[นิยายแปล] นอบน้อมและหนักแน่น คือคติประจำใจในการใช้ชีวิตของฉันค่ะ! ตอนที่ 281 | Nekopost.net 
NEKOPOST
การแสดงผล

[นิยายแปล] นอบน้อมและหนักแน่น คือคติประจำใจในการใช้ชีวิตของฉันค่ะ!

Ch.281 - ตอนที่ 281


281.


เช้านี้ฉันงดเรียนที่โรงเรียนสอนพิเศษเพื่อไปเรียนเสริมที่ซุยรัน ที่ลาหยุดไปนี่ก็เกรงว่าจะล้าหลังนักเรียนคนอื่นๆ อยู่เหมือนกัน แต่ในฐานะนักเรียนเตรียมสอบเป็นการภายในแล้ว สำหรับวิชาที่เนื้อหาการเรียนการสอนในโรงเรียนมีสิทธิจะออกสอบได้ง่ายกว่า ถ้าเลือกบทเรียนเสริมของทางโรงเรียนก็น่าจะได้ประโยชน์กว่าโรงเรียนสอนพิเศษนะ 

แต่ฉันก็เคยเข้าเรียนเสริมพิเศษของโรงเรียนมาก่อน ถ้าไม่มีคนที่สนิทๆ กันเข้าเรียนเป็นเพื่อน ช่วงเวลาก่อนเริ่มเรียนก็ต้องนั่งคนเดียวว้าเหว่น่าดูเลย... ในเวลาแบบนั้น ฉันมักจะปั้นหน้าสบายๆ อ่านหนังสือไปเงียบๆ สร้างบรรยากาศแห่งความโดดเดี่ยวทรนง เพื่อปิดบังความจริงว่าเหงาหงอยอยู่คนเดียวไม่มีคนคุยด้วย แต่ก็มักจะแอบใจวูบอยู่เรื่อยๆ ว่าถ้าเกิดความแตกขึ้นมาว่าไม่ได้โดดเดี่ยวทรนงซักหน่อยแค่หัวเดียวกระเทียมลีบต่างหากจะทำยังไงดี บางทีก็ใช้เคล็ดวิชาเดินไปหยิบของที่ล็อกเกอร์โดยไร้ความหมายเพื่อฆ่าเวลา 
 
ทบทวนอดีตที่ผ่านมาแล้ว ฉันก็เดินเข้าห้องเรียนวิชาที่เป็นเป้าหมายไปพลางใจเต้นตึกตักพอๆ กับตอนเปลี่ยนห้อง ภาวนาขอให้มีคนที่สนิทๆ อยู่ด้วย ก่อนอื่นก็ต้องเช็คคนคุ้นหน้าในกลุ่มนักเรียนก่อน 
 
"อ้าว? คุณคิโชวอิน"
"หัวหน้าห้อง!" 
 
อุหวา! จู่ๆ ก็ได้เจอเพื่อนทันทีเลย!
ฉันพุ่งเข้าไปหาหัวหน้าห้องที่นั่งอยู่แถวหน้าสุดฝั่งติดทางเดิน 
 
"หัวหน้าห้องก็มาเข้าเรียนเสริมด้วยหรือคะ!"
"อื้อ ผมเข้าเรียนประจำทุกปีอยู่แล้วนะ"
"งี้นี่เอง ดีใจจังเลยที่มีคนรู้จักมาเรียนด้วย"
"นอกจากผมแล้วยังมีคุณฮอนดะกับคุณโนโนโสะแล้วก็อิวามุโระคุงด้วยนะ แต่ยังมาไม่ถึงน่ะ"
 
อะไรกันเนี่ย!
ฮอนดะ มิฮารุจังกับโนโนเสะ มาโฮะจัง แม้จะไม่ได้อยู่กลุ่มเดียวกับฉัน แต่ก็ถือว่าสนิทสนมกันพอสมควร ส่วนอิวามุโระคุงแห่งชมรมยูโดที่ได้เข้าสู่เส้นทางแห่งการแต่งหญิงจากการแต่งแฟนซีวิ่งผลัดในงานกีฬา ก็มักจะปรึกษาฉันเรื่องความงามอยู่บ่อยๆ
ดีใจจัง เท่านี้ก็ไม่ต้องหัวเดียวกระเทียมลีบแล้ว!
ฉันกวาดตามองรอบห้องเรียนพลางถามหัวหน้าห้องว่า "มีกำหนดที่นั่งหรือเปล่าคะ"
 
