[นิยายแปล] นอบน้อมและหนักแน่น คือคติประจำใจในการใช้ชีวิตของฉันค่ะ! ตอนที่ 280 | Nekopost.net 
NEKOPOST
การแสดงผล

[นิยายแปล] นอบน้อมและหนักแน่น คือคติประจำใจในการใช้ชีวิตของฉันค่ะ!

Ch.280 - ตอนที่ 280


280.


ลางสังหรณ์เลวร้ายมักแม่นยำ ฉันโดนคาบุรากิบังคับขู่เข็ญเรียกตัวไปยังคาเฟ่ในที่สุด
หากร้านที่คาบุรากิกำหนดมาเรียกว่าร้านกาแฟน่าจะถูกกว่าคาเฟ่ ภายในตกแต่งแบบแอนธีค เป็นร้านที่เงียบสงบผ่อนคลาย มีเพียงเสียงน้ำเดือดปุดๆ ในไซฟ่อนที่ก้องกังวาน
 
"ร้านนี้ดีนะคะ"
"ใช่ไหมล่ะ เป็นร้านโปรดของฉันเลยนะ"
 
คาเฟ่เก๋ๆ ก็ดีอยู่หรอก แต่ร้านที่ให้ความรู้สึกผ่อนคลายเหมือนเป็นรังลับแบบนี้ก็ดีเหมือนกันนะ
ฉันสั่งกาแฟที่แนะนำประจำวันตามคาบุรากิ ความจริงแล้วอยากสั่งกาแฟเย็นมากกว่า แต่เกรงว่าถ้าสั่งอะไรแบบนั้นในร้านกาแฟเฉพาะทางแบบนี้มีหวังโดนดุว่าไม่ได้เรื่อง ตรงนี้เลยหลีกเลี่ยงดีกว่า  
 
"แค่กาแฟอย่างเดียวจะดีเรอะ ชีสเค้กที่นี่ก็อร่อยนะ"
"งั้นหรือคะ แต่เดี๋ยวกลับบ้านไปก็ถึงเวลาอาหารเย็นพอดี..."
"ให้เขาตัดชิ้นเล็กๆ ให้ก็ได้นี่ ชีสเค้กที่นี่นุ่มละมุนลิ้นแต่ก็เข้มข้นสุดยอดไปเลยนะ"
"...ถ้าเป็นชีสเค้กที่ท่านคาบุรากิให้คำชมเชยขนาดนั้น ฉันก็อยากขอลองชิมซักคำเหมือนกันนะคะ"
 
นักกรูเม่ต์อย่างคาบุรากิออกปากถึงขนาดนั้นเชียวนะ ถ้าไม่กินมีหวังขาดทุนกันพอดี ฉันเลยสั่งชีสเค้กมาด้วย
แล้วก็เข้าประเด็น
ฉันอยากให้คาบุรากิเล่าเรื่องที่เล่าทางโทรศัพท์ไม่หมดออกมาไวๆ เลยชิงถามนำไปว่า "เรื่องที่ว่าคุกกี้ของคุณทาคามิจิอร่อยใช่ไหมคะ"  แล้วคาบุราก็ก็พยักหน้ารับ
 
"ใช่แล้ว ไม่เพียงแต่ขนมเท่านั้น แม้แต่อาหารทาคามิจิก็ยังทำได้อร่อย หนำซ้ำพอฉันชมเชยไข่ม้วนของทาคามิจิ บอกว่ากับข้าวอื่นๆ ก็ดูน่าอร่อย เขาก็บอกว่าถ้าไม่รังเกียจ ตั้งแต่พรุ่งนี้ไปจะทำข้าวกล่องมาเผื่อด้วยนะ"
"เอ๋!?"
 
ถึงขั้นสัญญิงสัญญาให้วาคาบะจังทำข้าวกล่องมาให้แล้วเรอะ!? นี่ก้าวกระโดดไปซักสามขั้นเลยได้ป่ะเนี่ย!?
ท่ามกลางความตกใจของฉัน คาบุรากิก็ว่า "คิดถูกจริงๆ ที่ไปเรียนพิเศษปิดเทอมที่เดียวกัน" พลางทำหน้าอิ่มอกอิ่มใจ

"อยากให้ถึงวันพรุ่งนี้เร็วๆ"
"เห~ งั้นหรือคะ..."

