[นิยายแปล] นอบน้อมและหนักแน่น คือคติประจำใจในการใช้ชีวิตของฉันค่ะ! ตอนที่ 282 | Nekopost.net 
NEKOPOST
การแสดงผล

[นิยายแปล] นอบน้อมและหนักแน่น คือคติประจำใจในการใช้ชีวิตของฉันค่ะ!

Ch.282 - ตอนที่ 282


282.


ตั้งแต่เข้าปิดเทอม คาบุรากิก็ส่งเมล์มาทุกวี่ทุกวันราวกับเป็นบันทึกประจำวัน ขั้นต่ำวันละครั้ง หรือถี่ๆ หน่อยก็หลายครั้ง
เนื้อหาเมล์เป็นการรายงานว่ากับวาคาบะจังในภาคเรียนฤดูร้อนเป็นอย่างไรบ้าง วันแรกที่วาคาบะจังทำข้าวกล่องมาให้ตามสัญญา ดูเหมือนเจ้าตัวจะอดรนทนไม่ไหว ตอนกลางวันเลยส่งเมล์มาว่า "ทานข้าวกล่องฝีมือวาคาบะเสร็จแล้ว ปอเปี๊ยะอร่อยมาก รายละเอียดไว้หลังกลับบ้าน" แล้วตอนกลางคืนก็มีเมล์แจกแจงว่าข้าวกล่องนั้นอร่อยอย่างไรบ้างมายาวเหยียดประหนึ่งกรูเม่ต์รีพอร์ท
แต่วันนี้ ระหว่างที่ฉันกำลังกลิ้งเกลือกอยู่ในห้องส่วนตัวตอนกลางคืน คาบุรากิก็โทรศัพท์มาหาโดยตรง ไม่ใช่เมล์

"ไปตลาดอาซากาโอะกับทาคามิจิมาแล้ว!"
 
จะว่าไปก็เหมือนจะเป็นวันนี้นี่นะ
พูดถึงตลาดอาซากาโอะ เนื่องจากคาบุรากิบอกว่าจะชวนวาคาบะจังไปยังตลาดอาซากาโอะใกล้ๆ แถวนี้ตามที่เอ็นโจไปหาข้อมูลมาให้ ฉันเลยตัดใจจากตลาดนั้น แล้วใช้เวลาในวันก่อนที่ไม่มีเรียนพิเศษคอร์สปิดเทอมฤดูร้อน นั่งรถไฟต่อสายไปเป็นเวลาชั่วโมงกว่าจนถึงตลาดอาซาโอะแสนไกลที่มั่นใจได้ว่าไม่มีคนรู้จักอย่างแน่นอน

ตัวฉันโยกไหวไปมาในตู้รถไฟ ทิวทัศน์ที่มองเห็นจากหน้าต่างรถไฟแปรเปลี่ยนจากตึกระฟ้าไปเป็นอาคารเตี้ยๆ จนต่อเมื่อถึงช่วงที่กระทั่งอาคารเตี้ยๆ เหล่านั้นหายไป รอบข้างกลายเป็นท้องนากว้างไกลสุดสายตา ฉันจึงถึงเพิ่งรู้สึกตัวว่าทำไมต้องถ่อมาไกลขนาดนี้เพื่อร้านแผงลอยด้วยล่ะเนี่ย
ลองคิดดูดีๆ แล้ว ไม่ต้องไปตลาดอาซากาโอะ ก็มีงานอื่นๆ ที่มีร้านแผงลอยมาออกร้านอยู่อีกตั้งเยอะแยะ หรือว่านี่เป็นการหนีความจริงภายใต้จิตสำนึกที่อยากไปไหนไกลๆ ซักแห่ง ผลกระทบของความเครียดจากการสอบเข้ากันละนี่...

แต่ตลาดอาซากาโอะที่ฉันไปมาจัดขึ้นในบริเวณวัดที่ใหญ่ที่สุดในเขตนั้น ร้านแผงลอยตั้งเรียงรายขนาบทางเดิน คุณลุงคุณป้าคนพื้นที่ส่งเสียงร้องทักทายฉันไประหว่างทาง แม้จะตัวคนเดียวแต่ก็ได้ใช้เวลาอย่างสนุกสนานเพลิดเพลิน ส่วนดอกอาซากาโอะที่ซื้อก็ให้เขาส่งมาทางไปรษณีย์ ซื้อของฝากกลับมาเยอะแยะจากร้านขายขนมหลอกเด็กแบบโบราณที่คุณป้าคนในพื้นที่บอกทางให้  ฉันกอดขนมถุงเบ่อเริ่มพลางงีบหลับงุบงับมาระหว่างทางขากลับในรถไฟ
ได้ออกเดินทางไกลไปเที่ยวในเมืองที่ไม่รู้จักก็สนุกดีนะ ครั้งหน้าถ้ามีเวลาไว้ลองเดินทางเช้าไปเย็นกลับคนเดียวหลายๆ ที่มั่งดีกว่า  