"เลือกที่นั่งได้อิสระนะ แต่พวกเรามักจะนั่งกันแถวๆ นี้แหละ"
"งั้นเหรอ ขอฉันนั่งด้วยได้ไหมคะ"
"ได้อยู่แล้ว" 
 
แม้จะไม่ได้กำหนดที่นั่งตายตัว แต่ดูเหมือนหัวหน้าห้องกับอิวามุโระคุงจะนั่งหน้า ส่วนมิฮารุจังกับมาโฮะจังจะนั่งข้างหลัง 
ถ้างั้นฉันไปนั่งข้างหลังมิฮารุจังดีไหมนะ
ในตอนนั้นเอง หัวหน้าห้องก็ชี้ไปยังที่นั่งข้างๆ ถามว่า "นั่งตรงนี้ไหม" 
 
"แต่ตรงนี้เป็นที่นั่งของอิวามุโระคุงไม่ใช่เหรอ"
"คิดว่าไม่เป็นไรหรอก อิวามุโระคุงไม่ใช่คนคิดเล็กคิดน้อยกับเรื่องแค่นี้ แล้วอิวามุโระคุงน่ะตัวใหญ่ก็เลยมักจะเกรงใจชอบนั่งหลังค่อมๆ ตอนเรียนเสมอ ให้ไปนั่งหลังคุณฮอนดะไม่ก็คุณโนโนเสะอาจจะสบายใจกว่าก็ได้นะ"
"งั้นขอนั่งตามคำชวนได้ไหมคะ ถ้าอิวามุโระคุงมาแล้วบอกอยากนั่งตรงนี้ค่อยเปลี่ยนกันแล้วกันเนอะ"
"อื้อ"  
 
ฉันเอาปากกาหมึกซึมติดชื่อตัวเองวางไว้บนโต๊ะข้างหลังมิฮารุจังก่อนเป็นการจองที่เผื่อไว้ เท่านี้ก็เรียบร้อย
ฉันนั่งลงบนเก้าอี้ข้างหัวหน้าห้อง แล้วเอาอุปกรณ์เครื่องเขียนและหนังสือเรียนออกมาวางบนโต๊ะ 
 
"จริงด้วย นี่เป็นชีทที่แจกในชั่วโมงเรียนเสริมอื่น ยังไงจะลองอ่านไหม"
"จะดีเหรอ"
"อื้อ เหมือนตรงนี้จะเป็นจุดสำคัญนะ" 
 
มีตรงที่ใช้ดินสอเขียนกำกับว่า "ออกสอบ" ไว้ด้วย ตรงนี้ปล่อยไปไม่ได้ 
 
"หัวหน้าห้อง ขอลอกโน้ตตรงนี้ไปหน่อยได้ไหมคะ"
"ได้สิ จะเอาไปถ่ายซีร็อกก็ได้นะ"
"เอ๋แต่ฉันไม่ได้ลงเรียนเสริมในชั่วโมงนั้นนะคะ จะมักง่ายเอาสิทธิพิเศษเฉพาะของคนที่ลงเรียนไปถ่ายซีร็อกเนี่ยจะขี้โกงเกินไปไหมนะ..."
"คิดมากไปน่ะ" 
 
จริงเหรอ มองจากคนที่อุตส่าห์ตั้งอกตั้งใจมาเรียนเสริมท่ามกลางความร้อนระอุจะไม่สบอารมณ์หรือเปล่านะ แต่ข้อเสนอของหัวหน้าห้องก็น่าซาบซึ้งใจมากค่ะ
 
"งั้นไว้เดี๋ยวขอยืมไปซีร็อกนะคะ ต้องขอโทษอย่างมากเลยค่ะ"
"อื้อ ไม่เป็นไรหรอก" 
 