อ้าว?  แต่ว่า...
 
"ไม่ใช่ว่าท่านคาบุรากิเกลียดของทำเองหรอกหรือคะ"
 
ที่ซุยรัน ช็อกโกแลตทำเองก็ดูเหมือนจะไม่เป็นที่ชื่นชอบเท่าใดนัก ช็อกโกแลตราคาแพงที่ขายตามท้องตลาดดูจะเป็นที่นิยมกันมากกว่า โดยเฉพาะคาบุรากินี่ยิ่งมีชื่อเสียงเป็นที่เลื่องลือว่าจะไม่ยอมรับของทำเองเป็นอันขาด

"นั่นสินะ ก็ไม่ชอบหรอก"
"แล้วจะทานข้าวกล่องทำเองในครัวเรือนได้หรือคะ"
"ไม่เป็นไร เหตุผลหลักที่ฉันเกลียดของทำมือเป็นเพราะกังวลเรื่องอนามัยและรสชาติน่ะ ทาคามิจิถือว่าผ่าน"
"หืม"
 
รสชาติเหรอ คาบุรากินี่ดูท่าจะเรื่องมากน่าดูเลยนะ

"แล้วของทำเองก็ยังมีความยัดเยียดอีกด้วย"
"ความยัดเยียดหรือคะ"
"ถูกต้อง อย่างทำเป็นพูดว่าไปเข้าเรียนโรงเรียนทำอาหารเพื่อฉัน ทุ่มเทเวลาเป็นชั่วโมงๆ ทำอาหารมาให้ บอกว่ากรุณาทานด้วยนะคะ เอาบุญเอาคุณกันชัดๆ"
 
ก็ยัดเยียดจริงน่ะแหละ...
 
"แล้วพอปฏิเสธก็ร้องห่มร้องไห้หาว่าฉันใจร้าย"
"อ๋า~... ลำบากน่าดูเลยนะคะ"
"ใช่ไหมล่ะ หนำซ้ำยังมองเห็นแผนตื้นๆ ชัดเจนเลยล่ะว่าทำเป็นร้องไห้สะอึกสะอื้นสร้างภาพตรงหน้า ฉวยโอกาสจากความรู้สึกผิดของทางนี้กดดันให้ยอมรับไปให้ได้ น่ารำคาญจริงๆ"
"เช่นนี้นี่เอง... แต่ก็อาจมีผู้หญิงที่รู้สึกเจ็บปวดกับการที่ของที่ตัวเองทำถูกปฏิเสธอยู่จริงๆ ก็ได้นี่คะ"
"ไม่สน คนที่ทำเองหอบหิ้วมาเอง เหมาเอาเองว่าทางนี้จะต้องรับไปกินแน่ๆ ต่างหากที่ผิด"

แหม จะว่าไปก็ใช่น่ะนะ... ถึงจะโคตรขวานผ่าซากเลยก็เหอะ

"หมายความว่าความรู้สึกที่แฝงไว้ในของทำมือมันหนักอึ้งงั้นหรือคะ"
"ถูกต้อง"
 
อื๋อ? แต่คาบุรากิที่พูดแบบนั้นก็เคยเล่าให้ฟังว่าตัวเองให้ของขวัญท่านยูริเอะเป็นเครื่องประดับทำเองไม่ใช่เรอะ  เครื่องประดับทำเองนี่ยิ่งหนักอึ้งกว่าอาหารทำเองที่กินแล้วหมดไปอีกนะ...
ทว่าคาบุรากิผู้ยกเรื่องของตัวเองขึ้นชั้นบนสุดของหิ้งทิ้งไว้ไม่แตะต้องยังคงวิจารณ์อาหารทำเองต่อไปยาวเหยียด
 