"เป็นอย่างไรบ้างคะ ตลาดอาซากาโอะ"
"เดทในครั้งนี้ประสบความสำเร็จอย่างใหญ่หลวง ทาคามิจิเองก็ดูเหมือนจะไม่เคยไปตลาดอาซากาโอะมาก่อน พอได้มาเป็นครั้งแรกก็ดีใจมากมาย เที่ยวมองโน่นมองนี่อย่างแปลกตา"
"งั้นก็ดีแล้วนี่คะ"
"อา ถึงจะพูดง่ายๆ ว่าดอกอาซากาโอะ แต่ก็มีหลายพันธุ์เหมือนกันนะ ฉันกับทาคามิจิเดินชี้ชวนกันดูว่าต้นนั้นก็ดี ต้นนี้ก็น่ารัก ต้นโน้นแปลกดีนะไม่เคยเห็นมาก่อน ฉันชอบต้นที่มีดอกใหญ่ๆ เบ่งบานอย่างภาคภูมิแม้จะเป็นเพียงดอกเดียวก็ตาม ส่วนทาคามิจิดูเหมือนจะชอบต้นที่มีดอกเล็กๆ แต่บานเยอะๆ มากกว่า แต่สุดท้ายฉันกับทาคามิจิก็ใจตรงกัน เลือกซื้อดอกอาซากาโอะกระถางที่มีดอกโตๆ บานเยอะๆ กลับไปด้วยกันเป็นที่ระลึก ตอนแรกทาคามิจิก็เกรงใจ แต่พอฉันบอกว่าอยากให้รับไปเป็นที่ระลึกของวันนี้ เขาก็ดีใจใหญ่ บอกว่าขอบคุณมาก จะดูแลอย่างดีเลยนะ"  
 
ฉันแทะขนมฟุกาชิที่ซื้อมาจากร้านขนมหลอกเด็กพลางเออออรับคำไป "โฮ่ โฮ่"

"แล้วเจ้าของร้านยังแซวทาคามิจิว่า "แฟนหล่อจัง"  ดูเหมือนจะเห็นฉันเป็นแฟนของทาคามิจิน่ะ"
"โฮ่ โฮ่"  
 
กินขนมฟุกาชิแล้วคอแห้งจังน้า ฉันซดชาเขียวตามไปอึกหนึ่ง

"แล้วก็นะ ทาคามิจิให้กระดิ่งลมฉันมาด้วย บอกว่าเป็นของตอบแทนสำหรับวันนี้! คงไปเลือกซื้อมาตอนที่อยู่ๆ เขาก็บอกว่า รอตรงนี้ก่อนนะแล้ววิ่งหายไปไหนคนเดียวนั่นแน่นอน เป็นกระดิ่งลมลายดอกอาซากาโอะสีฟ้าและปลาทอง ตอนนี้ฉันเอามาแขวนไว้ในห้อง เอ้า ได้ยินเสียงหรือเปล่า"  
 
รู้สึกเหมือนจะได้ยินเสียงแก้วกระทบกันเบาๆ จากอีกฟากของโทรศัพท์

"ค่ะ ได้ยินค่ะ"
"เสียงเพราะดีใช่ไหมล่ะ"
"นั่นสินะคะ"
 
ฉันไม่เคยเข้าห้องคาบุรากิหรอกนะ แต่คิดว่ายังไงก็คงไม่ใช่ห้องแบบญี่ปุ่นแน่ๆ จินตนาการจากเซนส์ในชีวิตประจำวันของคาบุรากิแล้ว ท่ามกลางการตกแต่งภายในที่ได้รับการคำนวณอย่างสมบูรณ์พร้อม คงมีเพียงกระดิ่งลมน่ารักอันนั้นที่ทำลายสมดุลของห้องลอยเด่นออกมาอยู่อันเดียว แต่น้ำเสียงคาบุรากิฟังดูดีอกดีใจเอามากๆ ก็เป็นของขวัญที่ได้จากวาคาบะจังนี่นะ
 
"ดีแล้วนี่่คะ"
"อา"
 
