[นิยายแปล] นอบน้อมและหนักแน่น คือคติประจำใจในการใช้ชีวิตของฉันค่ะ! ตอนที่ 279 | Nekopost.net 
NEKOPOST
การแสดงผล

[นิยายแปล] นอบน้อมและหนักแน่น คือคติประจำใจในการใช้ชีวิตของฉันค่ะ!

Ch.279 - ตอนที่ 279


279.


เฮ้อ~ เหนื่อยจัง แค่นั่งหันหน้าเข้าหาโต๊ะทั้งวันแต่ทั่วร่างนี่สัมผัสได้ถึงความเหนื่อยล้าสุดขีด ดูหนังสือใช้สมาธิเนี่ยก็เผาผลาญแรงกายเหมือนกันเนอะ 

ในบทเรียนที่โรงเรียนนี่ หนึ่งวันจะมีอย่างน้อยหนึ่งวิชาที่เป็นวิชาเบาๆ ไม่ต้องคิดมาก แต่พอมาถึงเรียนพิเศษภาคปิดเทอมฤดูร้อนแล้วก็ไม่มีวิชาแบบนั้นเลยนี่นะ มีแต่ช่วงพักกลางวันเท่านั้นที่จะได้ปล่อยจิตใจให้ล่องลอย หนำซ้ำบรรยากาศยังเต็มไปด้วยความเร่าร้อนที่แผ่ออกมาจากนักเรียนเตรียมสอบคนอื่นๆ อีกตะหาก 
 
ที่ผ่านมาฉันเข้าเรียนคอร์สฤดูร้อน ฤดูหนาว ฤดูใบไม้ผลิมาตลอด แต่ครั้งนี้เมื่อเหลืออีกไม่กี่เดือนก็จะถึงเวทีการสอบจริงแล้ว ก็สัมผัสได้ชัดเจนเลยละว่าเหล่านักเรียนเตรียมสอบกระเหี้ยนกระหือรือกันแค่ไหน ทุกคนนั่งโน้มตัวไปข้างหน้าราวกับจะไม่ยอมปล่อยให้คำพูดของอาจารย์หลุดรอดไปแม้แต่คำเดียว แน่นอนว่าไม่มีใครงีบหลับระหว่างเรียนหรือแอบคุยซุบซิบในห้องเรียนเลย 

ฉันก็โดนกดดันจากท่าทีเช่นนั้น พยายามเรียนอย่างตั้งอกตั้งใจทั้งวันเพื่อไม่ให้ตัวเองล้าหลังกว่าคนอื่นจนไหล่ตึงปวดร้าวไปหมด  ถ้าเป็นนักเรียนโรงเรียนเดียวกันก็พอจะรู้คะแนนของอีกฝ่ายคร่าวๆ จากลำดับที่แปะบอร์ดหรือข่าวลือของผู้คน แล้วก็รู้ลำดับของตัวเองอยู่แล้ว แต่เพราะไม่มีข้อมูลตรงนี้ของนักเรียนโรงเรียนอื่น ถึงได้ดูเหมือนคนอื่นหัวดีกว่าตัวเองหมด ยิ่งร้อนรนหนักเข้าไปใหญ่
 
ระหว่างที่ทุบไหล่ตัวเองตึกตักๆ พลางหมุนคอไปมา ฉันก็เห็นนักเรียนคนหนึ่งกำลังทายากอเอี๊ยะแก้ปวดไหล่ ไอ้นั่นท่าทางดีจังน้า ฉันก็แวะซื้อระหว่างทางขากลับ แล้วเอามาใช้พรุ่งนี้มั่งดีกว่า 
 