"ที่สำคัญคือฉันไม่ได้เป็นฝ่ายขอซักหน่อย ทำมาเองแล้วมาร้องไห้โวยวายบังคับคนอื่นเขากิน พอไม่กินก็วิจารณ์เสียๆ หายๆ นี่มันอะไรกัน อย่างที่บอกไปเมื่อกี้ ถ้าเป็นเรื่องอาหารทำเองน่ะฉันเป็นห่วงเรื่องอนามัย ฉันตัดสินใจแล้วว่าจะไม่ทานอาหารของคนที่ไม่ตัดเล็บให้สั้นทุกเล็บ ไม่ว่าจะเป็นใครก็ตาม ยัยพวกนั้นรู้บ้างหรือเปล่าว่าในเล็บมีเชื้อโรคสะสมอยู่ขนาดไหน ถ้าทานอาหารที่ถูกย่ำยีด้วยเล็บยาวๆ ที่ประดับประดาอะไรเยอะแยะนั่นเข้าไปรับรองมีหวังท้องไส้ปั่นป่วนแน่! หินวาวๆ ประดับเล็บนั่นได้หลุดร่วงใส่อาหารแน่!"
"อ้อ งั้นหรือคะ..."

ดูเหมือนคาบุรากิจะต้องทุกข์ทนด้วยเหตุจากอาหารทำเองมาไม่น้อยเลยทีเดียว ดูมีประสบการณ์จริงยังไงชอบกล เคยมีผู้หญิงที่ไว้เล็บยาวประดับประดายื่นอาหารทำเองมาให้กินหรือเปล่าน้า เอาเถอะ ฉันเองก็ไม่ชอบอาหารที่คนไว้เล็บยาวๆ ทำมาเหมือนกัน ส่วนฉันเองเนื่องจากต้องเข้าร่วมพิธีชงชาก็เลยตัดเล็บสั้นและไม่ได้ตกแต่งใดๆ แต่ไปเข้าเนลล์ซาลอนให้เขาบำรุงเล็บให้อยู่นะ

"พอเข้าใจความรู้สึกนะคะ แต่ตรงนั้นเอาเป็นว่าขอบคุณแล้วรับมาก่อน แล้วค่อยเอาไปทิ้งทีหลังก็ได้ไม่ใช่หรือคะ"
"ฉันไม่อยากทำอะไรไม่ซื่อสัตย์หน้าไหว้หลังหลอกแบบนั้นหรอก ตัวผู้หญิงที่ทำมาน่ะช่างเถอะ แต่วัตถุดิบที่ถูกทิ้งไปโดยไม่มีใครกินน่ะน่าสงสารออก เป็นการเสียมารยาทต่อผู้ผลิตด้วย ฉันเกลียดการทิ้งของกินให้เสียเปล่า"
"เช่นนี้นี่เอง..."
 
เอาจริงเอาจังชะมัด
อืม เอาเถอะ ความคิดที่ให้ความสำคัญกับอาหารแบบนั้นฉันก็ไม่ได้เกลียดหรอก แต่ตรงทื่อซะขนาดนั้นจะใช้ชีวิตลำบากนะ
 
"โรงเรียนอนุบาลที่ฉันเคยเรียนอยู่น่ะ"
"คะ?"
 
อยู่ดีๆ ไหงโดดไปเรื่องโรงเรียนอนุบาลได้ล่ะเฮ้ย!?

"มีแปลงผักอยู่ในพื้นที่ของโรงเรียนด้วยนะ เป็นหนึ่งในการปลูกฝังการเรียนรู้ให้พวกนักเรียนอนุบาล แล้วฉันก็ปลูกผักในแปลงนั่นด้วยเหมือนกัน แหม ถึงจะว่าปลูก แต่ก็แค่เอาต้นอ่อนลงแปลงที่พวกผู้ใหญ่ดูแลอยู่แล้วก็ไปรดน้ำบ้างเท่านั้นเอง แต่พอผักที่ปลูกออกผลก็ดีใจนะ เวลามีไต้ฝุ่นมาแล้วพืชผลเสียหายก็เศร้าใจมาก"
"ค่ะ"
"เพราะงั้น ฉันรับไม่ได้หรอกที่วัตถุดิบที่ได้รับการเลี้ยงดูมาอย่างยากลำบากจะถูกเอาไปทิ้งขว้างให้เสียเปล่า แต่จะให้กินอาหารที่เชื่อถือไม่ได้มันก็น่าคลื่นไส้ไม่ไหวอีกเหมือนกัน เข้าใจหรือเปล่า ปมหนักอึ้งในใจนี่น่ะ ฉันลำบากใจจริงๆ นะ กับการยัดเยียดเอาของทำเองมาให้กิน คนที่เอาอาหารที่ตัวเองทำมาให้คนที่ป่าวประกาศว่าจะไม่กินของทำเองเด็ดขาดแล้วบอกว่ากรุณาทานด้วยนะคะนี่จิตใจเขาทำด้วยอะไรกันนะ"
"อื~ม...."  
 