คาบุรากิท่าทางมีความสุขอย่างซื่อๆ ดูแล้วออกจะน่าเอ็นดูอยู่มาก ผู้ใหญ่บ้านคานทองอย่างฉันที่มักจะอิจฉาริษยาความรักที่ออกดอกออกผลของคนอื่นเลยพลอยมีความรู้สึกยินดีจากใจจริงไปด้วย
จากนั้นคาบุรากิก็ยังเรื่อยเจื้อยเรื่องดอกอาซากาโอะของสองเรากับกระดิ่งลมไปอีกซักพัก ฉันนั่งฟังเงียบๆ พลางแทะขนมฟุกาชิไปด้วย
จากนั้น
 
"ได้ยินอะไรกุบกับๆ เป็นพักๆ มาตั้งแต่เมื่อกี้แล้ว นี่เธอกินอะไรอยู่หรือเปล่า"
"ค่ะ ทาน Boule De Neige อยู่ค่ะ"
 
ฉันวางขนมฟุกาชิลงเงียบๆ ทานขนมกรุบกรอบระหว่างโทรศัพท์นี่ดูท่าจะไม่ดีแฮะ ต้องระวังแล้วสิ
 
"จริงด้วย พูดถึงของกิน ที่ตลาดอาซากาโอะไม่ได้มีแต่ดอกอาซากาโอะขายเท่านั้น ยังมีแผงลอยมาออกร้านด้วยนะ"
"...อ้อ~ ค่ะๆ"
 
แผงลอยเหรอ... มีแผงลอยมาออกร้านในตลาดอาซากาโอะที่พวกคาบุรากิไปกันจริงๆ ด้วยสินะ

"ตอบแบบนั้น... เธอรู้ด้วยหรือว่าจะมีแผงลอยมาออกร้าน"
"เอ่อ... ฉันก็รู้จักสิ่งที่เรียกว่าร้านแผงลอยอยู่นะคะ แต่ไม่ทราบหรอกค่ะว่ามาออกร้านที่ตลาดอาซากาโอะหรือเปล่า"
 
ฟังจากน้ำเสียงคาบุรากิแล้ว เหมือนจะต่อว่าอยู่กลายๆ ว่าถ้ารู้แล้วทำไมไม่บอกกันก่อน ฉันเลยแก้ตัวอย่างขอไปที
 
"งั้นหรือ... ที่ผ่านมาฉันไม่เคยไปงานออกร้านแผงลอยมาก่อนก็เลยทำตัวไม่ถูก ตอนที่ทาคามิจิบอกว่า มีร้านแผงลอยด้วยล่ะ แล้วทำท่าจะไปเดินดูแบบเป็นธรรมชาตินั่นก็ลำบากใจนิดหน่อย"
"งั้นหรือคะ"
 
คาบุรากิอยากวางท่าหล่อๆ ต่อหน้าวาคาบะจังแม้จะอยู่ในสถานที่สามัญชน และยังไม่อยากให้วาคาบะจังรู้ว่าตัวเองไม่ได้มีสามัญสำนึกสามัญชนในระดับเดียวกัน ถึงกับต้องไปซ้อมล่วงหน้าที่ร้านฟาสต์ฟู้ดที่แฟมิเรส ถ้าไปเจอสถานการณ์ไม่คาดคิดกะทันหันก็คงช็อกละน้า
 
"แล้วเป็นอย่างไรบ้างคะ"
"ทาคามิจิถามว่าเคยมางานออกร้านแผงลอยมาก่อนหรือเปล่า ฉันลังเลนิดหน่อยแต่ก็ตอบไปตามตรงว่าไม่เคย แล้วทาคามิจิก็หัวเราะ บอกว่าถ้าไม่รังเกียจตัวเองจะเป็นคนแนะนำให้เอง"
"งั้นหรือคะ"  
 
ฉันก็คิดอยู่แล้วละว่าถ้าเป็นวาคาบะจังที่มีจิตใจอ่อนโยน คงไม่ล้อเลียนคาบุรากิผู้ไร้ประสบการณ์สามัญชนแน่ๆ