ขามาฉันให้รถของทางบ้านมาส่งถึงใกล้ๆ โรงเรียนสอนพิเศษ แต่ขากลับอยากแวะโน่นแวะนี่ก็เลยไม่ได้ขอให้เขามารับอะนะ 
จะแวะซื้อขนมที่ร้านสะดวกซื้อก่อนดีไหมนะ หรือว่าจะไปซื้อกอเอี๊ยะที่ดรักสโตร์ก่อนดี ถ้าแถวๆ นี้ มีร้านดรักสโตร์ที่ฉันมีบัตรสะสมแต้มก็ดีน่ะสิ เอาบัตรสะสมแต้มใส่ไว้ในกระเป๋าตังค์แล้วใช่ไหมนะ
 
ฉันเดินออกจากโรงเรียนสอนพิเศษ หยิบกระเป๋าสตางค์ออกมาจากกระเป๋าพลางเช็กว่ามีบัตรสะสมแต้มหรือเปล่า แล้วก็เลยเปิดมือถือดูไปด้วยเลย อ๊ะ มีเมล์เข้ามา
พอเปิดออกมาด้วยความสงสัยว่ามาจากใครน้า~ ก็ต้องเป็นอันสำนึกเสียใจ คาบุรากิเป็นคนส่งเมล์มานั่นอง 
ฉันเกือบส่งเสียงร้องอุแหวะออกมาด้วยความเคยชิน แต่เมื่อเปิดออกมาแล้วก็ต้องอ่านอะนะ...
 
ในเมล์เขียนเล่าเรื่องเหตุการณ์ที่ได้เจอกับวาคาบะจังในวันนี้ ดูเหมือนจะได้นั่งเรียนภาคปิดเทอมฤดูร้อนข้างๆ วาคาบะจังตามที่สัญญากันไว้จริงๆ แฮะ เห~
แล้วก็ดูเหมือนจะได้กินคุกกี้ทำมือที่วาคาบะจังเอาติดมาในเวลาพักด้วยนะ เห็นว่าคุกกี้นั่นแม้จะเรียบง่ายแต่ก็ให้สัมผัสเบาๆ กรอบร่วนอีกทั้งยังหอมเนย เป็นคุกกี้แสนอร่อยที่ดึงเอารสชาติที่แท้จริงวัตถุดิบมาได้เป็นอย่างดี  อะไรยะเนี่ย ฟู้ดรีพอร์ทเรอะ 

จากนั้นก็เล่าว่าเพื่อนสมัยม.ต้นของวาคาบะจังก็มาเรียนที่โรงเรียนเดียวกัน ช่วงเวลาที่น่าจะได้อยู่กันสองคนตามลำพังกลับมีกขค.เข้ามาขัดจังหวะ แหม ก็เป็นโรงเรียนสอนพิเศษที่อยู่ใกล้บ้านวาคาบะจังนี่นะ ก็ต้องเจออะไรแบบนั้นมั่งแหละ 
ว่าแต่เมล์นี่มันยาวจริงแฮะ... แถมยังละเอียดโคตร เป็นบันทึกประจำวันเรอะ  

นี่คงไม่ใช่ว่าใจคอจะส่งเมล์รีพอร์ตยาวเฟื้อยแบบนี้มาทุกวันหรอกนะ!? แต่ถ้าเป็นคาบุรากิอาจจะเป็นไปได้... อุแหวะ~ วุ่นวายชะมัด 
ฉันไม่ใช่สมุดบันทึกประจำวันของคาบุรากินะ ของแบบนี้ต่อให้เป็นเพื่อนเขาก็ไม่ทำกันหรอกมั้ง... อ้อ จริงด้วย คาบุรากิมันไม่มีเพื่อนให้ปรึกษาเรื่องความรักนี่หว่า... ถึงเจ้าตัวจะปฎิเสธก็เหอะ แต่จริงๆ ก็มีเอ็นโจเป็นเพื่อนอยู่คนเดียวนี่นะ คาบุรากิแอบลักลอบเข้าหมู่บ้านผิดกฎหมายมาปักหลักอยู่ที่หลังภูเขาในหมู่บ้านคานทองก็จริง แต่ในใบทะเบียนบ้านมีที่อยู่เป็นหมู่บ้านขาดมิตรสินะคะ อย่างคาบุรากิคงทำตัวกร่างๆ วางอำนาจอยู่ในหมู่บ้านนั้นทั้งที่ไม่มีลูกบ้านซักกะคนเหมือนพระราชาจอมหยิ่งที่ออกมาในเรื่องเจ้าชายน้อยแน่เลย ตายแล้ว พอจินตนาการเข้าน้ำตาก็จะ... 
 