คงอยากโชว์ว่าตัวเองทำอาหารได้ละมั้ง

"แต่ทั้งที่เคร่งอนามัยซีเรียสเรื่องรสชาติขนาดนั้น แต่ก็กินขนมที่คุณทาคามิจิทำได้นี่คะ"
"สมเป็นลูกสาวร้านของกิน ทาคามิจิไม่ไว้เล็บ  เค้กของร้านนั้นก็อร่อยด้วย แล้วก็น่ามหัศจรรย์จริงๆ ที่พอเป็นของที่ทาคามิจิทำแล้วฉันก็ไม่รู้สึกต่อต้านอะไรเลย  ทำไมกันนะ อีกคนก็ยูริเอะ ถ้าเป็นของที่ยูริเอะทำน่ะฉันกินได้มาแต่ไหนแต่ไรแล้ว"
 
ก็แค่แปลว่ากินอาหารฝีมือสาวที่ชอบได้แค่นั้นป่ะ คาบุรากิก็ใจง่ายน่าดูเหมือนกันนะนี่

"สมมุตินะคะ ถ้าฉันเอาขนมที่ทำเองมาให้ท่านคาบุรากิบ้างจะเป็นอย่างไรคะ"
 
ฉันยื่นมือทั้งสองออกมาข้างหน้า เผยให้เห็นเล็บที่ตัดสั้น
 
"อ้อ โทษที ฉันเป็นวีแกนน่ะ รับได้แต่อาหารพิเศษเท่านั้น"
 
...เพิ่งรู้เป็นครั้งแรกนี่แหละว่านายเป็นมังสวิรัติสายเคร่งครัดกับเขาด้วย วันนี้เพิ่งกินไข่ม้วนที่วาคาบะจังทำมาเมื่อตอนกลางวันไม่ใช่เรอะ วีแกนอะไรของนายยะ

"แหม เพิ่งทราบนะคะนี่ ทั้งที่ฉันเห็นมาด้วยตาตนเองว่าท่านคาบุรากิกินจังค์ฟู้ดที่มีเนื้อเป็นส่วนประกอบเข้าไปตั้งมากมายแท้ๆ อ้อ กินยากิโทริด้วยนี่นะคะ"
"....สัญชาตญาณเอาชีวิตรอดของฉันมันร้องเตือนอย่างรุนแรงว่าห้ามเด็ดขาด"
 
หมายความว่าไงกันยะ เสียมารยาทไม่ใช่เรอะ เล็บก็ตัดสั้นแล้วนะ แปลว่าท้องไส้จะปั่นป่วนด้วยสาเหตุคนละอย่างกับเหตุผลทางอนามัยเรอะ จะบอกว่าอาหารฝีมือฉันมันท่าทางจะรสชาติห่วยแตกเรอะ นี่ฉันไปเรียนทำอาหารกับคุณอาเคมิอยู่นะ แล้วก็ได้รับคำชมเชยจากคุณอาเคมิด้วยนะว่าฝีมือเริ่มดีขึ้นเรื่อยๆ แล้ว ดูถูกอะไรกันแบบนี้
แต่ยังไงฉันก็ไม่คิดจะลำบากลำบนทำอาหารเพื่อคาบุรากิอยู่แล้วละนะ จะยังไงก็ช่างมันเถอะ! ฝีมือทำอาหารของฉันมีไว้เพื่อแฟนไม่ก็คุณสามีในอนาคตเท่านั้นย่ะ!