หัวหน้าห้องเป็นคนดีจริงๆ
บนโต๊ะหัวหน้าห้องมีปากกาสีชมพูน่ารักวางอยู่ 
 
"ปากกาน่ารักจังเลยนะคะ"
"อ้อ นี่ปากกาของคุณฮอนดะน่ะ รู้สึกว่าเมื่อวานผมจะเผลอหยิบผิดเอากลับบ้านไป วันนี้ต้องคืนให้ได้ กลัวจะลืมก็เลยเอาออกมาวางไว้แบบนี้แหละ"
"งี้นี่เอง ดูท่าทางหัวหน้าห้องจะสนิทสนมกับคุณมิฮารุขึ้นเรื่อยๆ อย่างราบรื่นเลยนะคะ"
"เอ๋" 

หัวหน้าห้องหน้าแดงระเรื่อ ก็แอบหลงรักเขาข้างเดียวมาตั้งหลายปีแล้วนี่นะ 

"เป็นเพราะคำแนะนำที่ได้รับจากคุณคิโชวอินน่ะแหละ ขอบคุณนะ"
"ไม่ถึงขนาดนั้นหรอกค่ะ"
"ถึงขนาดนั้นแหละ สำหรับผมแล้ว คุณคิโชวอินเป็นอาจารย์ด้านความรัก เป็นเทพเกศาบันดาลรักเชียวนะ" 

อ๊ะ เรื่องนั้นมันเดือดร้อนฉันนะ เพราะพวกหัวหน้าห้องไปบอกคาบุรากิว่าฉันเป็นเทพเกศาบันดาลรักอะไรนั่น ฉันเลยพลอยซวยโดนลากมาเป็นที่ปรึกษาด้านความรักของคาบุรากิจนได้ 

"งั้นขอปรึกษาด้วยเลย ท่านเกศา ได้สนิทกันก็ดีอยู่หรอกนะครับ แต่ไม่มีอะไรคืบหน้าไปจากความเป็นเพื่อนเลยนี่สิ"
"ปัญหานี้ยากนะคะ..."
"ใช่เลยครับ" 

จากที่เห็นได้จากกรณีที่นั่งและเรื่องชีทเมื่อกี้ หัวหน้าห้องเป็นคนดีไม่มีหน้าหลัง แต่ฉันก็ได้ยินอยู่บ่อยๆ นะว่าคนแบบนั้นจะหยุดอยู่ที่ความเป็นคนดีไม่ได้คืบหน้าไปต่อ หนำซ้ำมิฮารุจังยังเป็นแฟนตาเอ็นโจจอมเจ้าเล่ห์ บางทีเสป็คที่ชอบอาจจะตรงข้ามกับหัวหน้าห้องผู้มีคุณธรรมก็เป็นได้!? 
แต่ฉันก็เป็นที่พึ่งพาในฐานะเทพเกศาบันดาลรักอยู่นะ ต้องหาทางบันดาลอิทธิฤทธิ์อะไรซักอย่างล่ะ อืม~อืม~... จริงด้วย!

"ลองเรียกเขาด้วยชื่อจริงเป็นไงคะ"
"เอ๋!?" 

ฉันสำทับไปว่า "ที่ผ่านมาเรียกด้วยนามสกุลนี่คะ ฉันว่าถ้าลองเรียกด้วยชื่อจริง เขาต้องใจเต้นแน่ๆ เลยค่ะ!" 
 
"ถ้าเรียกด้วยชื่อจริง เขาจะหาว่าตีสนิทหรือเปล่านะ..."
"ถ้าไม่ใช่คนที่ไม่ชอบขี้หน้าแล้ว ถึงจะเรียกชื่อจริงก็ไม่น่าจะรู้สึกรังเกียจอะไรนะคะฉันว่า แล้วถึงจะเป็นเพื่อนกัน แต่ถ้าได้เรียกกันและกันด้วยชื่อตัว ก็น่าจะรู้สึกสนิทสนมกันมากขึ้นเยอะเลยนะ"
"ก็มีส่วนจริงอยู่หรอก..." 