แล้วจู่ๆ โทรศัพท์ในมือก็เกิดสั่นระริกขึ้นพร้อมกับหน้าจอที่เปลี่ยนไป ปรากฎชื่อคาบุรากิหรา กรี๊ด! 
พอหายตกใจแล้วมาคิดดีๆ ทีหลัง ความจริงนิ่งๆ เสียปล่อยไปจนเข้าสู่โหมดรับฝากข้อความก็ได้นี่นา แต่พอเห็นชื่ออีกฝ่ายที่ตัวเองนินทาเสียๆ หายๆ อยู่ในใจเมื่อกี้โผล่พรวดออกมา ฉันเลยตื่นตกใจจนในหัวขาวโพลน ทำไงดี ทำไงดี! เอาเป็นว่าปิดเครื่องหนีเลยละกัน!
 
"ฮัลโหล"
 
ห๊ะ กรี๊ด--! มือพลาดไปกดรับเข้าแล้วไง!
 
"ฮัลโหล คิโชวอิน?" 
 
เสียงคาบุรากิที่แว่วมาจากโทรศัพท์ดูจะเพิ่มความหงุดหงิดขึ้นทุกทีโดยไม่ได้แยแสกับความลนลานหวาหวาหวาของฉัน 
 
"คิโชวอิน!"
"ค่ะ!" 
 
ฉันเผลอหยุดยืนตัวตรงรับโทรศัพท์ 
 
"ตอบช้าจริง!"
"ต้องขออภัยด้วยค่ะ!" 

ฉันขอโทษไปอย่างว่าง่าย 
 
"แล้วไม่ทราบว่ามีธุระอะไรหรือคะ" 
 
ความรู้สึกผิดทำให้ฉันตกเป็นเบี้ยล่าง
 
"เมื่อกี้ฉันส่งเมล์ไปแล้ว ได้อ่านหรือยัง"
"ค่ะ"
"ไม่เห็นตอนกลับมาเลยนะ"
"...ฉันเพิ่งจะเสร็จจากเรียนพิเศษ เพิ่งจะได้มาอ่านเมื่อครู่นี้เองค่ะ คอร์สเรียนพิเศษของท่านคาบุรากิเสร็จไปนานแล้วหรือคะ"
"เมื่อกี้นี่เอง ถึงได้ส่งเมล์ไปไง" 
 
พอเรียนเสร็จปุ๊บก็ส่งเมล์ยาวเหยียดนั่นมาปั๊บเลยเรอะ เป็นเพราะไม่มีเพื่อนสินะ...
อ้าว แล้ววาคาบะจังล่ะ? 
 
"แล้วคุณทาคามิจิล่ะคะ"
"กลับไปแล้ว ความจริงแล้วอยากชวนไปแวะคาเฟ่ที่ไหนซักแห่งแล้วค่อยกลับด้วยกัน แต่ทาคามิจิโดนที่บ้านฝากซื้อของที่ซุปเปอร์แล้วก็เลยหมดสิทธิ เห็นว่าวันนี้เป็นวันผักราคาถูกน่ะ"
"ไม่ตามไปด้วยล่ะคะ"
"จะตื๊อมากไปก็นะ" 
 
อุตส่าห์สมัครคอร์สปิดเทอมเดียวกันกับวาคาบะจัง ตอนนี้ฉันก็ว่าตื๊อจนเกินพอแล้วนะ แต่ไม่รู้ตัวเนี่ยน่ากลัวจริงๆ เนอะ 
 