ในอนาคตพอแต่งงานไป ฉันจะทำข้าวกล่องเปี่ยมรักให้คุณสามีผู้เป็นที่รักทุกวัน คุณสามีที่รับเอาข้าวกล่องไปตรงหน้าประตูต้องพูดแบบนี้แน่เลย "ขอบใจนะ พอกินข้าวกล่องที่เรย์กะทำให้แล้ว ตอนบ่ายก็มีแรงเพิ่มเป็นร้อยเท่าเลย"  ตายแล้ว~! ตั้งใจทำงานนะคะ คุณขา
ส่วนข้าวกล่องครบรอบวันแต่งงานมีจะซากุระเด็มบุสีชมพูโรยหน้าข้าวขาวเป็นรูปหัวใจดวงใหญ่ๆ เพื่อนร่วมงานที่บริษัทจะกระเซ้าเย้าแหย่คุณสามีของฉันไหมนะ อุฮุ
...ว่างเปล่าอะไรแบบนี้

แล้วกาแฟกับชีสเค้กก็ถูกยกมาเสิร์ฟ

"อ๊ะ ชีสเค้กที่นี่อร่อยจริงๆ ด้วย"
"ใช่ไหมล่ะ"

ปรกติฉันไม่ค่อยดื่มกาแฟเท่าไหร่ แต่พอดื่มคู่กับชีสเค้กหวานๆ แล้วก็เข้ากันดีนะ

"ฉันก็สั่งชีสเค้กด้วยดีไหมนะ"
"ชีสเค้กทำจากผลิตภัณฑ์นม ท่านคาบุรากิที่เป็นวีแกนคงรับประทานไม่ได้หรอกค่ะ"
"..........."

เป็นวีแกนก็ดื่มแต่กาแฟดำไม่ต้องใส่นมไป๊

"จะว่าไป ฉันเล่าเรื่องตลาดอาซากาโอะให้ทาคามิจิฟังด้วย"
 
ว่าไงนะ!?
ฉันเงยหน้าขึ้นจากชีสเค้ก
 
"แล้วทาคามิจิก็สนใจด้วยนะ บอกว่าตัวเองก็อยากลองไปดูเหมือนกัน"
"งั้นหรือคะ แล้วจะไปตลาดอาซากาโอะที่ไหนหรือคะ"
"ตั้งใจว่าจะไปตลาดที่ชูสุเกะบอกไว้ว่าจัดถึงตอนกลางคืน จะได้แวะไปหลังเลิกเรียนได้"

ดีล่ะ งั้นฉันจะได้ไม่ไปที่นั่น

"ดูท่าจะเป็นปิดเทอมฤดูร้อนที่ดีนะ"
"งั้นหรือค้า~"
 
ฉันเออออส่งๆ ไปกับคาบุรากิ แล้วถามพนักงานร้านว่าจะขอซื้อเมล็ดกาแฟกลับไปฝากท่านพี่ผู้เป็นคอกาแฟ แล้วก็ซื้อเผื่อท่านพ่อตัวแถมไปด้วยอีกคนได้ไหม
 
---------------------------------------
 
หมายเหตุ : สำหรับท่านที่จะคอมเมนต์ด้านล่าง ขอความกรุณาให้อยู่ในขอบเขตของการแปลไทยตอนล่าสุด หรือหากต้องการพูดถึงเนื้อหาที่เกินเลยจากนั้น ขอให้ท่านเตือนให้ผู้อื่นรู้ว่าตัวเองกำลังจะทำการสปอยล์ ด้วยวิธีต่างๆ เช่น  
จากนี้ไปเป็นสปอยล์
.
.
.
กาแฟและชีสเค้ก

 

คาบุรากิผู้ตรงไปตรงมายอมแถออกนอกทางเพื่อหลีกเลี่ยงอาหารของท่านเรย์กะ.... เป็นอันแน่ชัดแล้วนะว่าใครเป็นคนยืนอยู่บนจุดสูงสุดของปีระมิดแห่งซุยรัน!

 




NEKOPOST.NET