หัวหน้าห้องแสดงท่าทีเห็นด้วยกับฉัน แต่ก็ยังลังเลว่า "แต่จุดหักเหล่ะ..."

"ปรกติเรียกด้วยนามสกุลมาตลอด จู่ๆ จะให้เรียกด้วยชื่อตัวมันก็ยากเนอะ"
"ตรงนั้นแหละค่ะ" 

พูดถึงเรียกชื่อแล้ว ฉันก็คิดมาตลอดเลยว่าอยากให้วาคาบะจังเรียกฉันว่า "เรย์กะจัง" ไม่ใช่ "คุณคิโชวอิน" บ้าง แต่จนบัดนี้ความปรารถนาก็ยังไม่สมหวังเลย 
จุดหักเหที่ทำให้ฉันเรียกวาคาบะจังด้วยชื่อตัวได้ ก็เป็นเพราะทางฉันถามไปว่า "ขอเรียกว่าวาคาบะจังได้ไหม" แต่น่าเสียดายที่วาคาบะจังไม่ได้ปฎิกริยาตอบรับตามที่คาดหวัง ไม่ถามกลับมาว่า "งั้นฉันก็ขอเรียกว่าเรย์กะจังบ้างได้ไหม" เป็นเพื่อนกันแต่เรียกกันว่าคุณคิโชวอินเนี่ยมันดูเหินห่างยังไงชอบกลนะ แต่จะให้ตัวเองเป็นฝ่ายบอกว่าอยากให้เรียกว่าเรย์กะจังมันก็น่าอายพูดไม่ออกหรอก 

"ยิ่งปล่อยให้เวลาผ่านไป ก็ยิ่งหาโอกาสเรียกชื่อเขายาก ให้เขาเรียกตัวเองด้วยชื่อบ้างยากขึ้นทุกทีนะคะ" 
"นั่นสิเนอะ แต่ลองคิดดูแล้ว อย่างผมน่ะอย่าว่าแต่ชื่อจริง แม้แต่นามสกุลก็ยังไม่มีใครเรียกเลยนะ..." 

จากตรงนั้นเลยเรอะ!
แต่หัวหน้าห้องก็คือหัวหน้าห้องนี่นา... เรียกว่าหัวหน้าห้องน่ะมันชัดเจนแจ่มแจ้งยิ่งกว่าชื่อจริงอีกนะ 
"อรุณสวัสดิ์ หัวหน้าห้อง ...โอ๊ะ อาจารย์?"
"เอ๋ ท่านเรย์กะ!?"

อิวามุโระคุงที่มาถึงห้องพร้อมกับมิฮารุจังและมาโฮะที่เดินตามหลังเข้ามาร้องอุทานด้วยความตกใจเมื่อเห็นหน้าฉัน 

"สวัสดีค่ะ"
"สวัสดีค่ะ ท่านเรย์กะ ท่านเรย์กะก็เข้าเรียนเสริมด้วยหรือคะ"
"ใช่จ้ะ ขอเข้ากลุ่มด้วยได้ไหมเอ่ย"
"แน่นอนอยู่แล้วค่ะ!"

มิฮารุจังและมาโฮะจังต้อนรับด้วยใบหน้ายิ้มแย้ม ดีใจจัง หัวหน้าห้องรีบส่งปากกาคืนให้มิฮารุจังพลางว่า "ปากกานี่ ขอโทษด้วยนะ" 

"ตรงนี้เป็นที่นั่งอิวามุโระคุงใช่ไหมนะ ขอโทษนะคะ จะเปลี่ยนที่กันไหมคะ"
"ผมไปนั่งที่อื่นก็ได้ครับ ไม่ต้องห่วง"
"จริงเหรอ ขอบคุณนะ ความจริงฉันจองที่นั่งด้านหลังคุณมิฮารุไว้ให้แล้วล่ะ"
"ทราบแล้วครับ" 

อิวามุโระคุงพยักหน้ารับอย่างง่ายดาย 
ปัญหาเรื่องที่นั่งคลี่คลายแล้ว ฉันเลยลองถามเรื่องที่คาใจกับอิวามุโระคุง

"ว่าแต่ อิวามุโระคุงดูเกรียมแดดขึ้นเยอะเลยนะ ไปเที่ยวทะเลมาเหรอ"
"เปล่าครับ แค่คล้ำจากเดินทางไปกลับโรงเรียนเอง"
"ไปกลับโรงเรียน!?" 
 