"แล้วพอบอกให้ขึ้นรถจะไปส่งถึงซุปเปอร์ เขาก็บอกว่าจอดจักรยานทิ้งไว้ที่หน้าสถานีโดนปฎิเสธมา"
 
อะไรเนี่ย เอาจริงๆ ก็ชวนไม่ใช่เรอะ 
 
"แต่วันนี้ได้อยู่ข้างๆ คุณทาคามิจิทั้งวัน น่าจะมีความสุขดีนี่คะ"  
 
ได้นั่งเรียนข้างๆ วาคาบะจังเนี่ย ที่ซุยรันเป็นไปไม่ได้เด็ดขาด 
 
"ก็นะ แต่ในโรงเรียนมีพวกเพื่อนสมัยม.ต้นของทาคามิจิมาเรียนด้วย ตอนเช้าทาคามิจิโดนพวกนั้นห้อมล้อมจนแทบไม่ได้คุยกันเลย ตอนนั้นก็รู้สึกว่าคำนวณพลาดไปเหมือนกัน"
"อ้อ~ ได้เจอเพื่อนที่ไม่ได้เจอกันนานแล้วเลยจับกลุ่มคุยกันอย่างครึกครื้น เป็นภาพที่เห็นได้บ่อยๆ นะคะ"
"ทาคามิจิเองก็ดูสนุกสนานที่ได้พูดคุยกับเพื่อนเก่ารำลึกถึงความหลังสมัยม.ต้น จะเข้าไปแทรกฝืนดึงตัวออกมาก็ไม่ได้"
"ก็มีอะไรแบบนั้นเหมือนกันนะคะ"
 
พวกกลุ่มคนที่วี้ดว้าย ไม่ได้เจอกันตั้งนาน~สบายดีหรือเปล่า~นั่นน่ะก็ดีอยู่หรอก แต่คนที่เป็นคนนอกยืนหัวโด่อยู่คนเดียวเข้าร่วมวงกับเขาไม่ได้เนี่ยอึดอัดพิลึกเลยเนอะ ฉันเองก็เคยผ่านประสบการณ์แบบนั้นมาหลายครั้ง เวลาที่เขาเอาใจใส่อนุญาตให้ร่วมวงด้วยก็ดีไป แต่เวลาที่โดนปล่อยให้ยืนทื่อมะลื่ออยู่คนเดียวนี่ควรทำยังไงถึงจะถูกนะ ตอนนั้นฉันทำเป็นนิ่งๆ ยิ้มๆ อยู่ตรงนั้นน่ะ ถ้าหยิบมือถือขึ้นมาจิ้มฆ่าเวลาจนกว่าเขาจะคุยจบจะดูเสียมารยาทหรือเปล่านะ เผลอคิดไปหลายอย่างเหมือนกันแหละ อา เวลาแบบนี้แหละที่หวังจริงๆ จังๆ ให้มีใครก็ได้ช่วยเมล์หรือโทรศัพท์มาหาหน่อย 
 
แต่ในสถานการณ์แบบนั้น คาบุรากิก็ยังอุตส่าห์รักษาที่นั่งข้างวาคาบะจังไว้ได้นะ ถ้าเป็นตามปรกติ ที่นั่งข้างวาคาบะจังมีหวังโดนพวกเพื่อนเก่าแย่งไปแล้วล่ะ
 
"ท่านคาบุรากิไปถึงที่โรงเรียนสอนพิเศษก่อนหรือเปล่าคะ"
"เปล่า ตอนเช้าเรานัดกันหน้าโรงเรียนแล้วเข้าไปพร้อมกัน ความจริงก็อยากไปรับถึงที่บ้าน แต่โดนทาคามิจิปฏิเสธไปด้วยความเกรงใจ" 
 
