปไม่ลง จำต้องเข้ารับการเทรนนิ่งสไตล์คาบุรากิอย่างน้อยก็หนึ่งครั้งหลังจากคาบุรากิกลับมาจากต่างประเทศ ถ้าปฎิเสธไปแล้วฝ่ายโน้นเอาใบรับรองแพทย์มาให้ดูมีหวังสยองตายเลย

แต่ก่อนจะถึงตอนนั้น ฉันก็อยากกู้ชื่อที่แปดเปื้อนไปจากการถูกเรียกว่ายัยขาหมูให้ได้ซักนิด ก็เลยตั้งใจยืดเส้นก่อนนอนทุกคืนอยู่แบบนี้แหละ เผื่อจะผอมได้บ้าง
แต่ว่านะ ของแบบนี้เนี่ยมันต้องทำต่อเนื่องถึงจะเห็นผลใช่ป่ะ ที่สำคัญคือไม่จำเป็นต้องไปฟิตเนสในเครือของบ้านคาบุรากิ บ้านฉันทั้งบ้านก็เป็นสมาชิกสปอร์ตคลับอยู่แล้ว สมัยเพิ่งสมัครสมาชิกใหม่ๆ ยังเคยไปใช้บริการตั้งหลายครั้ง แต่ตอนนี้ทั้งบ้านคนที่ไปอยู่เป็นเรื่องเป็นราวก็มีแต่ท่านพี่นี่แหละ

ด้วยเหตุนี้ นอกจากท่านพี่แล้ว บ้านเราจึงต้องจ่ายค่าสมาชิกทุกเดือนเสียเปล่าราวกับเป็นเหยื่อหน้าโง่
นี่ถือเป็นจำนวนเงินน้อยนิดเทียบกับทรัพย์สินบ้านคิโชวอิน แต่จะต้องจ่ายเงินค่าสมาชิกเสียเปล่าไปอีกกี่ปีกันละเนี่ย แต่ถ้าเพื่อการสมาคมก็ช่วยไม่ได้อะเนอะ

ลองคิดดูดีๆ แล้ว ก็มีอะไรที่ไม่ได้ใช้แต่จ่ายเงินเสียเปล่าไปเยอะเหมือนกันนะ อย่างตอนที่เห่อโยคะนี่ก็จำได้ว่าเหมือนจะไปสมัครเป็นสมาชิกโยคะสตูดิโอด้วย แล้วไปยกเลิกสัญญาหรือยังหว่า ความคิดชั่ววูบนี่น่ากลัวจริงๆ... ระบบสมาชิกเสียเงินในโลกเราทั้งหลายนี่คงอยู่ได้ด้วยพวกคนขี้เกียจที่รู้ตัวว่าควรจะจัดระเบียบบัญชีเพื่อการประหยัดเงิน แต่มันวุ่นวายก็เลยผัดวันประกันทุ่งไม่ยอมไปเดินเรื่องยกเลิกเสียทีแบบฉันนี่แน่ๆ เลย...
 
"ริรินะ ช่วยดันหลังให้หน่อยสิ"
"เอ๋~"
"มาค้างทั้งที ขอแรงช่วยแค่นี้หน่อยไม่ได้หรือไง"
 
ริรินะเขยิบขึ้นเตียงมาทั้งที่ยังบ่นไม่ขาดปาก

"อ๊ะ แป๊บนึง"

วันนี้ริรินะอยู่ด้วยเลยลืมไปสนิท
ฉันเปิดวิทยุข้างเตียง
 
"อะไรเนี่ย"
"วิทยุไง เวลายืดเส้นน่ะเปิดวิทยุฟังดีกว่าดูทีวีนะ"
"ปกติเวลาทำอะไรแบบนี้ต้องเปิดเพลงไม่ใช่เหรอ ยุคนี้แล้วยังฟังวิทยุเนี่ยนะ"
"อย่ามาดูถูกวิทยุเชียวนะ  ลองฟังดูซะก่อน  สนุกนา"
 