แค่ไปกลับโรงเรียนทุกวันจะคล้ำขึ้นขนาดนั้นเชียวเหรอ!?
แล้วอิวามุโระคุงก็ม้วนแขนเสื้อขึ้นราวกับจะท้าพิสูจน์ ที่นั่นปรากกฎรอยเกรียมแดดตัดกับผิวตรงแขนเสื้ออย่างชัดเจน!
 
"นี่ก็ทากันแดดแล้วนะครับ..."
"เป็นเพราะมีสารเมลานินเยอะหรือเปล่านะ" 
 
ขนาดทากันแดดแล้วยังเกรียมได้ขนาดนั้นเลยเหรอ
 
"ลองใช้กันแดดแบบกันน้ำ SPF สูงๆ ดูสิคะ"
"แต่ถ้าแรงเกินไปอาจเป็นผลเสียกับผิวได้ไม่ใช่หรือครับ ก่อนหน้านี้ตอนใช้กันแดดแรงๆ สำหรับทำกิจกรรมเอาท์ดอร์ก็ผิวแห้งแตกหมดเลย"
"ตอนล้างออกได้ใช้เคลนซิ่งเฉพาะสำหรับชำระล้างอย่างอ่อนโยนหรือเปล่า ถึงจะอยู่ในหน้าร้อนแต่ก็หลังขึ้นจากอ่างอาบน้ำก็ควรจะใช้โลชั่นรักษาความชุ่มชื้นบำรุงผิวทั้งเรือนร่างด้วยนะคะ"
"อาจารย์ผิวขาวผ่องอยู่เสมอเลยนะครับ ไม่ทราบว่ามีวิธีดูแลผิวอย่างไรบ้าง"
"ฉันเหรอ ฉันก็กางร่มกันแดดอยู่นะคะ แต่โดยพื้นฐานก็คือทากันแดดน่ะแหละ ฉันเปลี่ยนครีมกันแดดที่ใช้ไปตามฤดูกาลนะคะ อย่างที่อิวามุโระคุงว่า ครีมกันแดดที่แรงเกินไปอาจส่งผลเสียต่อผิวได้ ในฤดูหนาวที่มี UV ต่ำ ฉันก็จะเลือกครีมกันแดดออร์แกนิคส์ที่ไม่เป็นภาระกับผิว..."
"ออร์แกนิคส์หรือครับ ได้เรียนรู้อีกแล้ว"  

อิวามุโระคุงยังคงมีความใส่ใจต่อความงามสูงอยู่เสมอเลย 
พอดีกับที่อาจารย์มาถึง อิวามุโระคุงเลยว่า "ไว้เดี๋ยวบอกหน่อยนะครับว่าใช้ครีมกันแดดอะไร" แล้วกลับไปที่นั่งของตัวเอง 
ไว้ครั้งหน้าเอาครีมกันแดดตัวโปรดของฉันมาให้อิวามุโระคุงเป็นของขวัญตอบแทนที่อุตส่าห์ยกที่นั่งให้โดยไม่อิดเอื้อนดีกว่า  
 


เมื่อบทเรียนสิ้นสุดลง ฉันก็เอาชีทที่ขอยืมจากหัวหน้าห้องไปซีร็อก
 
"ท่านเรย์กะ ให้พวกเราไปด้วยไหมคะ"
"ไม่เป็นไรหรอกจ้ะ ซีร็อกเสร็จก็กลับมาแล้วล่ะ ขอบคุณนะ" 
 
ฉันเอาชีทเก็บใส่แฟ้มใส แล้วเร่งฝีเท้าไปยังจุดที่เครื่องซีร็อกตั้งอยู่ โชคดีที่ไม่มีใครใช้เครื่องอยู่ก่อน จึงเสร็จธุระอย่างรวดเร็ว
รหว่างทางกลับมายังห้องเรียน ฉันก็เจอตาไก่โง่คาซึรางิเข้า
 
"อ๊ะ..."
 