"แล้วงานออกร้านเป็นอย่างไรบ้างคะ"
"พอลองไปดูก็เห็นว่าเป็นการตั้งร้านชั่วคราวคล้ายกับในงานเทศกาลโรงเรียน ค่อยยังชั่วหน่อย"
"แหม งั้นหรือคะ"
"อา แล้วทาคามิจิก็ว่า อากาศยังร้อนอยู่ กินน้ำแข็งไสกันดีกว่า แล้วก็ไปซื้อน้ำแข็งไสที่อยู่ในถ้วยมากิน ทาคามิจิเลือกรสสตรอว์เบอร์รี่ ส่วนฉันเอาเป็นรสบลูฮาวายที่ไม่เคยเห็นมาก่อน เธอรู้หรือเปล่า บลูฮาวายน่ะเป็นไซรัปสีฟ้าตามชื่อเลยนะ"
"ก็ยังกล้าเลือกนะคะ"
"ความสงสัยว่ารสฮาวายเป็นรสชาติแบบไหน แล้วก็ไซรัปสีฟ้าที่ไม่น่าจะเป็นของกิน ถ้าจะลองแล้วก็ขอลองอะไรที่แปลกประหลาดที่สุดไปเลย ความอยากเสี่ยงกับเรื่องสยองขวัญของฉันเป็นฝ่ายชนะ"
"เช่นนี้นี่เอง แล้วน้ำแข็งไสอร่อยไหมคะ"
"จืดๆ มีแต่น้ำ"

ก็น้ำแข็งไสร้านแผงลอยกับน้ำแข็งไสในร้านที่คาบุรากิทาน มันต่างกับลิบลับทั้งคุณภาพน้ำแข็งทั้งฝีมือเลยนี่น้า

"สุดท้ายรสฮาวายที่ว่าก็ไม่รู้ว่ารสอะไร"
"นั่นสินะคะ"
 
ขนาดฉันยังไม่รู้เลย
 
"แล้วก็ได้กินทาโกะยากิด้วยนะ ซื้อมากล่องหนึ่งแบ่งกันทานสองคน ทาคามิจิไปเจรจาขอให้เขาทำให้ใหม่ๆ ร้อนกว่าที่คิด เกือบลวกปากทั้งฉันทั้งทาคามิจิ แต่ก็อร่อยใช้ได้นะ"
"ท่านคาบุรากิเคยทานทาโกะยากิหรือเปล่าคะ"
"แค่นั้นก็ต้องเคยซี่ แต่ไม่ใช่ของร้านแผงลอยหรอกนะ ที่เหลือก็มีซื้อยากิโซบะ ดื่มน้ำรามุเนะ ในขวดแก้วมีลูกแก้วใส่อยู่ด้วยนะ อันนั้นฉันก็เพิ่งเคยดื่มครั้งแรก"
"รามุเนะหรือคะ ดื่มข้างนอกก็อร่อยดีนะคะ"

แต่กินหลายอย่างเหมือนกันนะนายน่ะ
 
"ท่านคาบุรากิผู้เรื่องมากในเรื่องสุขอนามัยและความปลอดภัยก็อุตส่าห์กินอาหารร้านแผงลอยได้นะคะ"
"เวลาแบบนี้มันก็ต้องแบ่งแยก"  
 
รู้จักยืดหยุ่นเกินคาดเหมือนกันนี่ จะว่าไป ก่อนหน้านี้ตอนไปที่ซุปเปอร์ก็เห็นกินโน่นกินนี่ที่มุมชิมอาหารตามแต่เขาชวนเลยนี่นะ
 
"ทาคามิจิเอง ถึงจะเป็นคนออกปากชวนฉันไปดูร้านแผงลอย แต่ก็เหมือนจะเป็นห่วงอยู่เหมือนกันว่าฉันจะกินอาหารร้านแผงลอยได้หรือเปล่า เพราะงั้นพอเวลาผ่านไปได้พักหนึ่ง เขาก็ว่าพอเห็นกินได้สบายค่อยโล่งใจหน่อย ดูจากท่าทางแล้ว ถ้าฉันทำท่ารังเกียจ ทาคามิจิเองก็คงเกรงใจไม่กล้ากินเหมือนกัน ดีแล้วล่ะที่ตัดสินใจกิน"
"งั้นหรือคะ ถ้าเช่นนั้นเดทที่ตลาดอาซากาโอะก็ถือว่าประสบความสำเร็จใหญ่หลวงตามที่ท่านคาบุรากิว่า ยินดีด้วยนะคะ"
"แต่มีพลาดอยู่อย่างหนึ่ง"
"พลาด? อะไรหรือคะ"
 