ได้ความเป็นสตอล์กเกอร์ช่วยไว้ได้นะ คาบุรากิ มีโชคด้านสตอล์กเกอร์จริงๆ 
 
อ๊ะ จริงด้วย เรื่องสำคัญที่สุด 
 
"มีนักเรียนซุยรันอยู่หรือเปล่าคะ"
"ไม่มี" 
 
โชคดีไป ถึงคาบุรากิจะสำรวจมาล่วงหน้าแล้วก็เถอะ บางทีก็อาจจะมีพลาดได้นี่นะ 
 
"เท่านี้ก็เข้ารับการเรียนการสอนภาคฤดูร้อนได้อย่างสบายใจแล้วสินะคะ บทเรียนเป็นอย่างไรบ้างคะ"
"เนื้อหาลึกซึ้งควรค่าแก่การรับฟังมากทีเดียว ถึงไม่มีทาคามิจิไปด้วยก็ยังถือว่าดีที่ได้มาเทคคอร์สที่นี่" 
"งั้นหรือคะ"
"ส่วนด้านโรงเรียนสอนพิเศษ ก็มีเรื่องที่ยังไม่เข้าใจแนวปฏิบัติทำให้เจอปัญหาหลายอย่าง"
"อย่างเช่น?"
"มื้อกลางวันไงล่ะ ตอนพักกลางวันฉันถึงเพิ่งรู้เป็นครั้งแรกว่าที่นี่ไม่มีโรงอาหาร ไม่เคยคิดมาก่อนเลยว่าจะไม่มีโรงอาหาร" 
"ก็โรงเรียนสอนพิเศษไม่เหมือนโรงเรียนทั่วไปนี่คะ" 
 
ในหมู่โรงเรียนสอนพิเศษ ดูเหมือนบางแห่งก็จะมีคาเฟ่ทีเรียหรือโรงอาหารอยู่เหมือนกัน แต่น่าเสียดายที่โรงเรียนสอนพิเศษของคาบุรากิและวาคาบะจังไม่ใช่เช่นนั้น แถมที่ฉันมาเรียนอยู่นี่ก็ไม่มีเหมือนกัน เพราะงั้นเวลามาเรียนภาคปิดเทอมฤดูร้อนฤดูหนาวที่ต้องเรียนต่อเนื่องกันทั้งช่วงเช้าช่วงบ่าย ฉันถึงเอาข้าวกล่องมาเองทุกครั้ง บางทีก็ไปซื้อขนมปังที่เป็นของคาวน่าอร่อยมาจากร้านขนมปัง 

"แล้วทำอย่างไรหรือคะ"
"ทาคามิจิบอกว่าใกล้ๆ มีร้านสะดวกซื้อ เราเลยออกไปซื้อข้าวกล่องด้วยกัน"
"ท่านคาบุรากิเคยเข้าร้านสะดวกซื้อหรือเปล่าคะ"
"อย่ามาดูถูกกันนะ แค่ร้านสะดวกซื้อก็ต้องเคยเข้าอยู่แล้วซี่"  

แหม พอดีคิดว่าถ้าเป็นคาบุรากิ ถึงไม่เคยเข้าร้านสะดวกซื้อเลยก็ไม่แปลกน่ะนะ 
 
"นึกภาพสินค้าที่ท่านคาบุรากิจะซื้อที่ร้านสะดวกซื้อไม่ออกน่ะค่ะ ไม่ทราบว่าไปซื้ออะไรที่ร้านหรือคะ"
"...ตอนนั้นเกิดคอแห้งขึ้นมา ก็เลยไปซื้อเครื่องดื่มน่ะ" 
"เห" 
 
ธรรมดาสุดๆ
 
"แต่เพิ่งเคยซื้อข้าวกล่องร้านสะดวกซื้อเป็นครั้งแรกนะ"
"ก็คงงั้นละนะคะ" 
 