พอสังเกตเห็นฉัน อีกฝ่ายก็ทำสีหน้ารังเกียจอย่างโจ่งแจ้ง
 
"นี่นายน่ะ เมื่อก่อนฉันก็เตือนไปแล้วนะ แต่ท่าทางที่แสดงออกต่อรุ่นพี่แบบนั้นมันเสียมารยาทไม่ใช่หรือคะ" 
 
เมื่อฉันตักเตือน หนุ่มน้อยคาซึรางิก็สะบัดหน้าเมินไปอีกทาง ไม่น่ารักเลย ในฐานะรุ่นพี่ คงต้องอบรมสั่งสอนเจ้ารุ่นน้องที่ไม่รู้จักมารยาทเสียบ้างแล้ว 
 
ว่าแต่ ทำไมตาไก่โง่มาอยู่ตรงนี้ได้เล่า ฉันนึกหงุดหงิดพลางเหลือบมองหนุ่มน้อยคาซึรางิ แล้วก็เห็นชีทกับตำราเรียนอยู่ในมือ
เกินคาดแฮะ ไม่นึกว่าหนุ่มน้อยคาซึรางิจะตั้งใจเรียนขนาดมาลงเรียนเสริมในคอร์สที่โรงเรียนเปิดนะนี่ ตามข่าวลือที่ได้ยินมา หนุ่มน้อยคาซึรางิเป็นนักเรียนกลุ่มในงี่เง่าที่ได้คะแนนสอบตัวแดงคาบเส้นมาตั้งแต่สมัยม.ต้นแล้วนี่นา
อ้าว? หรือว่า... 
 
"อ้าว คาซึรางิคุง หรือว่าสอบตกเลยต้องมาลงเรียนเสริมเหรอคะ"
"ว่า...!" 
 
หนุ่มน้อยคาซึรางิหวั่นไหวไปต่อหน้าต่อตาเห็นๆ เลย เดาถูกเผง!
ฉันรู้สึกได้ว่ามุมปากตัวเองกำลังยิ้มเยื้อน
 
"แหม งั้นเหรอ! สอบตก! ลำบากแย่เลยนะคะ คาซึรางิคุง รู้หรือเปล่าคะว่าม.ปลายไม่ได้เป็นหลักสูตรภาคบังคับ นักเรียนคนไหนที่คะแนนแย่มากๆ เขาก็ไม่ให้เลื่อนชั้นนะคะ ง้านเหรอ คาซึรางิคุงสอบตกเหรอค้า แล้วไงคะ ผลการสอบซ่อมเป็นไงบ้างเอ่ย"
 
หนุ่มน้อยคาซึรางิเบือนสายตาหนี
 
"เอ๋ หรือว่าสอบซ่อมก็ยังจะตกอีก!? งั้นก็เป็นปัญหาใหญ่เลยสิคะ! คาซึรางิคุง ทราบหรือเปล่าคะ ถ้าสอบตกแล้วยังได้คะแนนไม่ผ่านเกณฑ์ในการสอบซ่อม จะอนุญาตให้เลื่อนชั้นชั่วคราวเท่านั้นนะคะ ดีไม่ดีอาจต้องซ้ำชั้นก็ได้"

ความจริงทางโรงเรียนให้นักเรียนที่สอบตกเข้ารับการเรียนเสริมที่เนื้อหาอยู่ในขอบเขตของการสอบ พยายามช่วยให้ผ่านในการสอบซ่อม แต่ถ้าหากมีพฤติกรรมไม่เหมาะสมหรือก่อปัญหา ทางโรงเรียนก็อาจแนะนำให้ย้ายโรงเรียนหรือซ้ำชั้นได้ 
 
"หนวกหูน่า...!" 
"อ้าว นี่เป็นห่วงในฐานะรุ่นพี่หรอกนะคะ"  
 
หนุ่มน้อยคาซึรางิที่ทำหน้าเคียดแค้นกัดฟันกรอดๆ พอมองเห็นแฟ้มใสในมือฉันก็โวยขึ้นทันที 
 
"หล่อนเองก็มาเรียนเสริมเหมือนกันไม่ใช่เรอะ!" 
 