เท่าที่ฟังก็ดูราบรื่นดีนี่นา

"ยูกาตะไงล่ะ"
"ยูกาตะ?"
"อา ที่ตลาดอาซากาโอะมีผู้หญิงแต่งชุดยูกาตะมาเดินหลายคน พอเห็นเข้า ทาคามิจิก็ว่า ยูกาตะน่ารักจังเลยนะ ถ้าไม่ได้เพิ่งมาจากโรงเรียนสอนพิเศษ ฉันก็อยากใส่บ้างเหมือนกัน นี่เป็นความผิดพลาดอย่างร้ายแรงของฉัน ถ้าใส่ใจตรวจสอบให้ละเอียดกว่านี้อีกนิด เตรียมชุดยูกาตะเอาไว้ให้ก็ดี ฉันเองก็เสนอว่างั้นเราไปร้านเสื้อผ้ากันตอนนี้ จะเป็นของสำเร็จรูปก็ได้ ไปซื้อชุดยูกาตะกันเลยไหม แต่เขาปฎิเสธไป บอกว่าไม่ต้องทำถึงขนาดนั้นก็ได้..."
"อ้อ~ คุณทาคามิจิคงพูดแบบไม่คิดอะไรมากมั้งคะ ประมาณว่าไหนๆ มาถึงนี่แล้ว ตัวเองก็อยากใส่บ้างน่ะค่ะ"
"แต่ฉันอยากให้ทาคามิจิได้ใส่ชุดยูกาตะ..."
 
เสียงคาบุรากิหม่นลง ฉันเลยปลอบว่า

"โอกาสที่จะได้ใส่ชุดยูกาตะยังมีอีกนะคะ"
"เช่น?"
"เอ๋!?"
"อย่างเช่นอะไรบ้าง"
 
แค่เสียงก็สัมผัสได้ถึงแรงกดดันรุกเร้ามาจากอีกฟากของโทรศัพท์  

"เอ่อ... อย่างเช่นงานดอกไม้ไฟ...?"
"ใช้ได้นี่! พรุ่งนี้จะลองไปเสนอดูเลย!"
 
คาบุรากิคึกคักขึ้นทันตา จะไปจริงๆ เรอะ งานดอกไม้ไฟ...
 
"งานดอกไม้ไฟมีความเสี่ยงที่จะไปพบนักเรียนซุยรันอยู่มาก อย่างไรก็ขอให้ระมัดระวังด้วยนะคะ"
"ไว้จะระวัง"
 
ให้มันแน่นะ...

"แต่เรื่องยูกาตะในครั้งนี้ทำให้ตระหนักได้อย่างเจ็บปวดเลยว่าการเตรียมการล่วงหน้าเป็นเรื่องสำคัญจริงๆ คิโชวอิน จากนี้ไปก็ฝากด้วยล่ะ"
"เอ๋..."
 
ยังต้องทำหน้าที่ไกด์ให้ทัวร์สามัญชนของคาบุรากิต่ออีกเหรอ!? เอ๋~~!
คาบุรากิยังหลั่นล้าว่าจะไปไหนต่อดี ไม่ได้รู้ถึงความในใจคนเขาเลย เฮ้อ...

"ท่านคาบุรากิ"
"อะไร"
"วันนี้สนุกหรือเปล่าคะ"
"อา สนุกมาก"
"งั้นก็ดีแล้วละค่ะ"
"อา"

---------------------------------------
 
หมายเหตุ : สำหรับท่านที่จะคอมเมนต์ด้านล่าง ขอความกรุณาให้อยู่ในขอบเขตของการแปลไทยตอนล่าสุด หรือหากต้องการพูดถึงเนื้อหาที่เกินเลยจากนั้น ขอให้ท่านเตือนให้ผู้อื่นรู้ว่าตัวเองกำลังจะทำการสปอยล์ ด้วยวิธีต่างๆ เช่น  
จากนี้ไปเป็นสปอยล์
.
.
.

ขนมฟุกาชิ ขนมที่ทำจากผลิตภัณฑ์กลูเตน ปรุงรสด้วยโชยุ


ขนม Boule De Neige ขนมอบสัญชาติฝรั่งเศส ทำจากแป้งสาลี แอลมอนด์ เนย

รามุเนะ เครื่องดื่มน้ำอัดลมหลากสีหลายรส

ไม่รู้คนอื่นเป็นเหมือนกันหรือป่าว ตอนนี้อ่านมาถึงบรรทัดสุดท้ายแล้ววูบๆ โหวงๆ ท่านเรย์กะของข้อยแสนดีขนาดนี้ทำไมต้องไปเที่ยวคนเดียวแบบเหงาๆ มานั่งฟังเรื่องรักๆ ของคนอื่นอยู่ฝ่ายเดียวด้วย อยากให้นางมีคนของนางมาเอาใจใส่ดูแลบ้าง ヽ(τωヽ)ノ




NEKOPOST.NET