ฉันมักจะแวะร้านสะดวกซื้อซื้อข้าวปั้นอะไรจำพวกนั้นไปเป็นเสบียงมื้อดึกอยู่บ่อยๆ แต่พวกนี้คงเป็นของกินที่ไม่เคยได้มีวาสนากับนายน้อยทายาทตระกูลคาบุรากิละมั้ง ท้องหิวขึ้นมาเมื่อไหร่ก็ไปภัตตาคารหรูหราได้เลยนี่นา ไม่จำเป็นต้องทานข้าวกล่องร้านสะดวกซื้อหรอก 
 
"เลือกข้าวกล่องอะไรมาหรือคะ" 
"อันที่หน้าตาเหมือนข้าวกล่องมาคุโนะอุจิที่มีกับข้าวหลักแล้วก็เครื่องเคียงใส่มาหลายแบบน่ะ"
 
แหม ก็ธรรมดาน่ะนะ
 
"ถูกพนักงานร้านถามว่า 'จะอุ่นไหมคะ' แต่ไม่เข้าใจความหมาย"
"ฮุ"
"อย่าหัวเราะเชียวนะ"
"ขอโทษค่ะ" 
 
พอจินตนาการภาพคาบุรากิที่ยืนตัวแข็งอยู่หน้าเคานเตอร์คิดเงินแล้วก็เผลอไปหน่อย... 

"แล้วไงคะ"
"ทาคามิจิช่วยอธิบายให้ว่าเขาหมายถึง 'จะอุ่นข้าวกล่องในไมโครเวฟหรือเปล่า'"
"งั้นหรือคะ แล้วตกลงให้เขาอุ่นให้หรือเปล่าคะ"
"ให้เขาอุ่นให้"
"เห"
"แล้วก็เลยอุ่นไปหมดกระทั่งผักดอง"
"ฮุ..." 
 
พอนึกภาพคาบุรากิผู้วันๆ ทานแต่ของดีๆ ที่ได้รับการเลือกเฟ้นอย่างเข้มงวดมานั่งกินผักดองอุ่นๆ แล้วก็อดนึกขำขึ้นมาไม่ได้ 
 
"ครั้งหน้าก็ลองเลือกข้าวกล่องที่ไม่มีผักดองอยู่เป็นไงคะ"
"ฉันจะไม่กินข้าวกล่องร้านสะดวกซื้ออีกแล้ว"
 
น่าเสียดายที่ดูเหมือนข้าวกล่องสามัญชนจะไม่ถูกปากท่านจักรพรรดิ ไหนๆ ก็ไหนๆ น่าจะซื้อข้าวปั้นไส้แปลกๆ มาลองไปเลยน่าจะดีนะ
ฉันถามคาบุรากิไปว่าเคยกินข้าวปั้นไส้ทูน่ามายองเนสหรือเปล่า แต่โดนเสียงแตรรถกลบหายไป 
 
"ว่าไงนะ ไม่ค่อยได้ยินเลย"
"เปล่าค่ะ ไม่มีอะไร คุณทาคามิจิก็ซื้อข้าวกล่องเหมือนท่านคาบุรากิหรือคะ"
"ทาคามิจิเอาข้าวกล่องที่ตัวเองทำเองมาด้วย"
"อ้าว งั้นคุณทาคามิจิก็มีข้าวกล่องของตัวเองอยู่แล้ว แต่ยังอุตส่าห์ออกไปเป็นเพื่อนท่านคาบุรากิถึงร้านสะดวกซื้อข้างนอกอีกหรือคะ"
"นั่นสินะ แต่ทาคามิจิบอกว่าตัวเองก็อยากไปซื้อของหวานด้วยนะ"
"งั้นหรือคะ"
"เพิ่งเคยลองกินของหวานร้านสะดวกซื้อเป็นครั้งแรก ทางนี้อร่อยใช้ได้เหมือนกันนะ"
"งั้นดีไปนะคะ"
"คิโชวอิน เธอรู้หรือเปล่าว่ามีของหวานโปรดิวซ์โดยปาติซิเย่วางขายอยู่เฉพาะที่ร้านสะดวกซื้อด้วย"
"ก็ต้องรู้สิคะ" 
 