พอได้ยินดังนั้น ฉันก็ยกหลังมือขึ้นป้องปากพลางหัวเราะโฮะโฮะโฮะโฮะโฮะโฮะเสียงแหลมสูงดังก้อง
 
"ตายแล้ว คาซึรางิคุงเนี่ย ล้อเล่นอะไรน่าขำจังเลยนะคะ ฉันน่ะหรือคะสอบตก โฮะโฮะโฮะโฮะโฮะ เป็นไปไม่ได้ เป็นไปไม่ได้ ฉันเข้ารับการเรียนคอร์สเสริมพิเศษด้วยความตั้งใจของตัวเองนะคะ คนที่ไม่ได้สอบตกอย่างฉันมีสิทธิเลือกจ้ะ ส่วนนายมันคอร์สบังคับ" 
"...ปิดเทอมหน้าร้อนยังต้องมาอ่านหนังสือที่โรงเรียนอีก เธอนี่มันเหงาน่าดูเลยนะ"
"ขอให้ประโยคเมื่อกี้ย้อนเข้าตัวนะจ้ะ"  
 
หน้าตาไก่โง่แดงก่ำด้วยความเจ็บใจ ตรงนี้ฉันเลยซ้ำเติมว่า "ตายจริง หน้าก็แดงฉานเป็นตัวแดงเลยนะคะ" สบายใจเอ๋ย สบายใจจัง 
หนุ่มน้อยคาซึรางิถลึงตาจ้องฉันแล้วประกาศกร้าวราวจะท้าทาย 
 
"วันนี้คุณยุยโกะกับคุณเอ็นโจก็ออกไปเที่ยวกันสองต่อสองอีกแล้วนะ"
"อ้าว งั้นเหรอคะ" 
 
พอเข้าปิดเทอมก็ลอยหน้าลอยตาออกไปเดททั้งที่เป็นนักเรียนเตรียมสอบ เจ้าตั๊กแตนจอมเกียจคร้านน่ะขอให้ติดไข้หวัดใหญ่หลงฤดูไปเลยไป๊ 
 
"ว่าแต่คาซึรางิคุงสอบตกวิชาอะไรเหรอคะ รุ่นพี่ผู้แสนอารีอย่างฉันช่วยติวให้เอาไหมคะ"
 
สอนแบบโหดๆ สไตล์สปาร์ตันอย่างคาบุรากิ เอาให้นอนละเมอฝันร้ายทุกคืนเลยเอามะ 
 
"ยุ่งไม่เข้าเรื่องน่า!" 
 
ตะคอกแล้วก็วิ่งจากไป ฉันร้องถามตามหลัง 
 
"ได้เล่าให้คุณยุยโกะฟังหรือยังคะว่าสอบตกน่ะ"
 
อ๊ะ สะดุดแล้ว เล่นแรงไปหรือเปล่าน้า 

 

---------------------------------------
 
หมายเหตุ : สำหรับท่านที่จะคอมเมนต์ด้านล่าง ขอความกรุณาให้อยู่ในขอบเขตของการแปลไทยตอนล่าสุด หรือหากต้องการพูดถึงเนื้อหาที่เกินเลยจากนั้น ขอให้ท่านเตือนให้ผู้อื่นรู้ว่าตัวเองกำลังจะทำการสปอยล์ ด้วยวิธีต่างๆ เช่น  
จากนี้ไปเป็นสปอยล์
.
.
.

ใครเอ่ยไม่มีบท แต่ยังได้รุ่นน้องที่ไม่น่ารักเอาหินมาถ่วงช่วยจมเรือให้อีกแรง...




NEKOPOST.NET