ฉันก็ฟังมาเรื่อยๆ ตั้งแต่สมัยก่อนแล้วล่ะ แต่มาติดใจอย่างเป็นเรื่องเป็นราวตั้งแต่ตอนดูหนังสือสอบปลายภาค  แน่นอนว่าเวลาท่องหนังสือที่ต้องอาศัยสมาธิก็จะปิด แต่เวลาอยากผ่อนคลายหรือจดบันทึกท่องจำเล็กๆ น้อยๆ ก็เปิดไว้เรื่อยแหละ
 
"ริรินะ คราวนี้ช่วยดึงแขนหน่อย"
"งี้เหรอ"
"โอ๊ย ดึงแรงไป๊!"
 
วิทยุเนี่ยดีจัง ทอล์คจาก DJ ผู้เฮฮาวันนี้ก็สนุกดี
ตอนนี้วิทยุเป็นวิธีคลายเครียดที่ดีที่สุดของฉันเลยนะ

"ต่อไป วันนี้ก็ส่งมาอีกแล้วนะครับ เมล์จากเรดิโอเนม คุณอังตัวเน็ตต์ผู้เลิศหรูครับ"
 
ตัวฉันที่กำลังยืดไปข้างหลังชะงักไปในพริบตา
 
"การแก้แค้นเล็กๆ น้อยๆ ในแต่ละวันของฉัน นั่นคือการเอามือที่เปื้อนของกินเหนอะหนะไปแตะมือถือของหมอนั่นผู้น่าเคียดแค้น รอยนิ้วมือที่เปื้อนน้ำมันแผลบ ถึงจะใช้ผ้าเช็ดก็รังแต่จะลากให้คราบน้ำมันเป็นรอยยาวเท่านั้น หมอนั่นจะต้องหัวฟัดหัวเหวี่ยงเช็ดๆๆ ส่วนฉันยิ้มพรายอย่างสาแก่ใจอยู่ในเงามืด จะทำไงล่า แค่เช็ดน่ะเอาไม่ออกหรอกนะ จะลองล้างน้ำไหมล่ะ โทรศัพท์เครื่องนั้นกันน้ำจริงหรือเปล่า ยิ่งเช็ดยิ่งมันยิ่งเช็ดยิ่งมัน มือถือเครื่องดำอาบสีรุ้งเลื่อมพรายเหนียวหนับ ฉันคิดว่าคราวหน้าจะลองเอามือเปื้อนไก่ทอดแตะดูบ้างค่ะ  สมเป็นคุณอังตัวเน็ตต์ผู้หรูเลิศ ทำอะไรกระจอกงอกง่อยทุกครั้งเลย! ครั้งก่อนส่งเมล์มาว่าแก้แค้นด้วยการแกล้งเปิดกระปุกฝากาวค้างไว้ปล่อยให้แห้งกรัง ส่วนครั้งนี้เป็นเวอร์ชั่นเหนอะๆ ตรงกันข้าม คุณอังตัวเน็ตต์ผู้หรูเลิศครับ รอเมล์ฉบับต่อไปอยู่นะ ถ้างั้นมาดูเมล์ฉบับต่อไปกันเถอะ เรดิโอเนม..."

จากนั้นมา ฉันก็กลายเป็นขาประจำในการส่งเมล์

---------------------------------------
 
หมายเหตุ : สำหรับท่านที่จะคอมเมนต์ด้านล่าง ขอความกรุณาให้อยู่ในขอบเขตของการแปลไทยตอนล่าสุด หรือหากต้องการพูดถึงเนื้อหาที่เกินเลยจากนั้น ขอให้ท่านเตือนให้ผู้อื่นรู้ว่าตัวเองกำลังจะทำการสปอยล์ ด้วยวิธีต่างๆ เช่น  
จากนี้ไปเป็นสปอยล์
.
.
.
Rosehip tea

ในกาลก่อน โลกเรามีสิ่งที่เรียกว่าวิทยุ และ DJ และให้คนโทรไปขอเพลงได้ด้วยนะ ไม่ทันกันละสิ...

 




NEKOPOST.NET