คิดว่าฉันเป็นใครกันยะ
 
"ถึงจะบอกว่าโปรดิวซ์โดยปาติซิเย่ แต่ถ้าถามหาคุณภาพระดับเดียวกับเค้กที่ขายอยู่ในพาเทสตรี้ ก็เทียบกันไม่ติดหรอก แต่ถ้าเปิดใจให้กว้างลองทานดูก็รู้สึกว่าอร่อยใช้ได้เหมือนกันนะ"
"ก็จริงนะคะ"
"เอาเถอะ แต่คุกกี้ฝีมือทาคามิจิที่ทานหลังจากนั้นก็ยังอร่อยกว่าน่ะนะ"
"อ้อ งั้นหรือคะ" 
 
ตรงที่ทำตัวเป็นคนอวดแฟนได้อย่างเป็นธรรมชาตินี่ก็กวนประสาทนะ

"ข้าวกล่องฝีมือทาคามิจิ เป็นข้าวกล่องที่มีผักต้มและปลาใส่อยู่ ได้สารอาหารสมดุล เป็นข้าวกล่องที่ดูน่าอร่อยเชียวล่ะ พอชมว่าไข่ม้วนใส่ผักโขมม้วนออกมาได้สวยทีเดียวนะ เขาก็แบ่งให้ชิ้นหนึ่งด้วย แล้วก็ได้รสชาติของน้ำซุปชัดเจน ถึงจะเย็นก็อร่อยมาก ดูเหมือนว่าทาคามิจิจะไม่ได้ทำขนมเก่งอย่างเดียว ยังทำอาหารเก่งด้วยนะ"
"เห~" 

ฉันน่ะรู้อยู่แล้วละน่าว่าวาคาบะจังทำกับข้าวเก่ง ว่าแต่นายนั่นแหละ อย่าไปจ้องข้าวกล่องคนอื่นเขาถ้วนถี่ขนาดนั้นได้ไหม 

"แล้วก็..." 

ดูเหมือนรถจะแล่นผ่านอาคารที่ปล่อยคลื่นไฟฟ้าแรงสูง จึงเกิดคลื่นแทรกแซงเสียงคาบุรากิขาดหายไป

"ขอโทษนะคะ เมื่อกี้ไม่ได้ยินเลยค่ะ ว่าไงนะคะ"
"...ชิ เสียงไม่ค่อยดีมาตั้งแต่เมื่อกี้แล้วนะ แบบนี้คุยกันไม่รู้เรื่องพอดี นี่เธอ ตอนนี้อยู่ไหนน่ะ"
"เอ๋..." 

หลังเงียบไปชั่ววูบหนึ่ง

"อยู่บ้านค่ะ"
"อย่ามาโกหกซึ่งหน้าน่า ได้ยินเสียงรถวิ่งผ่านไปมาตั้งแต่เมื่อกี้แล้วนะ!" 

ก็สังหรณ์แต่เรื่องร้ายทั้งนั้นเลยนี่นา 

---------------------------------------
 
หมายเหตุ : สำหรับท่านที่จะคอมเมนต์ด้านล่าง ขอความกรุณาให้อยู่ในขอบเขตของการแปลไทยตอนล่าสุด หรือหากต้องการพูดถึงเนื้อหาที่เกินเลยจากนั้น ขอให้ท่านเตือนให้ผู้อื่นรู้ว่าตัวเองกำลังจะทำการสปอยล์ ด้วยวิธีต่างๆ เช่น  
จากนี้ไปเป็นสปอยล์
.
.
.

ไข่ม้วนใส่ผักโขม

อ่านยังไงก็รู้สึกว่าท่านเรย์กะยัวะเพราะโดนคาบุรากิเกทับชัดๆ เผยความจริงให้คาบุหน้าหงายไปเลย ท่านเรย์กะ!

 




NEKOPOST.NET